All Blog
ความแน่นอนของชีวิต
มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะในชีวิตนี้ บางทีวันนี้คุณอาจจะได้รับข้อเสนอดีๆ จากการจ้างงานใหม่และคุณคิดว่ามันคือข้อเสนอที่ดีที่สุด คุณเลยตั้งใจมาขอลาออกจากงานปัจจุบัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับนายจ้างแล้วคุณก็ตกหลุมพรางเพราะความใสซื้อและกตัญญูรู้คุณเกินเหตุของตัวเองเลยเกรงใจไม่กล้าลาออก ท้ายที่สุดจึงต้องปฏิเสธข้อเสนอนั้นแล้วกลับมารับข้อเสนอของเจ้านายที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองแล้ว วันเวลาผ่านไปแล้วก็มาถึงวันที่ต้องประเมินผลงานปรากฏว่าคุณได้รับการประเมินยอดเยี่ยม ดีเด่นเจ้านายชมเปราะเสนาะหูไม่มีข้อเสียใดๆ ทั้งสิน แถมคุณเองก็บอกเจ้านายแล้วว่า เค้าสามารถพูดความจริงและตรงไปตรงมาได้ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะเสียใจ เมื่อใกล้จบบทสนทนาก็มาถึงเรื่องเงินเดือน พอคุณของขึ้นเงินเดือนตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ว่าถ้าคุณทำงานได้ดีและบรรลุจุดประสงค์ที่บริษัทตั้งไว้ บริษัทจะขึ้นเงินเดือนให้คุณตามที่คุณขอ ถ้าไม่ได้คุณก็แค่ขอลาออกเพราะถ้าทำงานแบบถวายหัวขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นว่าการให้เงินเดือนตามที่ขอนั้นมันคุ้มค่ากับบริษัท คุณจะอยู่ไปเพื่อนอะไร เจ้านายเองก็ตอบมาแบบเห็นแก่ตัวว่าจำไม่ได้ว่าเคยพูดอะไรไว้ สงสัยตอนนั้นตอบแบบสั่วๆ เพื่อให้มันผ่านไป ไม่กี่สัปดาห็ก่อนถึงวันทำงานวันสุดท้ายตรงกับช่วงที่บริษัทได้มีการตรวจสอบภายในประจำปีพอดี คราวนี้แหละพอผู้ตรวจประเมินผลงานออกมา รวมทั้งเสนอติชมเกี่ยวกับของคุณ เจ้านายของคุณก็กลับลำตอบตกลงรับข้อเสนอของคุณซะงั้น คุณเองก็ดีใจใหญ่เพราะทำงานกับบริษัทมาตั้งแต่เริ่มต้นมันกลายเป็นความผูกพัน ตัวคุณเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์แบบนี้เหมือนกัน อารมณ์ช่วงนั้นเหมือนลอยอยู่ในปุยเมฆเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ แสดงมันออกมานอกหน้าแถมยังขาดสติทำให้ไม่รู้ว่าไปสะดุดหางใครเข้า จากที่เป็นดาวรุ่งก็ถูกสุนัขจิงจอกลอบกัดจนร่วงลงมาตินดินเพราะมันทนเห็นเจ้านายเอ็นดูคุณมากไปกว่ามันไม่ได้ มันเลยเอาจุดอ่อนของคุณที่ครั้งนึงคุณคิดว่ามันเป็นจุดแข็ง มาเล่นงานคุณเข้า อะไรนะเหรอคือจุดอ่อนที่คุณคิดว่าเป็นจุดแข็งก็เรื่องที่เป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัว เรื่องอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้กับเพื่อนร่วมงานที่ได้รู้จักกันแค่ไม่กี่วันนะซิ แสบไหมเล่าเจ้าสุนัขจิงจอกเฒ่า นี้นะเหรอเค้าเรียกว่าปัญญาชนที่ครั้งนึงเคยเป็นถึงครูบาอาจารย์



Create Date : 19 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 14:19:59 น.
Counter : 153 Pageviews.

0 comment
ทางเลือก
ฉันได้เรียนรู้ว่ารักคนที่เค้ารักเราดีกว่า ไม่มีอะไรในชีวิตที่มีค่าได้มาอย่างง่ายได้ บางครั้งเราก็ต้องหยุดและอย่าไปใส่ใจกับความคิดของผู้คนรอบข้าง อย่าเอาตัวเองไปผูกไปพันกับใครให้มันมากเพราะท้ายที่สุดเราเองที่จะเจ็บปวด และต้องเจ็บปวดอยู่อย่างเดียวดายเพียงคนเดียว แต่บางครั้งบางคราเราก็สามารถที่จะเป็นตัวของตัวเองได้ในบางสถานการณ์ แต่บางสถานการณ์เราก็ต้องเก็บความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่ทำร้ายใครๆ รวมทั้งทำร้ายตัวเอง ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับ เวลา สถานที่และผู้คนรอบข้าง ชีวิตไม่มีสูตรตายตัว ชีวิตมีทางเลือกเสมอและทุกคนเป็นปัจเจกบุคคลที่ต้องเลือกเวลา สถานที่และบุคคล ว่าเราเลือกจะเป็นตัวเราหรือเราเลือกที่จะแสดงไปตามบทบาทหน้าที่ มันไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดในโลกนี้หรอกนะ มันมีเพียงแต่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับในช่วงเวลานึง ณ สถานที่นั้นๆ กับผู้คนเหล่านี้



Create Date : 19 กันยายน 2553
Last Update : 19 กันยายน 2553 15:35:59 น.
Counter : 144 Pageviews.

0 comment
โชคชะตา
การที่ฉันต้องโกหกเพราะฉันไม่อยากให้คนอื่นได้รับรู้จริงในใจฉัน บางครั้งฉันทำอะไรโง่ๆ ก็เพราะว่าฉันเป็นมนุษย์สามัญชนคนหนึ่งที่ไม่ได้สมบูร์แบบไปซะทุกอย่าง ฉันชอบผลักดันให้ผู้คนที่ฉันรู้จักต่อสู้กับสิ่งที่เค้าสมควรได้รับ ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้ได้มาสิ่งที่เป็นของเค้า ให้กำลังใจและสนับสนุนพวกเขาเพราะฉันชอบที่เห็นคนรอบๆข้างประสบความสำเร็จด้วยการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยของฉัน ฉันอาจเป็นคนขี้แพ้ ขี้โมโห ใจร้อนแต่ฉันก็พยายามปรับปรุงมันอยู่ซึ่งมันก็ยังมีดีอยู่ที่ว่าอย่างน้อยฉันก็รู้ตัว เพราะฉะนั้นเธออย่ามาบอกฉันให้ใจเย็นลงเพียงเพราะฉันเสียงดังหรือมีปฏิกิริยาโต้ตอบแบบทันควันเพราะมันไม่ใช่การใจร้อนหรือขาดสติ มันเป็นความเร็วของปฏิกิริยาโต้ตอบผ่านทางสมองของฉัน ถ้าของเธอมันช้าเธอจะมาสรุปว่าเอาว่าฉันใจร้อนไม่ได้ การที่ฉันเลี่ยงที่จะพูดความจริงในบางครั้งก็เพราะฉันแคร์เกินกว่าจะพูดตรงๆ แล้วทำร้ายจิตใจใครๆ ได้ เชื่อไหมว่าฉันหน่ะ ประหม่าตลอดเวลาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนแต่เธอก็คงไม่รู้หรอกเพราะฉันไม่ได้แสดงมันออกมา หน้าตาที่ยิ้มแย้ม คำพูดทักทายและบทสนทนากับคนแปลกหน้าที่เป็นไปอย่างแนบเนียน เธออย่าตัดสินว่าฉันเป็นคนยังไงเพราะเพียงแค่นี้ ฉันโดนทำร้ายมามากพอแล้ว การที่เธอห่างหายไปแบบไม่ลาสักคำมันเจ็บปวดมาก ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ว่าตอนนั้นฉันถูกทำร้ายเธอยังไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับเดียวมาปลอบใจ อย่างน้อยโกหกฉันก็ยังดี ผ่านมานานแล้วก็จริงแต่ฉันก็ยังลืมเธอไม่ได้ ทำไมนะโชคชะตาเล่นตลกอะไรกับฉันอีกหล่ะที่นี้ ถ้าไม่สงสารฉันก็สงสารคนที่เค้ารักฉันก็ยังดี เพราะทุกครั้งที่ฉันเจ็บ ทุกครั้งที่ฉันป่วยพวกเค้าเจ็บปวดยิ่งกว่าฉัน ทั้งๆ ที่พวกเค้าไม่ได้ทำผิดอะไร อย่าได้ไปลงกับคนพวกนั้นเลย



Create Date : 19 กันยายน 2553
Last Update : 19 กันยายน 2553 15:32:21 น.
Counter : 169 Pageviews.

0 comment
ก้าวต่อไป
เมื่อไหร่ที่ฉันจะสามารถเดินก้าวต่อไปด้วยกำลังเคลื่อนเต็มที่ซะที จะไปครุ่นคิดไปใยดีเค้าทำไมนะเรา เค้าไม่เห็นจะสนใจใยดีเราสักหน่อย จบกันแล้วก็แล้วกันไปหร๋อ... ง่ายไปหรือเปล่า เบื่อตัวเองที่ยังคงหวังอย่างลมๆ แล้งๆว่าเค้าจะคิดได้แล้วขอโทษ แค่อยากฟังคำนั้นจริงๆ แค่บอกกับเราว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทุกอย่างที่เค้าพูดเค้าทำเพราะฟังความข้างเดียว รู้บ้างไหมว่าใครคนนึงยังคงรอคอยทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณก็ไม่มีวันติดต่อกลับมา เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าบังเอิญเจอกันจะทำยังไง คุณจะทักทายฉันไหม ส่วนฉันคงทำอย่างเป็นปกติวิสัยของฉันคือทำเป็นไม่เห็น ไม่รู้จัก ไม่ได้ยิน ตอนนี้ฉันไม่หวังอะไรแล้วขอแค่สามารถลบเรืองราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างคุณและฉันได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว



Create Date : 18 กันยายน 2553
Last Update : 23 กันยายน 2553 3:27:08 น.
Counter : 180 Pageviews.

0 comment
ฉันคนนี้
เอาละน้า... ครั้งนี้ฉันลงมือเขียนเป็นไดอารี่ความรู้สึก ก็อไม่กะว่าจะให้เป็นอะไรที่มันวิเศษหรือเป็นที่นิยมชมชอบของชาวบล็อคทั้งหลาย เพียงแค่อยากเขียนเรื่องราวของลูกผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้แต่คอยอ่านเรื่องราวของคนโน่น คนนี้ แต่ก็ไม่ยักกะลงมือเขียนเองจริงๆ จังๆ ซะที เรื่องที่อยากเขียนก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่เป็นเรื่องของฉันซึ่งผ่านคืนวันอันโหดร้ายมาด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆและครอบครัว ก็อย่างที่เค้าว่ากันว่า "The time of test family is the best" ยังไงก็ยังงั้น เมื่อก่อนหรือจะพูดว่าตลอดระยะเวลาที่ลืมตาดูโลกเลยก็ว่าได้ไม่เคยนึกว่าคนเหล่านี้จะคอยช่วยเหลือเราในยามที่เราล้มลงหรือต้องการที่พึ่งทางใจจะเป็นพวกเค้าที่คอยกำลังใจและคอยระมัดระวังเราให้อยู่ห่างจากสิ่งที่ไม่ดีมันก็น่าประทับใจอยู่แต่ก็แอบรู้สึกหวั่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจะมาท่าไหนอีกละที่นี้ ก็จะไม่ให้คิดได้ยังไงกันเล่าในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมีแต่การชิงดีชิงเด่นแบบโชคช่วยอย่างฉาบฉวยแล้วช่วงชิงสิ่งที่เป็นของตกทอกมาจากบุพการีเดียวกัน ท้ายที่สุดก็ลงเอยด้วยการแตกหักรักก้าวกันไปเป็นเวลาเกือบทศวรรศ พอผ่านไปต่างคนก็ต่างแกตัวลงและเริ่มสำนึกสิ่งที่ทำลงไป สำนึกถึงคนเป็นพ่อแม่ที่สั่งสอนและส่งเสียให้ได้ดิบได้ดีกันทุกวันนี้ ประกอบกับเคราะห์กรรมบางอย่างที่ได้พานพบกับถ้วนหน้าทั่วทุกคน การให้อภัยซึ่งกันและกันก็เหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเรารู้สึกผิดน้อยลงและรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ที่เหลือเริ่มเห็นจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนขึ้น แต่มันยังเหมือนมีอะไรค้างคา เหมือนแก้วที่มันแตกร้าวไปแล้ว เมื่อถึงยามขับขันเราหิวน้ำจวนจะตายและหาแก้วใบใหม่มาทดแทนไม่ได้ เราก็จำเป็นต้องใช้มันอยู่ดีที่ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันแตก ทั้งที่รู้ว่ามันมีรอยคมของเศษแก้ว ทว่าความกิวทำให้เรามองข้ามมันไปและหยิบมันมารองน้ำดื่มจนได้เพราะคิดว่ายังไงซะก็ยังดีกว่าแห้งตายถ้ามั่วแต่มานั่งคิดให้มากเรื่องว่ารูปลักษณ์ของแก้ว กับประโยชน์ของมันในยามที่เราไม่มีอะรเหลือเพื่อรองน้ำดื่มแล้ว ทุกวันนี้ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีสุด ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น หน้าที่ของพี่ชายที่ต้องดูแลน้อง หน้าที่ของลุง ป้า น้า อาที่ต้องดูแลหลาน เฮ้อ..... คิดแล้วก็กลุ้ม ชีวิตไม่สิ้นเราก็ต้องดิ้นกันต่อไป คิดถึงแม่นะ แต่ให้กลับไปอยู่ด้วยแล้วเราจะทำอะไรกิน ถ้าสุดท้ายแล้วต้องกลับไปอยู่บ้านแล้วหางานทำที่นั่น สู่ไม่มาเรียนมหาลัยดีๆ ตั้งแต่แรกดีกว่า ฉันยังไม่รู้เลยว่าต่อไปนี้ฉันต้องทำอะไรต่อ อะไรคือจุดมุ่งหมาย อะไรคือสิ่งที่ต้องทำการ ยังไม่สามารถตอบตัวเองได้เลย แฟนก็ไม่มี เพื่อนก็ห่างหายหน่ำซำยังลืมเรื่องเจ้านายเก่าไม่ได้สักที มันจะยังค้างคาอยู่อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน



Create Date : 18 กันยายน 2553
Last Update : 22 กันยายน 2553 22:58:59 น.
Counter : 181 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

ขนนกกับดอกไม้
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]