ฟ ฟัน สะอาดจัง
Group Blog
 
All Blogs
 
ฟอกฟัน

วันนี้มีน้องคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เจอกันนาน ถามเรื่องฟอกสีฟัน


" จากประสบการณ์ รพช เล็กๆ จะไม่มีเครื่องมือสำหรับฟอกสีฟัน ต้องเป็น รพ ประจำจังหวัด"


แต่ส่วนใหญ่เท่าที่มีข้อมูล จะเจอในเว็บของคลินิกเอกชนมากกว่า

น้องสาวก็เลยอดเลย ว่าจะทำแบบถูกๆ สักหน่อย


-----------------------------------------------------------------















ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการฟอกสีฟัน เราต้องรู้ถึงสาเหตุของสีฟันที่เข้มก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด









ฟอกฟันขาว


ฟอกฟันขาว



โดยทั่วไปสีฟันที่เข้มเกิดจาก 3 ลักษณะ คือ


1. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายในตัวฟัน
เกิดจากการดื่มน้ำหรือรับประทานสารที่มีฟลูออไรด์มากเกินไป
ทำให้เกิดเป็นลักษณะฟันตกกระ (Fluorosis)
หรือการรับประทานยาปฏิชีวนะพวกเตตร้าไซคลิน (Tetracycline)
ที่ได้รับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา
รวมทั้งเกิดจากวัสดุอุดฟันที่มีส่วนผสมของโลหะ
ฟันที่ตายเนื่องจากถูกกระทบกระแทก
ฟันตายหมายถึงฟันที่ไม่มีเส้นเลือดเส้นประสาทมาหล่อเลี้ยงทำให้สีฟันไม่ขาวใสเหมือนฟันธรรมชาติ
ซึ่งจะเกิดกับฟันที่ผุมากๆแล้วทิ้งไว้นานๆไม่ได้รักษา หรือฟันที่เคยรักษาคลองรากฟันมาแล้ว
สาเหตุดังกล่าวอาจทำให้ฟันเป็นสีเทาดำหรือน้ำตาลเข้มมากๆ
ด้วยสาเหตุนี้การฟอกสีฟันจะไม่ค่อยได้ผล แต่ถ้าต้องการฟันขาว
ก็สามารถทำได้โดยการทำ Veneer หรือ Facing


2. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายนอกตัวฟัน ได้แก่
การที่มีคราบหินปูนหรือหินน้ำลาย คราบชา กาแฟ น้ำอัดลม ไวน์แดง
หรือแกงเผ็ดต่างๆ การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการแปรงฟันที่ผิดวิธี
ทำให้มีแผ่นคราบจุลินทรีย์และหินปูนไปเกาะที่ผิวนอกของตัวฟันทีละน้อยจนทำ
ให้ฟันมีสีเหลืองเข้มขึ้น สาเหตุจำพวกนี้แก้ไขได้ไม่ยาก แค่มาขัดฟัน
ขูดหินปูน หรือทำ Air Flow
หลีกเลี่ยงชา กาแฟ บุหรี่ แปรงฟันให้ถูกวิธี ก็สามารถช่วยได้


3. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกี่ยวข้องกับอายุ
ส่วนของเคลือบฟันจะบางลงเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นทำให้เห็นเนื้อฟันซึ่งอยู่ชั้นในและมีสีค่อนข้างเหลืองชัดเจนขึ้น
เป็นกรณีที่ฟันเหลืองตามธรรมชาติแต่เข้มมากกว่าปกติ
จะทำการฟอกสีฟันได้ด้วยเจลฟอกสีฟัน โดยทันตแพทย์จะต้องตรวจดูสภาพของเหงือกและฟัน
รอยร้าวต่างๆบนตัวฟันและสภาพการรั่วของวัสดุอุดฟัน
รวมทั้งจะต้องขูดหินปูนเพื่อทำความสะอาดฟันและลดการอักเสบของเหงือกก่อน



ฟอกสีฟันด้วยแสงเลเซอร์
ฟอกสีฟันด้วยแสงเย็น
ฟอกสีฟันด้วยเครื่องฉายแสง

วิธีในการฟอกสีฟันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ


1. In-office bleaching

(การฟอกสีฟันในคลินิก) ทำได้ 2 วิธี




  • การฟอกสีฟันโดยการใช้แสงเลเซอร์ฟอกสีฟัน

    (Laser Tooth Whitening)
    แสงเลเซอร์ที่ใช้เป็นพลังงานแสงประสิทธิภาพสูงที่ให้ความร้อนต่ำสามารถกระตุ้นปฎิกิริยาเคมี
    ในเจลฟอกสีฟันมำหน้าที่ดึงรงควัตถุเม็ดสี (Colour Pigments) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยัง
    สามารถกำหนดทิศทางของแสงได้ดีกว่าเครื่องฉายแสง U.V. ทั่วไปที่มีรัศมีวงกว้างและให้ความร้อนสูง
    วิธีการนี้จึงมีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตรายและระคายเคืองต่อเหงือก
    โดยใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที




  • การฟอกสีฟันโดยการใช้เแสงเย็น (Cold Light)
    เป็นเทคโนโลยีระบบการใช้แสงเย็นและอุณหภูมิที่ต่ำ
    และใช้สูตรการฟอกสีฟันที่ได้รับพัฒนาปรับปรุงพิเศษ
    ทำให้กระบวนการของการฟอกสีฟันเป็นผลและได้ประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว
    โดยใช้ระยะเวลาการฟอกสีฟันประมาณ 30-60 นาที
    ไม่ทำลายเคลือบฟัน และไม่ทำให้ฟันเกิดการเสียหาย





  • การฟอกสีฟันโดยการใช้เครื่องฉายแสง U.V. (แสงสีฟ้า)
    เป็นการฟอกสีฟันด้วยพลังงานแสงความร้อน
    ที่มีรัศมีวงกว้างไปกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีในเจลฟอกสีฟัน
    ข้อดีคือสามารถฟอกสีฟันได้ในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    โดยไม่ต้องนำกลับไปทำทีบ้าน
    ผลข้างเคียงเฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกมีอาการเจ็บแสบ แดง หรืออักเสบ
    รวมทั้งอาจทำให้มีอาการเสียวฟัน มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิด
    ความเข้มข้นของสารที่ใช้ รวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ฟอกสีฟัน
    อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงสั้นๆในขณะที่ทำการฟอกสีฟันซึ่งจะค่อยๆหายไปเมื่อหยุดฟอกสีฟัน





2. Home Bleaching
(การกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน)



การฟอกสีฟันโดยการนำน้ำยาฟอกสีฟันกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน ภายใต้การควบคุมดูแลของทันตแพทย์
เป็นระยะๆ คนไข้จำเป็นต้องพิมพ์ปาก ทำถาดพลาสติกสำหรับใสสารฟอกสีฟันให้คนไข้เฉพาะราย
โดยถาดฟอกสีฟันจะต้องแนบพอดีกับตัวฟันและเหงือก และมีที่ว่างสำหรับใส่เจลฟอกสีฟัน โดยต้องใส่ทิ้งไว้ตลอดคืน นาน 10-15
วัน โดยทั่วไปในระหว่างการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะนัดกลับมาประเมิณผลสัปดาห์ละ
1 ครั้ง เพื่อพิจารณาปรับความเข้มข้นของสาร
และระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งให้เหมาะสมต่อไป


หลังการฟอกสีฟัน ควรปฎิบัติดังนี้





  • ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่





  • ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ชา กาแฟ โคล่า ไวน์แดง อาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม





  • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนจัด หรือเย็นจัด





  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดใน 2 สัปดาห์แรก





  • ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปาก และยาสีฟันที่มีสีเข้มด้วยเช่นกัน





  • ควรใช้ยาสีฟันที่ใช้ร่วมกับการฟอกสีฟันโดยเฉพาะ





ผลหลังจากการฟอกสีฟันเราไม่สามารถทำนายได้ว่าฟันจะขาวขึ้นมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของฟันของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปในขณะที่มีการสร้างฟัน















ภาพก่อน - หลัง การ
ฟอกสีฟัน



















ก่อนฟอกสีฟัน
ก่อนฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน

















ก่อนฟอกสีฟัน
ก่อนฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน

















ก่อนฟอกสีฟัน
ก่อนฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน
หลังฟอกสีฟัน









Free TextEditor

---------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ //www.silomdental.com/dental_thai/tooth_whitening.html


Create Date : 06 กรกฎาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 20:19:49 น. 1 comments
Counter : 446 Pageviews.

 
ได้ความรู้อีกแล้วค่ะ สีฟันเหมือนจะเข้มขึ้นนิดนึง
อยากไปฟอกสีฟันเหมือนกันค่ะ
แต่กลัวว่าทำแล้วจะเป็นเหมือนเดิมอีกรึเปล่าคะ
เพราะเป็นคนติดกาแฟค่ะ ยังไงก็งดไม่ได้ค่ะ



โดย: Ann (ann_shinchang ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:26:11 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nat85min
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีตอนรับทุกคนที่เข้ามานะครับ

ชื่อนัทครับ ไม่ใช่หมอฟัน

แต่มีแฟนเป็นหมอ(ฟัน)

จึงอยากให้ blog นี้เป็น

แหล่งรวบรวมเรื่องราว

เกี่ยวกับฟัน ฟัน ฟัน
<data:blog.title/> <data:blog.pageName/> กระบี่อยู่ที่ใจ ไร้ใจ ไร้กระบี่

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add nat85min's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.