Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวเเบบกิน ๆ ที่ตลาดสามชุก กะ ดูปลาน่ากลัว ที่บึงฉวาง


วันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ office เค้าจัดไปเที่ยว ตจว เเบบไปวันเดียวกลับกัน (เเหะ เเหะ เหมือนเด็กนักเรียนไปทัศนาศึกษาเลยง่ะ ดูเชยจัง) ก็เลยตามติดไปกะเค้าด้วยคน เพราะว่าอยากไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน เค้าลือกันว่า ที่ ตลาดสามชุก มีของน่ากินเยอะเเยะไปหมด ต้องไปพิสูจน์ ซตพ. ซะหน่อย

ออกจาก กทม ประมาณ 7 โมงครึ่ง ไปถึง ตลาดสามชุก ประมาณ 9 โมงครึ่ง ระหว่างทางนอนหลับหัวพับหัวงอมาตลอดทาง ไม่ได้ทัศนาวิวทิวทัศน์กะเค้าเล้ยยย พอมาถึงจุดหมายปลายทาง ตาสว่างขึ้นมาทันใด รีบหาของกินอร่อย ๆ ก่อนดีกว่า เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่มาด้วยกันก็เป็นเด็กช่างกิน ยิ่งชวนกันหาของกินก่อนเพื่อน



ไม่น่าเชื่อเลยว่า บรรยากาศที่ตลาดสามชุกจะ ฮิปคูล (hip cool) กว่าที่เราคาดเอาไว้หลายกิโลขีด ตอนเเรกกะว่าจะมีบรรยากาศคล้าย ๆ กะ ตลาดดอนหวาย โอยย ที่ไหนได้ ฮิปคูลว่าเเยะเลย บ้านเก่า ๆ ตู้เก่า ๆ (เหมือนที่บ้าน ตจว) ภาชนะจีน ๆ look cool บวกกับสถาปัตยกรรมเเบบไทย ๆ กลมกลืนกันมากมาย



มีร้านขายโป๊ดสะก๊าดคล้าย ๆ บรรยากาศที่ เมืองปาย สงสัยที่ตลาดอัมพวา หรือ หลาย ๆ ที่ในบ้านเรา (ป.ไทย) คงจะมีอะไรเเบบนี้หลาย ๆ ที่เเล้วกระมัง จะว่าไปมันก็น่ารักดี เเต่ไม่ตื่นตาตื่นเต้นเหมือนตอนที่เห็นรูปเเบบหรือสไตล์อะไรทำนองนี้ที่เมืองปายเมื่อหลายปีก่อน อารมณ์ตื่นเต้นก็น้อยลง ไม่เหมือนตอนไปปายที่ต้องเขียนโปสการ์ดที่ ร้านมิตรไทย ส่งให้เพื่อน ๆ เเละตัวเอง เเต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์เเบบนั้นเเล้วหล่ะ เบื่อ ๆ



มีอาหารอร่อย ๆ หลายอย่าง ตั้งเเต่ซาละเปาเนื้อนุ๊ม ๆ (เเต่นุ่มน้อยกว่าหมั่นโถวที่บ้านรักษ์ไทย เเม่ฮ่องสอน) , หมี่กรอบรสหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ , น้ำพริกนรกปลาย่าง กุ้งสด , ร้านขายของที่ระลึก , ข้าวห่อใบบัว (น่ากินเเต่ไม่มีเวลากิน) , เเละอื่น ๆ อีกเพียบ เเต่เนื่องจากมีเวลาที่นี่เเค่ชั่วโมงกว่า ๆ ก็เลยทัศนาได้เเค่นี้



ร้านขายโค้กหรือเปล่า (น้า) เผอิญดูเเบบผิวเผินเนื่องจากเวลาน้อยมากมาก เลยได้มาเเค่นี้เอง จริง ๆ เห็นร้านทำนองนี้มาเยอะเเล้วก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก เเต่ถ่ายรูปออกมาเเล้วสวยดีนะ สีเเดง (เเรงฤทธิ์) เข้าบรรยากาศ เเดง เหลือง เลือกข้าง



11 โมงก็ต้องออกจากตลาดสามชุกเเล้ว เพราะว่าโปรเเกรมช่วงบ่ายต้องไปบึงฉวางด้วย เเวะไหว้พระที่ วัดป่าเลไลย์ เเต่ก่อนหน้านั้น รถบริการ ขสมก ที่กลุ่มของพวกเราเช่ากันไป พาพวกเราไปกินข้าวเที่ยงที่รีสอร์ทของเค้าเเถว ๆ อ.อู่ทอง ที่ไกลโคต ๆ พอไปถึงที่นั่น เราจึงได้รู้ว่า กลุ่มคน ขสมก เค้าไม่ชอบทักษิณอย่างเเรง เนื่องจากเห็นบนฝาผนังในห้องรับประทานอาหารมีกรอบข่าวหน้าหนึ่งในหน้า นสพ ถูกอัดกรอบไม้อย่างดี ติดเอาไว้บนฝาผนังประหนึ่งกับใบปริญญาบัตรหรืออะไรซักอย่างที่น่าภาคภูมิใจ มิน่าละ กลุ่มสหภาพถึงได้รวมใจกันกับ พธม ได้ขะหนาดนี้ so sad มากมาย



หลังจากออกจากรีสอร์ทของ ขสมก ที่ไม่น่าประทับใจเลย อาหารก็ไม่อร่อย เเถมเจออะไรประหลาด ๆ ที่เเสดงถึงการเเบ่งเเยกเลือกข้างอย่างเเรง จิตใจก็สงบลงจากการได้ไปไหว้พระที่ วัดป่าเลไลย์ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เราไม่เคยเสี่ยงเซียมซีมาเป็น 10 สิบ ปีเเล้วกระมัง เห็นน้อง ๆ เค้าเสี่ยงกัน เเต่ว่าเราไม่ค่อยชอบอะไรเเนวนี้ทะไหร่



ปิดท้ายที่ บึงฉวาง เเบบว่าไม่มีรูปเลยหล่ะ เพราะว่าส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มกะการเที่ยวเเบบนี้เท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าเคยไปมาหลายที่เเล้ว ดูสัตว์ทะเล สัตว์น้ำ จระเข้ บลา บลา บลา น่าเบื่อ สงสัยว่าน่าจะเหมาะกะเด็ก ๆ วัยอยากรู้อยากเห็นมากกว่า ถ้ามีโอกาสได้มีลูกมีเต้ากะเค้า อาจจะอยากพาลูก ๆ มาเที่ยวเล่นเเบบนี้ก็ได้กระมัง (นะ)




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 22:03:02 น.
Counter : 1116 Pageviews.  

อารมณ์ดี ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี


เมื่อช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เรากะเพื่อน ๆ เเละน้อง ๆ เเก๊งค์วัยรุ่นสุดโจ๋ ก็นัดเเนะไปเปลี่ยนที่นอนกะที่รับประทานเหล้ากันที่บ้านของ (ลูก) น้องเก่าของดิฉันท่านนึง ทริปนี้วางเเผนกันมาก่อนหน้านี้เป็นเดือน ๆ เนื่องจากต้องรอ (ลูก) น้องเก่า ของดิฉันอีกคนนึงมันสอบเสร็จก่อน เเค่ราชบุรีเนี่ยนะ ต้องนัดล่วงหน้ากันเป็นเดือน ๆ



ทริปนี้ตั้งต้นที่กรุงเทพมหานคร ไปเเวะพักซื้อกับข้าวกับปลาที่ พระปฐมเจดีย์ กันก่อน ไปกันไม่เยอะ เเต่เอารถไปตั้ง 5 คัน อุเเม่เจ้า ช่วยเหลือโลกร้อนกันจริง ๆ น่าเเปลก จากจิตใจที่ร้อนรุ่มตอนที่ยังอยู่เมืองฟ้าอมร หลังจากไป ไหว้พระ เดินเล่นรอบองค์พระ (รอน้องไปซื้อกับข้าว เเหะ เเหะ) จิตใจก็เย็นสบายโดยไม่รู้ตัว



วันที่เราไป เป็นช่วงที่กำลังมีการปฏิสังขรณ์องค์พระอยู่ (เรียกงี้เป่าหว่า) จึงทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาไม่งามทะไหร่นัก หลังจากไปไหว้พระเสร็จเรียบร้อย รวมทั้งน้องไปซื้อกับข้าวมาเรียบโร้ย ก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ สวนผึ้ง ราชบุรี



เเมวกะวัด เป็นของคู่กัน ... นะ



บ้านของน้องที่ สวนผึ้ง อยู่ไกลจากตัวเมืองไปมากพอดู จะว่าบ้านนอกก็น่าจะได้ เพราะตรงนั้น ไม่มีสัญญาณของระบบมือถือของ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ ยกเว้นอีกยักษ์ตนนึงที่เข้าใจว่า เค้ามีการลากโครงข่าย optic fiber เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถมีชัยเหนือคู่เเข่ง เเหะ เเหะ พ่อของน้องเป็นนายทหารเก่า ชอบปลูกต้นไม้ ทำให้รอบ ๆ บริเวณบ้านมีต้นไม้เเปลก ๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต อาทิ ต้นจันท์กะพ้อ ชำมะเลียง เเก้วมังกร เเละอีกนานาพรรณไม้ที่ทำให้จิตใจร่ม ๆ มีฟามสุขยิ่งนัก



ตกค่ำ เริ่มได้ฤกษ์งามยามดี คุยกันหนุกหนาน เล่นกีต้าร์ร้องเพลง รำวงไปเรื่อย เหล้าหมดไปหลายขวด ตบท้ายกันด้วย น้องหมาใจดำ เหล้าดอกไม้ จากเจียงใหม่ ขวดเก๋ไก๋ ฮิปเท่มากมาย
เเถมรสชาติได้ใจ นอนหลับสบาย ร้องเพลงได้หมดทุกโหมดเเบบไม่อาย เเหะ เเหะ



อากาศที่สวนผึ้ง ยามเช้า สดใสเป็นที่สุดเลยค่ะ เข้าใจว่า คุณพ่อของน้องซื้อที่ตรงนี้ไว้เพื่อบั้นปลายของชีวิตจะได้มาอยู่เเบบสบาย ๆ (ตอนนี้ยังอยู่กรุงเต้บ นาน ๆ ทีจะมาดูบ้านเสียทีนึง) กินผักกินหญ้า ถางป่า สบายใจไทย์เเลนด์ เเต่สำหรับเรา ยังหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง คงยังไม่สามารถมาอยู่เเบบนี้เป็นการถาวรได้ เเต่ถ้านาน ๆ มาที ก็โอเชเลย



โอกาสหน้าฟ้าใหม่ ต้องกลับมาที่นี่อีกเเน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ ชีวิตที่กรุงเทพช่างวุ่นวาย เเก่งเเย่งชิงดีชิงเด่น น่าเบื่อ กลับมาถางหญ้า ถางป่าดีกว่า .... นะ



บ๋าย บาย จ้ะ สวนผึ้ง อีก 2 เดือนเจอกัน
จะมีใครมาด้วยหรือเปล่าฟระ




 

Create Date : 15 กันยายน 2551    
Last Update : 15 กันยายน 2551 23:19:43 น.
Counter : 761 Pageviews.  

เสินเจิ้น เมืองที่เราไม่ปลื้ม เเละ อากาศร้อนโคตร ๆ ที่เกาะฮ่องกง


ช่วง week ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปอบรมที่ เสินเจิ้น 1 อาทิตย์เต็ม ๆ ค่ะ ถ้าเเควน ๆ บล๊อคจำได้ เราเคยไปเที่ยวเสินเจิ้นด้วยตังค์ตัวเองครั้งนึงเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเเละมีความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีนักกับเมือง ๆ นี้

ออกเดินทางด้วย การบินไทย ค่ะ ยังงงว่า บริษัท supplier ใจดีมากให้บิน TG ซะด้วย สำหรับเราตั้งเเต่มีสายการบิน low cost ยังไม่เคยใช้บริการการบินไทยอีกเลย



เป็นครั้งเเรกที่ได้เห็นสนามบินอันดับต้น ๆ ของโลก chap lak kok (คราวก่อนที่มาเที่ยวเอง ใช้บริการสายการบิน Air Asia ลงมาเก๊า กลับจากเสินเจิ้น) เเว่บเเรกที่ได้เห็นก็งั้น ๆ อ่ะค่ะ สุวรรณภูมิบ้านเราก็เจ๋งใช่ย่อย (จริง ๆ นะ) เเต่ขากลับจาก ฮ่องกง กรุงเทพ ยอมรับเลยว่า ระบบการจัดการสนามบินของเค้าดีมากมาก กันคนเป็นสัดเป็นส่วน ดูง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่หลงทาง

รถตู้ของ vendor มารับที่สนามบิน ขับผ่านทางด่วนไปจนถึงเขตอุตสาหกรรมของเสินเจิ้น เรียกว่าเขต bantian ถ้าดูใน map ของเสินเจิ้นก็จะไม่เห็น เพราะว่าตกขอบ สงสัยบ้านนอกมาก 5 5 5



ข้อมูลจากหนังสือท่องเที่ยวบอกว่า เสินเจิ้นเป็นเมืองคู่เเฝดของฮ่องกง สำหรับความเห็นของเรา มันไม่จิ๊งงงง ไม่จิง เสินเจิ้นดูไร้สเน่ห์ ไม่น่าอยู่ บางเเห่งสกปรก ห้องน้ำในห้างเหม็นมาก ขายเเต่ของก๊อปปี้ ต้องให้ต่อราคาเเบบน่าเกลียด (เผอิญเราต่อของไม่เก่งด้วย ยิ่งไม่ปลื้ม) รำคาญเวลาที่เราต่อเเล้วเเม่ค้าไปให้ พอเดินออกจากร้าน เเม่ค้าจะออกมากวักมือเรียกให้เข้าไปใหม่ เเล้วก็ให้ในราคาที่เราต้องการ ของที่ได้ไม่มีคุณภาพ ถูกเปลี่ยน น้อง ๆ ที่ไปด้วยกันเจอมาเเล้วที่ ลอหวู่

ขอวกกลับมาเข้าเรื่องเดิมก่อน เจ้าหน้าที่ของ บ.supplier พาพวกเราเข้าพักในโรงเเรมที่อยู่ในเขตของ บ. supplier เนื้อที่ของ บ.กว้างมากมาก เป็นเหมือนเขตนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ เลยค่ะ มีทั้งศูนย์ training center , ศูนย์ปฏิบัติการ , R&D เเถมมีโรงเเรมให้ลูกค้ามาใช้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกตะหาก ,,,, etc



ห้องนอนกว้างขวางกว่าที่คาดเอาไว้ สะอาดสะอ้านใช้ได้เลยค่ะ จากโรงเเรมเดินไปศูนย์ training ใกล้ ๆ เลยค่ะ สบาย ๆ มีอาหารให้กินเช้า กลางวัน ส่วนมื้อเย็นหากินเองตามอัธยาศัย เเต่อาหารบ้านเค้าไม่ค่อยอร่อยเลยหล่ะ เท่าที่ประมวลผลกัน เค้าเอาใจลูกค้าที่เป็นชาวอาหรับมากกว่าคนไทยนะ เพราะว่าเวลาคนไทยซื้อของของเค้ามักจะไม่จ่ายตังค์ ส่วนคนอาหรับเค้าจ่ายเงินสด (เห็นเค้าว่ากัน) เพราะฉะนั้นอาหารที่เค้าทำเลี้ยงลูกค้าจะมีกลิ่นเครื่องเทศค่อนข้างเเรง



ถ้าเดินออกจากเขตของนิคมอุตสาหกรรม (ขอเรียกหยั่งงี้นะคะ เพราะว่ามันใหญ่มากมาก) ของ บ. Supplier เสินเจิ้นละเเวกนี้ดูยังไม่ค่อยเจริญเท่าไหร่ ยังเป็นวิถีชีวิตเเบบบ้าน ๆ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จะซื้อเเสตมป์จาก post office ยังลำบากเลย



ภายในศูนย์ Training Center ข้างในดูหรูหรามีชาติมีตระกูลทีเดียวค่ะ เเต่ เอ่อ..ห้องน้ำไม่ค่อยน่าปลื้มเลยหล่ะ นอกนั้นโอเคหมด ไม่เข้าใจเลยเกี่ยวกับไอ้เรื่องห้องน้ำที่นี่ ขนาดห้างหรูห้องน้ำก็จะเหม็น ๆ เจอผู้หญิงชราเข้าห้องน้ำเเล้วไม่ปิดประตูห้อง



ตกตอนเย็น จะมีรถของบริษัทไปส่งที่ช๊อปปิ้ง วันเเรกเค้าพาไปที่ หัวชางเป่ย ซึ่งเป็นเหมือนพันธ์ทิพย์ บวก ฟอร์จูน บ้านเรา กว่าจะไปถึงก็ค่ำเเล้ว ปิดกันหมด ก็เลยเเทบไม่ได้สำรวจตลาด รู้เเต่ว่าบ้านนี้เมืองนี้มีเเต่ของ copy ก็เลยกลัวกันไปหมด เเละอีกอย่างต้องต่อเก่ง ไอ้เราก็ต่อไม่เป็นเสียด้วย ก็เลยไม่อยากได้อะไร เพราะไม่งั้นโดนฟันหัวเเบะเเน่ ๆ ตอนเเรกตั้งใจจะลองหา thumdrive 32 G มาลองเล่นดู ใคร ๆ ก็บอกว่า มันไม่มี๊ ไอ้ขนาด 16 G , 32 G ณ เวลานี้เทคโนโลยีทำได้มากสุด 8 G ซึ่ง confirm เเล้วว่า มันหลอกลวงโดยการไป modify I.C. ให้อ่านค่าว่ามีเนื้อที่จำนวนนั้นจริง ๆ (16/32) เเต่จริง ๆ เเล้วใช้งานไม่ได้ถึงขนาดนั้น



อีกวันนึงเค้าก็พาไป ตลาดตงเหมิน กินก๋วยเตี๋ยว 5 หยวน ตามที่หนังสือท่องเที่ยวเค้าเเนะนำไว้ น้องที่ไปด้วยกันไปได้กระเป๋าก๊อปปี้มาเล็กน้อยจากร้าน ๆ นึงใกล้ ๆ starbuck ในตลาดตงเหมิน คุณภาพใช้ได้ทีเดียว เเต่เราไม่ค่อยปลื้มอะไรเเบบนี้เท่าไหร่อ่ะค่ะ ไม่มีตังค์ก็ไม่ใช่นะ ของเเบรนด์เนม เเต่ก็อ่ะนะ คนละความเห็นกัน ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เเต่เเม่ค้าพวกนี้ก็ค่อนข้างเคี่ยว พอลูกค้าต่อมากหน่อย ก็ทำเป็นบ่น ก็เข้าใจอ่ะนะว่าเป็นเทคกะหนิก เเต่รำคาญอ่ะ เจอเเม่ค้าคนนึง พอลูกค้าต่อ ก็เเสดง acting ซะเว่อ บอกว่า โมโหหหห (ที่ต่อเยอะ) ไรเงี้ย เเต่ก็ขายให้ในราคานั้น เเหม ขายของได้เเล้ว
จะโมโหไปทำ....อะไร



ที่ ลอหวู่ เราได้ร่ม lesportsac ของก๊อปปี้มา 1 คัน ด้วยสนนราคา (ต่อไม่เก่ง) จาก 120 (บอกเสียเว่อเลย ยัยเเม่ค้าหนิ) เหลือ 40 หยวน ซึ่งคิดว่าน่าจะเเพงอยู่ดี เหตุผลที่ซื้อเนื่องจากลายน่ารัก เหมือน pirate of the caribean หนังโปรดของเรา



สรุปว่า ช่วงเวลาที่อยู่ เสินเจิ้น ประมาณ 6 วัน ประทับใจในการต้อนรับเเละการ take care ของ บ. Supplier ค่อนข้างมาก เราให้คะเเนน evaluation หลังจากอบรมเสร็จเกือบเต็มทุกข้อ เเต่เเหล่งช๊อปปิ้งของที่นั่น เราไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ สาเหตุก็คืออย่างที่บอกข้างต้น ไม่ค่อยมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ น่าถ่ายเท่าไหร่ มีเเต่วิถีชาวบ้าน เเละ ความเจริญที่ดูวุ่นวายเเละน่ากลัว (เล็กน้อย ถ้าคุณอ่านหนังสือท่องเที่ยวหลาย ๆ เล่ม เค้ามักจะเตือนให้ระวังโจรขโมยกระเป๋า) ถ้ากลับดึก ๆ นั่งรถเมล์จะค่อนข้างลำบาก ไม่สะดวกสบายเหมือนใน HK ถ้าให้ไปเที่ยวเองอีก ก็จะไม่ไปอีกเเล้ว เเต่ถ้าไปทำงานหรือไปอบรม ก็ยังจะไปอีกนะ

ช่วงสาย ๆ ของวันเสาร์ ออกเดินทางจากเสินเจิ้นมายัง HK ก่อนไปเราจอง guesthouse ราคาถูกที่ อาคาร sincere ย่านมงก๊ก ที่เหมาะสำหรับ bugget traveller อย่างเรา 5 5 5 (จองให้เพื่อน ๆ ด้วยทั้งหมด 5 ห้อง) พอไปถึงก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย (อย่างที่ใคร ๆ เตือนกัน) ก็คือระบบการจองห้องที่ค่อนข้างเเย่ ไปถึงเหนื่อย ๆ อยากอาบน้ำเเละรีบไปเที่ยวต่อ ก็ไม่ได้ห้องอย่างที่จองไว้ ต้องจัดสรรกันใหม่ จาก double room เป็น single room เเถมเราต้องอยู่ห้องที่ underconstruction (คือเค้ากำลังต่อเติมห้องน้ำ) อีกตะหาก เซ็งมากมาก เเต่เจ้าของตอนที่คุยกันทาง MSN น่ารักเเละ nice ทีเดียว น้องเค้าเป็นลูกเจ้าของ (เเต่ปกติไม่ได้อยู่ที่นั่น) อายุยังไม่มากนัก เค้ารู้สึกผิดที่ทำให้เราลำบาก (เค้าบอกว่าเราใจดีมาก เข้าใจอะไรง่าย ๆ ฮ่วย) น้องซื้อ ทาร์ตไข่ กล่องใหญ่มาให้เรา เเละขอโทษที่ทำให้เกิดความยุ่งยาก โกรธไหม ก็ไม่โกรธ เพราะเข้าใจว่า เค้าเป็น guesthouse เล็ก ๆ ระบบการจองก็ไม่ complete เเถมบางทีลูกค้าที่จอง เเละยืนยันเป็นดิบดีว่าจะมา ก็ไม่มา ทำให้เกิดความสับสนบ้างเป็นบางครั้ง เเละที่สำคัญเเม่บ้านที่อยู่ประจำที่ guesthouse พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทำให้สื่อสารกันลำบากมาก ต้องโทรไปคุยกับเจ้าของ (ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์) คุยกันไปคุยมา เสียเวลาค่อนข้างมากเเละทำให้ลูกค้า upset เเต่ถึงจะ upset ยังไง คราวหน้าถ้าได้ไปเที่ยว HK อีกก็จะใช้บริการที่พักราคาถูกอย่างนี้อยู่ดี เพราะเราเป็นประเภทออกเช้า ถ้าไม่ตี 1 ตี 2 ไม่กลับ ความหรูหราสะดวกสบายของห้องพักจึงไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญของเรา ขอเอาเงินไปช๊อปปิ้งหรือกินอะไรอร่อย ๆ ดีกว่า น๊ะ......

ช่วงเย็น ๆ กะกันว่าจะไปขึ้น peak tram เเต่พอไปถึงคนเยอะมากมาก อาจเนื่องจากเป็นวันเสาร์ ก็เลยขอบาย เปลี่ยนเป็นไปเดินเล่นที่อื่นเเทน



หลังจากถ่ายรูปง้องเเง้ง ๆ พอเป็นพิธี เราก็รีบไปหาซื้อของที่พี่สาวเราฝากซื้อ ค่อนข้างไฮโซนิดหน่อยค่ะ เป็นสร้อยน่ารักมากมากเลย เป็นของTiffnay & Co



ห้างในเกาะฮ่องกงลดราคากันเยอะพอสมควรค่ะ เเต่ส่วนใหญ่ราคาก็ยังสูงอยู่ พี่สาวเราให้เราช่วยดูราคา coach ก็เเทบไม่ค่อยต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ ก็เลยไปหาอะไรกินดีกว่า อยากลองกินมานานเเล้ว ร้านอาหารตามสั่งของเค้า ซกมก ๆ หน่อย ได้บรรยากาศบ้าน ๆ ดี อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบันไดเลื่อนขึ้นเขา สนนราคาก็เเพงใช้ได้ค่ะ 160 กว่าดอลลาร์ รสชาติก็พอได้



หลังจากกินข้าวกินปลาเสร็จ เปลี่ยนจากร้านรวงไฮโซไปเป็นเเหล่งช๊อปปิ้งของบ้าน ๆ กันหน่อยที่ temple street ได้บรรยากาศคล้าย ๆ เชียงใหม่ไนท์บาซ่า บวกกับ.....ของบ้านเรา (ยังนึกไม่ออก)



เราได้ของช๊อปปื้งง้องเเง้ง ๆ ไร้สาระมาเล็กน้อย (ไร้สาระจิงโว้ย กรู) เป็นตัว punch ลายน่ารัก ๆ นึกออกไหมคะ เหมือนตัวเจาะรูกลม ๆ ของบ้านเราหน่ะ เเต่เเทนที่จะเป็นกลม ๆ ก็จะเป็นลาย ๆ เเทน ไม่รู้คลองถมบ้านเรามีขายหรือยัง (เเฟนเราบอกว่า เราหนิดีจัง มีความสุขกะอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไร้สาระได้ง่าย ๆ ,,, ชมหรือด่ากรูวะ)



เป็นอันจบการท่องเที่ยว HK วันเเรกของเราในวันนี้ค่ะ สรุปได้เเค่ไม่กี่ที่ เริ่มจากเดินเล่นย่านมงก๊กนิดหน่อย เดินดูราคา I-Phone 3G สนนราคา 8 พันกว่าดอลลาร์ ในกรณีขายขาด ถือว่ายังเเพงอยู่ ตามด้วยไปเดินเล่นย่าน peak tram เเต่ไม่ได้ขึ้น เพราะว่าคนเป็นล้าน เดินเล่นบนห้างหรูย่าน central กินข้าวร้านอาหารตามสั่ง (ดีใจจิงโว้ย สั่งไม่เป็นก็อยากจะกิน) เเถวโซโห เดินเล่น temple street

วันที่สองบนเกาะฮ่องกง ตามสูตรสำเร็จคือ ต้องไปกินโจ๊ก (คราวที่เเล้วหาไม่เจอ เพราะโรงเเรมใกล้ ๆ ร้านโจ๊กที่ว่านั่น ดันเปลี่ยนชื่อ) ย่านจอร์เเดน ก็ไม่เท่าไหร่นะ เคยเจอร้านที่อร่อยกว่ามาก่อน เเถมโกงด้วย เซ็งจริง



หลังจากนั้น plan กะคุณเเฟนว่าจะไปเยี่ยม outlet นอกเมืองเสียหน่อย (ถึง HK จะลดทั้งเกาะ เเต่ก็ยังอยากไป outlet บ้านนอก) ละเเวก south horizontal เลย aberdeen ไปนิดหน่อย ซึ่งเเถวนั้น MTR ไปไม่ถึง ต้องนั่งรถเมล์ต่อจากสถานี admiral ไปอีกไกลทีเดียว ที่นั่นมี outlet ของ Prada , Miu Miu เเต่ขอเเนะนำก่อนนะคะว่า อย่าไปเลย เพราะว่าไกล เเถมไปเเล้วไม่สบายกลับมา เพราะว่าร้อนมากมาก ร้อนจนเย็นนั้นเราเป็นไข้เเดดเลยค่ะ



เเต่จะว่าไปก็รู้สึกดีค่ะ ที่ได้ไปในย่านที่เเปลก ๆ นอกจากสถานที่ที่คนส่วนใหญ่เค้าไปกัน ดีใจที่ได้เห็น โรงงานผลิตกระเเสไฟฟ้าบนเกาะเเลมมา อยู่ลิบ ๆ (ที่เห็นเป็นเสา 3 ต้นไกล ๆ จากรูปหน่ะค่ะ) จำได้ว่า ตั้งเเต่ไปเที่ยวคราวก่อน ยังสงสัยว่า HK เค้าเอากระเเสไฟฟ้ามาจากไหนกันมากมาย ก็ศึกษาได้ความว่า เค้ามี โรงงานนิวเคลียร์ อยู่ที่ daya bay ซึ่งถ้าดูใน map จะอยู่ขวามือของเสินเจิ้น เเต่มีโรงงานผลิตกระเเสไฟฟ้า (น่าจะเหมือนกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของบ้านเรา) อยู่ที่เกาะเเลมมา ถ้าดูจากเเผนที่จะอยู่ด้านล่างของเกาะฮ่องกง ข้ามฝั่งจากอะเบอร์ดีน เเอบเห็นด้านหลังรถเมล์ที่นั่นมีรูป อดีตนายกทักษิณ ด้วย



ใช้เวลาเดินท่ามกลางเเดดเปรี้ยง ๆ เเถว ๆ south horizontal อยู่ซัก 2 ชั่วโมง ก็ไม่ไหวเเล้ว ขอกลับเข้ามาในเมืองดีกว่า ไม่งั้นตายเเน่ ๆ เราขอคุณเเฟนไปหาร้านเสื้อยืด UNIQLO (พี่พลอย จริยะเวช กะ น้อง kiss บอกว่าน่ารัก) อยู่ที่ห้าง miramar ย่านจิมซาโจ่ย ได้เสื้อยืดมา 1 ตัว 39 ดอลลาร์



ปิดท้ายวันที่สองบนเกาะ HK ด้วยการไปเดินเล่น habour city เเต่ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาซักกะอย่าง เเต่ได้ไปกินขนมอร่อย (อร่อยมาก) ที่ร้าน sweet dinasty ตามด้วยต้องไปหาซื้อยามากินเนื่องจากเป็นไข้ น้ำมูกไหล กล่องละ 29 ดอลลาร์ เเพงจริง ๆ



วันที่สี่บนเกาะฮ่องกง เริ่มต้นด้วยการไปกินโจ๊ก (ร้านที่เคยไปกินตอนไปเที่ยวคราวที่เเล้ว ถูกกว่าร้านเเนะนำในหนังสือครึ่งต่อครึ่ง เเถมเราว่าอร่อยกว่าด้วย อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับ โรงเเรม Novotel (ไม่ใช่ร้านไม่ลองไม่รู้นะคะ อีกคนละฝั่งถนนค่ะ) ลองไปดูนะคะ อร่อยดี ถูกด้วย



กินเสร็จ เรากะคุงเเฟนอยากไปเดินเล่นย่าน IT & Computer ของเค้าซะหน่อย นั่ง MTR ไปที่ Sham Shui Po ค่ะ หน้าตาละเเวกนั้น เหมือน พันธ์ทิพย์ ฟอร์จูน ประตูน้ำ วรจักร คลองถม บ้านเรา เเหม่ มันช่างเหมือนกันจิ๊ง ๆ



ที่นั่น เรากะคุงเเฟนได้ขยะอิเล็คทรอนิกส์มาคนละอย่างค่ะ เราได้ กรอบรูปดิจิตอล ที่อยากได้มานานเเสนนาน ส่วนคุงเเฟนได้ notebook fujitsu เล็กมากมาก ไซส์ 6 นิ้ว ลง window vista ของเเท้ มา 1 เครื่อง



ไอ้ตัวฟ้า ๆ คือ mascot โอลิมปิก ปักกิ่งเกมส์ ของเล่นจากร้าน MacDonald ซื้อมาในราคา 10 หยวนจากเสินเจิ้นค่ะ น้อง ๆ อยากได้กันใหญ่ เเต่มันเหลือตัวเดียว น้อง ๆ เห็นว่าเจ้ยังไม่ได้ช๊อปปิ้งอะไรกะเค้าเลย ก็เลยยกให้ เเล้วกะจะมาซื้อที่ HK เเต่ปรากฏว่าที่ HK ไม่มี collection นี้ มีเเต่ collection เเมว Kitty จึงทำให้มีเราคนเดียวที่ได้ไอ้ของเล่น collection นี้มา



เย็นวันเดียวกัน ขึ้น peak tram ค่ะ เเต่อากาศข้างบนห่วยเเตกมาก มองไม่เห็นอะไรเลย (ตอนอยู่ข้างล่างดูไม่ออก) เรากะคุงเเฟนลงความเห็นว่า เค้าน่าจะเเจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเล็กน้อยว่า อากาศข้างบนไม่ค่อยดีนะ หมอกเยอะ ขึ้นไปก็มองไม่เห็นอะไร ไม่งั้นขึ้นไปเเล้วเสียความรู้สึกอ่ะค่ะ



สีสันของสถานี MTR ค่ะ เก๋ไก๋จริง ๆ



วันที่สาม (สลับกันนิดหน่อย) เรากะคุงเเฟนไปเที่ยว disneyland ค่ะ อากาศร้อนงั่กงั่ก ทรมานมากมาย ช่วงนี้ถือเป็น peak day ราคาตั๋วจะเเพงกว่าปกติ อากาศร้อนจนทนเเทบไม่ไหวเลยค่ะ ยิ่งป่วย ๆ อยู่ ร้อน ๆ หนาว ๆ พาลจะตายเอา เราชอบเครื่องเล่น space mountain ที่สุดเลย เสียวดี 5 5 5



ร้านขายของที่ระลึก disneyland ชิพ กะ เดล ที่เราชอบมั่กมั่ก



อากาศร้อนงั่กงั่ก ไม่รู้ทนได้ไง



ของที่ได้มาจากดิสนีย์เเลนด์ เเหม่ ขนาดเเก่ ๆ หยั่งงี้ยังอยากได้ เด็ก ๆ จะไปเหลืออะไร รองเท้าอันเล็ก ๆ ที่ซื้อมาเพราะหน้าตาเหมือน TAG จากห้อง blueplanet 5 5 5



รอจนกระทั่งงานเลิก อากาศก็ยังร้อนเเบบเหนียวตัวอยู่ ทรมานงั่กงั่ก



ถ้าอากาศดีกว่านี้ จะเป็นวันที่เรามีความสุขมากมาก ได้อยู่ในโลกของความเป็นเด็กอีกครั้งนึง ทุกอย่างน่ารัก มิกกี้เมาส์ มินนี่เมาส์ หมูพูห์ พิกเล็ต โดนัลดักส์ ทาร์ซาน บิวตี้เเอนด์เดอะบีส คนเเก่ ๆ อย่างเราก็ยังชอบอยู่นะ

ปิดท้ายคืนสุดท้ายบนเกาะฮ่องกง ด้วยอาหารตามสั่ง (อีกเเล้ว) ย่านมงก๊ก คุยกะคนขายไม่รู้เรื่อง (เซ็ง) ต้องชี้ ๆ เอาอย่างโต๊ะข้าง ๆ (สั่งไม่เป็นเเล้วยังอยากจะกิน) บวกกะเบียร์ดำ ขมชิบเป๋ง มา 1 ขวด ไม่เมาเลยซะนิด



ปิดท้ายของช๊อปปิ้งที่เเอร์พอร์ตก่อนกลับค่ะ กระเป๋าใส่กล้อง (มั้ง) kipling จริง ๆ เราไม่ค่อยปลื้ม kipling เเล้วเพราะรู้สึกว่าตัวเองเเก่เเละไม่เหมาะกะกระเป๋าคิขุ ๆ เเต่ที่ซื้อเพราะว่า เพิ่งเคยเห็นตุ๊กตาลิงเเบบใหม่ (ไม่รู้ใหม่หรือเปล่า เเต่เราเพิ่งเคยเห็น) มีลูกลิงตัวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนหลังเเม่ (หรือพ่อก็ไม่ทราบได้) ด้วย ก็เลยตัดสินใจซื้อ 200 ดอลลาร์



ปิดท้ายด้วย เสื้อเชิ๊ตจาก giordano concept 1 ตัว กลัวเค้าหาว่ามา HK ลดทั้งเกาะทั้งที ไม่มีเเบรนด์ HK ติดไม้ติดมือกลับไป สนนราคาก็ไม่ถูกเท่าไหร่ค่ะ เเต่ giordano concept มีเสื้อสวย ๆ เยอะเลยค่ะ



ทริป (ฟรี) อันนี้หมดตัวด้วยนาฬิกาของขวัญวันเกิดให้คุงเเฟนค่ะ



สรุปว่า เกือบ ๆ 5 วันบนเกาะฮ่องกง (เกาลูน) ยังเที่ยวไม่ครบอีกตามเคย ยังขาดอีกหลายอย่าง สงสัยต้องไปใหม่ เเต่คราวหน้าจะไม่ไปช่วงร้อน ๆ อย่างนี้อีกเเล้ว ทรมานจริง ๆ ถึงจะลดทั้งเกาะก็เหอะค่ะ ไม่ไหว ไม่ไหว ซึ่งจริง ๆ เเล้วเท่าที่เราดู สินค้าที่ลดส่วนใหญ่จะเป็นพวกเสื้อผ้าเเบรนด์เนมของเค้า เช่น bossini giordano g2000 esprit อะไรเทือกนี้มากกว่า ส่วนเเบรนด์อื่นก็ลด เเต่ไม่ทั้งหมด อย่าง chevignon ก็จะลดเฉพาะ top เเต่ยีนส์เเละ accessory ก็ไม่เห็นจะลด บางเเบรนด์ลดเฉพาะบางอย่าง เเต่สินค้าพวก IT น่าจะถูกกว่าบ้านเราพอสมควรเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น notebook fujitsu ที่เเฟนเราซื้อมากก็ถูกกว่าบ้านเราเยอะทีเดียว

ให้คะเเนนทริปนี้ 8/10 ค่ะ (หักไปสองเนื่องจากมีการตบตีกันเล็กน้อยถึงปานกลาง)




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 21:12:38 น.
Counter : 1647 Pageviews.  

กระเป๋าเดินทางของคุง NooTTy


วันก่อนซื้อหนังสือมาเล่มนึง ชื่อว่า "เราต่างมีกระเป๋าเดินทางเป็นของตัวเอง" ที่ซื้อมาก็เพราะว่า ช่วงนี้เกิดรักการเดินทางเป็นพิเศษ อยากไปเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดก็อยากไป "เขาพระวิหาร" กะเค้าบ้าง อยากรู้ว่าเป็นยังไงกันน้า หลังจากอ่านเเละทำความเข้าใจ ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างละเอียดพอสมควร ก็ยิ่งเพิ่มความอยากเป็นทวีคูณ เเต่ยังไม่มีใครยอมไปด้วย เพราะว่าไกลไปหน่อย ถ้าไปเเบบคืนเดียว คงจะเหนื่อยมาก



กระเป๋าเดินทางของเรามีหลายใบเหมือนกันค่ะ ใบเล็ก ใบใหญ่ เป้ กระเป๋าลากล้อเวลาไปต่างประเทศ ล่าสุดซื้อมาใหม่หนึ่งใบเนื่องจากลดราคา เเละมีเเผนจะไปเที่ยว ตปท คุง nootty จะมีความสุขมากเวลาจัดกระเป๋าเดินทาง ยิ่งเวลาช๊อปปิ้งมาเยอะ ๆ ยิ่งสนุกกะการจัดให้พอดีเเละลงตัว

"เเม้ท่านผู้อ่านที่ไม่ชอบการเดินทางเเละไม่มีกระเป๋าเดินทางเป็นของตัวเอง หากเผลอซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเเล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อกระเป๋าเป้มาประดับหลังให้โก้เก๋

เพราะทุกคนต่างมีกระเป๋าเดินทางของตัวเองอยู่เเล้ว เพียงเเค่ออกไปหาประสบการณ์มาใส่กระเป๋าของเราเท่านั้น

เเละคงน่าเสียดาย หากเราจะปล่อยกระเป๋าใบนี้ให้ว่างเปล่าเพียงลำพัง"


เอาไว้อ่านหนังสือจบเเล้วจะมารีวิวให้วันหลังนะคะ





 

Create Date : 24 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2551 23:30:13 น.
Counter : 998 Pageviews.  

ชีวิตกับการเดินทาง บ่นไปเรื่อยของหญิงวัยเกิอบกลางคน


ช่วงนี้บ้าพลังอัพบล๊อคอย่างสม่ำเสมอมากมากเลยค่ะ ถึงงานจะเยอะยังไง ขอเเบ่งเวลาซักกะติ๊ดมาอัพเดตข้อมูล นั่งเขียนไดอารี่ชีวิตประจำวัน ละเมอเพ้อพกอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่เเน่ใจว่าเป็นเพราะมันเป็น timing บางอย่างของชีวิตหรือเปล่า ที่เมื่ออายุมาถึงระดับนึงเเล้ว มักจะนั่งพิจารณาเเละบ่นอะไรกับตัวเองอยู่เสมอ มีคนบอกว่าคนทีเขียนบล๊อคหรืออยู่กับอินเทอร์เน็ต เเละ/หรือโลกที่อยู่กับการพิมพ์ ๆ เขียน ๆ มักจะเป็นคนขี้เหงา เเต่บอกได้ตรงนี้เลยว่า เราไม่ใช่คนขี้เหงาเลยค่ะ เป็นคนช่างคุยชอบสังคมมากพอดูทีเดียว เเต่โลกของการเขียนอะไร ๆ บนไดอารี่ไซเบอร์ก็เป็นอีกมุมนึงของเราเช่นกัน

วันนี้นั่งจัดโน่นจัดนี่ไปเรื่อยเปื่อย ก็ไปเจอตั๋วเครื่องบินที่เดินทางไป ตปท ครั้งเเรกในชีวิตของเรา เเบบว่าไม่ได้ไปบ่อยมาก จึงทำให้หลักฐานที่เป็นกระดาษจับต้องได้ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นที่โปรดปรานของเรามาก (เราว่าคนอื่น ๆ หลายคนก็เป็นเหมือนกับเราค่ะ คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา 555) เเค่เรื่องนิดเดียวเเค่นี้ก็เอามาเขียนเป็น blog ๆ ได้เเระ สงสัยจะละเมอเพ้อพกเหมือนคนเเก่จริง ๆ ด้วย



วันก่อนคุยกะรุ่นน้องคนนึง รุ่นน้องบอกว่า ตอนที่น้องไปต่อ พาสปอร์ต เล่มใหม่ เจ้าหน้าที่เค้ายึดพาสปอร์ตเล่มเก่าของน้องไปด้วย เราก็งงเต้กเลยว่า น้องปล่อยให้เค้าเอาไปได้ยังไง (หรือมันเป็นธรรมเนียมของเค้ากันนะ) เเต่สำหรับของเรา ตอนที่ไปต่ออายุ เค้าก็ไม่เห็นเอาเล่มเก่าของเราไปเลย พาสปอร์ต วีซ่า ตราปั๊มเข้าออกประเทศเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจมากมาก ไม่ได้หมายความว่าจะมาโอ้อวดว่าไปมาหลายประเทศ เเต่เเค่ ตรายางกลม ๆ เหลี่ยม ๆ ทีประทับตราลงบนพาสปอร์ต ก็ทำให้จิตใจมันฟู ๆ ได้เมื่อยามที่กลับมานั่งดูอีกครั้ง หากโดนยึดไปคงเสียดายน่าดู

มี พาสปอร์ตท่องเที่ยว ในประเทศอีกเล่มนึงที่เรารักมาก ๆ มันเป็นสมุดเล่มบาง ๆ สีเขียวเล่มละ 20 บาท (มั้ง ลืมไปเเล้ว) ที่เราซื้อจากกรมป่าไม้มาเป็นกระตั้กเเล้วเอาไปไล่เเจกเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่รักการท่องเที่ยว ถ้าได้ไปเที่ยว อุทยานหรือวนอุทยานเเห่งชาติ เมื่อใด ก็จะต้องเอาสมุดเล่มนี้ไปให้เจ้าหน้าที่เค้าประทับตราให้เป็นสัญลักษณ์ว่า กรูมาถึงที่นี่เเล้วนะ นึกเสียดายมากมากว่า เราได้สมุดเล่มนี้มาช้าเกินไป เพราะว่า ตอนสมัยสาว ๆ เคยไป ภูกระดึง มาเเล้ว 2 รอบ ซึ่งเรารู้ได้ว่า ชีวิตนี้คงไปไม่ไหวอีกเเล้ว เพราะคงเเฮ่ก ขาตาย ตั้งเเต่อยู่ซำเเฮ่ก เเล้ว เเละอีก 2 ที่ คือ สิมิลัน กะ หมู่เกาะสุรินทร์ ที่ไปมาเเล้ว 2 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ประทับตราอีกเช่นกัน เนื่องจากเหตุผลข้อเดียวกันคือ ตอนนั้นยังไม่มีพาสปอร์ตเล่มนี้



เเละอีกอย่างปีนี้เป็นปีที่เราอยากท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก โดยปกติเราเองก็ไม่ใช่คนช่างเที่ยวซักเท่าไหร่นัก มีพี่ๆ น้อง ๆ บางคน ชีวิตกับการท่องเที่ยวเป็นของคู่กันจนขาดไม่ได้ เเต่ละเดือนกูต้องขอไปเที่ยวซะหน่อย จะขึ้นห้วยหนอง คลองบึง น้ำตก ปีนเขา ทะเล หรือไปนั่งคุยกันเฉย ๆ บนกระต๊อบริมทะเล เเค่นี้ก็มีความสุขเเล้ว เหมือนกับชีวิตที่ต้อง charge battery อยู่เรื่อย ๆ ยิ่งท่องเที่ยวบ่อยเเค่ไหน ยิ่งอยากไปต่อไปเรื่อย ๆ อย่างพี่สาวของเราสมัยสาว ๆ ก็ไม่ค่อยเที่ยว เเต่ตอนนี้ปีนึงต้องไปเที่ยวไกล ๆ อย่างน้อย 1 ครั้ง มันก็ถือเป็นรางวัลชีวิตให้กับตัวเองเหมือนกันนะคะ ยิ่งกว่าของขวัญใด ๆ เสียอีกสำหรับคนหลายคน



เอ วันนี้เราอารมณ์ไหนกันน้า......




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2551    
Last Update : 22 มิถุนายน 2551 1:40:00 น.
Counter : 389 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

ปุ๊กกี้&คิตตี้
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สมัคร blog มานานโคด ๆ แต่ยังไม่ได้ริสร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

วันนี้ว่าง ๆ วันพ่อ รู้สึกคิดถึงพ่อมากมาย เลยมาคิดเริ่มสร้างบ๊อคซะที จะได้เป็นสิริมงคลในวันนี้น๊ะ เจิม & เริ่มเขียนบ๊อค 5 ธันวา 2006


Latest Blogs
เมิงทำเหี้ยไรกันคะ เมิงรักชาติจริงเหรอคะ ??
เที่ยวเเบบกิน ๆ ที่ตลาดสามชุก กะ ดูปลาน่ากลัว ที่บึงฉวาง
NooTTY ShoP Promotion #2
NooTTY ShoP Promotion
Longchamp Lover
เหลืองเเดงเเบ่งข้าง ตอน 2
หนังสือร่วมสมัย หนังสือต้องห้าม หนังสือเเปล
ไจโกะ
Longchamp กระเป๋าที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นว่าสวย เเต่ก็ซื้อมาใช้ 3 ใบเเล้ว
Please do not make me PARANOID , Thanks
อารมณ์ดี ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
Style Matter With Me
Lancome Absolute เบต้า White Serum + Renergie Nui Night Cream
ปุ๊กกี้ On Credit Card
เสินเจิ้น เมืองที่เราไม่ปลื้ม เเละ อากาศร้อนโคตร ๆ ที่เกาะฮ่องกง
เมื่อยัยหมาชั้นมีเห็บ
ปุ๊กกี้ คิตตี้ On ThE BaG
Coach Purse Spray & Bath and Body Works from เเมวจอมกวน
วันเกิด กับ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ
พาหมาเที่ยว ตามรอยพาตูบเที่ยวไทย
My Wish List "LOUIS VUITTON RICHARD PRINCE HEARTBREAK JOKES"
กุญเเจ กะ กระเป๋า มีประโยชน์จริง ๆ ไหมนะ ?
Seize the Day ฉวยมันเอาไว้
ขนมหมาน่าเอ็นดู
KOSE , Sr Ives , RMK , Chanel เพียบ
วันสบาย ๆ นวดน้ำมันหอม White Tea สูดกลิ่น sandalwood คลายเครียด
น่ารัก น่าพัก ของพี่พลอย จริยะเวช
กระเป๋าเดินทางของคุง NooTTy
Mix & Match by NooTTY
ชีวิตกับการเดินทาง บ่นไปเรื่อยของหญิงวัยเกิอบกลางคน
Shopping (again) @สวนลุมไนท์บาซ่า กะ เเกงป่าเนื้อที่ไม่อร่อยเลย
เรียนถ่ายรูป กะ ตากล้องดอทคอม
Shopping @Zara & เมื่อชั้นกลายเป็นคนช่างประดิดประดอย
MODEL co ColourBOX Blush ของเเถมจากการชอบอ่านหนังสือ
เยือนครัวชมวาฬ บ่อนอก ประจวบ กะ เที่ยวหัวหิน (อีกรอบ)
Longchamp กระเป๋าที่ไม่เคยเห็นว่าสวย เเต่ก็ซื้อมาใช้จนได้
เรื่องประทับใจกะนักเขียนคนโปรด คุณพี่พลอย จริยะเวช
หาดเจ้าสำราญ กะ เด็กน้อยน่ารัก
5 things to do in Hauhin
คอนเสิร์ต Honda Summer Festival ที่หัวหิน ทำให้รู้ว่า ตัวเองกลายเป็นคนในยุค Generation X
Magazine หัวนอก , , Shopping online .. วัตถุนิยม Vs เรื่องไร้สาระ
CaNoN IXY 910IS ทำให้ดิฉันอยากเรียนถ่ายรูปเเบบเป็นเรื่องเป็นราว
ถึงไม่ได้ไปเองก็เขียน Blog ได้ เยือน "ภูฎาณ" ด้วยภาพถ่ายเเละของฝาก
บันทึกจากภาพถ่าย กับ PhotoScape
"MAC New Collection VS GOYARD" Shopping in Labour Day
Enjoy The MagaZine & a little NerVouS witH a b00k selleR
อำลาบริการโทรเลขจากไปรษณีย์ไทย
จดหมายจากเเมนยู 1995
เปิดกรุ Shopping กระเป๋า เสื้อ กางเกง , Goyard , Zara , MNG , Citizen of Humanity
ThiNgS To Do ToDaY
Remember Me ? by Sophie Kinsella
ตะลุยมาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น 5 วัน 4 คืน
สาว ๆ คนไหนเคยใช้ครีมรกเเกะจากเมืองออสซี่ ยี่ห้อ CATHERINE ช่วยเเวะหน่อยจ้า
เเละเเล้วชั้นก็เสียเงินให้เธอจนได้ BBaG Balenciga


หลังไมค์ถึงคุณปุ๊กกะคิตกดที่นี่

momokafamily.com

ติดตามชม HAVE SOmE TEE !! ที่นี่ เร็ว ๆ นี้


Friends' blogs
[Add ปุ๊กกี้&คิตตี้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.