ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๕ (Yuri)



อินทุอรเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วทำความเคารพเจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะครู”

“มาแล้วเหรออิน” สมรทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส นั่งบนรถเข็นที่มีชุติมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตามคำสั่งหมอก่อนมองหาอีกครอบครัวที่ยังมาไม่ถึงทั้งที่บ้านอยู่ในรั้วเดียวกันแต่มักมาถึงช้าเป็นประจำ “แล้วมนตรียังไม่มาอีกหรือ

พูดไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมดังลั่นมาจากหน้าบ้าน

“คุณย่าขา…” เป็นเสียงของแก้มหลานสาวคนเล็กวัยสี่ขวบเศษ น้องสาวต่างแม่ของเปมิกา ที่วิ่งถลาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสมร“แก้มมา แล้วค่ะ”

ผอ.อาวุโสยิ้ม ยกมือลูบศีรษะเด็กน้อย หน้าตาจิ้มลิ้มอย่างเอ็นดู

“มาถึงก็ส่งเสียงดังเชียวนะเรา”   

“ก็แก้มกลัวคุณย่าไม่รู้นี่คะว่า แก้มมาแล้ว” จีบปากจีบคอตอบ

“ต่อล้อต่อเถียงไม่มีใครเกิน”สมรต่อว่าแบบไม่จริงจัง “แล้วนี่พ่อแม่ไม่มาเหรอลูก?”

เด็กน้อยเดินมาเกาะเก้าอี้คุณย่าอย่างสนใจ

“กำลังมาค่ะ”

หญิงสูงวัยนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดขึ้น

“นั่นพี่แปม พี่สาวของแก้มที่เพิ่งเรียนจบ ไหว้พี่เขาสิลูก”

แก้มทำตามอย่างว่าง่าย พนมสองมือขึ้น ย่อเข่าน้อยๆทำความเคารพพี่สาวต่างแม่ที่คุ้นหน้าจากรูปถ่าย และคุยผ่านวีดิโอคอลหลายครั้ง

“สวัสดีค่ะพี่แปม” เด็กน้อยพูดไม่ถึงกับชัดเจนนักเงยหน้าขึ้นมองตาแป๋ว

“สวัสดีค่ะน้องแก้ม น่ารักมากค่ะ”เปมิกาทักตอบเสียงหวาน ยิ้มบางๆ ให้อย่างเอ็นดูหลังได้เจอน้องสาวตัวเป็นๆ ก่อนหล่อนไปเรียนต่ออีกฝ่ายอายุแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

“พี่แปมสวยจัง สวยกว่าดาราเสียอีก” 

“ขนาดนั้นเชียว” พี่สาวหลุดหัวเราะออกมา ย่อตัวลงเพื่อคุยกับอีกฝ่าย “พี่ขออุ้มได้ไหมคะ?”

“ได้ค่ะ” เด็กน้อยตอบอายๆ

สาวสวยจึงอุ้มอีกฝ่ายตัวลอย ก่อนยืนเต็มความสูงแก้มใช้สองแขนน้อยๆ กอดคอพี่สาวไว้แน่นด้วยกลัวหล่น

“เจอใครก็ปากหวานกับเขาไปหมดใครอยู่ใกล้ก็อดเอ็นดูไม่ได้” สมรแซวหลานสาวคนเล็กเรียกเสียงหัวเราะจากหลายคนที่อยู่ในห้องนั้น รวมถึงอินทุอร

“ดูไปแก้มหน้าคล้ายแปมตอนเด็กๆเหมือนกันนะครับ โตขึ้นคงสวยทีเดียว” ชนินทร์ชมขึ้นหลังพินิจพิจารณาหน้าหลานสาวสองวัยชัดๆ

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ” ผอ.อาวุโสเห็นพ้องด้วย ว่าพี่น้องคู่นี้คล้ายกันมากได้แต่หวังว่าโตขึ้นนิสัยจะดีเหมือนกันด้วย

“น้องแก้มเรียนชั้นไหนคะเปมิกาถามเด็กน้อยในวงแขน

“อนุบาลหนึ่งค่ะ”

“จะห้าขวบแล้วสินะ”

แก้มพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ

น่ารักจริงๆ

สาวหน้าหวานนึกชื่นชมเด็กหญิงในใจไม่ได้รังเกียจรังงอนที่อีกฝ่ายไม่ใช่น้องแท้ๆ ยังไงก็มีพ่อคนเดียวกัน จึงหอมแก้มอีกคนไปหลายฟอดเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก

“น้าอิน” แก้มร้องหาอินทุอรหลังกวาดตาไปเห็นอินทุอรเข้า

เปมิกาจึงวางเด็กหญิงลง มองน้องสาววิ่งไปอ้อนเธอคนนั้นกอดหอมทักทายอย่างสนิทสนม หล่อนไม่แปลกใจที่เด็กๆ จะติดอินทุอรแต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้เมื่อหวนคิดถึงการแสดงออกของชนเทพ

เด็กก็ติด หนุ่มก็หลง เล่นของหรือเปล่าคะเนี่ย?

ไม่กี่นาทีต่อมา แขกชุดสุดท้ายก็มาถึงมนตรีกับอรอุมายกมือทำความเคารพเจ้าของบ้านกับชนินทร์ก่อนรับไหว้คนที่อายุน้อยกว่า

“แล้วนี่มนต์ธรไปไหนสมรถาม หลังไม่เห็นหน้าหลานชายมาเป็นเดือน

“เอ่อ เขาบอกว่าติดธุระน่ะครับ”มนตรีแก้ตัวแทน โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายตัวดีหายหัวไปไหน

“งั้นก็ช่างเถอะ” หญิงอาวุโสไม่คิดใส่ใจกับหลานชายที่ไม่เอาไหนคนนั้นก่อนหันไปหาแม่บ้านเก่าแก่ “มากันครบแล้ว ให้เด็กจัดโต๊ะเลย”

“ค่ะคุณท่าน” แจ่มรับคำรีบไปจัดการตามที่เจ้านายสั่ง

“ยินดีด้วยนะคะที่เรียนจบ” อรนภาเอ่ยทักทายลูกเลี้ยง แทบจะทันทีที่มีโอกาสได้คุยกับเปมิกา

“ขอบคุณค่ะอาอร” หล่อนตอบอย่างสุภาพ แม้ไม่สนิทแต่ไม่ได้รังเกียจอะไรค่อนข้างชอบนิสัยใจคออีกฝ่ายที่คล้ายคลึงกับอินทุอร ใจดีและอ่อนโยนพอๆกัน...แต่คนน้องหน้าสวยคมและอารมณ์ดีกว่า

“ไปโต๊ะอาหารกัน จะได้ทานไปคุยไป”หญิงอาวุโสเอ่ยชวน

ชุติมาขยับรถเข็นของสมรไปยังห้องอาหารขยับให้เข้าตำแหน่งหัวโต๊ะ แขกคนอื่นๆ ลุกตามไปหญิงสูงวัยชี้ให้หลานสาวคนโปรดนั่งติดกับตัวเอง ถัดไปเป็นแก้ม อรนภามนตรีนั่งหัวโต๊ะอีกด้าน อีกด้านของสมรเป็นชนินทร์ ชนเทพ และอินทุอรตามลำดับ

สาวใช้สองคนช่วยกันตักอาหารสำหรับทุกคนเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

“วันนี้ย่าจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับแปมที่เรียนจบมาพร้อมคะแนนที่สูงมาก ย่าภูมิใจในตัวหลานมากนะ” สมรยกแก้วก้านใส่น้ำเปล่าชูขึ้น

ทุกคนยกแก้วที่วางข้างตัวขึ้นยกเว้นแก้มที่ทำหน้างง

“ขอบคุณค่ะคุณย่า” สาวสวยยิ้มกว้างหน้าบาน

“ยินดีด้วยนะแปม” / “ยินดีด้วยค่ะ”

“ยินดีด้วยนะคะน้องแปม” อินทุอรกล่าวเป็นคนสุดท้าย

“ขอบคุณค่ะ” เปมิกาพึมพำขอบคุณกวาดสายตามองเธอ ทั้งคู่สบตากันหลายวินาที แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแทนเหล้า

“ทานได้แล้ว” สมรเอ่ยชวนขึ้น “วันนี้กับข้าวน่าอร่อยมากทานไม่อิ่มห้ามกลับนะ”

“ครับคุณอา ผมล้างท้องมาแล้วไม่มีปัญหา” ชนินทร์รับมุกเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเจ้าของบ้านได้

ชนเทพเอื้อมตักปลาใส่ข้างจานของอินทุอรอย่างเอาใจ

“ปลาราดพริกครับคุณอิน”

“ขอบคุณค่ะ”  อินทุอรกล่าวอย่างเกรงใจ นั่งตัวเกร็งลีบอึดอัดไม่น้อยที่เขาปฏิบัติกับตนเป็นพิเศษ กลัวโดนเข้าใจผิดว่ามีใจให้ชายหนุ่ม ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยมองเขาเกินเพื่อน และเชื่อว่าคงไม่มีทางเกินกว่านั้นตลอดไป

อย่าทำดีกับฉันนักเลยฉันลำบากใจนะคะ

หลังทานเงียบๆ ไปไม่กี่นาทีเจ้าของบ้านก็เรียกชื่อครูสาว

“อิน”

“คะ” คนถูกเรียกตอบหลังกลืนอาหารลงคออย่างเร็ว

“เทอมหน้าสอนอาทิตย์ละกี่คาบ

“น่าจะสิบสี่หรือสิบห้าค่ะ” ครูสาวตอบอย่างไม่มั่นใจ หลังจำนวนห้องเรียนลดลง ประกอบกับในโรงเรียนมีครูดนตรีสองคนแบ่งสอนเท่าๆ กัน จึงไม่หนักเหนื่อยจนเกินไป

สมรขบคิดอะไรบางอย่าง

“ถ้างั้นครูฝากให้อินช่วยอะไรหน่อยได้ไหม

“อะไรคะ หญิงสาวเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

“ครูอยากให้อินเป็นผู้ช่วยแปมหน่อยน่ะ”

หืม!

อินทุอรทำหน้าแปลกใจ

“แล้วอินต้องทำอะไรบ้างคะ

“ก็ช่วยติดต่อประสานงานกับคนอื่นน่ะแปมเด็กกว่าเยอะ คงคุยลำบาก” ผอ.อาวุโสไม่มั่นใจว่าเหล่าครูใน‘รุ่งนพคุณ’ จะยอมรับเปมิกาง่ายๆ บางคนถืออาวุโสถือตัว คิดว่าตนเก่งตนเลิศ เป็นถึงครูบาอาจารย์

...ทั้งที่จริงแล้ว อาชีพครูก็เป็นแค่หัวโขนชนิดหนึ่งไม่ได้ต่างจากมนุษย์เงินเดือนอื่นๆ เลยมีทั้งคนเก่งคนไม่เก่งและคนดีคนไม่ดีปะปนกัน

อินเหมาะเป็นพวกประสานงามากกว่านะคะจะทำให้เละกว่าเดิมหรือเปล่า?

“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอไม่มั่นใจในความสามารถตัวเองนัก แต่ตั้งใจจะทำสุดความสามารถอย่างน้อยการช่วยงานก็จะได้อยู่ใกล้ชิด เพื่อปรับความเข้าใจกับเปมิกา

สมรหันไปทางหลานสาว

“แปมคิดจะทำอะไร ก็ปรึกษากับอินนะลูกช่วยกันคิดช่วยกันทำ โรงเรียนเราจะได้ก้าวหน้า”

ทำไมต้องเป็นอาอินด้วย?

หล่อนทำหน้าลำบากใจ แต่ก็รับคำ

“ค่ะคุณย่า”

สองสาวสบตากันด้วยความรู้สึกสวนทางฝ่ายหนึ่งดีใจที่มีโอกาสใกล้ชิด ส่วนอีกฝ่ายอยากถอยห่างไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย

“มีแปมกับหนูอินช่วยกันเรื่องโรงเรียน คุณอาคงสบายใจขึ้นมาก” ชนินทร์พูดเสริม

“อืม…” เจ้าของบ้านยิ้มบางๆ

สอพลอตลอด

มนตรีต่อว่าพี่ชายในใจ หมั่นไส้ชนินทร์ที่เป็นคนโปรดของมารดาเสมอมาทำอะไรก็ดีงามตลอด ผิดกับเขาที่โดนว่าเป็นประจำ จึงเข้าใจไปว่าแม่ลำเอียง

สมรเปลี่ยนไปสนทนาเรื่องอื่นบ้างเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะน่าเบื่อจนเกินไป

“ตาชนได้ข่าวว่ากำลังจะเลื่อนตำแหน่งหรือ

“ครับคุณย่า” เขาเอ่ยอย่างกระตือรือร้น“แต่ผมยังลังเลอยู่ครับ”

“ทำไมล่ะสมรซักต่อ

สายตาหลายคู่บนโต๊ะอาหาร หันมองชนเทพอย่างสนใจ

“เจ้านายเสนอตำแหน่งให้แต่ผมต้องย้ายไปภาคเหนือทำผลงานสักสองหรือสามปี ถึงจะย้ายกลับมากรุงเทพฯ ได้ครับ”

หญิงอาวุโสขมวดคิ้วกับเหตุผลของเขา

“โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยนะลูก” 

“แต่ผมไม่อยากไป ผมเป็นห่วงบางอย่าง…”เขาปรายตาไปยังอินทุอรอย่างมีความนัย

ที่แท้ก็ห่วงผู้หญิง

ผอ.อาวุโสส่ายหน้าอย่างรู้ทัน แล้วหัวเราะออกมา

“เรื่องนี้ย่าช่วยไม่ได้หรอกนะ”

ชนเทพทำหน้าผิดหวัง

“โธ่! คุณย่าอ่ะ”

“เรื่องแบบนี้ต้องไปคุยกับเจ้าตัวเอาเองเข้าใจนะ

“ครับ” เขารับคำเสียงเศร้าหลังฟางเส้นสุดท้ายหลุดลอยไป

ผู้ใหญ่ส่ายหัวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของเด็กอินทุอรทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่คิดจะสนใจเรื่องของชนเทพ ส่วนแก้มก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารแสนอร่อย

หรือจะเป็นเพราะอาอิน?

เปมิกานึกคลางแคลงทันเห็นสายตาที่กลอกไปมาของชนเทพที่ส่งมายังสมรดูมีพิรุธ ความรู้สึกที่เคยชื่นชมเขาในวัยเด็กแปรเปลี่ยนเป็นหมั่นไส้ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมากขึ้น

เฮอะ! แค่จีบยังไม่กล้าต้องให้คนอื่นช่วย คนแบบนี้จะดูแลอาอินได้ยังไง...ไม่ไหวเลยจริงๆ

การสนทนาเป็นไปอย่างอบอุ่นเป็นกันเองส่วนใหญ่เป็นการคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของผู้ใหญ่อินทุอรไม่มีโอกาสได้คุยกับเปมิกา ได้แต่สบตากันหลายครั้งแต่ดูหล่อนยังขุ่นเคืองตนอยู่ ครูสาวจิตใจห่อเหี่ยว ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวหรือง้ออย่างไรดีก่อนลากลับพร้อมกับแขกคนอื่น

ฉันผิดสัญญาอะไรกับน้องแปม...ทำไมฉันถึงจำไม่ได้?

สาวหน้าคมพยายามเค้นสมองจนหัวแทบระเบิด แต่ก็คิดไม่ออกคำพูดของหล่อนยังคงรบกวนจิตใจตลอดเวลาที่ขับรถกลับบ้าน ไม่อยากให้อีกคนทำเหินห่าง หรือเย็นชาใส่ตนแบบนี้เลย

พอคิดว่าเราต้องทำงานร่วมกัน แค่คิดก็หนักใจไม่น้อยไม่แน่ใจว่าจะช่วยกันรอด...หรือพากันล่มแทน

หากเป็นไปได้ เธออยากได้เด็กสาวแสนน่ารักคนเดิมกลับคืนมามากกว่าก่อนถอนใจยาวเหยียดเป็นครั้งที่ร้อย

กลับถึงบ้านประมาณสองทุ่ม ทิ้งตัวนั่งพัก ก้นยังไม่ทันร้อนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ครูสาวรีบกดรับหลังเห็นชื่อคนโทร...พิจิตรา

“ว่าไงคุณเพื่อน

“ว่างคุยหรือเปล่าเสียงอาจารย์มหา’ลัยกรอกถามมาตามสาย

“คุยได้ ฉันเพิ่งกลับถึงบ้าน”

“อย่าบอกนะว่าไปเดทกับอีตาพ่อม่ายนั่น”

“ไม่ใช่ไปกินเลี้ยงที่บ้านครูสมรต่างหาก” อินทุอรเฉลย

“แล้วไป นึกว่าติดใจหมอนั่นเข้าเสียแล้ว”อีกคนแซวขำๆ

“บ้าสิ! ติดจงติดใจที่ไหนกันแกพูดเรื่อยเปื่อย” คนฟังส่งค้อนให้โทรศัพท์ “น้องแปมกลับมาแล้ว”

“หลานสาวครูสมรเหรอ

“ใช่ โตแล้วสวยมากเลยล่ะถ้านาถเจอต้องชวนเป็นนางแบบแน่เลย” ครูสาวเอ่ยชมเปมิกาออกมา

สวยขนาดนี้ ต่อไปหัวกระไดบ้านคงไม่ทันแห้งแน่

“ขนาดนั้นเชียวคนฟังทำเสียงไม่อยากเชื่อ มองว่าเพื่อนสนิทเอนเอียงเข้าข้างหลานสาว“แล้วได้ถามหรือเปล่าว่า ทำไมหลานสาวสุดที่รักถึงไม่ยอมติดต่อกับแก

“ถามสิ” อินทุอรพูดเสียงเนือยๆ“น้องแปมบอกว่าฉันผิดสัญญา”

“สัญญาอะไร

“ไม่ได้บอก ฉันนั่งคิดจนหัวจะระเบิดอยู่เนี่ยเรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีใครจะไปจำได้ ฉันอุตส่าห์พูดด้วยดีๆ ก็ไม่ยอมพูดด้วย คนอะไรขี้งอนชะมัด”

พิจิตราหัวเราะลั่นไม่บ่อยนักที่จะได้ยินเพื่อนบ่นเป็นหมีกินผึ้งแบบนี้

“ช่วยไม่ได้แกก็พยายามคิดต่อไปก็แล้วกัน”

“ว่าแต่โทรมามีอะไรหรือเปล่า

“จะชวนไปช็อปปิ้งอยากได้ชุดทำงานใหม่ สนหรือเปล่า?”

“วันไหน กี่โมงครูสาวถามทันควัน

“เสาร์หน้าสิบโมงฉันเลี้ยงมื้อเที่ยงด้วย”

“แล้วนาถล่ะ?” ถามไปถึงเพื่อนอีกคน

“ฉันชวนแล้ว นาถบอกไม่ว่าง เราไปแค่สองคน”

“โอเค ไปก็ได้” อินทุอรรับปาก ตาเหลือบมองนาฬิกา “แค่นี้ก่อนนะได้เวลาดูหนังแล้ว”

อาจารย์สาวหัวเราะ ชินกับกิจกรรมของอีกคนที่เฝ้าจอโทรทัศน์เป็นปกติ จึงไม่คิดขัดความสุข

“ตามสบาย แล้วค่อยคุยกัน”

“บาย”

สาวหน้าคมกดวางสาย แต่ความกังวลยังคงตามรบกวนจิตใจ จนไม่มีสมาธิกับละครหลังข่าวเหมือนทุกวันจึงกดโทรออกไปหาใครคนหนึ่งแทน รอไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ

“โทษทีที่โทรมารบกวน” อินทุอรกล่าวอย่างเกรงใจหลังได้ยินคำทักทาย

“ไม่รบกวนหรอก อินมีอะไรหรือเปล่า?” สินาถถามตรงๆด้วยปกติเวลานี้เพื่อนจะไม่โทรมา เว้นแต่มีเรื่องสำคัญจริงๆ

“ฉันอยากขอคำปรึกษา”

“ว่ามาสิ”

“เวลาจะง้อคน ต้องทำยังไง?”

วันนี้ถามแปลกๆ

คนฟังนึกสนเท่ห์ ก่อนนิ่งคิด โดยไม่คิดซักไซ้รายละเอียด

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอันดับแรกก็ต้องขอโทษก่อน ต่อมาก็ต้องศึกษาว่าเขาชอบอะไรเป็นพิเศษก็หามาให้ หรือคอยเอาใจใส่ดูแลตื้อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะใจอ่อนนั่นแหละ ไม่นานก็น่าจะปรับความเข้าใจกันได้เว้นแต่คนนั้นจะใจแข็งเป็นหิน นั่นก็ช่วยไม่ได้”

สินาถเล่าจากประสบการณ์ตรง ในหลายครั้งที่เจอปัญหาเธอก้าวผ่านมาได้โดยการใช้ใจแลกใจและซื่อสัตย์กับตัวเอง

“แค่นั้น?”

“แกต้องแสดงออกอย่างจริงใจด้วยนะถ้าเสแสร้งแกล้งทำไม่นานอีกฝ่ายต้องรู้สึก...คราวนี้มองหน้ากันไม่ติดแน่”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปทำดู ขอบใจนะนาถ” อินทุอรกล่าวเบาๆ

“เรื่องเล็กน้อยเองสบายมาก”

“ฉันไม่รบกวนแล้ว แค่นี้นะ”

“อืม บาย”

นัยน์ตาคู่คมเป็นประกายวาววับ หลังตัดสินใจลุยต่อ

ให้รู้กันไปว่า น้องแปมจะงอนกันแค่ไหน

ง้อ

เจ้าไม่สนก็จะง้อไปเรื่อยๆ

ถึงจะเมื่อยเหนื่อยใจไม่หวั่นไหว

เย็นชาใส่ก็จะตื้อทนๆ ไป

อยากชิดใกล้อยากให้เราเป็นเหมือนเดิม.

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ ต้องมาลุ้นกันค่ะว่า อาอินจะง้อน้องแปมยังไง

E-book ได้อ่านในเดือนนี้แน่นอนค่ะ

พบกันใหม่ตอนหน้า

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2561 14:35:46 น. 0 comments
Counter : 120 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.