Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 2 เศรษฐกิจและอาชีพ

เศรษฐกิจและอาชีพ

ชาวยูโทเปียทั้งปวงไม่ว่าชายหรือหญิงทำการเพาะปลูกเหมือนกันทั้งสิ้น และไม่มีใครที่ไม่ชำนาญในงานนี้ พวกเขาได้รับการฝึกฝนกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยโดยที่บางส่วนได้รับการอบรมในโรงเรียนและบางส่วนจากการปฏิบัติ เด็กนักเรียนมักจะถูกพาไปยังไร่นาใกล้ๆเหมือนกับว่าไปเล่น ในที่นั้นเด็กๆจะไม่เพียงแต่เห็นบุรุษและสตรีทำงานหากแต่ได้ออกกำลังและทำงานเองด้วย

นอกจากจะรวมกันในการทำไร่ไถนาแล้วทุกๆคนก็มีอาชีพประจำของตนเองอีก เช่น การทำขนสัตว์หรือผ้า ช่างโลหะหรือช่างไม้ สิ่งเหล่านี้เป็นงานอย่างเดียวที่ประกอบด้วยกลุ่มคนจำนวนไม่น้อย ผู้คนมีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอย่างเดียวทั่วทั้งเกาะ เว้นแต่เครื่องหมายซึ่งบอกข้อแตกต่างระหว่างผู้ที่แต่งงานแล้วและผู้ที่ยังเป็นโสดอยู่ แฟชั่นการแต่งกายนี้ไม่เคยเปลี่ยน การแต่งการของพวกเขาดูเข้าทีดี ไม่ถ่วงการเคลื่อนไหวและเหมาะกับทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ทุกครัวเรือนทำเครื่องแต่งกายเอง แต่บุรุษและสตรีแต่ละคนก็เรียนรู้ศิลปอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วอีกด้วย เนื่องจากสตรีอ่อนแอกว่าบุรุษจึงฝึกฝนศิลปที่เบาแรงกว่า เช่น การทอขนสัตว์หรือผ้า บุรุษก็ทำงานที่หนักแรงกว่า โดยทั่วๆไปแล้วงานเหล่านี้ถ่ายทอดจากบิดาไปยังบุตรและมักจะเป็นตามความโน้มเอียงโดยธรรมชาติ แต่ถ้าผู้ใดมีความสนใจในเรื่องอื่น เขาก็จะถูกรับเข้าไปอยู่ในครอบครัวที่ทำกิจการซึ่งเขาชอบ เมื่อใครก็ตามประสงค์จะเปลี่ยนอาชีพเช่นนั้น ทั้งบิดาของเขาและเจ้าหน้าที่ปกครองก็จะพยายามทำให้เขาได้ย้ายไปอยู่ในสังกัดของหัวหน้าครัวเรือนที่รับผิดชอบและเหมาะสม หลังจากที่ใครได้เรียนรู้วิชาชีพอย่างหนึ่งแล้ว ถ้าเขายังปรารถนาจะเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งก็ต้องทำอย่างเดียวกันกับที่กล่าวมาแล้ว เมื่อเขาได้เรียนรู้ทั้งสองอย่างแล้วเขาก็จะประกอบการใดที่เขาชอบมากกว่า เว้นเสียแต่ว่าส่วนรวมจะมีความต้องการเป็นพิเศษสำหรับกิจการอีกอย่างหนึ่ง

กิจธุระสำคัญและก็เกือบจะเป็นกิจอย่างเดียวของไซโฟแกรนท์คือการตรวจตราดูไม่ให้ผู้ใดเกียจคร้านไม่ทำอะไรและดูว่าทุกคนทำงานของตนอย่างเต็มที่แต่ไม่มีใครจำต้องทรมานตนเองด้วยงานตั้งแต่เช้าจนดึกเสมือนเป็นสัตว์พาหนะ ชีวิตอย่างนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นชีวิตอย่างเดียวของกรรมกรในประเทศอื่นทั้งหมดก็มิได้ดีกว่าชีวิตของทาส ชาวยูโทเปียทำงานหกชั่วโมงจากเวลายี่สิบชั่วโมง เขาทำงานสามชั่วโมงก่อนเวลาอาหารเที่ยงแล้วเขาก็พักผ่อนเสียสองชั่วโมง แล้วไปทำงานอีกสามชั่วโมง จากนั้นก็รับประทานอาหารค่ำ และถึงเวลายี่สิบนาฬิกาพวกเขาก็เข้านอนเป็นเวลาแปดชั่วโมง

สำหรับช่วงเวลาอื่นๆนอกเหนือไปจากเวลาทำงาน เวลานอนและเวลารับประทานอาหารแล้ว แต่ละบุคคลก็จะเลือกทำอะไรเอาเอง โดยที่เข้าใจกันว่าเขาจะต้องไม่เสียเวลานี้ไปโดยเปล่าประโยชน์หรือใช้เวลานี้ไปเพื่อความสนุกสนานจนเกินควร เขาใช้เวลาว่างของเขาในกิจการใดๆที่เขาชอบ คนจำนวนมากใช้เวลานี้อ่านหนังสือ พวกเขามีประเพณีการบรรยายต่อชุมชนทุกวันก่อนเวลาเช้าตรู่และไม่มีการบังคับให้เข้าฟัง แต่กระนั้นก็ดี ก็มีคนทุกระดับทั้งชายและหญิงไปฟังการบรรยายเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามแต่ความสนใจอยู่เสมอ ถ้าผู้ใดไม่สนใจในเรื่องความรู้ทางปัญญา แต่ปรารถนาจะใช้เวลาว่างประกอบกิจอาชีพของตนอย่างที่คนจำนวนมากทำก็ไม่มีใครห้าม แต่กลับเป็นที่ยกย่องเพราะที่ว่ามีประโยชน์ต่อรัฐ หลังอาหารค่ำพวกเขาก็พักผ่อนหย่อนใจเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ในฤดูร้อนก็โดยการทำสวน ในฤดูหนาวก็ด้วยดนตรีหรือการสนทนาในห้องรับประทานอาหาร พวกเขาไม่เล่นการพนันด้วยลูกเต๋าหรือการละเล่นที่โง่เขลาและที่นำมาซึ่งความพินาศอื่นๆ เขาเล่นเกมอยู่สองอย่างซึ่งคล้ายกับการเล่นหมากรุกของเรา อย่างแรกเป็นสงครามตัวเลขซึ่งมีตัวเลขต่อสู้กัน อีกอย่างหนึ่งเป็นเกมซึ่งความชั่วต่อสู้กับคุณธรรม เกมนี้แสดงให้เห็นชัดถึงการรวมกำลังของความชั่วต่อสู้กับคุณธรรมและการรณรงค์ของทั้งสองฝ่ายตลอดจนการต่อสู้ระหว่างคุณธรรมเฉพาะอย่างกับความชั่วเฉพาะอย่าง อีกทั้งวิธีซึ่งความชั่วทำลายคุณธรรมโดยตรงหรือบ่อนทำลายอย่างลับๆ และวิธีที่คุณธรรมพิชิตกำลังของความชั่ว และวิธีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชัยชนะในที่สุด

เพื่อที่จะเข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างสมบูรณ์เราจำต้องพิจารณาจุดหนึ่งอย่างรอบคอบยิ่ง พวกเขาใช้เวลาทำงานเพียงวันละหกชั่วโมง และท่านอาจคิดว่าผลลัพธ์ก็คือการขาดแคลนสิ่งที่จำเป็น ที่จริงแล้วชั่วโมงทำงานของพวกเขานี้มิเพียงแต่จะผลิตได้อย่างสมบูรณ์แต่ได้ที่เกินเลยความอุดมสมบูรณ์ในสิ่งที่จำเป็นและสะดวกสบายต่อชีวิตเสียด้วยซ้ำ ท่านจะเข้าใจได้อย่างง่ายดายถ้าท่านพิจารณาดูว่าส่วนของประชากรในประเทศอื่นๆที่อยู่เฉยๆนั้นมีจำนวนมากแค่ไหน ประการแรกที่เดียว สตรี (และนี่ก็เป็นครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด) โดยทั่วไปแล้วไม่ทำงานหรือถ้าสตรีทำงาน สามีของนางก็จะนอนอยู่กับบ้าน ในประการที่สอง มีนักบวชจำนวนมากและผู้ซึ่งเราเรียกกันว่าผู้เคร่งศาสนาอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ทำอะไรเลย นอกเหนือไปจากพวกนี้แล้วก็ยังมีคนรวยโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเจ้าของที่ดิน ซึ่งมักเรียกกันว่าผู้มีชาติวุฒิและพวกผู้ดี แล้วก็ยังมีบริวารของพวกนี้อันได้แก่ พวกนักเลงที่วางโตอีกโขยง แล้วก็ยังมีพวกขอทานที่แข็งแรงแต่อยากได้เปล่าๆซึ่งแกล้งทำเป็นโรคต่างๆเพื่อเป็นข้อแก้ตัวสำหรับความเกียจคร้านของตน ท่านจะพบว่าคนที่ทำงานและผลิตสิ่งที่มนุษยชาติต้องการจริงๆนั้นมีจำนวนน้อยกว่าที่ท่านคิดไว้มาก และคราวนี้ลองพิจารณาต่อไปว่าคนที่ทำงานนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คนที่ทำงานที่จำเป็นจริงๆเนื่องจากเราตีราคาด้วยเงินเราจึงต้องมีการอาชีพที่ไม่มีความจำเป็นอยู่มากเพื่อเสนอสนองความฟุ่มเฟือยและความสนุกสนานเพลิดเพลินที่เกินขอบเขตของเรา ถ้าคนงานของเราอันมีจำนวนมากมายนี้ผลิตแต่เฉพาะสิ่งที่คนเราต้องใช้เพื่อชีวิตที่ดีแล้ว ก็จะมีสินค้าจำนวนมากมายจนราคาต้องลดต่ำลงและคนงานไม่อาจจะอยู่ได้ ท่านคงจะเห็นได้อย่างง่ายดายแล้วว่าเวลาที่ต้องใช้ไปเพื่อผลิตสิ่งที่จำเป็นและเพื่อความสะดวกสบายของเรานั้น (และความสนุกสนานเพลิดเพลินของเราด้วย ถ้าเป็นความสนุกสนานที่แท้จริงและโดยธรรมชาติ) จะมีน้อยสักแค่ไหน ถ้าเพียงแต่ว่าคนที่ประกอบกิจอาชีพซึ่งไร้ประโยชน์จะมาทำงานที่มีคุณค่าและถ้าผู้ที่ไม่ทำอะไรเลยทั้งหมด ผู้ที่มีแต่ความขี้เกียจหากแต่รับประทานจุเป็นสองเท่าของกรรมกรจะถูกจับให้ทำงานที่เป็นประโยชน์

สัจจะของข้อสมมุตินี้ ปรากฏชัดอยู่ในยูโทเปีย ในบรรดาผู้ที่อายุและสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ทำงานได้ทั้งชายและหญิงนั้นมีอยู่ไม่ถึงห้าร้อยคนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องทำงานในแต่ละนครแต่ละเขต ในบรรดาผู้ที่ได้รับการยกเว้นนี้มีไซโฟแกรนท์ซึ่งได้รับการยกเว้นโดยกฎหมายแต่กระนั้นพวกเขาก็มิได้ละเว้นไม่ทำงาน เพราะเขากระตุ้นให้ผู้อื่นทำงานอย่างง่ายดายโดยทำตนเป็นตัวอย่าง ชาวยูโทเปียมีข้อยกเว้นแบบเดียวกันให้แก่ผู้ซึ่งศึกษาวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ก็โดยคำแนะนำของพระและตามมติลับของพวกไซโฟแกรนท์เท่านั้น ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งในพวกนี้ทำให้เขาผิดหวัง บุคคลนั้นก็ต้องกลับไปทำงาน ในทางตรงกันข้าม บางครั้งมีกรณีที่ผู้ทำงานบางคนใช้เวลาว่างของตนในทางศึกษาอย่างจริงจังและก้าวหน้าไปได้ไกล เพราะความขยันหมั่นเพียรจนได้รับการยกเว้นจากกิจอาชีพและถูกย้ายไปสู่ชั้นผู้รู้ ทูต พระ ทรานนิบอร์ และตัวประมุขของเกาะเองถูกเลือกมาจากชนชั้นนี้ (ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า พวกบาร์เซนีล แต่ต่อมาเรียกว่าอาดิมัส)4 เนื่องจากประชากรที่เหลือไม่มีใครอยู่เฉยๆหรือประกอบกิจการที่ไร้ประโยชน์จึงเป็นการง่ายที่จะเข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงผลิตได้มากเหลือเกินภายในระยะเวลาอันสั้น

นอกจากนี้แล้ว ก็ควรจะเป็นที่สังเกตว่าพวกเขาประสบความสำเร็จยิ่งกว่าใครๆที่ไหนด้วยงานที่น้อยกว่า ในหมู่ชนอื่นๆนั้นการสร้างและการซ่อมแซมบ้านเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานของคนจำนวนมากอยู่ตลอดเวลา บ่อยครั้งทีเดียวที่ทายาทที่ฟุ่มเฟือยปล่อยให้บ้านซึ่งบิดาของตนสร้างไว้ต้องเสื่อมโทรมลง และผู้รับสืบต่อจากเขาไปอีกทีต้องซ่อมแซมด้วยราคาอันสูงสำหรับสิ่งซึ่งเขาควรจะบำรุงรักษาไว้ได้ด้วยราคาเล็กน้อยและมีอยู่หลายครั้งที่บ้านซึ่งสร้างขึ้นด้วยราคาอันสูงลิ่วกลับเป็นที่เยาะเย้ย และไม่เหลียวแลของทายาทที่กล่าวกันว่ามีรสนิยมสูง และก็ต้องทรุดโทรมไปภายในระยะเวลาอันสั้น แล้วเขาก็ไปสร้างอันใหม่ขึ้นมาด้วยราคาที่แพงไม่แพ้กัน แต่สำหรับชาวยูโทเปียนั้นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากจนเขาไม่ค่อยจะเลือกที่สร้างบ้านใหม่กันเลย พวกเขารีบซ่อมแซมส่วนที่ผุพังทันทีและระมัดระวังที่จะรักษาสิ่งก่อสร้างของพวกเขาไว้ให้นาน โดยใช้แรงงานน้อยที่สุด ในระหว่างนั้นพวกช่างก่อสร้างก็แทบจะไม่มีอะไรทำ นอกจากตัดไม้และตัดหินไว้สำหรับงานก่อสร้างในอนาคต

ลองพิจารณาดูว่าเครื่องแต่งกายของพวกเขาใช้แรงงานน้อยเพียงใด เขาใช้เสื้อหนังหลวมๆในเวลาทำงานซึ่งก็ทนไปได้ร่วมเจ็ดปี เมื่อเขาออกไปข้างนอกเขาก็ใช้เสื้อคลุมซึ่งคลุมทับเครื่องแต่งกายหยาบๆของเขาอีกที และเสื้อคลุมก็มีสีเดียวกัน คือสีธรรมชาติของขนสัตว์อย่างเดียวกันทั้งเกาะ พวกเขาใช้ผ้าน้อยกว่าที่ใดๆทั้งสิ้น และสิ่งที่เขาต้องมีก็ราคาถูกกว่าที่อื่นๆ เขาใช้ผ้าลินินมากที่สุดเพราะมันทำได้ง่าย เขาชอบผ้าลินินสีขาวและผ้าขนสัตว์สะอาด แต่เขาไม่สนใจในความสวยงามของเนื้อผ้า โดยทั่วไปแต่ละคนพอใจกับเสื้อคลุมหนึ่งตัวทุกๆสองปี ในขณะที่แห่งอื่นๆแล้วเสื้อคลุมผ้าขนสัตว์สีต่างๆกันสี่หรือห้าตัวและเสื้อคลุมผ้าไหมอีกจำนวนเท่าๆกันก็แทบจะไม่พอสำหรับคนคนเดียว และสำหรับคนที่จู้จี้ยิ่งกว่านี้สิบตัวก็ยังไม่พอ ในหมู่ชาวยูโทเปียนั้นไม่มีเหตุผลใดเลยที่บุคคลใดจะปรารถนาเครื่องแต่งกายมากกว่านี้ ถึงเขามีก็ไม่เห็นว่าจะกันหนาวให้เขาได้ดีขึ้นหรือทำให้เขารู้สึกว่าแต่งตัวดีกว่าผู้อื่นที่ตรงไหน

เมื่อพวกเขาสะสมทุกสิ่งทุกอย่างไว้อย่างเหลือเฟืออันเป็นผลจากการบริโภคอย่างพอดีๆ และผลจากการทำงานของเขาทั้งปวงแล้ว พวกเขาจำนวนมากก็จะออกไปซ่อมแซมถนนใดก็ตามที่จำเป็นต้องซ่อม บ่อยครั้งทีเดียวเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องทำงานสาธารณะ เจ้าหน้าที่ปกครองก็จะกำหนดให้วันทำงานสั้นเข้าก็เพราะเขาไม่เคยใช้พลเมืองทำงานที่ไม่มีความจำเป็น เพราะจุดประสงค์หลักของขนบธรรมเนียมและรัฐบาลของพวกเขาอยู่ที่การให้เวลาแก่พลเมืองให้มากที่สุดเท่าที่ความต้องการของส่วนรวมจะอนุญาตเพื่อการปลดปล่อยและพัฒนาจิตใจของพลเมือง พวกเขาเชื่อว่าความสุขของชีวิตคนเราอยู่ที่นี่เอง


* * * * * * * * *


4 Ademus มาจากภาษากรีก a – demos ซึ่งแปลว่าปราศจากผู้คน ส่วน Barzanes นั้นมีผู้สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า Mithrobarzanes ซึ่งเป็นชื่อของผู้นำทางของเมนิปปัสลงไปใต้บาดาลในหนังสือเรื่อง Menippus ของลูเชียน นักเขียนเรื่องเสียดสีสังคมชาวกรีกแห่งศตวรรษที่สอง (ซึ่งมอร์เองแปลเป็นภาษาลาติน)


Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2550 0:17:41 น. 0 comments
Counter : 449 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.