www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

หน้าแรก (Re-volver)



สำหรับเพื่อนๆที่อ่าน”หนังสือรัก” แล้วชวนมาพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือได้ที่นี่ครับ --> //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=13



สวัสดีครับ



ขึ้นหน้าใหม่งวดนี้ มาพร้อมกับอากาศร้อนที่เริ่มจะเพิ่มดีกรีเข้าสู่ภาวะ ‘ร้อนตับแตก’ เข้าไปทุกที นอกจากปัญหาร้อนแล้วปีนี้เป็นที่ปีที่คนไทยเราต้องพบกับศึกหนักทั้งเหนือและใต้ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาหมอกควันที่ทำให้ภาคเหนือกลายเป็น Silent Hill และทำให้ภาคใต้ตอนล่างเป็น Sin city ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าย่างกรายลงไป ได้แต่ขออธิษฐานให้เรื่องร้ายๆในบ้านเราจบสิ้นลงโดยไว และ ให้เมืองไทยไม่ว่าจะเหนือหรือใต้กลับมาเป็น สยามเมืองยิ้ม ชนิด เราเดินยิ้มได้ในทุกจังหวัดที่แวะไปเยี่ยมเยือนโดยไม่ต้องกลัวระเบิดหรือหมอกจะแยงตา


มีเรื่องที่ต้องเกริ่นล่วงหน้ากับเพื่อนผู้อ่านครับ นั่นคือ เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป กระผมเองจำต้องกลับไปสู่ต่างจังหวัดแล้ว มิได้ประจำการในกรุงเทพเหมือนที่ผ่านๆมา

นั่นแปลว่า...



เปล่าครับ มิได้ประกาศยุบ Blog แต่อย่างใด

เพียงแต่ หลังมิถุนา เพื่อนๆอาจจะได้อ่าน บทความในนี้ ช้าลง กว่าปกติ ไม่อัพเดทไวเหมือนเคย ที่ได้มาแวะเวียนทักทายก็อาจมาได้น้อยกว่าเดิม เพราะผมเองคงเข้ามาดูหนังในกรุงเทพเฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์ ไม่ได้ดูวันแรกๆเหมือนที่ผ่านๆมา ไม่ได้เข้าเน็ตถี่เหมือนอยู่ที่นี่

ทุกคนย่อมต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง Blog นี้รวมทั้งผมก็เช่นกัน ได้แต่หวังว่า ถึงวันนั้นเพื่อนผู้อ่านจะยังคงติดตามมาเป็นเพื่อนร่วมบล็อกกันต่อไป รักน้อยลงไม่ว่าแต่ขอให้รักกันนานๆก็เพียงพอ (ได้ที ขอน้ำเน่าออดอ้อนผู้อ่านกันดื้อๆ)

สุดท้าย มีข่าวแจ้งบอกเล่าเพื่อนๆครับ ว่าต่อไป นอกจากการติดตามอ่านในเน็ตเช่นนี้แล้ว เจ้าของบล้อกจะมีผลงานให้เพื่อนๆได้อ่านบนหน้ากระดาษ จากนี้ไปเดือนละสามเล่ม อันได้แก่

1.Cream magazine กับ คอลัมน์ Life on screen การหยิบยกชีวิตตัวละครในหนังมาวิเคราะห์พูดคุย เล่มแรกที่วางแผงแล้วในตอนนี้คือบทความ เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย จาก Final score และ เล่มหน้ารออ่าน Nada SouSou ครับ

2.Cool เป็น Magazine ภาพยนตร์ที่จะออกปลายเดือนนี้ กับ คอลัมน์ Everyone wants to be found บทความวิเคราะห์ตัวหนังในสไตล์ที่เพื่อนๆคุ้นเคยกับใน Blog คือ ทำให้หนัง อ่านง่ายและได้อะไรกลับไป

3.All magazine ที่วางขายเห็นกันบ่อยๆที่ 7-11 กับ คอลัมน์(ยังไม่รู้ชื่อ)ที่จะเลือกหนัง DVD มาแนะนำเล่าถึงเดือนละเรื่องสองเรื่อง โดยยังคงเน้นสไตล์เดิมคือ หนังให้อะไรเราอีกนอกจากความบันเทิง เพียงแต่เลือกเฉพาะเรื่องที่หาได้ง่าย น่าสนใจจะเช่า/ซื้อหรือหยิบยืมเพื่อนมาดู เริ่มต้นฉบับเดือนพ.ค.ครับ

ส่วนโปรเจคต์พ็อกเก็ตบุ๊คเล่มสองนั้น มีแน่แต่ช้าหน่อยครับ ตอนนี้ยังเป็นวุ้นอยู่ แต่ตั้งใจจะทำให้เสร็จภายในปีนี้แน่นอน ระหว่างนี้อุดหนุน”หนังสือรัก”ก่อนได้นะครับ ซื้อแล้วซื้ออีกได้เราไม่ว่ากัน หลายคนบอกหาซื้อไม่ได้เพราะไม่เห็น ถ้าเป็นเช่นนั้น เวลาเข้าไปในร้านให้บอกกับพนักงานขายได้เลยครับเพราะอาจถูกเก็บอยู่ในตู้ไปแล้ว หรือ อีกทางคือซื้อกับทางเว็บสนพ.ได้เลยครับ


ป.ล. หนังแนะนำประจำ “หน้าแรก” งวดนี้ เป็นหนังที่ดูแล้วขออาสาเป็นหน้าม้าขอเชียร์ครับ เป็นหน้าม้าอย่างเป็นทางการถัดจาก Always , The village album และ The Prestige กับ หนังเรื่อง Bridge to Terabithia เป็นไม่กี่เรื่องในช่วงหลังที่ต้องแอบปาดน้ำตาป้อยๆและซาบซึ้งประทับใจไปกับเรื่องราวในหนัง แต่ อย่าเพิ่งรีบด่วนไปตีตั๋ว หรือ ไปดูเพราะเห็นตัวอย่างหนัง โปรดไปอ่านข้อควรรู้ก่อนดูหนังเรื่องนี้ที่ ลิงค์นี้เลยครับ --> คลิก

ป.ล.2... บทความพิเศษประจำหน้าแรกงวดนี้ ขอเป็นเรื่อง ระบบเซนเซอร์ที่ไร้มาตรฐานและผียาหม่อง ชวนไปอ่าน และ เป็นหนึ่งในพลังเสียงได้ที่นี่เลยครับ --> คลิก

ป.ล.3... มีข่าวฝากหรือข่าวแนะนำกับ ร้านหนังสือ เปิดใหม่ครับ โดยเพื่อนในพันทิป กับรูปแบบร้านหนังสือที่ตั้งใจจะทำออกมาเพื่อคนรักการอ่าน ประมาณร้านของเม็กไรอัน ในหนัง You got mail เห็นรูปร้านอ่านไอเดีย แล้วเลยต้องขอมาช่วยเชียร์ครับ กับ ร้านชื่อ Book Garden อยู่แถวสี่แยกวังหิน (หาไม่เจอโทรถามเจ้าของร้านได้ที่ 02-942-1256 )






ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว เช่น ซีเอ็ด , แพร่พิทยา ,คิโนคุนิยะ พารากอน, ศูนย์หนังสือจุฬา + B2S ฯลฯ )

ในงานสัปดาห์หนังสือ 30 มีนา ถึง 10 เมษายน นี้ ลองไปยืนอ่านฟรีแล้วซื้อหาในครอบครองได้ที่ บู๊ธ
M12 zone C1
O16 Zone C1
Q42 Zone C2
ครับผม




ขอบคุณครับ...สำหรับทุกๆครั้งที่ท่านแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
i_behind_you@yahoo.com




สำหรับบทความใหม่ๆที่เพิ่งเขียนเสร็จ หนังใหม่ๆ หรือ บทความที่น่าสนใจอื่นๆนอกจากหนัง เลือกอ่านได้จากหน้าสารบัญทางนี้เลยครับ --> หน้าสารบัญ





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 20 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 20:02:51 น. 71 comments
Counter : 1291 Pageviews.

 
หลบร้อนมาอ่านต่อ...
หนังสือรัก อุดหนุน ไปเรียบโร้ย 2 เล่มแล้วจ้า ...แต่ต้องฝากเพื่อนที่ไปเรียนซื้อมา เพราะจุฬาออนไลน์ไม่ส่งแถวแจ้งวัฒนะชั่วคราว ... หลายๆคนที่ได้อ่าน อยากได้นะ แต่ร้านใกล้ๆไม่มีวาง หรือว่าขายดีจนหมด?

วันก่อนเพิ่งสั่งหนังสือจาก website ของนักเขียนท่านนึง ...ขั้นตอนง่ายๆ เหมือนซื้อหนังสือออนไลน์ทั่วไป น่าสนใจนะคะ ...เลือกหนังสือ, โอนเงิน, ส่ง e-mail หรือ Fax หลักฐานการโอนเงิน, เจ้าหน้าที่ก็ส่ง e-mail ตอบกลับมาว่าจะส่งหนังสือให้วันไหน...และแน่นอนได้ส่วนลด + ลายเซ็นต์นักเขียนในดวงใจด้วย

คุณ"ผมฯ" น่าจะลองพิจารณาดูนะคะ
เชื่อว่าแฟน blog ที่อยากอ่าน อยากซื้อเป็นของขวัญฯ แต่ยังหาไม่ได้น่าจะยังมีอีกเยอะน๊า

จริงดิ! งานสัปดาห์หนังสือ (ช่วงเวลาแห่งความสุข) กำลังจะเวียนมาอีกแว้ว ... รอจะไปอุดหนุนเล่มที่มีลายเซ็นต์อีก หลายๆ เล่มจ้า...


โดย: ความเห็นคุณ bua ja ตกค้างจากหน้าที่แล้ว ("ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ) วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:0:49:21 น.  

 
ไปดู 300 มาแล้วค่ะ ตอนแรกที่ดู Trailer แอบไม่ชอบใจเพราะจริงๆแล้วมันเป็นประวัติศาสตร์ของแท้แต่กลับทำออกมาในรูปแบบแฟนตาซี รู้สึกว่ามันแปลกๆยังไงชอบกล แต่พอไปดูจริงๆแล้วชอบมากๆๆๆ เลยค่ะ Production และ Graphic สวยมากๆเลย เป็นหนังที่เท่มากเรื่องนึง (ถ้าตัดความแปลกของฝ่าย Persian เพราะจริงๆแล้วเค้าก็เป็นมนุษย์มนาธรรมดาไม่ได้เป็นแบบอมุนษย์เหมือนในหนัง) ยังไงก็ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลย แอบชอบ Gerard Butler อย่างแรง (^-^)


โดย: ความเห็นคุณ TaMaChAN ตกค้างจากหน้าที่แล้ว ("ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ) วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:0:50:05 น.  

 
เวลาอ่านบทความที่พี่เขียนทีไรรู้สึกเห็นภาพว่าพี่กำลังพูดทุกทีเลย สงสัยว่าถ้าได้อ่านบทความโดยไม่รู้ว่าพี่เป็นคนเขียนคงจะเดาได้แน่ๆ เป็นเอกลักษณ์มากๆ


โดย: ความเห็นน้อง โยเกิร์ตฯ ตกค้างจากหน้าที่แล้ว ("ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ) วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:0:50:40 น.  

 
สี่แยกวังหินนี่อยู่ตรงไหนหว่า - -..
เห็นบรรยากาศร้านแล้วอยากไปมั่กๆ...

วันพุธนี้ว่าจะไปสอยเด็กน้อยห้อยสะพาน กับ หนูน้อยถอนหลังลงส้วม ครับ ^^


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:1:48:41 น.  

 
ผมซื้อหนังสือรักจบไปก่อนที่จะเห็น blog นี้ของคุณครับ ซื้อตั้งแต่วางแผงแรกๆ เลย แล้วก็มอบให้น้องผู้หญิงที่ทำงานด้วยกัน ที่กำลังอยู่ในความรัก ด้วยหวังจะให้เธอได้มองเห็นแง่มุมของความรักได้หลากหลาย และมีความรักที่ไม่ลำเอียง เหมือนทัศนะคติที่ผมเห็นจากงานของคุณ

ก็ยอมรับว่าคุณเขียนหนังสือได้ดีมากครับ น่าจะมีคุณครูสาขาวิชาอื่นได้นำเอาความลึกซึ้งในภาษาและแนวการวิจารณ์ของคุณไปสอนให้เด็กๆ ได้ใช้กับวิชาอื่น ก็จะดีไม่น้อย

ผมรู้ว่าการเขียนหนังสือนั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะเขียนได้ดีอย่างนี้ ก็ขอขอบคุณที่อดทนทำหนังสือดีๆ เพื่อให้คนอื่นๆ เช่นผมได้มีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้นครับ


โดย: Heavy IP: 61.7.146.21 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:10:01:02 น.  

 
+ โห volver ก็คือ return แล้ว นี่ยัง re-volver อีกตะหาก อุๆ
+ แหะๆ เมื่อวานไม่อยู่ เลยไม่ได้มาเขียน ... สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วุ่นวายอยู่กับธุระของครอบครัว (ช่วงนี้มีบ่อยจัง วัยรุ่นเหนื่อยนะเนี่ย - -') ... แต่โชคดีตรงที่คุณแม่เกิดอยากดูหนังโรงในกุงเต้บขึ้นมาซะงั้น (ปกติโรงที่บ้านผมจะโลว์ๆ หน่อย) ... ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาไปดู ไม่แมงมุม ก็หนูตกท่อ ... ปรากฎรอบไม่ได้ทั้ง 2 เรื่อง สุดท้ายก็เลยลากคุณแม่ไปดู สะพาน จนได้

+ Bridge to Terabithia : กลัวเหลือเกินกับคนที่จินตาการไปถึง ลอร์ดหรือนาร์เนียหรือแม้แต่เอรากอน ... จริงๆ แล้วธีมหนังต่างกันพอสมควรเลยล่ะ เพราะนี่ไม่ใช่หนัง (Pure)Fantasy แต่ genre' หลักน่าจะเป็น Drama / Coming-of-age มากกว่า โดยมีแฟนตาซีเป็นเพียงฉากหลัง แต่ก็เป็นพลังอันแข็งแรงที่ทำให้อารมณ์หนังไปถึงจุดหมายปลายทางของ 'สาส์น' ที่ทั้งตัวหนังสือ และ หนังต้องการส่งให้ผู้อ่านได้รับ ... เห็นด้วยกับคุณ จขบ. ว่าหนังเรื่องนี้เหมาะกับเด็กวัยที่โตหน่อยครับ เพราะเด็กเล็กๆ อาจไม่เก็ทกับอารมณ์ดราม่าที่อยู่ในหนังก็เป็นได้ ... ไว้รอเขียนเต็มๆ ตอนคุณ จขบ. เขียนที่ 'ดูแล้วมาคุยกัน' อีกทีนะครับ

+ [น้องนาโน] แยกวังหิน ... บอกตำแหน่งแน่นอนไม่ได้เหมือนกันแฮะ แต่น่าจะอยู่แถวๆ ด้านหลังโชคชัย 4 (ลาดพร้าว) ลึกเข้าไปข้างในอ่ะครับ ... เข้าใจว่าสายรถเมล์ที่ผ่านคือ 178 ... และ แหม เล่นรอวันพุธ 80 บาท เบิ้ลทีละ 2 เรื่องเลยเหรอครับ? เช็คตารางนิดนึงด้วยน้า รู้สึก 'หนูตกท่อ' ซาวด์แทร็คจะมีแค่ 2 ที่ SFW กับเอ็มโพเรียมเท่านั้นอ่ะครับผม

+ [ตอบคุณ จขบ. จาก'หน้าแรก' ที่แล้ว] บริษัทผมเค้าเลิกส่งพนักงานไปเที่ยว ... เอ๊ย ไปฝึกงานมานานแว้วอ่ะครับ ก็เลยต้องส่งตัวเองไปเที่ยวแทน ... พอดีโปรเจ็คท์นี้เพื่อนผม (ซึ่งเรียนใกล้จะจบ กลับมาอยู่เมืองไทยเต็มที) ชวนไปหลายปีดีดักล่ะให้ไปเที่ยว ที่พักฟรี ... ก็เลยคิดไว้ตั้งกะปลายปีที่แล้ว กว่าจะเดินเรื่องขอวีซ่าได้ ก็วุ่นวายพอดู ... ก็คงได้เที่ยว NYC, DC และPhilly อ่ะครับ โซนๆ นั้น ช่วงวันจักรีถึงหลังวันสงกรานต์ (ไปคืน 5 เมษา กลับ 17 เมษาเย็นๆ) ยื่นลาพักร้อนไว้เรียบโร้ยแว้ว ... หายไปนาน คงคิดถึงเพื่อนๆ ในบล็อกนี้ และหนังที่จะเข้าโรงแย่เลยอ่า

+ เย็นนี้ ตั้งใจเต็มที่ ต้องดู The lives of others ให้ได้ เพราะพ้นจากพุธนี้ หนังน่าจะออกโรงแล้วแน่ๆ (เค้าอุตส่าห์เอาเข้าฉายมาเป็นเดือนแล้ว รวมรอบพิเศษ ก็ไม่ว่างดูซะที) ... ค้าง 300, Flushed away ... หนังใหม่สัปดาห์นี้ เท่าที่เห็น น่าจะต้องเก็บ The good shepperd กับ Rain, the cyborg (เห็นหนังตัวอย่างแล้วจั๊กจี้จัง เนี่ยนะหนังของปาร์คชานวุค ขาโหด อุๆๆ)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:11:12:44 น.  

 
ซาบซึ้งในน้ำใจพี่มาก T T ขอบคุณที่ช่วยโปรโมทร้านให้ค่ะ
ที่ร้านมีหนังสือเกี่ยวกับหนังพอประมาณ แต่ที่ชอบแนะนำให้ลูกค้าก็หนังสือรักนี่แหละค่ะ
เพราะถ้ารักหนังล่ะก็ จะรักหนังสือรักแน่นอนค่ะ


โดย: Heineken Girl IP: 58.8.142.203 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:11:25:29 น.  

 
เช็คแล้วครับพี่บลูฯ
สงสัยก็คงไปดู SFW ทั้งสองเรื่องนั่นแหละครับ ^^


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.11 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:11:44:43 น.  

 
คือว่าร้านหนังสือน่านั่ง........
กลัวแต่มีคนจะนั่งอ่านในร้านอย่างเดียวเท่านั้น.....
ซื้อน้อย.........

แอบเป็นห่วง.....


โดย: ปลายปัญญา วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:14:10:11 น.  

 
คือว่าขายกาแฟด้วยค่ะ ทำร้านให้เป็นที่นั่งอ่านหนังสืออยู่แล้ว อยากให้มีร้านอ่านหนังสือเยอะๆ แต่ถ้าชอบใจเล่มไหน ซื้อกลับไปอ่านด้วยก็ดี อ่านเสร็จก็นอนกอดด้วย อย่างเช่นหนังสือรัก
มีลูกค้าคนนึงบอกว่า เขาอ่านในบลอกพี่ผมอยู่ข้างหลังคุณหมดแล้ว
หนูก็จะบอกว่า มันไม่เหมือนกันนะคะ
ถ้ารักหนังสือ รักคนเขียนก็ต้องช่วยกันอุดหนุน เขาจะด้มีงานออกมาเรื่อยๆ มีกำลังใจค่ะ
สรุปพอเขาอ่านในร้านเสร็จ เขาก็ซื้อไปค่ะ
เพื่อนๆที่สนใจหนังสือ โทรมาถามได้นะคะ
(เกรงใจเจ้าของบ้านจัง แอบมาโฆษณาบ้านเค้าเฉยเลย)


โดย: Heineken Girl IP: 58.8.142.203 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:16:11:27 น.  

 
รบกวนคุณเจ้าของร้าน และขออนุญาตเจ้าของ
บล๊อค ถามเรื่องร้านสักหน่อยนะครับ ไม่อยากโทรไปรบกวนน่ะครับ

แยกวังหินเนี่ย ตรงไหนเหรอครับ มีสถานที่ใกล้เคียงหรืออะไรที่พอจะช่วยนำทางได้มากกว่านี้มั้ยครับ


โดย: จอมผีดิบมันตรัย IP: 125.27.17.219 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:1:31:00 น.  

 
พอถึงแยกวังหินนะคะ ตรงมาทางเสนาค่ะ
ร้านจะอยู่ติดธนาคารไทยพานิชย์ สาขาเสนานิคม
จอดรถฟรีที่เสนาแลนด์ค่ะ
พอถึงแยกวังหินโทรหาได้ค่ะ ร้านเปิดหกโมงเช้าถึงเที่ยงคืนค่ะ 02-942-1256
087-977-7657

หนูเกรงใจเจ้าของบลอกมากเลย
ยังไงแอดมาคุยกันได้ที่อีเมล์นี้นะคะ
แหะๆ ล่าสุดไปดู 300 มา กลับมาบ้าน เอาแต่ร้องฮู!!!!! พลั่ก



โดย: Heineken Girl IP: 58.8.137.121 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:9:50:11 น.  

 
+ หลังจากที่ถูกอั้นก๊อกไว้นาน ... เมื่อวานเย็นอารมณ์อยากดูหนังของผมก็พุ่งสูงถึงขีดสุด เลยซัดไปซะ 2 เรื่องรวด ... ประเดิมด้วยการซดลาบเลือดกับ 300 (ไปเขียนใน 'ดูแล้วมาคุยกัน' ไว้แล้ว) ... แล้วก็เรื่องสำคัญ ซึ่งหมดเย็นนี้อาจถูกถอดจากโปรแกรม เพราะแทบไม่เหลือรอบฉายแล้ว ก็คือ ...

+ The lives of others : ด้วยรางวัลออสการ์หนัง ตปท. ยอดเยี่ยมหมาดๆ เป็นประกัน น่าจะมีดีอยู่พอตัวแน่ๆ (คกก. อาจคิดว่า Pan's labyrinth ได้ไปตั้ง 3 แล้ว เลยน่าจะแบ่งให้เรื่องอื่นบ้าง ... รึเปล่า? เพราะยังไม่ได้ดู Pan ง่ะ เลยบอกไม่ได้)
... เป็นหนังสไตล์ยุโรปที่ไม่เอื่อยซะทีเดียวนะครับ ... เป็นการปอกเปลือกจิตวิญญาณของตัวเอก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สตาซี่ (น่าจะเทียบได้กับ 'เกสตาโป' ยุคนาซี) ของเยอรมัน ตอ. ที่คอยสอดส่องประชาชนว่ามีใครมีแนวโน้มจะมีหัวเอียงไปทางโลก ตต. บ้าง ... จากเดิมที่ต้องทำงานที่เคร่งครัด น่าเบื่อ ไร้ชีวิตชีวา (ชอบฉากเปิดจัง ที่ตัดสลับเหตุการณ์สอบสวนจริงกับในห้องที่สอนนักเรียน) ... พอได้สอดแนมดูชีวิตคนอื่นที่มีสีสัน มีอุดมการณ์ (และเริ่มคิดได้ว่าฝ่ายตัวเองต่างหาก ที่ชั่วร้าย) ... และทำให้ตัวเอกได้ขัดเกลาจิตวิญญาณ และเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเอง (และผู้อื่นอีกหลายๆ คน) ไปเป็นอีกแบบนึง ......... เข้มข้นถึงใจคอหนัง Political / Drama (+สายลับ) ดีครับ

+ วันนี้เย็น ถ้าไม่มีโปรแกรมแทรก คงไปดู หนูตกท่อ 80 บาทที่ SFW (จะรอบเดียวกับน้องนาโนมั้ยหว่า?) เด๋วพรุ่งนี้มาเล่าต่อครับผมว่าเป็นยังไงบ้าง


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:11:39:47 น.  

 
ร้านหนังสือร้านนี้ผมเคยไปครับ ตอนนั้นชื่อว่า "Bookafe" รุ่นพี่ที่รู้จักกันเป็นคนตกแต่งให้ แต่ตอนนี้คุณมาโพสว่าชื่อ "Book Garden" ก็คงจะเลิกกิจการไปแล้วและ Book Garden มาทำแทน จากประสบการณ์ ร้านสวยๆ ทำยากครับ ต้องใจเย็นๆ และมีเงินทุนสำรองเยอะพอสมควร เพราะเงินจะจมในเดือนแรกๆ แต่ผู้แสวงหาร้านหนังสือดีๆ มีกาแฟอร่อยๆ เยอะครับ (ผมก็คนนึงละ) ยังไงก็ขอให้เจริญๆ นะครับผม

ขอบ่นนิดว่าตั้งแต่มีลูกมานี่ไม่เคยได้ไปดูหนังโรงเลย อยากดูหลายเรื่องแต่ก็ตัดใจดู DVD VCD หมด น่าเสียดายจัง


โดย: Unregistered user วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:14:08:03 น.  

 
ใครมีหนังสือ ชื่อ รุไบยาต ของโอมาร์ คัยยาม ขายบ้าง ติดต่อด้วยก๊าบ
ที่ RigKGMaterial-man@pttep.com


โดย: maxim IP: 203.155.29.60 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:15:53:19 น.  

 
ผมไปดูรอบบ่ายสามมาครับ
ไม่ยักกะเห็นพี่บลูยอชท์แฮะ
(ตอนหลังๆ เห็นที่มันว่าง เลยย้ายไปนอนดูที่เก้าอี้วีไอพีซะเรย)

Flushed Away ผมชอบตัวละครนะครับ ออกแบบได้โอเคดี แต่ที่ชอบที่สุดคือเผ่าพันธุ์ทากบ้าเพลง (ยิ่งฉากที่ออกมาร้องเพลง Lonely นี่ฮาสุดๆ ^^)
แต่ส่วนเนื้อเรื่อง(ที่ก็พอจะเดาได้มาบ้างหน่อยแล้ว) ผมว่าแทบไม่ต่างกับ Cars เลย กับโครงเรื่องเกี่ยวกับตัวเอกที่ประสบเหตุให้พลัดถิ่นไปซักที่ แล้วก็เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองไปในท้ายที่สุด
(เสียงพากย์ ไม่น่าเชื่อว่า Kate Winslet จะทำเสียงห้าวได้ขนาดนี้)

Bridge to Terabithia -- สำนึกบุญคุณพี่ จขบ. เลยครับ ถ้าพี่ไม่มายั่ว ผมก็คงไม่เสร็จเป็นแน่แท้ นอกจากดาราน่ารักๆทั้งน้อง AnnaSophia Robb กับคุณครู Zooey Deschanel แล้ว เนื้อเรื่องนี่สุดๆ... (ถึงบางช่วงจะเอื่อยๆไปหน่อย) ตอนท้ายนี่ทำผมน้ำตาไหลเลยง่ะ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:20:52:49 น.  

 
คุณ nanoguy ดู 15.05 โรง 4 SFW รึเปล่าครับ ผมก็ดูรอบนี้อะ ไม่ผิดหวังเลย ชอบเหมือนเดิม ไปดูเพราะเห็นเครดิตผู้สร้าง Wallace & Gromit แล้วก็เบื่อๆ อนิเมชั่นเนื้อหาอเมริกันด้วย (เร็วๆ นี้เพิ่งดู Madagascar รู้สึกไม่ค่อยสนุกเลย)

เนื้อหาการ์ตูนผมว่าเด็กๆ ดีนะ สาระน้อย ดูง่ายสบายๆ ไม่ค่อยแฝงข้อคิดดี พักหลังๆ อนิเมชั่นส่วนใหญ่เน้นแทรกสาระมากๆ จนเป็นสูตรสำเร็จไงไม่รู้


โดย: ayres IP: 58.64.106.214 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:21:45:49 น.  

 
myspace layouts, myspace codes, glitter graphics


โดย: C'est Si Bon (C'est Si Bon ) วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:1:30:03 น.  

 
+ [น้องนาโน] งั้นคงไม่เห็นหรอกคับ แหะๆ ... กว่าพี่จะเลิกงาน 5 โมงเย็น กว่าจะถ่อไปถึงโรงอีก ... ก็เลยไปหม่ำข้าว อ่านหนังสือรอ ... ได้ดูรอบ 20.10 โน่นแหละครับ ...

+ Flushed away : เครดิตทีมสร้างระดับ อาร์ตมัน สตูดิโอ (Wallace & Gromit) และดรีมเวิร์คส์แล้ว ... และเนื่องจากไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ก็เลยรู้สึกว่ามันดีกว่าที่คิด ... และถ้าเอาไปเทียบกับอนิเมชั่นอเมริกันอย่างที่คุณ ayres #17 ว่า ... เรื่องเหล่านั้นดูจืดไปเลยอ่ะครับ ... เรื่องนี้ฮากว่ากันเยอะเลย

... ถึงเนื้อเรื่องจะออกเป็นสูตรอยู่บ้าง ... แต่ก็มีแผนการณ์ใหญ่ของตัวร้าย อย่าง The toad ที่ทำให้พระเอกกลายเป็นฮีโร่ของชาวหนูในท่อระบายน้ำได้ในที่สุด ... หนังเรียกเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของผมได้เป็นระยะๆ ตลอดทาง ด้วยมุกฮาน่ารักๆ มากมาย ... และคงเป็นเพราะมีมุกตลกสไตล์อังกฤษ, แบบจิกกัด และการเอาหนังใหญ่หลายๆ เรื่องมาล้อเลียน (ต้องไปดูเอาเองว่ามีเรื่องอะไรบ้าง) รวมทั้งเลียนแบบคาแรคเตอร์ในหนังเรื่องต่างๆ (โดยเฉพาะของเจ้าของเสียงพากย์)ด้วยมั้ง และทำให้ขำและหนุกหนานไปกับเรื่องราวได้เป็นอย่างมาก

... คาแรคเตอร์โดดเด่น ทั้งตัวเอกคือรอดนีย์ (พากย์โดยฮิวจ์ แจ๊คแมน) และริต้า (เคต วินสเลต) ดูเข้าขากันได้ดี ทั้งที่ตอนแรกพระเอกดูเป็นหนูไฮโซที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ส่วนนางเอกก็แก่นเซี้ยวเปรี้ยวซะ / ชอบครอบครัวและบ้านโยกไปโยกมาของนางเอก ที่มีพี่น้องเป็นร้อยตัวได้มั้งนั้น ... โดยเฉพาะคุณยายที่คลั่งไคล้พระเอกเป็นพิเศษ / ที่ชอบมั่กๆ อีกอย่างคือมุกน้องหอยทากทั้งหลายนั่นแหละครับ โผล่มาทีไรก็ฮาเมื่อนั้น ... อย่างมุกร้องเพลงโอลดีส์ปลอบใจพระเอก เป็นต้น / ตัวร้ายก็ฮา ทั้งคุณคางคก The toad (เอียน แม็คเคลแลน), สมุนเซ่อซ่าทั้ง 2 สไปค์ (แอนดี เซอร์คิส) และขาวผ่อง (ลุงแสบบิล ไนก์ฮี), แก๊งกบนักสืบที่มาจากฝรั่งเศส (ฌอง เรโน)

... สรุปว่าชอบครับ อารมณ์ดีเป็นพิเศษหลังดูจบ ไม่ได้ดูอนิเมชั่นฮาๆ ขนาดนี้มานานแว้ว ... เสียดายทำรายได้ที่อเมริกาน้อยไปหน่อย (~60 กว่าล้านเหรียญ) เลยรู้สึกเหมือนหนังมันคว่ำ (ก็ทุนสร้างตั้ง 150 ล้านแน่ะ!) และเลยทำให้มันไม่ดังอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:14:16:53 น.  

 
#19 คุณบลูยอชท์
ผมอ่านเจอในบอร์ด imdb เห็นบางคนบอกว่าที่หนังเจ๊งเพราะมันเป็นอังกฤษมากไป อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่จำได้ รู้สึก Wallace & Gromit ก็ทำรายได้ไม่ดีนักในอเมริกา สำหรับผม Flushed Away นี่น่าจะดีพอจะเข้าชิงรางวัลปีหน้า

รอบที่ดูคนค่อนข้างน้อย บางส่วนผมก็ไม่เก็ท คือดูออกว่าหนังปล่อยมุข แต่ไม่รู้ว่าขำยังไง (ได้ยินเสียงฝรั่งขำโฮ่โฮ่เลย) แต่รวมๆ แล้วก็ยังสนุกดีอยู่ เสร็จหลังจากนั้นเจอเพื่อน เลยตีตั๋วดูหอแต๋วแตกอีกรอบ แบบว่า... เหอะๆๆ


โดย: ayres IP: 58.64.106.214 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:16:17:28 น.  

 
ดีคร้าบ

...เดี๋ยวจะกลับมาตอบมาคุยกับเพื่อนๆ พอดีตอนนี้อยู่สยาม มีเวลาระหว่างรอ TheGood shepard เลยขอรายงานสดถึงหนังสองเรื่องที่ได้ดูไป

นานะ2 ... หนังไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมคาดไว้ เพราะเห็นกระแสที่ญี่ปุ่นไม่ดี เสียงวิจารณ์ก็ค่อนข้างแย่ แล้วก็ยังมีเปลี่ยนนักแสดงไปหลายคน แต่ โดยรวมแล้ว เนื้อหาที่มืดมนหมองหม่นมากขึ้น ทำให้หนังยังคงความน่าสนใจมากอยู่ดี และ อารมณ์ของหนังก็ไม่ได้ห่างไกลจากภาคแรกมาก

นานะภาคนี้จะไม่สดใสวีดวี๊วหวานแหววเหมือนก่อนอีกแล้ว เพราะ โลกสีขาวของเธอต้องเจอกับ สีดำ ของโลกแห่งความเป็นจริงเข้ามาเปรอะเปื้อนและเธอเองก็ต้องพยายามต่อสู้และผ่านพ้นไป

ตัวละครจะค่อยๆเติบโตขึ้นไปอีกดั่งเช่นที่นานะค้นพบว่า 'การไปถึงฝั่งฝัน' กับ 'การมีความสุข' นั้นมันคนละเรื่อง

ยังคงมีฉากดีๆและประโยคดีๆจากหนังเพียบ (ผมชอบฉากแก้วทับแก้วเป็นอันมาก มีความหมายดีและสื่อความรู้สึกได้ดี)

ปัญหาใหญ่ๆปัญหาเดียวที่ทำให้หนังทั้งเรื่องกระเทือนซาง คือ การแสดงของสาวน้อยคนใหม่ที่มารับบท นานะ (ฮาจิ) เธอไม่สามารถทำให้ผมเชื่อได้เลยว่า เธออาโนเนะอินโนเซนต์ อย่างที่เห็นจริงๆเหมือนนักแสดงคนเก่าที่ทำให้เราเชื่อว่าตัวตนเธอเป็นเช่นนั้น แต่ในภาคนี้ตัวละครนี้ทำให้เรารู้สึกว่า เธอกำลังพยายามเป็น และ ทำให้หลายฉากต้องรู้สึกรำคาญขัดเคืองใจไปพร้อมๆกับสงสารตัวเธอ ไม่ผิดหวังครับ

I'm a Cyborg, But That's OK... เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ปาคชานวุค คงไม่สามารถสลัดความรุนแรงออกไปจากตัวตนของเขาได้ เพราะแม้แต่หนังที่เขาว่าจะสร้างขึ้นมาด้วยหวังว่าลูกชายจะมีโอกาสได้ดูเรื่องนี้นั้น ก็ยังคงมีแอบโหด แอบเลือดนอง ปนไปกับเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างสับสน จนผมสงสัยว่าลูกชายของเขาน่าจะไปดู ซี่รี่ส์ความแค้นได้เข้าใจมากกว่า

ประเด็นของหนังดี กับการพยายามจะเล่าชีวิตของ คนที่มีโลกส่วนตัวอยู่กับจินตนาการส่วนตัว คนสองคนได้พบกัน และคอยช่วยเหลือกันให้มีชีวิตอยู่รอดในโลกความเป็นจริง แต่ ความช่างคิดของเขาเหมือนดาบสองคม เพราะหลายฉากเขาโชว์ไอเดียเก๋ไก๋ได้น่าทึ่งน่าประทับใจ แต่ภาพรวมออกมากลายเป็นว่า เขาทำให้หนังดูยากจนเกินความจำเป็น ยากที่จะเข้าใจ และ ตัวละครคนไข้โรคจิตที่เขาพยายามนำเสนอนั้น ก็ดูห่างไกลจากความเป็นจริงมากพอสมควร ค่อนข้างผิดหวังเล็กๆครับ

ป.ล. แต่แฟนๆเรนก็อาจจะดีใจที่ได้เจอเขาบนจอใหญ่ เขาเล่นได้ดีพอสมควร(แต่นางเอกเล่นดีกว่า) ที่คิดเช่นนี้เพราะว่า แฟนคลับสามคนข้างๆผมกรี๊ดกร๊าดขำกรั่กๆแทบตลอดเวลา ที่จำได้ชัดเจนคือ "ว๊าย เรนกระต่ายน้อยมาแล้ว"

ป.ล.นานะ 2 คงไม่ได้รีวิวในดูแล้วมาคุยกันนะครับ ต้องส่งเป็นต้นฉบับให้กับทางสนพ.จึงจะเอามาลงทีหลังได้ แต่ เรื่องหลังยังไม่แน่ครับ โอ๊ะ ใกล้เวลาหนังฉายแล้ว ไปก่อนเน้อ แล้วจะกลับมาคุยใหม่


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:17:07:12 น.  

 
อิชิกาว่า ยูอิ เป็นฮาจิไม่ได้หรอกครับ...
เท่าที่เห็นเธอพยายามมากจนล้นและเวอร์เกินเหตุ และน่ารำคาญ

ส่วนเรื่องเนื้อหา ไม่แย่ครับ แต่ผมรู้สึกว่าภาคนี้มันขาดพลังและแรงจูงใจที่จะทำให้คนดูซึมไปกับเรื่องได้มากเท่ากับภาคแรก (ซึ่งสาเหตุสำคัญมากๆอย่างหนึ่งก็คือการเปลี่ยนตัวฮาจินี่แหละ - อ่านเจอมาจากที่ไหนไม่รู้เขาบอกว่าแม่หนูอาโออิ ไม่อยากเล่นเลิฟซีน เลยปฏิเสธไป ซะงั้น - -*) เลยทำให้ผมดูไปแบบเอื่อยๆ เบื่อๆหน่อย

สิ่งที่ยังพอจะพยุงหนังให้อยู่ได้ก็คือมาดของมิกะ กับเพลง (แต่ว่าเพลงในภาคนี้ก็ยังไม่ติดหูติดใจเท่า Glamorous Sky กับ Endless Story ของภาคแรกได้เลยซักเพลง)


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.7 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:19:57:51 น.  

 
ช่วยอุดหนุน หนังสือรัก แล้วนะจะบอกให้

เพิ่งถอยมาเมื่อวาน ยังไม่ว่างอ่านเลย เด๋ววันเสาร์-อาทิตย์นี้จะไปนั่งอ่าน อิอิ


โดย: batzgirl วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:8:18:25 น.  

 
+ [คุยกับคุณ ayres #20] Flushed away ถือเป็นอนิเมชั่นของปี 2006 ครับ (ปล่อยฉายเมกา พ.ย. 06) ... ส่วนบ้านเรา กว่าจะเข้าโรงได้ ก็ต้องรอเด็กๆ ปิดเทอมเช่นนี้แล ... ดังนั้นจึงไม่น่าจะได้เข้าชิงรางวัลอะไร เพราะผ่านช่วงไปหมดแล้ว ... ก็ไม่เป็นไร เก็บความสนุกไว้ในใจเราก็พอครับ

+ อืม I'm cyborg นี่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ห่างไกลคนละโยชน์กับหนังตัวอย่างเลยนะนั่น ... นี่ผมอุตส่าห์ไปโปรโมตให้เพื่อนที่เป็นแฟนคลับนายเรน (และดันเป็นคนชอบหนังรักกุ๊กกิ๊กเข้าใจง่าย) ว่า หนังเรนเข้าแล้ว ... แบบนี้เห็นจะต้องเตือนซะหน่อยแล้วว่าคงไม่ใช่แนวอย่างที่คิดอ่า


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.130 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:10:08:49 น.  

 
ที่คุณ คห 1พูดถึงเราขอแนะนำ ร้านหนังสือปูทะเลนะ //ThaiSpecial.com ดีมากเลย เราสั่งซื้อ 3ครั้งแล้ว ง่ายๆ ลดราคาให้ด้วย ค่าส่งก็ถูก ดูแลดีทุกขั้นตอนเลย ตอนนี้ถ้าจะซื้อหนังสือ ไม่เคยเสียเวลาไปเดินหา หรือต้องคอยง้อพนักงาน (ห่วยๆ )เลย ขอบอก หาให้หน่อย ๆ แล้วแถมบางทีเหลือแต่เล่มเก่า ก็ต้องซื้อ (มันต้องใช้) หรือบางที ต้องนั่งรถหลายต่อ เพื่อไปร้านดังๆ เหนื่อย เปลืองค่ารถ เสียเวลาด้วย สรุปแล้ว ประทับใจ การบริการของwebปูทะเลค่ะ ขอบอกต่อ


โดย: สุนันทินี IP: 125.24.21.221 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:10:37:09 น.  

 
อ้อ หนังสือรัก ซื้อแน่นอนค่ะ ขึ้นแท่นเป็นของขวัญจากใจ ไปอีกเล่ม ถัดจาก อารมณ์เป็นสุข ซึ่งซื้อให้เป็นของขวัญปีใหม่ ,วันเกิด, ฯลฯ แด่เพื่อนๆ พี่ๆน้อง ญาติ ๆ ค่ะ คือที่ต้องรอ(คิว)แป๊บหนึ่ง เพราะค่าใช้จ่ายมันจำกัดน่ะ ตัวเอง


โดย: สุนันทินี IP: 125.24.21.221 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:10:43:26 น.  

 
bua ja ... ขอบคุณคร้าบที่อุดหนุน จริงๆจะสั่งทางเว็บก็ได้นะครับ แต่เป็นเว็บของทางสนพ.หนะครับ

TaMaChAN ... สาวๆชอบเจอราด บัตเลอร์ หนุ่มๆอย่างผมก็ชื่นชอบ ภรรยาสุดที่รักของเขา(ในหนัง)เหมือนกัน เธอช่างเซ็กซี่เร่าร้อน รักสามีและเด็ดขาดเฉียบคมเหลือเกิน เสียดายโดนหลอกง่ายไปหน่อย

โยเกิร์ตฯ ...แสดงว่า พี่เป็นคน ปากตรงกับใจ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)

nanoguy ... อยู่ตรง เอ่อ ไม่ทราบเหมือนกันคร้าบ เพราะยังไม่เคยไปร้านไกลจากที่ทำงานและที่พักมากโขอยู่ แต่เห็นคอนเซ็ปท์และตัวร้านจากรูปถ่ายก็เลยอยากช่วยเป็นกำลังใจให้ครับ ลองโทรถามจากเจ้าของร้านที่เขาตามมาโพสต์ได้เลยจ้า

Heavy ... ขอตอบว่า ดีใจ ยินดี และ เป็นเกียรติ มากๆเลยครับ

จอมผีดิบมันตรัย ... ไปตามความเห็นคุณ Heineken Girl ด้านล่างได้เลยนะครับผม

Heineken Girl ... ยินดีและเป็นกำลังใจให้ครับ (ดีใจที่ช่วยเชียร์ให้ลูกค้า เพราะมีหลายคนว่า ในบล้อกจะเหมือนกับในหนังสือเป๊ะๆ เลยไม่ได้ซื้อ)

บลูยอชท์ ... สงกรานต์ผมเฝ้าบล้อกมิได้กลับบ้านครับ โชคดีช่วงนั้นหนังเพียบ เที่ยวให้สนุกเน้อครับ กลับมาจะได้ฝากบล้อกต่อ เพราะวันที่ 20 มีแผนจะลงใต้ไปงานวันเกิดรุ่นน้องครับ ส่วน The lives of others คงหมดสิทธิร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วหละ

Unregistered user ... ไม่ได้เจอนาน ไปเลี้ยงลูกนี่เอง รออีกหน่อย เดี๋ยวพอลูกโตก็จะได้เพื่อนดูหนังเพิ่มอีกคนเลยนะครับ

Maxim ... รอลุ้นให้มีคนรู้แล้วมาตอบครับผม

Ayres ... สวัสดีคร้าบ Flushed away นี่ผมคงรอแผ่น อ่านจากคนไปดูมาส่วนใหญ่ก็ดูพึงพอใจดีนะ ที่อยากมากคือ อยากดูตัวละครที่เคต วินสเลต พากษ์ (ช่วงหลังๆชอบเธอจังไม่รู้เป็นไง รอดูLittle children ก็ดันโดนเลื่อนซะได้)

C'est Si Bon ... ยินดีต้อนรับครับผม

batzgirl ...ขอบคุณคร้าบ รอลุ้นเปิดอ่านแล้วจะว่าอย่างไร บล็อกหมวดหนังสือรัก รอความเห็นผู้อ่านอยู่นะครับ มีความสุขกับหนังสือมากๆนะครับ

สุนันทินี ... เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนๆคงได้ใช้บริการกันนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับกับแผนการที่วางไว้

.... วันนี้ขอตัวกลับบ้านต่างจังหวัดก่อนนะคร้าบ อาทิตย์นี้ได้เวลาของ Little miss sunshine ซะที แล้วจะกลับมาเล่าให้อ่านครับผม


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:13:02:15 น.  

 
อ้าว..ไปอยู่ต่างจังหวัดเหรอคะ

แต่ยังไงก็คงจะยังมาอ่านกันเรื่อยๆ แหละค่ะ

ใครว่าไม่ได้รางวัลคะนี่ ถึงจะไปตอบในความเห็นที่สามสิบสอง แต่เป็นคนที่ตอบเป็นลำดับที่ ๕ เองค่ะ

ยินดีด้วยนะคะ แล้วจะประกาศอย่างเป็นทางการพร้อมจัดส่งของให้อีกทีค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:14:18:12 น.  

 
เคยไปร้านนี้มาเหมือนกัน แฟนชอบไป ไอ้เราก็ติดไปด้วย
บรรยากาศดีเน้อ


โดย: แก้วตาขาร็อค IP: 203.188.63.118 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:16:07:36 น.  

 
วันนี้เพิ่งไปเลี้ยงแกะกับ The Good Shepherd มาครับ..
หนังยาวมาก
แถมเนื้อเรื่องยังเล่นประเด็นหลักสองด้าน จนแทบจะแยกเป็นสองเรื่องได้อีกต่างหาก (ถ้าชั่วโมงสุดท้ายไม่ออกมาแบบที่หนังเป็นนี่คงแย่กว่านี้)
สองชั่วโมงแรกคือความอืดถืด...
แต่ชั่วโมงหลังนี่พอจะตีตื้นขึ้นมาได้บ้างครับ..

เรื่องการแสดง เรื่องนี้ผมยกให้แองเจลิน่า โจลี่.. เธอเล่นแล้วเราเชื่อ ตั้งแต่ยี่สิบยันหกสิบ ไม่เหมือนแมตต์ เดม่อน ที่เล่นดีเฉพาะช่วงวัยหนุ่ม พอเข้าตอนแก่แล้วผมดูมันไม่ใช่เท่าไหร่ (แม้ว่าจะเล่นดีกว่าตอน The Departed ก็ตาม) ถึงหน้าตายๆ อารมณ์ชาๆ แบบนี้มันเหมาะกับการเป็นสายลับซีไอเอก็ตามที


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.7 วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:19:26:13 น.  

 


โดย: าวฑํ IP: 222.46.18.34 วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:5:35:42 น.  

 
วันนี้ไปโรงบาลบ้ามาครับ
เป็นหนังแนวดูไม่รู้เรื่องอีกเรื่อง 555
แต่ว่าผมชอบตอนท้ายๆของเรื่องนะครับ ทำออกมาได้โรแมนติกดีมากๆ ตีตื้นขึ้นมาได้เยอะเลย

และแล้ว ปาร์ค ชานวุก ก็ต้องใส่ฉากบังคับของหนังตัวเองเข้ามาจนได้ ทั้งนองเลือดและเซ็กส์ซีน.

ว่าแต่ Little Children หายไปอีกรอบแล้วนี่ครับ เฮ้ออ...


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.61 วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:15:24:25 น.  

 
มาแปะไว้อีกที รอพี่ จขบ. กลับกรุง...
เพิ่งซื้อดีวีดี Election ของตู้ฉีฟงมาดองไว้ครับ ลองเปิดเช็คดูแล้วไม่มีเซนเซอร์ (ค่อยยังชั่ว)
แล้วก็บ๊อกซ์เซตจางอี้โหมว Hero กับ บ้านมีดบิน
(จุดประสงค์หลักคืออยากดู Hero เสียงจีน หุหุหุ)


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.9 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:12:49:10 น.  

 
+ สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีคิวนัดเพื่อนผู้เชี่ยวชาญให้ไปช่วยไกด์เรื่องซื้อกล้องดิจิตอล (ที่จะเอาไปเที่ยว) ที่งาน Commart ... แต่ดันโดนเพื่อนเบี้ยว ... ดีว่าเลือกยี่ห้อกับรุ่นในใจไว้แล้วเหลือ 2 รุ่น ก็เลยเปรียบเทียบราคากับของแถมแต่ละร้านได้ไม่ยากนัก ... ไว้อีกหน่อยอาจได้ถ่ายรูปบ้าๆ บอๆ ไปแปะไว้ในบล็อกของกระผมเองบ้างอ่ะครับ แหะๆ
+ จากข้างต้นก็เลยทำให้เก็บหนัง (ยาวมั่กๆ) ได้แค่เรื่องเดียวคือ The good shepperd (ใจจริงอยากดู Cyborg มากกว่า แต่ได้ยินเสียงล่ำลือจากคุณ จขบ. แล้วยิ่งมาอ่านคำยืนยันจากน้องนาโนต่อ แล้วชักแหยง ... ส่วนนานะ เนื่องจากผมยังไม่ได้ดูภาค 1 ก็เลยว่าไว้ค่อยหาแผ่นมาดูทีเดียว 2 ภาครวดเลยดีฝ่า)
+ ผมเป็นโรค ตามหนังจำพวกสายลับ สืบสวนแบบนี้ไม่ค่อยทันอ่ะครับ (เป็นมาตั้งแต่สมัย L.A. confidential โน่นแล้ว ... หรือแม้แต่ A very long engeagement ผมก็ยังงงเลย) ... บางทีก็จำหน้าไม่ได้ด้วยว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน แล้วใครจะทำอะไร (คงคล้ายๆ เวลาคุณ จขบ. ดูหนังสงคราม) ... แถมหนังยังยาวจัด ออกจากโรงก็เลยมึนๆ พอสมควร ... แต่ก็จับใจความได้อยู่นะ แม้แต่ช่วงสลับเวลา เพราะเค้าก็เขียนวันเดือนปีบอกไว้ชัดเจน ... แต่กับเรื่องนี้ มันสะกดอารมณ์ผมไม่ค่อยได้แฮะ

+ [คุณ จขบ.] รู้สึกผมกับคุณ จขบ. จะสลับช่วงเวลากันเที่ยวมาหลายรอบแว้วนะฮับเนี่ย ... ของผมส่วนมากจะไปช่วงพีค ช่วงไฮทุกที แหะๆ ... และป่านนี้น่าจะได้ดู Miss Sunshine ที่บ้านมาเรียบโร้ยแล้ว ชอบมั้ยครับ? ... หรือว่าอาจจะกำลังขะมักเขม้นปั่นลงบล็อกใน 'ดูหนังที่บ้าน' อยู่รึเปล่าครับเนี่ย?

+ เออ! จริงๆ ด้วย Little children ที่โปสเตอร์ถูกแปะวันที่ทับไว้ว่าฉาย 29 มีนา มันหายจากโปรแกรมหนังสัปดาห์นี้ไปอยู่ที่ไหนอีกแล้วหว่า ?!?

+ หนังสัปดาห์ที่จะถึง ที่น่าสนใจก็คงมี ...
แฝด - แต่ไม่ค่อยชอบหนังตัวอย่างแฮะ มันดูเน้นลาบเลือดไปนิด ... แต่คิดว่า 2 ผกก. ไม่น่าทำบทอ่อนน้า
Copying Beethoven - เห็นเค้าว่าแค่ดูฉากบรรเลงซิมโฟนีหมายเลข 9 ฉากเดียวก็สุดยอดแล้ว (แต่เหมือนจะได้เห็นในหนังตัวอย่างแล้วนะ)
The fountain - เห็นว่าหนังพล็อตแบบนี้ มันมาเร็วกว่าเวลาไปหน่อย (สงสัยจะมีแนวคิดเชิงปรัชญาแฝงอยู่ด้วย ... ถ้าไม่ชอบ ก็อาจเกลียดไปเลย (ดูจากเว็บวิจารณ์แล้วก็จริงๆ ด้วย ไม่ 10 ก็ 0!) ... แถมมีตั้ง 3 ชาติแน่ะ การดำเนินเรื่องเลยอาจดูอืดๆ มั้ง (เดาเอา) ... แต่คิดว่าคงจะดูอ่ะครับ ถึงแม้ผมจะยังไม่เคยดูเรื่องก่อนๆ ของ ผกก.ดาเรน อโรนอฟสกี้ก็ตาม (ไว้จะหา Pi กับ Requiem for a dream มาดูให้ได้) ... เพราะอย่างน้อย ดารานำอย่าง ฮิวจ์ แจ๊คแมน และเรเชล ไวส์ น่าจะประคองหนังอยู่ได้นะ

+ เย้ๆ สุดสัปดาห์นี้ งานสัปดาห์หนังสือฯ กำลังจะมาถึงอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย? ได้เวลาเสียกะตังค์ซื้อหนังสือไปดองอีกแว้วเรา


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:13:44:28 น.  

 
+ ลืมไปว่าจะเขียนถึง Pan's labyrinth ... เห็นหนังตัวอย่างแล้วยิ่งอยากดูโคตรๆ ... มีคนว่าไว้ว่า ธีราบิเตียเป็น Pan's เวอร์ชันสว่างสดใส เลยอยากเห็นว่าอ้ายฉบับมืดหม่นในบรรยากาศโกธิค แบบ Pan's เนี่ย มันสุดๆ ประมาณไหน (นานๆ จะเห็นคะแนนนักวิจารณ์ที่เฉลี่ยสูงถึง 98 จาก 100 ที่เว็บวิจารณ์หนังเจ้าประจำของผม อย่างเรื่องนี้ซะที)
+ แต่รู้สึกว่า วันที่ที่หนังตัวอย่างเขียนไว้ว่าจะเข้า จะเลื่อนจากเดิม 5 เมษา กลายเป็น 10 เมษาไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ... แบบนี้กว่าจะได้ดู ก็ต้องรอเที่ยวเสร็จกลับมาจิเนี่ยเรา


โดย: ลืมไปประเด็นนึง (บลูยอชท์ ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:14:44:13 น.  

 
... กลับมาแล้นครับ ร้อนชะมัดเลยช่วงนี้ ว่ามั้ยครับ

... แล้วผมก็เป็นอีกคนที่ตกหลุมรัก Little miss sunshine

ช่วงแรกๆที่ดูผมก็ว่า หนังก็"ดีใช้ได้" แต่เมื่อมาถึงช่วงท้ายบนเวที ฉากบนเวทีทำให้นี่เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตา แล้วขอเปลี่ยนความรู้สึกเป็น "ดีโคตรๆ"

... ผมชอบที่ทำให้เราได้เห็น ความบกพร่อง หรือ ความไม่ปกติของ ครอบครัว ในหนังอาจจะดูย่ำแย่ที่แทบทั้งบ้าน 'ไม่ปกติ' แต่ มีครอบครัวไหนบ้างหรือ ที่ ปกติ หรือ สมบูรณ์แบบ

ไม่มีหรอก

และความปกติหรือไม่ปกติ ก็ไม่ใช่ตัวที่จะบอกว่า ครอบครัวนี้ มีความเป็นครอบครัวมากน้อยแค่ไหน ผมชอบ ความเป็นครอบครัว ที่หนังเรื่องนี้ทำให้เห็น เล็กๆน้อยๆตั้งแต่เรื่องรถ ไปจนถึงช่วงท้าย

... ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ คือ รางวัลนักแสดงสมทบชายครับ เพรา ถ้าผมเป็นเอ็ดดี้ เมอฟี่ย์ ผมก็คงเคืองกรรมการน่าดู ที่ไปยกรางวัลนี้ให้ปู่อาร์กิ้น ที่เล่นก็ดีจริง แต่ ไม่เห็นว่าจะพิเศษยังไง หรือ ดีกว่าเขายังไง

... ส่วน The Fountain นี่ เสียงร่ำลือกันมาเยอะเหลือเกินว่า 'ย่ำแย่' แต่เรื่องนี้ ผมจัดอยู่ในลิสต์ 'ดูแน่' แล้วจะกลับมาเล่าหลังดูนะครับว่าแย่ อย่างที่นักวิจารณ์เขาว่ากันหรือไม่

ป.ล. ตอนแรกว่าจะไม่เขียนถึงนานะ กับ ไซบอร์ก แต่มันมีประเด็นคันไม้คันมืออยากเล่าความเห็นจัง เลยว่าจะเขียนถึงสั้นๆแล้วเอามาลงครับ

ป.ล. 2 ต้องขอบคุณทางคาตาลิสต์ที่ส่งแผ่นโปรโมชั่นมาให้ดูฟรีด้วยคร้าบ (เขาบอกว่า จะไม่เขียนถึงก็ได้ถ้าไม่ชอบ แต่เรื่องนี้ ผมชอบมาก คงเขียนถึงแน่ๆ)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:14:58:04 น.  

 
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pakwan&group=1

รบกวนไปเลือกของที่ระลึกด้วยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:15:03:33 น.  

 
มาลงชื่อชอบ Little Miss Sunshine ด้วยคน
Unmissable Movie ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:18:20:43 น.  

 
ดีจังที่คุณผมอยู่ฯก็เป็นอีกคนที่ตกหลุมรัก Little Miss Sunshine ..ผมก็คิดเหมือนกันว่าช่วงแรกๆ
ที่เห็นครอบครัวขัดแย้งมันยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอหนังเริ่มเดินทางขึ้นรถ ไปถึงฉากจบที่เวทีประกวด ก็ยิ่งอิน ยิ่งหลงรักตัวละครทุกตัวในหนังไปเลย ...การแสดงทุกคน เหมาะแล้วที่ได้รางวัลนักแสดงกลุ่มยอดเยี่ยม จากสมาคมนักแสดงฯ

ผมได้ดู เทราบิเธีย แล้วนะครับ... ถือว่าชอบในระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับประทับใจ แม้ไม่ได้คาดหวังอะไรมากอย่างที่คุณผมอยู่ฯแนะนำ ความเห็นเต็มๆไว้ไปอ่านที่กระทู้ผมละกัน ว่าจะเขียนและตั้งวันสองวันนี้

อยากดู The Fountain ด้วยเช่นกันครับ ...แม้ผมจะไม่เคยดูหนังของอะโรนอฟสกี้มาก่อนเลย แต่ผมชอบพล็อต และนักแสดงนำ ก็คงต้องลองเข้าไปงงสักหน่อย (แต่สุดท้ายจะได้หรือไม่ได้ดู ก็ขึ้นอยู่กับความขี้เกียจไปพารากอนเป็นตัวสำคัญ)

แต่อาทิตย์หน้าไม่พลาดแน่นอน สำหรับ "แฝด"


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:1:24:22 น.  

 
แวะมาสวัสดีทักทายกันค่ะ ยินดีด้วยกับผลงานใหม่ ๆ ที่จะปรากฎตามหน้าหนังสือ และขอให้มีความสุขกับการงานในสถานที่แห่งใหม่ ด้วยนะคะ จะติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ


โดย: aorengja IP: 202.147.38.96 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:16:19:02 น.  

 
สั้นๆ ครับ ... แค่แวะมาแจ้งว่าผม(เพิ่ง)ได้ฤกษ์อัพบล็อกตัวเอง(ซะที หลังจากดองเค็มมานาน)แล้วนะครับ ... เป็นการ tag โฮกกกก! ตัวเอง(อย่างหน้าตาเฉย - เนื่องจากไม่มีใครมาโฮก! ซะที) ... ว่างๆ เชิญท่านที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชม และเขียนเม้นต์กันได้นะคร้าบ ขอบคุณขอรับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:16:42:13 น.  

 
ตอนนี้พี่เป็นอย่างไงบ้างคะ สบายดีใช่ไมคะ ส่วนหนูสบายดีคะหนูจะพิมพ์มาหาพี่บ่อยๆนะคะสำหรับตอนนี้หนูต้องพิมพ์ว่า GOOD BYE SEE YOU AGIN วันใหม่นะคะ


โดย: N'แจนสุดสวย สวยสุด IP: 61.19.220.5 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:17:07:35 น.  

 
เออแจนลืมบอกว่าแจนสอบเข้าร.ร.ชิโนรสวิทยาลัยได้คะ


โดย: N'แจนสุดสวย สวยสุด IP: 61.19.220.5 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:17:17:27 น.  

 
จองตั๋วรออ่าน Little Miss Sunshine ด้วยค่ะ
เล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ... หนังอะไรช่างน่ารักจริงๆ


โดย: bua ja วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:22:59:20 น.  

 
ดู 300 มาตั้งแต่วันแรกที่เข้า แต่ไม่ได้คอมเมนต์ เพราะไม่สันทัดหนังแนวนี้ (คล้าย sin city ) ไม่รู้จะวิจารณ์ว่ายังงัย แต่บอกได้คำเดียวว่ามันมาก สนุกด้วย ดูแล้วอยากจะรีบออกกำลังกายได้หุ่นแบบพระเอกจริงๆ เออ สังเกตกันไหม ว่าพระเอกที่เล่นประกบแองเจลิน่าใน ทูม ไรเดอร์ ตอนนี้ดังกันทุกคน เรียงภาคกันมาเลย อย่าง เคร็ก แดเนียล เล่นตอนภาค1 ก็มาดังจาก casino royale พอภาค 2 เจอราด บัทเลอร์ เล่น ตอนนี้มาเป็นพระเอก 300 บังเอิญอะไรขนาดนั้น เนี้ยะ เห็นบอกว่า กำลัง สร้าง ภาค 3 ลุ้นอยู่ว่าหนุ่มคนล่าสุดนี้จะเป็นใคร แล้วจะรุ่งเหมือน2คนนี้หรือเปล่า


โดย: สุนันทินี IP: 125.24.2.83 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:1:21:41 น.  

 
หวัดดีเจ้าของ blog และผองเพื่อน

ลืมแสดงความยินดีกับเจ้าของ blog จะได้ไปทำงานต่างจังหวัด อากาศดีกว่ากรุงเทพแน่ๆ ขอให้สุขภาพแข็งแร็งค่ะ (แอบอิจฉานิดนึง)

งานใหม่ๆ ในรูปแบบหนังสือ ขอให้สนุกและมีเล่มต่อๆ ไปค่ะ ... Cream หนังสือวัยรุ่น (ให้น้องไปซื้อ อุอุ ) เนื้อหาเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของหนังสือ แต่เราอ่านไม่จุใจ ... จะรอชมเล่มอื่นๆ และเล่ม 2 นะ (กดดันกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้อ่าน อุอุ)


ขอบคุณที่ยังขยันเขียนมาให้อ่านใน blog อย่างต่อเนื่อง ... ใจดีอย่างนี้คงไม่ยุบพรรค เอ๊ย! ยุบ blog หนีเพื่อนๆ ผู้อ่านได้ลงคอหรอกนะ

ไปอ่านและเม้นต์ tag โฮกกกก! น้องนาโน กับ คุณบลูยอชท์ มาแล้วจ้า ...

ฝันดีค่ะ


โดย: bua ja วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:2:24:56 น.  

 
โอ้ว ขอบคุณคุณบัวที่อุตส่าห์แวะไปเม้นนะครับ ^^
ชวนทุกท่านแวะไปเม้นเรื่องเกี่ยวกับการเบลอ บัง ลงหมอก ได้ที่บล๊อกผมอีกที (เพิ่งอัพใหม่ แหะๆ)


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:11:30:48 น.  

 
.. ช่วงนี้ตกในภาวะยุ่งมากๆอีกแล้วครับ หลุดอาทิตย์หน้าคงยุ่งน้อยลง แล้วก็อีกทีคงเป็นตอนใกล้กลับบ้านช่วงเดือนพ.ค.เลย

... งานหลายๆอย่างไล่จี้ แล้วก็รู้สึกเหมือนมีเสียงลมหายใจอยู่ข้างหลัง หันไปก็เลยพบว่า

ที่แท้ก็เป็น แท็กโฮก ของ คุณน้อง nanoguy ที่ผมติดค้างไว้ยังไม่ได้เขียน ขอผลัดไปก่อนเน้อ (ใครสงสัย ว่ามันคืออะไร ลองคลิกชื่อคุณ บลูยอชต์ ตามไปอ่านใน บล้อกได้ครับ)

... วันนี้สดๆร้อนๆไปดูแฝดมาครับ (ความจริงก็จะได้ไปดู แสงศตวรรษ เหมือนกัน แต่กลัวว่าจะหลับเพราะหนังมาดึก เลยเลือกแฝดแทน ส่วนแสงศตวรรษ 19 เมษา เจอกันชัวร์)
อ่านความเห็นในพันทิปหลายคนชอบมาก ผมก็แบกความคาดหวังของผู้กำกับชัตเตอร์เข้าไป สุดท้ายก็เลยแบกความผิดหวังออกมาเยอะตาม

เล่าสั้นๆแบบไม่สปอยล์ว่า

หนังดีครับ

แต่ หนังมาช้าไป เพราะปัจจุบัน ยุคสมัยที่หนังผีเฟื่องฟู และ พล็อตหนังผีถูกสร้างมาซ้ำๆหลายต่อหลายเรื่อง คอหนังผีที่ดูบ่อยๆ หรือ คอหนังสือลึกลับ สามารถเดาได้หลังจากดูไปไม่เกินครึ่งชั่วโมง (พล็อตเรื่องนี้ผมคุ้นมากๆ เพียงแต่ไม่ใช่แฝดสยาม ขอรื้อความจำก่อนว่าเคยอ่านเจอจากที่ไหน)

เพราะหนังส่งคำใบ้มาถี่ๆเหลือเกิน และ มันเป็นจิ๊กซอว์ที่ประกบได้เร็วเกินไป

เดาง่ายยังไม่เท่าไหร่ เพราะหนังบางเรื่องเดาได้แต่ยังน่ากลัวมากๆ หนังบางเรื่องเดาได้ชั้นเดียวแต่ยังมีชั้นสองไว้ดักอีกอย่าง ตู้ซ่อนผี

แต่เรื่องนี้พอเดาได้ ทุกอย่างของหนังก็ดำเนินเรื่องไปตามแนวทางนั้นตลอดไม่มีอะไรล่อหลอกอีกเลย มันก็เลยหมดความน่าสนใจได้แต่ลุ้นดูผีหลอกจนหมดเวลา

... ดังนั้น ใครไม่ค่อยดูหนังผี ไม่ค่อยอ่านนิยายลึกลับสยองขวัญ น่าจะสนุกกับมันได้เต็มที่ ตัวหนังโดยรวมดีครับ ฉากผีหลอกเยี่ยม กดดันคนดูดี มาช่าก็เล่นได้ดีทีเดียว

ถ้าให้เทียบกับชัตเตอร์ เรื่องนี้ เนี้ยบกว่าในทุกๆรายละเอียด แต่ เอาเรื่องความ น่ากลัว กับ ตัวบท ผมชอบชัตเตอร์มากกว่าเยอะ

.... ชักยาวละ ขอตัวไปอ่านมิยูกิเล่มจบก่อน เด๋วจะกลับมาคุยกับเพื่อนแต่ละคนต่อคร้าบ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:22:16:46 น.  

 
แวะมาบอกว่า
The Lives of Others ยังอยู่นะครับ
ถ้าพ้นสัปดาห์นี้ไป น่าจะไปแล้วไปลับจริงๆแล้วล่ะ
รีบไปดูนะค้าบ ^^


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:9:38:57 น.  

 
ได้ดูหนังเก่า ...
ตกหลุมรักไปแล้วกับ Somersault และ Love Actually

คุณค่าของหนังดีๆ หลายเรื่องไม่ขึ้นกับกาลเวลา
มี MV สวยๆ จากหนังมาฝากด้วย
เลยถือโอกาสเชิญเพื่อนทุกท่านที่มีเวลาค่ะ


โดย: bua ja วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:18:37:07 น.  

 
ว่าจะมาคุยมาตอบความเห็นเพื่อนๆ ขอติดค้างไว้ก่อน รีบแวะมาบอกก่อนอีกสดๆร้อนๆว่า อาทิตย์นี้ผมต้องเป็นคนส่วนน้อยของคนดูหนัง เพราะ ผมนั้น ไม่ปลื้ม แฝด มากนัก แต่

ผมปลื้ม The Fountain มากมาย

...หนังเรื่องนี้จะเหมาะมากๆสำหรับ

ผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของ Death and dying

ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาอภิปรัชญา

ผู้ที่เคยประสบภาวะการสูญเสียของคนสำคัญในชีวิต

ผู้ที่ทำงานในภาคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน


เป็นความกล้าของผู้กำกับเพราะหนังเหมือน Matrix ที่เลือกนำเสนอในสิ่งที่ไม่ตลาดเท่าไหร่ ดังนั้น

ถ้าหนังเผอิญคลิกคนดูส่วนใหญ่ หนังเช่นนี้ก็จะกลายเป็น หนังสร้างปรากฏการณ์ แต่หากคนไม่เก็ต หนังก็ย่อมร่วงไม่เป็นท่า กลายเป็นหนังที่คนดูไม่ปลื้ม

... แล้วคืนนี้จะมาเขียน blog แนะนำสั้นๆยั่วให้อยากไปดูกัน


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:19:14:11 น.  

 
เพิ่งดู The Fountain มาเหมือนกันครับ ชอบอีกเรื่องแล้ว รู้สึกปีนี้แต่ละเรื่องส่วนใหญ่จะคุ้มค่าตั๋วทั้งนั้นเลย แต่แอบเซ็งท้ายๆ เรื่องมีคนดูกลุ่มนึงหัวเราะคิกคักน่ารำคาญ


โดย: ayres IP: 58.64.102.175 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:20:35:28 น.  

 
เหอๆๆ...
อยากดู The Fountain มากครับ คงได้ดูพรุ่งนี้รอบเย็นๆ เพราะอาจจะต้องดู แฝด กับ Copying Beethoven
(แถมมีเวลาถึงแค่วันเสาร์อีก เพราะบุพการีจะลงมางานหนังสือวันเสาร์เย็นๆ แล้วกลับบ้านวันจันทร์เลย)

วันนี้ดู Taxidermia ที่เฮาส์มาครับ
หนังเฮี้ยนมากๆ
แต่ถ้าเทียบกับผลงานของผู้กำกับชาวฮังกาเรียน Gyorgy Palfi ผมชอบ Hukkle มากกว่า...

ขากลับ เลยคลายเครียดด้วย Mr Bean's Holiday ซะเลย...
หนังไม่ฮาเท่าในซีรี่ส์ที่ผมเคยดู แต่ว่าฉากตอนท้ายในโรงหนัง ฮาสุดยอด
และ Willem Dafoe ขโมยซีนมิสเตอร์บีนเละเทะ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:21:29:59 น.  

 
+ เหมือน 2 วันที่ผ่านมา ผู้คนจะแห่กันเข้าโรงหนังเพียบเลยนะคับเนี่ย (ผมก็ด้วย) ... จริงๆ หนังใหม่เรื่องที่เหลือ ก็...
Taxidermia - ถึงขั้นเฮี้ยนเชียวเหรอคับน้องนาโน? แต่สงสัยพี่คงจะไม่มีเวลาไปลองของแปลกแฮะ ฉายไกลตั้งเฮาส์โน่นแน่ะ
Mr.Bean - ผมขำกับมุกพี่แกเป็นบางมุกอ่ะคับ เลยไว้ดูเป็นแผ่นดีฝ่า
Harsh time - น่าสงสาร เหมือนกลายเป็นหนังเกรด B เลย เงียบมั่กๆ ... ทั้งๆ ที่มีคริสเตียน เบลล์เล่นนำแต๊ๆ

+ มีข้ออึดอัดคับข้องใจ (ของผมเอง) อย่างนึงว่า ทำไมหนังตลกไทยยุคหลังๆ ถึงต้องมีฉากเหล่านี้ ยัดๆ เข้ามาเหมือนเป็นภาคบังคับ (และชอบโชว์อยู่ในหนังตัวอย่างด้วย) ... ได้แก่ ตลกเจ็บตัว, การพ่นคำหยาบเป็นชุดๆ, การใช้อวัยวะอันไม่สมควร (เช่นหนังตัวอย่างของ บอดี้การ์ดฯ2 ที่มีเอาเท้าลูบหน้า), ฯลฯ ... ก็เห็นมีหลายคนหัวเราะกับหนังตัวอย่าง แต่ผมไม่เห็นจะตลกตรงไหน ...
... เกรงว่าต่อไป สังคมไทยจะเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ (เหมือน "มีประกวดรางวัล ต้องมีนมหก สาหร่ายโผล่") จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ... แล้วเด็กยุคใหม่พอได้ซึมซับเข้าไปเยอะๆ พฤติกรรมก็จะเปลี่ยนไป เป็นก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้นอ่ะครับ

+ เมื่อวานผมก็ไป "แฝด" มาเรียบร้อยแล้ว ... เด๋วจะไปเขียนไว้ที่หน้า 'คุยกันสบายๆ' นะครับ ... ที่รีบเก็บเพราะปลายอาทิตย์หน้าก็จะไม่อยู่อีกยาว แล้วก็ว่าจะดูอีก 2 เรื่อง เลยต้องรีบหน่อย


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:11:22:23 น.  

 
เรื่องตลกนี่... คำหยาบมันปกติจริงแหละครับ แต่บางอันมันไม่มีความจำเป็นต้องใส่เข้ามาเลย เอาตัวอย่างง่ายๆใกล้ๆ อย่าง บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2
ฉากที่หม่ำขึ้นไปร้องเพลงแล้วถามแฟนเพลงว่า "สบายดีมั้ยค้าบบบ" แล้วแฟนเพลงก็ตอบกลับมาว่า "ถ้าไม่สบายก็คงไม่มาหรอกมั้งไอ้เฮี่ย"

ไอ้แบบเนียะ - - จะใส่ทำไม???
(ในขณะที่ละครหรือหนังที่ประชาชนคนธรรมดาเพื่อนซี้กันพูด ดันใช้แต่ ชั้น กับ แก --- ซึ่งผมว่าโคตรจะห่างไกลกับความเป็นจริง ละครแทบจะเรื่องเดียวที่ผมเห็นเพื่อนพูดขึ้นกูขึ้นมืงกันก็เห็นแค่ รักแปดพันเก้า แค่นั้นเอง)

ส่วนอย่างอื่น ผมรำคาญเหมือนกันครับ ปกติผมไม่อะไรกับมุขประเภทตบหัว เตะตูด อยู่แล้ว แต่ถ้าออกแบบบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยมอันนั้นมันก็...นะ (ถึงจะไม่ได้รังเกียจก็ตาม แต่ว่ามันมากไป)


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.9 วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:11:41:33 น.  

 
พี่คะ ขอแก้เบอร์โทรศัพท์ทีนะคะ
หนูโชคร้ายทำมือถือแหลกละเอียดค่ะ
ถ้าจะโทรเข้าร้าน Book Garden 02-942-1256
ขอบคุณค่ะ
เอ่อ เรื่องแฝดนี่สรุปแล้วมันไม่คุ้มกับที่รอคอย
หรือว่ามันเป้นอะไรที่ลุ้นได้หมดอ่ะคะ


โดย: Heineken Girl IP: 58.8.133.128 วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:16:48:08 น.  

 
เพิ่งดู แฝด มาครับ
เดาค่อนข้างง่ายเหมือนกับที่พี่ จขบ. บอกไว้จริงๆ
แต่ว่าเรื่องผีนี่ค่อนข้างสร้างสรรค์ดีครับ
(แม้ว่าตอนท้ายหนังจะหลุดไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ยังไม่หลุดจนผิดสังเกตเกินไป)

เซ็งแค่ว่ารอบที่ดู มีผีเส้นตื้นสิงสถิตอยู่ประมาณครึ่งโรง
ประมาณว่าแค่เปิดประตู เจ๊ก็กรี๊ด กรี๊ดเสร็จก็ขำกันเอง
(แล้วเป็นแบบนี้ทั้งเรื่อง ตลอดเวลา น่าเบื่อน่ารำคาญที่สุด)
แถมมีตุ๊ดหนึ่งตัว ชีโชว์พาวด้วยการกรี๊ดให้ยาวกว่าชาวบ้าน ประมาณว่าชั้นปอดใหญ่
น่าจับแหกปอดทิ้งซะจริงๆ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:18:21:12 น.  

 
แปะเพิ่ม...

The Fountain เจ๋งสุดๆ...
(คิดไปคิดมา เหมาะแก่การเอาไปเป็นสื่อสอนวิชาพุทธศาสนา แทนการมานั่งท่องพระคัมภีร์ให้ฟังมากๆ)


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:22:55:24 น.  

 



ป้าคิดถุง..คิดถุง..คะ
วันนี้ร้อนจัง มาอาบน้ำก่อนนอนดีมั้ยคะ
แล้วก็ทาแป้งเย็นๆ
ชื่นจาย..ชื่นจาย...

***ปล."เลิกแล้วค่ะ..ป้าเลิก..ดองบล๊อก..แล้วค่ะ



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:0:27:38 น.  

 
ดิฉันอยากได้DVDเรื่อง what ever happened to baby jane?:Bette Davis,Joan Crawfordไม่ทราบว่าจะไปหาซื้อที่ไหน ใครเคยผ่านตา หนังเรื่องนี้บ้าง ขอรบกวนหน่อยนะคะ........PLEASE..........


โดย: velvet underground IP: 61.19.172.103 วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:23:20:27 น.  

 
The Fountain ฉายที่ไหนบอกด้วย ดูตัวอย่างจาก vcd น่าดูมากๆ หนังอย่างนี้ เราชอบ ไม่มีปัญหาในการดู อย่างคนม้าบิน (หนังจีน) จริงๆเป็นหนังแนวแฝง ปรัชญานะ พอดีเพิ่งไปอบรมมาเออ ดีจัง มีคนกล้าทำด้วย (revolver )ก็ใช่นะ หรือ crash ก็ใช่ เออ ลองโทรถาม 02-5155555 แล้วไม่เห็นมีhe Fountain เลยอะ บอกด้วยจ้ะ


โดย: สุ.นัน IP: 125.24.3.220 วันที่: 1 เมษายน 2550 เวลา:23:51:02 น.  

 
^
^
+ [ตอบคุณ สุ.นัน #61] The fountain ฉายแค่ก๊อปปี้เดียว ที่โรงพารากอน 6 (ตั๋วราคา 160 บาท) ครับ ... ลองเสิร์ชรอบดูที่เว็บเมเจอร์นะครับ
+ [ตอบคุณ velvet underground #60] โห ... หนังสมัย เบตตี้ เดวิส กับโจน ครอฟอร์ดเนี่ยน้า (ผมยังไม่เกิดเลยอ่า) ... แถมชื่อหนังยังไม่คุ้นอีกต่างหาก คงหายากเอาการอยู่แหละครับ ... อาจต้องไปเดินตามแหล่งที่ขายหนังเก่าจริงๆ ก็ไม่รู้จะมีรึเปล่าอ่า

+ [น้องนาโน #57] จะไปแหกปอดเค้า ระวังเค้ายินดีให้แหก (อก) นะคร้าบ 555 ... ของพี่โชคดีหน่อย รอบที่ดูค่อนข้างเงียบกันมากๆ กรี๊ดตามจังหวะที่ควรกรี๊ด ไม่กรี๊ดดังและนานจนเกินงาม เหอะๆ (สงสัยคนส่วนใหญ่ในรอบนี้ จะปิดตา แล้วดูลอดช่องนิ้วเอาละมั้ง)
... อ้อ และกลับบ้านไปแว้วนี่นา อยู่บ้านไม่ได้ดูหนังโรง (เข้าใจว่าเป็นพากย์ไทย) ใช่ป่าวคับ? ก็ดูแผ่น กับอ่านบล็อกนี้ไปก่องแล้วกันเน้อ

+ หนังเก่าที่ยังอยากจะเก็บ (แต่ไม่รู้จะมีเวลาหรือไม่) ก็คือ The fountain กับ I'm cyborg เพราะวันที่ 5 นี้ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ก็ไม่อยู่แล้น ... จะกลับมาอีกทีก็เย็นๆ วันที่ 17 โน่นเลย แถมยังไม่รู้ว่าจะมาทำงานไหวหรือเปล่า (เผื่อเป็น jet lag แหะๆ) ... ก็ขอสุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้าแก่คุณ จขบ. และเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกท่าน ขอให้กลับบ้าน หรือไปเที่ยวกันอย่างหนุกหนานนะคร้าบ ... ส่วนผม เด๋วกลับมา จะเอารูปมาแปะที่บล็อกให้ดูกันครับผม

+ น่าจะเรียกว่าโชคดี ที่หนังใหม่สัปดาห์นี้ ที่ผมสนใจมีอยู่แค่ 2 เรื่อง (ที่เหลือคงบายทั้ง Norbit, TMNT, โกยเถอะเกย์ (ไม่ชอบทั้งหนังตัวอย่างที่มีมุกตบหน้ากันไปมา กับไอเดียการล้อเลียน BB mountain), มะหมา, Primeval) ... ก็คือ
* Sunshine หนังแนวนี้ส่วนใหญ่จะแป้กนะ (ดู The core นั่นปะไร) ... แต่ที่น่าสนใจก็เพราะ ผกก. เป็น แดนนี่ บอยล์ กับทีมดาราที่ดูโอเชนี่แหละ
* Black book จริงๆ เริ่มค่อนข้างเอียน ที่หนังแนวนี้มาบ่อยขึ้นๆ ในช่วงหลัง แต่เรื่องนี้ดูมีความแตกต่างตรงที่นางเอกต้องใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อเป็นสปายเนี่ยแหละ อิๆ ... กับอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ ผกก. คือพอล เวอร์โฮเวน
... ก็ไม่รู้ว่ากลับมา 2 เรื่องนี้จะออกโรงไปรึยังน้อ?
+ ส่วนตารางหนังใหม่ในสัปดาห์ถัดไป (จากเว็บเหลิมไทย) วันที่ 10 และ 12 เม.ย. กวาดตาดูแล้ว ก็อยากดู Pan's labyrinth (โคตรๆ กลับมาคงไปดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก), Confession of pain และ 11:14 (โชคดีที่ไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่งั้นกลับมาดูไม่ทันแหงมเยย )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:12:17:35 น.  

 
หวัดดีค่ะ ได้อ่านบทความ final score ใน cream แล้วค่ะ แมกกาซีนอนุญาตให้หมอลง blog ในคอลัมน์มั้ยคะ รวมถึงแมกกาซีนอื่นด้วย ถ้าลงได้ก็จะ win-win เนอะ


โดย: ban_ri IP: 125.25.89.175 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:15:01:37 น.  

 
อยากดู Bridge to Terabithia แบบว่าชอบหนังแจกผ้าเช็ดหน้าครับ
The Prestige ก็ยังไม่ได้ดู จะลองดูครับ

ขอบคุณที่แนะนำครับ


โดย: คนขับช้า IP: 203.146.63.183 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:17:56:53 น.  

 
[ถึงพี่บลู]
ถ้าดูก็คงต้องดูหนังไทยล่ะครับ เพราะที่นี่นานๆทีจะมีก๊อปปี้ที่เป็นซาวนด์แทร็กหลุดมาฉาย (อย่างคราวก่อนนู้น มี Poseidon หลุดมาฉายซาวนด์ซะงั้น)
แล้วก็ขนหนังแผ่นมามากมายอยู่ กะว่าจะเอาหนังจีนมาให้อาม่าอาอี๊ดู 555+


โดย: nanoguy IP: 125.24.138.168 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:21:21:37 น.  

 
... ค้างทักทายเพื่อนๆจนท่าจะตอบไม่ทันหมดซะแล้วงวดนี้

... ไม่มีหนังดูเลยช่วงนี้ รอสุดสัปดาห์นี้ครับ หยุดยาวสามวัน ผมก็คงกลับบ้านต่างจังหวัดเหมือนกัน และ แถวบ้านก็คงมีแค่ โกยเถอะเกย์ เป็นตัวเลือกเดียว ยังไงก่อนกลับว่าจะเปิบ Sunshine ก่อน แล้ว กลับมาค่อยจัดการ Black book ซึ่งน่าดูทีเดียว กับ ฝีมือผู้กำกับ Basic instinct(แหม แต่ความจริง พอล เวอร์โฮเว่น เขาก็เคยมีหนังแรงๆแจ่มๆหลายเรื่องที่ดีกว่า ชารอน สโตน โชว์ของเสียด้วยซ้ำ)

velvet underground ... ผมผ่านตาหนังเรื่องนี้ที่ดีวีดีแผ่นปี๋ที่จี๋ลมครับ ลองแวะไปดูนะครับ หรือไม่ก็ร้านแว่น ก็น่าจะมี พอดีผมจำเว็บร้านแว่นไม่ได้เสียแล้ว ต้องขอโทษด้วยคร้าบ

สุ.นัน ... ตามที่คุณบลูยอชต์ช่วยตอบเลยครับ ผมแอบไปเห็นที่ถามไว้ในหน้า ห้องเก็บหนัง ปกติไม่ค่อยได้ไปตอบห้องนั้นครับ เรื่อง ฟ้าทะลายโจร ดูแล้วครับผม แต่ ดูตอนที่ไม่ได้เริ่มเขียนบทความ ก็เลยไม่ได้บันทึกไว้ครับ

N'แจนสุดสวย สวยสุด ... ดีใจด้วยคร้าบ มีความสุขสนุกสนานกับรร.ใหม่นะคร้าบ ลุง เอ๊ย พี่ๆแถวนี้ จะเป็นกำลังใจให้เสมอครับ

bua ja ... Little miss sunshine โปรดรอพักใหญ่ๆหน่อยนะครับ เพราะเพิ่งเคลียร์บทความที่ต้องส่งสองหนังสือเขาไป อีกทั้งช่วงนี้ก็ยุ่งๆกับการเตรียมสอบเสียด้วย (ชักหวั่นๆว่าจะไม่ได้เขียน The Fountain ที่อยากเขียนอยู่)

ban_ri ... เขาอนุญาติให้ลงได้ครับ แต่หลังแม็กกาซีนวางแผงก่อนครับผม

... ขอบคุณเพื่อนๆท่านอื่นที่แวะเวียนมาเยี่ยมกันนะคร้าบ งวดนี้อาจไม่ได้ทักทายตอบครบทุกความเห็น แต่ก็อ่านทุกๆความเห็นครับผม

ป.ล. คุณบลูยอชต์ และ น้องนาโน่กาย ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพเน้อครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:0:34:37 น.  

 
นานๆ ได้ตื่นเช้า แวะมาทักทายยามเช้าบ้าง

ถ้าเหนื่อยก็มีเพื่อนผู้อ่านเป็นกำลังใจค่ะ แวะเวียนมาประจำ แต่บางครั้งก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ comment ...

ขอให้เจ้าของ blog และแฟน blog สนุกกับงาน พักผ่อน + ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ

และสุขสันต์วันธรรมดาค่ะ


โดย: bua ja วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:9:28:15 น.  

 
กลับถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพแล้วครับ
(ตอนนี้กำลังซัดน้ำทีละเป็นขวด เพราะร้อนตับปริ -*-)

ตัวอย่าง Sunshine น่าดูมากๆ ตอนแรกนึกว่าจะออกมาเหมือน The Core แต่พอมีตัวอย่างที่มีความเป็น horror นิดหน่อย ทำให้ดูดีขึ้นมาเยอะเลย


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:10:53:58 น.  

 
ว่าแล้วว่าเมื่อวานลืมเขียนอะไรไป ...
+ หน้าปกนิตยสารเอนเตอร์เทนเล่มล่าสุด เป็นเรื่อง The reaping ... ตอนแรกก็ว่ารูปเด็กแดงๆ สยองๆ นั่นคุ้นตาจัง พอดูชื่อ ... อ้าว กลายเป็นคุณน้องแอนนาโซเฟีย ร็อบบ์ จาก Terabithia นั่นเอง ... ชักจะดังใหญ่แว้วนะนู๋ เล่นทีติดๆ กันหลายเรื่องยังงี้เลยเหรอ? แถมยังได้ประกับขาหย่ายอย่างเจ๊แสวง (ฮิลลารี สแวงค์) อีกต่างหาก ... เด๋วยัยนู๋ดาโกต้า แฟนนิ่งก็มีคู่แข่งร็อก อิๆ

... ที่ลืมอย่างรุนแรงก็คือ ลืมเขียนถึงหนังที่ได้ดูมาเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว
+ Copying Beethoven : อืม ... ตอนแรกแทบจะจำไม่ได้เลยว่าบีโธเฟนคือ เอ๊ด แฮริส ปลอมตัวมา (ถ้าไม่เห็นเครดิตตั้งแต่ต้นเรื่องนะ) เพราะพอเค้าใส่วิกผมยาวแล้ว หน้าก็แปลกไปเลย ... แถมเล่นได้คุ้มคลั่ง หยายคาย แต่ก็อ่อนไหวดี ... ส่วนไดแอน ครูเกอร์ ก็สวยนิ่งๆ ตามแบบฉบับของเธอ
... หนังจับเอาช่วงท้ายๆ ของชีวิตบีโธเฟนที่หูหนวกไปแล้ว โดยสมมติตัวละคร "อันนา โฮลทซ์" (นางเอก) ขึ้นมา เพื่อให้เป็นผู้สังเกตุการณ์ฝั่งคนดู ... และเป็นตัวเปรียบเทียบว่าระหว่าง 'ความรัก' กับ 'ความฝัน' เธอจะเลือกอะไร พล็อตโดยทั่วๆ ไปก็ตามสไตล์หนังอาร์ตแหละครับ
... ฉากที่เป็นที่สุด (แต่ไม่ได้อยู่ตอนสุดท้ายของหนัง) ก็คือฉากที่บีโธเฟนต้องเป็นวาทยากร เพื่อนำวงให้บรรเลงเพลงใหม่ล่าสุดของเค้า "ซิมโฟนี่ หมายเลข #9" (โดยจริงๆ แล้วเค้าหูหนวก จริงต้องอาศัยนางเอกที่เป็นผู้คัดลอกผลงาน เป็นผู้ให้จังหวะตัวจริงอีกต่อหนึ่ง) ซึ่งในหนังตัวอย่างให้เห็นแค่น้ำจิ้ม แต่ในหนังจริงนี่ตื่น(หูตื่น)ตาตื่นใจสุดๆ น่าจะยาวไม่ต่ำกว่า 10 นาที (แต่ของจริงเห็นบอกว่าบรรเลงกันชั่วโมงกว่าๆ แน่ะ)
... สรุปว่าเป็นหนังอาร์ตที่ดูแล้วไพเราะเสนาะโสต เจริญหู (แต่ไม่ค่อยเจริญตา เพราะ'บีโธเฟนโชว์' 555) ดีเหลือเกิน ... แฟนพันธุ์แท้เพลงคลาสสิค และผู้รักดนตรีโดยทั่วไป ไม่ควรพลาดครับผม ... ฉายที่สกาลาโรงเดียวเท่านั้น

+ [น้องนาโน] โฮ่ๆๆ ก็แอบหวังไว้เช่นนั้นแหละครับกับ Sunshine ว่าระดับ ผกก. แดนนี่ บอยล์แล้ว อย่างน้อยมันน่าจะมี ตัวประหลาด, ซอมบี้, แมงกิ้งก่ายักษ์, ปิศาจทนไฟ ฯลฯ โผล่ออกมาหลอนบ้างแหละน่า เหอะๆๆ
+ ขอบคุณ คุณ จขบ. สำหรับคำอวยพรคับ ป่านนี้น้องนาโนถึงบ้านเรียบโร้ยแว้ว ... ส่วนผมยังอยู่บล็อกได้อีก 2 วันฝ่าๆ ฮับ แหะๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:11:13:16 น.  

 
แวะมาทักทายแล้วขอ add blog หน่อยนะคะ แบร่บว่าแอบอ่านมานาน


โดย: vamos_ferrero วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:12:43:22 น.  

 
เหอๆๆ...
ผมกลับดู Copying Beethoven แล้วไม่ปลื้มเท่าไหร่นะครับ
หนังมันพยายามพูดทั้งเรื่อง "จิตวิญญาณ" และ "ความเป็นตัวเอง" แต่ยังไม่ทันเจาะลึก หนังก็จบซะแล้ว เอวัง - -
น่าจะทำได้ดีกว่านี้เยอะเลย...

ถ้าเกิดว่าเรื่องนี้ไม่มี Ed Harris กับฉากซิมโฟนี่หมายเลข 9 ฉากนั้น ผมจะดีดเรื่องนี้ลงไปในลิสต์ "หนังแย่" ทันที - -*


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:22:33:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.