"กำลังใช้ชีวิต" ... I Just Living...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
โลกทั้งใบ : โลกของผม


















-1-



“กริ๊ง... กริ๊ง...”
“กริ๊ง... กริ๊ง...”


เสียงนาฬิกาปลุกดังอยู่อย่างนั้น
มันดังนานพอที่จะปลุกผมให้ตื่นจากหลับไหล
ผมเอื้อมมือไปปิดเสียงมัน ทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาตื่นดี
พยายามลืมตามองดูเวลาเบื้องหน้า

...07.00 น. สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย...
ผมคิด พลางบิดขี้เกียจไปมาอย่างเคยชิน

พอสลัดความง่วงออกจากร่างจนหมด
ผมรีบฉุดร่างอันหนักอึ้งตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันที
เหมือนทุกๆเช้าตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา
ผมทำกิจวัตรในห้องน้ำเหมือนๆเคย

ฉี่
ขี้
ล้างหน้า
แปรงฟัน
สระผม
อาบน้ำ
และฮัมเพลง

“(Come back) Baby come back to me
(Come back) I’ll be everything you need
(Come back) Baby come back to me
(Come back) Boy, you’re one in a million…”


…คงจะมีแต่การฮัมเพลงเท่านั้นล่ะมั้ง ที่ผมพอจะเปลี่ยนแปลงมันได้...










-2-



ผมเดินเปลือยเปล่าออกมาทั้งๆอย่างนั้น
ทั้งตัวมีเพียงผ้าเช็ดตัวพาดคออยู่ผืนเดียว
ทั่วร่างเต็มไปด้วยหยาดน้ำเล็กๆ
เกาะกุมอยู่ทั่วทุกอณูบนร่างกาย
ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่
หยุดยืนมองตัวเองอีกคนในนั้น
มองตัวเองอีกคนที่เปลือยเปล่าเปียกชุ่มเหมือนๆกัน
ก่อนที่จะเช็ดตัวทั่วกายอย่างเคยมือ

...07.28 น. แล้ว...
ผมเหลือบมองดูนาฬิกาเบื้องหน้า
ขณะกำลังใส่กางเกงตัวเก่ง

พลางเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ
เช้าวันนี้ ทำไมดูเงียบสงบกว่าทุกที
ทั้งๆที่คอนโดที่ผมอยู่ อยู่ใจกลางเมืองด้วยซ้ำ
ปกติทุกวี่วัน เสียงรถราและผู้คนข้างนอกจอแจเหลือประมาณ
แต่เช้านี้กลับเงียบงันผิดปกติ
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกน้อย ร้องขัน
ผมรีบวิ่งตรงไปยังหน้าต่าง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อดี
แง้มผ้าม่านมองดูเบื้องล่าง
มันว่างเปล่า วังเวงและไร้สิ่งเคลื่อนไหวใดๆ










-3-



...เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?...
ผมคิด พลางวิ่งไปหยิบมือถือ

“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”


...ไม่มีคนรับ...


“It's such a dirty mess imperfect at it's best
But it's my love ,my love ,my bloody valentine
Sometimes I wanna leave but then I watch you next to me
My love ,my love ,my bloody valentine...”


…ทำไมไม่รับนะ?…


“อย่าทิ้งกันไปได้ไหม เธอรู้ฉันอยู่ไม่ไหว
โลกคงแตกสลาย นาทีที่ไม่เหลือเธอ
คนที่รักที่สุด คนที่รักเสมอ
หมดชีวิตที่เห็นเมื่อใดก็เป็นของเธอ...”


…รับหน่อยสิ ได้โปรด?...


“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”


ผมเขวี้ยงมือถือไปบนเตียงด้วยความร้อนรน
แล้วรีบวิ่งตรงไปยังโทรศัพท์บ้านในทันที


“ตื๊ด... ตื๊ด...”
“ตื๊ด... ตื๊ด...”

“แม่งหายหัวไปไหนกันหมดวะ”

เมื่อความอดทนหมดสิ้น ผมจึงสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

ทั้งแม่ ทั้งแฟน ทั้งเพื่อนหรือคนรู้จัก
ทั้งเบอร์มือถือ เบอร์บ้านหรือแม้กระทั่ง 191
ก็หาได้มีใครรับไม่
ราวกับว่าตอนนี้โลกทั้งใบ...เหลือผมอยู่เพียงลำพัง










-4-



“ซ่า... ซ่า...”
“ซ่า... ซ่า...”


ทีวีเบื้องหน้าปรากฏเพียงภาพหน้าจอสีขาวจุดดำ
ไม่มีภาพหรือสัญญาณใดๆ ปรากฏขึ้นบนจอ
ผมกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ
ในใจภาวนาขอให้มีภาพแม้สักช่องเดียวก็ยังดี
เพราะผมหวังเพียงว่าอาจมีภาพรายงานข่าวสักช่องหนึ่ง
ที่กำลังรายงานสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
ผมหวังไว้แค่นั้น
แต่นี่กดมา 10 กว่าช่องแล้ว ก็หาได้มีภาพใดๆไม่
ในจอยังคงปรากฏเพียงภาพสีขาวจุดดำเหมือนเดิม
ความหวังอันน้อยนิดของผมดับวูบลง
ผมเอื้อมมือไปปิดทีวีด้วยความห่อเหี่ยวใจ

...ต้องฝันอยู่แน่ๆ...
...ตอนนี้เรากำลังฝันอยู่แน่ๆเลย...
ผมคิด พลางตบหน้าตัวเองเพื่อให้ตื่นจากความฝัน

“เพลี๊ย!!!”
เสียงตบดังกังวานไปทั่วห้อง
ความเจ็บเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า

“เพลี๊ย!!!”
ผมตบหน้าตัวเองอีกครั้ง
หวังเพียงเรียกสติตัวเองให้ตื่นจากความฝัน
แต่ผมก็หาได้ตื่นจากความฝันไม่
ผมยังคงนั่งอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม
อยู่ที่ที่เดิม ในห้องห้องเดิม
ในโลกใบเดิม กับตัวผมเพียงคนเดียว
ความเจ็บเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
รอยแดงจางๆเริ่มปรากฏ

...ไม่ได้ฝันอยู่ นี่คือความจริง...
ผมลูบรอยจางๆรูปฝ่ามือนั้น
ก่อนที่จะปล่อยตัวไปยังเบื้องหลัง
หลับตาลง แล้วค่อยๆปล่อยสมองให้เริ่มยอมรับความเป็นจริง










-5-


ผมยืนมองถนนเบื้องหน้า
มองดูความว่างเปล่าแปลกตาที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ถนนที่เคยมีผู้คนขวักไขว่ รถรามากมาย
บัดนี้กลับว่างเปล่า วังเวงจนน่าใจหาย

“มีใครอยู่ไหมครับ”
ผมตะโกนก้อง ทำลายความวังเวงนั้น

“มีใครอยู่ไหมครับ”
ผมตะโกนอีกครั้ง หวังเพียงว่าอาจมีใครสักคนได้ยิน

“……………………………………….”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้น

ทั้งเสียงคน เสียงสัตว์ หาได้มีสักนิดไม่
เสียงที่ผมได้ยินในตอนนี้
มีเพียงแต่เสียงลมพัดผ่านใบไม้เบาๆ
กับเสียงลมหายใจของผมเองเท่านั้น
ผมมองดูความวังเวงรอบๆตัวอีกครั้ง
มองซ้ำเพื่อเป็นการตอกย้ำตัวเองให้ยอมรับว่า “นี่คือความจริง”
ก่อนที่จะลองเดินสำรวจดูบริเวณรอบๆ
ไฟฟ้า-ประปา ยังคงใช้ได้ตามปกติ
มีเพียงสิ่งเดียวที่ผิดปกติก็คือ หาได้เจอสิ่งมีชีวิตอื่นใดไม่
ทั้งตึกรามบ้านช่อง ทั้งร้านรวง มันว่างเปล่า วังเวงจนน่าใจหาย
ราวกับว่าโลกทั้งใบ…ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดๆ
เหลือเพียงตัวผม ต้นไม้และเชื้อโรคในอากาศเท่านั้น










-6-



“จ๊อก… จ๊อก…”
เสียงท้องร้องดังผ่าความเงียบขึ้นมา
เหมือนร่างกายรับรู้ถึงเวลาอาหาร

...เที่ยงกว่าแล้ว...
ผมมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ
ก่อนจะหาที่นั่ง แล้วหยิบขนมปังในกระเป๋าเป้ออกมากิน
เมื่อท้องอิ่ม ผมก็เดินเรื่อยๆ ไปตามทางเดินอันว่างเปล่า
ทางเดินที่เคยมีผู้คนเดินกันขวักไขว่
ถนนที่เคยมีรถราแออัดมากมาย
เมืองหลวงที่เคยวุ่นวายในทุกวัน
บัดนี้กลับกลายเป็นเมืองที่วังเวงและเงียบเหงาเสียเหลือเกิน
ราวกับว่าเมืองมันร้างมานานแสนนานแล้ว
ระหว่างเดินนั้น ผมยังไม่ลืมที่จะสำรวจดูรอบๆ
ด้วยความหวังเพียงน้อยนิดที่อาจจะได้เจอกับใครสักคน
แต่กับความจริงที่ได้รับ ก็คือความว่างเปล่าเหมือนๆเคย

‘เนเวอร์แลนด์ คอนโด’

ผมหยุดมองดูป้ายตรงหน้า
ก่อนจะปล่อยตัวนั่งลงอยู่ตรงนั้น
ด้วยความที่สองขาเริ่มหมดแรง จากการเดินที่ไม่ได้พัก
ผมจึงไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะเดินต่อไปแล้ว
ผมเหม่อมองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้า
พระอาทิตย์สีทองอ่อน เริ่มแปลเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง
ก่อนที่จะค่อยๆ เคลื่อนตัวลาลับขอบฟ้าสีคราม
ปล่อยให้ความมืดมิดสีดำเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่
ผมสอดส่องสายตามองเข้าไปข้างในคอนโด
ภายในว่างเปล่า วังเวง ไร้ผู้คน

...บรรยากาศอย่างกับในหนังสยองขวัญไม่มีผิด...
ผมคิด พลางฉุดร่างที่ไร้เรี่ยวแรงยืนขึ้นเพื่อเตรียมตัวเข้าไปข้างใน










-7-



...ค่ำไหน นอนนั่น...
กลายเป็นคำนิยามในตอนนี้
ด้วยความหวังอันน้อยนิดที่ยังคงมีอยู่
ความหวังที่ว่าอาจจะมีใครสักคน รออยู่ที่ไหนสักแห่ง
เป็นแรงผลักดันให้ผมยังคงเดินสำรวจอยู่ต่อไป…





...นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว...
ที่ผมเดินสำรวจ ก็หาได้พอเจอใครไม่
ยังแอบเกลียดตัวเองอยู่เหมือนกัน
ที่ไม่ยอมหัดขับรถให้เป็น
ไม่เช่นนั้น ตอนนี้คงไปไหนต่อไหนได้ไกลกว่านี้เป็นแน่…





...1 เดือน แล้ว...
ผมใช้ชีวิตคนเดียวมา 1 เดือนแล้ว
1 เดือนกับโลกทั้งใบ
1 เดือนกับโลกที่ไม่มีใคร
1 เดือนกับความเหงาในจิตใจ
ที่ไม่รู้ว่าผมจะทนมันได้อีกนานแค่ไหน?
ไม่รู้จริงๆ...






...3 เดือน แล้ว ใช่ไหม?...
ที่ผมต้องใช้ชีวิตคนเดียว
เดินคนเดียว
กินคนเดียว
นอนคนเดียว
พูดคนเดียว
จากเมื่อก่อนที่ยังเคยพูดกับตัวเองอยู่ทุกวัน
จนมาเดี๋ยวนี้ผมเริ่มไม่พูดไม่จาแล้ว
เหมือนกับว่ามีปากไว้ใช้เคี้ยวอาหารกันตายเท่านั้นเอง…






...กี่วัน กี่เดือนแล้วนะ...
ผมนึกถามตัวเอง แต่ก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้
เพราะผมไม่รู้ว่าวันเวลามันผ่านมาเนิ่นนานเท่าไหร่แล้ว
ในเมื่อเวลาเริ่มไม่มีความสำคัญสำหรับผม
ผมจึงไม่ให้ความสำคัญมัน
ไม่ว่ามันจะผ่านมากี่วัน กี่เดือน กี่ปี
ถึงอย่างไรตอนนี้ผมก็ยังคงอยู่ตัวคนเดียวเหมือนเดิม
ก็ช่างหัวเวลามันเถอะ...










-8-



ผมกำลังยืนอยู่บนสะพานสีเทา
ยืนมองสีดำสนิทของผืนน้ำเบื้องหน้า
ลมเย็นๆ พัดพาความหนาวเหน็บมากระทบผิวกาย
มันทำให้ผมหนาวจนจับขั้วหัวใจ
แสงจันทร์พาดผ่านหมู่เมฆหมอกสีเทา
สาดแสงมากระทบบนผืนน้ำสีดำ
สีทองของมันตัดกันดีกับสีดำสนิทนั่น
ความมืดมิดของผิวน้ำบวกกับสีทองของแสงจันทร์
มันช่างดึงดูดใจผมเสียจริง
ผมจ้องมองผืนน้ำสีดำสนิทนั้นอีกครั้ง
ก่อนที่จะกระโดดลงไปยังใจกลางความมืดมิดสีดำ

…ลาก่อน ความเหงาเพียงลำพัง...
ผมคิด พลางปล่อยให้ร่างของผมค่อยๆ จมดิ่งลึกลงไปยังใจกลางน้ำสีดำ
ค่อยๆจมลงไป
จมลงไป
จมลงไป…
พลันโลกทั้งใบก็ดับวูบลง...

.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
..............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
.............................................................................
..............................................................................
..............................................................................
..............................................................................
..............................................................................

“ตื๊ด..........................................................................”
“______________________________________________”
“______________________________________________“


“เวลาเสียชีวิต 02.36 น.”

“โทรไปบอกญาติคนไข้xxx ด้วยว่า... ‘เจ้าชายนิทรา’ เสียชีวิตแล้ว”

“ค่ะ...หมอ”










ปล. ขอบคุณโครงการดีๆ ของพี่ๆสาวสาวเหมือนเคยนะครับ

พี่แจง nikanda
พี่ปอย นางสาวดุ่บดั่บ
พี่อ้อน BeCoffee

ปล.2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง 28 Days Later ครับ
ปล.3 ยิ่งเขียน ยิ่งสนุก ยิ่งคิด ยิ่งปวดหัว จนสุดท้ายเลยหักจบดื้อๆ แบบนี้เลยครับ ฮา


Create Date : 28 กันยายน 2552
Last Update : 28 กันยายน 2552 17:46:53 น. 30 comments
Counter : 847 Pageviews.

 
อ่านแล้วลุ้นเลยนะค่ะนั่น เพราะคิดไปตามฉากๆ
ว่าเอ .. แล้วตกลงความว่างเปล่า ความเงียบ วังเวง
มันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเรื่องฝัน ...

เขียนเพลิน อ่านแล้วน่าติดตามน่ะคะ อยากเขียนเก่งๆ
แบบนี้จัง ...


โดย: JewNid วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:09:36 น.  

 
เป็นอีก 1 ชิ้นงานของไอซ์คุงที่พี่ชอบนะ

ปล. ถ้าต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนั้น มันหลอนจริง ๆ เนอะ


โดย: Paulo วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:16:32 น.  

 
หักมุมได้ดีค่ะ...

กะลังอ่านและคิดตามมาเรื่อยๆว่าเรื่องจะลงเอยแบบไหน โอเรยค่ะนี่


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:25:56 น.  

 
โอ้ววว ยังกับพลอตหนังเลยนะครับพี่ไอซ์

นึกถึง Resident Evil ตอนที่อลิซเดินออกมาเจอเมืองร้างยังไงยังงั้นเลยอ่ะ

หูยย มีทั้งเจ๊อูทาดะ ทั้งสองทา อิอิอิ

แต่อ่านแล้วสนุกดีจริงๆครับ แค่จินตนาการว่าตื่นมาเจออย่างงั้นบ้างคงแย่แน่ๆ


ปล. เปล่านะะะ ไม่ได้เขียนจากเพลงอ่ะครับ

แต่เขียนจากประสบการณ์ตรง

ตามภาพนั้นเลยครับ...เงาสะท้อน และปลาคาร์พสีขาว-ส้ม(ไม่รู้จะมีคนเห็นกันเปล่าหว่า...)


โดย: Unravel วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:46:35 น.  

 
โฮ้ววววววววววววววว...

ผมอ่านจบ ต้องรีบไปเปิดประตูห้องดูก่อน ว่ามีใครอยู่บ้างไหม?


ฮ้าาาาาาาาาาาาาาา!!!

ไม่มี...ตายล่ะ..

ฉันอยู่คนเดียวแล้ว เย้....



-----------------------


จากบ้าน...

ใช่ครับ..แนวคิดนี้คือ..

ทุกอณูในร่างกายเรา เคยเป็นส่วนหนึ่งของโลก

ผมนำมาแตกยอดอีกนิดหน่อย...

เลยค่อนข้างงงครับ...

เฮ่อๆๆ..


จงวิ่งต่อไป ดุจไอ้หนุ่มพลังม้าครับ..

โฮ้เย....




โดย: ต๊าย ตาย!!!...นี่มัน.. (อสัญแดหวา ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:48:08 น.  

 
ชอบแฮะ

เขียนดีนะนี่



เรื่องวัดไทย ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ

แต่จำได้ว่า วัดที่อยุธยา มีสาขาที่สิงคโปร์ด้วย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนยังไง แล้วก็การสร้างเป็นแบบไทยๆ หรือเปล่าอะจ้ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:16:19:59 น.  

 
อ่านจนจบเลยจ๊ะ อ่านแล้วเหมือนดูหนังเลยนะ โดยเฉพาะตอนออกจากห้องน้ำเนี่ย แหมจิตนาการตามเล้ย

เพลงที่ร้องนี่ come back to me ของเซเว่นอะป่าวคะ แบบว่าชอบเพลงนี้เหมือนกันแหละ

เสียดายตอนจบไม่มีปาฏิหารย์เนอะ


โดย: Summer Flower วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:16:26:19 น.  

 
เข้าใจลำดับเรื่องนะคะเนี่ย

อย่าดองลับแล, แก่งคอยเลยค่ะ รับรองว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามองทีเดียวเชียวค่ะ

สำหรับโครงการมิตรภาพ ขอหวานเย็นถามตัวเองก่อนดีกว่าค่ะว่า จะไปรอดไหม ถ้าเข้าร่วม เพราะ... เอ่อ... ถ้าบอกว่าไม่ค่อว่าง คุณไอซ์คุงจะว่าหวานเย็นไหมคะว่า
' คุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจเหรอ ถึงได้ไม่มีเวลาน่ะ '
คือ... หวานเย็นอยากบอกว่า... หวานเย็นเป็นพวกบริหารเวลาไม่ลงตัวน่ะค่ะ ดู ๆ จะวุ่นวายกับชีวิตเหลือเกิน เลยยังไม่กล้ารับปากน่ะค่ะ

ถึงอย่างไรก็ขอบคุณนะคะสำหรับคำชม แหม ! หวานเย็นล่ะเขิน


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:17:21:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ่านไป ก็แอบคิดกลัวนะ เง้ย ถ้าเป็นงี้ทำไงดีฟระ
ว่าแต่จบดื้อ ๆ งี้ แม่ไม่ว่าเหรอคะ ดื้อมากไม่ดีนะ เดี๋ยวไม่มีใครรัก

อ้ะล้อเล่ง


โดย: แม่ภูมิ (Artagold ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:18:09:26 น.  

 
อิอิ .. กลับมาดูชื่ออีกที
เออเนอะ เหมือนแบบม่ะได้ตั้งใจ


โดย: Paulo วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:18:29:30 น.  

 
ลุ้นเลย

อยากรู้ตอนจบว่านหรืออะไร


ชอบจังค่ะ ^^


ขอบคุณนะคะที่แวะทักทาย

ขอaddเลยนะ คราวหน้าจะได้แวะมาอ่านง่ายๆ และบ่อยๆ ได้สะดวก


ขอบคุณกั๊บบบ ^^


โดย: @โลกละมุนเพราะผู้คนละไม@ วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:19:09:22 น.  

 
น่าติดตามมากพี่ไอซ์ อ่านไปลุ้นไป แต่จบแล้วเศร้าๆเนาะ อิอิ
แวะมาส่งเข้านอนค่ะ
หลับฝันดีนะคะ


โดย: น้ำเคียงดิน วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:21:27:13 น.  

 
โอ้....อ่านเพลินจังเลยไอซ์
เขียนซะลุ้นเลย


โดย: d_regen วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:21:41:39 น.  

 
สวัสดีไอซ์

ขอโทษที อิอิ พอดีช่วงสิ้นเดือนข้าวเหนียวงานเข้าอ่ะจร้า อิอิ เลยไม่ได้เข้าบล็อคเลย อิอิ นี่เป็นเรื่องที่เข้าโครงการกะพี่ปอยอีกละซิ อิอิ
ยังไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวขอเม้นก่อนค่อยไปอ่านนะ อิอิ

ปล. เรื่อง 5 แพร่ง สงสัยต้องรอแผ่น ดีวีดี แล้วแหล่ะ พอดีน้องสาวเค้ากลัวอ่ะ เลยไม่ดู ตอนแรก ก็อยากดู แต่ไปถึงบอกว่ากลัวเฉยเลย อิอิ

แต่เรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธออ่ะไม่พลาดจ้าาาา ชอบ ๆๆ น่ารักดี แนวหนังนะไม่ใช่พระเอกกะนางเอก กร๊าก ๆๆๆ

คืนนี้ฝันดีนะค่ะ


โดย: น้องข้าวเหนียวกะพี่หมูปิ้ง (MooBamBam ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:22:15:54 น.  

 

อ่านจนจบ...ลุ้นไปอ่านไป อิอิ


โดย: I_sabai วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:03:01 น.  

 
สวัสดีครับคุณน้องไอ๊ซ์
ว๊าว เขียนได้ดีมากๆ เลย อ่านไป อ่านมา เจ๊ย...คล้ายๆ เราเลยนี่หว่า เชื่อป่ะว่าบางครั้งประมาณ 4-5 วันจะมีโทรศัพท์เข้ามาสักหนึ่งสายได้มั้ง...เอิ๊กๆๆๆๆ....

ทุกวันนี้พี่อยู่อย่างเดียวดาย แต่(พยายาม)ไม่โดดเดี่ยว...เอิ๊กๆๆๆๆ....

เรียกพี่โชค นั่นแหล่ะ ครับ พี่ยังไม่ได้บอกไอ๊ซ์เหรอ เอ....หรือว่าพี่ลืมหว่า อย่าถือสาเนอะ อ้ายมันเฒ่าแหล่ะ...

สบายดีไหม....ได้งานใหม่หรือยัง


โดย: พี่โชค (เพลงดาบกระบี่เดียวดาย ) วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:14:22 น.  

 
ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น
จะเป็นยังไงต่อไปน้อ...

เจอะตอนจบ แทบช็อคเลยค่ะ
แอบคิดเล่นๆว่าจะมีผีดิบโผล่ออกมาซักตัวสองตัวป่าวหว่า??

อ่านสนุกมากค่ะ
ชอบ ชอบ



โดย: บุยบุย วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:10:04:39 น.  

 
เรื่องนี้ดีนะ เจ๊ชอบอ่ะ
เขียนได้น่าอ่านมากๆๆ

ชอบๆๆๆๆๆ ชอบที่สุด
เก่งจังน้องเรา


โดย: Little SamSoon วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:12:49:45 น.  

 
Ciao from Italy.


โดย: settembre วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:15:43:39 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่ชมว่าซัมเมอร์เขียนดี ไม่รู้ฟลุ๊กหรือเปล่าอะ คราวหน้าจะเป็นไงไม่รู้นะ แบบว่าฝนตกทุกวันยังไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศลมหนาวเลย เราจะนึกออกมั้ยเนี่ย


โดย: Summer Flower วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:02:08 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ


โดย: Cutetetsu วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:09:47 น.  

 
หวัดดีค่ะ..น้องไอซ์
พี่มาเก็บลิ้งค์เสียช้าเลย
รวมมิตรจริงๆเรื่องนี้ ทั้งเพลง ทั้งฉาก
อู๊ย..ย..ย..ฉากเปลือยเปล่า
พยายามจะจิ้นอยู่...

อ่านไปลุ้นไป..ว่ามันจะไปจบที่ไหน
มันไม่ยักกะหักมุมว่าแค่ฝันไปแฮะ

อ่านแล้วนึกถึงหนังเรื่อง
ที่วิล สมิท แสดงอ่ะ..(ชื่ออะไรไม่รู้)
ที่เขาเป็นผู้ชายคนสุดท้ายในโลก(มั๊ง)


ปล.เรื่องรักสามเส้า..
เดาว่ามันคงโดนใครหลายคนเลย
ชื่อว่าเกินเก้าสิบเปร์เซ็นต์
ทุกคนน่าจะเคยเจอนะ..อิอิ


โดย: nikanda วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:11:59 น.  

 
emoemo ... เก่งอ่ะ เก่ง

emoemo... เยี่ยมๆ


โดย: runch วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:58:50 น.  

 
คิดว่าโลกนั้น
น่าจะมีอยู่ในใจคนนะคะ

อย่างน้อยก็คนที่รักษ์(ธรรมชาติ)ล่ะ

อิอิ


โดย: บุยบุย วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:18:57:02 น.  

 
สนุกดีจังครับ


โดย: คนขับช้า IP: 111.84.107.19 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:22:19:36 น.  

 
น้องไอซ์ พี่จานมาแว้ว พี่งานเข้าอ่ะ ไอซ์เป็นไง สบายดีไหมอ่ะ

พี่ไม่อยู่หลายวัน ไอซ์เขียนทำผลงานไปเท่าไรแย้วเนี่ย พี่จะมาตามเก็บทันไหมเนี่ย โฮ๊ะๆๆๆ พี่ว่าไอซ์แต่งหนังสือ เรื่องสั้น ตีพิมพ์ได้เลยนะเนี่ย รุ่งแน่นอน ฟันเฟิร์ม

ส่วนความคืบหน้าของพี่กับหนุ่มสามารถติดตามได้ที่บ้านเจ้นะ อิอิ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะคุณน้อง ฝนตกบ่อยอ่ะ พี่ล่ะเบื่อ ฝนตกทีไรต้องสระผมทุกที ผมก็ยาว เป่ากว่าจะแห้ง เฮ้อ..

ไปแระ ว่างๆ จะแวะมาทักใหม่นะจ๊ะ ฝันดีจ๊ะ จุ๊บๆๆ


โดย: จานสลัด วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:0:13:12 น.  

 
อ่านแล้วนะคะ
หวัดดีตอนเช้าวันพุธท้องฟ้าสีเทาหม่นหมองสุดๆ ไปเลยค่า...

ทว่าเราก็ยังยิ้มได้นะ


โดย: ก้อนหิน...ฤดูหนาว วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:8:08:52 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับไอซ์คุง








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:8:34:39 น.  

 
โอโห ไอซ์คุง
มาคราวนี้พี่นึกว่าดูหนังแนวลึกลับเสียอีก

มีให้ลุ้นระทึกนะ

ถ้าหากว่าเราต้องอยู่ในเดียวบนโลกใบนี้จะทำยังไง
หรือว่าคนเราก็ล้วนมีมุมที่ต้องอยู่คนเดียว
กันเสมออยู่แล้ว
เมื่อเราออกมามุมนั้นมาเราก็จะเจอผู้คน
เจอเพื่อนเจอคนที่เรารักใช่ไหม
แต่หากเราออกมาไม่ได้
เหมือนเจ้าชายนิทราก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้านะคะพี่ว่า



โดย: BeCoffee วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:21:57:13 น.  

 
เข้ามาอ่านคะ เขาข้างบนพูดไปหมดแล้ว


โดย: tempopo วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:2:26:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปีศาจความฝัน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




คนเรามีโชคไม่เท่ากัน
แม้กระทั่งในความฝัน


-------------------------


การให้คะแนนในบล็อกนี้ ไม่ได้มีกฏเกณฑ์หรือหลักการใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเจ้าของบล็อกเป็นสำคัญ




สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด






Blog Updates


Inside Out : ก็แค่ปล่อยใจไปตามอารมณ์..


Fantastic Four : สี่พลังกายสิทธิ์ฉบับรีบูท!!


Mission: Impossible - Rogue Nation : ยอดทีมสายลับกับภารกิจเป็นไปไม่ได้!!


พี่ชาย My Hero : โลกความจริงมันโหดร้าย Sad but true!!


PORTRAIT ระหว่างเรา


Ant-Man : ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว!!


Terminator Genisys : คนเหล็กรุ่นเก่าแต่เก๋า!!


It Follows : มันตามมาหลอน!!


Survivor : เกมไล่ล่านักฆ่ามือระเบิด!!


Insidious: Chapter 3 : ย้อนตำนานวิญญาณตามติด!!




New Comments
Friends' blogs
[Add ปีศาจความฝัน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.