พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
"คำสาปรัก มายานคร" ตะลุยป่าหิมพานต์ แก้คำสาปจากอดีตชาติ

 

ชื่อหนังสือ : คำสาปรัก มายานคร

ชื่อผู้แต่ง : ปัทม์

สำนักพิมพ์ : Simply Book

 

รายละเอียด

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ "จ้าวสดายุ" จอมปักษาแห่งวิมานฉิมพลีเกิดหลงรัก "ศุภรางค์" กินรีน้อย ลูกสาวของท้าวเศวตฉัทผู้ครองเมืองมายานคร นครของกินนรและกินรี แต่ศุภรางค์นั้นไม่ได้รักจ้าวสดายุ แต่ก็สัญญาไว้ว่าขอเวลา 1 ปีเพื่อที่จะอยู่รับใช้บิดา จ้าวสดายุจึงอนุญาตแล้วให้สัตย์ว่าจะไม่มารบกวนจนกว่าจะครบสัญญา 1 ปี หลังจากนั้นเข้าสู่เดือนที่ 10 ศุภรางค์ได้พบกับ "กษิดินทร์" กษัตริย์แห่งมิถิลานคร ที่หลงเข้ามาในป่าหิมพานต์ หลังจากที่รู้จักกันมากขึ้นแล้ว ทั้งสองก็มีใจให้แก่กัน

จนใกล้วันครบกำหนด 1 ปีที่จ้าวสดายุจะมารับตัวศุภรางค์ไปอยู่ด้วย แต่กษิดินทร์ก็ชวนศุภรางค์หนีออกไปอยู่ด้วยกันที่อื่น ทำให้จ้าวสดายุโกรธเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งสาปเมืองมายานครและผู้คนในเมืองให้พินาศ ความมัวเมา ลุ่มหลง ในความรัก ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ที่ทำให้เขาและเธอต้องตามมาชดใช้ แม้กระทั่งในชาตินี้...

 

ความรู้สึกหลังอ่าน

เคยอ่านหนังสือแนวเกี่ยวกับป่าหิมพานต์มาก่อนหน้านี้สัก 2-3 เรื่อง ต้องยอมรับว่าหาคนเขียนถูกใจยากจริงๆ มีใครคิดเหมือน จขบ.บ้างว่ารูปพระเอกบนปกมันดูซีดๆ หลอนๆ ชอบกลแฮะ แต่เรื่องนี้ถ้าโฟกัสไปที่ป่าหิมพานต์อย่างเดียวขอบอกว่าชอบมาก มีสัตว์แปลกๆ และอมนุษย์แปลกๆ ค่อยๆ โผล่มาตามบทอยู่ตลอด รู้สึกตื่นเต้นดีแบบว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาอีกน๊อ ระหว่างเดินทางนี่ก็มีทั้งปีศาจค้างคาว เสือสมิง ราชสีห์ นกการเวก พญาคชสาร ยักษ์ คนธรรพ์ นาค เทพบนสวรรค์ก็มาร่วมแจม ให้ความรู้สึกว่าดึงจุดเด่นของแนวแฟนตาซีแบบไทยออกมาอย่างโดดเด่นจริงๆ

ถ้าวกกลับไปดูที่ตัวละครก็น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่รู้ว่าคู่พระ-นางชวนกันหนีงานวิวาห์จนเป็นเหตุให้เมืองมายานครและชาวเมืองถูกสาป เห็นผลของคำสาปแล้วสงสารชาวเมืองนี้จริงๆ เราอ่านแล้วรู้สึกว่าคู่รักคู่นี้สร้างกรรมหนักนะ เกิดมาใหม่เลยต้องมาชดใช้ก็สมควร ปกติเรื่องอื่นเค้าเป็นประเภทข้ามมิติใช่มั๊ยค่ะ เรื่องนี้ก็ข้ามมิติเหมือนกันแต่ต้องตายก่อนถึงจะข้ามไปได้ (อย่างนี้ออกแนวน่ากลัวนะ)  ที่แปลกใจคือมีตัวละครที่ไม่เกี่ยวข้องกับในอดีตชาติโผล่มาคนนึง คือ จักริน เป็นเจ้าชายแห่งเมืองมิถิลานครที่โผล่มาแย่งซีนเด่นพอๆ กับพระเอก หรืออาจจะเด่นกว่า เพราะเป็นมนุษย์ที่เก่งเวอร์ๆ ทั้งการใช้อาวุธหรือพระเวทย์ก็เก่งกว่าใครๆ ในเรื่อง พอเฉลยเบื้องลึกเบื้องหลังนี่ทำเอาอึ้งกันทีเดียว และที่สำคัญนายคนนี้กับพระเอกชวนจิ้น Y มากกก ไม่ได้คิดไปเองนะ อ่านแล้วมันชวนคิดจริงๆ เพราะรู้สึกว่านายจักรนี่จะชอบ 'แหย่+กวนประสาท' ให้พระเอกหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา ประมาณว่าการเห็นพระเอกหงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นการสร้างความสำราญอย่างหนึ่งของเขา บท 2 คนนี้เวลาปะทะคารมกันเรามักจะลืมๆ นางเอกไปทุกที 555

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นนิยาย Y นะคะ ในแง่ความรักของคู่พระ-นาง ถ้าใครชอบหวานๆ ก็คงจะบอกว่าเรื่องนี้ขาดน้ำตาลไปหน่อย แต่ถ้ามองกันด้วยความสมเหตุสมผล ก็ต้องบอกว่าเหมาะสมกับเรื่องดี เพราะว่าคู่พระ-นางหวานกันไปแล้วเมื่อชาติก่อน พระเอกในชาตินั้นก็เท๊เท่แบบพระเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่เก่งต่อสู้ เก่งพระเวทย์ คารมคมคายดี แต่มาชาตินี้นิสัยเปลี่ยนไปเลย เป็นคนใจร้อน ปากไว ถนัดไปทางร้องเพลง แต่งกลอน เป็นศิลปินอย่างสุนทรภู่ (โอ้ว มาแปลก) เรื่องต่อสู้ก็ไปวัดไปวาได้แต่ไม่เก่งเท่าเมื่อก่อน เลยโดนจักรกับจ้าวสดายุแย่งซีนไปเต็มๆ แถมก่อนตายนางเอกยังอธิษฐานไว้ด้วยว่าถ้าแก้คำสาปไม่ได้จะไม่ขอมีความรักอีก ดังนั้นชาตินี้เกิดมาเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วพระเอกเลยไม่ต้องลงทุนจีบ เพราะยังไงนางเอกก็คิดได้แค่เพื่อนอยู่ดี (= จีบเท่าไหร่ก็ไม่ติด สงสารพระเอกแฮะ)

อยากเชียร์นางเอกให้คู่กับจ้าวสดายุใจจะขาด แล้วให้พระเอกคู่กับจักรินไปเลยจะได้ลงตัว อิอิ คุณเธอมีหน้าที่หลักคือพาตัวเองไปที่เมืองมายานครเพื่อใช้เลือดแก้คำสาป แค่นั้นแหละ จ้าวสดายุก็เป็นหนุ่มรักเดียวใจเดียวไม่เสื่อมคลาย แม้จะโดนสาวเจ้าทิ้งไปเมื่อชาติก่อนแต่ก็ยังคงรักมั่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แบบนี้จะไม่ให้ผู้อ่านเชียร์จ้าวสดายุได้ยังไงล่ะคะ ^^ อีกตัวละครนึงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือลุงจัน เป็นพรานป่าที่มีความรู้ในการเดินป่าเยอะมาก คนอ่านก็เลยพลอยได้ความรู้ไปด้วย อย่างวิธีการหุงข้าวสวยโดยไม่ใช้หม้อในป่าทำกันยังไง เอ้อ เพิ่งรู้ว่าทำแบบนี้ได้นะ และก็ชอบตอนที่ทุกคนระลึกชาติได้แล้ว เราว่าชาติก่อนสร้างเรื่องไว้เยอะแล้วนะ ชาติก่อนของก่อนนี้คู่รักคู่นี้ก็สร้างวีรกรรมไว้หนักกว่าชาติหลังอีก ผู้เขียนเฉลยมาอย่างนี้เล่นเอาอึ้งรอบสอง! สองคนนี้มันคู่เวรคู่กรรมกันจริงๆ

สรุปว่าเป็นแฟนตาซีไทยแท้ที่ชอบมากค่ะ กลอนในเรื่องก็เพราะมากเลย ขยันแต่งไว้หลายบทดีจัง ขอยกตัวอย่างกลอนเพราะๆ คำอธิษฐานสุดท้ายของศุภรางค์ก่อนตายหน่อยแล้วกันนะ

 

ชาตินี้หนา ตัวข้า ช่างบาปนัก

เห็นแก่รัก พิศวาส เกินหักได้

นครข้า จึงต้องมา พาบรรลัย

ให้ชดใช้ มนตร์คำสาป ชั่วกัปกัลป์

จะเกิดอีก สักกี่ชาติ ขอสาบาน

แม้ทิวา ราตรีผ่าน ข้าคงมั่น

วิญญาณนี้ ขอถวาย สัตยาบัน

จงกลับคืน ล้างอาถรรพ์ ให้สิ้นไป

 

โอ้ยอดรัก ดวงใจ ของข้าเอ๋ย

คงเพราะกรรม เก่าเคย ร่วมสร้างไว้

ถึงแม้นรัก แสนห่วงหา สุดอาลัย

ชีวาข้า ขอพลีไซร้ เพื่อแผ่นดิน

ขอยุติ รักลุ่มหลง ปรารถนา

พิศวาส ในอุรา จะตัดสิ้น

ตราบใดยัง ล้างอาถรรพ์ ไม่จงจินต์

ตราบนั้นสิ้น รักสวาท ทุกชาติไป...

 

ปล. สปีดการอัพบล็อกหย่อนยานลงเพราะต้องไปฝึกงาน อู้มาเข้าบล็อกบ้างเพื่อนชาวหนอนจะได้ไม่ลืมกัน (ฮา)




Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 ตุลาคม 2556 14:52:13 น.
Counter : 1117 Pageviews.

4 comments
  
เข้ามาอัพบ่อยๆเลยค่ะ ชอบอ่านรีวิวค่ะ

เอ่อ แต่เราว่าให้พระเอกคู่กับนางเอกก็ดีแล้วนะคะ เผอิญอ่านแนว Y ไม่เป็นน่ะค่ะ จิ้นไม่เป็นเลยจริงๆแนวนี้
โดย: Sab Zab' วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:36:32 น.
  
เคยอ่านงานของผู้เขียนนานมาแล้ว จำชื่อคนเขียนกับความฮาได้
เล่มนี้ยังไม่ได้ลองค่ะ
โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:52:05 น.
  
ขอให้ฝึกงานอย่างมรความสุขนะค้า และจะมีความสุขมากๆ ถ้าหยิบนิยายเรื่องโปรดไปอ่านระหว่างฝึกงาน 55555
โดย: ชบาหลอด วันที่: 5 มิถุนายน 2556 เวลา:19:43:26 น.
  
คุณ Sab Zab' : ปกติไม่อ่านแนว Y เหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกผู้แต่งจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ล่ะมั้ง อ่านยังไงมันก็จิ้นนนน

คุณพุดน้ำบุศย์ : น่าลองนะคะ นานๆ จะมีแนวหิมพานต์หลุดมา อิอิ

คุณชบาหลอด : ขอบคุณค่า ขอให้ทำงานมีความสุขเช่นกันน้า อยากเอานิยายไปอ่านที่ทำงานเหมือนกันแต่มีช่วงเบรกแค่แป๊บเดียวเอง อ่านแล้วมันอารมณ์ค้างอ่า
โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 6 มิถุนายน 2556 เวลา:18:53:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

คุณหนูฤดูร้อน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



นานาประเทศล้วน      นับถือ
คนที่รู้หนังสือ            แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ    คนป่า
ใครเยาะกวีไซร้           แน่แท้คนดง

***พระราชนิพนธ์ ร.6
New Comments