www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

หน้าแรก (Rerun 3)


สวัสดีครับ

...ยินดีต้อนรับเพื่อนๆใหม่ๆที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนบล้อก และ เพื่อนๆเก่าๆทุกคนครับ หน้าแรกนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นก่อนไปเยี่ยมชมกิจการหน้าอื่นๆครับ มีอะไรมาพูดมาคุยกันฝากข่าวแจ้งข่าวกันครับ


สำหรับเพื่อนที่เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชม ถ้าต้องการอ่านบทความใหม่ๆ หรือ บทความเก่าๆ หรือ บทความที่น่าสนใจ ให้คลิกไปที่หน้านี้ครับ >>หน้าสารบัญ


ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนทักทายกัน ชวนไปลงทะเบียนรู้จักกันที่หน้านี้ครับ >> คนอ่าน Blog นี้ ช่วยรายงานตัวด้วยคร้าบ(คลิกที่ชื่อหัวข้อนี้ได้เลย)

ท่านสามารถจำทางมาบล้อกแห่งนี้ได้สั้นๆง่ายๆหรือ add favorite ป้องกันการหลงทางด้วย //aorta.bloggang.com


...ตามธรรมเนียมครับ ทุก 8-90 ความเห็นก็ขึ้นหน้าใหม่ที จะได้ไม่ต้องเลื่อนอ่านความเห็นในหน้านี้ให้ยาวเกินไป โดยหน้าแรกนี้พยายามจะลดรูปให้น้อย เพื่อคนเข้าใหม่จะได้ไม่งงครับ

... ความคืบหน้าในเรื่องเกมส์ที่ให้เพื่อนๆเล่นนั้น ยังไม่ลืมครับ ตอนนี้กำลังเช็คอยู่ว่าใครเป็นผู้โชคดีกันบ้าง เพราะเข้าไปดูแล้วมีรายชื่อคนเข้ามาเล่นเกือบ สามร้อย ชื่อ ล้นหลามๆ ได้ผู้โชคดีแล้วจะมาประกาศนะครับ

... ส่วนเรื่อง ชื่อของพ็อกเก็ตบุ้ค นั้นต้องขอบคุณมากๆครับที่เพื่อนๆเข้ามาช่วยออกไอเดียกันจนได้เกือบร้อยชื่อแล้ว ไว้ผมจะบอกทางสนพ.ให้ออกมาซักสิบปกสิบชื่อแล้วกันนะครับ เพราะเลือกไม่ถูกซักที มีความคืบหน้าอย่างไรจะมาบอกอีกครั้งครับ

... ช่วงนี้การเขียนถึงหนังคงไม่ค่อยได้บ่อยหรือถี่นัก ก็มีสาเหตุหลายประการปนๆกันครับ อาจไม่ได้เขียนถึงทุกเรื่องที่ได้ดู ถ้าเรื่องไหนไม่ได้เขียนรีวิวเต็มๆก็อาจเอามาเล่าย่อๆในความเห็นหน้านี้แทนแล้วกันนะครับ

... ล่าสุดบล็อกในหมวด "คุยกันสบายๆ" คงได้อัพบ่อยขึ้นแล้ว ถ้าเบื่อเรื่องหนังก็แวะไปเยี่ยมไปคุยกันได้ครับที่หมวดนั้น

ขอบคุณครับ...สำหรับทุกๆค่าบริการที่จ่ายมาและทุกๆครั้งที่ท่านแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
i_behind_you@yahoo.com





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 28 สิงหาคม 2549
Last Update : 28 สิงหาคม 2549 1:06:32 น. 101 comments
Counter : 1105 Pageviews.

 
... กลับบ้านงวดนี้ดูหนังไป 3 เรื่องครับ

Anatomy 2 ... หนังเยอรมันเขย่าขวัญที่พูดถึงวงการแพทย์ที่รวมกลุ่มกันทดลองโดยไม่สนใจจรรยาบรรณใดๆ มีนางเอกสาว Franka Potente โผล่มารับเชิญช่วงท้ายๆ(ภาคแรกเธอเป็นนางเอก) ภาคนี้ไม่สนุกครับ สู้ภาคแรกไม่ได้ที่เป็นเรื่องของแพทย์ฝึกหัดในโรงเรียนแพทย์กับวิชากายวิภาค ยูบีซี กำลังเอาภาคแรกมาฉายนี่เอง

Americanz dreamz ... หนังของผู้กำกับ Paul Weitz จาก About a boy เรื่องราวของ reality show ล้อเลียน American idol + ผู้นำประเทศป่วยจิต + แผนลอบสังหาร + ความฝันของผู้คน (อ่านคร่าวๆตรงนี้อาจนึกถึงบ้านเรา แต่ยืนยันได้ว่า ในหนังเป็นเรื่องราวเช่นนี้จริงๆ) ฮิวจ์ แกรนต์เล่นร้ายแบบหลงตัวเองแกมน่าสงสารได้ดีอีกแล้ว และ คนที่เล่นได้เด่นทีเดียวคือ แมนดี้ มัวร์ หนังสนุกดีนะครับ ดูได้เพลิดเพลิน แต่ไม่คมเท่าAbout a boy

Lost in love ... นี่เป็นหนังเกาหลีเรื่องที่ 4 ที่ทำให้ผมดูไปใจตุ้บตั้บ หนังเนิบเรื่อยแต่ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย ปีนี้นึกว่าจะมีแค่ you are my sunshine ที่เข้ามาในหัวใจผมแค่เรื่องเดียวซะแล้ว กำลังจะเขียนถึงเรื่องนี้ใส่บล้อกครับ ชอบๆ

ตอบความเห็นจากหน้าแรกเดิมที่ค้างไว้ครับ
บลูยอชท์ ... ขอบคุณครับที่มาเล่างานสัปดาห์วิทย์ให้อ่าน จัดไกลมาก นี่ถ้าจัดท้องฟ้าจำลองไม่แน่นะ ผมจะขึ้นรถไฟฟ้าไปดูเลย / The wind that shakes the barley เป็นยังไงบ้างครับเนี่ย

ลิปดา-พิลิปดา ... ยินดีต้อนรับสู่เมืองไทยครับ / ผมก็ชอบ 10 Things มากๆเช่นกัน ส่วน Clicks ตัวอย่างเฉยๆนะ แต่ก็คงไปดูอยู่ดี สัปดาห์นั้นมีเรื่องที่น่าสนใจกว่าคือ Host หนังสัตว์ประหลาดเกาหลี เครดิตใหญ่ๆอาจเป็นที่ว่าไปฉายในงานเทศกาลหนังมาแล้ว แต่ที่ผมสนใจมาก เพราะตัวผู้กำกับคือ คนกำกับหนังเรื่อง Memories of murder หนังเรื่องของสองตำรวจที่ตามล่าฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง ที่ทำออกมาแหวกแนวหนังที่พล็อตประมาณนี้ทั้งหมดที่เคยมี แต่เป็นการสำรวจจิตใจของนายตำรวจสองคนนี้มากกว่า หนังทำได้สนุกโดยไม่ได้มีฉากแอคชั่นใดๆเลย


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 28 สิงหาคม 2549 เวลา:1:26:45 น.  

 
+ แวะมาเจิมหน้าแรก ... ที่ 2 เย้ๆๆๆ (บรรยากาศคุ้นๆ เหมือนแถวไหนหว่า? ไม่เล่นมุกนี้ดีฝ่า เด๋วโดนชาวประชารุมตื้บ 555) / Anatomy เห็นแว้บๆ ที่ UBC เหมือนกันครับ แต่ผมไม่กล้าดู กลัวเรื่องผ่าๆ หั่นๆ อ่า สยึมกรึ๋ยไปหน่อย / American dreamz นี่ ตอนอ่านพล็อตดูน่าสนใจนะครับ แต่ไหงตอนฉายไม่เปรี้ยงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะได้เข้าฉายโรงเมืองไทยรึเปล่า
+ จริงๆ Bitec ถ้านั่ง BTS ไป ก็ต้องไปติดช่วงหมด BTS อยู่ดี ถ้าจะไปแบบเร็วสุดต้องรถเมล์ทางด่วนครับ ลงปุ๊บก็ถึงเลย ... หรือไม่ก็คงต้องรอคุณอภิรักษ์ต่อ BTS ไปให้ถึงสถานีบางนาก่อนอ่า รออีก 2 ปี เหอะๆ
+ น้องกุ้ง ... อ้าว เจอแฟน 10 Things อีกคนแล้วเหรอเนี่ย? แสดงว่าผมดูช้ากว่าชาวบ้านเค้าเลยอ่ะ แต่ก็ตกหลุมรักเรื่องนี้ไปอีกคนซะแล้ว ... แล้วตกลงกลับเมืองไทย ก็ได้ดูหนังอัพเดทมากขึ้น (ไม่ต้องรอแผ่น) แต่เป็นปริมาณน้อยลง (เพราะงานยุ่ง) สิครับเนี่ย?
+ วันเสาร์ไปมาอีกงานนึงครับ ... International Food Fair หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Taste of the world" ที่เมืองทอง ... อาหารมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่มีความรู้สึกว่าส่วนใหญ่แพงโคตรๆ เหมือนยกภัตตาคารหรูๆ เอามาทำเป็น Food center เลยอ่า อย่างต่ำๆ ก็ 60-80-100 ไล่ไปจนถึง 4-500 โน่นเลย ... เดินไปเดินมาซะทั่วงาน ก็เลยเลือก 'ซัลซ่าสด + คอร์นชิพ' (อาหารเม็กซิกัน) มาชิม รสชาติถึงใจดีครับ ... ส่วนของหวาน ได้โรตีไส้แอปเปิลราดบัตเตอร์สก็อต โรยไอซ์ซิ่งมาหม่ำ หวานแสบลิ้นดีเหลือเกิน ... ส่วนของที่ติดมือออกจากงาน ก็เป็นหนังสือจำพวกเบเกอรี่และแนวสุขภาพ (เพราะมันลด 50%! แบบว่างก แหะๆ)
+ ไปดูมา 3 เรื่อง เข้าใจว่าคุณ จขบ. อาจยังไม่ได้ดูทั้งหมด ผมเขียนถึงสั้นๆ ไว้ตรงนี้แล้วกันครับ ...
Clean : ว่าด้วยเรื่องความเป็นแม่, ชีวิตที่เหลวแหลก, การกลับตัวกลับใจ และการให้อภัย ... หนังอาจดูเอื่อยๆ ไปนิด แต่ได้การแสดงที่เข้มข้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนหนัง ... นิค โนลเต้ดูเป็นคนแก่ที่อบอุ่นมากกับบทพ่อสามีใจพระ ส่วนจางม่านอี้ ก็คู่ควรกับรางวัลนำหญิงของคานส์ที่เธอได้รับในปีนั้น (ทรงผมเธอในเรื่องนี้ คล้ายคุณหญิงหมอจัง เหอะๆ)
The wind that shakes the barley : เคยออกตัวไว้แล้วว่าผมไม่ค่อยชอบหนังสงครามเท่าไหร่ เพราะทุกครั้งที่ดู ในใจผมจะชอบคิดว่า "มันจะรบกันไปทำไม? ทำไมไม่มานั่งเจรจากันดีๆ? ทำอะไรงี่เง่ากันจัง ฆ่ากันแบบไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ฯลฯ" ประมาณนี้ ... แต่ก็มีหนังสงครามบางเรื่องที่สามารถทำออกมาได้ 'จับใจ' ผม ... ยกตัวอย่างเช่น Saving Private Ryan, Black Hawk down, Hotel Rwanda หรือ Turtles can fly เป็นต้น ... สำหรับเรื่องนี้ หนังย้อนกลับไปไกลถึงยุคประเทศไอร์แลนด์เพิ่งกำลังแยกตัวจากสหราชอาณาจักรโน่นเลย ... และก็เก็ทเลยว่า ทำไมผกก. เคน โลช ถึงโดนประณามว่าเป็น 'คนทรยศ' เพราะภาพทหารอังกฤษในเรื่องนี้ดูโฉดเสียเหลือเกิน ... ถ้าถามความรู้สึกผมหลังดูจบ ผมว่ามัน 'ร้าวรานแต่ไม่ถึงกับจับใจ' ซะทีเดียว ... ก็คือ ไม่ถึงกับชอบอ่ะครับ
The beat that my heart skipped : ใน 3 เรื่องที่เขียนถึง คงชอบเรื่องนี้ที่สุดแล้ว ... เป็นดราม่า/ทริลเลอร์ที่ทำได้ดี กลมกลืนกันทั้ง 2 อารมณ์ ... โรแมง ดูรีส์ หน้าตาแสบ แถมแสดงได้กวนทีนส์แต่ก็มีอารมณ์อ่อนไหวในขณะเดียวกัน (มันค่อนข้างพาราด็อกซ์ เพราะเวลานึงต้องเป็นอันธพาลหัวไม้ อีกเวลานึงก็ต้องไปฝึกเปียโน) ... เพลงเพราะดี แถมมีช่วง Lost in translation แบบใช้ดนตรีสื่อภาษาด้วยนะครับ เหอะๆ ... ตอนสุดท้าย มีทั้งจุดที่คิดไว้แล้วว่าจะต้องจบแบบนั้น กับจุดที่พลิกเล็กๆ (ซึ่งสังหรณ์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นจริง) ... ถ้าคุณ จขบ. ยอมกัดฟันนั่งรถไปเฮาส์หรือเพื่อนๆ ผู้อ่านบล็อกว่าง แนะนำอ่ะครับเรื่องนี้ ชอบๆ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 28 สิงหาคม 2549 เวลา:10:08:05 น.  

 
ขอบคุณที่ไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะคะ

ก็หวังว่าทางระบบเองก็คงสนใจเอาข้อมูลไปคิดอยู่เหมือนกันแหละค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:16:12:24 น.  

 
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะค.ห.สุดท้ายอันยืดยาวของกุ้งหรือเปล่า ที่ทำให้คุณพี่จขบ.ต้องขึ้นหน้าแรกใหม่ แต่ไม่เป็นไรค่ะมาเมาธ์ต่อหน้านี้ก็ได้ -->ตอนนี้กุ้งก็ไม่ได้ดูหนังอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังโรงหรือหนังแผ่น จนในใจคิดว่าจะเอาไอ้ร่วมร้อยเรื่องที่ซื้อ(และแบกกลับประเทศ)มาไปขายต่อแล้วเนี่ย เพราะเสียดายตังค์จัง (อันนี้พูดเล่นค่า) ส่วนตอนนี้รอดู Seasons Change อยู่ เพราะดูหนังตัวอย่างแล้วอยากดู และโรงที่ฉายก็ไม่ลำบากต่อการระเห็จไปเท่าไหร่นัก ที่สำคัญที่คนข้างตัวก็อยากดูด้วย ไม่งั้นปกติชวนเค้าไปดูเรื่องอะไรเค้าชอบส่ายหน้าทุกทีว่าเราดูแต่หนังอะไรก็ไม่รู้ แถมเวลาแนะนำหนังอะไรเค้าไปว่าดี เค้าก็ไม่ยอมเชื่อเราซะอีกแน่ะ คิดไปก่อนว่าต้องเป็นหนังประหลาดหรือหนังดูยากซะงั้น

- พี่จขบ. : เรื่อง Anatomy เนี่ยคล้ายๆกับเรื่อง "โคม่า" หรือเปล่าคะ คลับคล้ายคลับคลาอยู่ว่าตอนเรียนป.ตรี อาจารย์ที่ปรึกษาเคยแนะนำให้ดู (เรียนวิทยาศาสตร์ เอกBioฯ มาค่ะ) แต่กุ้งไม่กล้าดูอะ / อืม ว่าแล้วก็รบกวนหน่อยค่ะ เรื่อง You are my sunshine นี่เรื่องประมาณไหนอะคะ หรือใครเล่นเพราะที่จริงกุ้งก็มีซื้อหนังเกาหลีกลับมาหลายแผ่น แต่แบบว่าชื่อเรื่องมักเขียนด้วยภาษาจีนหรือไม่ก็เกาหลี หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษ บางทีก็ไม่ตรงกับที่ที่นี่เรียก กุ้งเลยไม่ค่อยแน่ใจว่าตรงกับที่กุ้งมีหรือเปล่า ถ้าไงจะได้ไปหาซื้อค่ะ / ส่วน Lost in love เดี๋ยวรอดูตอนพี่เขียนเสร็จ ก็คงรู้ล่ะว่าซื้อมาหรือยัง

- พี่บลูยอชท์ : ก็ใช่ค่ะว่าได้ดูหนังอัพเดทมากขึ้น แต่คือมันก็มีรอยต่อบางเรื่องค่ะ เพราะหนังโจรสลัด 2 ที่ออกโรงไปแล้วกุ้งก็ยังไม่ได้ดูเลย ส่วน M.I.3 โชคดีที่ได้ดูอาทิตย์นึงก่อนกลับเมืองไทย (แต่ภาษาอังกฤษที่พูดกับซับจีนที่มีให้ทำให้กุ้งสับสนกับการแยกภาษามากเลย) แต่ก็สนุกค่ะ เพราะไปดูที่โรงหนังของห้างเจิ้งต้าพลาซ่า (ที่เป็นของซีพี) ซึ่งห้างนี้มันตั้งอยู่ระหว่างหอไข่มุกกับตึกหลังคาเอียงๆที่พี่ทอมไปปีนป่ายนั่นแล (แถมก่อนเข้าไปดู ก็เพิ่งไปเดินถ่ายรูปเก็บตกแถวนั้นด้วย) ก็เลยทำให้อินเป็นพิเศษค่ะ แหม!มาถ่ายเมื่อไหร่ไม่บอกเลย จะได้ไปมุงดูกะเค้าด้วย / ส่วนเรื่องClean กุ้งเคยดูตอนงานภาพยนตร์ปีที่แล้วค่ะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าผกก.จะมาร่วมพูดคุยตอนหนังจบด้วย เสียแต่มันดึกมากซะจนกุ้งอยู่ฟังแกแค่แป๊บเดียวแล้วก็ต้องรีบกลับบ้าน ...ส่วนถ้าให้ต้องพูดถึงหนังเรื่องนี้ก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว นอกจากจำได้ว่าจางม่านอวี้ที่เล่นได้ดี๊ดีควรค่ากะรางวัลจริงๆ


ก่อนไปวันนี้ มีคำถามว่าใครรู้จักเรื่อง The Best of Youth มั่งคะ เป็นเรื่องสุดท้ายที่กุ้งซื้อกลับมาจากที่โน่น แต่แบบตอนซื้อไม่รู้อะไรเกี่ยวกะมันเลย แค่สะดุดกับภาพบนปกและคำโปรยว่า Winner of 18 Film Awards including Un Certain Regard Award Festival de Cannes 2003พร้อมกับรางวัลอีกเพียบเท่านั้นเอง มันสนุกน่าดูมั้ยอะคะ เพราะมันมีดีวีดีมาตั้ง 4 แผ่นแน่ะแถมราคายังแพงกว่าแผ่นอื่นๆอีก

แค่นี้ล่ะคะ ยาว(อีก)แล้ว แล้วจะเข้ามาคุยใหม่นะคะ

ป.ล. พี่บลูยอชท์อย่าพิมพ์สั้นๆนะคะ เดี๋ยวกุ้งไม่มีเพื่อน


โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.164 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:15:55:07 น.  

 
+ โห ... น้องกุ้ง ขืนเขียนกันยาวมากๆ เกรงว่าจะเป็นการทรมานสายตาทั่นผู้อ่านทั้งหลาย จนพาลขี้เกียจ เลยอ่านข้ามๆ ไปกันหมดดิครับ เหอะๆ ... แต่พอดีปกติพี่ชอบเขียนอะไรเป็นคุ้งเป็นแควอยู่แล้ว คือมีข้อมูลอะไรในหัวหรือมีความรู้สึกอะไรก็จะเขียนๆ ออกมา ... มันก็เลยยาวยืดแบบนี้อ่ะครับ แหะๆ
+ The best of youth เหมือนเคยเห็นชื่อผ่านๆ ตาใน Box office แต่จำข้อมูลไม่ได้เลยว่าเกี่ยวกับอะไร ไปเสิร์ชใน imdb และเว็บวิจารณ์หนังที่พี่เข้าประจำ ก็ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นว่าเป็นหนังอิตาเลียน genre' เป็น Drama/Epic ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อะไรสักอย่างของประเทศอิตาลีเนี่ยแหละครับ ... แล้วก็ถึงบางอ้อว่าทำไมมันถึงแพงและมี 4 แผ่น ... ก็เพราะว่าหนังมีความยาวทั้งสิ้น 358 นาที! (6 ชั่วโมง หย่อนไป 2 นาที) นั่นเอง ... ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรื่องนี้เคยได้เข้าฉายในเทศกาลหนังบ้านเรารึเปล่า แต่ถ้าฉายคงต้องเบรคเข้าห้องน้ำกันไม่ต่ำกว่า 2-3 เบรคแหงม เหอะๆ
+ พรุ่งนี้แล้วสิหนอ มีหนังน่าดูเข้าถึง 3 เรื่องรวด ...
Me & U & Everyone we know : หนังจี๊ดในดวงใจของใครหลายๆ คน ที่เก็บจากแผ่นกันไปเรียบร้อยแล้ว (รวมทั้งคุณ จขบ. ด้วยนี่นา)
An inconvenient truth : ไม่แน่ใจว่าจะดูสนุกหรือไม่ แต่สารคดีเนื้อหารักษ์สิ่งแวดล้อมเยี่ยงนี้ แทบไม่เคยได้ดูมาก่อน ยังไงผมคงไม่พลาดชมแน่
Season change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย : ไม่อยากตั้งความหวังไว้สูง กลัวความรู้สึกจะดีได้ไม่เท่ากับที่เคยได้รับจาก แฟนฉัน และ เพื่อนสนิท ... แต่ก็คิดว่าคงทำออกมาได้ดีแหละมั้งครับ


โดย: บลูยอชท์ รีไรท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:20:30:10 น.  

 
แวะมาลงชื่อ


โดย: โคอาล่าน้อย วันที่: 2 กันยายน 2549 เวลา:17:10:18 น.  

 
... ช่วงนี้วุ่นๆเลยไม่ได้เข้ามาหน้านี้ครับ อาทิตย์หน้างานวุ่นๆน่าจะซาลง ขอเข้ามาแนะนำเพื่อนๆและบอกความรู้สึกตัวเองว่า

ผมรัก "season change"

... รักเรื่องนี้มากกว่า เพื่อนสนิท มากกว่า เด็กหอ และ มากกว่า แฟนฉัน

... เรื่องนี้อาจจะเรียบนิ่งง่ายกว่า อาจจะไม่มีส่วนที่ตัวเองมีประสบการณ์ร่วม(เพราะตอนม.ปลายดันมีแต่ผู้ชาย) แต่หนังทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยและเต้นตุ้บตับประทับใจได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

.. อารมณ์ขณะดูประมาณ Nana + การ์ตูนของอาดาจิ มิซึรุ

... เชียร์กันดื้อๆครับ





โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 3 กันยายน 2549 เวลา:0:01:11 น.  

 
+ สัปดาห์นี้ เนื่องจากซิมมือถือผมเจ๊ง เลยมัวแต่วิ่งวุ่นเปลี่ยนซิมที่ศูนย์ฯ สลับกับวิ่งรอกดูหนัง ก็เลยไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเท่าไหร่ ... พอตอนเปลี่ยนเป็นอันใหม่ เจ้าหน้าที่เค้าเลยใจดี อัพเดท contacts เป็น 08X ให้เลย ขอบคุณครับ _/\\_
ถ้าใครยังไม่ได้ทำ ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ มีเวลาเปลี่ยน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนนี้ ถึงสิ้นเดือน พ.ย. แล้ว 1 ธันวาเป็นต้นไปถึงจะโทรแบบเก่าไม่ได้ครับ
+ คิดไว้ไม่ผิด ว่าคุณ จขบ. ที่ยังคงอยู่ในโหมดยุ่งเหยิงน่าจะเขียนถึงหนัง 1 เรื่องที่เคยชมว่าจี๊ดและได้ดูจากแผ่นไปแล้ว ... และก็เป็นจริงตามนั้น เด๋วผมจะตามไปอ่านที่บล็อก Me & U นะครับ เพราะผมดูมาแล้วก็ 'โดน' เหมือนกัน

+ An inconvenient truth : อดีตว่าที่ ปธน. สหรัฐฯ คนต่อไป อัลเบิร์ต กอร์ ได้เผยถึงตัวตนอีกด้านนึงของเขา ผู้เป็นนักรณรงค์ทางด้านสิ่งแวดล้อมตัวยง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ Global warming (ภาวะโลกร้อน) ที่สาเหตุใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซ CO2 บนพื้นผิวโลกที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ... กอร์ ทำได้ดี และดูมีความจริงใจมากๆ (เพราะเค้าศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแล้ว) ยิ่งหนังมีการแทรกเสี้ยวชีวิตที่เป็นด้านดราม่าของกอร์ลงไปด้วย ทำให้หนังสารคดีเรื่องนี้ดูมี 'อารมณ์' ขึ้นมา ไม่แบนราบเหมือนสารคดีทั่วๆ ไป ... ถึงเนื้อหนังจะดูเป็นวิชาการมากๆ แต่เค้าก็สามารถนำกราฟ, ชาร์ต และ ภาพประกอบของจริง มาอธิบายให้คนดูเข้าใจประเด็นได้อย่างถึงแก่น (มีช็อตเด็ดกัด บุชน้อย ด้วยล่ะ! สะจาย) ... ซีนกบในหม้อต้มที่เคยได้ยินมา ก็อยู่ในช่วงกลางๆ ค่อนท้ายเรื่อง ... นับว่า ผกก. เดวิด กุกเกนไฮม์ สามารถคุมโทนหนังสารคดี ที่มีหน้าหนัง 'ซีเรียส' เรื่องนี้ออกมาได้อย่างน่าดู ... ดูจบแล้วต้องกลับมานั่งคิดเลยครับว่า กิจกรรมที่กระผมทำอยู่ทุกวันนี้ มันมีอะไรที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นบ้างรึเปล่าอ่ะ
+ โอววว ... Season change ว่าจะไม่รีบ จะรออาทิตย์หน้าคนซาก่อน ... แต่คุณ จขบ. เล่นมาเขียนเชียร์กันโต้งๆ แบบนี้ สงสัยผมคงจะอดใจไม่ไหว ได้ดูเร็วขึ้นแหงมเลยอ่ะคับเนี่ย เหอะๆ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:14:06:42 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่ได้เข้ามานานเลย เพิ่งไปดู sc มาเหมือนกันค่ะ น่ารักดีนะคะ


โดย: kaka (kakaman ) วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:21:48:42 น.  

 
ไปดูเรื่องAn Inconvenient Truth มาแล้วค่ะที่สกาล่า เป็นหนังที่อยากให้คนอื่นๆไปดูค่ะ ;)

ส่วนเรื่อง Season Change ก็อยากไปดูแน่นอน...


โดย: The phu วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:3:09:41 น.  

 
รอบนี้ผมขอสั้นๆ (จะได้มั้ยเนี่ย) ...
+ แล้วเมื่อวานผมก็เสร็จ Season change ไปจนได้ คุณจขบ. คงเขียนถึงในเร็วๆ นี้ จะรอเขียนในบล็อกนั้นแล้วกันนะครับ ... แค่บอกว่า ... ชอบบรรยากาศในเรื่องมากๆ กับความลงตัวของบทและจังหวะต่างๆ ที่ปล่อยออกมา ทำให้ดูไปก็ยิ้มไป ว่าทำได้น่ารักดีจัง ... ถึงบทจะไม่มีพลิกโผ แต่ก็ทำออกมาไม่น้ำเน่า ... ถึงจะไม่มีช่วงที่ซึ้งจนน้ำตาซึม แต่ก็ได้อารมณ์อิ่มอุ่นเกือบตลอดทั้งเรื่อง ชอบๆๆๆๆๆ อีก 1 เสียงครับ
+ ตกลง คุณจขบ. ได้ไปดู The wind that shakes the barley กับ Dreamer รึเปล่าเอ่ย? มีความเห็น (สั้นๆ ก็ได้) ว่าไงมั่งอ่ะคับสำหรับ 2 เรื่องนี้
+ หนังที่เข้าสัปดาห์นี้ ยังไม่ได้ตัดสินใจดูซักเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Click, Pulse, The host, The shoe fairy(เฮาส์), Ask the dust (ลิโด), Nacho Libre (พารากอน) ...
แต่ที่ดูจากโปรแกรมล่วงหน้าของเหลิมไทย แล้วอยากดูในสัปดาห์ถัดๆ ไป คงมี WTC, The devil wears Prada, Death note, Cars แล้วก็ Monster House อ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ อัพเดทข่าว IP: 202.69.140.233 วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:11:11:45 น.  

 
สวัสดีครับคุณกาก้า ผมก็เพิ่งไปดู SC รอบสองมาเมื่อวานนี้เอง ยังยืนยันว่าตัวเองรัก SC และ อ้อม / คุณ The phu มีเวลาก็อย่าลืมแวะไปดูนะครับ

ตอบคุณ บลูยอชท์...
The wind that shakes the barley ... แม้จะได้รับ คานทองนิเวศน์ มาการันตีแล้ว ไม่รู้เป็นไง ความอยากดูของผมก็ไม่ได้มากมาย คิดว่าคงรอแผ่นมากกว่า ช่วงที่ผ่านมาที่ผมอยากดูมากกว่าแต่อดคือ หัวใจข้ามจังหวะที่ฉายที่เฮ้าส์ กับ the libertine

Dreamer … ตอนเริ่มดูในโรงที่ผมเห็นเรื่องราวของ ม้า+คน+ความฝัน+ขาหัก >> ผมก็อดคิดถึง Seabiscuit ไม่ได้ เรื่องนั้นก็ไม่ได้ชอบมากนะ แต่เรื่องนี้ผมชอบน้อยกว่า Seabiscuit คงเพราะมันสูตรสำเร็จไปหน่อย อะไรๆมันดูง่ายไปหน่อย และ ผมไม่เชื่อว่า เด็กในวัยอย่าง ดาโกต้า แฟนนิ่ง จะทำอะไรได้เท่าที่เห็นในหนัง (ไม่ได้หมายความว่า เด็กจะทำไม่ได้นะครับ แต่ บทหนังไม่ทำให้ผมคล้อยตามและเชื่อได้ง่ายๆ แม้ ดาโกต้า จะไม่กรี๊ดแทบบ้าเหมือนใน WOW แล้วก็ตาม) สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือ หนังทำให้ผมรู้สึกมั่นใจว่า เพราะอะไรชีวิตเราจึงไม่ควรทิ้งความฝัน หลายครั้งที่เรากลัวมากเกินไป และ ความกลัวนั้นคืออุปสรรคชิ้นสำคัญที่ทำให้ความฝันเราไม่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เกิดจากว่า เราไม่มีฝีมือ


... เย็นนี้จะไปดู กะโห้ยักษ์เกาหลี ขึ้นบก (the host) ดีไม่ดียังไม่รู้ รู้แต่ น่าดูมากๆ และความน่าดูมากๆ ไม่ใช่เพราะเป็นหนังสัตว์ประหลาดที่เอฟเฟคต์ดี แต่น่าดูเพราะผู้กำกับคนนี้ฝีมือน่าทึ่งจากผลงานเรื่อง memories of murder ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า นี่ไม่น่าใช่ สัตว์ประหลาดในแนวทางเดียวกับ ก๊อตซิลล่า


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:14:59:58 น.  

 


แวะมาเม้นค่ะ...


โดย: cara_lover (vintage ) วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:20:18:18 น.  

 
ดู The Host แล้วครับ (ขออนุญาตตั้งชื่อไทยว่า "ไอ้ช่อนมรณะ" ^^)
ชอบเรื่องนี้มากๆ ขอเป็นหน้าม้า

ส่วน Dreamer ผมแอบสัปหงกไปช่วงแรกๆ มันน่าเบื่อมากกก...


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.10 วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:22:13:24 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่า ขอโทษทีที่ไม่ทันได้ไปช่วยคิดช่วยออกความเห็นเรื่อง pocket book เลย แต่ถ้าหนังสือออกแล้ว อย่าลืมกระซิบด้วยนะคะ จะไปอุดหนุนแน่นอนค่ะ

เพิ่งไปดู an inconvenient truth มา ติดตาติดใจจริงๆ เดินออกจากโรงหนังแล้วอยากวิ่งไปปิดแอร์ ปิดไฟ แล้วเดินกลับบ้านซะงั้น

ยังไม่ได้ดู season change เลย เห็นมีแต่คนชอบ แต่เอาไว้ให้หนังซาอีกนิดดีกว่า ท่าจะอยู่นาน ตอนนี้วางโปรกแกรมจะไปดู The Host ก่อนค่ะ


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:9:51:33 น.  

 
ชื่อ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เนี่ย ฟังแล้วเสียวววว อย่ามา Brokeback กับผมนะ อิอิ


โดย: David IP: 203.209.31.182 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:16:59:57 น.  

 
คริสมาสต์ปีนี้ห้ามลืมรีวิว Love Actually


โดย: - - IP: 58.8.101.100 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:18:01:58 น.  

 
แวะมาลงชื่อครับ "ผมอยู่ข้างหลังคุณไง"


โดย: เอเวอร์กรีน วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:22:45:54 น.  

 
David ... แหะๆ ไม่ต้องกลัวนะครับ ชื่อของผมไม่ได้มีที่มาในอารมณ์ของ Brokeback แต่ที่มาแท้จริงเป็นอย่างไร เพื่อนๆหลายคนคงรู้ไปแล้น ใครยังไม่รู้ แหะๆ มีเฉลยในพ็อกเก็ตบุ้คเดือนหน้าที่จะออกครับ (นี่ ได้โอกาสต้องโปรโมท)

- - ... หงึกๆ (ผงกหัวหน้าจ๋อยๆ) "จะพยายามครับผม"

vintage + เอเวอร์กรีน ... ยินดีต้อนรับครับผม แล้วแวะมาเยี่ยมกันเรื่อยๆนะครับ

nanoguy ... ดูมาแล้วครับ สนุกดีครับ ผมตั้งชื่อตอนที่จะเขียนไว้แล้วว่า The Host , สัตว์ประหลาดสนุกประหลาด / ดูจบแล้วคิดในใจ "หนังเจ๋งชะมัด" จะดูเอาสนุกก็พอได้ แต่ ดูแล้วคิดตามไปถึงสิ่งที่ผกก.กัดจิกก็ยิ่งสนุกมากขึ้น เป็นงาน ที่ผสมหนังตลาดกับหนังสาระได้อย่างลงตัวมากๆเรื่องหนึ่ง

เดอะ กั้ง ... ดู sc แล้วมาคุยกันอีกทีนะครับ / ส่วน pocket book ออกเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้เพื่อนๆทราบในทันทีครับ

ป.ล. ... เมื่อคืนกลับบ้านมาดูแผ่นเรื่อง cry wolf ตอนแรกไอ้เราก็รอดูว่า เมื่อไหร่ว่า จะมีฆาตกรไล่ฆ่านักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเหมือนที่เขาว่ามาเสียที ดูๆไป เฮ้ย มันคนละเรื่องกันนี่หว่า ตายแล้วตรู ซื้อผิดแผ่น เรื่องนั้นมัน wolf creek

...แต่ดูๆไป ก็สนุกดีนะครับ แม้จะเป็นหนังเกรดบีที่ฉากไล่ฆ่าจะอ่อนแอ แต่ หนังมีเนื้อมีหนังมากกว่าคนวิ่งไล่ฆ่ากัน กับ เรื่องราวเด็กนักเรียนมัธยมที่ชอบเล่นอะไรพิเรนทร์ๆและ การปั่นหัวกันเอง การหลอกลวงใส่ร้ายกันเองนี่แหละ ที่ผลลัพธ์น่ากลัวไม่แพ้ ฆาตกรโรคจิต

ป.ล.2.. ไป คลิก มาแล้วครับ ชอบแต่ไม่มากมายนัก ชอบตอนจบ ตรงกลางๆค่อนข้างเรื่อยๆไปนิด มีข้อคิดที่น่าสนใจ แต่ เรื่องราวแบบนี้ผมดูแล้วช่างคิดถึง Family man ของนิโคลาส เคจ เหลือเกิน ซึ่งผมชอบเรื่องหลังนี้มากกว่า ที่บอกเล่า การใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคฟาสต์ฟู้ด ที่งานมาบดบังความสำคัญของชีวิตส่วนอื่นๆ และ ตัวเอกได้มีโอกาสที่ได้เห็นผลลัพธ์ของการเลือก ได้เห็นว่า ตัวเองพลาดหรือหลงลืมอะไรในชีวิตไป เมื่อเลือกมฟหเมาก่อนครอบครัวงาน



โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:13:46:48 น.  

 
เข้ามาครั้งแรก จ่ายค่าบริการเลยละกัน
กำลังจะไปดู season change
แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่นะ


โดย: Kstar IP: 124.120.4.190 วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:14:47:40 น.  

 
สวัสดีครับ ไม่ได้คุยกันนาน จำได้ป่าว
ไม่ได้เข้ามานาน เข้ามาอีกทีหลงทางเลย
คือจะเข้ามาบอกว่ารัก Seasons Change เหมือนกัน แล้วก็จะมากระตุ้นความอยากดู The Wind that Shakes the Barley หน่อย (ยืมแปะกันดื้อๆ)
.............................................
คนเราไม่เคยเรียนรู้ ใครบางคนบอกไว้

ใครบางคนนั้นอาจจะถูกต้องไม่มากก็น้อย พิจารณาจากประวัติศาสตร์ยาวนานของมนุษยชาติ ความวุ่นวาย,ความโง่เขลาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รู้สึกว่าตัวเองจะไม่เคยดูหนังของ Ken Loach ผู้กำกับรุ่นใหญ่คนนี้มาก่อน พอได้ยินชื่อหนังเรื่องหลังๆมาบ้าง

จนกระทั่งหนังเรื่องล่าสุด The Wind that Shakes the Barley คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังระดับโลกที่ถือว่าใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งอย่างเทศกาลหนังเมืองคานส์ พลิกเอาชนะหนังที่ (ว่ากันว่า) เป็นตัวเต็งอย่าง Volver ของ Pedro Almodovar รวมทั้งอีกหลายๆเรื่อง ท่ามกล่างเสียงร้องยี้ของใครบางคนที่คิดว่ารางวัลนี้คงมอบให้ Loach ใช่ในฐานะหนังที่ดีที่สุดในสาวประกวด แต่เพราะ Loach เป็นผู้กำกับมายาวนาน และอายุก็มากแล้ว เข้าชิงปาล์มทองคำมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 (ถ้าผมนับไม่ผิด) แต่ไม่เคยได้รางวัลใหญ่สุดนี้ไปซะที....ใครบางคนที่ว่า...ไม่รู้เหมือนกันว่ามีใครสักกี่คนที่ได้ดูหนังแล้วบ้าง

Bioscope เล่มใดจำไม่ได้ไม่นานมานี้ มี Scoop เกี่ยวกับหนังการเมืองว่าเป็นเรื่องอินเทรนด์จริงๆ และก็ยิ่งชัดเมื่อในช่วงปีสองปีให้หลังมานี้ มีหนังการเมืองสังคมเรื่องเด่นๆมากมาย เอาแค่ในสายประกวดของเทศกาลที่ว่าก็นับได้ราวๆครึ่งหนึ่งของหนังสายประกวดทั้งหมด และด้วยความที่ Loach เป็นผู้กำกับที่ถนัดกับการตีแผ่ความคิดเห็นทางการเมืองอยู่แล้วจากผลงานที่ผ่านมานับสิบๆปี มีหรือที่จะพลาดกระแสนี้ไป

Loach เลือกเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวไอร์แลนด์ต่อประเทศมหาอำนาจอย่างอังกฤษ ที่ในเรื่องนี้ ได้รับบทบาทผู้ร้ายชัดเจนในฐานะผู้ครอบครองและกดขี่ข่มเหง ส่วนผู้ร้ายในหนังหลายๆเรื่อง และใน”ความเป็นจริง” โดยนิยามที่คนส่วนใหญ่ในโลกรับทราบในประวัติศาสตร์ช่วงหลังมานี้อย่าง IRA กลับกลายเป็นเหมือนพระเอก จนคนดูและนักวิจารณ์ของอังกฤษพากันออกมาด่ากันเป็นยกใหญ่ว่า Loach คือคนทรยศต่อประเทศบ้านเกิดของตัวอง

ผมคงไม่พูดถึงเรื่องความถูกผิดของเรื่องราวตามประวัติศาสตร์ เพราะยอมรับว่าผมไม่ทราบมากนัก และถึงใครจะทราบ ก็ไม่อาจแน่ใจได้อย่างไร และคงเถียงกันไม่จบสิ้น เพราะอย่างที่พูดกันอีกว่า ประวัติศาสตร์เขียนด้วยมือของผู้ชนะ รวมทั้งเรื่องราวในหนัง ก็ใช้ background เป็นประวัติศาสตร์ช่วงนั้นตามจริง (หรือจะให้ถูกต้องก็คือตามที่ Loach เข้าใจ) ส่วนรายละเอียดและตัวละคร ล้วนถูกแต่งเติมเพิ่มขึ้นมา

มอง The Wind that Shakes the Barley ในแง่ของความเป็นหนัง คงต้องบอกว่า Loach สามารถเล่าเรื่องราวสงครามที่หลายๆคนคงจำไม่ได้ (หรืออาจไม่ได้จำ) ออกมาแบบทำน้อยได้มาก (รู้สึกหนังเรื่องเด่นๆของปีนี้จะประสบความสำเร็จด้วยวิธีนี้อยู่หลายเรื่อง) หมายถึงว่า ฉากสู้รบยิ่งใหญ่สะเทือนอารมณ์, ตัวประกอบฉากนับพันนับหมื่นคน, ภาพกระสุนหรือระเบิดฉีกร่างของทหารเป็นชิ้นๆกระจัดกระจาย, เทคนิคการถ่ายภาพแปลกใหม่แบบในหนังสงครามยุคใหม่ๆหลายๆเรื่อง ทั้งหมดนั้นไม่มีให้เห็นกันในหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด ตรงกันข้าม ฉากสู้รบในหนังแทบทั้งหมด น่าจะเรียกได้ว่าเป็นฉาก “คนยิงกัน” มากกว่า, ภาพสงครามที่เห็นไม่เคยมีตัวละครเกินไม่กี่สิบคน, เวลามีคนโดนยิงก็ล้มตายกันไปง่ายๆอย่างนั้น และกล้องก็ถ่ายภาพแบบทื่อๆ ง่ายๆ ทั้งเรื่อง ที่ว่ามากลับเอื้อประโยชน์ต่อหนังเป็นอย่างดี เพราะสิ่งที่มาทดแทนก็คือเรื่องราวที่เข้มข้นรุนแรงกว่าภาพหลายเท่าตัว

หนังเริ่มเรื่องด้วยภาพต้นไม้ใบหญ้าพลิ้วไหวตามสายลมตามอย่างชื่อเรื่องจริงๆ พร้อมเพลงประกอบเสียงร้องท้องถิ่น ภาพหนุ่มๆเล่นกีฬากันสนุกสนาน แต่เหตุการณ์ที่ตามมาแทบจะทันทีก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความสนุกสนานคงเป็นส่วนน้อยมากๆของผู้คนกลุ่มนั้น เมื่อทหารอังกฤษกลุ่มหนึ่งผ่านเข้ามาหาเรื่องลงโทษใครบางคนอย่างรุนแรงและไร้เหตุผล

Damien (Cillian Murphy) รับบทหนึ่งในชายหนุ่มกลุ่มนั้น ที่อนาคตทางการงานดูสดใส เขากำลังจะได้ไปใช้วิชาความรู้ทางการแพทย์ที่ตนร่ำเรียนมา ในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกที่อังกฤษ แต่เหตุการณ์นั้นและเหตุการณ์อื่นบางเหตุการณ์ ทำให้เขาเปลี่ยนใจยอมทิ้งอนาคตทางการแพทย์ของตัวเองมาร่วมกับกลุ่มเพื่อนๆเป็นอาสาสมัครกองกำลังที่ต้องการเรียกร้องความเป็นอิสระของไอร์แลนด์จากอังกฤษ กลุ่มของเขานำโดยพี่ชายผู้ห้าวหาญในแบบฉบับปัญญาชนของเขาเองที่ชื่อ Teddy (Padraic Delaney)

------ Spoiler Alert: ข้อความในส่วนต่อไปนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวของหนังพอสมควร ไม่แนะนำให้อ่านก่อนชมภาพยนตร์ เพื่ออรรถรสในการชมภาพยนตร์อย่างเต็มที่ --------



ช่วงแรกของหนังว่าด้วยการต่อสู้แบบกองโจรของกลุ่มกับทหารอังกฤษ และความสัมพันธ์ของคนในกลุ่ม รวมถึงความรักของ Damien กับ Sinead (Orla Fitzgerald) ซึ่งถึงแม้หนังจะไม่เน้นส่วนนี้มากนัก แต่ก็เป็นส่วนที่มาเติมเต็มอารมณ์ดรามาของหนังได้สมบูรณ์แบบดี ในเมื่อสิ่งที่ชัดเจนคือทั้งเขาและเธอล้วนเป็นความชื่นฉ่ำอย่างเดียวต่อกันและกันในสถานการณ์ที่หดหู่บีบคั้นที่ต่างคนต้องเผชิญ เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการสังหารกลุ่มทหารอังกฤษในบาร์ นำไปสู่การจับกุมตัวสมาชิกหลักๆในกลุ่มรวมทั้ง Teddy และ Damien ซึ่งทั้งคู่ก็ได้แสดงออกถึงความห้าวหาญและเป็นผู้นำที่ดีแม้ในยามที่ชีวิตแขวนอยู่บนความเป็นความตายอย่างน่ากลัว Teddy ผู้นำของกลุ่มถูกนำตัวไปทรมานเพื่อรีดความลับเกี่ยวกับสมาชิกและแหล่งกบดานของขบวนการ เนื้อหาในส่วนนี้ส่งผลรุนแรงต่อเรื่องราวตอนจบของหนัง

เหตุการณ์สำคัญต่อมาเมื่อคนส่วนใหญ่ในกลุ่มหนีรอดความตายออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือทหารอังกฤษที่มีเชื้อสายไอริช เมื่อ Teddy ไปพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บจากการทรมาน Damien กลายเป็นผู้นำกลุ่มชั่วคราว และได้รับคำสั่งให้สังหารชีวิต Chris (ไม่แน่ใจนักว่าใช่ชื้อนี้หรือเปล่า รบกวนคนที่จำได้ช่วยยืนยันหรือแก้ไขด้วย) ผู้เป็นคนงานไอริชในบ้านของขุนนางอังกฤษ และเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่การจับกุมครั้งดังกล่าว ซึ่งชัดเจนว่า Chris เป็นเพียงคนตัวเล็กๆธรรมดาๆที่ไม่ได้ตั้งใจจะทรยศต่อใครแต่อย่างใด เขาเป็นเพียงคนอ่อนแอคนหนึ่ง ซึ่งชะตากรรมของคนอ่อนแอที่มาติดท่ามกลางการต่อสู้ ก็มักจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือความตาย Damien ซึ่งรู้จักกับ Chris ตั้งแต่เด็กและไปมาหาสู่กับบ้าน Chris มาตลอด จำต้องตัดสินใจรับคำสั่งนั้นด้วยความลำบากใจยิ่ง

จุดพลิกผันครั้งใหญ่หลังจากที่ Teddy กลับมาเข้าร่วมกลุ่ม เกิดขึ้นเมื่อทุกคนในกลุ่มได้รับคำสั่งให้ยุติการต่อสู้ เพราะผู้นำอังกฤษและไอร์แลนด์ตกลงใจเซ็นสนธิสัญญาอิสรภาพของไอร์แลนด์ เพียงแต่ว่าสนธิสัญญานั้น นำมาซึ่งอิสรภาพจริงหรือไม่ ในเมื่อการตกลงเซ็นสนธิสัญญา เกิดขึ้นด้วยข้อแม้ที่ว่าหากไอร์แลนด์ไม่ตกลง อังกฤษจะประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับไอร์แลนด์ทันที และในสนธิสัญญาก็ระบุว่าไอร์แลนด์ยังคงต้องขึ้นกับอังกฤษ และจงรักภักดีต่อองค์ราชินี ในเมื่อสิ่งที่ขบวนการต่อสู้เรียกร้องคืออิสรภาพและประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ

ความเห็นสองฝ่ายเกิดขึ้นในกลุ่มคนไอร์แลนด์ทันที พวกหนึ่งรวมทั้ง Teddy เห็นด้วยกับการยุติการโจมตีและแสดงความยอมรับสนธิสัญญาเป็น New Free State ของไอร์แลนด์ ในขณะที่พวกที่เหลือ คิดว่าสนธิสัญญานั้นช่างจอมปลอมจนเกินจะรับได้ และตัดสินใจใช้วิธีของความรุนแรงต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ตนเองแสวงหา ซึ่งกลุ่มหลังนี้มี Damien อยู่ด้วย และเมื่อการตกลงถกเถียงกันในที่ประชุมไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ก็นำไปสู่ความขัดแย้งบานปลายต่อไป เมื่อฝ่ายที่ไม่ยอมจะสู้ต่อ ฝ่าย New Free State จึงต้องขัดขวางเพราะกลัวว่าสนธิสัญญาที่ตนเองยอมรับจะเป็นหมัน และกลายเป็นว่าคนไอร์แลนด์กลับต้องมาเข่นฆ่ากันเองโดยที่อังกฤษไม่ต้องเปลืองกำลังอีกต่อไป

ความเป็นพี่น้องของ Teddy และ Damien ไม่ได้ถึงขั้นแตกหักขาดกัน เพียงแต่ในเมื่ออยู่ด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่าง และทั้งคู่ก็พร้อมที่จะสู้และพร้อมที่จะตายด้วยอุดมการณ์ของตน การปะทะกันจึงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนำไปสู่การที่กลุ่มของ Teddy จับกุมตัว Damien ได้

ช่วงท้ายของหนังเมื่อ Teddy พยายามทุกทางที่จะรักษาอุดมการณ์ตนเองพร้อมกับรักษาชีวิตของน้องชายไปด้วย โดยการพยายามทั้งเกลี้ยกล่อมและขอร้องให้ Damien ยอมเปิดเผยที่ซ่อนอาวุธของขบวนการ สิ่งที่ Damien ตอกกลับไปจน Teddy ต้องยอมแพ้และไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือเหตุการณ์ครั้งนั้นที่เขาเองเป็นผู้ลงมือสังหาร Chris อย่างฝืนใจตัวเอง และนั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ที่เพียงพอที่ว่าคนอย่าง Damien จะไม่ยอมขายพรรคพวกของตัวเองอย่างเด็ดขาด

ฉากก่อนสุดท้ายเมื่อตำแหน่งและจุดยืนของ Teddy ทำให้ต้องลงมือสั่งประหารชีวิตน้องชายของตนเองต่อหน้าต่อตา Teddy ร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของตัวเองและน้องชาย ส่วน Damien ก็ไม่ได้โกรธแค้นพี่ชายตัวเอง ซ้ำยังเขียนจดหมายลาสั่งให้ Sinead ช่วยดูแล Teddy เพราะเห็นว่า Teddy ได้เปลี่ยนไปจากจุดยืนที่หนักแน่นที่สองพี่น้องและขบวนการเคยมีต่อกันแล้ว นี่คงเป็นฉากหนึ่งที่เศร้าที่สุดของหนังเรื่องใดก็ตามในปีนี้
-----------------------------End Spoiler--------------------------------


ไม่รู้เหมือนกันว่าน่าแปลกหรือไม่ที่หนังสงครามย้อนยุคเรื่องนี้ดูเข้าสมัยกับเหตุการณ์รอบโลกในปัจจุบัน ทั้งใกล้ทั้งไกลตัวที่ผู้มีอำนาจก็ยังใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มเหงขูดรีดผู้ด้อยอำนาจ และผู้คนที่เคยรักกัน บางครั้งกลับต้องมาทะเลาะแบ่งแยกและเข่นฆ่ากันเองอย่างน่าประหลาด และสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่า หรือจะเป็นอย่างที่ได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าคนเราไม่เคยเรียนรู้กันเสียเลยจริงๆ

ในปีที่ผมคิดว่าหนังทุนสูงจากฮอลลีวูดช่างน่าเบื่อ จำเจ และอ่อนด้อยมาตรฐานที่สุดปีหนึ่งอย่างปีนี้ นักทำหนังนอกกระแสอาจกำลังส่งสารอะไรบางอย่างไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เมื่อหนังนอกกระแสหลายๆเรื่องที่สร้างด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย กับประกาศความยอดเยี่ยมกันสม่ำเสมอ นับเฉพาะที่เข้าโรงในไทยเราช่วงนี้ เพียงแค่ Brick ในสัปดาห์ก่อนโน้น, ตามมาด้วย The Wind that Shakes the Barley และต่อไปในสัปดาห์ที่จะถึงกับ Me and You and Everyone We Know แค่หนังสามเรื่องนี้คงชดเชยความน่าผิดหวังของหนังฮอลลีวูดได้เป็นอย่างดี

โดยสรุปแล้ว The Wind that Shakes the Barley เป็นหนังที่คนดูอย่างผมติดตรึงตาและใจกับภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นเรื่องแรกในหลายๆเดือนที่ทำให้ผมเกิดอาการลุกไม่ขึ้นเมื่อหนังจบไปแล้วอยู่พักใหญ่ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆที่ชิงรางวัลปาล์มทองคำด้วยกันแล้ว The Wind that Shakes the Barley จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับผมแล้วหนังเรื่องนี้เหมาะสมที่จะได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมของเทศกาลใดก็ตามในโลกได้อย่างใสสะอาด

ป.ล. ถ้าคุณเป็นคนเสียน้ำตาง่าย และตกลงใจจะไปดูหนังเรื่องนี้ กรุณาเตรียมผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูไปด้วยนะครับ


โดย: Dr Syntax วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:17:14:03 น.  

 
Kstar .. ยินดีต้อนรับคร้าบ แล้วแวะมาเยี่ยมมาคุยกันใหม่นะครับ

Dr Syntax ... จำได้ซิครับ ผมถือวิสาสะจัดคุณให้เป็นรุ่น คนรักหนังชอบตั้งกระทู้หนังในพันทิป รุ่นเดียวกันพร้อมกับคุณ ไอทีซียู ไปโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ไหงๆ ช่วงหลังๆดันเหลือผมเขียนตั้งกระทู้อยู่คนเดียวไปซะงั้น / ยินดีต้อนรับครับ อาจจะงงๆหน่อยกับ blog ครับ ขอบคุณนะครับที่แวะมาแชร์ความเห็นเรื่องหนังกัน ไปดูเรื่องไหนมามีอะไรน่าสนใจแวะมาคุยกันอีกนะครับ


... รายงานหนังที่ดูประจำสัปดาห์นี้ครับ นอกจาก cry wolf ที่เล่าไว้ด้านบนแล้ว

...วันเดียวกันนั้นอีกเรื่องที่เปิดดูคือ Freedomland ที่ จูเลี่ยน มัวร์ นักแสดงขวัญใจผม เล่นหนังลูกหายอีกครั้ง ประกบ แซมมวล แอล แจ๊คสัน ดูไปครึ่งชั่วโมง ไม่หนุกอะ เลยปิดไปก่อนตั้งใจว่าวันหลังค่อยดูใหม่

...อีกเรื่อง แหะๆ อย่าเอ็ดไปนะครับ ขอสารภาพว่า คือ แบบว่า อยากดู The Beat That My Heart Skipped มากๆ แต่ช่วงนี้ไม่สามารถไปเฮ้าส์ได้เลย ก็เลย แบบว่า ผมไปซื้อแผ่นมาแล้วครับ ขอโทษคร้าบ นั่งแกะซับอังกฤษไปได้เกือบจบแล้ว ชอบเรื่องนี้จริงๆด้วยแฮะ แต่ พอดีต้องรีบกลับกรุงเทพมาก่อน เลยค้างไว้จะกลับไปดูอีกทีสุดสัปดาห์นี้

...แถมท้ายด้วย หนัง ผู้หญิงเตะบอล อีกสองเรื่องครับ ให้ทายว่าผมหยิบหนัง ผู้หญิงเตะบอล มาดูสองเรื่องติดกันคือเรื่องอะไรบ้าง


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:0:09:30 น.  

 
+ 555 Wolf creek ---> Cry Wolf เนี่ยนะครับ ... เออ ชื่อมันคล้ายๆ กันจริงๆ ด้วยแฮะ แถมยังเป็นหนังแนวทริลเลอร์โหดๆ เหมือนกันอีกตะหาก - -"
+ สัปดาห์ที่ผ่านมา ติดภารกิจนิดหน่อย เลยยังไม่ได้เก็บหนังเพิ่ม ... The Host ดีเหรอครับ? ตอนแรกผมกลัวว่ามันจะเน้นเอ็ฟเฟ็กต์มากกว่าซะอีก แต่เท่าที่อ่านบทวิจารณ์จากที่ต่างๆ มาก็เห็นบอกว่ามันมีอะไรเยอะกว่านั้นเยอะ อืม ... น่าสนใจ ไว้มีเวลาจะแว่บไปชมครับ
+ Freedomland ได้ยินว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (พักหลัง จูลีแอน มัวร์ เลือกเล่นหนังที่ดันแป้กติดๆ กันหลายเรื่องเลย ... แต่ฝีมือการแสดงของเธอจาก Far from heaven ก็ยังติดตราตรึงใจผมอยู่ดี) ... ส่วน The beat that my heart skipped คิดไว้เหมือนกันครับว่าคุณ จขบ. น่าจะชอบ (เหมือนที่ผมชอบ) เพราะอารมณ์หนังโทนนี้ ไม่ค่อยมีให้ดูบ่อยนัก แถมยังผสมกันได้อย่างลงตัวอีกตะหาก
+ หนังผู้หญิงเตะบอลเหรอครับ ... นึกออกแค่ Bend it like Beckham เรื่องเดียวแฮะ ส่วนอีกเรื่องจำได้ว่ามีการสร้างออกมา แต่นึกชื่อเรื่องไม่ออกว่าชื่อเรื่องอะไรอ่า


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:10:14:45 น.  

 
She's the man ป่าวคับ


โดย: เต้ IP: 61.90.161.65 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:13:47:27 น.  

 
คุณผมอยู่ข้างหลังคุณ ไม่เขียนรีวิว An Inconvenient truth เหรอคะ
อยากให้คนไปดูกับเยอะๆอ่ะ ช่วยโปรโมตหน่อยสิ


โดย: Pat :o) วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:15:26:57 น.  

 
ที่เราไม่คิดว่า สาวคนนั้นไม่ใช่เจ้าของแกลอรี่ เพราะเจ้าของแกลอรี่ผมยาวค่ะ

เลยคิดว่าเป็นเลขาของเจ้าของแกลอรี่มากกว่าอะค่ะ
(เธอคนที่มาตามนัด ผมสั้นและสีออกแดงๆ อะค่ะ)

สงสัยต้องไปดูแผ่นอีกรอบ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:18:24:35 น.  

 
ช่วงนี้แทบไม่ได้เข้า pantip เลยครับ นอกจากต้องการข้อมูลอะไรนานๆที
เจอผมได้ตาม webboard เกี่ยวกับหนังโดยตรงที่อื่นๆน่ะครับ แต่ยังไงจะพยายามแวะเวียนมา blog นี้บ่อยๆแล้วกัน
แล้วหนังสือออกเมื่อไหร่จะไปอุดหนุน

ไม่ได้ดูหนังมาเกือบอาทิตย์ (สำหรับผมนับว่าค่อนข้างนานแล้วนะ) เรื่องสุดท้ายที่ดูคือ My Super Ex-girlfriend ที่แป้กๆไปหน่อย แต่มีดีที่ Anna Faris ที่ปกติได้รับแต่บทผู้หญิงโง่ๆหรือเพี้ยนๆ (Scary Movie ทุกภาค, Lost in Translation, Brokeback Mountain) มาเรื่องนี้ได้รับบทผู้หญิงน่ารัก ฉลาดๆกับเค้าบ้างซะที ประทับใจ

ตอนนี้ผมป่วย ถ้าพรุ่งนี้อาการดีขึ้น หวังว่าจะได้ไปดู Me and You and Everyone We Know ในโรงซักรอบ (เคยดูแผ่นเมื่อนานมาแล้ว) หรือไม่ก็ต้องลุ้นให้เอามาฉายวนอีกก่อนหมดโครงการ Little Big Film Project เหมือนคราวก่อน
หนังหลายๆเรื่องอย่าง The Host, An Inconvenient Truth หรือ Nacho Libre ก็กะว่าคงไม่พลาดแน่ๆ

นึกขึ้นมาได้ถึงหนังแผ่น 2-3 เรื่อง ไม่ทราบว่าคุณได้ดู The Station Agent กับ Garden State รึยังครับ ถ้ายังก็ขอแนะนำให้ไปหามาดู น่าจะชอบนะ


โดย: Dr Syntax วันที่: 12 กันยายน 2549 เวลา:22:10:38 น.  

 
คุณคะ
เพิ่งเห็นข้อความหลังไมค์ แต่ระบบมีปัญหาส่งกลับไม่ได้

แวะมาบอกชื่อ Life's like that
อายุ: ไม่อยากบอกเล้ย.. 30 นิดๆ จ้ะ คงไม่แก่ที่สุดนะ
อาชีพ: พนักงานบริษัท


โดย: Life's like that (Life's like that ) วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:16:48:44 น.  

 
... คุณ บลูยอชท์ ตอบถูกชื่อแรก ตามมาติดๆด้วยคุณเต้เลย ถูกต้องนะคร้าบบบ

... หยิบ She's a man มาดูจนจบก็เกิดอารมณ์อยากดูหนังผู้หญิงเตะบอลต่อ ก็เลยหันหลังไปที่ตู้ดีวีดี หยิบ bend it like beckham มาดูต่อ เรื่องแรกก็สนุกๆเพลินๆดีครับ นางเอกมีเสน่ห์ด้วยหละ ส่วนเรื่องหลังชอบมากกว่าเรื่องแรก เสียแต่ว่า ไม่ชอบพล็อตความรักสามเส้าที่ใส่เสริมเข้าไปเลย (ดูโค้ชในเรื่องตั้งนานว่าคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน ที่แท้ก็ ผู้ชายเห็นแก่ตัวจาก Match point นี่เอง)

Pat :o) ... ที่ไม่เขียนเพราะไม่มีเวลาจริงๆครับ แต่ช่วยโปรโมทเด๋วจะเล่าสั้นๆไว้ในบล้อกละกันน่อ(ถ้ามีเวลาอีกเช่นกัน) แต่ผมเชื่อว่า หนังไปได้ดีนะ เพราะวันนั้นที่ไปดูที่สกาล่า คนต่อแถวซื้อตั๋วยาวเหยียด ยาวกว่าหนังหลายเรื่องๆเสียด้วยซ้ำ

สาวไกด์ใจซื่อ ... เหะๆ มีแผ่นในมือตั้งแต่ปีก่อน นอนยันว่าใช่คนเดียวกันครับ ไม่เป็นไรรอคุณสาวไกด์ไปดูอีกรอบแล้วมาคุยกันอีกที

Dr Syntax ... ทั้งสองเรื่องที่ว่ามา ยังไม่ได้ดูครับ ยังไม่มีแผ่นด้วย ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วเหมือนกัน / Nacho Libre อยากดูมากๆตอนเห็นโปสเตอร์กับรู้ตัวผู้กำกับและนักแสดง แต่พอคำวิจารณ์ออกมาในทิศทางเดียวแบบนี้ ก็เริ่มแหยงๆแล้ว แถมฉายไกลอีกต่างหาก

Life's like that ... ขอบคุณคร้าบ

... สัปดาห์นี้เป็นไม่กี่สัปดาห์ในรอบปี ที่ไม่มีหนังเข้าโรงใหม่น่าสนใจเลย แปลกแต่จริง คนจัดโปรแกรมไม่รู้คิดยังไง เอาโปรแกรมเด็ดๆไปยัดไว้ปลายเดือนกับต้นเดือนหน้าพร้อมกันหมด (ถ้าจะมีหนังดีๆของสัปดาห์นี้ ก็คงจะมี ด้วยเกล้า ที่น่าสนับสนุนให้ไปดูกันครับ)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:20:05:32 น.  

 
คุณข้างหลังฯ
อยากอ่านรีวิวเรื่อง ซี้ซั้ว ..เอ๊ย..ซี๊ซั่น เช้ง..อ่ะ
เพิ่งไปดูมาสดๆ ร้อนๆ...แหม..มันกรีดหัวใจทุกครั้งที่อ้อมมองป้อมที่กำลังมองดาว...แบบว่า อิน..

น้องป้อมช่างน่ารักซะนี่กระไร คิดถึงอดีตขวัญใจยามเย็นขึ้นมาเลยเชียว ..


โดย: Life's like that วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:0:18:39 น.  

 
^
^
เอ่อ โทษนะคับ ขอเจือกหน่อย ... คุณ จขบ. เค้าเขียนรีวิวเรื่องที่ว่านี่ไว้ตั้งเกอืบอาทิตย์นึงแล้วนะครับ ที่ "ดูแล้วมาคุยกัน" แล้วมี The host เพิ่มมาอีกเรื่องแล้วด้วย ป่านนี้ความคิดเห็นของ Season change ก็เกือบร้อยนึงแล้วมั้งเนี่ย


โดย: แหะๆ ผมเอง IP: 202.69.140.233 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:0:32:54 น.  

 
^
^
... ขอบคุณครับ คุณ Life's like that ตามไปเจอมั้ยครับ ถ้าไม่เจอไปลองหาจาก หน้าสารบัญ ได้นะครับ

... เจ้าของบล้อก ขอลาไปทำใจพักนึง อันเนื่องมาจาก มือถือที่เพิ่งซื้อหาย (ลืมไว้ที่ร้าน ขับรถกลับไป 15 นาที มีคนหยิบไปแล้ว ซวยชะมัด)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:22:58:47 น.  

 
อ่า...ขออำภัย..พลาดไป..เขกกบาลตัวเองไปทีแล้ว


โดย: Life's like that วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:0:58:15 น.  

 
รอซื้อหนังสือนะ


โดย: merveillesxx วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:11:52:03 น.  

 
+ อ้าว ... ผมนึกว่าอีกเรื่องนึงคือเรื่องอื่นซะอีก กลายเป็น She's the man ที่เพิ่งเข้าไม่นานนี้เองเหรอครับเนี่ย นึกไม่ถึงแฮะ พอดีไม่ได้ดูด้วย เออ แต่ก็มีผู้หญิงเตะบอลจริงๆ แหละเนอะ
+ An inconvenient truth ผมก็รู้สึกว่าเครือ APEX ช่างกล้าเอาลงโรงฉายที่สกาลาได้ถึง 3 อาทิตย์รวด (แต่พฤหัสนี้คงต้องหลีกทางให้ WTC แล้วล่ะ) ... แต่ที่คนดูค่อนข้างเยอะ ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะองค์กรต่างๆ ช่วยกันส่งเสริมให้พนักงานมาร่วมด้วยช่วยกันดูด้วยมั้งครับ นี่ผมก็เพิ่งโปรโมตให้เพื่อนผู้รักสิ่งแวดล้อมของผมสนใจจนคิดจะไปดูอยู่เลยเนี่ย
+ ประหลาดใจจัง ตอนแรกนึกว่าพฤหัสนี้จะมี WTC ให้ดูเรื่องเดียว ปรากฎว่าดันมี The child (Le' Enfant) ลัดคิวโผล่มาได้ไงหว่า เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นมีแม้กระทั่งโปสเตอร์ติดไว้เลยด้วยซ้ำ ... แต่ก็ดีครับ จะได้มีหนังดีๆ ดูเพิ่มอีก 1 เรื่อง แถมเพิ่งเห็นว่ามีโปสเตอร์ของ Grizzly man ติดที่ลิโดแล้วด้วยอ่า
+ เสียใจกับคุณ จขบ. ด้วยนะครับกับมือถือ (อันใหม่แกะกล่อง?) ที่เพิ่งหายไป เพิ่งรู้ว่าคุณหมอก็เป็นโรคเผอเรอหลงๆ ลืมๆ กะเค้าเหมือนกันเหรอครับเนี่ย - -" ... ก็ถือซะว่าทำทานแมวมันไปก็แล้วกันนะครับ ทรัพย์สมบัติมันของนอกกาย หายได้ก็ซื้อใหม่ได้อ่า


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:22:12:25 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยซักเรื่องค่ะ ยุ่งสนิท ต้องไปหาซื้อหนังมาดู ทำยังกับว่ามีเวลานะเนี่ย เศร้าจัง


โดย: คนชอบหนู IP: 124.120.183.31 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:23:55:51 น.  

 
Life's like that ... อูยอย่าเขกกบาลเลยครับ เจ็บเปล่าๆ แวะไปที่หน้าสารบัญได้เลยครับ ถ้าต้องการหาบทความเรื่องใหม่ๆครับ

Pat :o) ... ขอเปลี่ยนจากรีวิว มาคุยกันแทนนะครับกับ >> เป็นหวัด ไม่ใช่ "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" แต่เพราะ "An Inconvenient Truth"
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=5&month=09-2006&date=19&blog=1

merveillesxx ... ขอบคุณมากๆคร้าบ

บลูยอชท์ ... โอ้ ผมนี่แหละ ขี้หลงขี้ลืมทะเร่อทะร่าเป็นอย่างยิ่ง เครื่องก่อนเมื่อสามปีที่แล้วก็ทำตกหายบนแท็กซี่ / An inconvenient truth คนดูเยอะนะครับ เยอะอย่างไม่คิดว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้ก็เลยยืนโรงได้นาน / The child (Le' Enfant) เข้าโรงไหนครับเนี่ย น่าสนใจๆ เพราะอาทิตย์นี้ไม่กลับบ้านว่างๆวันอาทิตย์จะได้แวะไปดู

คนชอบหนู ... เจ้าของบล้อกไม่มีเวลาเช่นกัน แต่โชคดีที่หนังสือเสร็จไปเยอะแล้ว

รายงานหนังที่ได้ดูสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

16 Blocks ...บรูซ วิลลิส แก่ลงเยอะ แต่ หนังดีทีเดียว พล็อตซ้ำๆแต่ในความซ้ำนั้นมีจุดหักมุมที่ถือว่าใช้ได้เลย และ ประเด็น "คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้จริงหรือ" ถูกนำมาใช้ในหนังแอคชั่นเรื่องนี้ได้ลงตัวน่าประทับใจ และทำให้มันมีอะไรดีๆมากไปกว่า คนสองคนวิ่งหนีผู้ร้ายในระยะทาง 16 16 Blocks

The Beat That My Heart Skipped ... เยี่ยมสมคำร่ำลือ แม้จะแปลซับอย่างงูๆปลาๆก็ตาม ถ้ามีเวลาว่าจะเขียนถึง ชอบ ความคิดที่ให้ตัวละครมีมือที่พร้อมจะดีดเปียโนได้ดี และ มือที่พร้อมจะทำร้ายคนได้ดีเช่นกัน แต่หัวใจนั้นเลือกได้แค่ทางเดียวว่าจะให้มือทำอย่างไร / พระเอกเล่นได้ดีจริงๆ + แอบชอบ แฟนสาวเพื่อนพระเอกที่พระเอกไปปิ๊งปั๊งอยู่ มีเสน่ห์เซ็กซี่ดีอิๆ

The King and the Clown ... เยี่ยม!! หนังเกาหลีเรื่องนี้เป็นโปรแกรมปิดท้ายปีที่ไม่ควรพลาด เพราะเข้าไปเช็คโปรแกรมเห็นว่าจะเข้าโรงในบ้านเราด้วย (แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะไม่รู้เลยดูแผ่นไปเรียบร้อยโรงเรียนกิมจิ) เป็นหนังที่บทหนังช่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองมากๆ ไม่ได้เหนือชั้นแต่ สามารถบรรยายสภาพสังคมและสภาพจิตใจตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ความรักในเรื่องแม้จะมีประเด็นคนเพศเดียวกัน แต่กลับทำออกมาได้ไม่แปลกแยกแถมจะเนียนกว่า BBMT เสียด้วยซ้ำ / เรื่องของ นักแสดงตลก ที่ชีวิตใช้ตลกนำทางชีวิต จนไปได้ไกลถึงในวังหลวง แต่ เส้นทางที่ยิ่งเดินลึกเข้าไปนั้นเหมือนกับการขึ้นขี่หลังเสือ ที่ยากนักจะหาทางลงที่สวยงามให้กับตัวเอง เมื่อการรุ่งโรจน์ของพวกเขานั้นได้มาจาก กษัตริย์ ที่เหี้ยมโหดและไร้จริยธรรม และ ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอ

+++ ข่าวดี(ของผม)+++
... ได้มือถือคนแล้วจ้า ยาฮู้ โหะๆ 555 เหะๆๆ ฯลฯ เจ้าของร้านที่ลืมมือถือทิ้งไว้ โทรมาหาเมื่อวานว่า ลืมมือถือไว้ใช่มั้ย เขาเจอแล้ว / สืบถามได้ความว่า เขาได้ยินว่ามีคนมาถามหามือถือที่ร้าน เขาสงสัยว่าลูกน้องพนักงานเสริ์ฟผู้ชายจะเอาไป เลยเข้าไปค้นในห้องแล้วเจอจริงๆ ก็เลยโทรมาถาม พอเช็คกันแล้วว่าใช่ ก็เลยไล่ลูกน้องที่ขโมยออกไปแล้ว

... ดีใจ ซาบซึ้ง และ รู้สึกดีมากๆ ที่ได้เจอคนดีๆอย่างเช่นเจ้าของร้านเช่นนี้ (เจ้าของบล้อกน้ำตาตกในล่วงหน้าไปหนึ่งคืนจนหวัดกิน พลางคิดไปว่า ขายหนังสือที่ออกมาจะได้ค่ามือถือคืนหรือเปล่าหว่าเนี่ย)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:0:18:53 น.  

 
+ แหะๆ ผมเขียนผิด (พอดีไม่เชี่ยวภาษานี้) ... รู้สึกต้องเขียนว่า L' Enfant อ่ะครับ ... ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเข้าเครือไหน แต่เข้าพฤหัสนี้แน่ๆ เพราะโฆษณาอยู่ใน นสพ. หน้าหนัง ... แต่ถ้าจะให้เดาก็น่าจะเป็น APEX เจ้าเก่าแหละครับ คงแถวลิโดละมั้ง ... ถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้ก็ได้รางวัลเมือง คานส์(ทอง) มาประดับบารมีด้วยใช่ป่าวครับ? (น่าจะเป็นของปีที่แล้ว แต่รางวัลอะไรจำไม่ได้แล้วหว่า) ......... แต่ไปดูในเว็บวิจารณ์หนัง ทั้ง imdb และ metacritic เรื่องนี้ได้รับคะแนนสูงลิบลิ่วทั้งจากฝั่งนักวิจารณ์ (= เป็นหนังดี) และจากฟากคนดู (= ที่ดูสนุก) ... ส่วนพล็อตผมจำได้คร่าวๆ แค่ว่า มีพ่อแม่ลูกอ่อน แล้วเกี่ยวพันกับการขโมยเด็กหรืออะไรทำนองนี้และเป็นอารมณ์ดราม่าทริลเลอร์ใช่ป่าวครับ?
+ ผมก็ชอบเหมือนกันครับ The beat ฯ ... แอบหวังว่าอาจจะได้อ่านรีวิวเรื่องนี้ใน "ดูหนังที่บ้าน" เร็วๆ นี้อ่ะครับ แหะๆ

+ The king and the clown ว่าจะดูอยู่ แต่ดันโดนโรคเลื่อน จากเดือนนี้ไปเป็น ไม่ พ.ย. ก็ ธ.ค. อ่ะครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ... ส่วนหนังอินดี้ที่เห็นใน Boxoffice เมกาตอนนี้ ก็น่าดูตั้งหลายเรื่อง ไม่รู้จะมีเรื่องไหนถูกซื้อเข้ามาฉายรึเปล่า อย่างเช่น A prarie home companion, Little Miss Sunshine และ The illusionist เป็นต้น
+ เอ่อ ... จะบอกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปดู Quuens มาด้วย ... แรงดึงดูดหลัก น่าจะเป็น(ฝีมือการแสดงของ)ป้าคาร์เมน เมารา นักแสดงขาประจำของเจ้าป้าเปโดร อัลโมโดวาร์ (ที่โกรธกันไปพักนึง แล้วก็เพิ่งกลับมารียูเนี่ยนอีกครั้งใน Volver) กับป้า เวโรนิกา ฟอร์กส์ ที่ชื่อพอจะคุ้นๆ หูหน่อย ... หนังดีกว่าที่คิดพอสมควรเลยล่ะครับ การดำเนินเรื่องเป็นแบบหนังอินดี้เต็มตัว มีการตัดย้อนเหตุการณ์สลับกลับไปมาอย่างสนุกสนาน ... ฉากกรึ๋ยๆ ก็มีไม่เท่าไหร่ (แค่จูบปากกับกอด น้อยกว่า BB ตั้งเยอะ ... แต่หน้าหนังดันทำแหววซะ) ประเด็นส่วนใหญ่กลับไปเน้นเรื่อง แม่ๆ ผู้มีปัญหาทั้ง 5 คนมากกว่า (คนที่ฮาที่สุด นอกจากป้าคาร์เมนที่กัดตัวเองอย่างสะใจ ... ก็คงเป็นคนที่เธอเป็นโรคจิต แบบว่าชอบมีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า) ... สรุปว่าเรื่องนี้ทำได้ สนุก ซาบซึ้ง และฮาโคตรๆ เป็น Romantic-Comedy ชั้นดีอีกเรื่องนึงอ่ะครับ

+ เรื่องมือถือ ... ยินดีด้วยครับผมที่ได้คืน คงเป็นผลบุญจากการที่คุณ จขบ. ได้ทำให้พวกเราผู้อ่านได้รับสาระและความบันเทิงเริงใจจากบทความในบล็อกนี้นั่นเอง ... คุณเจ้าของร้านคนนี้ ก็ดีและเจ๋งโคตรๆ อ่ะครับ เด็ดขาดด้วย แบบนี้น่าไปอุดหนุนเป็นลูกค้าประจำเลยนะเนี่ย


โดย: บลูยอชท์ รีทอล์ค IP: 202.69.140.233 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:14:39:23 น.  

 
ดีใจด้วยครับ ที่ได้มือถือคืน
ขอว่านิดนึง ก่อนลุก (ออกจากร้าน หรือ ลงจากรถ ) อย่าลืมตรวจดูของสำคัญ (ที่มักจะลืม) เช่น มือถือ กระเป๋าสตางค์ ทุกครั้งนะครับ อย่าลืมอีกเป็นครั้งที่สามนะครับ

ด้วยความเคารพ & ห่วงใย


โดย: รบชนะ IP: 124.121.37.207 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:18:14:26 น.  

 


แวบมาทักทายก่อนซะหนึ่งรอบ
เด๋วจะมาใหม่นะครับ อย่ารีบร้อน


แว้บๆ




โดย: อะไรดี วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:17:16:40 น.  

 
ชะแว้บ....แอบทักทาย

=)


โดย: hunjang วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:8:41:24 น.  

 
...

หนังสือออกเมื่อไรครับ? รอควักตังค์อยู่

เมื่อสุดสัปดาห์เพิ่งได้ดูดีวีดีเรื่อง "Until the lights come back" (หนังญี่ปุ่น)
ดูทีแรกก็เรียบๆเฉยๆ นึกว่าจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ
แต่ในความง่ายก็มีอะไรดีๆเหมือนกันครับ...เยอะเลยด้วย



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:10:57:51 น.  

 
^
^
... ทางสนพ.เขาก็พยายามเร่งๆอยู่เหมือนกันครับ ด้วยความตั้งใจที่จะให้ออกมาทันงานหนังสือเดือนหน้า คาดว่าน่าจะทันนะ / ยังไม่เคยเห็นเรื่องที่เล่ามาก่อนเลยครับ เด๋วมีโอกาสจะลองหามาดูซะหน่อย

บลูยอชท์ ... L' Enfant เห็นเข้าที่ลิโด้แล้วครับ ตั้งใจว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะไปดูวันอาทิตย์ ไม่แน่ใจว่าแนวไหนเหมือนกัน แต่มันเกิดอยากดูโดยไม่มีสาเหตุ

รบชนะ ... ขอบคุณมากๆฮับ ได้เครื่องกลับมาไว้ข้างตัวละ ทีนี้จะเฝ้าดูแลให้เป็นพิเศษ ไม่ให้พลาดอีกเด็ดๆ

อะไรดี / hunjang ... แล้วแอบมาทักทาย มาคุยกันใหม่เน้อ

ป.ล. เล่าถึง WTC ไว้สั้นๆที่บล็อกนี้แล้วนะครับ ใครตัดสินใจจะไปดูลองไปอ่านก่อนได้ แล้วจะหาเวลาเขียนรีวิวถึงต่างหากอีกครับ >> https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=5&month=09-2006&date=22&blog=1


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:0:40:38 น.  

 
มาทักทายที่หน้าแรกด้วยคนครับ จขบ. ได้ไปดูหนังเรื่อง Queen หรือยังครับ พอดีผมพึ่งไปดูมาเมื่อวาน หนัง Work มากครับ ได้ใจไปเต็มๆ เลย


ปล. จะรอติดตามหนังสือนะครับผม


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:22:28:31 น.  

 

แวะมาติดตามเหมือนเดิมค้าบ


โดย: Elrond วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:0:33:22 น.  

 
มาเยี่ยมครับผม ^___^


โดย: Ruudy IP: 58.10.77.56 วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:0:07:35 น.  

 
แวะมาทักทายรอบดึกครับ
ตอนนี้อยากดูอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน ทั้ง WTC Death note แล้วก็อะไรที่จ่อคิวรอเข้าอยุ่

กลัวแต่ว่าจะไม่มีเวลาพอ

เพราะขึ้นเมดแล้วววววว เศร้า

เป็นวอร์ดที่เยินสุดๆ


โดย: keano (jonykeano ) วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:0:32:58 น.  

 
+ ช่วงนี้ คุณ จขบ. ดูว่างขึ้นแล้ว ท่าทางเย็นนี้จะต้องมีหนังเรื่องใดเรื่องนึงเสร็จคุณ จขบ. แหงมเลย ... ของผม (คาดว่าน่าจะอยากดูคล้ายๆ คุณ จขบ.) ที่แน่ๆ ก็ นางมารสวมปราด้า ... แล้วก็นัดกับพวกน้องที่บอร์ดไว้ว่าจะดู Death note กันวันเสาร์ นานๆ เจอกันทีครับ ฉลองพวกเค้าสอบเสร็จ(มั้ง - ไม่รู้เด็กๆ จะมากันรึเปล่าอ่ะดิ)
+ เซ็ง Monster house เลื่อนไปฉายวันฮัลโลวีนแล้ว ... แต่อาทิตย์หน้าอย่างน้อยยังมี Cars ต้อนรับปิดเทอมเหมือนเดิม ... แล้วก็ ชอบเพลงในหนังตัวอย่างของ Beyond our Ken จัง น่ารัก แต่เหงาได้ใจดีอ่ะครับ ... 13 เกมสยอง ก็ไม่รู้จะน่าดูรึเปล่า? ... ส่วน Blue ก็เข้าฉายใกล้กับ My summer of love มากเกินไปหน่อย ไม่รู้อารมณ์หนังจะคล้ายๆ กันรึเปล่าง่ะ (แต่ Blue ดูเหงาจัดๆ กว่าเยอะเลย)

+ พอดีมีคนเขียนถึงหนังน่าดูในอนาคตไว้ในบอร์ดแล้วผมไปตอบซะยาวเลย ... เลยเสียดาย ขอญาตก๊อปมาแปะไว้ที่นี่ด้วยนะครับ เผื่อใครอยากพูดถึงหนังเรื่องอะไร ...

Apocalypto :
ระดับความอยากดู (1-5) : 3
เหตุผลที่อยากดู : ความประหลาดและน่าสนใจของเรื่องราว และวิธีการ (+ภาษาที่)นำเสนอ
สิ่งที่กลัว : กลัวจะดูไม่รู้เรื่อง หรือทำออกมาไม่ถึงกับระดับที่โปรโมตอ่ะดิ

Children of men :
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : เป็นหนังที่กำกับโดย อัลฟองโซ คัวรอง และมีไคลฟ์ โอเวน +จูลีแอน มัวร์ นำแสดง
สิ่งที่กลัว : พล็อตมันดูหลุดโลกไปนิ้ดส์นึงอ่ะ แล้วผู้หญิงที่เหลือจะท้องได้ หายไปไหนหมดฟระ???

The Science of Sleep
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : เป็นหนังที่กำกับโดย มิเชล กงดรี้ และมีกาเอล การ์เซีย เบอร์นัลนำแสดง แถมดีกรีความเพี้ยนแบบแฟนตาซีสุดๆ หลุดโลก (แต่ดีโคตรๆ) คงไม่แตกต่างจากหนังเรื่องก่อนๆ อย่าง Eternal Sunshine ซักเท่าไหร่
สิ่งที่กลัว : แล้วมันจะเข้าฉายในโรงเมืองไทยรึเปล่าล่ะหว่า?

Babel
ระดับความอยากดู (1-5) : 4
เหตุผลที่อยากดู : แค่เห็นชื่อ ผกก. อเลฮานโดร กอนซาเลซ อิงนาริตู กับดารานำอย่าง แบรด พิตต์ และเคตต์ บลานเชตต์ เป็นอาทิ ก็ตาลุกแว้ว
สิ่งที่กลัว : ผมกลัวตัวเองจะโยงอ้าย 3-4 เหตุการณ์ที่หนังมี ให้เข้ากันแบบเง็งๆ น่ะครับ (แบบว่าผมเป็นคนงงกับหนังซับซ้อนค่อนข้างง่าย)

The Fountain
ระดับความอยากดู (1-5) : 3.5
เหตุผลที่อยากดู : ดารานำอย่างเรเชล ไวส์ + ฮิวจ์ แจ๊คแมน และ ผกก.ดาเรน อโรนอฟสกี้ (ที่ลงมือกำกับภรรยาตัวเอง)
สิ่งที่กลัว : พล็อตมันเกี่ยวกับรักอมตะ ข้ามเวลาเป็นพันๆ ปีเชียวนะ (แอบ)กลัวแป้กง่ะ - -"

Hollywoodland
ระดับความอยากดู (1-5) : 2.5
เหตุผลที่อยากดู : เอเดรียน โบรดี้ มั้ง เพราะ(โดยส่วนตัว)ไม่ค่อยเชื่อฝีมือ ตาเบน อัฟเฟล็คเท่าไหร่ ถึงจะได้รางวัลติดไม้ติดมือจากเรื่องนี้มาแล้วบ้างก็เหอะ (แต่ไม่แน่ แกอาจซุ่มพัฒนาฝีมือไปแว้วก็ได้ หุๆ)
สิ่งที่กลัว : โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบพล็อตเรื่องแนวนี้อ่ะครับ คิดว่าผมคงจะดูไม่สนุกเท่าไหร่

Scoop
ระดับความอยากดู (1-5) : 3
เหตุผลที่อยากดู : สการ์เล็ต โจฮันสัน (+พี่วูฟเวอร์รีน) ที่กำกับโดยวู้ดดี้ อัลเลน
สิ่งที่กลัว : เห็นเค้าว่ากันว่าหนังเบาสมอง (และอ่อนแรง) กว่า Match point พอสมควร เลยทำให้ความอยากดูลดลงง่ะ

Little Miss Sunshine
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : พล็อตสร้างสรรค์, ดารานำทั้งโขยง แล้วก็ภาพรวมของหนังที่ดูดี
สิ่งที่กลัว : หนังเล็กซะจนไม่รู้จะได้ฉายในโรงเมืองไทยรึเปล่าง่ะ

A Prarie Home Companion
ระดับความอยากดู (1-5) : 4
เหตุผลที่อยากดู : ผกก., ดารานำทั้งก๊วน โดยเฉพาะป้าเมอริล สตรีพ
สิ่งที่กลัว : เรื่องนี้ก็ไม่รู้จะได้เข้าฉายรึเปล่าเหมือนกัน

The illussionist
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : ป๋าเอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน คิดถึงจัง ... แถมพล็อตเป็น พีเรียด-ดราม่า-ทริลเลอร์-โรแมนติค ปนแฟนตาซีนิดๆ แบบนี้ ชอบโคตรๆ
สิ่งที่กลัว : เป็นอีกเรื่องที่เสียวว่าจะได้เข้าฉายรึเปล่า?

The Prestige
ระดับความอยากดู (1-5) : 4
เหตุผลที่อยากดู : คริสเตียน เบลล์ + ฮิวจ์ แจ๊คแมน หักเหลี่ยมเฉียนคมกัน ในบรรยากาศ พีเรียด-ดราม่า-ทริลเลอร์ ซรู้ดดดด ...
สิ่งที่กลัว : หนังยังไม่เข้าฮอลลีวู้ดเลย ไม่รู้จะแป้กรึเปล่าง่ะ

Volver
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : เจ้าป้า อัลโมโดวาร์ มาแย้ววว แถมมีดารานำ อย่างเพเนโลปี ครูซ กับการกลับมาอีกครั้งของขวัญใจเจ้าป้า อย่างป้า คาร์เมน เมารา
สิ่งที่กลัว : กลัวจะต้องตามไปดูในงานเทศกาลหนังอ่ะดิ จะเข้ารอบปกติมั้ยหว่า?

Dreamgirls
ระดับความอยากดู (1-5) : 4
เหตุผลที่อยากดู : (อาจ)เป็นหนังเพลง(ชื่อดัง)เรื่องเดียวของปีนี้ + ผกก.บิลล์ คอนดอน
สิ่งที่กลัว : กลัวแป้กอีกเรื่องง่ะ

Flag of our father +
Letter from Iwo Jima (แต่ชอบชื่อ Red sun, Black sand มากกว่าตั้งเยอะ ฟังดูโรแมนติคดี)
ระดับความอยากดู (1-5) : 4.5
เหตุผลที่อยากดู : ป๋าคลินต์ อีสต์วู้ด น่าจะได้เฉียดเวทีออสการ์อีกครั้ง แถมไอเดียเก๋ซะ ... หนังจากเหตุการณ์เดียวกัน แต่มุมมองจากทหารคนละข้าง
สิ่งที่กลัว : โดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยถูกกับหนังสงครามเท่าไหร่ + ก๊วนดารานำ (จากเรื่องแรก) ยังไม่ได้รับการยอมรับในฝีมือการแสดงเท่าที่ควร (แต่อาจฝีมือกระฉูดจากเรื่องนี้ก็ได้นะ!)


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:14:28:21 น.  

 
แวะมาทักทาย ตามที่เจ้าของบล็อคบอกค่ะ


โดย: ภัทรกาล IP: 222.123.72.83 วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:0:04:41 น.  

 
เมื่อวานแอบแว้บไปดู นางมารฯ มา...
ประทับใจเจ๊มิแรนด้าจัง... แต่โดยตัวหนังแล้ว เป็นเหมือนทุกๆ เรื่องที่ทำจากหนังสืออ่ะคับ รู้สึกว่ามันไม่เคยสนุกเท่าที่เราคิดเลย ประมาณว่าจินตนาการเราไปไกลมาก
อีกอย่างคือ เพราะหนังมันสั้นด้วยเปล่าไม่รู้ เลยไม่ได้เห็นความร้ายของเจ๊ และการเปลี่ยนแปลงของแอนเดรียเท่าไหร่ คือความรู้สึกตัวเองอ่ะนะ
แต่ที่หงุดหงิดมากๆ ... คนข้างหลังคับ...รู้นะว่าขายาว...แต่ไม่ต้องเคาะเก้าอี้เตือนสติเราบ่อยๆ ได้ป่ะ...คนเค้าจะอินกับหนังอ่ะ เวลาดูหนังแล้วเจอเรื่องอย่างนี้...ไม่อยากสนใจนะ แต่อดไม่ได้ ทำให้หนังสนุกๆ ลดดีกรีความสนุกลงไปได้เยอะเลย

อยากดูอีกหลายเรื่องเลย เก็บหนังรอถึงหลังสอบได้มั้ยนี่


โดย: SnowBelL.. ^^ IP: 58.136.100.67 วันที่: 30 กันยายน 2549 เวลา:1:58:10 น.  

 
อีกนิดสิ...

ใครที่ดูเจ๊มิแรนด้าแล้ว...
นึกถึงใครป่าว??

เราดูไปแอบขำไปคนเดียว... เค้าชอบพูดเหมือน "รุ่งทิพย์" ในเรื่อง "ขิงก็รา ข่าก็แรงเลย"...

"จบ !!!"


โดย: SnowBelL.. ^^ IP: 58.136.100.67 วันที่: 30 กันยายน 2549 เวลา:2:04:00 น.  

 
ดู Death Note กับ The Devil Wears Prada มาแล้วครับ
(ขากลับจาก Death Note เดินเข้าเซเว่นที่สยาม สวนกะน้องไมเคิลเต็มๆเลย ไม่มีกล้อง จะได้ถ่ายไปขายแฟนคลับ 55+ -- พอโทรไปโม้กะพวกแฟนคลับที พวกนี้แทบดิ้นตาย)

ชอบทั้งสองเรื่องเลยครับ
เรื่องแรกเปลี่ยนจากการ์ตูนพอสมควร แต่ถือว่าทำออกมาได้กลมกล่อมดี แต่ว่าไลท์เลวกว่าในการ์ตูนมากเลยล่ะ - -*
ส่วนปราด้าก็ชอบเจ้าป้าเมอริลสุดๆ.. เธอร้ายได้ใจจริงๆ


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.10 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:2:09:39 น.  

 
^
^
...ดูมาแล้วสองเรื่องเช่นกันครับ เขียนถึง Death Note เสร็จแล้ว ส่วนปราด้า กำลังจะตามมา สรุปความเห็นสั้นๆไว้ที่หน้าแรกว่า

Death Note ... สนุกกว่าที่คิด (เพราะคิดว่าไม่สนุก ก็แหม รู้เนื้อเรื่องหมดแล้วตอนแรกนึกว่าจะสนุกอะไร แต่ปรากฎว่าหนังดัดแปลงได้ดีทีเดียวเลย)

เขียนถึงไว้ชวนไปอ่านครับ >> https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=1&month=10-2006&date=01&blog=1

The Devil Wears Prada ... เรื่องนี้ก็อ่านหนังสือแล้ว ไม่ได้ปลื้มกับหนังสือเท่าไหร่นัก แต่ หนังยอดเยี่ยมมากๆ ชอบหลายๆอย่างในหนังเรื่องนี้ ไล่ไปตั้งแต่นักแสดงไปจนถึงตัวบทหนัง ถ้านับหนังในแนวชิคลิกกุ๊กกิ๊กหญิงสาวแบบนี้แล้ว เรื่องสุดท้ายที่ดูสนุกก็โน่นเลย บริทเจน โจนส์ แล้วก็มาเรื่องนี้เลย

เข็มขัดสั้น ... ผมไม่ได้ดู Queen ครับ หนังเข้าเยอะเหลือเกิน เลือกดูไม่ถูกเลย

Elrond / Ruudy ... ยินดีต้อนรับเสมอครับ แล้วแวะมาเยี่ยมมาคุยกันเรื่อยๆนะครับ

jonykeano ... คิดถึง เมด เยินแต่ก็สนุกนะ

บลูยอชท์ ... โอ้ว ขอบคุณครับที่มาพรีวิว หนังล่วงหน้าแบบยาวเหยียดเลย คะแนนความอยากดูผมก็ใกล้เคียงละครับ เพราะอยากดูทั้งนั้นเลย ที่ต่างไปหน่อยคือ Hollywoodland ที่ผมขอให้คะแนนความอยากดูระดับ 4 กว่าๆเกือบ 5 หลังจากได้ดูหนังตัวอย่าง และ เห็นชื่อผู้กำกับยันชื่อนักแสดง

ภัทรกาล ... แล้วแวะมาคุยกันอีกเน้อ

SnowBelL ... ขิงก็รา ข่าก็แรง เห็นในพันทิปพูดถึงมานานแล้ว เพิ่งได้ดูในทีวีก็วันนี้เองกับ ทำแบบนี้ แม่ไม่ปลื้ม


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:2:41:03 น.  

 
มาทักทายค่าไม่ทราบว่าพี่ที่อยู่ข้างหลังเรา((จขบ.))ได้ดู Blue รึยังคะ อยากฟังคอมเม้นต์ค่ะ


โดย: v^J IP: 58.9.120.19 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:15:52:07 น.  

 
+ เมื่อวันเสาร์ได้ดูมาแว้วทั้ง นางมารฯ และโน้ตยมฑูต เลยครับ ซึ่งผมไม่เคยได้อ่านหนังสือมาก่อนทั้ง 2 เรื่อง ก็เลยไม่มีภาพใดๆ ติดอยู่ในหัว ไปซึมซับเอาจากหนังล้วนๆ ... ก็อารมณ์คล้ายๆ กับท่านๆ ทั้งหลาย คือจัดว่าออกจะชอบทั้ง 2 เรื่องนะครับ (แต่ชอบนางมารฯ มากกว่าหน่อย เพราะสมุดโน้ต มันออกอารมณ์การ์ตู๊น การ์ตูนไปนิดนึง) ... เด๋วไว้ไปเขียนเพิ่มเติมใน "ดูแล้วมาคุยกัน" นะครับผม
... เอ่อ นิดนึง นิยายที่ว่าเนี่ย เป็นแนว chic lit. (ชิค ลิท(เทเรเชอร์)) ไม่ใช่เหรอคับ? ... ชิคลิก ฟังดูเหมือน ชิคเคล็ท ยังไงไม่รู้อ่า แหะๆ

+ ข้อมูลผมรอบที่แล้ว ตกหล่นไปเยอะเหมือนกันแฮะ จำได้ไม่หมดก็มี อาทิเช่น ...
Children of men : ยังมีดาราฝีมือดีคนอื่นนำแสดงอีกได้แก่ ไมเคิล เคน และชิวเอเทล เอจิโอฟอร์ ใน imdb ได้คะแนนตั้ง 8.0 แน่ะ!

The science of sleep : นางเอกคือ ชาร์ลอต แกงส์บูกส์ ซึ่งพักหลังเราน่าจะเริ่มเห็นหน้าของเธอในหนังฮอลลีวู้ดบ่อยขึ้น imdb ให้คะแนนเรื่องนี้ 7.4

Hollywoodland : โอ้ว ... เพิ่งรู้ว่านำฝ่ายหญิงเป็น ไดแอน เลน อย่างนี้ค่อยน่าดูขึ้นมาอีกหน่อย ... หนังตัวอย่างเรื่องนี้ผมยังไม่ได้ดูเลยครับ ... แต่ที่อ่านเจอมาเห็นว่าพี่เบน อัฟเฟล็ค อาจมีโอกาสลุ้นรางวัลต่างๆ ช่วงปลายปีเลยนี่ครับ สำหรับการรับบทบาทเป็น 'จอร์จ รีฟส์' ในเรื่องนี้ ... ส่วน imdb เรื่องนี้ได้คะแนนไป 6.8

A Prairie Home Companion : ผกก. คือ โรเบิร์ต อัลต์แมน ส่วนดารานำที่น่าสนใจคนอื่นๆ ก็เช่น ลินด์เซย์ โลแฮน, วู้ดดี้ ฮาเรลสัน, จอห์น ซี ไรลี่ย์, เควิน ไคล์น, ทอมมี ลี โจนส์, เวอร์จิเนีย แมดเซน ... ถ้าใครได้ดูงานประกาศออสการ์ตอนต้นปี จะมีอยู่ช็อตนึง ที่ป้าเมอริล ออกมาเป็นผู้ประกาศรายชื่อร่วม พร้อมกับ ลิลิ ทอมลิน ก็มาจากคาแรกเตอร์ในหนังเรื่องนี้แหละครับ ... ใน imdb ได้คะแนนไป 7.6 ... และแอบหวังว่าจะได้เข้าฉายบ้านเราเร็วๆ นี้ เพราะเห็นโปสเตอร์แทรกอยู่ตามหน้าปกรองในนิตยสารหนังบางเล่มแล้ว

The illussionist : เรื่องนี้ยังมีดารามีฝีมืออย่าง พอล จิอาแมตตี้ และเจสซิกา บีล ร่วมเล่นด้วย ได้คะแนนที่ 7.7

The Prestige : เห็นหนังตัวอย่างแว้บๆ น่าดูโคตร เหมือนพี่แบ๊ตแมนคนล่าสุด จะเป็นพระเอกตัวร้ายเลยนะนั่น ... และผมพลาดอย่างแรงที่ไม่ได้พูดถึงผกก. เค้าคือ คริสโตเฟอร์ โนแลน แห่ง Batman begins และ Memento นั่นเอง ... ส่วนผู้ร่วมแสดง มีทั้ง สการ์เล็ต โจฮันสัน (ว้าว! งานชุกดีจัง), ไมเคิล เคน, เดวิด โบวี่! และ ... The return of Gollum ... แอนดี้ เซอร์คิส! ... คะแนนเรื่องนี้ยังไม่ขึ้น แต่จะเข้าฉายเมืองไทย ปลายเดือนตุลาคมนี้แล้ว ..... อยากดูน้ำลายหกเลยอ่ะคับตอนนี้

+ Dreamgirls : ดารานำคือ เจมี ฟ็อกซ์, บียอนเซ่ โนวส์ และ เอ๊ดดี้ เมอร์ฟี่ย์! (ยังอยู่อีกเหรอเฮีย ... เห็นหายหน้าไปนานเลยนะเนี่ย)

+ Flags of our fathers : แค่รูปโปสเตอร์หมู่ทหารช่วยกันปักธงบนยอดเขา เกาะอิโวจิม่า (ที่ได้รับการสร้างเป็นอนุสาวรีย์ในอเมริกาด้วย) ก็ดูเข้มขลังเหลือกำลังรับแล้ว ... ดารานำได้แก่ ไรอัน ฟิลิปเป้ (หวังว่าคงจะได้แจ้งเกิดเต็มๆ ตัวทีนะ คุณภรรยาไปไกลถึงออสการ์แล้ว), เจสซี แบรดฟอร์ด, อดัม บีช, พอล วอล์คเกอร์, เจมี่ เบลล์, แบรี่ เปปเปอร์, เคน วาตานาเบ้ ........ น่าจะได้เข้าฉายเมืองไทย ต้นเดือนพฤศจิกานี้

เริ่มยาวอีกแล้วเรา แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ แหะๆ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:13:06:20 น.  

 

ดีนะคุณ คุณแต่งชื่อเรื่องเก่งนะอิอิ(แล้วเนื้อล่ะ)ฉันล้อเล่นนะ น่าสนใจนะฉันว่า ฉันไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือหรอกค่ะ แต่ถ้าจะให้ฉันอ่าวฉันจะอ่านหนังศือของคุณเป็นเล่มแรกเลยนะค่ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 203.151.140.118 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:23:21:25 น.  

 
... เด๋วคืนนี้มาตอบ มาคุยกับเพื่อนๆครับ พอดีเพิ่งได้ปกหนังสือมาสดๆร้อนๆ เห่อมากเลยเอามาโชว์ตัวกันก่อน (หลังจากเลือกกันไป แก้กันมา เห็นใจสนพ.จังกับความเรื่องมากของเจ้าของบล้อก อย่างไรก็ตามผลสุดท้ายที่ออกมา ผมชอบปกนี้มากๆ)





โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:14:17:12 น.  

 
ตอนแรกที่เห็นปกแอบสะดุ้งเล็กน้อยค่ะ ไม่คาดว่าจะสีสดขนาดนี้ นึกว่าจะเป็นโทนขาว-ชมพู-ฟ้าซะอีก แต่พอมาดูใกล้ๆ เราชอบที่เป็นรูปต้นไม้ค่ะ และก็ชอบคำโปรยที่ปกหลังมากๆ พี่เขียนเองรึเปล่าคะ

ปล. อยากดู Babel, The Prestige แล้วก็ 2 เรื่องของ Clint Eastwood มากๆค่ะ ท่าทางปลายปีนี้คงจะสนุกนะ
เอ็นเตอร์เทนเล่มล่าสุดบอกว่า All the King's men ล้มเหลว ว้า...เป็นอีกเรื่องที่อยากดูมากๆเลยค่ะ


โดย: azzurrini วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:20:45:33 น.  

 
+ คุณ azzurrini คิดเหมือนผมเลยครับว่า ... ด้วยโทนอันอบอุ่นของคุณ จขบ. เลยคาดว่าปกหนังสือน่าจะต้องออกมาเป็นโทนสีเย็น เช่นเหลือง เขียวหรือฟ้า ... แต่ของจริงพื้นที่ส่วนใหญ่กลับเป็นสีส้มซะนี่ แต่เป็นรูปต้นไม้ก็โออยู่นะครับ ........... ส่วนคำนิยมที่ปกหลังนี่ ... แผ่ซ่านความอบอุ่นตามสไตล์คุณ จขบ. ออกมาเต็มๆ เลยนะครับนั่น เหอะๆ
+ เห็นแล้วล่ะครับ Food Update ตอนแรกนึกว่าเป็นนิตยสารเป็นเล่ม ... แต่ที่จริงเป็น นสพ.แท็บลอยด์เกี่ยวกับอาหารที่ออกเป็นรายปักษ์ ฉบับล่าสุดเป็นเล่มที่ 3 (1-15 ต.ค.) มีคอลัมน์คุณ จขบ. เรื่อง An Inconvenient truth อยู่เต็มๆ เลย 1 หน้า ... แบบนี้สงสัยจะได้แควนๆ เป็นพวกเชฟ, แม่ครัว, คนชอบทำและทานอาหาร มาอ่านบล็อกนี้เพิ่มอีกจมเลยอ่ะครับ เหอะๆ
+ ว่าแต่คุณ จขบ. ต้องแบ่งเวลาทั้งทำงานประจำตามวิชาชีพ, ดูหนัง, อัพบล็อก แล้วล่าสุดยังต้องเป็นคอลัมนิสต์กับไรเตอร์อีก ... ทำไหวรึเปล่าอ่ะครับ เหนื่อยนักก็พักบ้างเน้อ (พอดังมากๆ ระวังจะมีสาวๆ แย่งกันขอบัตรคิวดูหนังกับคุณ จขบ. กันตรึมนะก๊าบบบ 555 )


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:22:39:35 น.  

 
+ แหม ยังเขียนไม่หมด ดันเผลอกด submit ซะนี่ ... สำหรับ All the king's men เหมือนจะล้มเหลวทั้งคำวิจารณ์และรายรับบน Box Office ด้วย เสียดายทีมดารา (อย่างปึ้ก) โดยเฉพาะฌอน เพนน์อ่ะครับ ... ส่วน Black Dahlia จริงๆ ก่อนจะฉายก็อยากดูมากเหมือนกัน แต่พอฉายจริง กลับดูทรงๆ เนือยๆ เหมือนจะไม่ดีอีกเรื่องอ่ะครับ
+ หนังสัปดาห์ที่จะถึง ... ที่แน่ๆ ผมคงดู Cars (ซึ่งตอนแรกไม่คิดจะดู เพราะการ์ตูนกับรถโลหะ มันดูขัดแย้งกันอยู่ในตัว ... แต่ด้วยเสียงวิจารณ์ที่ผ่านๆ มาว่าดี ก็คงต้องขอพิสูจน์กันหน่อย) ... ส่วน 13 เกมสยอง ไอเดียดูน่าสนใจ (หวังว่าคงไม่ขายความโหดมากกว่าขายไอเดียนะ) ... แล้วก็เห็นเพื่อนผมมันบอกว่ามีหนังสั้นเรื่อง 12 (ที่เป็นต้นกำเนิดของเรื่อง 13 นี่) เข้าฉายทาง UBC อ่ะครับ แต่วันเวลาไหนไม่แน่ใจ ไม่รู้จะได้ดูรึเปล่าง่ะ ... แต่ 13 นี่ ขอฟังเสียง {ชม/ด่า} ก่อนดีกว่าแฮะ ไม่รู้จะดีรึเปล่า (แต่ให้เครดิตตรงที่คุณน้อย พรู ยอมรับเล่นเป็นตัวนำ แสดงว่าบทน่าจะดีพอสมควรอ่ะครับ)


โดย: บลูยอชท์ ลืมไป IP: 202.69.140.233 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:22:47:33 น.  

 
v^J ... Blue คงไม่ได้ดูครับ เพราะ หมดโควต้าประจำสัปดาห์ไปกับ ป้าดาปราด้า และ เดธโน้ตแล้น

นิดหน่อย ... ขอบคุณมากๆเลยคร้าบ อ่านแล้วปลื้มมม

azzurrini + บลูยอชท์ ... อ่า ช่างรู้ใจเจ้าของบล้อกยิ่งนัก ที่ว่าความตั้งใจตอนแรกจะเป็นโทนที่ว่าไว้ แต่ด้วยเหตุบางอย่างจนได้เป็นปกนี้ (ซึ่ง ปกที่ออกมานี้ ผมชอบที่สุดมากกว่าสองปกก่อน) ไว้จะเอา ที่มา + ปกก่อนๆ ให้ดูกันที่บล้อกหมวดใหม่ >> เบื้องหลัง หนังสือรัก (ซีซั่นเชนจ์ออกหนังสือเบื้องหลัง เราเอาบ้าง บล้อกเบื้องหลังหนังสือ)

... พฤหัสนี้จะไปดู 13 ครับ เป็นตายร้ายดีอย่างไรจะกลับมาเล่าให้อ่านครับ (อยากดู 12 แต่ไม่สามารถ เพราะ ไม่มียูบีซีที่นี่ + ไม่ได้อยากซื้อแพ็กเก็จ SF + ไม่ได้กินของหน้าโรงถึง 80 บาทอยู่แล้ว สงสัยต้องทำใจรอตอนเป็นแผ่น)

... กำลังกลุ้มเรื่องเวลาเหมือนกันครับคุณบลูยอชท์ (นี่กำลังลังเลใจว่าจะซื้อโน้ตบุ้คดีหรือเปล่า เพราะจะได้พกพาพิมพ์ได้ดั่งใจ หรือ จะเลือกลดงานเขียนให้น้อยลงดี คิดไม่ตกเฮะ) / เพิ่งซื้อ food update มาเหมือนกันครับ ของเล่มหน้ายังไม่ได้เขียนเลยหงะ / บัตรคิวพิมพ์ไว้นานแล้วครับ ยังไม่มีใครมาเอาซักที

All the King's men ก็น่าดูนะ เห็นชื่อดาราก็ไม่น่าเชื่อว่าจะคว่ำ แต่เอาที่มีโอกาสได้ดูใกล้สุดเพราะเห็นโปรแกรมแล้วก็น่าจะเป็น The Prestige



โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:1:15:45 น.  

 
ดู 12 แล้วครับ
เป็น introduction ที่ทำให้คนดูกระเหี้ยนกระหือรือสงสัยใน 13 เอามากๆเลยทีเดียว (บังเอิญเพื่อนมันอยากดูมาก เลยลงทุนซื้อของกินแล้วเอาตั๋วมาให้ผมไปดูเป็นเพื่อน เฮง!)
ดูเสร็จแล้วตอนนี้นั่งรอ 13 เลย..

ตัวอย่าง "ผีคนเป็น" เวอร์ชั่นล่าสุด ท่าทางพลอตเรื่องน่าสนใจดีครับ (เกี่ยวกับนางเอกที่เป็นคนสวมบทแทนเหยื่อฆาตกรรมในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทำให้เธอสามารถ connect กับผีได้) ติดที่ว่าไม่ค่อยชอบดูผีเป็นตัวๆ ชอบน่ากลัวแบบหลอนๆมากกว่าแบบนี้

เพิ่งดู DVD - Perhaps Love ไปครับ ยิ่งดูยิ่งชอบหนังเรื่องนี้...
ส่วนวันนี้เพื่อนมันลากไปเลี้ยงราเมงญี่ปุ่นแถวพร้อมพงษ์ เลยได้ประจักษ์แก่สายตาว่าร้านดีวีดีบนบีทีเอสพร้อมพงษ์มีการ์ตูนของ Studio Ghibli พร้อมซับไทยวางขายเยอะแยะเลย วันนี้เลยเข็น Howl's Moving Castle กลับมานิ่งสงบสลบอยู่ในตู้

อยากดู The Prestige จังครับ เห็นดาราดังแทบจะเดินชนกันตายในเรื่อง เนื้อเรื่องก็น่าสนใจ
Black Dahlia ที่คุณบลูยอชท์พูดถึงก็น่าดูครับ

ปล. ช่วงหลังบ้าเปิด imdb ด้วยการเสิร์ชชื่อหนังไทย ไม่คาดไม่คิดว่า "แก๊งชะนีกับอีแอบ" จะมีชื่ออยู่ใน imdb กะเค้าด้วย (ในขณะที่ Seasons Change ไม่มี - -)


โดย: nanoguy IP: 203.153.174.11 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:21:47:32 น.  

 
นาน ๆ มาเข้าบล๊อกของเจ้าของรางวัล bloggang popular vote อันดับ 1 ทำให้ตะลึงนิดหน่อย ว่า blog นี้ แฟนเขาเยอะจัด .. ของเขาดีจริง ๆ นะเนี่ย



โดย: เต็งฮุ้นลิ้ม IP: 124.121.46.37 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:23:09:02 น.  

 
แหะ แหะ กำลังว่าง อยากดูหนังดี ๆ สนุก ๆ เลยแวะมาเยี่ยมบล็อกนี้ค่ะ
เพราะรู้ว่า มาที่นี่แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน มีหนังแนะนำเพียบ
อยากดูป้าดาปราด้าบ้าง แต่แถวบ้านยังไม่เข้าเลยยย รอต่อไป


โดย: ชิวเทียน วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:19:21:49 น.  

 
อยากให้ช่วยคอมเมนตืหนังเรื่องนึงค่ะ นานมากแล้ว ไม่รุว่าจะหาดูได้มั้ย ชื่อ she's all that ค่ะ ประทับใจมากค่ะ ยังไงก้อ จะรออ่านนะคะ


โดย: koi IP: 61.47.66.12 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:22:31:40 น.  

 
ในงานสัปดาห์หนังสือจะได้เห็นหนังสือมั้ยเนี่ย อยากอ่านๆ ....จริงๆน่าจะแจกฟรีเนอะ สำหรับรุ่นน้อง


โดย: โยเกิร์ตรสสตอว์เบอร์รี่ IP: 202.28.181.10 วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:14:41:36 น.  

 
nanoguy ... Black Dahlia อยากดูมากๆเพราะเป็นผลงานของ ไบรอัน เดอ พัลมา แต่ยิ่งอยากดูเป็นทวีคูณเมื่อเห็นเสียงร่ำลือถึงความวาบหวามสยิวกิ้วของ สกาเล็ตต์ โจฮานสัน ที่มาเล่นคู่กันกับแฟนตัวเองในเรื่องนี้ / ผีคนเป็น มีคนไปดูมาแล้วบอกเล่ามาว่าดีทีเดียว จนผมเชื่อและตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปดู เพราะร้างลาจากหนังผีมานานพักนึงละ

13 ... ชอบค่อนข้างมากครับ แต่ก็มีบางจุดที่ผมไม่ชอบอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่า ในแง่หนังเขย่าขวัญสยองลึกลับโดยไม่เกี่ยวกับผี นี่เป็นหนังไทยในแนวนี้ที่ลงตัวและดีที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว / เสียดาย อยากดู 12 มากๆ แต่ไม่มีโอกาสเลยไปอ่านที่เขาสปอยล์ไว้หมดแล้ว มีแผ่นเมื่อไหร่ค่อยหามาดูอีกรอบ

เต็งฮุ้นลิ้ม ... กรั่กๆ มีหน้าม้ามาช่วยงานต่อเนื่องแบบนี้ บล็อกก็คงอยู่ดีกินดีไปได้อีกพักใหญ่

ชิวเทียน ... เพิ่งเขียนถึงป้าดาปราด้าไป หนังเข้าแล้วอย่าพลาดนะครับ เป็นอีกหนึ่งหนังคอมิดี้ที่ดีและสนุกมาก

koi ... อ่า นานแล้วเหมือนกันเนาะ ไม่แน่ใจว่าจะได้เขียนถึงหรือเปล่านะครับ เพราะไม่มีแผ่นและหนังนานแล้ว แต่ก็รับปากว่าถ้ามีโอกาสได้ดูจะเขียนถึงครับ (ที่จำได้ติดหูจากหนังเรื่องนี้ก็คงเป็นเพลง kiss me / คงไม่จำผิดนะ)

โยเกิร์ตรสสตอว์เบอร์รี่ ... ทันแน่จ้า (ประโยคหลังพิมพ์ว่าไงนะ พี่อ่านไม่ชัด จอคอมไม่ค่อยดี)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:1:27:43 น.  

 
พี่Aortaครับ ผมมีแผ่น 12 อยากส่งemsไปให้ดูครับ ยังไงพี่หลังไมค์มาบอกที่อยู่ที่สะดวกในการรับ ได้ไหมครับ (รับรองไม่ตามไปstalkerครับ)
ps. มีหลายจุดที่ 12 กับ 13 เกี่ยวข้องกัน เลยอยากให้พี่ได้ดู 12 ก่อนที่จะเขียนรีวิวครับ เพื่อความสมบูรณ์


โดย: รบชนะ วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:12:55:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ยินดีด้วยนะคะ
กับมือถือสุดรักที่ได้คืนมา
กับปกหนังสือ ที่ เก๋ มีสไตล์ ความหมายดี (รักเปรียบดังต้นไม้ งอกงาม ต้องเลี้ยง ต้องดู ให้น้ำ....)
กับงานเขียนใหม่ ในหนังสือพิมพ์เนื้อหาดีเล่มใหม่

ไม่ได้เข้าเว็บซะนานเนื่องจากภารกิจพัวพันรัดตัว เพิ่มเห็นหน้านี้ โอโหดีจังเลย ได้รู้ว่าออนไลน์อยู่หน้าเดียวกับคนต่างประเทศ และ อ่านเว็บเดียวกับคนหลายๆๆๆสิบประเทศ เท่ห์มากๆๆๆ เลย และ ชอบไม้ที่มี today total น่ารักจัง

ขอให้ยอดขายเกินล้านเล่มนะคะ
แล้วก็ อย่าลืมฉัน !!!!!!!!!
555


โดย: Mr.Bear's dream IP: 58.9.158.179 วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:13:59:40 น.  

 
เทศกาล World Film กำลังจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 นี้แล้ว ... ไม่ทราบ คุณจขบ. สนใจหนังเรื่องไหนหรือมีเรื่องใดที่แนะนำเป็นพิเศษมั้ยเอ่ยครับ?
สำหรับผม ถ้าเอาแบบยังไม่ทำการบ้านเลย ... และถ้าไม่นับหนังคลาสสิคที่คอหนังรู้จักกันอยู่แล้วอย่าง The last emporror หรือ Battleship Potemkin ที่จะเอากลับมาฉายในงานนี้อีกครั้ง ... เรื่องที่รู้จักก็มี The banquet, (สารคดี) Grizzly man [ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้มีโปรแกรมจะเข้าเครือ Apex เร็วๆ นี้เพราะเห็นโปสเตอร์แล้ว ดังนั้นคงรอรอบปกติดีกว่า]
, Breakfast on Pluto อยากดูนาย คิลเลี่ยน เมอร์ฟี่ย์แต่งหญิงอยู่เหมือนกัน แต่เกรงว่าภาษาปะกิตสำเนียงในเรื่อง (ไม่แน่ใจว่าสก็อตหรือไอริช) กระผมจะฟังไม่ค่อยกระดิกหูเท่าไหร่ ดังนั้นอาจต้องขอบายไปก่อน
, แล้วก็มาสะดุดหยุดที่เรื่อง Paris, I love you (Paris, Je t'aime) อ่ะครับ เพราะเห็นข่าวคราวของหนังเรื่องนี้มาพักนึงแล้ว ผกก.ที่มาร่วมกันทำเจ๋งๆ ทั้งนั้น โปสเตอร์ก็เก๋มั่กๆ ... คิดว่าคงดูเรื่องนี้แน่ๆ อ่ะครับ (ถ้าตั๋วไม่เต็มซะก่อนนะ)
ส่วนเรื่องอื่นๆ คงต้องขอทำการบ้านก่อนแฮะ ไม่มีข้อมูลเลยง่ะ - -"


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:15:58:34 น.  

 
สำหรับ Paris, Je t'aime ... เผื่อใครยังไม่ทราบข้อมูล ไปค้น imdb มาให้แล้วครับ ... เป็นการเล่าเรื่องราวรักๆ ที่มีฉากหลังเป็นกรุงปารีส (นัยว่าเพื่อฉลองการครบรอบอะไรสักอย่างของปารีสด้วย) ... โดยเป็นหนังสั้นราวๆ 20 กว่าเรื่องมาร้อยเรียงต่อกัน ...
สำหรับตัวผมที่อยากดูเรื่องนี้ นอกจากเหตุผลที่ยอดฝีมือทั้ง ผกก. และดาราที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่งในหนังเรื่องนี้แล้ว ... อีกเหตุผลนึงก็คือ นี่เป็นเมืองที่ถือว่าเป็น 'เมืองนอก' เมืองแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสไปเหยียบตอนไปอบรมเมื่อราวๆ 10 กว่าปีก่อน ก็เลยมีความหลังครั้งเก่ากับเมืองคลาสสิคเมืองนี้พอสมควรครับ

สำหรับรายชื่อ ผกก. และดารา (เฉพาะที่ดังๆ) มีดังนี้ ...
ผู้กำกับ : Olivier Assayas, Ethan Coen, Joel Coen, Wes Craven (จะมีเฟร็ดดี้มั้ยเนี่ย!), Alfonso Cuarón, Gérard Depardieu, Christopher Doyle, Alexander Payne, Walter Salles, Gus Van Sant ... เป็นอาทิ
ดารานำแสดง :
Gaspard Ulliel (คู่หมั้นน้องออเดรย์ โตตูใน A very long engagement),
Steve Buscemi,
Catalina Sandino Moreno (ดังสุดๆ จาก Maria Full of Grace),
Miranda Richardson, Juliette Binoche, Willem Dafoe, Nick Nolte,
Ludivine Sagnier (Tink ใน Peter Pan / Swimming Pool),
Maggie Gyllenhaal, Bob Hoskins, Wes Craven (มาเองเลยเหรอเนี่ย!), Elijah Wood, Emily Mortimer, Rufus Sewell, Natalie Portman, Gérard Depardieu, Gena Rowlands, etc.
ภาษา : French & English

ถ้าซื้อตั๋วได้ ... ดูแล้วได้ความยังไง จะมาเล่าสู่กันฟังนะคร้าบ


โดย: บลูยอชท์ เพิ่มเติม IP: 202.69.140.233 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:17:03:55 น.  

 
แวบเข้ามาหลังจากห่างหายไปนานค่ะ

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสดู Blue และเมื่อวานซืนก็เพิ่งดู Cars ไปค่ะ สำหรับ Blue นี่ดูแบบง่วงๆ + งงๆ อยากอ่านคอมเมนท์พี่เหมือนกัน แต่เห็นพี่บอกว่าหมดโควต้าแล้ว ก็คงจะอดล่ะ ส่วน Cars เนี่ย ความจริงแล้วไม่ได้คิดจะดูเลย เพราะไม่ได้ชอบอะไรเกี่ยวกับรถเลย และตอนดูหนังตัวอย่างชุดเกี่ยวกับปิดมือถือก็ไม่ได้ประทับใจด้วย แต่น้องสาวไปดูแล้วบอกว่าสนุกดี พอดีมีเวลาประกอบกับหวานใจโอเคว่าเรื่องนี้เค้าไปดูเป็นเพื่อนได้ (เพราะชวนเค้าไปดูพราด้า / 13 แล้วเค้าไม่ยอมไปดู ไอ้เราก็นานๆจะว่างตรงกันทีซะด้วย) ปรากฏว่าดูออกมาจบแล้ว ชอบด้วยกันทั้งคู่เลยค่ะ ภาพก็สวย เรื่องก็ดี และมีคำแนะนำสำหรับคนยังไม่ได้ไปดูนะคะ ว่าขอให้ดูจนจบแบบสนิทจริงๆ อย่าเพิ่งรีบลุกออกไปก่อน

สำหรับหนังสือพี่ พอเห็นปกผิดความคาดหมายเหมือนกันค่ะ ตอนแรกเดาว่าคงเป็นปกสีขาวหรือชมพูอะไรเทือกนี้ แต่พอเห็นปกออกมา ถูกใจวัยรุ่นอย่างหนูมากเลยพี่ (ขออนุโลมเป็นวัยรุ่นด้วยคนอะนะ) ก็จะซื้อแน่นอนค่ะ ว่าแต่จะตามไปขอลายเซ็นพี่ได้ที่ไหนอะคะ

ป.ล. อยากทราบหลักการบริหารเวลาของพี่น่ะค่ะ ด้วยงานประจำแถมงานไม่ประจำอีกหลากหลาย พี่จัดสรรเวลาให้ลงตัวยังไงคะ เพราะอย่างหนู ก็รู้นะว่ายุ่งก็ยังไม่เท่าครึ่งนึงของพี่หรอก แต่ทำไม้ ทำไม เวลามันถึงหมดวันเร็วจัง


โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.162 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:11:15 น.  

 
World Film BKK นี่เห็นผอ.ผู้จัดงานออกมาบอกทางทีวีว่า นิสิตนักศึกษาโชว์บัตร จะเหลือที่นั่งละ 50 บาทครับ ^^

ว่าแล้วก็เตรียมตัวไปใช้สิทธิ์ล่ะ 555

เท่าที่ดูเล็งๆไว้ อยากดู The Preposition (ออสเตรเลีย) กับ The Feast of the Goat (สเปน) ครับ แล้วก็ The Last Emperor ที่เอากลับมาฉายโรงใหม่

อ้อ.. มีหนังสั้นที่รุ่นพี่ผมกำกับได้ฉายด้วยนะครับ เรื่อง Take a Message ฉายวันที่ 19 ตุลาคม รอบหกโมงเย็นที่แกรนด์อีจีวี เชิญชวนนะครับ ^^


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.12 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:17:54:31 น.  

 
+ อุๆ มะวานเลยเข้าไปซื้อตั๋ว ปารีส, เฌอแตม มาแล้วอ่ะคับ ... เด็กคนขายไม่รู้จักแฮะ ต้องบอกว่าเรื่อง ปารีส, ไอลัฟกิ้ว เค้าถึงจะรู้จักง่ะ เหอะๆ - -"
+ ก็เลยได้แวะเก็บเรื่อง Cars มาด้วยอ่ะคับ ... เป็นอนิเมชั่นที่ชอบของปีนี้เลยนะคับเนี่ย ชอบมากกว่า Ice age-II และมากกว่า Over the hedge หน่อยนึง ... หนังแจ่มทั้งภาพรถ + วิว, เนื้อเรื่อง+บท, สีสันฉูดฉาด และอารมณ์ในหนังที่ลงตัวอ่ะคับ (ถึงแม้ว่าพล็อตมันจะเหมือนไม่มีอะไรใหม่ก็ตาม) ... แล้วก็ดูเป็นอะไรที่แหวกแนวดีด้วย เพราะปกติการ์ตูนมักเป็นเรื่องราวของไม่เด็ก ก็สัตว์ หรือของเล่นเด็กซะเป็นส่วนใหญ่อ่ะ ... ไม่รู้ว่าคุณ จขบ. จะเขียนถึงรึเปล่าน้อ? (แอบเปรยเล่นๆ น้า อิๆ)
+ โห ... น้องกุ้ง เล่นถามงั้นเลยเหรอคับ? เด๋วบล็อกนี้ก็มีเนื้อหาคล้ายๆ MBA เพิ่มขึ้นมาอีก 1 หัวข้อหรอกคับ 555 (......... ล้อเล่นน้า)
+ คุณ nanoguy ... แล้วเค้ามีบัตรผู้สูงอายุลดราคาป่าวอ่ะคับ? 555 (ล้อเล่นเน้อ ผมยังไม่ถึงรุ่นนั้นเหมือนกัน) ... เรื่องที่แนะนำไว้ เด๋วว่างๆ ผมจะไปเสิรชข้อมูลดูอ่ะคับ เผื่อจะน่าสนใจ จะได้ไปซื้อตั๋วดูเพิ่มง่ะ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:23:21:50 น.  

 
รบชนะ ... ขอบคุณมากฮับ หลังไมค์ไปแล้วเน้อ รอ 12 อย่างใจจดใจจ่อเลยขอคั่นจังหวะด้วย Cars ไปก่อน

Mr.Bear's dream ... ล้านเล่มเมื่อไหร่ ฉลองใหญ่เลยละกัน(เอาแค่ให้ขายหมดรอบแรก ให้สนพ.เขาไม่เจ๊งก่อนดีก่า เขาจะได้มีกำลังใจยอมให้เราพิมพ์เล่ม 2 ต่อ)

บลูยอชท์ ... ผมเป็นคอหนังผ่าเหล่าหน่อยครับ เพราะหลังๆผมเริ่มขี้เกียจไม่อยากไปดูหนังในเทศกาลเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่า หลายเรื่อง อีกไม่นานก็จะเข้าโรงปกติพร้อมซับไทย ด้วยความสามารถของผมนิยมอ่านไทยมากกว่า ก็จะรอรอบปกติ + หากเรื่องไหนไม่เข้า ก็สามารถไปหาแผ่นมาดูได้ วงการหนังแผ่นกุ๊กกู๋หลายเรื่องก็ทำซับไทยออกมา / แต่สิ่งที่จะพลาดไปและคงหามาทดแทนไม่ได้ก็คือบรรยากาศของคนรักหนังเหมือนกับ บรรยากาศของงานสัปดาห์หนังสือนี่แหละ

... ยังไงก็ฝากไปดูและเก็บเกี่ยวบรรยากาศมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ แล้วก็ไม่รู้เป็นไง เทศกาลหนังช่วงหลังๆก็ชอบโปรโมทซะกระชั้นทุกที เรื่องที่ผมอยากดูเป็นพิเศษก็คงเป็นเหมือนหลายๆคนนั่นก็คือ Paris, Je t'aime (โปสเตอร์เท่ดีนะ) และ The Banquet (อยากดูเพราะผู้กำกับ)

ลิปดา-พิลิปดา ... Cars เพิ่งเขียนเสร็จตะกี้เอง ประทับใจและสนุกกว่าที่คิดมากมายหลายเท่าตัว (ก็ในเมื่อหนังตัวอย่างทำผมหมดศรัทธาไปเยอะโขเลย) /Blue บอกผ่านครับ / 13 เยี่ยมแต่ขอรอแผ่น 12 ก่อน

...ปกหนังสือก็ผิดคาดผมเหมือนกันครับ เพราะส่วนตัวตอนแรกอยากได้สีขาว-ชมพู ออกแนวหวานเหมือนกัน แต่ด้วยเหตุผลด้านอื่นๆจากผู้มีประสบการณ์มากกว่าในแง่ของการขาย ก็ได้ออกมาเป็นปกนี้ ซึ่งผมเองก็ชอบมากเช่นกัน / งานหนังสือผมคงไปอยู่หลายวัน ยังไม่รู้ว่าทางสนพ.จะมีให้แจกลายเซ็นต์หรือเปล่า แต่ถ้าไม่มีคุณกุ้งหรือเพื่อนๆไม่รังเกียจลายเซ็นต์น้อยๆของผม ก็ค่อยติดต่อกันวันงานหนังสือก็ได้ครับ

nanoguy ... ใช้สิทธิเผื่อด้วยเน้อ เป็นนักศึกษานี่น่าอิจฉาจริงๆ (โน้ตบุ้คก็ได้ลดราคาด้วย วันก่อนจะไปซื้อโน้ตบุ้คที่คอมเวิล์ด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สงสัยต้องไปรอคอมมาร์ทต่อไป มองหาของถูกและดี แหะๆ ซึ่งก็คงไม่มีในโลก)

ป.ล. .. เรื่องบริหารเวลา ไม่กล้าตอบ โหะๆ กลัวคนรู้จักจะตามเข้ามาบอกว่า "ตาคนนี้เนี่ยนะ บริหารเวลาดี" แต่เอาเป็นว่า ผมชอบคำพูดหนึ่งที่อ่านมาจากคอลัมน์ของหนุ่มเมืองจันท์ในมติชนรายสัปดาห์ จำคำพูดเป๊ะๆไม่ได้ จำได้คร่าวๆว่า "ถ้าเรารักสิ่งใดจริงๆ เราย่อมมีเวลาแบ่งให้มันได้เสมอ" -- โดนและตอบได้ทุกครั้งที่มีคนถามครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:1:01:24 น.  

 
ส่ง 12 ให้แล้วนะครับ วันนี้(11) น่าจะได้รับ ขอบคุณที่ยังไม่วิจารณ์ 13 แต่คอยแผ่นผมก่อนครับ ส่วนค่าตอบแทนก็เหมือนเดิม... โอนเข้าบัญชีผมที่ธนาคารสวิสเอ๊ย... ไม่ใช่ ขอเป็นรีวิวจี๊ดโดนใจแบบถึงลูกถึงคน เหมือนทุกครั้งนะครับ


โดย: รบชนะ วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:17:26:19 น.  

 
เอ....ปีนี้เสียดายจังไม่ได้ไปงานส.ป.ด.หนังสือแล้วจะได้ลายเซ็นต์คุณไหมเนี่ย สั่งซื้อทางไปรษณีย์ พ.ก.งได้ไหมเอ่ย


โดย: ตะวันรอนตอนเช้า IP: 58.147.118.214 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:21:03:13 น.  

 
- "ถ้าเรารักสิ่งใดจริงๆ เราย่อมมีเวลาแบ่งให้มันได้เสมอ" อืมม ประโยคนี้โดนใจจังค่ะพี่ เพราะลองมาคิดดูมันก็จริงล่ะ แสดงว่าไอ้ที่หนูไม่มีเวลาเนี่ย มันเพราะหนูไม่ได้จัดสรรเวลาให้กับสิ่งที่ที่หนูไม่ได้ "รัก" ล่ะมั้ง แต่เรื่องงานถือเป็นขอยกเว้นนะพี่ขา ไม่ได้รักนะแต่มันจำเป็นต้องทำอ่า

ส่วนเรื่องลายเซ็น หนูอยากได้จริงๆค่ะพี่ ได้โปรดบอกกล่าววันเวลาด้วยนะคะ

- ถึงพี่บลูยอชท์ อย่ามาแซวหนูเลยค่ะ เด๋วหนูไม่พิมพ์ยาวๆเป็นเพื่อนแล้วน้า (ล้อเล่นค่า)


โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.162 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:21:38:17 น.  

 
แวะมาเยี่ยม และรายงานตัวตามกติกาค่ะ บล็อคนี้มันมืดๆนะคะ


โดย: mintini วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:13:05:45 น.  

 
รบชนะ ... รับแซ่บครับ / ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับมิตรภาพและน้ำใจไมตรีผ่านหนังสือ (มีชีวิตที่คิดไม่ถึง ของคุณดังตฤณ + การ์ตูนจิตหลุด) และซีดี 12 ที่ส่งมา เจ้าของบล้อกซึ้งและปลื้มมั่กๆ

ตะวันรอนตอนเช้า ... ไว้ผมจะถามทางสนพ.ให้นะครับ ขอบคุณคร้าบที่ให้ความสนใจ

ลิปดา-พิลิปดา ... วันเวลาเด๋วถ้ารู้แน่ชัด มาบอกกล่าวผ่านที่บล้อกแน่นอนครับ

mintini ... ขอบคุณคร้าบ แล้วแวะมาเยี่ยมกันเรื่อยๆนะครับ (ว่าแต่ หน้าแรกนี้ไม่น่าจะมืดนะครับ เพราะพื้นหลังสีขาวล้วนเลย อาจเป็นบางช่วงที่เว็บพื้นหลังมีปัญหาทำให้เป็นสีดำมืดได้ครับ)


เตรียมพร้อมขึ้น "หน้าแรก" อีกรอบกันหรือยังครับ

มีคำถามจะถามเพื่อนๆว่า จะเซ็ทหน้าแรกของบล้อกนี้ให้เป็น หน้าสารบัญ หรือ จะคงหน้าแรกของบล้อกไว้เป็นหน้านี้เหมือนเดิมดีกว่ากันครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:20:17:32 น.  

 
ผมว่าหน้าแรกเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนะครับ ^^

วันนี้เพิ่งไปดู Paris, J'e taime มา ประจักษ์ได้ว่า หนังเทศกาลที่พูดภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่ทรมานหูคนไม่โปรอังกฤษอย่างผมมาก (เหอๆ) ยิ่งตอนที่ Wes Craven กำกับ ผมฟัง Emily Mortimer กับ Rufus Sewell ไม่รู้เรื่องเลย เงิ่บๆ..

ทั้งเรื่องมีคนเดียวที่พูดอังกฤษแล้วผมฟังออกทุกคำคือ Natalie Portman

(ทำให้ตอนนี้ตัด The Preposition ออกไปก่อนล่ะครับ ไม่รู้จะฟังภาษาอังกฤษสำเนียงออสเตรเลียได้ซักแค่ไหน เงิ่บๆ)

ส่วน Wes Craven แอบโผล่มาในหนังสั้นของ Vincenzo Natali โผล่มาแบบต้องรอดูเครดิตตอนท้ายถึงจะรู้ว่าแกเล่นเป็นตัวอะไรนู่นเลย 55+ (แกก็ทำไปด้าย)

ว่าแต่คุณบลูยอชท์นั่งตรงไหนเหรอครับ? ผมนั่ง D7

โปรแกรมต่อไป The Last Emperor ครับ


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.7 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:22:34:55 น.  

 
หนูว่าหน้าแรกเป็นอย่างนี้น่าจะดีกว่านะคะ คือมันคุ้นเคยอยู่แล้ว


โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.162 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:16:45:39 น.  

 
เข้ามาเขิน
ดีใจครับ ที่ได้ทำประโยชน์ให้พี่บ้าง(ปรกติจะเข้ามาแอบอ่านอย่างเดียว)
ps. หน้าแรกกับหน้าสารบัญแยกกัน ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะครับ


โดย: รบชนะ IP: 124.121.32.106 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:17:43:38 น.  

 
+ ยาวๆ มั่กๆ เลยนะคับเนี่ย ที่ผมจะโพสต์ต่อไปนี้ ... ก่อนอื่นขอโหวตให้หน้าแรกเป็นพื้นที่พูดคุยกันแบบนี้ดีแล้วฮับ อีก 1 เสียง ... และขึ้นหน้าใหม่ก็ดีครับ ชักจะยาวแล้ว (ถ้าผมขอญาตก๊อปข้อเขียนอันนี้ของผมไปโผล่ที่หน้าแรกอันใหม่ด้วย มันจะยาวไปมั้ยอ่ะคับ แหะๆ ... แบบว่าไม่อยากอยู่ใน "หน้าที่แล้ว" อ่ะคับ
+ อะจ๊ากกก ... จริงดิ คุณ nanoguy งั้นผมก็กลายเป็น 'ผมอยู่ข้างขวาคุณ' ดิคับเนี่ย 555 ... เพราะเลขที่นั่งผมอ่ะ D8 ครับ บังเอิญจังแฮะ ได้นั่งติดกันเฉยเลยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แสดงว่าคุณคือคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ซ้ายก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปนั่ง ไม่ได้มองหน้าด้วยแฮะ รู้แต่ว่าเป็นผู้ชาย เหอะๆ

+ Paris, Je t'aime ชอบนะครับ แต่ละตอนก็ชอบมากชอบน้อยต่างกันไป แต่ก็รู้สึกดีที่ได้เห็นสถานที่หลายๆ แห่งที่ยังอยู่ในความทรงจำสมัยวัยรุ่นของผม ได้มาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มเช่นนี้ ... และบางตอนที่พูดภาษาอังกฤษ ยอมรับว่าจับใจความไม่ค่อยได้เหมือนกัน ยังดีที่ส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศส ... เนี่ยแหละครับ ผมถึงเลี่ยงที่จะดูหนังเทศกาลที่พูดอังกฤษ (ยกเว้นเรื่องที่อยากดูจริงๆ และไม่น่าจะได้ดูในโรงแน่ๆ) ... คนที่พูดแล้วผมฟังออกเกือบทุกคำกลับเป็น Nick Nolte ครับ ส่วน Scralet ก็ฟังพอสมควร ... ตอนของ Rufus Sewell กับ Emily Mortimer ฟังไม่ค่อยออก แต่พอจะเก็บ 'สาร' จากผกก. Wes Craven ได้ ... ส่วนตอนที่ฟังเกือบไม่รู้เรื่องเลย คือตอนของ Gérard Depardieu กำกับ เพราะพี่แกเล่นพูดกันเกือบทั้งตอน มีฮาแค่ตอนสุดท้ายกับคำเดียวที่ผมฟังออกอย่างชัดเจนว่า 'Bitch'!!! 555

+ สำหรับความเห็นและความรู้สึกของแต่ละตอน รวบรวมได้คร่าวๆ ดังนี้ ## Spoil พอประมาณ ##
ตอน "Montmartre" โดย ผกก. Bruno Podalydès
ดารานำแสดง : Bruno Podalydès, Florence Muller
ความชอบ : 2.5 / 5
ความเห็น : เป็นการเปิดเรื่องแบบเบาๆ ที่ชวนให้เราสะดุดนึกถึงเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ว่าใครบางคนที่เราไม่เคยได้คิดว่าจะทำความรู้จักมาก่อน อาจกลายเป็นมหามิตร หรือคู่ชีวิตในอนาคตก็เป็นได้ ... เพียงแต่ถ้ามีความรู้สึก 'คลิก' เกิดขึ้นเท่านั้น ... โบสถ์ Sacré Cœur ที่โดดเด่นแห่งย่านมองมาร์ต (เป็นฉากสำคัญของเรื่อง Emily ด้วย) ก็ดูยิ่งใหญ่อลังการดี

ตอน "Quais de Seine" โดย ผกก. Gurinder Chadha (Bend it like Beckham)
ดารานำแสดง : Leïla Bekhti, Cyril Descours
ความชอบ : 4.5 / 5
ความเห็น : ย้ายวิวไปริมฝั่งแม่น้ำแซนน์ ตอนนี้ที่ผมค่อนข้างชอบ เพราะมันเป็นการทลายกำแพงทางวัฒนธรรม ระหว่างคริสต์กับมุสลิม แล้วยังเป็นการเปรียบเทียบระหว่างความคิดของหญิงกับชาย ... จะเห็นว่านางเอกบอกพระเอกว่า อ้ายสิ่งที่เพื่อนๆ เค้าทำ (สามแยกปากม๋า) อยู่น่ะ มันห่วยแตกนะในสายตาของผู้หญิง และที่นางเอกยอมให้พระเอกตาม เพราะเธอเห็นว่าพระเอกแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ ... ชอบตอนสุดท้ายด้วย ที่พระเอกเจอปู่กีดกันทำหน้าแห้วแล้ว แต่สุดท้ายปู่ก็กลับลำซะงั้น เหอะๆ ... น่ารักและแฮ้ปปี้เอนดิ้งดีครับตอนนี้

ตอน "Le Marais" โดย ผกก. Gus Van Sant
ดารานำแสดง : Elias McConnell, Gaspard Ulliel, Marianne Faithfull
ความชอบ : 3 / 5
ความเห็น : ชอบมุก Lost in translation (แบบเกย์ๆ) อ่ะครับ ฮาเล็กๆ ... จริงๆ ผมสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนพระเอกถอดเสื้อโค้ตออกแล้วล่ะ (เป็นเพราะ ผกก.คนนี้ด้วยแหละ เลยชวนให้คิด) ... แถมตอนจบ มีวิ่งตามอีกนะนั่น เอาเข้าไป - -"

ตอน "Tuileries" โดย ผกก. Joel Coen & Ethan Coen
ดารานำแสดง : Steve Buscemi, Julie Bataille, Axel Kiener
ความชอบ : 4 / 5
ความเห็น : ฮาตั้งแต่เห็นหน้าพี่สตีฟ บุสเซมี่ แล้วอ่ะครับ ... และก็ตามฟอร์ม 2 พี่น้องโคเอ็น เลยทำหนัง(รัก)สั้นอารมณ์น้องๆ Fargo ออกมาจนได้ หุๆ ... แถมผมว่าเหมือนจะเสียดสีความเป็นฝรั่งเศสอยู่กลายๆ ด้วยอ่ะ

ตอน "Loin du 16ème" โดย ผกก. Walter Salles (The motorcycle diaries, Central station) & Daniela Thomas
ดารานำแสดง : Catalina Sandino Moreno
ความชอบ : 1.5 / 5
ความเห็น : ผมไม่เก็ทอ่ะครับ ตอนนี้ ไม่รู้ว่า ผกก. เค้าต้องการจะสื่ออะไร มีแค่ผู้หญิงละตินเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แล้วก็ร้องเพลงกล่อมเด็กเนี่ยนะ - -"

ตอน "Porte de Choisy" โดย ผกก. Christopher Doyle
ดารานำแสดง : Li Xin, Barbet Schroeder
ความชอบ : 2 / 5
ความเห็น : ตอนนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน มันดูโดดๆ แปลกๆ ตลกๆ (แถมมีคำไทยด้วยนะ) ... อะไรกันมีแต่เต้นไปเต้นมา แล้วก็เลือกทรงผม (แต่ฮาตรงมุกมีทรงผมของสาวน้อย Emily อยู่ด้วย)

ตอน "Bastille" โดย ผกก. Isabel Coixet (My life without me)
ดารานำแสดง : Sergio Castellitto, Emilie Ohana, Leonor Watling, Miranda Richardson
ความชอบ : 3 / 5
ความเห็น : พล็อตมันดูน้ำเน่านิดๆ ที่ผู้ชายที่กำลังจะทิ้งภรรยา ดันเกิดเปลี่ยนใจดูแลเมื่อรู้ว่าเธอเป็นลูคีเมีย ... แต่ชอบตอนจบที่แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว 'หญิงในชุดแดง' ก็ทำให้เค้าสะดุดตา (และสะดุดใจ) ได้อยู่ดี

ตอน "Place des Victoires" โดย ผกก. Nobuhiro Suwa
ดารานำแสดง : Juliette Binoche, Willem Dafoe, Martin Combes, Hippolyte Girardot
ความชอบ : 3.5 / 5
ความเห็น : ถึงจะสั้น ด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัด ... แต่ก็แสดงถึงความร้าวรานของคุณแม่ (จูเลียต บินอค) ผู้สูญเสียลูกชาย ใช้ได้ทีเดียว ... วิลเล็ม เดโฟ มาแสดงเป็นผีทหารขี่ม้า ดูตลกๆ คงเเป็นเพราะคุ้นหน้าเค้ามั้งครับ

ตอน "Tour Eiffel" โดย ผกก. Sylvain Chomet (The Triplets of Belleville)
ดารานำแสดง :Paul Putner, Yolande Moreau
ความชอบ : 4 / 5
ความเห็น : ออกแฟนตาซีไปนิด แต่ชอบไอเดียที่ให้เจ้าหนูน่ารัก มาเล่าถึงการพบกันของพ่อกับแม่ที่เป็นตัวตลกทั้งคู่

ตอน "Parc Monceau" โดย ผกก. Alfonso Cuarón
ดารานำแสดง : Sara Martins, Nick Nolte, Ludivine Sagnier
ความชอบ : 3 / 5
ความเห็น : จริงๆ ข้อใหญ่ใจความของตอนนี้ น่าจะพูดถึงพ่อกับลูกสาวที่คิดไม่ค่อยตรงกันเท่านั้น แต่เป็นเพราะผมคาดหวังกับ ผกก. (คนนี้) มากไปมั้ง เลยคิดว่ามันน่าจะมีอะไรพิสดารมากกว่านี้ ... สำเนียงอันชัดเจนของ Nick Nolte รวมทั้งลูกสาวผู้ที่ให้พ่อพยายามพูดฝรั่งเศส (เพราะตอนนี้พวกเค้าอยู่ในฝรั่งเศส) ทำให้ดูค่อนข้างรู้เรื่องทีเดียว

ตอน "Quartier des Enfants Rouges" โดย ผกก. Olivier Assayas (Clean, Demonlover)
ดารานำแสดง : Maggie Gyllenhaal, Lionel Dray, Joana Preiss
ความชอบ : 3.5 / 5
ความเห็น : แม็กกี้ กิลเลนฮาล ยังเด็ดดวงเช่นเดิม แสดงเป็นดาราสาวเมา(อัพ)ยาซะ ...

ตอน "Place des Fêtes" โดย ผกก. Oliver Schmitz
ดารานำแสดง : Seydou Boro, Aïssa Maïga
ความชอบ : 5 / 5
ความเห็น : ชอบตอนนี้ที่สุดแล้วอ่ะครับ คือมันมีเรื่องราวที่พลิกผันแบบไม่คาดคิด ย้อนอดีตไปจนถึงที่มาที่พระเอก(คนดำ)ต้องมานอนแบ็บอยู่ตรงนี้ ... แล้วก็ฮา (ปนเศร้า) กับมุก "ขอดื่มกาแฟกับคุณ ขอ 2 ถ้วยนะ" มากๆ ... มันสะเทือนใจจังอ่ะ

ตอน "Pigalle" โดย ผกก. Richard LaGravenese (คนเขียนบทหนังดังอย่าง The Bridges of Madison County)
ดารานำแสดง : Bob Hoskins, Fanny Ardant
ความชอบ : 3 / 5
ความเห็น : มันมีความบ้าเล็กๆ และตลกร้ายเสียดสีแฝงอยู่ในตอนนี้ ... ท้ายที่สุดแล้ว ตาแก่ผู้หนีไปดูโชว์ก็ต้องกลับมาตายรังอยู่ดีเน้อ

ตอน "Quartier de la Madeleine" โดย ผกก. Vincenzo Natali (Cube)
ดารานำแสดง : Elijah Wood, Olga Kurylenko, Wes Craven
ความชอบ : 4.5 / 5
ความเห็น : อ๋อ เหยื่อแวมไพร์นั่นคือเวส คราเวน เองหรอกเหรอครับ เหอะๆ ... ตอนแรกผมไม่ค่อยชอบตอนนี้นะครับ มันดูหลุดๆ โดดๆ ว่าแวมไพร์อินปารีส มาเกี่ยวไรฟระ? แถมทำสีเลือดซะยังกะดู Sin City แน่ะ ... แต่พอตอนท้ายเรื่องที่มาเฉลยว่าพ่อหนุ่มโฟรโดกับแวมไพร์สาว เป็นนักแสดงละครเวที จึงได้ถึงบางอ้อ ว่านั่นมันฉากในละครนั่นเองง่ะ

ตอน "Père-Lachaise" โดย ผกก. Wes Craven
ดารานำแสดง : Emily Mortimer, Rufus Sewell, Alexander Payne
ความชอบ : 4.5 / 5
ความเห็น : เค้าช่างเก๋จัง มีการให้ ผกก. อีกตอนนึงมายืมตัวกันเล่นข้ามตอนด้วย (อเล็กซานเดอร์ เพย์น มาแสดงเป็นวิญญาณ ออสการ์ ไวลด์ ผู้ชี้ทางสว่างแห่งรักให้พระเอก) ... แล้วเวส คราเวนก็หนีไม่พ้น 'ความตายและปิศาจ' อีกจนได้ ช่วงตอนที่พูดๆ กันผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ แต่ใจความของตอนนี้ที่จับได้ก็คือ นางเอกซึ่งลุ่มหลงออสการ์ ไวลด์ จนถึงกับมาค้นหาหลุมศพของเขา ทำให้พระเอกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำอะไรขนาดนี้ ... แต่สุดท้ายแล้วก็คือวิญญาณออสการ์นั่นเอง ที่ทำให้พระเอกตาสว่าง แล้วก็แฮ้ปปี้เอนดิ้งจนได้

ตอน "Faubourg Saint-Denis"โดย ผกก. Tom Tykwer (Run Lola Run)
ดารานำแสดง : Melchior Beslon, Natalie Portman
ความชอบ : 4.5 / 5
ความเห็น : พล็อตเก๋ดี ... พระเอกตาบอด มาพบรักกับนางเอก พูดถึงช่วงพบ เริ่มรัก จนถึงเริ่มเซ็ง และเลิกรา ... มีการเอามุก ซ้อมละคร กับ โลกแห่งความจริงมาใช้ด้วย และมีการเล่นภาพเคลื่อนไหวแบบเร็ว (คงคล้ายๆ Run Lola Run - ซึ่งผมยังไม่ได้ดู) อีกด้วย

ตอน "Quartier Latin" โดย ผกก. Frédéric Auburtin & Gérard Depardieu
ดารานำแสดง : Ben Gazzara, Gena Rowlands, Gérard Depardieu
ความชอบ : N.A.
ความเห็น : เนื่องจากตอนนี้เกือบทั้งตอนเป็นการสนทนา(ภาษาอังกฤษ) ซึ่งผมฟังแทบไม่ทันเลยว่าพูดอะไรกัน ... ดังนั้น กับคำว่า "Bitch" ตอนท้ายคำเดียว คงไม่สามารถให้คะแนนได้อ่ะครับ แหะๆ - -"

ตอน "14th arrondissement" โดย ผกก. Alexander Payne
ดารานำแสดง : Margo Martindale
ความชอบ : 3.5 / 5
ความเห็น : ผกก. อเล็กซานเดอร์ เพย์น ยังถนัดพล็อตเกี่ยวกับวิกฤติวัยกลางคนเช่นเดิม ... แต่การได้ทำตามความฝัน (อุตส่าห์ลงทุนเรียนภาษาฝรั่งเศส) ด้วยการมาเที่ยวประเทศในฝัน ก็ทำให้รู้สึกดีอ่ะครับ

... แล้วก็ชอบตอนท้ายเรื่อง ที่มีการเอาแต่ละตัวละครในบางตอนมาโยงใยเกี่ยวพันกัน ... ว่าที่จริงแล้ว ทั้งหมดนี่ก็คือเรื่องราวของความรัก ... ที่เกิดขึ้น ณ กรุงปารีส เมืองในฝันของใครหลายๆ คน ... นั่นเอง ... Paris, I love you


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:17:57:28 น.  

 
ไม่น่าเชื่อว่าจะนั่งข้างกัน เหอๆๆ...
ไม่ทันมองหน้าคุณบลูยอชท์เหมือนกันครับ ^^
ถึงว่าสังหรณ์อะไรแปลกๆ

โดยรวมผมก็ชอบเหมือนกันนะครับ
(ว่าแต่จำได้ยังไงเยอะแยะเนี่ย ซูฮกๆ)

ผมชอบตอนที่สองนะครับ ตั้งแต่ที่เพื่อนของพระเอกพูดประมาณว่า "ปิ๊งยัยมุสลิมนั่นเหรอฟะ? ประเดี๋ยวโอซาม่าก็มา '9/11' เอ็งเข้าให้ร็อก 555+" ช่างเปรียบช่างเปรยดีครับ แล้วก็สื่อถึงสภาพสังคมที่มองชาวมุสลิมต่างไปจากเมื่อก่อนได้ดีด้วย

ตอนของนาตาลี พอร์ตแมน, ตอนของวินเชนโซ่ นาตาลี, ตอนคนดำ(ที่คุณบลูยอชท์ชอบที่สุด), ตอนของจูเลียตต์ บิโนช ทั้งหมดนี้เป็นตอนที่ผมชอบนะครับ ^^
ในขณะที่ตอนอื่นก็ถือว่าไม่แย่อะไรมาก...

มีแค่ตอนของ Gerard Depardieu นี่แหละที่ผมฟังไม่รู้เรื่องเลยว่าคุยอะไรกัน (ฟังออกอยู่คำเดียวเหมือนกันล่ะครับ - -) ส่วนตอนของ Olivier Assayas ที่ Maggie Gyllenhal เล่นนั้น... สารภาพว่าหลับสนิทไปเลย - -*


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.12 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:22:13:04 น.  

 
+ 555 สังโบร๋ววว ดีจังเลยครับ ผมไม่รู้สึกอะไรเลยแฮะ แต่พอบอกเบอร์ตั๋วมา ผมคุ้นมั่กๆ ก็เลยต้องวิ่งกลับไปดูที่หอ เลยถึงบางอ้ออ่ะครับ
+ แหะๆ ขอสารภาพว่าจำไม่ได้หรอกครับ แต่ที่พยายามทำรายงานออกมายืดยาวซะขนาดนี้ เพราะต้องการเรียบเรียงความคิดตัวเองให้ตกผลึก (แล้วก็รู้สึกว่าชอบหนังเรื่องนี้ในภาพรวมมากขึ้นอีกจริงๆ นะ ตอนแรกมันเหมือนไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่) ... ข้อมูลทั้งหมด ผมเรียบเรียงมาจาก imdb ซึ่งจะมีรายชื่อของ ผกก., ชื่อตอน แล้วก็ดาราอยู่ ซึ่งต้องมาแมพเอาเองว่า เอ เราดูอะไรไปมั่งหว่าอ่ะครับ
+ อ้อ มุก 9/11 ก็ดีครับ (พอดีไม่ได้เขียนถึง) ... ส่วนตอนที่ชอบตอนอื่นๆ ก็คล้ายๆ กันนะเนี่ย ... และตอนของ Maggie Gyllenhal นั่น ดูเธอเมายาอย่างเมามันส์อย่างเดียวเลยครับ (เพราะไม่เก็ทสารที่ ผกก. ต้องการสื่อเหมือนกัน) ... และไปชอบตอนจบที่เจ้าเด็กส่งยาตัวแทน แอบจิ๊กนาฬิกาเธอไปด้วย เหมือนกับจะบอกว่า "เส้นทางเลวร้ายสายนี้ เธอเลือกเองนี่นา ก็ต้องโดนแบบเนี้ยะแหละ" อ่ะครับ ... แต่มันก็ไม่ค่อยเข้ากับธีมความรักเท่าไหร่เนอะ - -


โดย: บลูยอชท์ (อีกคำรบ) IP: 202.69.140.233 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:22:52:28 น.  

 
^
^
... บังเอิญมากเลยครับ วันนั้นผมก็ไปงานนี้มาเหมือนกันที่สยามพารากอน แต่ ผมไปดู ผีคนเป็น นะ

งั้นก็ขอเล่าถึง ผีคนเป็น ที่ไปดูมาละกัน

ผีคนเป็น ให้อารมณ์เดียวกับที่ผมได้ไปดู Stormbreaker รอบพิเศษมา นั่นคือ อารมณ์แบบเฉยๆดูก็ได้ ไม่ได้ดูก็ไม่น่าเสียดายอะไรไป

...หนังกล้านักที่มีการหักดิบกันกลางอากาศ แต่ปัญหาของหนังไม่ใช่การหักมุม แต่ การที่ตัวหนังพยายามจะเล่นกับความซับซ้อนมากไป หลายครั้งซ้ำไปมาจนไม่จำเป็น เช่น ฉากนางเอกฝันซ้ำๆเล่นซ้ำถึง 3 ครั้งเพียงเพื่อให้คนดูตกใจและหลอกคนดู โดยที่ไม่ได้มีผลต่อเนื้อหาเลย / ครึ่งแรกกับครึ่งหลังของหนังมีดีคนละอย่างนั่นคือ

ครึ่งแรก เนื้อหาไม่มีอะไร ไม่ซับซ้อนเดาง่าย ผีหลอกต้องไปฝึกใหม่ แต่ เล่าเรื่องได้ลงตัว

ครึ่งหลัง เนื้อหามีความซับซ้อน ซ่อนปมเดายาก ผีหลอกสอบผ่าน แต่ เล่าเรื่องได้ไม่ลงตัว

อีกทั้งดูเหมือนผกก.มีไอเดียจนล้น ซึ่งให้อารมณ์เดียวกับตอนผมดู โคตรรักเอ็งเลย ความล้นเกินและเลือกมานำเสนอหมดทุกอย่าง แล้วทำให้ไม่สามารถหาจุดลงตัวได้

หลายฉากเอามาจากหนังผีเอเชียเรื่องอื่นแบบเอามาทั้งดุ้น(เช่นใบหน้าคนตายยังกะผีซาดาโกะมาหลอก) สิ่งที่ดีคือ การเอาผีมาหลอกในหนังที่ยิงกันพร่ำเพรื่อเหมือนหนังตลกที่ยิงมุกกันเป็นว่าเล่น ก็เลยมีหลายช็อตที่ทำให้คนดูผวาและหลอนไปได้เหมือนกัน ถือว่าก็ยังดีกว่าหนังผีไทยหลายเรื่อง แต่ยังห่างไกลกับชัตเตอร์นัก และอีกจุดที่ผมชอบคือ การแสดงในครึ่งแรก ของ อาภาศิริ นิติพน กับ เมย์ซึ่งเล่นได้ใสซื่อดี

ถ้าเปรียบเป็นมวย หมัดฮุกของหนังยังทำได้ไม่หนัก ไม่ถึงใจ เป็นเหมือนมวยที่มีลูกล่อลูกชนแต่ดันวิ่งวนซะเยอะ พอหมดยกทั้งนักชกทั้งคนดูก็เหนื่อยๆไปกับการลากยาวและหลอกยืดเยื้อ

...ส่วนเรื่องเล่างานเทศกาลหนัง ดีครับ ขอบคุณมากๆครับ ที่กลับมาเล่ามาเผื่อแผ่คนยังไม่ได้ดูอย่างผมด้วย มีอะไรมาเล่าต่อนะครับ

... โอเคเลยครับคุณกุ้ง และ คุณรบชนะครับ ผมปฏิบัติภารกิจ 13 เสร็จสิ้นแล้วครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:0:48:31 น.  

 
ยินดีด้วยกับหนังสือของคุณค่ะ


โดย: cottonbook วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:10:51:05 น.  

 
ชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ "ถ้าเรารักสิ่งใดจริงๆ เราย่อมมีเวลาแบ่งให้มันได้เสมอ"
เห็นด้วย โดน โดน

ขอแสดงความเห็นนะคะ
หน้าแรก กับ หน้าสารบัญแยกกันแบบนี้ดีค่ะ


โดย: Mr.Bear's dream IP: 58.9.160.68 วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:22:48:15 น.  

 
เพิ่งอ่าน Level 7 จบไปครับ...
ชอบมั่กมากกก.. ดองมาได้ยังไงข้ามปี น่าเขกกะโหลกตัวเองยิ่งนัก - -*

สงสัยต่อจากโอตสึ อิจิ ผมคงต้องตามเก็บนิยายฝั่งญี่ปุ่นของ มิยาเบะ มิยูกิ อีกคนแล้วล่ะครับ
ส่วนแมวสามสีเล่ม 7 ที่เป็นเรื่องสั้นหลายๆตอนรวมกัน ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าเล่ม 6 เยอะเลย

แล้วก็ดีกว่างานของอาคากาว่า จิโร่ เรื่องอื่นๆที่ออกมาเยอะๆ ตอนแมวสามสีดัง (และผมหลงไปซื้อมา อ่านแล้วเบาโหวงมั่กๆ โดยเฉพาะ "คู่ซ่าหลังคาเดียวกัน") เรื่องอื่นอย่างโอนุกินี่ก็ทำได้กวนดีครับ แต่มันเน้นฮามากไปหน่อย (คู่ซ่าฯ เน้นคดีไม่ถึงสามเปอร์เซนต์เลยด้วยซ้ำมั้ง เหอะๆๆๆ)

ส่วน The Bourne Ultimatum ตรากตรำอ่านจบแล้วในที่สุดครับ (เฮือกก) อยากดูหนังขึ้นมาติดหมัดเลย แต่ว่าคงไม่มีรายละเอียดเยอะเหมือนกับในนิยายของโรเบิร์ต ลัดลั่มแน่ๆ.. คิดแล้วก็เสียดายครับ


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.10 วันที่: 15 ตุลาคม 2549 เวลา:3:52:54 น.  

 
cottonbook ... ขอบคุณคร้าบ

Mr.Bear's dream ... งั้นก็คงแบบเดิมแล้วกันเนาะ

nanoguy ... ซี่รี่ส์ Bourne ที่ทำมาเป็นหนังผมชอบมากครับ มันดูไม่เสแสร้งปั้นแต่ง ดูอัดกันตรงๆและก็มีกลยุทธด้วยเหมือนหนังสมัยเก่าที่เอามาทำให้เข้าสมัยขึ้น

/ อ่านงานของ มิยาเบะ มิยูกิ มาสองเรื่องสังเกตว่า นิยมจะพูดและหยิบยกเอาประเด็นในสังคมมาสอดแทรกในงานเขียนเสมอ แถมยังมีแรงจูงใจหรือที่มาที่ไปภายใต้จิตใจตัวละครสำคัญเสมอ เขียนถึง Level 7 เหมือนกัน ชวนไปอ่านครับ >> https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=10-2005&date=28&group=3&blog=1

/ ส่วนงานของ โอตสึ อิจิ ผมต้องยกนิ้วให้ Goth ยอดเยี่ยมเหนือคำบรรยาย แถมยังน่ากลัวไปถึงไขสันหลัง ไม่น่าเชื่อว่าคนเขียนเป็นเด็กหนุ่มอยู่เลย ตอนนี้กำลังอ่าน Zoo ของเขาอยู่ อ่านจบแล้วว่าจะไปหาหนังมาดูต่อ

/ อาคากาว่า จิโร่ เขาว่ากันว่า ดีแต่ชุดแมวสามสีครับ และ ที่ผมอ่านมา แมวสามสี ก็มีดีมีแย่มีขึ้นมีลง ไม่ได้ดีทุกเล่มจนน่าติดตาม เล่มไหนขาลงก็เดาง่ายมากและไม่สนุกเลย

.... ไปดู The departed มาแล้วครับ ว่าจะเขียนถึง แต่ผมคิดไปคิดมา ยอมช้าแต่เขียน Infernal affairs ควบไปด้วยดีก่า ตอนนี้เลยไปยืมแผ่นน้องเค้ามาทั้ง 3 ภาคเพื่อดูอีกรอบ และนั่นอาจทำให้ Blog หมวด "ดูแล้วมาคุยกัน" ร้างไปพักนึงนะครับ ขอเวลาไปเก็บ Infernal affairs ก่อน ( + มีข่าวมาแจ้งเผื่อยังไม่รู้กันว่า Infernal affairs ออกเป็นดีวีดีใหม่ โดยนำเหตุการณ์ทั้ง 3 ภาคมาเรียงต่อกันตามลำดับเวลา แบ่งเป็นดีวีดี 2 แผ่น ผมคิดว่า เหมาะกับคนดูแล้ว แต่คนยังไม่ดูไม่น่าดูเวอร์ชั่นนี้ เพราะจุดหักมุมสำคัญจะรู้แต่ต้น ตอนนี้แผ่นกำลังขาดตลาด วันนี้ไปซื้อก็หาไม่ได้)

... เล่าคร่าวๆถึง The departed ครับ

\\สิ่งที่ชอบมากกว่า ของฮ่องกง มีแค่ ตัวนักแสดงหญิง เวอร์ชั่นนี้ เธอเล่นดี ดาราดังๆข่มเธอไม่ลง ดูดี และ เซ็กซี่ ( แต่คงมีผมเพียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้ เพราะในพันทิปและไทยดีวีดี ล้วนไม่เห็นคล้อยเรื่อง เซ็กซี่และดูดี)

บทของเธอที่ถูกรวบมาเป็นคนเดียว หากสร้างแค่ภาคเดียวก็ถือว่าเป็นการรวบที่น่าสนใจ (แต่ถ้ามีสามภาคแบบต้นฉบับ การแยกบทของ แมรี่ กับ จิตแพทย์สาวจะดีกว่า เพราะภาคสองกับภาคสาม จะมีผลต่อการดำเนินเรื่อง)

การแสดงของ มาร์ค วอลเบิร์ก ก็เยี่ยม แต่การแยกบทหัวหน้า เพียงเพื่อให้ตอนจบ ... ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

ตอนดูตั้งใจแล้วว่า จะวางใจเป็นกลาง ดูจบก็ยอมรับว่าเป็นหนังที่ดี แต่ พอเปรียบเทียบเมื่อไหร่ก็ห่างไกลจาก Infernal affair หลายขุมนัก

หนังไม่ทำให้รู้สึกถึงการใช้ชีวิต แบบ "ตกนรกทั้งเป็น" ได้ดีพอ บทของหลิวเต๋อหัวที่เป็นแมตต์ เดมอน ในต้นฉบับ "ความอยากจะเป็นคนดี" ทำให้บทนี้ดูมีความลึกมากกว่านี้เยอะ ความลึกของต้นฉบับเกิดขึ้นทั้งจากบทและจากการแสดง

ต้นฉบับทำได้ ขลัง ขนลุก อึ้ง ทึ่ง อลังการ มีมิติและมีความลึกมากกว่า แถมตอนจบที่ยิงกันปุ้งๆใน the departed คนในโรงหลายคนหัวเราะ เพราะส่วนตัวแล้วก็ดูตลกๆบอกไม่ถูก

The Departed ก็เป็นหนังที่ดี เมื่อเทียบกับหนังทั่วๆไป แต่ ไม่ควรนำมาเทียบกับ Infernal affairs เพราะมันจะด้อยกว่าในหลายๆด้าน ความแตกต่างที่เกิดขึ้นไม่ทำให้หนังเรื่องนี้ดีกว่าต้นฉบับและไม่ทำให้มันเอกลักษณ์แตกต่าง เพียงแค่ลดความลึกแล้วไปเน้นความดิบ และ โฉ่งฉ่าง

... วันนี้ไปเดินซื้อ โน้ตบุ้ค มา เหนื่อยขาดใจ ไปตั้งแต่บ่าย 2 จบที่ สองทุ่ม รุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญคอมที่ไปด้วยก็ใจดีมากยอมทนทรหดลองไปทุกร้านด้วยกันจนค่ำ โดยผมยึดหลักสำคัญที่สุดคือ โน้ตบุ้ค จะดีจะแย่แค่ไหน ต้องอ่านแผ่นที่ผมหนีบไปด้วยได้ (วันนี้หนีบ Lost in love หนังเกาหลีสุดประทับใจที่เพิ่งดูจบ) เพราะงานหลักนอกจากการพิมพ์แล้วยังต้อง ดูหนังอีก

... Toshiba เป็นยี่ห้อที่ดูหนังแล้วภาพแจ่มสุดๆ นั่งดูเทียบกับ Hp / Sony ก็เทียบไม่ติด แต่รุ่นที่ยอมกัดฟันซื้อ ดันใช้หัวอ่านที่อ่านแผ่นผมไม่ได้ คนขายก็ทำท่าทางไม่ได้น่าชื่นชมพร้อมบอกประมาณว่า "พี่คงต้องใช้แผ่นแท้มาดูครับ เครื่องมันถึงจะอ่านได้ หรือแผ่นที่ไร้ท็ด้วยแผ่นดีๆหน่อย" ว่าแล้วเขาก็จับ LOTR มาใส่พร้อมสอนผมเรื่องแผ่นดีวีดีอะไรก็ม่ายรุซึ่งก็ไม่ใช่ที่ถูกเลย เพียงเพื่อต้องการให้เห็นว่าเครื่องโตชิบ้าของเขาดีแต่แผ่นผมเองไม่ดี ก็เลยลาก่อน Toshiba

... สุดท้ายได้มาเป็น Benq ตามที่เพื่อนแนะนำไว้ บ้างก็ว่ายี่ห้อนี้ไม่ดีนะ แต่บ้างก็ว่าดีแต่คนไม่ใช้ไม่รู้หรอก แต่ส่วนตัวแล้วถูกใจกับรูปร่างและหน้าจอ (ดูหนังด้อยกว่า โตชิบ้า แต่ดีกว่า hp ) แถมเบาเหมาะแก่การพกพา ก็เลยคว้ามาเรียบโร้ย ต่อไปนี้เวลาคงเป็นเครื่องพิสูจน์

ป.ล. การมี โน้ตบุ้ค จะช่วยผมในการเขียนบล้อกหนังแผ่นเป็นอันมาก เพราะแต่เดิม กลับไปดูที่บ้าน จดใส่กระดาษ แล้วเอามาพิมพ์ต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งนั่นทำให้บางทีอารมณ์หรืออะไรที่คิดได้มันหล่นหายระหว่างทาง


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:0:18:54 น.  

 
แวะมาแปะว่า เพิ่งดู The Last Emperor จบไปครับ
สงสัยต้องไปหาแผ่นมาดูซะแล้ว ถึงภาษาอังกฤษจะฟังง่ายกว่าใน Paris, Je T'aime แต่ก็มีบางช่วงที่ฟังไม่ออกเหมือนกัน แต่เท่าที่ดูเนื้อเรื่องจากบริบท ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆครับ


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.8 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:0:23:56 น.  

 
ปล. ผมเองก็ชอบ Goth มากๆเหมือนกันครับ แต่ว่ายังไม่ได้อ่าน Zoo เลย (ตอนนี้กำลังเริ่มอ่านคินดะอิจิเล่ม 3 อยู่ครับ)

ปล.2 ดีวีดี Infernal Affairs ผมซื้อเวอร์ชั่น 5 ชั่วโมงมาแล้วครับ ว่างเมื่อไหร่จะนั่งดูรวดเดียวจบเหมือนสุริโยไท 5 ชม. ส่วน The Departed ยังไม่ได้ดูเลยครับ ^^"

ปล.3 คนขายโตชิบ้า กวนส้นมากๆ


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.8 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:0:32:53 น.  

 
ปล.4 ฝากบอกคุณบลูยอชท์ วันนี้ผมไปดูบอร์ดหน้าโรงมา เค้าบอกว่า Breakfast On Pluto มีซับอังกฤษด้วยนะครับ


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.8 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:0:48:17 น.  

 
+ ขอบคุณ คุณ จขบ. ครับที่ยังไม่ขึ้นหน้าใหม่ (อ้ายที่ผมเขียนถึง Paris จะได้ยังไม่ตกไป อุตส่าห์ไปหาข้อมูลมาซะยาวเชียว) ... แต่ก็จะ 100 คห. แล้วนะเนี่ย - -
+ The departed == มี Spoil นะคร้าบ ==
ผมก็ไปดูมาจนได้ (ก่อน 13 แต่ดูวันเดียวกันคือวันเสาร์) ความรู้สึกเขียนไว้ตอนต้นในบล็อกของเรื่อง 13 ... เท่าที่อ่านดูก็น่าจะรู้สึกคล้ายๆ คุณ จขบ. นะครับ ... ส่วนบท มาร์ค วาห์ลเบิร์ก ที่แยกออกมาให้เป็นตัวปิดเรื่องในข้างท้าย เพราะมันจบไม่ลงละมั้งครับ (แต่สงสัยว่าเค้าหายไปอยู่ไหนมาตั้งนาน โผล่มาอีกทีก็ตอนจบเลย) ถ้าจะให้ตัวร้ายลอยนวลมันก็ดูน่าเกลียดเกินไปหน่อย ... แต่ผมเซ็งตั้งแต่ตอนที่อยู่ไม่อยู่ก็ให้มีสปายเพิ่มขึ้นมาอีกคน แล้วก็จัดการพระเอกกับเพื่อนตำรวจแบบพลิกผันหน้าตาเฉย ... มันดูง่ายไปหน่อย แต่ไม่แฟร์สำหรับพระเอกเป็นอย่างยิ่งอ่ะครับ คนดูอุตส่าห์ลุ้นเอาใจช่วยมาตั้งนาน สุดท้ายเหมือนสูญเปล่าเลย ... ไม่รู้ว่าใน I.A. พล็อตมันเป็นแบบนี้ด้วยป่าวหว่าครับ???

+ ยินดีกับคุณ จขบ. ด้วยครับ สำหรับโน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ ... ส่วนเรื่องคนขายยี่ห้อนั้น ... ช่างเค้าเหอะครับ (แต่เป็นผม ผมก็คงไม่ซื้อเหมือนกัน เรื่องกระบวนวิธีที่คนขายจัดการกับลูกค้า สำคัญมากสำหรับผมครับ ผมจะไม่ซื้อของที่ร้านหรือคนขายงี่เง่าเป็นอันขาด) ... ไม่รู้ว่าทำลูกค้าหล่นหายไปกี่คนแล้วน้อ
+ ขอบคุณ คุณ nanoguy สำหรับข้อมูลเรื่อง Breakfast นะครับ เหลืออีกรอบนึง เด๋วดูอีกที ถ้าได้ไปดูแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะครับผม


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:12:25:09 น.  

 
ดู ผีคนเป็น มาแล้วครับ
ทำไมผมไม่กลัวผีในเรื่องนี้เลยก็ไม่รู้
แถมยังหัวเราะเยาะมันตอนลงลิฟต์ไม่ทันอีกต่างหาก 555+


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.6 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:9:48:08 น.  

 
+ อุๆ ดันให้ถึง 100 ไปเลยดีฝ่า คุณ จขบ. จะได้ขึ้นหน้าใหม่ ReXXX อะไรซักอย่าง หรือไม่ก็ rerun4 ซะที สงสารคนอ่าน ยาวแย่แล้วเนี่ย ... แต่ถ้าจะให้ผมเดา คุณ จขบ. น่าจะรอขึ้นหน้าแรกอันใหม่ พร้อมกับหมายกำหนดการประกาศแจ้งวันพบปะแฟน(บล็อก)คลับ ... เอ๊ย แจกลายเซ็นที่บู๊ต สนพ. ในงานสัปดาห์หนังสือฯ รึเปล่าเอ่ย?
+ สัปดาห์นี้ หนังที่จะเข้ามันดูแปลกๆ เนอะครับ ... หมากเตะรีเทิร์น ผมว่ามุกตลกในหนังตัวอย่าง ผมไม่ค่อยฮาแฮะ มันออกแนวคาเฟ่ไปนิด, 14 ภาคพ่อเต้รับจ๊อบเฝ้าโรงหนังตอนกลางคืน ... เอ๊ย อำมหิตพิศวาส นี่ แค่ไอเดียก็ดูหื่นไปหน่อย แถมหนังตัวอย่างยิ่งไปกันใหญ่ มันดูมีแต่เชือดโหดอย่างเดียวเลยอ่ะ ไม่รู้ทำไมคุณตั้วถึงยอมกำกับและแสดงนำแฮะ, จะฉีกไปดู Crank หรือ Alex Rider ก็ยังไม่แน่ใจ (ในคุณภาพหนัง) เท่าไหร่, ที่น่าดูที่สุดน่าจะเป็น Days of Glory แต่ช่วงนี้ผมเอียนหนังสงครามซะเหลือเกิน ยิ่งเรื่องนี้มันดู Realistic จริงจังเครียดๆ อยู่ด้วย ... ขอคิดอีกทีแล้วกันครับ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:10:14:50 น.  

 
มาช่วยดันให้ถึง 100 ค่ะ อิอิ และเห็นด้วยกะพี่บลูยอชท์ว่าถ้าขึ้นหน้าแรกอันใหม่ ก็ประกาศแถลงข่าวเรื่องหนังสือใหม่ไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว สงสัยจะเป็นวันพบปะแฟนคลับบล็อคนี้แน่เลย

ช่วงนี้ไม่ได้ดูหนังเลยค่ะ ตอนแรกว่าจะไปดู The departed ด้วยความที่ตัวเองชอบ I.A. ทั้ง 3 ภาคออกมากๆ อีกอย่างคืออยากให้หวานใจไปดู เผื่อเค้าจะชอบและกลับมาดูภาคต้นฉบับที่เราเคยแนะนำไป จะได้รู้ว่ามันดีแค่ไหน แต่อ่านคอมเมนท์แล้ว คงบ๊ายบายค่ะ / แต่ตอนนี้กะว่าอาจจะไปดู "หมากเตะรีเทิร์น" ค่ะ เพราะอยากไปอุดหนุนหนังของพี่ปิ๊ง เคยฟังพี่แกช่วยจัดรายการ "หนังหน้าไมค์" กะป๋าเต้ด, พี่นรา, พี่จ๋องเมื่อสมัยนานมาแล้วก่อนกำกับแฟนฉันน่ะค่ะ ก็เลยรู้สึกเหมือนคนคุ้นเคย (ของเราฝ่ายเดียวอะนะ) แล้วแบบไม่อยากให้หนังของพี่เค้าแป้กอะ เห็นผกก.แฟนฉันแต่ละคนออกมารุ่งๆทั้งนั้น แล้วหนังพี่แกก็โดนงดฉายไปแล้วรอบนึง ก็เลยสงสารอะค่ะ ถึงแม้ว่าได้ดูหนังตัวอย่างแล้วจะไม่ได้ทำให้อยากดูเลยก็ตาม

ป.ล. พี่จ๋า เข้าไปดูในหน้าประกาศผลแฟนพันธุ์แท้หน่อยนะคะ มี 3 คนไปทิ้งเมล์ไว้ เพราะอยากได้แหล่งซื้อ 10 things (1 ในนั้นก็คือหนูนั่นเอง แหะๆ)

ป.ล. 2 ตะกี๊ไป search หนังเรื่อง lost in love เพราะว่าอยากรู้ว่าเรื่องไหนนะที่พี่พูดถึง อ่านแล้วอยากดู พอลิงค์ไปก็แบบ อ้าว! เรื่องนี้เคยเห็นขายที่เมืองจีนอะค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อเพราะดูจากปกแล้วไม่น่าสนใจ ว่าแต่พี่ไปซื้อมาจากที่ไหนอะคะ อยากได้มั่งล่ะ

ป.ล. 3 สำหรับคนขายโตชิบ้านะ เป็นหนู หนูก็ไม่ซื้อพี่ หนูนะเรื่องราคาหรือเรื่องอะไรไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แบบถ้าคนขายพูดอย่างนี้อย่าหวังเลยจะได้เงินจากหนู ขนาดแค่อ่านยังเดือดเลยค่ะ ไม่ชอบจริงๆเลย คนขายอย่างนี้


โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.164 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:12:55:41 น.  

 
ขอแสดงความเห็นนะคะ
อยากให้ส่วนล่างของแต่ละหน้ามี icon ที่ว่า ."คลิ๊กเพื่อกลับสู่ด้านบนของหน้า"
เพราะอย่างหน้านี้และหน้าอื่นๆที่มีความเห็นเข้ามาเยอะๆพออ่านถึงตอนล่างๆ แล้วอยากกลับไปอ่านเนื้อหาด้านบน ต้องลาก cursor ค้างยาวเลยค่ะ ถ้ามีระบบ ดังกล่าวข้างต้นจะสะดวกขึ้นน่ะค่ะ


โดย: Mr.Bear's dream IP: 202.28.181.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:15:01:55 น.  

 
... หายหน้าหายตาไปจมอยู่กับกอง Infernal affairs ทั้ง 3 ภาคครับ เพิ่งดูจบเมื่อคืน พร้อมแล้วจะเอามานั่งเขียนพร้อม the departed (ดูไม่หยุดเพราะเห่อโน้ตบุ้คใหม่ด้วย)

... ขึ้นหน้าใหม่ในวันสองวันนี้แน่นอนคร้าบ ตามที่คุณบลูยอชต์บอกไว้เลย(เดาใจเจ้าของบล้อกได้ถูกต้องคร้าบบบ) ขึ้นหน้าใหม่ พร้อมแจ้งข่าวหนังสือครับ

nanoguy ... ผมก็ไม่ค่อยกลัวอะ ไม่รู้เส้นผีจะลึกหรือเปล่า

ลิปดา-พิลิปดา ... เด๋วจะเมลล์ไปบอกนะครับคุณกุ้ง (lost in love ก็ซื้อจากที่นั่นเช่นเดียวกัน)

Mr.Bear's dream ... ถ้าหาได้จะเอามาติดโดยพลันครับ


ข่าวล่ามาเร็ว .... พรุ่งนี้ 11 โมง หนังสือรัก ออกจากโรงพิมพ์ร้อนๆแล้วครับ + วันเสาร์นี้ ทางสนพ.จะหาบูธให้ไปรอเจอเพื่อนๆ แต่ จุดไหนยังไง พรุ่งนี้จึงจะรู้อีกที แล้วจะรีบมาโพสต์บอกโดยพลันครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:17:29:33 น.  

 
เย้ เย้ เย้ หนังสือออกแล้ว
ยินดี ยินดี ด้วยนะคะ
ไม่พลาดแน่นอน "ก็หนังสือเขาดีจริงๆ"

พรุ่งนี้ 10.59 จะไปยืน countdown ......5-4-3-2-1 ซื้อเป็นคนแรกเลยค่ะ
รับรองหลังจากนั้นขายดีจนยอดทะลุเป้า....แน่นอนค่ะ


โดย: Mr.Bear's dream IP: 58.9.164.225 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:20:22:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.