Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
แซมบ้านิวสไตล์! 5 ประเด็นบราซิลฟอร์มแกร่งผงาดแชมป์โคปาอเมริกา2019


 
บราซิล ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้หลังจากรวมพลังประจัญบานคว่ำ เปรู 3-1 ที่สนามเอสตาดิโอ มาราคาน่า ส่งผลให้ "แซมบ้า" ผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 โดยเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของประเทศ และเป็นสมัยที่ 9 ด้วย

เกมนี้ทัพ "เซเลเซา" อาจจะต้องออกแรงเหนื่อยกันพอสมควรโดยเฉพาะในช่วง 20 นาทีสุดท้าย หลังจากที่ กาเบรียล เชซุส โดนไล่ออก และทีมมีสกอร์นำแค่ 2-1 เท่านั้น แต่ด้วยการเล่นที่มีระเบียบ และช่วยเหลือกันและกันทำให้ บราซิล สามารถรับมือกับ เปรู ได้อย่างยอดเยี่ยม

บราซิล ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้หลังจากรวมพลังประจัญบานคว่ำ เปรู 3-1 ที่สนามเอสตาดิโอ มาราคาน่า ส่งผลให้ "แซมบ้า" ผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 โดยเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของประเทศ และเป็นสมัยที่ 9 ด้วย
    เกมนี้ทัพ "เซเลเซา" อาจจะต้องออกแรงเหนื่อยกันพอสมควรโดยเฉพาะในช่วง 20 นาทีสุดท้าย หลังจากที่ กาเบรียล เชซุส โดนไล่ออก และทีมมีสกอร์นำแค่ 2-1 เท่านั้น แต่ด้วยการเล่นที่มีระเบียบ และช่วยเหลือกันและกันทำให้ บราซิล สามารถรับมือกับ เปรู ได้อย่างยอดเยี่ยม

 สุดท้ายแล้วด้วยกึ๋นการแก้เกมของ ติเต้ ที่ตัดสินใจถอด โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ออก พร้อมกับส่ง ริชาร์ลิซอน ลงเล่นในช่วง 15 นาทีสุดท้ายก็ส่งผลในแง่บวกอย่างมาก เมื่อสตาร์เอฟเวอร์ตันซัดจุดโทษเป็นประตูตอกฝาโลงคู่แข่ง ส่ง บราซิล เถลิงแชมป์อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย

1. เชซุส มีส่วนทุกจังหวะสำคัญนัดชิง

    กาเบรียล เชซุส มีส่วนสำคัญกับ 4 ประตูสุดท้ายของ บราซิล โดยยิงได้ 2 ประตู และ 2 แอสซิสต์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังถือว่าทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับการเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่ปะทะกับ เปรู เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา (เช้าตรู่วันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย)

    จังหวะแรกที่มีความสำคัญมากๆ ก็คือเขาโชว์ทักษะเหนือชั้นในการหลอกล่อแนวรับ เปรู ก่อนที่จะเปิดบอลสุดคมกริบไปที่เสาสองซึ่ง เอแวร์ตอน ยืนแต่งตัวหล่อรอบอลอยู่โล่งๆ ก่อนจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทัพ "เซเลเซา" ขึ้นนำ 1-0 หลังจากที่โดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่ เชซุส ยังช่วยทีมได้ขึ้นนำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ซึ่งถือเป็นการได้ประตูในจังหวะสำคัญมากๆ
อย่างไรก็ตาม หัวหอก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องมาเจ็บปวดหัวใจจากจังหวะการเข้าปะทะซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่กรรมการมองว่าเป็นจังหวะอันตรายทำให้เขาได้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ซึ่งตอนนั้นเวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 70 นาทีเท่านั้น

 หลังเหตุการณ์ดังกล่าวใครที่เป็นแฟนบอลทีมชาติบราซิล คงรู้สึกเห็นใจ เชซุส มากๆ เพราะนักเตะรับไม่ได้กับการโดนไล่ออก และทำให้ "แซมบ้า" ต้องเสียเปรียบตัวผู้เล่น และถึงขนาดเข้าไปนั่งร้องไห้เหมือนเด็กภายในอุโมงค์สนาม เดชะบุญที่จบเกม บราซิล ได้แชมป์มาครอง ไม่งั้นคงตกอกชกตัวโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้บ้านเกิดชวดความสำเร็จ
 
2. อลีสซง ฟอร์มเหนียวหนึบต่อเนื่อง   


    อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่เหนียวหนึบทั้งกับ ลิเวอร์พูล และทีมชาติบราซิล โดยเจ้าตัวทำผลงานชนิดที่กาวตราช้างยังต้องเรียกพี่เพราะก่อนจะลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ เจ้าตัวไม่ต้องปวดหลังก้มลงไปเก็บลูกบอลในตาข่ายแม้แต่ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตามแมตช์ชิงความเป็นเจ้าลูกหนังดินแดนอเมริกาใต้ที่สนามเอสตาดิโอ มาราคาน่า นั้น อลีสซง ต้องเสียสถิติเมื่อทัพ "แซมบ้า" เสียจุดโทษช่วงท้ายครึ่งแรก และเป็น เปาโล เกร์เรโร่ หัวหอกจอมเก๋า จัดการเปิดซิง อดีตนายด่าน โรม่า กระนั้นบทสรุปสุดท้ายเจ้าตัวช่วยชาติคว้าแชมป์โคปา บนแผ่นดินบ้านเกิดสำเร็จ แม้จะเสีย 1 ประตูก็คือว่าคุ้มค่า

    แน่นอนว่าด้วยฟอร์มสุดยอดของเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ อลีสซง จะได้รับรางวัลถุงมือทองคำ หรือ "โกลเด้น โกลฟ" ประจำทัวร์นาเมนต์ และกลายเป็นรางวัลส่วนตัวรางวัลที่ 3 ต่อจาก ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของทั้ง พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    สำหรับตอนนี้เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนโดยเฉพาะ "เดอะ ค็อป" คงกำลังวาดภาพสวยหรูเห็น อลีสซง ใส่สูทยืนถือรางวัลลูกบอลทองคำ หรือ "บัลลงดอร์" แต่ก็แค่มโนเพราะยังมีคู่แข่งอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์เพื่อนร่วมสังกัด "หงส์แดง"


3. เอแวร์ตอน เรียกฟอร์มเก่งนัดชิง   ดาวซัลโว แมนออฟเดอะแมตช์นัดชิง


ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยว่า เอแวร์ตอน ใช้ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง แม้ว่าจะเล่นไม่ค่อยดีนักในช่วง 2-3 เกมก่อนหน้านี้ แต่สำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ แนวรุกจากเกรมิโอ งัดฟอร์มเทพช่วยทำให้ "แซมบ้า" ประสบความสำเร็จ

 ดาวยิง วัย 23 ปี โชว์ฟอร์มโดดเด่นมากๆ ตั้งแต่เสียงนกหวีดของท่านเปาดังขึ้น โดยเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงทักษะชั้นยอดทั้งการวิ่งเติมเกมรุก และทำให้เกมรับของ เปรู ต้องปั่นป่วนตั้งขบวนรบไม่ได้ สุดท้ายก็ช่วยให้ บราซิล ได้ประตูขึ้นนำ หลังจากส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างงดงาม

แน่นอนว่าสไตล์การเล่นของ เอแวร์ตอน ทำให้แฟนบอลชาวบราซิเลียน ประทับใจมากๆ ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนัดชิงพร้อมกับรางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ ต่อจากนี้ไปมาลุ้นกันว่าจะมีสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทีมไหนที่จะส่งเทียบเชิญเจ้าตัวไปร่วมทีมซัมเมอร์นี้

4. อัลเวส ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด



    หลายคนมองว่า ดาเนี่ยล อัลเวส อายุอานานปาเข้าไป 36 ปีแล้วน่าจะผ่านช่วงจุดสุดยอดของการเล่นฟุตบอลไปแล้ว แต่การติดธง "เซเลเซา" เหมือนเป็นการให้เกียรติเจ้าตัวในฐานะผู้เล่นจอมเก๋า แต่ดูเหมือน ติเต้ เทรนเนอร์ มองว่า อัลเวส ยังคงมีดีไม่งั้นคงไม่มอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับเขาแน่นอน

    สำหรับความไว้เนื้อเชื่อใจของ ติเต้ แสดงให้เห็นว่าคิดถูกจริงๆ เพราะ อัลเวส ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นแข้งไร้สังกัด หลังอำลา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในช่วงซัมเมอร์นี้ ระเบิดฟอร์มสุดยอดราวกับแข้งหนุ่มกระทงที่วิ่งขึ้นวิ่งลงไม่มีหมด แถมมีทีเด็ดตรงที่ใช้ประสบการณ์ในการประคองรุ่นน้องได้อย่างดีเยี่ยม

ก่อนหน้านี้ในเกมที่อัด อาร์เจนตินา 2-0 อัลเวส ได้รับคำชมอย่างมากในการจัดการแข้งซูเปอร์สตาร์ที่อยู่เต็มทัพ "ฟ้าขาว" ขณะที่ในแมตช์ปะทะ เปรู เจ้าตัวก็ยังคงเล่นอย่างโดดเด่นโดยประตูแรกเริ่มต้นมาจาก อัลเวส ที่เปิดบอลสุดแม่นให้ เชซุส ก่อนที่บอลจะไปถึง เอแวร์ตอน ที่ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

ฉะนั้นการที่ อดีตสตาร์ เซบีย่า, "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า และ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ได้รับเลือกให้นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์โค ปา อเมริกา 2019

5. บราซิลยุคใหม่สไตล์ใหม่

ใครที่เป็นคอลูกหลังยุคเก่าๆ แน่นอนว่าเคยได้เห็นลีลาแซมบ้าในยามที่ บราซิล ลงสนาม ฉะนั้นเมื่อเวลาที่เห็นบรรดานักเตะเลือด "แซมบ้า" ลงเล่นทั้งแฟนบอลบนอัฒจันทร์และที่หน้าจอโทรทัศน์หรืออาจจะหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกๆ คนคาดหวังเห็นลีลาบราซิล

สำหรับลีลาเท่ๆ แบบนั้น ติเต้ กุนซือคนเก่งไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในยุคที่เขากุมบังเหียน โดยเจ้าตัวเน้นย้ำลูกทีมทุกครั้งไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันว่าต้องโฟกัสไปที่การทำงานหนักเพื่อนำชัยชนะมาสู่ทีมมากกว่าการโชว์ฟอร์มสวยงามเลิศเลอเอาใจแฟนบอล

สไตล์การเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปได้ส่งผลตอบแทนที่แสนคุ้มค่าให้กับพวกเขาแล้ว โดยการคว้าแชมป์โคปา อเมริกา เกิดจากการที่นักเตะทุกคนเล่นเพื่อทีมมากกว่าต้องการโชว์ความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเห็นได้ชัดในเกมกับ เปรู นัดชิง ที่แข้งบราซิเลียน พยายามวิ่งไล่บอล และช่วยกันตลอดโดยเฉพาะตอนที่เหลือแค่ 10 คนจนทำให้คู่แข่งต้องพบกับความยากลำบาก


ข้อมูลจาก https://www.siamsport.co.th/



Create Date : 08 กรกฎาคม 2562
Last Update : 8 กรกฎาคม 2562 14:47:16 น. 0 comments
Counter : 25 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ล่องแม่ปิง
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




อังกฤษเป็นชาติที่เริ่มเล่นฟุตบอล แต่บราซิลเป็นชาติที่สอนการเล่นฟุตบอล

มีคำพูดธรรมดาๆประจำฟุตบอลโลกอยู่ประโยดหนึ่งว่า"ฟุตบอลโลกที่ไม่มีบราซิล ก็ไม่ใช่ฟุตบอลโลก"


จะจริงเท็จประการใด แฟนบอลทั่วโลกยังไม่เคยทราบ เพราะที่ผ่านมา 20 ครั้ง และครั้งที่ 21 ในปี 2018 บราซิลยังคงได้เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายอิกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพ


ผมยังนึกไม่ออกว่าหากบราซิลไม่สามารถผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลกในปีนั้นจะขาดอะไรไปบ้าง....มนต์ขลังลีลาแซมบ้า. สีเขียว-เหลืองที่แต่งแต้มฟุตบอลโลกทุกครั้งเสมอมา หรือกองเชียร์ที่แต่งองค์ทรงเครื่องกันมา น้องๆขบวนพาเหรดงานคานิวัล ผมว่าคงไม่เกิดขึ้นในรุ่นของผมนะครับ
Friends' blogs
[Add ล่องแม่ปิง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.