Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 

โรนัลโด้ไม่มีใครเอาประวัติศาสตร์ของผมไปได้






29/10/2556

โรนัลโด้อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิล ได้รับการยกย่องให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก ซึ่งในวันนี้เขาอยู่ในวงการลูกหนังอาชีพมาครบ 20 ปีแล้ว 

ดาวยิงบราซิเลียน เป็นเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยในปี 1994 และ 2002 และยังเป็นเจ้าของสถิติ นักเตะที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ได้มากที่สุดถึง 15 ประตูอีกด้วย 

ในวาระครบรอบ 20 ปีในวงการฟุตบอลอาชีพ โรนัลโด้จะมาเปิดใจถึงความเป็นไปในวงการลูกหนังของเขา รวมไปถึงการให้ทัศนะถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่บราซิลในกลางปีหน้าด้วย 

โรนัลโด้ ปีนี้จะเป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีในการเล่นฟุตบอลอาชีพของคุณ แล้วคุณยังจำวันแรกที่คุณลงประเดิมสนามได้หรือไม่? 
        ''โอ้โฮ เป็นเวลานานมากๆ แล้ว แต่ผมก็ยังจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอาชีพค้าแข้งของผมได้ เหมือนกับว่าเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้'' 
        ''ผมจำได้ว่าผมมีความรู้สึกอย่างไร ตอนที่ตัวเองเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับครูไซโร่ ผมฝันมาโดยตลอดว่า อยากที่จะเป็นนักเตะอาชีพ ดังนั้นผมจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นจริงขึ้นมา'' 
        ''เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ทำให้ตอนนั้นทั้งขา, แขน และแม้แต่มือของผม พากันสั่นไปหมด แต่หลังจากที่เกมเริ่มต้นไปได้สักพัก ผมก็เริ่มควบคุมตัวเองได้'' 

คุณมีความรู้สึกอย่างไร ตอนที่โค้ชมาบอกกับคุณว่า คุณจะได้ลงเล่นในเกมนั้นด้วย?
        ''ผมรู้สึกตื่นเต้น หัวใจของผมแทบจะหลุดออกมาจากตัว แต่ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกดีใจมากด้วย'' 
        ''ผมต้องการที่จะลงสนามมาโดยตลอด ผมอาจจะรู้สึกตื่นเต้น และตื่นกลัว แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้ดีว่านี่คือก้าวที่สำคัญในชีวิตของผม ดังนั้นผมต้องพยายามทำให้ดีที่สุด'' 

        ''อย่างไรก็ตาม ผมก็สามารถที่จะควบคุมความตื่นเต้นนั้นได้ ผู้เล่นมักจะมีความตื่นกลัว ก่อนที่เกมจะเริ่มเสมอ แต่หลังจากที่เวลาผ่านไป คุณก็จะลืมทุกอย่าง และเข้าไปอยู่กับเกมได้เอง'' 

คุณบอกเรื่องนี้กับใครเป็นคนแรก?

        ''สมัยนั้นยังไม่มีมือถือ แต่ผมจำได้ว่าคนแรกที่ผมบอกคือ เบนโต้ ริเบยโร่ เพื่อนขอผม(เพื่อนบ้านของเขาที่ริโอฯ)'' 
        ''ตอนนั้นผมไม่มีแม้แต่โทรศัพท์บ้าน ผมกลับมาบอกเรื่องนี้กับครอบครัว แล้วก็บอกต่อไปยังเพื่อนอีกสองสามคน ทุกคนตื่นเต้นกันมาก'' 

        ''เกมนัดนั้นไม่มีถ่ายทอดสดทางทีวี ทำให้พ่อของผมต้องเดินทางไปบนเนินเขา ซึ่งอยู่ในอีกส่วนหนึ่งของเมือง เพื่อที่จะฟังรายงานจากวิทยุเครื่องเก่าๆ ของท่าน โดยต้องจูนคลื่นไปยังสถานีที่ส่งมาจากเบโล่ โฮริซอนเต้ ซึ่งอยู่ห่างจากริโอ เดอ จาเนโร เป็นระยะทางถึง 450 กิโลเมตร'' 

        ''ท่านฟังรายงานการแข่งขันจนจบเกม และทีมของผมเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ซึ่งทำให้ทุกคนตื่นเต้นกันมาก'' 


ตอนนี้ชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก คุณยังจำได้ไหมว่าคุณนำเงินเดือนที่ได้รับครั้งแรก ไปทำอะไร?

        ''ผมจำได้ ผมเอาไปให้แม่หมดเลย ตอนนั้นพี่น้องของผม และญาติๆ นอนกันบนเตียง ส่วนผมต้องนอนที่โซฟา เช่นเดียวกันกับแม่ของผม ดังนั้นผมจึงอยากจะให้ทุกคนมีที่นอนที่ดีขึ้น'' 

ถ้าหากว่าคุณสามารถย้อนเวลากลับไปได้ คุณอยากจะกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรไหม?

        ''ไม่ ผมต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และผมก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับฟุตบอล ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นสิ่งที่ผมต้องการ ซึ่งหลายๆ อย่าง ดีกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้เสียอีก'' 

        ''ผมเองก็ไม่คิดว่า ตัวเองจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ ผมฝันเสมอว่า อยากจะเป็นนักฟุตบอล และใช้ชีวิตในวงการกีฬาของผม ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก'' 

สมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็ไม่ได้มาง่ายๆ คุณย้ายไปฮอลแลนด์ตั้งแต่อายุยังน้อย คุณได้รับประสบการณ์อย่างไรบ้าง และการที่ต้องจากบ้านเกิดไปตั้งแต่เด็กๆ สร้างความลำบากในการติดต่อกับครอบครัวของคุณขนาดไหน?

        ''ลำบากมาก ผมอายุเพียงแค่ 17 และการที่ต้องจากบราซิลไปอยู่ฮอลแลนด์ ถือว่ายากลำบากมาก เพราะผมไปจากที่อุณหภูมิ 30 องศา ไปยังที่อุณหภูมิติดลบ จึงไม่ใช่เรื่องสนุกเลย และผมก็เกลียดอากาศหนาวมาก'' 

        ''ทุกๆ อย่างเย็นไปหมดตอนที่ต้องลงฝึกซ้อม ทั้งเท้าของผม, ขา, มือ, คอ และหัว ผมไม่คิดเลยว่า ตัวเองจะดำเนินชีวิตอยู่ในความหนาวแบบนั้นได้'' 

        ''นอกจากนั้นอาหารยังเป็นปัญหาของผมด้วย และผมก็พูดภาษาดัตช์ไม่ได้ จึงยิ่งทำให้ผมมีปัญหาเวลาที่ต้องเลือกเมนูอาหาร การเรียนรู้ภาษาของที่นั่น ถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับผม ซึ่งผมต้องใช้เวลาอยู่นานถึงสองปีทีเดียว''

        ''แต่ว่าตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้ว เพราะว่าผมไม่ได้ใช้ภาษาของที่นั่นนานนัก แต่ว่าผมก็มีความสุขดี กับการได้เล่นฟุตบอลที่นั่น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก'' 




กองหน้าคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณ?
        ''ซิโก้คือไอดอลของผม ส่วนกองหน้าที่ผมชอบในยุคนั้น คือ มาร์โก แวน บาสเท่น หนึ่งในสุดยอดดาวยิงของโลก'' 


เหตุการณ์ไหนที่ถือว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตค้าแข้งของคุณบ้าง? ช่วยยกตัวอย่างสักหนึ่งเหตุการณ์

        ''คงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกเพียงแค่เหตุการณ์เดียว แต่ผมบอกได้ว่า ผมตัดสินใจได้ถูกต้องในทุกๆ ครั้ง'' 

สมัยที่เริ่มสร้างชื่อกับบาร์เซโลน่า

        ''ผมมักจะเลือกทีมได้ถูกเวลาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครูไซโร่, พีเอสวี, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ แล้วก็ทีมอื่นๆ ที่ผมเคยเล่นด้วย ทุกครั้งล้วนแต่มีความสำคัญทั้งหมด'' 

ทีมไหนที่คุณอยากจะเล่นด้วยมากที่สุด?

        ''ไม่มีทีมไหนเป็นพิเศษ แต่ว่าผมก็อยากจะลองไปเล่นในอังกฤษดู แต่ว่าก็ไม่มีโอกาสเสียแล้ว'' 


คุณดังมากเมื่อครั้งที่อยู่กับบาร์เซโลน่า แต่ก็เคยเล่นให้กับเรอัล มาดริดด้วย แถมยังเคยอยู่กับทั้งอินเตอร์ และเอซี มิลาน ซึ่งมีคนรักคุณมากมาย แต่ว่าใครที่คุณไม่อยากจะพบหน้าด้วย?

        ''คงเป็นนักข่าวใหญ่ของบราซิลที่ชื่อ เนลสัน โรดริเกส แต่ผมก็ไม่ได้ไปใส่ใจกับคำพูดของคนบางคน ผมทำให้คนส่วนใหญ่มีความสุขก็พอ'' 

คุณอยู่ในทีมบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกปี 94 ที่สหรัฐฯ ด้วย รู้สึกอย่างไรที่อยู่ในทีมเดียวกับสตาร์ดังอย่าง โรมาริโอ, ดุงก้า และเบเบโต้?

        ''การได้มีช่วงเวลาร่วมกับ โรมาริโอ, เบเบโต้, ดุงก้า, ไร และเลโอนาร์โด้ ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมเคยดูพวกเขาแต่ทางทีวี ซึ่งผมชื่นชอบพวกเขามาก'' 

        ''เหมือนกับผมได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง ซึ่งผมไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้เจอะเจอกับพวกเขา การได้เล่น ได้เรียนรู้ และการได้ดูว่า โรมาริโอ และเบเบโต้ มีการเคลื่อนไหวอย่างไร ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เยี่ยมยอดมาก'' 

ฟุตบอลโลกที่บราซิลในปี 2014 ใกล้เข้ามาแล้ว คุณคิดว่าทีมชาติของคุณมีความพร้อมเพียงใด และคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ จะเหมือนกับฟุตบอลโลกหรือไม่?

        ''ไม่เหมือนแน่นอน แต่ว่าทีมของเราก็ได้แสดงความมุ่งมั่นออกมาให้เห็น ในคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เรายังมีเวลาในการเตรียมตัว และเชื่อว่าชาวบราซิลทุกคน หวังที่จะเห็นทีมชาติของเราคว้าแชมป์โลกได้ในบ้านตัวเอง และผมเชื่อว่าเรามีโอกาส'' 

คุณคิดว่าใครเป็นตัวเต็งในบอลโลกหนนี้?

        ''สเปนและเยอรมัน คือทีมเต็ง แต่บราซิลก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา และเราก็จะได้เล่นในบ้าน ดังนั้นผมอยากจะบอกว่า ตัวเต็งก็คือ บราซิล, เยอรมัน และสเปน'' 

คุณรู้หรือเปล่าว่า มิโรสลาฟ โคลเซ่ เหลืออีกเพียงแค่ประตูเดียว ก็จะทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลกได้สูงสุดเทียบเท่ากับคุณ?

        ''ทราบ และหลายคนก็คงจะจับตามองในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าสถิตินี้จะต้องถูกทำลายลงในวันหนึ่ง ผมจึงไม่เคยเป็นกังวลเลย'' 

        ''วันหนึ่งต้องมีคนเกิดขึ้นมาเพื่อทำลายสถิติ ผมเองก็ยิงประตูเอาไว้มากมาย และคงจะไม่มีทางลืมง่ายๆ'' 

        ''ผมก็สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการยิงประตูในฟุตบอลโลกเอาไว้ 15 ประตู  ซึ่งถ้าหากว่า เขาสามารถยิงได้มากกว่าผม ผมก็จะแสดงความดีใจกับเขา และชื่นชมเขา แต่ว่าเขาไม่มีทางเอาประตู หรือว่าประวัติศาสตร์ของผมไปได้'' 


ถ้าสถิติของคุณถูกทำลายจริง คงถือเป็นการล้างแค้นของเยอรมัน เพราะว่าคุณคือผู้ทำลายสถิติของ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ทำเอาไว้ให้กับเยอรมัน...
        ''อาจจะเป็นเช่นนั้น และสถิติก็จะกลับไปเป็นของเยอรมันอีกครั้ง แต่สถิติมีเอาไว้ให้ผู้คนชื่นชม ไม่ใช่ชัยชนะของใคร สิ่งนี้เป็นการทำเพื่อทีม โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นผู้ชนะร่วมกัน'' 

สุดท้าย เกี่ยวกับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คุณจะพูดกับโรนัลโด้ในปี 1993 อย่างไร?

        ''ผมจะบอกเขาให้อดทน, มีความมุ่งมั่น และมีวินัย ผมไม่สามารถที่จะกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ และผมคงจะทำทุกๆ อย่างเหมือนเดิม'' 

        No.10
ข้อมูลจาก //www.siamsport.com




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2556
1 comments
Last Update : 29 ตุลาคม 2556 8:19:18 น.
Counter : 1156 Pageviews.

 

ที่1 ในใจเสมอ

 

โดย: บิ๊ก IP: 118.173.223.27 28 กรกฎาคม 2558 18:13:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
ล่องแม่ปิง
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




อังกฤษเป็นชาติที่เริ่มเล่นฟุตบอล แต่บราซิลเป็นชาติที่สอนการเล่นฟุตบอล

มีคำพูดธรรมดาๆประจำฟุตบอลโลกอยู่ประโยดหนึ่งว่า"ฟุตบอลโลกที่ไม่มีบราซิล ก็ไม่ใช่ฟุตบอลโลก"


จะจริงเท็จประการใด แฟนบอลทั่วโลกยังไม่เคยทราบ เพราะที่ผ่านมา 19 ครั้ง และครั้งที่ 20 ในปี 2014 บราซิลยังคงได้เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายอิกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพ


ผมยังนึกไม่ออกว่าหากบราซิลไม่สามารถผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลกในปีนั้นจะขาดอะไรไปบ้าง....มนต์ขลังลีลาแซมบ้า. สีเขียว-เหลืองที่แต่งแต้มฟุตบอลโลกทุกครั้งเสมอมา หรือกองเชียร์ที่แต่งองค์ทรงเครื่องกันมา น้องๆขบวนพาเหรดงานคานิวัล ผมว่าคงไม่เกิดขึ้นในรุ่นของผมนะครับ
Friends' blogs
[Add ล่องแม่ปิง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.