ชีวิตมีไว้ใช้ .. ไม่ได้มีไว้โชว์

การเตรียมตัวไป work and travel

บล็อกนี้เขียนเรื่องการเตรียมตัวไป work ของเราดีกว่า ..

สิ่งสำคัญที่ต้องมี ;
อันดับแรกเลยคือ ข้อมูล เพราะการจะไป work ตัวคนเดียวเนี่ย ต้องหาข้อมูลเยอะถึงเยอะมาก ทั้งเรื่องงานที่จะต้องไปทำ ที่พัก เอกสาร ฯลฯ จิปาถะ โดยเฉพาะในชาวงวิกฤตของชีวิตที่เอเจนซี่ที่จ่ายตังค์จ้างไปร่วมครึ่งแสนไม่สามารถช่วงเราได้เลย เราจึงต้องขวนขวายด้วยตัวเองทั้งหมด สิ่งที่เราทำแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ได้แก่

1. หาสมุดน่ารัก ๆ มาสักเล่ม ขอเรียกว่า "สมุดวิเศษ" ก็แล้วกัน เวลาได้ข้อมูลอะไรมาให้จดลงไปให้หมด โดยแบ่งเป็นส่วน ๆ เช่น วีซ่า งาน ที่พัก เพื่อน สิ่งสำคัญ ฯลฯ จะให้ทำการรวบรวมข้อมูลทำได้ง่าย หาก็ง่าย ไม่ปวดเฮด

2. โหลด Google earth มา แล้วหาว่า งานที่ต้องทำอยู่จุดไหนของโลก โดย search จากที่อยู่นายจ้างที่ได้จากเอเจนซี่มา (ถ้าไม่มีเอาชื่อหน่วยงานมาหาใน google เดี๋ยวนี้หน่วยงานไหนเค้าก็มีเว็บทั้งนั้น) หาตำแหน่งที่ชัดแจ้งของที่ทำงาน หลังจากนั้นเลือกเครื่องมือหาที่พัก (ใน google earth นั่นแหละ) หาว่าที่พักไหนอยู่ใกล้ ๆ กับที่ทำงานบ้าง (อันนี้เราหาเพราะงานเราไมมีที่พักให้ ต้องหาเอง ใครทำบุญมาเยอะได้ที่พัก ก็ข้ามช็อตนี้ไปเลย) เอาชื่อที่พักมาหาเรท+ดูรูปจากรีวิว+โทรไปถามเรทว่าจะไปอยู่นาน เอาข้อมูลที่ได้มาถามเพื่อนที่จะไปด้วยกันว่าสนใจอันไหน แล้วโทรไปจอง อ้อ ข้อมูลทั้งหมดที่ได้นี้ (โดยเฉพาะชื่อที่พัก address และ เบอร์โทรศัพท์) อย่าลืมลงในสมุดวิเศษด้วยล่ะ

นอกจากนั้น google earth ยังช่วยให้เรารู้ทิศทางคร่าว ๆ ของเมืองที่จะไปอยู่ในอนาคตอันใกล้ ว่าที่กินอยู่ไหน ที่ช็อปอยู่ไหน ที่เที่ยวอยู่ไหน ทำให้เราปรับตัวได้เร็วในระดับหนึ่ง อาจจะปริ้นท์ใส่สมุดวิเศษไว้ (ตอนเราไปถึงขั้นปริ้นท์สายรถเมล์ไว้ แต่ก็ได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ นะเออ)

2. เขียน things to do ลงในสมุด ว่าต้องทำอะไรให้เสร็จภายในวันไหน

3. เตรียมเอกสารให้พร้อม สิ่งที่ควรจะถ่ายเอกสารเก็บไว้ ได้แก่ พาสปอร์ต หน้าวีซ่า และ DS-2019 ควรมีอย่างน้อย 3 ชุดคือ 1. ซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทาง 2. ติดตัว 3. ฝากเพื่อนไว้ 1 ชุด

4. เรื่องเสื้อผ้า ควรหาข้อมูล dress code ของเมืองนั้น ๆ ในช่วงที่ไป ว่าอากาศจะเป็นอย่างไร รวมถึงเสื้อผ้าที่ต้องใช้ทำงานด้วย ซึ่งงานของเรา (Host&Casheir) เค้าระบุว่ารองเท้าดำล้วน ถุงเท้าไม่เกี่ยง (แต่เราเอาดำล้วนไปเหมือนกัน เผื่อโผล่) ให้ใส่เสื้อกันหนาวได้แต่ต้องดำล้วน+ไม่มีฮูด ซึ่งเราไม่มี (มารู้ทีหลัง) เลยต้องทนหนาวเวลาทำงานเล็กน้อย (แก้ปัญหาโดยการเอาเครื่องดื่มร้อนจากห้อง Beverage มากิน 555)

5. เรื่องอาหารการกิน (กรณีที่บ้านพักอนุญาตให้ทำอาหารได้) ควรจะตกลงกับเพื่อนร่วม worksite ว่าใครจะเอาอะไรไป บางทีขนไปชนกัน เช่น น้ำปลา 3 ขวด โอ้วแม่เจ้า ราวกับใช้กินต่างน้ำ ลองตกลงกันดู สิ่งที่ควรจะมีคือ

5.1 ซุปก้อนคนอร์และผงปรุงรส - แม้ว่าที่อเมริกาจะมีซุปก้อนคนอร์เหมือนกัน แต่รสชาติต่างกันลิบลับ ของเราอร่อยกว่ามาก เอาไปเยอะ ๆๆๆๆ เลย option เสริมคือ ซุปก้อนรสต้มยำ ขอบอกว่าอร่อยเด็ดมาก คนชาติไหนได้ลอง ไม่ซึ้งให้เตะ แม้ว่าคนทำจะทำอาหารไม่เป็นเลยก็ตาม 555

5.2 น้ำมันหอย - ไม่รู้เป็นอะไร แต่ผัดผักของไทยจะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ แล้วที่อเมริกาก็ดันไม่มีอีก (อ้างอิงจากเมืองที่เราอยู่นะ) มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ขาดน้ำมันหอยกัน เกือบเหี่ยวตายกันหมดทีเดียว จนต้องยอมซื้อจาก korean market ใน Sacramento มา แม้ว่าน้ำมันหอยขวดเดียวจะราคาเกือบ 4 เหรียญ !!! ซอสปรุงรส เต้าเจี้ยว ซีอิ้วขาว

5.3 ผงทำอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ - อันนี้แล้วแต่ศรัทธาเลยว่าใครชอบทำอะไร แบบไหน แต่บอกไว้ก่อนว่า ครั้นจะเลือกแกงเลียง แกงเหลือง ต้มข่าไก่ หรืออะไรก็ช่าง ได้โปรด เบิ่งดู ingredient needed สำหรับตำรับนั้น ๆ ก่อน เพราะเวลาจะทำให้ได้อย่างหน้าซอง จะต้องหาผัก เครื่องปรุงไทยอื่น ๆ เพิ่มเติม แล้วที่โน่นก็ช่าง มีของกินที่ไม่เหมาะกับการทำอาหารไทยเอาซะเลย แค่ใบมะกรูดมาทำต้มยำ ยังพลิกแผ่นดินหาไม่เจอ มะเขือก็เป็นลูกยักษ์ ๆ .. อยากทำอาหารไทยกินทื่นี่เลยต้อง ปลง เอาผักบ้านเค้ามา adapt เอาเอง

5.4 มาม่า - เน้นรสแก้เลี่ยนไว้เลย หมูสับนี่ไม่ต้องเน้น เวลาจะกลับมาม่าเหลือส่วนมากจะเป็นรสหมูสับ (จากที่สำรวจโพลมา) นอกจากนั้น ถ้าเหลือเป็นรสต้มยำต่าง ๆ เอาไปให้เพื่อนฝรั่งจะชอบกันมาก

5.5 น้ำพริก - ตามแต่ชอบ พื้นฐานก็พวก น้ำพริกเผา กับน้ำพริกตาแดง

ที่เราเจอว่ามีขาย คือ น้ำปลากับน้ำจิ้มไก่ ค่ะ

เขียนมาตั้งนานเป็นเรื่องกินซะครึ่งนึง พอละ เรื่องอื่นเหอะ

6. ของฝาก เราซื้อของที่ระลึกชิ้นเล็ก ๆ ที่แสดงความเป็นไทย ไปให้เพื่อนร่วมงาน 2 โหลแน่ะ (เหลือดีกว่าขาด) และของใหญ่ (ดูดีกว่าหน่อย) 2 ชิ้น สำหรับที่ทำงาน+บ้านพักค่ะ อันนี้แล้วแต่จะหาได้เลยค่ะ

7. กระเป๋าเดินทาง สำหรับสายการบินระหว่างประเทศ โดยทั่วไปเค้าอนุญาตให้กระเป๋า baggage 2 ใบ (น้ำหนักขึ้นอยู่กับสายการบิน) carry on 1 ใบ (กำหนด 7 กก. แต่ไม่เคยมีใครมาชั่งของเราเลย) อันนี้ข้อแนะนำคือ เอาสิ่งของสำหรับการอยู่รอด 1 วัน ใส่ Carry on ไว้ค่ะ แปรงสีฟัน โฟมล้างหน้าชุดเล็ก (ขวดไม่เกิน 50 ml.) ชุปสำหรับเปลี่ยน 1 ชุด เอกสารสำคัญที่ต้องติดตัว ของกันเบื่อ (เช่น mp3 หนังสืออ่านเล่น - แต่เรา "นอน" แก้เบื่อค่ะ 55) ที่เหลือโหลดเรียบ
ข้อแนะนำอีกอย่างสำรับกระเป๋าเดินทางคือ ควรมีสายรัดกระเป๋า (สำคัญมาก) เราซื้อแบบธรรมดา 120 บาท แต่ช่วยชีวิตเราจนกลับมาถึงเมืองไทยเลยทีเดียว

สำหรับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง (สำหรับคนซื้อใหม่) เราแนะนำแบบผ้าดีกว่านะคะ แม้ว่าบางคนจะบอกว่าแบบ fiberglass มันทนทานกว่า เปื้อนแล้วทำความสะอาดง่ายกว่า แต่เราเอาไป 2 ใบ fiberglass 1 ,ผ้า 1 เดินทางด้วยระยะทางที่เท่ากัน ตัว fiberglass ที่ว่าทนทาน ก็จริงนะคะ แต่ตรงตัวล็อก + บานพับ เป็นพลาสติกหมด ของเราแตกยับหมดทุกล็อคเลยค่ะ มาถึงสุวรรณภูมินี่ออกมาเล็กน้อยพอเห็นของข้างใน (ดีที่มีแต่เสื้อผ้า+มีสายกระเป๋ารัดไว้) ส่วนกระเป๋าผ้านี่ดำ+โสโครกมาก ๆ แต่ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ ล้อลากเดี้ยงเล็กน้อย แต่ก็ดีกว่ากระเป๋าแตกอ่ะ

คาดว่าจะเป็นทั้งหมดที่ต้องเตรียมแล้วนะคะ หลังจากแพ็คกระเป๋าแล้ว ก็เตรียมตัวเดินทางโลด


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2551 16:15:49 น. 2 comments
Counter : 3040 Pageviews.  

 
ขอบคุณมากค่ะ จะเข้ามาติดตามเรื่อยๆนะคะ ^^


โดย: ammzii วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:11:22 น.  

 
อาจจะเป็นคำถามตลกๆน๊ะค่ะ

แบบว่าเรากะน้ำหนักกระเป๋ายังไงเหรอ
แล้วถ้าเกินเราเอาออกตรงนั้นแล้วฝากที่บ้านไว้ได้ป่ะ


โดย: ฝน (rararain ) วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:22:19:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เมอแรงก์มะนาว
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add เมอแรงก์มะนาว's blog to your web]