Group Blog
 
All blogs
 

CaNoN IXY 910IS ทำให้ดิฉันอยากเรียนถ่ายรูปเเบบเป็นเรื่องเป็นราว


เพิ่งได้กล้องใหม่ CaNoN IXY 910IS มาด้วยวิธีการอันเเยบยล ทำให้นึกอยากไปเรียนถ่ายรูปเเบบเป็นจริงเป็นจังกับเค้าเสียที เเต่ก็ไม่เเน่ใจว่า คนที่เค้าไปเรียนกันจะต้องใช้กล้องเเบบดูโปร ๆ เเนว ๆ DSLR หรือเปล่า เกรงว่า เอากล้องคอมเเพ๊คก๊องเเก๊งไปเรียนเเล้วจะอายเค้า ที่ผ่านมาเคยมีกล้องมาเเล้ว 2 ยี่ห้อ ตัวเเรกคือ nikon coolpix 2100 ตอนนี้ยกให้คุงเเฟนไปเเล้ว ตัวที่สองคือ panasonic lumix FX01 ที่ถ่ายเเล้วรูปออกมาสีสันไม่ถูกใจเอาเสียเลย (จริง ๆ เเล้วฝีมือห่วยเอง ดันไปโทษกล้อง)



จะไปเรียนที่ไหนดีน้า เอาเเบบถูก ๆ เรียนวันหยุดหน่ะค่ะ ช่วยเเนะนำหน่อยจ้ะ รู้เเล้วจ้ะ ว่าหัดเองก็ได้ เเต่อิชั้นไม่มีพรสวรรค์เลย อยากไปเรียนเเบบให้รู้ทฤษฎีเเบบเป็นเรื่องเป็นราวอ่ะค่ะ

ก่อนอื่น ต้องเริ่มบทเรียนที่ 1 ด้วย
การจัดองค์ประกอบ : คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นถ่ายภาพธรรมชาติ

ขออนุญาตก๊อปมาหน่อยนะคะ

Keep It Simple : เรียบง่าย

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรจำใส่ใจไว้ตลอดเวลาในการจัดองค์ประกอบภาพก็คือ "ความเรียบง่าย" แทนที่เราจะจัดองค์ประกอบโดยการยัดเอาอะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างลงไปภายในภาพเดียว เช่น ยกแกะทั้งฝูงเข้ามาไว้ในภาพ, ทุกดอกไม้ทั้งทุ่ง, ฯลฯ

จงจำไว้เสมอว่า ความเรียบง่ายคือกลยุทธ์ที่ดีและใช้งานได้เสมอในการจัดองค์ประกอบภาพ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า ช่างภาพธรรมชาติมืออาชีพบางคน มักจัดองค์ประกอบโดยการตัดบางสิ่งบางอย่างออกไปจากภาพ แทนที่จะเพิ่มอะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างเข้าไปในภาพภาพเดียว

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะคิดว่าจะใส่อะไรเพิ่มเข้าไปในภาพอีกดี เขากลับมองไปที่การตัดบางสิ่งบางอย่างออกจากภาพ เพื่อให้องค์ประกอบของภาพนั้นๆ ดูมีพลังมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ในอีกหลายๆ กรณี การจัดองค์ประกอบที่ไม่ลงตัว สามารถเปลี่ยนเป็นองค์ประกอบที่ดูเข้าท่ามากขึ้นได้ เพียงแค่ขยับนิดหน่อยเท่านั้น โดยการมองผ่านช่องมองภาพ แล้วขยับไปในทิศทางต่างๆ เล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็สามารถจัดองค์ประกอบแบบเรียบง่ายได้แล้ว

จำไว้เสมอว่า ขั้นแรก ควรเริ่มจากการจัดองค์ประกอบให้ง่ายที่สุด ดูไม่ซับซ้อน วุ่นวาย พยายามหลีกเลี่ยงวัตถุที่ดูระเกะระกะ ยุ่งเหยิง สิ่งที่รบกวนสายตาต่าง ๆ แล้วภาพภาพนั้นจะดูดีได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

จะได้เรื่องไหมน้า....เรา




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2551 3:24:08 น.
Counter : 399 Pageviews.  

ถึงไม่ได้ไปเองก็เขียน Blog ได้ เยือน "ภูฎาณ" ด้วยภาพถ่ายเเละของฝาก


ถ้าอ่านจากหัวข้อ blog ก็จะรู้ได้ว่า เราไม่ได้ไปเยือนภูฎาณมาด้วยตัวเองค่ะ เเต่ช่วงนี้ยังอยู่ในโหมดท่องเที่ยว ก็เลยขอจิ๊กเรื่องราวที่พี่สาวของเราได้ไปเยือนประเทศภูฎาณมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ของฝากจากภูฎาณส่วนใหญ่จะเป็นของเล็ก ๆ น้อย เช่น เเสตมป์ เหรียญ เสื้อค่ะ พี่สาวเราบอกว่า ของที่ระลึกที่นั่นค่อนข้างเเพงมาก เเถมไม่สวยอีกตะหาก อย่างเช่น พวกผ้าทอ หรือ สร้อยหินสี บ้านเราจะสวยกว่าซะอีก



ลองดูภาพค่ะ สร้อยหินสี หรือ ผ้าทอของภูฎาณ จะดูธรรมดา ๆ มาก พี่สาวเราบอกว่า ผ้าทอบางผืนราคา 4-5 พันเลยทีเดียว ส่วนสร้อยหินสีส่วนใหญ่น่าจะนำมาจาก เนปาล อินเดีย ซึ่งสมัยนี้บ้านเราก็มีหมด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นโหมดของที่ระลึกจะไม่ค่อยน่าประทับใจ



มีเรื่องหนุก ๆ น่าหวาดเสียวมาเล่าสู่กันฟังด้วยค่ะ ขอเป็นวันหลังนะคะ วันนี้ขอตัวก่อน




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 20:30:39 น.
Counter : 958 Pageviews.  

บันทึกจากภาพถ่าย กับ PhotoScape


เพิ่งได้โปรเเกรมตัวนึงมาจากเพื่อนบ้านค่ะ ชื่อว่า PhotoScape วันนี้อารมณ์ดี อากาศไม่ร้อน เเถมนั่งอยู่หน้าคอมพิ๊วเต้ออยู่เเล้ว ก็เลยลองมาเล่นดูหน่อยจิ๊....

อายจัง ไม่เคยใช้มาก่อนเลย ไปอยู่โลกไหนมาเนี่ย

เอารูปเก่า ๆ มาประมวลผลจากของเล่นใหม่ที่ได้มา ก็ได้ผลลัพธ์ดังนี้ค่ะ อย่าขำกันนะจ๊ะ คือ เเบบว่า ไม่เคยใช้โปรเเกรมอะไรพวกนี้มาก่อนเลย อาจจะมองดูเบสิค ๆ ของคนที่เคยใช้เเล้ว เเต่เรายังมะเคยใช้ ก็เลยเเอบตื่นตาตื่นใจเล็กน้อยถึงปานกลาง

ทริปล่าสุดที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ค่ะ มาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น

ตะลุยมาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น 5 วัน 4 คืน



รูปเดิม ๆ จากบล๊อคก่อนหน้าค่ะ เอามายำ (ผักบุ้งกุ้งสด)



ยังเป็นทริปเดิมอยู่



ทริป ปาย ปางอุ๋ง หมู่บ้านรักษ์ไทย เมื่อต้นปี 2007

เที่ยวปายรอบสอง แอนด์ ปางอุ๋ง กะ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ปี 50



อยากไปเเบบหนาว ๆ อีกจัง เเต่ขอเปลี่ยนเป็นไป ภูชี้ฟ้า ดีกว่า ทีนี้


ชอบจังโปรเเกรมนี้ หนุกหนาน หนุกหนาน



ทริปตอนไปอบรมที่ France ปี 2005



รูปวันเก่า ๆ กับ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ



คิดตึ๋งพ่อจัง พ่อไม่อยู่กับเรามาจะ 4 ปีเเล้ว



เรื่องราวสมัยเด็ก ที่นึกถึงกี่ครั้งก็ขำขำ



รูปน้องหมาของเรา ปุ๊กกี้ คิตตี้ น่ารักมากมายนะลูก



สนุกดีจังเเฮะ วันหลังมาเล่นใหม่ดีกว่า




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2551 17:05:02 น.
Counter : 372 Pageviews.  

ตะลุยมาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น 5 วัน 4 คืน


หลังจากประมาณปลายปีที่เเล้ว หัวหน้าบอกกับเราว่า เราจะได้ไปอบรมที่ เสินเจิ้น ในช่วงต้นปี ไอ้เราก็ไปหาซื้อหนังสือ เที่ยวไม่ง้อทัวร์ มาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น มาอ่านก่อนล่วงหน้า กะวางเเผนไปเที่ยวฮ่องกงเต็มที่ เเต่พอเอาเข้าจริง บ. Supplier ที่ขายอุปกรณ์ให้ บ.ของเราดั๊นเจือกส่งอาจารย์จากเมืองจีนมาอบรมให้นักเรียนที่ศูนย์อบรมในเมืองไทย ทำให้อดเเดร๊ก ความเซ็งมาเยือน จนอดรนทนไม่ได้ ประมาณว่า เออ กรูไปเที่ยวเองก็ได้วะ ดังนั้นทริปนี้จึงบังเกิดขึ้น เเละถือเป็นครั้งเเรกที่เราไปต่างประเทศโดยใช้ตังค์ของตัวเอง ถ้าเป็นทริปก่อน ๆ จะได้ไปอบรม ไปดูงาน ตปท โดยใช้ตังค์ของบริษัท เเต่พอต้องใช้เงินตัวเองบวกกับความงก (ตามวิสัยมนุษย์ทั่ว ๆ ไป) อยากเก็บเงินไป shopping เเทนการใช้เงินจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกับค่าที่พักเเพง ๆ ความสนุกอย่างนึงที่บังเกิดขึ้นก็คือการที่เราต้องพยายามหา ทริปที่ถูกที่สุด ค่าตั๋วเครื่องบินถูกที่สุด เวลาขาไปขากลับดีที่สุด กดค่าที่พักให้ต่ำที่สุด เท่าที่จะทำได้ เป็นที่มาของทริป มาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น 5 วัน 4 คืน ในครั้งนี้

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณหนังสือสองเล่มนี้มากมาก โดยเฉพาะ เล่มสีเเดง อ่านเสียจนขาดหลุดลุ่ย หนังสือเล่มนี้เย็บเล่มติดกาวไม่ดีเท่าไหร่ รู้ทั้งรู้ว่า คนไปเที่ยวต้องใช้เเบบทรหด น่าจะทำให้เข้มเเข็งกว่านี้ ส่วนเล่มสีชมพูของคุณพลอย เป็นเล่มที่เราชอบมาก เพราะรวบรวมของเก๋ ๆ ฮิป ๆ เอาไว้เต็มไปหมด ถึงเเม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าราคาเเพง เเต่ก็ทำให้ได้ข้อมูลเด็ด ๆ เพียบ ถึงจะได้เเต่ window shopping ก็มีความสุขเเล้ว



จากการปรึกษา คุณนายกี้ geerorogunso เราก็ได้ข้อมูลมาพอสมควรเกี่ยวกับการจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก เเต่เผอิญว่า ช่วงที่เรากะเเฟนตัดสินใจจะไปเที่ยวค่อนข้างเป็นช่วง high ตั๋วเครื่องบินไปลง HK ราคาสูงขึ้น เเถมหายากเสียด้วย ไอ้ประเภทเเพกเก็ตของการบินไทย เที่ยวเป็นคู่ เเฟนเราก็บอกว่า ราคาเเพงเกินงบ เราก็เกือบตัดใจไปเเล้วว่า เอาไว้รอช่วง low ก็ได้ฟระ เเต่นึกขึ้นได้ว่า สายการบิน low cost หางเเดง เเอร์เอเชีย มีเที่ยวบินไปลงมาเก๊า เเถมเช็คไปเช็คมา เวลาดีเสียด้วย คือออกจาก สุวรรณภูมิตอน 7 โมงเช้า ไปถึงที่โน่น 10 โมง (บวกเวลา 1 ชั่วโมงตามเวลาของ ป.จีน) มีเวลาเที่ยวเพียบ เเถมราคาไม่เเพง ในเบื้องต้นก็กะว่า จะขึ้นลงที่มาเก๊าเนี่ยเเหล่ะ ทั้งขาไปขากลับ เเต่พอ search ข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่า มีเที่ยวบิน เสินเจิ้น กรุงเทพ อีกด้วย เเถมเวลาก็ดีมากมาก คือ ออกจากเสินเจิ้น 5 ทุ่ม เที่ยวได้เต็มสตีม ก็เลยจอง ขาไป กรุงเทพ - มาเก๊า ส่วน ขากลับเป็น เสินเจิ้น - กรุงเทพ

ข้อเสียอย่างนึงของเที่ยวบินเช้าก็คือทำให้เราต้องเเหกขี้ตาตื่นตั้งเเต่ไก่โห่ เเต่เมือเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ก็พบว่า ข้อดีมีเยอะกว่ามาก เพราะว่าทำให้ได้เที่ยวอย่างเต็มที่ เเละการตื่นเช้าก็ไม่ได้ทำให้เหน็ดเหนื่อยเเต่อย่างใดค่ะ พอเครื่องเเตะรันเวย์ เราก็พบว่า สนามบินของมาเก๊าไม่สวยงามเหมือนสนามบินที่สิงคโปร์ หรือ ฝรั่งเศส ค่อนข้างเก่า ๆ วิวทิวทัศน์ก็ไม่สวยงาม ทำให้ความประทับใจเเบบ first impression ไม่ดีเท่าไหร่ หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมือง เก็บกระเป๋า เเลกเหรียญ ยืดเส้นยืดสาย เราก็นั่งรถเมล์จากสนามบิน (ไม่ขึ้นเเท๊กซี่เเน่นอน เพราะเสียดายตังค์ เเถมไม่ได้ฟิล) มาลงเเถว ๆ ตัวเมือง เเต่ดันลงผิดป้าย ทำให้เห็นส่วนที่น่าจะเรียกได้ว่า เป็นเเหล่งเสื่อมโทรมของมาเก๊า ความประทับใจยิ่งลดลงไปอีก เเป่ววววว




ลงรถเมล์เเบกกระเป๋ากับเเฟน 2 คนเดินไปตามถนนอะไรก็ไม่รู้ หาในเเผนที่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จะถามใครสักคนก็ไม่รู้จะถามใครดี เพราะในละเเวกนั้นส่วนใหญ่เป็นอากง อาม่า กันเสียหมด เดินจนเหนื่อยเเละหนัก (กระเป๋า) ก็เลยเอาวะ ถามก็ถาม อากง ท่านนึง ท่านก็พูดภาษาจีน ชี้โบ๊ชี้เบ๊ ว่าให้ไปทาง ๆ นึง หลังจากที่เราเริ่มคุ้นกับถนนหนทางในมาเก๊า ก็เข้าใจเลยว่า คุณอากงคงเเนะให้ไปที่ โบสถ์เซ็นปอล ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของมาเก๊าค่ะ เเต่กว่าจะเจอก็วนเอาเหนื่อยพอเเรงทีเดียว

จากรูปเป็น ซากประตูโบสถ์เซนต์ ปอล หรือ ruins of St.Paul's เห็นเเล้ว amazing มากมากเลยค่ะ ซากด้านหน้าคือส่วนที่เหลือของโบสถมาเเตร์เดอี โบสถ์เเห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเซนต์ ปอล ก่อตั้งในปี 1594 ถูกทำลายถึงสองครั้ง จนกระทั่งเกิดเพลิงไหม้ โบสถ์ถูกทำลายจนเหลือเเต่ด้านหน้าของตึก



หลังจากเริ่มเข้าไปในจุดท่องเที่ยวเเล้ว เราก็เริ่มตื่นตาตื่นใจกับโบสถ์ อาคารเก่าเเก่สไตล์ยุโรปโปรตุเกสเข้าให้เเล้ว สวยงามน่าดูสุด ๆ ถ่ายมุมไหนก็สวย ไม่ต้องถ่ายรูปเก่ง กล้องไม่ต้องโปร รับรองว่า ถ่ายยังไงก็สวยเเน่ ๆ

ร้านเสื้อผ้าเเบรนด์ฮ่องกง 2 ร้านที่มีอยู่เต็มเมือง bossini กะ giordano ไม่อยากจะบอกเลยว่า เราสองคนไม่ได้เดินเข้าในในร้านทั้งสองร้านนี้เลยค่ะ ทั้งที่มาเก๊าเเละฮ่องกง อย่างนึงคงจะรู้สึกเฉย ๆ กับเเบรนด์นี้ ไม่เคยซื้อมาก่อน เเถมเมืองไทยก็ออกจะคุ้นตา เเบรนด์ esprit เราก็ไม่ได้เข้าไปเลยค่ะ เเต่เเอบเเวะเข้าไปดู G2000 Ladies นิดหน่อย กิ๊บเก๋ใช้ได้เลยค่ะ สำหรับ G2000 เเนว affordable chic (ขอยืมมาจากหนังสือคุณพลอยนะคะ) อัพเกรดรุ่นนี้



หลังจากเข้าที่พัก เก็บข้าวเก็บของ อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว เราสองคนก็เดินเล่นตามย่านที่เค้าเเนะนำกันค่ะ ที่พักของเราอยู่ย่านที่ใคร ๆ ที่ไปมาเก๊าก็ต้องเเวะไปเยี่ยมชม คือ Rua de Felicidade ถนนเเห่งความสุข ออกเเนวฮิปเก๋ไก๋ทีเดียวค่ะ เราพักโรงเเรม ราคา 300 Mop ก็ตกราว ๆ 1200 บาทไทย



เมืองมาเก๊าน่ารักมากมาก มีกลิ่นอายของยุโรปบวกกับจีนได้อย่างลงตัวเเละกลมกลืน ไม่หรูมากมาย เเต่น่ารักเเละมีสเน่ห์ เริ่มเปลี่ยนจาก bad impression ในช่วงเเรก เป็นความประทับใจเสียเเล้วหล่ะ ไม่เกี่ยวกับคนข้าง ๆ นะ อีตานี่ชักน่าเบี่ยซะเเระ 5 5 5



วัดอาม่า ที่ยังไงก็ต้องไปให้ได้ ละเเวกนั้นมีคนจูงหมามาเดินเล่นตอนเย็น ๆ เราเเอบสังเกตดู ถ้าหมาเค้าอึ เค้าก็เก็บอึหมาทิ้งเป็นระเบียบเรียบร้อยทีเดียว น่ารักจิง ๆ เจอน้องหมาปักกิ่งหน้าตาบ๊อง ๆ ตัวนึง ที่เราไปเห็นมันอีกครั้งในกระทู้รีวิวใน blueplanet สงสัยเจ้านี่มาเดินเล่นทุกวัน



สีสรรของอาคารสถานที่บนเกาะมาเก๊าเป็นสเน่ห์อย่างนึงที่ทำให้ได้อารมณ์หนุกหนาน เหมือนได้ลิ้มรสลูกกวาดรสอร่อย สีเขียว สีเหลือง สีฟ้า สีส้ม ผสมผสานกันได้ลงตัว ตึกสีฟ้าอันนี้เราไม่รู้ว่าคือสถานที่อะไร อยู่ใกล้ ๆ ทางไปวัดอาม่า ใครทราบช่วยเฉลยหน่อยนะจ๊ะ



เราอาจจะรีวิวไม่ละเอียดนะคะ เป็นคนที่รีวิวไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ขอข้าม ๆ ไปก่อน เเล้วจะมาเก็บรายละเอียดทีหลัง ช่วงค่ำ ๆ เราสองคนไปเดินเล่นในเมือง ย่านคาสิโน อลังการทีเดียวค่ะ เเต่เราว่า ตึกคาสิโนเค้าออกเเบบลาว ๆ ลิเก ๆ หน่อยอ่ะค่ะ ไม่คลาสสิค เเต่ถ่ายรูปออกมาเเล้วอลังการ เรากะเเฟนเดินเข้าไปในคาสิโนด้วยค่ะ เหมือนในหนังเลยหล่ะ คนเยอะทีเดียว เเต่ไม่ได้เล่นอะไรเลยค่ะ เพราะว่าเสียดายตังค์ เก็บตังค์ไว้กินข้าวอร่อย ๆ ดีกว่า ส่วนตัวเป็นคนที่เเอนตี้กับคนที่เล่นการพนันค่ะ ไม่ชอบเอามากมาก ยังงงว่า คุณครูที่มาเก๊าจะสอนนักเรียนยังไง เกี่ยวกับการเล่นการพนัน ศีล 5 ไรเงี้ย งงจิง



เดินเข้าไปในร้าน macdonald เนื่องจากเห็นของเล่นชุดเคโรโระตามรูปค่ะ กะว่าจะซื้อไปฝากคุณกี้กะน้องคนนึงที่เค้าชอบกบบ๊องกลุ่มนี้ซะหน่อย เเต่โชคร้ายจัง เป็น collection เก่าไม่มีขายค่ะ เคืองมาก เเหมไม่มีขายเเล้วจะเอามาโชว์ให้เราอยากได้ทำไมฟระ



มื้อเย็นวันเเรกบนมาเก๊า น่าจะเหมือนกับร้านขายข้าวบ้านเรา มีกับข้าววางเรียงรายอยู่ในตู้ให้ลูกค้าเลือก เเต่งง ๆ ที่เค้าใส่กับข้าวหลาย ๆ อย่างไว้ในจานเดียวกัน เหมือนข้าวพระเลยอ่ะค่ะ รสชาติใช้ได้ เเต่สภาพร้านดูซก ๆ ไปนิด เเต่ได้ฟิลลิ่งดี



หลังจากหม่ำข้าวเสร็จก็ยังเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยในดาวน์ทาวน์ คนเดินขวักไขว่ทีเดียว (เเต่ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับย่านมงก๊ก เกาลูน หรือ ตงเหมิน เสินเจิ้น จำนวนคนสู้ไม่ได้) กว่าจะถึงที่พักก็เกือบเที่ยงคืนตีหนึ่ง เเวะซื้อขนมร้าน otop ของเค้าค่ะ เข้าใจว่าเป็นร้านเเนะนำ คงประมาณ เเม่ละม่อม เเม่ละมุน ร้านขายขนมหม้อเเกงบ้านเราหน่ะ อยู่ตรงข้ามกับโรงเเรมที่เราพักอยู่ พอถึงที่พักก็สลบไสล เเต่ก็อาบน้ำนะคะ อิ อิ

ที่พักของเราบนถนนเเห่งความสุขค่ะ ราคาไม่เเพง สะอาดสะอ้านใช้ได้ เราโทรไปจองก่อนตั้งเเต่ก่อนไป โรงเเรมนี้เชยค่ะ ไม่มีเวปไซด์ ไม่มีอีเเมวเเอดเดรส ยังดีที่โทรมาจองก่อน ไม่ยังงั้นไม่มีที่อยู่เเน่ ๆ ทริปนี้เน้นที่พักออกเเนวซำเหมานิดหน่อยค่ะ เอาไว้ถูกล๊อตเตอรี่ก่อง ค่อยพักโรงเเรมสี่ดาวห้าดาวกะเค้ามั่ง



วันที่สองที่มาเก๊าค่ะ เริ่มมื้อเเรกที่ร้านบะหมี่ย่านเซนาโดเเสควร์ อันนี้ก็ก๊อปปี้มาจากหนังสือเล่มสีเเดง



บะหมี่เค้าอร่อยมากมาก สุดยอดเลย น้ำซุปกลมกล่อมรสเยี่ยม ราคาไม่เเพงอย่างที่คิด ชื่อร้าน wong chi kei เคยเสิร์ฟให้ประธานาธิบดีโปรตุเกสตอนมาเยือนมาเก๊ามาเเล้วค่ะ ตามด้วยเมนูนมตุ๋นที่ใคร ๆ ก็คงเคยกินถ้าได้ไปมาเก๊า หน้าตาคล้ายไข่ตุ๋นบ้านเรา มีให้เลือกทั้งเเบบร้อนเเละเย็น นุ่มมากมาก เเต่กิน ๆ ไปเเล้วเลี่ยนไปหน่อย เเถมเราว่าเเอบเเพงไปนิด 16 mops ทีเดียว เเต่โดยรวมก็โอเช



วันนี้กะว่าจะ move ไปฮ่องกงช่วงบ่าย ก็เลยต้องทำเวลานิดหน่อย นั่งรถเมล์จากย่านเซนาโดเเสควร์ไปลงละเเวกใกล้ ๆ รูปปั้นเจ้าเเม่กวนอิม ค่ะ อากาศร้อนเล็กน้อย เเต่สู้บ้านเรามะได้เลย เราว่าถ้ามากลางคืนน่าจะงดงามกว่านี้ค่ะ หลังจากนั้นก็เดิน เดิน เดิน ข้ามไปยังโซนที่เค้าบอกว่าเป็น RCA เมืองไทย ก็น่าจะใช่อ่ะค่ะ มีป้ายชีวาสเต็มไปหมด ต่อไปยัง fisherman's walf เราไม่ค่อยปลื้มค่ะ ดูมัน fake fake เเนวเมืองจำลองค่ะ สาเหตุนึงที่เราสองคนตัดสินใจไม่ไป the venetian บนเกาะไทปา ก็เพราะเข้าใจว่า น่าจะ concept ใกล้เคียงกัน เเต่ที่ fisherman ถ่ายรูปออกมาก็น่ารักดี



มื้อสุดท้ายที่มาเก๊า มื้อนี้เป็นมื้อที่เเพงที่สุดของทริปเลยค่ะ ชื่อร้าน Restaurante Plato เจ้าของร้านเคยรับใช้ครัวผู้ว่ามาเก๊ามาก่อน เชฟท่านนี้มีโอกาสปรุงอาหารให้ท่านผู้ว่ามาเก๊า เเละเเขกบ้านเเขกเมืองคนสำคัญนานถึง 26 ปี หลังจากเกษียณตัวเอง ก็ออกมาตั้งร้านอาหารสไตล์โปรตุเกส เราสั่งมาสองรายการคือ เสต๊กหมู กะ สลัดทูน่า บอกได้เลยว่า อร่อยสุด ๆ สมคำร่ำลือ ไม่เสียดายเงินเลย มื้อนี้หมดไปประมาณ 800 บาท คุ้มค่ามากค่ะ



เสต๊กหมู กะ สลัดทูน่า



ก่อนจากมาเก๊า เราเเวะไปที่ post office ของมาเก๊าก่อนค่ะ เนื่องจากต้องไปซื้อสเเตมป์กะโปสกะก๊าดให้พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่นิยมสะสมโปสการ์ดค่ะ คนกลุ่มนี้ไม่ต้องการของฝากอะไรเลยค่ะ นอกจากโปสการ์ดที่ส่งจากเมืองที่เราเเวะไปเที่ยวค่ะ เเฟนเราก็เสียตังค์กะเเสตมป์เก๋ ๆ ของมาเก๊าไปประมาณ 200 mops ค่ะ



สรุปว่าเมื่อเปรียบเทียบอารมณ์ตอนมาเหยียบมาเก๊าวันเเรก กับวันที่จะต้องจากมาเก๊าไป เเตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ ตอนเเรกคิดว่า เฮ้ยกูมาทำไมฟระ เเหล่งเสื่อมโทรมชัด ๆ เเต่พอได้เยี่ยมชมบ้านเมืองเค้าเเล้ว ชอบค่ะ มีสเน่ห์ น่ารัก กลมกลืน เรายังไปไม่ครบทุก ๆ เเห่งตามหนังสือเเนะนำเลยค่ะ กะว่า มาครั้งหน้าก็จะมาลงมาเก๊าอีก เเล้วก็จะไปตามเก็บสถานที่ที่ไม่เคยไป ที่ยังเหลืออีกเพียบ นึกนิยมโปรตุเกสขึ้นมาตะหงิด ๆ ว่า ถึงเเม้ว่าเค้าจะมายึดครอง เเต่ก็สร้างสถานที่สวยงาม มีศิลปะ น่านิยม ทิ้งไว้ให้มาเก๊าเยอะมากค่ะ เอาเป็นว่า ถ้าเราไม่ได้มาด้วยตัวเอง เวลาพูดถึงมาเก๊า ก็จะนึกถึงเเต่ คาสิโน ทั้งที่จริงเเล้วมาเก๊ามีคุณค่ามากกว่านั้นหลายร้อยหลายพันเท่านัก

เราขึ้นเรือเฟอรี่จากมาเก๊าไปลงฮ่องกงฝั่ง central ที่พักของเราเป็น hostel ราคาถูกย่าน mongkok ตอนขาเข้าฮ่องกง เราโดนตรวจที่ ตม.ด้วยค่ะ โดน interview เสียเป็นนานสองนาน ก็เข้าใจนะว่าเป็นกฏ เเต่มันเสียเวลามากจนเรารู้สึก upset ค่ะ ตรงที่กักตรวจคนเข้าเมือง คนที่โดนตรวจเท่าที่สังเกตส่วนใหญ่เป็นคนไทย กรรมวิธีจะเริ่มจากเมื่อเดินผ่านจุดตรวจ ตม. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ passport เเล้วก็จะ random เลือกคน (ที่น่าสงสัยมั้ง อิอิ) มา interview เเละตรวจสอบ อย่างของเราเอง passport ที่ใช้เป็น passsport เล่มใหม่ (เล่มเก่าหมดอายุไปเเล้ว) ดังนั้น ครั้งนี้จึงเป็นครั้งเเรกที่ใช้ passport เล่มนี้ออกนอกประเทศ หลังจากถูกสุ่มตรวจ (เเฟนเราไม่โดนวุ้ย ไรวะ หน้าตาเราออกจะหมวยเกี้ย ทำไมฟระ) เราต้องนั่งรอรวมกับกลุ่มคนที่ถูกสุมตรวจเหมือนกัน เท่าที่สังเกตุส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เเละเป็นคนไทย นั่งรออยู่นานมากมาก จนหงุดหงิดค่ะ คือ คนที่ถูกเรียกตรวจก็ไม่ได้เยอะมากมาย เเต่เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานจนน่ารำคาญ ใกล้จะหกโมงเย็นเเล้วยังไม่ได้เข้าที่พักเลย เราก็เลยถามเจ้าหน้าที่ประมาณว่า "I know this is your rule , but why your process is take a long time ? I have a business to deal with?" ประมาณนั้น เจ้าหน้าที่ตอบประมาณว่า ให้รอก่องนะ โอย จะบ้าตาย

หลังจากรอประมาณเกือบชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่คนนึง เเหม หน้าตาฮ่องกงหล่อเหลาเชียว ก็เรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์ เท่าที่จับใจความได้ มันเป็นการสุ่มตรวจทั่ว ๆ ไป เผอิญเราซวยเอง (จริง ๆ ก็อยากให้ความร่วมมือโดยดีนะคะ เเต่ว่ามันรอนานจนหงุดหงิด) เค้าบอกว่า you น่าจะเอา passport เล่มเก่าพกติดมาด้วย จะได้ easier ขึ้น จะบร้าเหรอ จะให้พก 2 เล่มเนี่ยนะ เเล้วเค้าก็ interview เเบบทั่ว ๆ ไป เช่น ทำงานอะไร มาทำอะไรที่นี่ พักที่ไหน จะไปไหนต่อ มีบัตรเครดิตไหม มีเงินติดตัวอยู่เท่าไหร่ ใช้เวลาอยู่ตรงนี้ประมาณชั่วโมงกว่า



หลังจากผ่านด่าน ตม. มาได้ เเฟนเรายืนรอหน้ามุ่ยอยู่ด้านใน หลังจากนั้นเราก็ต้องรีบเข้าไปยังที่พักกันเสียก่อน เริ่มจากซื้อบัตรอ๊อกโตปุ๊ด 150 $/HK ตั้งต้นจาก MRT สถานี้ Central ไปขึ้นที่ mongkok ก็ตื่นตาตื่นใจกับคนจำนวนมากมายมหาศาล คึกคักดีจัง เราชอบคนเยอะ ๆ ค่ะ ไม่เหงาดี ก่อนอื่นก็เข้าไปเก็บข้าวของในห้องพักก่อน เเล้วก็ค่อยลงมาเดินเล่นกะหาของอร่อย ๆ กินย่าน mongkok ค่ะ เเฟนเราใช้เวลากับการดู รองเท้า converse ย่าน ถนนฟาหยวน เสียเป็นนานเลยค่ะ จะว่าไปเเบบมีเยอะกว่าเมืองไทยมั้ย เราก็ว่าไม่เชิงนะคะ เเต่ร้านหน่ะยอมรับว่ามีเยอะจริง ๆ เเต่เผอิญเราเป็นคนไมใส่รองเท้าผ้าใบ เพราะรู้สึกว่ามันเด็ก ๆ ก็เลยไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไรเท่าไหร่ เเต่อาหารการกินอาหร่อยมากมาก

ร้านรองเท้า ถนนฟาหยวน ใกล้ ๆ ที่พักของเราค่ะ ถนนเส้นนี้จะเรียงรายไปด้วยร้านรองเท้า ออนนิซูกะ ชิซูกะ ไจเเอนท์ ที่เค้าฮิต ๆ กันก็มีเยอะค่ะ เเต่อย่างที่บอก เราไม่ใช่เเนวใส่รองเท้าผ้าใบ เลยไม่อิน




กรอบรูปดิจิตอล ที่เราอยากได้ค่ะ มีหลายเเบบ เเต่ราคายังสูงไปหน่อย เอาไว้รอคลองถม จีนผลิตมาก่อง อิ อิ รอด้ายยยยยยย



ท่ารถตู้เเถวย่านมงก๊ก น่าจะคล้าย ๆ กะ ท่ารถตู้อนุสาวรีย์ชัย บ้านเรา



เดินกินของอร่อย ๆ ตามสองข้างทาง เสียดายไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเอาไว้เลย มีบะหมี่เย็น ๆ อร่อยสุด ๆ ชอบมากมาก หลังจากเดินเริ่มเมื่อย ก็เลยนั่งรถเมล์ไปย่าน habour city ใจจริงเเค่อยากนั่งรถเมล์บ้านเค้าอ่ะค่ะ เเต่พอไปถึงเเล้วก็ตกตะลึงกับภาพตึกสูงเหมือนที่เราเห็นในทีวี หรือในรูปโปสการ์ด บ่งบอกถึงความเป็นฮ่องกง กล้องเรามันป๋องเเป๋งอ่ะค่ะ ถ่ายรูปเเล้วไม่สวยเลย เสียดายจัง มีรับจ้างถ่ายให้ด้วย เเต่เสียดายตังค์ ก็เลยได้มาเท่าเนี้ย



วันที่สามบนเกาะเกาลูน ถ่ายจากที่พัก มุมไม่สวยเลย เเต่ก็ได้อารมณ์ไปอีกเเบบ เกาลูนน่าจะเรียกได้ว่า เป็นย่านบ้าน ๆ หน่ะ ย่านช๊อปปิ้งก็จริง เเต่จะเเนวบ้าน ๆ หน่อย



รีบอาบน้ำเเต่งตัวไปหาโจ๊กฮ่องกงรับประทานค่ะ เป็นเเพทเทิร์นที่ใคร ๆ ก็ต้องทำอ่ะ เราพยายามเดินหาร้านที่เเนะนำในหนังสืออ่ะค่ะ เเต่ยังไง ๆ ก็หาไม่เจอ ได้ร้านนี้มาเเทน ย่านจอร์เเดน (ตามหนังสือเป๊ะ ๆ บอกเเล้วว่าไม่ยอมคิดนอกกรอบ) เเต่ขอบอกว่า อร่อยสุด ๆ อร่อยโคต ๆ ทั้งโจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวหลอดประหลาดที่ไม่มีไส้ ผัดหมี่ โอวววว์ โอววว์ ข้อดีอย่างนึงคือ กินถ้วยเดียวสองคนก็อิ่มเเล้ว ถ้าสั่งโจ๊กคนละชาม เอหรือถ้วยฟระ คงตายเเหงเเก๋ กินไม่ไหว



ร้านนี้นะคะ ย่านจอร์เเดน ก็น่าจะอยู่เเถบ ๆ เดียวกับที่เค้าเเนะนำมานั่นเเหล่ะ เเต่เราดันหาไม่เจอเอง เเต่อร่อยสุด ๆ ค่ะ ร้านออกเเนวบ้าน ๆ อย่างที่บอกไว้ตั้งเเต่ต้นค่ะ



หม่ำโจ๊กในกรอบเสร็จ ก็ต้องเริ่มเที่ยวได้เเล้ว ก็ตามหนังสือเเนะนำอ่ะค่ะ นั่ง MRT ไป วัดหวังต้าเซียน ค่ะ ใครมาฮ่องกงฝั่งเกาลูนก็คงต้องไปกันทุกคน ตามด้วย วัดนางชี ตามเเพทเทิร์นค่ะ



นั่งรถไฟฟ้าไปอีกสถานีนึงก็ถึง วัดนางชี สถาปัตยกรรมดูเหมือนจะออกเเนวอาทิตย์อุทัย



หลังจากไหว้พระไหว้เจ้าเรียบร้อยเเล้ว ก็หมดไปครึ่งวันค่ะ คงต้องรีบไปเที่ยวที่อื่นต่อเเล้ว ก็นั่งรถเมลล์ไป ย่านจิมซาโจ่ย เเหล่ง shopping ค่ะ ขออนุญาตถ่ายรูปกับร้านโปรด ที่เมืองไทยไม่มี shop ใหญ่ ๆ อย่างนี้ค่ะ กาเบ กาเบ miu miu , วิเวียน เวสต์วู๊ด , anya hindmarch

miu miu ค่ะ เราปลื้มเเบรนด์นี้มาก เเต่ตอนนี้ไม่ค่อยปลื้มค่ะ collection หลัง ๆ ดูเเปลก ๆ ไม่เก๋เลย



วิเวียน เวสต์วูด เข้าไปดูเเล้วไม่ชอบ collection นี้อีกเช่นกันค่ะ เราไม่ได้เป็นเเฟนานุเเฟนค่ะ เเต่เผอิญบ้านเราไม่มีเเบบนี้ ก็เลยขอชักภาพซะหน่อย




Anya Hindmarch
เราว่าเเบรนด์นี้ถ้าไม่ใช่กระเป๋าพิมพ์ลายที่เราส่งรูปไปให้เค้าทำ เเบบอื่น ๆ ก็งั้น ๆ ไม่ชอบเท่าไหร่



ห้าง habour city ฝั่งเกาลูน เจ๋งมากเลยค่ะ shop เเบรนด์เนมเยอะมากมาก ตื่นตาตื่นใจไปหมดเลยค่ะ โอววว์ โอววว์ เเต่ก็ได้เเต่ window shopping ค่ะ ซื้อไม่ไหว

เย เย ได้เวลาข้ามฝั่งไป ฝั่งฮ่องกง เเดนศิวิไลซ์ เเล้วค่ะ ข้ามเรือเฟอร์ราคาไม่เเพงเลย (เเง่ม จำไม่ได้ว่ากี่บาท เเต่ใช้บัตรออคโตปุ๊ดได้ค่ะ) คล้าย ๆ เรือข้ามฟากท่าศิริราชของบ้านเฮา ข้าม ๆ ไป ๆ กลับ ๆ ก็ไม่เสียดายตังค์ค่ะ เเต่เสียดายจัง ทำไมเราไม่เห็นเรือใบโบราณน้า



Habour City สุดเจ๋งค่ะ อยู่ใกล้ ๆ ทางเดินไปขึ้นท่าเรือเฟอรี่ อย่างที่บอกไปตั้งกะเมื่อกี้ว่า มี shop เเบรนด์เนมเยอะมาก มีห้าง Lane Crawfard เดรสเเบรนด์เนม Marni , มุย มุย ราคาหลายหมื่นให้เราได้ไปจับ ๆ เเตะ ๆ โดยที่ไม่ได้ล้างมือ 5 5 5 เมื่อเปรียบเทียบ ฮาร์เบอร์ซิตี้ กับห้างบนฝั่งฮ่องกง เราว่าที่นี่ดูเป็นมิตรมากกว่า



ไปเเล้ววววววว ค่าเรือถูกมากเลยค่ะ ใช้บัตรปลาหมึกจ่ายได้ด้วย ระบบของเค้าเจ๋งจิง รวมศูนย์ได้หมด ความเป็น systematic ของเค้าหนิเจ๋งมาก ยอมรับเลยค่ะ



หลังจากข้ามฝั่งมาเเล้ว ยังงง ๆ อยู่ค่ะ ว่าต้องเดินยังไงดี ก็เลยเดินทะลุสะพานที่เชื่อมห้างอาคารต่อเนื่องกัน ขออนุญาตคุณเเฟนเเวะ ฮาร์วีย์ นิโคล ที่ตึก landmark ค่ะ จะขอไปดูกระเป๋า goyard หน่อย ตามดูกันต่อไปนะคะ ว่าเราจะอดใจกับกระเป๋าเเบรนด์เนมหน้าตาเหมือนกระเป๋าของเเถมธนาคารได้หรือเปล่า



ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะมัวเเต่ตื่นตาตื่นใจกับ shop ร้านรวงเต็มไปหมด โอววว์ ได้เข้า tiffany and co เป็นครั้งเเรกเลยค่ะ ตื่นเต้น ๆ



ชักหิวเเล้วค่ะ เหลือวันเที่ยวใน HK อีกวันเดียว ต้องรีบไปท่องเที่ยวเเหล่งเเนะนำที่อื่นเเล้วหล่ะ ก็เลยนั่ง tram ไป causeway bay ค่ะ เดินหาร้านก๋วยเตี๋ยว mak's noodle ตามที่คุณพลอย เเนะนำ ค่ะ อร่อยตามนั้นเลยค่ะ

อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ เเต่ชามเล็กไปหน่อยง่ะ



ร้านอาหารเยอะโคต ๆ เลยค่ะ ย่าน causeway bay ไรเนี่ย มีห้างโซโก้ด้วยค่ะ เเต่เราไม่ได้เข้าไป เพราะยังมึน ๆ กับห้างร้านเเถบ central มาก่อนเเล้ว ก็เลยได้เเต่เดินตามท้องถนนสองข้างทางค่ะ เเอบเห็น shop วิเวียน เวสต์วูด เเทรกตัวอยู่ละเเวกนั้นด้วย ชอบจัง ร้านรวงเเถวนั้นปิดดึกดี เดินมันเลยค่ะ

วันที่ 4 ไหว้พระใหญ่บนเกาะลันเตา ช๊อปปิ้งที่ outlet ตุงชุง ช๊อปปิ้งห้างหรูบนเกาะฮ่องกง เดินทอดน่องย่านโซโห

ก่อนหน้าที่เราจะมาเที่ยวทริปนี้ เรากะคุณเเฟนวางเเผนว่าจะต้องไปเที่ยวดิสนีย์เเลนด์ให้ได้ ถึงจะเฒ่าชะเเรเเก่ชราขนาดนี้ ก็ยังมีความเป็นเด็กในตัวอยู่บ้าง เเต่พอเอาเข้าจริงหลังจากคำนวณดูเเล้ว หากเราไปเที่ยวดิสนีย์เเลนด์ก็จะเสียเวลาไปวันนึงเต็ม ๆ ทีเดียว เเละที่สำคัญเราสองคนเคยมีโอกาสไปเที่ยวดิสนีย์เเลนด์ที่ฝรั่งเศสมาก่อนหน้านั้นเเล้ว ก็เลยจำต้องตัดใจไม่ไปดิสนีย์เเลนด์ในทริปนี้ค่ะ เเต่เราค่อนข้างมั่นใจว่า จะต้องมาเยือนฮ่องกงรอบสองอย่างเเน่นอน เดี๋ยวรอทริปหน้าก็ได้ ทริปนี้ขอสำรวจส่วนอื่นของเกาะฮ่องกง กับ เกาลูน รวมทั้งเกาะลันเตาให้ครบ (เท่าที่จะทำได้) ก่อน ก็เป็นจุดตัดสินใจให้มาเที่ยว วัดโป้หลิน เพื่อไหว้พระใหญ่ ค่ะ หลังจากเที่ยวเสร็จเเล้ว ก็รู้สึกดีว่าตัดสินใจถูกต้องเเล้ว

เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโจ๊กฮ่องกงเเถวย่านที่พักค่ะ มงก๊ก เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา โจ๊กร้านนี้ไม่บดละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนร้านเเถวจอร์เเดน รสชาติก็อร่อยดี เเต่เผอิญเรามี first impression กับร้านเเรกไปเเล้วอ่ะค่ะ ก็เลยไม่ปลื่มกับโจ๊กเม็ด ๆ ที่เหมือนข้าวต้มซักเท่าไหร่



นั่ง MRT จากมงก๊กไปลงจุดหมายปลายทางที่สถานี ตุงชุง ใช้เวลานานพอสมควรค่ะ ก่อนอื่นต้องไปเสียเงินซื้อตั๋วเคเบิลคาร์ก่อน คนเยอะมากมากใช้เวลาเข้าคิวรอขึ้นเคเบิลคาร์เกือบ 2 ชั่วโมง เจอคนไทยจำนวนนึงด้วย



วิวทิวทัศน์บนเคเบิลคาร์สวยมาก ๆ เลยค่ะ มองเห็นสนามบินเเชบ เเลก ก๊อก ด้วย เผอิญเราไม่ได้ขึ้นลงที่สนามบินนี้ทั้งขาไปขากลับ จึงรู้สึกไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจมาวัดโป้หลินมากกว่าที่จะไปดิสนีย์เเลนด์ เพราะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของสนามบินติดอันดับโลกอย่างนี้ ถึงจะเห็นไกล ๆ ก็เหอะ



ใช้เวลาประมาณ 45 นาที วันนี้ลมเเรงค่ะ มีป้ายเตือนด้วยว่า วันนี้ windy ผู้โดยสารอาจจะรู้สึกถึงความเเกว่งของเคเบิลคาร์ด้วยค่ะ ได้ยินเสียงลมดังวี๊ด ๆ พอหวาดเสียวเชียว



มองลงไปด้านล่างมีทางเดินด้วยค่ะ ที่สำคัญมีคนเดินเป็นจำนวนนึงเลยทีเดียว งงเลยว่า เค้าเดินไหวกันเหรอเนี่ย เพราะว่าข้ามเขาตั้งไม่รู้กี่ลูกกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง



ทางเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่ค่ะ เวลาเราไม่มาก ก็ต้องรีบ ๆ กันหน่อย ยังมีอีกหลายที่ที่จะต้องไปเยี่ยมชมให้ได้



ใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ 2 ชั่วโมง ได้ของที่ระลึกมาชิ้นนึงค่ะ เป็นของชิ้นเเรกที่เราซื้อ (ไม่นับอาหารการกินเเละขนม) สำหรับทริปนี้เลยค่ะ อยู่ที่นี่เป็นวันที่ 4 เเล้วยังไม่ได้ช๊อปปิ้งอะไรซักอย่างเลย ทั้งเราทั้งเเฟน โอวววว์ ทำได้ไงเนี่ย ป้ากี้โลลลลลลลลล



จากวัดโป้หลิน เรานั่งเคเบิลคาร์กลับไปยังสถานีตุงชุง เเวะ Citygate Outlet เสียดายมากที่ไม่ได้ถ่ายรูปกลับมาเลย เเบตเจ้ากรรมของนัง lumix ของเราดั๊นเริ่มมีปัญหา ต้องเก็บเอาไว้ถ่ายที่สำคัญ ๆ (กว่า) ค่ะ ที่ outlet เเห่งนี้ เเฟนเราได้ กางเกงยีนส์ กะ เสื้อเชิ้ต Replay นาฬิกา fossil ราคาไม่เเพงมา 1 เรือนค่ะ ส่วนเรายังไม่ได้อะไรอีกตามเคย เก่งจังเลยเรา ไม่น่าเชื่อเลย ยีนส์ replay ที่เเฟนเราซื้อมาราคาประมาณ 3 พันนิด ๆ ค่ะ วันนี้เราลองไปดูราคาที่เอ็มโพเรียม รุ่นใกล้เคียงกันมา ราคาตก หมื่นสอง ทีเดียว

ใช้เวลาที่ outlet น่าจะประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ ก็ต้องรีบ (อีกเเล้ว) เข้าเมืองฮ่องกง เนื่องจากเรายังไม่ได้เดินชมเมืองฝั่งฮ่องกง central เเบบเป็นเรื่องเป็นราวเลย อากาศที่ฝั่งฮ่องกงเย็นทีเดียว เรียกได้ว่าเกือบ ๆ หนาวก็ว่าได้ เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเเทบเอาไม่อยู่ เเต่ศรีทนได้จ้ะ คราวหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปอีกครั้งช่วงหน้าหนาว กะจะถอยรองเท้าบู๊ตไปใส่ที่นั่น สาว ๆ ที่โน่นเค้าใส่บู๊ตกัน น่ารักดี



เห็นร้าน LV เเล้วก็เฉย ๆ เพราะบ้านเราก็มีมาตั้งนานเเล้ว ที่สำคัญเราไม่ใช่สาวก LV ด้วย



บ้านเมืองตึกรามบ้านช่องเค้าสวยงามจริง ๆ ค่ะ ถึงจะดูไฮโซไปหน่อยเเต่เราชอบ เเต่ถ้าให้อยู่ก็ไม่เอาค่ะ ไม่ชอบอยู่ที่สูง ๆ อยู่บ้านเรามีบริเวณเป็นสัดเป็นส่วน สบายใจกว่า



ย่านฮ่องกง ย่านเกาลูน ต่างกันเยอะทีเดียว เกาลูนดูบ้าน ๆ ไปเลย เมื่อเทียบกับฝั่งฮ่องกง เเต่ก็มีสเน่ห์กันคนละเเบบ คนมาเก๊า เกาลูน เเต่งตัวธรรมดา ๆ เเต่บนฝั่งฮ่องกง ยังได้เห็นหนุ่มสาวเเต่งตัวเก๋ไก๋ หิ้วถุงช็อปปิ้ง พราด้า กุชชี่ กันคนละ 4-5 ใบ น่าอิจฉา ยังเเซวเเฟนเราเลยค่ะ เเฟนเราถือถุงจาก outlet ตุงชุง เข้าห้างหรูบนฮ่องกง



ได้เวลาช๊อปปื้งของเราเเล้วล่ะค่ะ เมื่อวานเเอบไปดูมารอบนึงเเล้วที่ ฮาร์วีย์ นิโคล เเต่เเฟนเราไม่ชอบอ่ะค่ะ บอกว่าเหมือนกระเป๋าของเเถมธนาคาร (5 5 5 พูดเหมือนที่คุณพลอย จริยะเวช เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องกระเป๋า goyard ของเธอเลยค่ะ ว่าเพื่อน ๆ ของเธอบอกว่า มันเหมือนกระเป๋าธนาคาร ตอนที่เเบรนด์นี้ยังไม่อินในบ้านเรา) เเถมราคาเเพงเกิน เเต่หยุดเราไม่อยู่เเล้วหล่ะค่ะ เราก็อ้างว่า เเหม นุทยังไม่ได้ช๊อปปิ้งไรเลยค่ะ คุงพี่ได้มาตั้ง 3 อย่างเเล้ว เสื้อ ยีนส์ นาฬิกา หนูยังไม่ได้ไรเลย เค้าก็เลยโอเค เอ้า ตามใจ เเต่เเอบทำหน้าเซ็ง ๆ เราจ่ายตังค์เองนะเฟร้ย บ่นไรฟระ



สรุปว่า เราสอย goyard สีดำ รุ่นฮิต เซ็นต์หลุยส์ ไซส์ PM มา 1 ใบค่ะ เป็นของชิ้นเดียวที่ช๊อปเเบบเป็นน้ำเป็นเนื้อของเราในทริปนี้ค่ะ



พอได้จ่ายตังค์เรือนหมื่น อะดรีนาลิน หลั่งพรวด ๆ มีความสุขจังเลยเรา อ้อ เกือบลืมไปก่อนหน้านั้น เเอบเเวะเข้าร้านเครื่องเขียน Papyrus IFC Mall ที่คุณพลอยเเนะนำจากหนังสือ Where & Why Hongkong ด้วยค่ะ เราตื่นตะลึงกับร้านนี้มากมาก สินค้าน่ารักน่าเอ็นดูมากมาย อยากได้ไปหมดเลยค่ะ เเต่เเฟนเราเเอบทำหน้าตูดกดดันอยู่ข้างนอก เเอบได้ ปากกาลาย cherry มาเเท่งนึงค่ะ (เราเป็นสาวก cherry เหมือนสาว ๆ หลายคนค่ะ) ราคาใช้ได้ทีเดียว เเต่ก็พอรับได้ อยากได้อีกหลายอย่างเลยหล่ะ เเต่เเฟนห้ามไว้ เพราะว่า จะต้องเก็บสตังค์ไปซื้อกระเป๋าค่ะ (เราเเวะร้านนี้ก่อน goyard ที่ฮาร์วีย์ นิโคล)



เดิน window shopping ละเเวกนั้นอีกสักพัก ก็ได้ฤกษ์ไปเดิน ย่าน soho โซโห ค่ะ กิ๊บเก๋ยูเรก้ามากมาย ชอบจังค่ะ ประจวบกับอารมณ์ดี ถือถุง ฮาร์วีย์ นิโคล ไฮโซ โก้เก๋ เดินย่านโซโห โอววว์ จะมีอะไรที่มีความสุขมากกว่านี้อีกหรือเปล่าเนี่ย



ย่านโซโหเป็นย่านที่มีร้านอาหารเยอะเลยค่ะ เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปตามทางเรื่อย ๆ น่ารักเก๋ไก๋ซะไม่มี ได้อารมณ์สุนทรีไปอีกเเล้ว เอาเป็นว่า 4 วันในมาเก๊า เกาลูน ฮ่องกง ได้อารมณ์ที่ต่างกันเเบบค่อนข้างสุดขั้ว เเต่ในเเต่ละเเห่งก็มีสเน่ห์ในเเบบของเค้า



เดินอยู่นานค่ะ เอาเป็นว่าอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมา 4 วัน เดินเสียจนลืมหิวไปหลายมื้อเลยหล่ะค่ะ ต่อจากโซโห เรากะจะไป the peak เเต่ว่า อากาศไม่ดีเลย หมอกมัวเต็มไปหมด ในหนังสือท่องเที่ยวเค้าเตือนว่า ถ้าอากาศไม่ดี อย่าขึ้นไปดีกว่า ก็เลยเปลี่ยนใจกลับฝั่งเกาลูนไปเดินจิมซาโจ่ยต่อค่ะ เผอิญรุ่นน้องฝากดู I-Phone ค่ะ

วันนี้เหนื่อยเเล้วค่ะ พรุ่งนี้มาต่อกับ วันสุดท้ายที่เสินเจิ้น เมืองที่เราไม่ปลื้ม คุงกีโรโร่จ๋า คุงนุทตัดสินใจถูกเเล้วที่อยู่ฮ่องกงต่ออีกคืนนึง ถ้าคุงนุทไปนอนเสินเจิ้นต้องร้องไห้เเน่ ๆ เลย มะชอบโลวู กะ ตงเหมินเลยจ้ะ มันไม่มีซะเน่เอาซะเลย

ขออนุญาตปิดท้ายวันนี้ด้วยหนังสือทั้งหมดที่เราซื้อมาหลังจากไปเที่ยวทริปนี้มาค่ะ (ขอย้ำ ซื้อหลังจากไปเที่ยวมาเเล้ว บ๊องเป่าเนี่ย เเทนที่จะซื้อก่อนไป 5 5 5) เป็นหนังสือเกี่ยวกับ ฮ่องกง 1 เล่ม , ฮ่องกง เซินเจิ้น มาเก๊า 1 เล่ม , เซี่ยงไฮ้ 1 เล่ม เเต่คงไม่ไปหรอก เเค่อยากอ่านอารมณ์จีน ๆ อ่ะค่ะ , TPK เที่ยวเป็นคู่ ของคุณพลอย สาว chic คนโปรดของเรา , JANE GREEN Babyville เล่มนี้คุ้น ๆ ว่าเเปลเป็นภาษาไทยเเล้วค่ะ



อ้อ เกือบลืม ทาร์ตไข่ ขนมคู่บ้านคู่เมืองของ ฮ่องกง มาเก๊า ค่ะ เราไม่เเน่ใจว่า ร้านที่เรากินมันไม่ค่อยอร่อยหรือเปล่า เพราะว่ากินอยู่ครั้งเดียวเท่านั้น เอาเป็นว่าไม่ถูกใจเท่าไหร่ค่ะ เราว่า ทาร์ตไข่ ที่ร้าน ขนม ของคุณต๊อบ ปริญญา ที่บ้านเรายังอร่อยกว่าอีก



วันที่ 5 วันสุดท้ายของทริปครั้งนี้ค่ะ

ก่อนเริ่มทริปนี้ เราวางเเผนว่า จะค้างที่มาเก๊า 1 คืน ฮ่องกง 2 คืน เเละคืนสุดท้ายที่เสินเจิ้น เนื่องจากเราจองที่พักที่ฮ่องกงได้เเค่ 2 คืน ส่วนอีกคืนนึงห้องพักเต็ม เเละอยากลองไปพักที่เสินเจิ้นดูด้วย เเต่พอก้าวขามาเยือนเกาะฮ่องกง ก็เปลี่ยนใจอยู่ที่ฮ่องกงต่ออีก 1 คืนดีกว่า เเต่ดีใจมากที่คิดถูก เพราะว่าถ้าต้องไปนอนที่เสินเจิ้น เเละต้องอยู่ที่เสินเจิ้น 1 วันเต็ม ๆ เราต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งเเหงม ๆ (เราขึ้นเครื่องกลับจากเสินเจิ้น 5 ทุ่ม 20 ค่ะ) เพราะเราไม่ชอบเสินเจิ้นเลยค่ะ ส่วนนึงเราไม่ชอบซื้อของก๊อปปี้อยู่เเล้ว เเละที่สำคัญเราไม่คิดจะ shopping อะไรมากนักกับทริปนี้ เสินเจิ้นเป็นเมืองที่ดูโดด ๆ จะเชยก็เชย เหมือนพยายามหรูเเต่มัน อึ่มมม บอกไม่ถูกค่ะ คือ ไม่มีสเน่ห์ในสายตาเราเอาเสียเลย ยิ่งตลาดตงเหมินเราไม่ชอบเลยค่ะ ไม่ปลื้ม ไม่เกี่ยวกับว่าที่นั่นไม่หรูหราเหมือนฮ่องกงนะคะ เพราะอย่างที่มาเก๊าก็ออกจะโทรม ๆ มอม ๆ กว่าเสินเจิ้นเสียอีก เเต่มาเก๊าเค้ามีสเน่ห์กว่าเสินเจิ้นเป็นกระบุงโกยค่ะ บอกตัวเองว่า คราวหน้าไม่มาอีกเเล้วหล่ะ เสินเจิ้น

ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนใจอยู่ต่อที่ฮ่องกงอีก 1 คืน ช่วงเช้าของวันสุดท้ายในฮ่องกง เราจึงไปเดินย่านจิมซาจุ่ยอีกรอบเพื่อดู iphone ให้น้องค่ะ เเต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เนื่องจากเห็นว่าราคาไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นัก



หลังจากเดินเล่นที่จิมซาโจ่ยจนถึงประมาณ 11 โมง ก็คิดได้ว่า น่าจะสมควรถึงเเก่เวลาที่จะต้องไปเสินเจิ้นเเล้ว ก็ไปเก็บกระเป๋าจาก hostel เดินจาก hostel ไปยัง สถานี มงก๊ก ตะวันออก คืนบัตรปลาหมึก ซื้อตั๋วตรงไปยัง สถานี โลวู จุดหมายปลายทาง คือ เสินเจิ้น ค่ะ

ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก็ถึงสถานีโลวูเเล้วหล่ะค่ะ ตอนเเรกนึกว่าระหว่าง ฮ่องกง กับ เสินเจิ้น จะไกลโพ้นซะอีก เเค่นี้ ชิล ชิล เลยค่ะ



รถไฟเค้าก็จะเก๋า ๆ เก่า ๆ หน่อยค่ะ



ถึงเเล้ว เสินเจิ้น เราคุ้นเคยกับชื่อเมืองนี้ เพราะว่า บ. supplier ของเราตั้งอยู่ที่เมืองเมืองนี้ หากใครมีโอกาสได้ไปอบรมอุปกรณ์ของ บ.นี้จะได้ไปเสินเจิ้นค่ะ เมื่อซัก 3-4 ปีก่อน MP3 เป็นของสุดเดิ้นที่ใคร ๆ ก็ต้องฝากซื้อที่เสินเจิ้น เเต่ตอนนี้บ้านเรามีทุกอย่างเเล้ว ไม่จำเป็นต้องไปซื้อถึงที่โน่น



ถึงเเล้วค่ะ ห้างโลวูที่ใคร ๆ บอกว่าเป็น มาบุญครองเสินเจิ้น เอาเป็นว่า เราคนนึงที่ขอเถียงสุดใจขาดดิ้นว่า มาบุญครองของเราเดิ้นกว่าเยอะค่ะ ขอค้านหัวชนฝาเลย



เอาเป็นว่าเราใช้เวลาเดินในห้างที่ว่านี้ ประมาณ ชั่วโมงนิด ๆ ก็ขอบายค่ะ ขอไปตายดาบหน้าหาสถานที่ใหม่เดินเล่นดีกว่า เดินไปเรื่อยเปื่อย (อ้อ สำหรับทริปนี้ เรากะเเฟนตกลงกันว่า จะไม่ได้ดู window of the world หรือ หมู่บ้านวัฒนธรรมค่ะ เพราะคิดว่า ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่า ไม่สนใจวัฒนธรรม นะ เเต่ไม่ค่อยชอบสไตล์เมืองที่จำลองมาซักเท่าไหร่ค่ะ เเล้วอีกอย่างเมืองจำลองบ้านเราก็มี)

ถ้าดูจากด้านนอก หน้าตาของ ห้างโลวู ก็เกือบ (เเค่เกือบ ๆ) อนุมานได้ว่าเป็นมาบุญครองบ้านเรา คนเยอะพอสมควรค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่า บริเวณนั้นมีท่ารถบัสด้วย คล้าย ๆ หมอชิตบ้านเรายังไงยังงั้น บรรยากาศค่อนข้างชวนให้น่าระเเวงเล็กน้อย จากที่ป้ากี้กับข้อมูลในหนังสือท่องเที่ยวเตือนว่า ให้ระมัดระวังกระเป๋าถือเอาไว้ด้วย อึ่มมม พอมาถึงจริง ๆ ก็รู้สึกได้เล็กน้อยถึงความน่ากลัว เเต่ก็ไม่มากนักนะคะ อย่าซีเครียดไปจนเกินเหตุ




ในห้างนี้มีเเต่ของก๊อปปี้ค่ะ สงสัยจังว่า สินค้าในห้างนี้จะมีของจริงขายบ้างไหม เท่าที่สังเกตุ เวลาเราจ่ายเงินที่เป็นเเบงค์หยวน เเม่ค้าบางคนจะรีด จะกรีด จนเเบ๊งค์เกือบจะขาด สงสัยเพราะระเเวงว่าจะได้เเบงค์ปลอม เราเสียความรู้สึกนิดหน่อยว่า เมืองนี้คงเป็นเมืองก๊อปปี้อย่างเเท้จริง เอ หยั่งงี้ ประเทศในฝั่งยุโรป หรือ อเมริกา ที่โดนก๊อปสินค้าเเบบเป็นล่ำเป็นสัน จะไม่เเอนตี้ประเทศจีนหรือเนี่ย บอกตรง ๆ ค่ะ เราไม่ค่อยชอบการก๊อปปี้เเบบนี้เลย ไม่มีตังค์ก็ไม่เห็นต้องใช้ของเเบรนด์เนมเลย เดินไปเดินมาเจอกระเป๋า goyard ที่เราสอย (ของจริง) มา เราเองก็ดูไม่เป็นหรอก เเฟนเรา (เค้าไม่เคยรู้จักเเบรนด์นี้มาก่อน ก็ถามเราว่า ทำมั้ยยย ไม่ซื้อของก๊อป หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ 555

สิ่งที่เราไม่ปลื้มอีกอย่างนึงคือ เวลาเดินผ่านบางร้าน (หลายร้านด้วย) วัฒนธรรมการเรียกลูกค้า หรือการเชียร์เเขกเข้าร้านของที่นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยชอบค่ะ พูดตรงๆ รำคาญนั่นเเหล่ะ ถ้าเราอยากได้ เราก็จะเข้าไปดูเอง เเต่ก็นั่นเเหล่ะค่ะ คนละวัฒนธรรม อันนี้เราไม่ได้ซีเรียสค่ะ เพียงเเต่ไม่ค่อยปลื้มเท่านั้น สรุปว่า เข้าไปอยู่ในนั้นไม่น่าจะเกิน 2 ชั่วโมง เอ จริง ๆ ไม่น่าจะเกินชั่วโมงครั่งด้วยซ้ำ ก็ต้องจรลีออกไปหาที่อื่นเดินเล่นดีกว่า

ตอนที่เราอบรมคอร์สนึงที่มีอาจารย์จากประเทศจีนมาสอน อาจารย์ก็เเนะนำว่าถ้าไปเสินเจิ้น ให้ไปเดินเล่นที่ ตลาดตงเหมิน ค่ะ เเละในหนังสือท่องเที่ยวก็เเนะนำให้ไปอยู่ไม่กี่ที่ ตงเหมินก็เป็นหนึ่งในนั้น เรากะเเฟนก็เดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยจากโลวูไปจนถึงตงเหมินค่ะ

ระหว่างทางจากโลวูไปยังตงเหมิน เราสองคนเดินผ่านตึกสูงมากมายค่ะ ที่นี่มีตึกสูง ๆ มากพอสมควร เเต่สิ่งที่เเตกต่างระหว่างที่นี่กับเกาลูน หรือ ฮ่องกง คือ ถนนที่นี่จะกว้างกว่าเยอะ shop เเบรนด์เนมเริ่มขึ้นประปราย เเปลกใจเหมือนกันว่า ที่เสินเจิ้นไม่มีร้าน bossini , giodarno หรือ sasa เลยค่ะ (เหมือนกับเราไม่เห็นเเท๊ค ฮอยเออร์ ที่มาเก๊าเลย) เเต่ในห้าง ๆ นึง มี Sephora ด้วยค่ะ เสียดายจังไม่ได้ถ่ายรูปมา เราถ่ายรูปที่เสินเจิ้นน้อยมากมาก

อีกจุดนึงที่สังเกตได้ชัดคือ ห้องน้ำที่เสินเจิ้นยังเป็นเเบบเก่าค่ะ คือเป็นส้วมนั่งยอง ๆ ระดับเดียวกับพื้น เราเข้าห้องน้ำในตึก ๆ นึงที่ไฮโซหรูหรา เเต่ห้องน้ำเหม็นมาก



พอไปถึงตลาดตงเหมินก็พบว่า ผู้คนมากมายมหาศาลมารวมตัวกันอยู่ที่นั่น ระหว่างทางจากโลวูจนถึงตงเหมิน เรากับเเฟนก็สงสัยกันว่า ทำไมผู้คนเค้าหายไปไหนก็หมด เมืองคู่เเฝดฮ่องกงทำไมเงียบเหงาอย่างนี้ พอไปถึงตงเหมินก็รู้เลยว่า ผู้คนมารวมกันอยู่ที่นี่กันหมด



บรรยากาศเเถวย่านตงเหมิน จะว่าไป จะคล้าย ๆ กับย่าน อนุสาวรีย์ชัย ผสมหน้ารามคำเเหง ปน ๆ กับ เซ็นเตอร์พอยท์ สยามเเสควร์บ้านเรา ค่ะ อยู่ในส่วนผสมเเบบ 20:20:20 ขาด ๆ เกิน ๆ ยังไงก็ไม่ทราบค่ะ สรุปว่า ไม่ชอบค่ะ



อีกอย่างนึงเท่าที่สังเกตได้ MRT กับที่นี่น่าจะยังถือได้ว่าเป็นของใหม่ สังเกตเห็นชาวบ้านที่นั่นหลายคนยังใช้บริการเเลกเหรียญ เดินผ่านทางเข้า MRT ยังไม่ค่อยคล่อง คงคล้าย ๆ กับช่วงที่บ้านเรามี BTS หรือ MRT ใหม่ ๆ ค่ะ จำได้ว่า เราก็ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ เอ๋อ ๆ บ๊อง ๆ เหมือนกัน เเบบว่า ทำไม่ถูกหน่ะค่ะ บางสถานียังสร้างไม่เสร็จ ทางลงสถานีน่ากลัวถูกโจรกรรมมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นสถานีใกล้ ๆ ตลาดตงเหมินเสียด้วยซ้ำ

ถ้าอ่าน ๆ ดู เพื่อน ๆ คงเข้าใจว่าเราไม่ชอบเสินเจิ้นเอามากมากนะคะ จริง ๆ เเล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เเต่เราอาจจะคาดหวังกับเสินเจิ้นมากเกินไป จริง ๆ เเล้วเราอยากได้บรรยากาศที่เป็นชนบท ๆ ของจีนมากกว่า เเต่คงหาไม่ได้กับเสินเจิ้นเมืองเศรษฐกิจพิเศษเเบบนี้ คงต้องไปเมืองอื่น เช่น ซัวเถา ทำนองนั้นมากกว่า เเละจากที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมา เมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานนิวเคลียร์ด้วยหล่ะ



เดินเเถวตลาดตงเหมินจนถึงประมาณ 1 ทุ่ม เราสองคนนั่ง MRT ไปลงที่โลวูเพื่อต่อรถบัสไปสนามบินค่ะ ระยะทางจากโลวูไปยังสนามบินใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง คนขับรสบัสซิ่งยังกะรถเมล์เล็กเขียวบ้านเรา มีถุงพลาสติกเเขวนไว้ที่หน้ารถ ที่เรากะเเฟนเข้าใจว่า เป็นถุงที่มีไว้เผื่อให้ผู้โดยสารที่อยากจะอาเจียนใช้ให้เป็นประโยชน์ 555

สนามบินเสินเจิ้นอยู่ไกลค่อนข้างมาก หน้าตาก็ธรรมดา ๆ ไม่หรูหราใหญ่โตเเต่อย่างใด จากการได้ไปเยือนสนามบินมาเก๊า เเละเสินเจิ้น ทำให้เรายิ่งภูมิใจในสุวรรณภูมิของบ้านเราเพิ่มอีกอักโขเลยค่ะ ทั้งความสวยงาม ความอลังการ ความยิ่งใหญ่ (จริง ๆ จะเอาสนามบินของมาเก๊า หรือ เสินเจิ้น มาเปรียบเทียบก็คงไม่ได้ เพราะสุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลักของประเทศ เเต่มาเก๊า หรือ เสินเจิ้น เป็นเพียงสนามบิน ตจว) เที่ยวบินของเราคือ 5 ทุ่ม 20 ขากลับเจอคนไทยจำนวนมาก สงสัยคนไทยชอบมาเที่ยวเสินเจิ้นกันมากทีเดียว เเต่ถ้าให้เรามาที่นี่อีกด้วยเงินของเราเอง บอกได้เลยว่า จะไม่มาอีกเเล้วค่ะ ถ้าต้องการใช้สายการบินราคาประหยัด ก็คงเลือกขึ้นลงที่มาเก๊ามากกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปทำวีซ่าอีกด้วย



สรุปว่า ทริปนี้สนุกมากมากค่ะ เดินมากจนกระทั่งเป็นตุ่มน้ำพอง ๆ ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง ต้องไปนั่งเจาะเอาน้ำออกในห้างหรูที่ฮ่องกงเลยค่ะ สงสัยมาคราวหน้าต้องหารองเท้าดี ๆ กว่านี้เเล้วล่ะ

เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ เดือนหน้ากะว่าจะชวน ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ไปหัวหิน เเต่ไม่รู้ว่าฝนจะตกมากหรือเปล่า เเต่สำหรับทริป re-run ฮ่องกง ถ้าช่วง ก.ค. มีโปรโมชั่นดี ๆ จะขอไปอีกซักรอบละกัน




 

Create Date : 16 เมษายน 2551    
Last Update : 20 เมษายน 2551 0:56:40 น.
Counter : 2327 Pageviews.  

New Year 2008 ที่เชียงใหม่


ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ชาวบล๊อคทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยียนและอวยพรปีใหม่ให้ ขอเวลาแปร๊บนึงแล้วจะแวะตามไปเยี่ยมที่บ้านนะคะ

ปีนี้มีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ แต่เอาเป็นว่าไปอยู่ประมาณ 4 วัน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่บ้านซะเป็นส่วนมาก ได้ไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ กับ สวน botanic ในโครงการของสมเด็จพระราชินีที่แม่ริม แค่นั้นเอง



ส่วนช่วงรอยต่อข้ามปี 2007 - 2008 ก็ไปเดินเล่นแถว ประตูท่าแพ ค่ะ ดูเค้าจุดโคมลอยกะจุดพลุ จะว่าไปไม่ค่อยคึกคักเฮฮาเท่าไหร่นะ ปีนี้



ตอนแรกกะว่า จะไปสวดมนต์ที่วัดช่วงรอยต่อข้ามปี แต่ดั๊นน...ออกจากบ้านดึกไปหน่อย ไม่มีที่จอดรถเลย ก็เลยไม่ทันช่วงรอยต่อค่ะ เเต่ก็มีโอกาสได้ไปไหว้พระช่วงข้ามปีที่ วัดพระสิงห์ กับวัดที่ถนนคนเดินค่ะ




เป็นปีที่ 2 ตั้งเเต่เกิดมาที่ได้ไปไหว้พระในช่วงรอยต่อของวันปีใหม่ค่ะ



ปีใหม่นี้ ขอคัดลอกบทปาฐกถาธรรมบางส่วน ของ พระธรรมโกศาจารย์ หลวงพ่อประยูร ธมมจิตโต มาเป็นของขวัญปีใหม่เพื่อนเตือนสติตัวเอง ดังนี้ค่ะ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการสอนตัวเอง เตือนตัวเอง

จงเตือนตน....ด้วยตนเอง
ช่วงปีเก่า ผ่านไปสู่ปีใหม่

เป็นเวลาแห่งการมองย้อนกลับไปสู่ปีเก่าที่ผ่านมา
ว่า เรามีข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไขอะไรบ้าง

ถามตัวเอง....สอนตนเอง...ให้ดีกว่าเก่า

ทำชีวิตให้ดีขึ้นในสามเรื่องด้วยกัน

ให้เก่งกว่าเก่า เราเรียกว่า สร้างสมรรถภาพ

มีความรู้สึกว่าอะไรที่เราทำนี่ความสามารถยังไม่ถึง
....พัฒนาตัวเอง.....

รวมถึงว่า ศึกษาเพิ่มเติม ปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม
เพิ่มสิ่งที่เป็นความรู้ความสามารถให้กับตัวเรา
นี่คือ...ทำให้เราเก่งกว่าเดิม





 

Create Date : 05 มกราคม 2551    
Last Update : 5 มกราคม 2551 0:42:45 น.
Counter : 465 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

ปุ๊กกี้&คิตตี้
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สมัคร blog มานานโคด ๆ แต่ยังไม่ได้ริสร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

วันนี้ว่าง ๆ วันพ่อ รู้สึกคิดถึงพ่อมากมาย เลยมาคิดเริ่มสร้างบ๊อคซะที จะได้เป็นสิริมงคลในวันนี้น๊ะ เจิม & เริ่มเขียนบ๊อค 5 ธันวา 2006


Latest Blogs
เมิงทำเหี้ยไรกันคะ เมิงรักชาติจริงเหรอคะ ??
เที่ยวเเบบกิน ๆ ที่ตลาดสามชุก กะ ดูปลาน่ากลัว ที่บึงฉวาง
NooTTY ShoP Promotion #2
NooTTY ShoP Promotion
Longchamp Lover
เหลืองเเดงเเบ่งข้าง ตอน 2
หนังสือร่วมสมัย หนังสือต้องห้าม หนังสือเเปล
ไจโกะ
Longchamp กระเป๋าที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นว่าสวย เเต่ก็ซื้อมาใช้ 3 ใบเเล้ว
Please do not make me PARANOID , Thanks
อารมณ์ดี ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
Style Matter With Me
Lancome Absolute เบต้า White Serum + Renergie Nui Night Cream
ปุ๊กกี้ On Credit Card
เสินเจิ้น เมืองที่เราไม่ปลื้ม เเละ อากาศร้อนโคตร ๆ ที่เกาะฮ่องกง
เมื่อยัยหมาชั้นมีเห็บ
ปุ๊กกี้ คิตตี้ On ThE BaG
Coach Purse Spray & Bath and Body Works from เเมวจอมกวน
วันเกิด กับ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ
พาหมาเที่ยว ตามรอยพาตูบเที่ยวไทย
My Wish List "LOUIS VUITTON RICHARD PRINCE HEARTBREAK JOKES"
กุญเเจ กะ กระเป๋า มีประโยชน์จริง ๆ ไหมนะ ?
Seize the Day ฉวยมันเอาไว้
ขนมหมาน่าเอ็นดู
KOSE , Sr Ives , RMK , Chanel เพียบ
วันสบาย ๆ นวดน้ำมันหอม White Tea สูดกลิ่น sandalwood คลายเครียด
น่ารัก น่าพัก ของพี่พลอย จริยะเวช
กระเป๋าเดินทางของคุง NooTTy
Mix & Match by NooTTY
ชีวิตกับการเดินทาง บ่นไปเรื่อยของหญิงวัยเกิอบกลางคน
Shopping (again) @สวนลุมไนท์บาซ่า กะ เเกงป่าเนื้อที่ไม่อร่อยเลย
เรียนถ่ายรูป กะ ตากล้องดอทคอม
Shopping @Zara & เมื่อชั้นกลายเป็นคนช่างประดิดประดอย
MODEL co ColourBOX Blush ของเเถมจากการชอบอ่านหนังสือ
เยือนครัวชมวาฬ บ่อนอก ประจวบ กะ เที่ยวหัวหิน (อีกรอบ)
Longchamp กระเป๋าที่ไม่เคยเห็นว่าสวย เเต่ก็ซื้อมาใช้จนได้
เรื่องประทับใจกะนักเขียนคนโปรด คุณพี่พลอย จริยะเวช
หาดเจ้าสำราญ กะ เด็กน้อยน่ารัก
5 things to do in Hauhin
คอนเสิร์ต Honda Summer Festival ที่หัวหิน ทำให้รู้ว่า ตัวเองกลายเป็นคนในยุค Generation X
Magazine หัวนอก , , Shopping online .. วัตถุนิยม Vs เรื่องไร้สาระ
CaNoN IXY 910IS ทำให้ดิฉันอยากเรียนถ่ายรูปเเบบเป็นเรื่องเป็นราว
ถึงไม่ได้ไปเองก็เขียน Blog ได้ เยือน "ภูฎาณ" ด้วยภาพถ่ายเเละของฝาก
บันทึกจากภาพถ่าย กับ PhotoScape
"MAC New Collection VS GOYARD" Shopping in Labour Day
Enjoy The MagaZine & a little NerVouS witH a b00k selleR
อำลาบริการโทรเลขจากไปรษณีย์ไทย
จดหมายจากเเมนยู 1995
เปิดกรุ Shopping กระเป๋า เสื้อ กางเกง , Goyard , Zara , MNG , Citizen of Humanity
ThiNgS To Do ToDaY
Remember Me ? by Sophie Kinsella
ตะลุยมาเก๊า ฮ่องกง เสินเจิ้น 5 วัน 4 คืน
สาว ๆ คนไหนเคยใช้ครีมรกเเกะจากเมืองออสซี่ ยี่ห้อ CATHERINE ช่วยเเวะหน่อยจ้า
เเละเเล้วชั้นก็เสียเงินให้เธอจนได้ BBaG Balenciga


หลังไมค์ถึงคุณปุ๊กกะคิตกดที่นี่

momokafamily.com

ติดตามชม HAVE SOmE TEE !! ที่นี่ เร็ว ๆ นี้


Friends' blogs
[Add ปุ๊กกี้&คิตตี้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.