Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
6 มกราคม ( January 6 Epiphany day)

ในวันที่ 6 มกราคม ของทุกทุกปี เป็นวัน Epiphany เอพีฟานี หรือจะเรียกว่า วัน Three Kings’ Day ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของศาสนาคริสต์ นับจากวันที่พระคริสต์ถือกำเนิดมา ได้ 12 วันหลังจากวันคริสต์มาสคือ 25 ธันวาคม ในเย็นวันที่ 5 มกราคม จะเป็นที่เรียกว่า “วัน 12 คืน (Twelfth Night)” ตามตำนานกล่าวกันว่ามีกษัตริย์ 3 พระองค์นำของขวัญไปรับขวัญพระเยซู เป็นเทศกาลหนึ่งที่น่าสนใจ ในบางประเทศทางกลุ่มยุโรปก็ จะมีการทำเค็กชนิดพิเศษ ซึ่งซ่อนมงกุฏพระราชาไว้ภายในเนื้อเค็ก แล้วก็จะร่วมฉลองโดยการตัดเค็กแบ่ง ถ้าใครได้ส่วนของเค็กที่มีมงกุฏซ่อนอยู่ผู้นั้นก็จะได้เป็นพระราชาหรือราชินี (ก็ต้องคอยระวังเพราะจะเป็นเซรามิคเล็กๆ ซ่อนอยู่ต้องดูก่อนที่จะรับประทาน) เนื้อเค็กจะแบบพิเศษ มีเนื้อถั่วอัลมอนด์ผสมอยู่หอมหวาน มันมาก ส่วนทางบางประเทศก็จะมีการแขวนถุงเท้า ไว้เหนือเตาผิงเพื่อเชื่อว่า แม่มด จะนำของขวัญมาให้ในวันรุ่งขึ้น และมีการจัดร้านรวงต่างๆ นับเป็นเทศกาลในช่วงคริสตมาสและปีใหม่อย่างต่อเนื่องจนถึง วันนี้หลังจากวันนี้เป็นวันสิ้นสุดของเทศกาล
เรื่องราวน่าสนุกมากมากค่ะตามตำนาน เรื่องมีอยู่ว่า มีหญิงชราม่ายคนหนึ่ง เธออาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ อย่างโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานาน หลังจากที่สามีและลูกของเธอเสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย สิ่งที่มีค่าและหวงแหนที่สุดของเธอคือตุ๊กตาตัวน้อยของลูกที่จากไปที่เธอห้อยคอไว้ และชุดแต่งงานที่ทำจากขนแกะเพื่อรำลึกถึงชายคนรักคนเดียวที่เธอแต่งงานด้วย ค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวันที่ 6 มกราคม เมื่อ 2000 ปีก่อนคริสตกาล มีชายผู้ร่ำรวย 3 คน ได้เดินทางมาถึงและแวะเข้ามายังที่พักของเธอและได้บอกกล่าวอย่างลิงโลดว่า พระเยซูน้อยถือกำเนิดขึ้นแล้วที่พร้อมเชิญเธอร่วมเดินทางไปเพื่ออวยพร หญิงชราได้ปฏิเสธ พร้อมทั้งคิดว่าจะให้เธอเดินทางไปคนแปลกหน้าผู้ร่ำรวยเหล่านั้นอย่างไร ต่อมาชายเลี้ยงแกะแวะเข้ามาหาเธออย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งบอกกับเธอว่ามีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น มีเด็กน้อยถือกำเนิดขึ้น ทำให้เธอฉงนนักว่า ทั้งชายร่ำรวยและชายเลี้ยงแกะทราบได้อย่างไร ชายเลี้ยงแกะจึงเล่าว่า หลายหลายคนก็รู้เพราะได้เห็นแสงสว่างขึ้นจากฟากฟ้าทางฝั่งเบ็ทธเล็ม ส่องสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้า คือสถานที่ที่เด็กน้อยถือกำเนิด พร้อมกับการกระซิบของเหล่านางฟ้า และได้เชิญเธอร่วมเดินทางไปพร้อมกับเขา....
ค่ำคืนอันหนาวเหน็บเธอในคืนนั้นเธอได้ปฏิเสธอีกครั้ง ครั้นแล้วดวงดาวดวงนั้นก็ปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นอีกทำให้เธอได้เชื่อแน่ว่า พระเยซูน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นจริงๆ ดังที่เธอได้ยิน และคิดว่ารุ่งเช้าเธอค่อยเดินทางไปพร้อมกับชายเลี้ยงแกะและเหล่าชายผู้ร่ำรวยเหล่านั้น แต่.... หญิงชราคิดอย่างเธอจะมีอะไรไปกำนัลสำหรับกษัตริย์น้อยซึ่งถือกำเนิดขึ้นกันนะ ความว่างเปล่าและอ้างว้าง และความซื่อสัตย์จะเพียงพอแล้วหรือ...มืออันหยาบกร้านของเธอกุมไปที่ตุ๊กตาตัวน้อยที่ห้อยคอ ริมฝีปากอันแห้งผากจูบลงที่ตุ๊กตาตัวน้อย ...วันนี้เธอจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดของเธอเพื่อให้เด็กน้อยได้รับถึงความรักและความสุขอย่างที่เธอเคยได้รับและยังคงรักษาอยู่ตลอดไป .....หญิงชราตัดชุดแต่งานของเธอออกพร้อมบรรจงเย็บตกแต่ตุ๊กตาตัวน้อยเพื่อรับขวัญ พระเยซู
เช้าวันรุ่งเช้าเธอจากบ้านอย่างรวดเร็วแต่ไม่มีใครรอเธอเลย เธอจากมาไกลพอจนเธอไม่สามารถหาทางกลับบ้านได้ แต่หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและศรัทธา ทำให้เธอมีความสุขเพื่อที่จะได้เห็นเด็กน้อยมีความสุข เธอจึงตัดสินใจเดินทางต่อไปหญิงชราเที่ยวถามถึงสถานที่ เบ็ทเทธเล็ม แต่ไม่มีใครเลยที่ได้ยิน หรือรู้ว่าเป็นที่ไหน แต่เธอยังคงตามหาไปเรื่อย ๆ ดวงดาวที่คอยนำทาง และท้องฟ้าที่เธอคุ้นเคยได้หายไปแล้ว เธอหลงทาง และไม่มีวันได้พบ พระเยซูน้อย หญิงชราจึงตัดสินใจนำของขวัญแจกตามบ้านที่มีเด็กทารกน้อยกำเนิดขึ้นทุกๆ บ้านเพื่อหวังว่าคงจะมีสักหลังที่เป็นพระเยซูน้อยนั้นเอง ผู้ที่พบเห็นเธอจะเห็นในร่างของหญิงชราน่าเกลียด เด็กที่ดีจะเห็นในร่างของหญิงชราผู้ใจดี เด็กๆจะแขวนถุงเท้าไว้ข้างเตาผิงเพื่อรอรับของขวัญ ความสุขในรอยยิ้มของเด็กๆทำให้หัวใจของหญิงชราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ซุกซ่อนไว้ภายในที่ไม่มีวันสูญสลายไปจากใจของเธอเลยกลับมาอีกครั้งและจะคงอยู่ตลอดไป
คำว่า Epiphany หมายถึงการ ปรากฎให้เห็น ให้ได้รู้แจ้ง หมายถึง พระเยซูได้ถือกำเนิดบนโลก สีในการเฉลิมฉลองก็จะเป็นสีขาว และสีทอง ใช้สีเดียวกับสีประจะวันคริสตมาส หมายถึงความรุ่งโรจน์ มั่งมี และสงบ (มั่งมีในที่นี้ อาจจะมิได้หมายความถึงทรัพย์สิน แต่หมายถึงการมั่งมีถึงความสุข เพราะพระเยซูมิได้เกิดจากตระกูลของกษัตริย์) แต่กษัตริย์ถึง 3 พระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนพร้อมทั้งมอบของรับขวัญ ก็เป็นเรื่องราวของศาสนา และวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางแทบตะวันตกนะค่ะ เพื่อให้เพื่อน ๆ และผู้ที่สนใจ รับรู้เรื่องราว ทางอีกฟากหนึ่งของโลก....

มีความสุขในทุกทุกวันค่ะ

(บางตำนานก็ต่างกันไปตามสถานที่นะค่ะ)
ร้อยเรียงเรื่องราวโดย Nicky

In western Christian tradition, January 6 is celebrated as Epiphany. It goes by other names in various church traditions. In Hispanic and Latin culture, as well as some places in Europe, it is known as Three Kings’ Day (Span: el Dia de los Tres Reyes, la Fiesta de Reyes, or el Dia de los Reyes Magos; Dutch: Driekoningendag). Because of differences in church calendars, mainly between the Eastern Orthodox and the western Catholic and Protestant traditions, both Christmas and Epiphany have been observed at different times in the past. Today, most of the Eastern Orthodox traditions follow the western church calendar. The exceptions are some Greek Orthodox Churches and related traditions (e.g., Russian and Serbian Orthodox) that still follow the older calendar and celebrate Epiphany as the Theophany on January 19th.

Epiphany is the climax of the Advent/Christmas Season and the Twelve Days of Christmas, which are usually counted from the evening of December 25th until the morning of January 6th, which is the Twelfth Day. In following this older custom of counting the days beginning at sundown, the evening of January 5th is the Twelfth Night. This is an occasion for feasting in some cultures, including the baking of a special King's Cake as part of the festivities of Epiphany (a King's Cake is part of the observance of Mardi Gras in French Catholic culture of the Southern USA). In some church traditions, only the full days are counted so that January 5th is the Eleventh Day of Christmas, January 6th is the Twelfth Day, and the evening of January 6th is counted as the Twelfth Night.

In traditional Christian churches Christmas, as well as Easter, is celebrated as a period of time, a season of the church year, rather than just a day. The Season of Christmas begins with the First Sunday of Advent, marked by expectation and anticipation, and concludes with Epiphany, which looks ahead to the mission of the church to the world in light of the Nativity. The one or two Sundays between Christmas Day and Epiphany are sometimes called Christmastide. For many Protestant church traditions, the season of Epiphany extends from January 6th until Ash Wednesday, which begins the season of Lent leading to Easter. Depending on the timing of Easter, this includes from four to nine Sundays. Other traditions, especially the Roman Catholic tradition, observe Epiphany as a single day, with the Sundays following Epiphany counted as Ordinary Time. In some western traditions, the last Sunday of Epiphany is celebrated as Transfiguration Sunday.

The term epiphany means "to show" or "to make known" or even "to reveal." In Western churches, it remembers the coming of the wise men bringing gifts to visit the Christ child, who by so doing "reveal" Jesus to the world as Lord and King. In some Central and South American countries influenced by Catholic tradition, Three Kings’ Day, or the night before, is the time for opening Christmas presents. In some eastern churches, Epiphany or the Theophany commemorates Jesus’ baptism, with the visit of the Magi linked to Christmas. In some churches the day is celebrated as Christmas, with Epiphany/Theophany occurring on January 19th.

The colors of Epiphany are usually the colors of Christmas, white and gold, the colors of celebration, newness, and hope that mark the most sacred days of the church year. In traditions that only observe a single day for Epiphany, the colors are often changed after Epiphany to the colors of Ordinary Time, usually green or thematic sanctuary colors, until Transfiguration Sunday, the last Sunday before the beginning of Lent. The colors for Transfiguration Sunday are usually the colors of Holy Days, white and gold.

As with most aspects of the Christian liturgical calendar, Epiphany has theological significance as a teaching tool in the church. The Wise Men or Magi who brought gifts to the infant Jesus were the first Gentiles to acknowledge Jesus as "King" and so were the first to "show" or "reveal" Jesus to a wider world as the incarnate Christ. This act of worship by the Magi, which corresponded to Simeon’s blessing that this child Jesus would be "a light for revelation to the Gentiles" (Luke 2:32), was one of the first indications that Jesus came for all people, of all nations, of all races, and that the work of God in the world would not be limited to only a few.

The day is now observed as a time of focusing on the mission of the church in reaching others by "showing" Jesus as the Savior of all people. It is also a time of focusing on Christian brotherhood and fellowship, especially in healing the divisions of prejudice and bigotry that we all too often create between God’s children.

from cresourcei.org


Create Date : 05 มกราคม 2551
Last Update : 6 มกราคม 2551 18:33:59 น. 2 comments
Counter : 3638 Pageviews.

 
ได้ดูทีวีช่วงคริสต์มาส ปีใหม่ ก็มีแต่ถ่ายทอดสดมาจากอิตาลีแทบทั้งนั้นเลยค่ะ


โดย: KungGuenter วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:3:43:41 น.  

 


เอาไอติมมาฝากในวันหยุดค๊า


โดย: PS_PRINCESS วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:35:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

PinePh
Location :
Rome Italy, Bangkok Thailand, AMS Netherlands

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I dont have anything to say much about myself...if you want to know more please check it out!!!
free counters
Friends' blogs
[Add PinePh's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.