มกราคม 2562

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ครึ่งปีศาจซือเถิง เหว่ยอวี๋ เขียน




ครึ่งปีศาจซือเถิง (3 เล่มจบ)
เหว่ยอวี๋ เขียน  Tear แปล
สำนักพิมพ์ Enter Books  ในเครือแจ่มใส
757 บาท  1,040 หน้า

หลังปก


ไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดทำตามคำสัญญาแต่เก่าก่อนของบรรพบุรุษ
แต่ฉินฟั่งเลือกที่จะทำมัน
ไม่ใช่ทุกคนที่จะตกเหว ถูกเสาแหลมเสียบหน้าอกแล้วยังรอดมาได้
ฉินฟั่งก็ตาย… แต่ไม่สนิท
และไม่ใช่ปีศาจทุกตนที่ถูกรีดเลือดสังหารแล้วจะคืนชีพขึ้นมาได้
แต่ ‘ซือเถิง’ ทำได้… เพราะฉินฟั่ง

…

จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ยากจะจับต้นชนปลาย
ทำให้ฉินฟั่งบังเอิญคืนชีพ ‘ซือเถิง’
ปีศาจที่เคยสร้างความปั่นป่วนให้เหล่านักพรตเต๋าทั้งสำนักในอดีต
ซึ่งดูเหมือนเธอจะฟื้นขึ้นมาพร้อมความแค้นฝังลึก
และทางเลือกของเขาคือทำตามคำสั่ง หรือไม่ก็ตายซ้ำอีกรอบ!


คุยกันหลังอ่าน

หยิบเล่มหนึ่งมาอ่านก่อนเข้านอนเนื่องจากนอนไม่หลับ ซึ่งมันเป็นความคิดที่ผิดมาก

ทำไมไม่มีใครเตือนหนูว่านี่เป็นนิยายสยองขวัญ ฮือ ตาค้างเลยไงล่ะ

เลยต้องอดทนอ่านต่อให้พ้นฉากหน้ากลัวไปก่อน ไม่งั้นจะติดค้างอยู่ในใจ เอาไปเก็บไปฝันร้าย

โอมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้สองประการ หนึ่ง โอคิดว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซี (แบบปีศาจมีพลังสวย ๆ โลกใหม่ อะไรอย่างนั้น ซึ่งผิดถนัดเลย) สอง โอคิดว่ามันเป็นนิยายในยุคโบราณ (แบบโปเยโปโลเย อะไรอย่างนั้น) และความเข้าใจผิดนี้มาจากการดูชื่อเรื่องแล้วคิดไปเอง ไม่ได้ไปอ่านตัวอย่างหรืออ่านรีวิวอะไร ปกหลังยังไม่ได้ดูด้วยซ้ำ คือเห็นแค่เขาบอกกันว่าสนุก บวกกับชอบปกมากอยู่แล้ว ก็จัดเลย เหวอเลยทีเดียว

เปิดเรื่องมาเป็นหนังผีสยองขวัญเลยจ้า และถ้าใครกลัวผี กลัวฉากหลอน ๆ โอว่าฉากแรกของเรื่องนี่น่ากลัวสุด ถ้าผ่านไปได้ ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่ากลัวแล้ว หรือเพราะตั้งหลักได้แล้วก็ไม่รู้

และเรื่องนี้ไม่ได้เล่าปีศาจในยุคโบราณค่ะ จะพูดถึงยุคเก่าหน่อย ประมาณปี ค.ศ.1937 (ในเรื่องมีเอ่ยถึงสงครามจีนกับญี่ปุ่นครั้งที่สอง และดร.ซุนยัดเซ็น) ถึงปี 2013 (ซึ่งเป็นยุคปัจจุบัน ยุคเล่าเรื่องหลักในเรื่อง) ค่ะ

ชื่อก็บอกอยู่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของปีศาจที่ชื่อซือเถิง ซือเถิงเป็นปีศาจสาวที่ร่างดั้งเดิมคือต้นวิสทีเรียค่ะ ร่างมนุษย์จะอยู่ในร่างหญิงสาวที่สวยมาก ชอบแต่งชุดกี่เพ้า แต่งหน้า ใส่รองเท้าส้นสูง นิสัยทำอะไรตามใจตัวเองเป็นหลัก คาดเดาไม่ได้ และเพราะเป็นปีศาจจึงไม่ค่อยสนเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เพราะถือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

ซือเถิงตื่นขึ้นมาได้เพราะเลือดจากมนุษย์เพศชายชื่อฉินฟั่ง เดิมฉินฟั่งควรจะตายไปแล้ว แต่ได้พลังปีศาจของซือเถิงหล่อเลี้ยงไว้จึงชีวิตอยู่ได้ ชีวิตของฉินฟั่งจึงต้องผูกติดกับซือเถิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ มนุษย์และปีศาจซึ่งเดิมทีก็เป็นสิ่งมีชีวิตคนละประเภท กลับต้องมาอยู่ร่วมกัน เรื่องก็เลยเริ่มวุ่นตรงนี้

ความสัมพันธ์ของซือเถิงและฉินฟั่งไม่ใช่เพื่อนร่วมชะตากรรม แต่เป็นเจ้านายกับลูกน้อง ซือเถิงออกคำสั่ง ฉินฟั่งคอยทำตาม ซึ่งเรื่องที่ซือเถิงบอกว่าจะต้องทำให้สำเร็จมีอยู่ห้าเรื่องด้วยกัน

เล่มแรกจะเป็นการเปิดตัวตัวละครต่าง ๆ ป้อนข้อมูลปูพื้นตัวละครให้คนอ่าน โอรู้สึกผูกพันกับตัวละครน้อยในช่วงนี้ และแรงดึงดูดระหว่างตัวเรากับนิยายก็น้อยตาม ไม่รู้สึกอยากอ่านต่อเท่าไรนัก ส่วนเล่มสองและสามนี่สนุกค่ะ เพราะผู้เขียนเริ่มเฉลยปมต่าง ๆ ดึงข้อมูลที่ปูไว้ในช่วงต้นมาใช้และขยายความ เราจะเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครและเนื้อเรื่องมากขึ้น 

โอชอบบทสนทนาของตัวละครตอนหนึ่งที่ว่าไว้ว่า จากตอนแรกที่เจอกันไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร ใครจะรู้ว่าต่อไปกลับต้องมากลายเป็นคนสำคัญของชีวิต อาจไม่เป๊ะนะคะ แต่ประมาณนี้ ซึ่งประโยคนี้มันทำให้โอรู้สึกว่า ใช่ เลย เรื่องนี้เป็นความรู้สึกแบบนี้เลย 

ฉากประหลาดที่ไม่รู้ที่มา ตัวละครประกอบที่คิดว่าแค่ผ่านมาแล้วก็ไป เรื่องเล็กที่ไม่คล้ายเรื่องยิ่งใหญ่ ทั้งหมดกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนเรื่องราว

เรื่องของแต่ละตัวละครที่เรามองไม่เห็นความเกี่ยวข้องกัน กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างมีความเชื่อมโยงบางอย่างอยู่ เหมือนมีใยที่มองไม่เห็นคอยชักนำ

ผู้เขียนเล่นประเด็นปีศาจกับความเชื่อ และวิทยาศาสตร์ เล่นเรื่องทิศทางที่เปลี่ยนไปของสังคม ทำให้บทบาทพวกสำนักเต๋าปราบปีศาจต้องหมดไป แม้แต่วิธีการเล่า หลายครั้งก็จงใจทำให้เราเข้าใจว่าเป็นความน่ากลัวของปีศาจ แต่จริง ๆ กลนั้นสามารถใช้วิทยาศาสตร์มาอธิบายหลักการได้ง่าย ๆ 

ซือเถิง ตัวเอกหลักของเรื่อง ก็เป็นตัวแทนผู้เขียนในการเล่า จะเห็นว่าแม้ซือเถิงจะเป็นปีศาจ มีพลังบางอย่าง มีสิทธิพิเศษเหนือมนุษย์ทั่วไป แต่ซือเถิงกลับเป็นตัวละครที่มีความคิดเป็นเหตุเป็นผลแบบวิทยาศาสตร์มาก ๆ เป็นการคิดเป็นแบบแผน วิเคราะห์หลักการ ประเมินผลได้ผลเสียคร่าว ๆ 

สรุปแนวเรื่องคร่าว ๆ คือถึงแม้จะใช้ปีศาจเป็นตัวละครหลัก แต่ตัวเรื่องกลับเป็นวิธีการเล่าแบบวิทยาศาสตร์ มีการสืบสวน วิเคราะห์ เชื่อมโยง 

ตัวละครหลอกตัวละคร ตัวละครหลอกตัวละครซ้อนหลอกตัวละคร หลอกกันไปหลอกกันมา โดนหลอกกันเพลินทีเดียว

และเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายรักนะคะ อย่าคาดหวังว่าจะต้องมีพระนาง แล้วจะไม่ผิดหวัง

สำหรับคนที่กลัวผี กลัวหนังสยองขวัญ โอว่ามีหลายตอนในเรื่องที่ผู้เขียนจงใจทำให้น่ากลัว หรือมีฉากหลอกที่ไม่มีจริงขึ้น บรรยากาศก็จะน่ากลัวนั่นแหละ แต่ฉากเหล่านั้นมีไม่มากนัก โอก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ดูหนังผี พยายามไม่อ่านนิยายผี ๆ หรือสยองขวัญ แต่เรื่องนี้ก็อ่านได้ เลยคิดว่าคนที่กลัวก็น่าจะอ่านได้เหมือนกัน ถ้าคิดว่าเป็นคนกลัวมาก ก็เลี่ยงอ่านตอนกลางคืนก็ได้

อารมณ์เรื่องไม่ถึงกับตึงเครียดมากนะคะ อย่างเล่มสองก็สาม เรามองภาพรวมเรื่องออกแล้ว ก็จะมองออกว่ามีตัวละครฮา ๆ หรือมีจังหวะปล่อยมุกโผล่มาให้อยู่

โอชอบฉากจบในเรื่องนี้เหมือนกัน เป็นฉากจบของแต่ละตัวละครที่สวยกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว (หรือโอคิดไว้เลวร้ายมากก็ไม่รู้)

4 ดาว




ป.ล. โอชอบปกเรื่องนี้มาก นอกจากลายเส้นและการลงสีที่โอชอบแล้ว โอชอบเรื่องราวในปก เล่มหนึ่งโทนสีมืดหดหู มีโซ่คล้อง มียันต์แปะต้นวิสทีเรีย บ่งบอกการจองจำ การถูกขัง การไม่เห็นแสงตะวัน เล่มสองโทนสีสว่างขึ้น ยันต์เริ่มหลุดออก โซ่ก็ไม่แน่นหนาเท่าเดิม ดอกวิสทีเรียเริ่มบาน เล่มที่สาม ดอกวิสทีเรียบานเต็มต้นท่ามกลางแสงแดด ไม่มีโซ่และยันต์จองจำใด ๆ อีกต่อไป









Create Date : 10 มกราคม 2562
Last Update : 10 มกราคม 2562 15:18:03 น.
Counter : 306 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณอุ้มสี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณpolyj

  
เรื่องนี้ตอนนี้อ่านค้างถึงแค่จบเล่มสองอยู่ค่ะ ยังไม่มีกะใจจะอ่านเล่มสาม เนื้อเรื่องเดินช้าจนบางทีเรามีหลับค่ะ ไม่เหมือนที่คิดไว้แต่แรกเพราะเข้าใจว่าเป็นแฟนตาซี บู๊ดุเดือดลึกลับน่าค้นหา อะไรแบบนั้น แต่ก็ชอบตรงที่การแปลแปลได้สละสรวยกับสำนวนเยอะที่ทำให้นึกถึงหงส์กรีดปีก แต่ก็ทึ่งกับแนวคิดของคนเขียนเกี่ยวกับซือเถิงและไป๋อิงนะคะ เขียนได้แหวกแนวดีค่ะ แต่ก็แอบไปเปิดดูตอนจบถึงจะแฮปปี้แต่ก็ฝากวางไว้บนหิ้งก่อน
โดย: สมาชิกหมายเลข 3284885 วันที่: 10 มกราคม 2562 เวลา:15:50:27 น.
  
หือออ น่าอ่านอีกแล้ว

อ่านรีวิวโอหลายอันเลยนะที่ทำให้พี่เพิ่มกองดองอ้ะ 555

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
newyorknurse Health Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 มกราคม 2562 เวลา:17:44:15 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนขับช้า Movie Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog

ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีดีค่ะ
โหวต
โดย: อุ้มสี วันที่: 11 มกราคม 2562 เวลา:0:15:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments