มีนาคม 2554

 
 
1
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
วิปัสนากรรมฐาน สีมันตะ จ.ลำพูน

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า บล็อกที่แล้วขออนุญาตย้าย เพราะเนื่องจากมายด์รู้สึกผิดต่อเจ้าของหอ ไม่รู้ซิ่ มายด์จะไปว่าเค้าอย่างนั้นก็ไม่ถูก


เค้าก็คงมีส่วนดีของเค้านั่นแหล่ะค่ะ พอดีอารมณ์ตอนนั้นโมโห ตอนนี้หายและ ^ ^ คนเราไม่ได้มีแต่ด้านไม่ดีทั้งหมดนี่หน่า


มายด์ไปอ่านบล็อกของหลายๆคนมา ทำไมมายด์รู้สึกว่า ส่วนใหญ่กำลังเป็นทุกข์กันอยู่นะ มายด์เลยคิดว่าจะใช้เวลา 45 นาทีที่เหลือ


ในการพิมพ์และกินข้าวไปด้วย แชร์ประสบการณ์ของมายด์ที่ได้จากไปวิปัสนากรรมฐานที่สีมันตะ ลำพูน ของท่านโกเอ็นก้า


ตอนนั้นมายด์มีความทุกข์มากๆๆๆ ทุกข์จากไฟนอล เลยคิดจะไปวิปัสนา มายด์ก็ไม่รู้หรอกนะว่าวิปัสนาคืออะไร แต่ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่า


อะไรดลใจให้มายด์ไปของท่านโกเอ็นก้า ปกติมายด์แทบไม่ย่างกรายเข้าไปในวัดเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่มีเวลาเข้าวัด


แต่เป็นเพราะ ไม่ชอบ! และ ไม่เชื่อ! ตั้งแต่ตอนเด็กๆมายด์เห็นเพื่อนที่ธรรมะธัมโมชอบโดนเพื่อนแกล้ง เพราะอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้


โตมาอีกนิด มายด์ก็พบเจอคนหลายๆคนที่ธรรมะธัมโม แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม และที่สำคัญ ก็ยังมีทุกข์ ขอยกตัวอย่างอาจารย์มายด์


ต้องขออณุญาตนะคะ ตอนนี้อาจารย์ท่านเสียแล้ว ในความคิดตอนนั้น และที่มายด์เห็นจริงๆ คืออาจารย์เป็นคนธรรมะธัมโม


สอนเด็กห้องไหนก็ปล่อยเกรด 4 ทุกคน ไม่ดุ ไม่ตีเด็ก เด็กไม่เรียนไม่ว่าเด็ก แล้วเด็กที่ไหนจะฟังหล่ะค่ะ เด็กก็ทั้งโดดบ้าง


บางห้องก็นั่งเล่นไพ่ ดีดกีต้าร์ต่อหน้าอาจารย์ อาจารย์ก็ยังไม่ว่า - -! อาจารย์กลัวบาปค่ะ มายด์ก็เลยคิดว่า เนี่ยหรอที่ว่าธรรมะดี


ไม่เห็นจะมีอะไรดีสักนิด มายด์เป็นคนที่ชอบคิดด้วย อาจเพราะมายด์เรียนกับฝรั่งด้วยมั้ง มันเลยทำให้เป็นตัวของตัวเองสูง


ฝรั่งชอบ discussion ซึ่งมายด์ว่าดี มาถกเถียงเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัน ถ้าฝรั่งผิด ฝรั่งก็จะยอมรับว่าผิด แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับคนไทย


เพราะคนไทยมีการถือตัว อาจารย์สอนว่าอะไรก็ต้องเชื่อ ไม่งั้นถือว่าลบหลู่หรือไม่เคารพอาจารย์ ตอนมายด์เด็กๆมายด์เป็นเด็กดีนะ


ผู้ใหญ่พูดอะไรเชื่อหมด โตมาก็เริ่มคิดได้ มายด์เคยได้ยินเรื่องบาปบุญ หรือกรรม แต่มายด์ก็ไม่เข้าใจมันเลยว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร


คนมักพูดกันแค่ว่า เอาของใส่บาตรพระแล้วจะได้บุญ แผ่เมตตาแล้วจะได้บุญ ฆ่าสัตว์บาป แต่ไม่เคยมีใครอธิบายให้มายด์ได้ซะทีว่า


บาปบุญจริงๆแล้วมันคืออะไร ทำไมทำพวกนั้นแล้วจะได้บุญ ทำพวกนี้แล้วจะบาป มายด์ก็เคยทำบาป เค้าบอกว่าคนทำบาปจะตกนรก


ตอนเด็กที่ได้ยินเรื่องนรกมา มายด์ก็กลัวตกนรก แล้วมายด์ก็รู้ว่าถ้านับถือศาสนาคริสต์ จะมีสารภาพบาป มายด์เลยอยากเปลี่ยนศาสนา


เพราะมายด์ไม่อยากตกนรก แต่ก็มาคิดได้ว่าทุกคนในโลกนี้ก็เกิดมาเหมือนกัน แต่ศาสนาจะทำให้ชีวิตหลังความตายของเราไม่เหมือนกันหรอ


มันดูเหมือนโลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย มายด์ว่าธรรมชาติน่าจะยุติธรรมกับทุกคน มันจะต้องมีอะไรที่เป็น international ของวิญญาณทุกดวงดิ่


หลังจากนั้นมา มายด์เลยไม่เชื่อในศาสนา แต่เชื่อในตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามายด์จะทำไม่ดีนะ มายด์เชื่อในผลการกระทำ


และก็ไม่ใช่ว่ามายด์ไม่นับถือพุทธศาสนา แต่มายด์เชื่อในบางเรื่องที่ตัดสินจากวิจารณญาณและประสบการณ์ตัวเองแล้วว่าใช่


มายด์ออกแนวแอนตี้พวกกสวดมนต์ ทำบุญโดยการใส่บาตรพระด้วยซ้ำ ลองคิดกันดีๆนะ ผู้คนมักจะมาบอกมายด์ว่า


สวดมนต์บทนี้แล้วเคยได้อย่างโน้นอย่างนี้ ทำไมมายด์จะไม่เคยลอง มายด์ลองแล้วแต่มันก็ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่มายด์ขอ มายด์เลยเลิกเชื่อ


ส่วนตักบาตรให้พระ มายด์เห็นหลายๆวัดมีคนบริจาคเงินตั้งเยอะ พระบางรูปเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือ วัดบางวัดหลอกผู้คนให้ทำบุญ


บ้างก็ว่าทำแล้วชาติหน้าจะสวย รวย ต่างๆนานา แล้วพระที่บวชไม่มีอะไรรับประกันว่านั่นคือคนดี คนที่ทำบุญ พอทำเสร็จมักบอกว่า


สาธุๆ ขอให้ลูกได้อย่างโน้นอย่างนี้ ได้บุญมากเลยนะเนี่ย พวกนี้มายด์ไม่ชอบ มายด์คิดว่าทำไมเราจะทำอะไรให้ใครต้องหวังสิ่งตอบแทน


มายด์ช่วยเหลือคน ให้ของคนอื่น มายด์หวังว่าจะช่วยคนพวกนั้นจริงๆไม่ได้หวังว่าสักวันหนึ่งพวกนั้นต้องมาตอบแทนมายด์ ไม่เคยจริงๆ


แต่ทำไมคนในศาสนาพุทธหวังเพื่อที่ว่าบบุญจะช่วยตนเอง โดยไม่คิดที่จะช่วยตนเองก่อน หรือช่วยเพื่อนมนุษย์ มายด์เลยคิดว่าเนี่ยหรอ


ศาสนาพุทธที่ว่าดี มีสิ่งหนึ่งที่มายด์เชื่อมาเสมอก็คือ ศาสนาแต่ะละศาสนาเป็นเหมือนเส้นทางเดิน แม้ว่าทางจะมีหลายเส้น


แต่จุดมุ่งหมายน่าจะไปจุดเดียวกัน ต่อจากนั้นมา มายด์เข้าวัดตามพ่อตามแม่ไป(โดนบังคับนั่นแหล่ะ) มายด์ก็จะมองวัดในอีกมุมหนึ่ง


มายด์จะมองว่าพุทธศาสนามาอะไรแฝงอยู่ มองดูว่ากำลังเล่นอะไรกับจิตใจหรือความกลัวของมนุษย์อยู่


อย่างสวดมนต์ มายด์คิดนะ ว่าสวดไปทำไม สวดแล้วจะได้บุญ มันเป็นคำพูดที่ไม่สมเหตุผลเอาซะเลย สวดมนต์ก็เหมือนเราสรรเสริญเทวดา


ฟ้าดิน พระพุทธเจ้าอยู่ แล้วทำไมการที่เราสรรเสริญอะไรต้องทำให้เราได้บุญ แต่ถ้ามองอีกด้านนึง มันอาจจะเป็นจิตวิทยา


 ในการทำให้จิตมนุษย์นิ่งขึ้น มีสมาธิ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งดี ตามวัด มักใช้สวรรค์นรกมาเล่นกับความกลัวของมนุษย์


เล่ามาซะยาว ขอเข้าเรื่องซะที ฮ่าๆ มายด์สะดุดกับธรรมะของท่านโกเอ็นก้าเพราะว่า ศาสนาไหนก็่เข้าได้


ไม่มีการสวดมนต์ ไม่มีการประกอบพิธีกรรม มายด์เลยเริ่มอยากรู้ ว่าพุทธศาาสนาไหนเนี่ย ไม่มีพวกนี้


แถมต่อท้ายด้วยว่าห้ามเชื่อ ให้พิสูจน์ด้วยตัวเอง มายด์เลยเริ่มอยากรู้ขึ้นเรื่อยๆ


พอมายด์ไปวิปัสนาที่นี่ เหมือนข้อสงสัยมายด์ทั้งหมดมันหายไปหมดเลย


ท่านโกเอ็นก้า ไม่ได้เป็นพระ เป็นคนธรรมดา ไปที่นั่น ศาสนาใดๆก็ไปได้ ธรรมะ เป็นธรรมชาติ เป็นสากล


ต้องบอกเลยว่าบางอย่างมายด์ก็เข้าใจ แต่บางอย่างมายด์ก็ยังไม่เข้าใจนะ


สองสามวันแรกท่านให้นั่งสมาธิโดยการทำอาณาปานสติ นึกว่าจะง่ายๆ โหย อาณาอะไรโคดยาก


ให้จับลมหายในว่ามากระทบตรงไหน รู้สึกยังไง โดยห้ามจินตนาการ! มันยากสำหรับมายด์ เพราะมายด์ชอบจินตนาการ


แล้วมายด์ก็มารู้ทีหลังว่าทำไม เพราะปัจจุบัน(จากที่สังเกตุลมหายใจตัวเอง และจิตใจ) คนเรามักอยู่กับอดีตและอนาคต


โดยให้ความสำคัญกับปัจจุบันน้อยเหลือเกิน ใจมายด์เหมือนลิงเลย วิ่งไปวิ่งมาจับแทบไม่ทัน


ส่วนการไม่จินตนาการนั้น ท่านมาเฉลยว่า เพราะว่ามนุษย์ปรุงแต่งกับสิ่งที่เห็นและความรู้สึก อืมมม มายด์ว่าก็จริงนะ


มีอยู่วันนึงมายด์ฝันแปลกๆ และพอที่ปฎิบัติอนุญาตให้พูดได้ มายด์ก็ไม่คุยกับเพื่อนๆ แล้วมีน้องพูดว่า หนูฝันแปลกๆ


มายด์เลยเริ่มนึกถึงฝันมายด์ มายด์ฝันเห็นรูปตั้งหน้าศพของใครบางคนที่ไม่รู้จัก ข้างหน้ามีที่ใส่อัฐิอยู่ได้ ตอนนั้นความจริงลืมไปแล้ว


แล้วเพื่อนอีกคนนึงก็เล่าให้ฟังว่า ที่ตัวเองไปปฎิบัติตามเวลาทุกเช้าเพราะกลัวผี ไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว


พอได้ยินดังนั้น จากที่นอนทุกคือไม่มีปัญหาอะไรมายด์เริ่มกลัว มายด์จินตนาการสารพัด ว่าถ้าเปิดประตูไปแล้วมีคนแขวนขออยู่หล่ะ


แล้วถ้านอนๆไปมีคนคลานออกมาจากช่องลมหล่ะ มายด์กลัวมากเลยนะ ยิ่งหลับตาภาพก็ชัดเจนขึ้น มายด์เลยรวบรวมความกล้า


แล้วลืมตาขึ้น สิ่งที่มายด์เห็นคือ มันไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างปกติดี เก้าอี้ยังเป็นเก้าอี้ ช่องลมไม่มีคนปีน เพดานไม่มีคนแขวนคอ


มายด์เลยเข้าใจความหมายของสิ่งที่ท่านสอน ท่านบอกว่า เราก็เหมือนศิลปินวาดภาพ ถ้าเรารักใครตั้งแต่แรกพบ


เราก็เป็นเหมือนศิลปินที่วาดภาพหญิงงาม พอวาดเสร็จก็ตกหลุมรัก ทั้งๆที่ทุกอย่างมันมาจากจินตนาการของเรา


ไม่มีความจริงอยู่เลย ถ้าเทียบกับประสบการณ์ตอนสอบไฟนอล มายด์ทุกข์เพราะว่ามายด์กลัวครอบครัวผิดหวังในตัวมายด์


โดยที่มายด์คิดเองไปต่างๆนาๆว่าถ้าเกรดไม่ดี ครอบครัวจะต้องผิดหวัง มายด์จะไม่มีหน้ากลับไปสู้ มายด์เป็นลูกอกตัญญู สารพัด


แต่ความจริงก็คือ ครอบครัวไม่ได้คิดอะไรเลย - -! ส่วนเรื่องบาปบุญ ที่นี่ไม่สอน สอนแค่ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ


สิ่งสัมผัสต่างๆเข้ามากระทบทวารของเรา เช่นขาชา จิตไร้สำนึกเราก็จะเป็นตัวโต้ตอบว่า ไม่ชอบ


วิปัสนาสอนให้ดูความเป็นไปของจิตใจ ให้แค่ดู แต่ไม่ต้องไปตัดสินว่าชอบหรือไม่ชอบ ตอนแรกมายด์ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร


แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว การที่เราทุกข์เพราะเราเอาใจไปเกี่ยวกับมันไว้เอง เพราะฉะนั้นเราทุกข์เพราะตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะบาปหรืออะไร


ท่านสอนให้แผ่เมตตาด้วยนะ แต่ไม่ได้เพื่อบุญ แผ่เผื่อส่งความรัก ความปรารถนาดีให้คนอื่นๆ สรุปแล้ว ธรรมะทุกอย่างที่มายด์เจอ


มันเป็นธรรมะสีดำนั่นเอง มายด์คิดว่าธรรมะที่นี่บริสุทธิ์มาก เพราะไม่ได้พูดถึงความเชื่องมงายอะไรทั้งนั้น สามารถอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์


แล้วยอมรับได้อย่างจริงๆ และบริสุทธิ์ใจ มายด์จะอธิบายทีละเรื่องให้ฟัง เรื่องแรก อาจารย์กลัวบาป บาปไม่บาปมันอยู่ที่ใจ


อาจารย์เข้าใจธรรมะผิดไป บอกแล้วว่าวัดภายนอกมักเล่นกับความกลัวภายในจิตใจมนุษย์ ถ้าคนมีธรรมะจริงๆ ดุเด็กได้นะ


แต่ดุก็ดุด้วยความรักเค้า แม้ว่าน้ำเสียงพูดดีๆด้วยไม่ได้หรอก ถ้าเรารักเค้าจริง ก็ต้องให้เค้าดำเนินอยู่ในทางที่ได้ ไม่ใช่ปล่อยไปแบบนี้


ส่วนสวดมนต์ อันนี้ไม่แน่ใจ ท่านไม่ได้อธิบาย แต่อธิบายบางท่อน ความหมายของบทสวดมนต์ มันเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าแอบแทรกไว้


อย่างแนบเนียนมากอ่ะค่ะ ท่อนแต่ละท่อนมันมีความหมายมากกว่าที่แปลๆกัน แต่มายด์ไม่เคยสวด อยู่นั่นก็ไม่ได้สวด เลยขอข้ามไป


แต่เรื่องนี้ ท่านโกเอ็นก้าพูดได้ถูกใจมายด์มาก ท่านยกตัวอย่างพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่า พระพุทธเจ้าคงเห็นแก่ตัว พระเจ้าต่างๆคงเห็นแก่ตัว


เพราะต้องการให้ผู้คนมาสรรเสริญตนเอง ยกยอปอปั้นต่างๆนาๆ การที่มนุษย์อ้อนวอนต่อพระเจ้า เพราะความกลัวทั้งสิ้น


แล้วท่านก็อธิบายว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้อยากให้ใครมายกยอ แล้วจึงวิเคราะห์บทสวดท่อนนึงให้ฟัง


ส่วนการให้ทานเช่นตักบาตร เป็นอุบายในการ ลด ego ของตัวเองลง ลดความเป็นตัวกูของกูลง


และท่านย้ำหนักย้ำหนาว่าพระพุทธเจ้าสอนว่า ท่านจงอย่างเพิ่งเชื่อให้ลองปฎิบัติแล้วเป็นคนตัดสินด้วยตัวเอง


อย่าไปเชื่อโดยที่เป็น blind faith ซึ่งมายด์ว่าตามวัดปัจจุบันเป็นบลายเฟธกันเยอะมาก


สิ่งที่พวกเค้าทำคือเล่นกับความกลัวของมนุษย์ มายด์ว่าพระส่วนใหญ่หน่ะยังไม่เข้าใจศาสนาพุทธถึงแก่นแท้จริงๆด้วยซ้ำ


ถ้าพุทธศาสนาบริสุทธิ์จริง ก็จะสามารถอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ และทำให้เห็นผลได้


ตอนนี้มายด์ต้องขออณุญาตไปก่อนนะคะ หมดเวลาแล้ว แล้วจะมาเล่าเวอร์ชั่นต่อไปให้ฟัง






Free TextEditor



Create Date : 23 มีนาคม 2554
Last Update : 23 มีนาคม 2554 17:18:57 น.
Counter : 313 Pageviews.

22 comments
  
น้องหนูมายด์ไปวิปัสนากรรมฐานมาเหรอจ๊ะ เก่งมากๆที่สามารถทำได้
พี่น้องหมูมีความคิดว่าจะไปตั้งแต่สามปีที่แล้ว
จนป่านนี้ยังบังคับตัวเองให้ไปจริงๆไม่สำเร็จซักทีเลยจ๊ะ

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะจ๊ะ
โดย: น้องหมู (tictin ) วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:17:54:41 น.
  
โห ขอเจิม ก่อนละกัน แล้วค่อยมาอ่านน้า
โดย: ck_naka วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:17:57:02 น.
  
พี่อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ
โดย: มิลเม วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:18:11:33 น.
  
น้องมายด์
พี่ทึ่งกับน้องมากเลยคะ
อย่าหาว่าพี่เชยเลยนะ พี่ไม่รู้จักท่านโกเอ็นก้า คะ

แต่พี่ ลองเสิร์ชดูแล้ว โดยพื้นฐานเดิมของพี่นั้น พี่ก็ไม่ศรัทธาในตัวเปลือกของศาสนาพุทธเท่าไหร่คะ ( ไม่ขอพูดถึงศาสนาอื่นนะคะ)

พี่ค่อนข้างจะแอนตี้ พวกพระทั้งหลายด้วยซ้ำ พี่จะไหว้แต่พระพุทธรูปคะ พี่ไม่ศรัทธาในวัดต่าง ๆ เลยคะ ไม่มีที่ไหนพูดถึงแก่นที่แท้จริง มีแต่เปลือก แล้วก็เปลือก

พี่เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับการวิปัสนาเท่าไหร่คะ ก็คือเป็นการปิดการรับรู้ นั่นแหละคะ คิดไปเองว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น

เพราะพี่เสียความรู้สึกกับ พระ และวัดต่าง ๆ เหลือเกินคะ ที่มุ่งแต่แข่งกัน ทำให้วัดเจริญ เพื่อจะได้มีเงินบริจาคเยอะ ๆ แถมพระบางรูป มีมือถือ นอนที่นอนดีมาก มีห้องแอร์ พี่ก็สงสัยในใจ นั่นคือการตัดทางโลกแล้วเหรอ แค่มาสวด ๆ สวดๆ ไป แล้วก็ได้เงินทำบุญ แล้วพี่จะไปทำบุญเพื่ออะไร บุญจับต้องได้เหรอ ?? แล้วพระที่เรากราบไหว้ รู้จักคำสอนดีแล้วหรือ? ?

พี่ค่อยอยากไปวัดเท่าไหร่เลยคะ พี่จะคิดอยู่เสมอว่า พี่สุขใจกับการให้ทาน ทั้งคน และสัตว์มากกว่า มันเห็นได้เป็นรูปธรรมชัดเจน ว่าผู้นันได้รับได้ใช้ มันเกิดความสุขใจมากกว่า

พี่ว่าการคิดได้ ด้วยตัวของเราเองเป็นสิ่งดีที่สุด

จนบางครั้งที่ทุกข์ใจ ก็ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ไปได้ เพราะใจมันมืดบอดคะ

อย่างที่ท่านโกเอ็นก้า บอก ทุกอย่างเป็นเพราะใจเราเอาไปเกี่ยวเอง เกิดขึ้นเพราะใจของเราทั้งนั้น

ใจที่ยึดติดกับอดีตเกินไป ทำให้เป็นทุกข์

และใจที่พะวงกับอนาคตเกินไป ก็ทำให้เป็นทุกข์เช่นกัน

จนลืมมอง ณ จุดที่เราอยู่ ณ ปัจจุบัน

ทุกอย่างเกิดเพราะใจจริง ๆ

พี่ทุกข์ใจมาหลายปี ก็เพราะใจจริง ๆ

ขอบคุณน้องมายด์ มากนะคะ ที่มาเปิดประตู การรับรู้ของพี่

รีบ ๆ มาต่อนะคะ

น้องมายด์รู้มั้ย สิ่งที่น้องมายด์เขียนมา มันเป็นคำตอบ

ของคำถามที่ ค้างในใจพี่ตลอดเวลาเลยคะ

พี่มีคำถามในใจมากมาย ที่ทำให้แย้งในใจเสมอ

คำถามที่แย้งในใจ ทำให้พี่ก่อกำแพงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวคะ


รีบมา up ต่อนะคะ

ตอนนี้พี่รู้สึกโล่งจังคะ ที่ได้อ่านประสบการณ์ของน้องมายด์คะ

ขอบคุณมากนะคะ








โดย: ck_naka วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:18:42:09 น.
  
เหอเหอ ตอบเม้นท์ยาวไปหน่อยนะคะ

มันเป็นเรื่องที่ค้างในใจมานานคะ

โดย: ck_naka วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:18:43:13 น.
  
ยาวววว จริงๆค่ะคุณซี

ยาวได้อิกนะ
โดย: นางฟ้าสีขาว และ เทวดาสีฟ้า วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:21:45:43 น.
  
จริงๆแล้ว สำหรับพี่นะ ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า
แต่การทำบุญ ให้ทาน เข้าวัด พวกพิธีกรรมอะไรต่าง
พี่คิดว่ามันเป็นเหมือนการปูทาง การสอนให้เรารู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน
มีเมตตา ไม่ยึดถือยึดติด เช่นว่า
ถ้าพี่ทำบุญให้ตัง ขอทาน พี่จะไม่คิดว่า
ขอทานเอาตังค์ไปทำอะไร ซื้อข้าวกินไหม
หรือว่าไปซื้อยามาเสพ ถ้าคิดแบบนั้นเราก็จะเป็นทุกข์
จิตใจก็จะไม่เบิกบาน

เหมือนที่ท่านบอกว่า ลดความเป็นตัวกูของ
ของกูนั่นแหละ ก็ให้เขาไปแล้ว ไม่ใช่ของกูแล้วจะไปคิดทำไม

เพราะเขาสอนให้คิดถึงคนอื่น แต่ไม่ได้สอนให้คิดแทน


ส่วนบาป บุญ คุณ โทษ มันเหมือนกับสอนให้คิดถึงจิตใจคนอื่น
ว่าการกระทำของเรา ทำให้เขาทุกข์ขนาดไหน
แบบ action = reaction ไรประมาณนั้น

ส่วนการสวดมนต์ สำหรับพี่เป็นเหมือนการฝึกจิต ช่วยสร้างสมาธิ
มันก็เหมือนกับการที่เราตั้งจิตจดเจ่ออยู่กับการสวดมนต์
มันทำให้ใจเรานิ่ง ไม่คิดถึงเรื่องอื่น

การแผ่เมตตาขออโหสิกรรม เหมือนการสารภาพบาป
ให้เราระลึกถึงสิ่งที่เราทำผิดพลาดในวันนี้ ต่อผู้อื่น
เมื่อนึกได้เราก็จะไม่ทำอีก ไรแบบนั้นอ่ะ

ส่วนการขอ ภาวนา อ้อนวอน สำหรับพี่มันเหมือนกับ
การที่เรา เรียน เหนื่อย ท้อ แล้วบอกตัวเองดังๆว่า สู้โว้ยยย อ่ะ
เพราะคงไม่มีใคร ร้องขอโดยไม่ลงมือทำหรอกมั้ง
เพียงแค่ต้องการกำลังใจ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมากกว่า

และทุกศาสนาความคิดพี่นะ พี่ว่าแก่นแท้ของมันมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
คือสอนให้เป็นคนดี ทำความดี คิดถึงผู้อื่น
เพียงแค่ว่า อาจถูกบิดเบือนจากผู้ที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้

แอบเถียง เรื่องตอนท้ายนิดหน่อย
พี่ว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้
ไม่งั้นพระพุทธเจ้าจะทรงตรัสเรื่อง บัวสี่เหล่า ไว้ทำไมจริงไหม

อดีตมีไว้มองย้อนไปเพื่อปรับปรุงปัจจุบันให้ดี แล้วเราจะได้อนาคตที่สวยงาม


ก็ไม่รู้ที่เข้าใจมันดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิดเหมือนกันอ่ะ
โดย: hajmist วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:22:10:07 น.
  
ลืม ว่าจะถามว่าที่มายด์ไปนี่ ไปได้ตลอดเลยใช่ป่าว
แล้วอยู่นี่อย่างน้อยกี่วันอ่ะ
โดย: hajmist วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:22:21:44 น.
  
มาส่งน้องมายด์เข้านอน
แปะไว้ก่อน ค่อยตามอ่านที่หลัง ปวดตา
โดย: toeyao วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:22:41:43 น.
  
จริงๆ แล้วธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นหลักธรรมที่มีเหตุ มีผล
ศาสนาพุทธไม่สนับสนุนการวิงวอนร้องขอ
เช่น อัตตาหิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

ศาสนาพุทธสอนให้ เราเป็นผู้ให้ เพื่อแบ่งปันผู้อื่น
มิใช่ให้เพื่อหวังความมั่งมีในภพหน้า
และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ธรรมะดีๆ ของท่านพุทธทาส หรือท่านอื่นๆ ไม่ได้ยิงโฆษณาถี่ยิบในละครหลังข่าว ผู้คนเลยไม่ค่อยได้อ่านแก่นแท้ๆ ของศาสนาพุทธกัน

เวลาไปวัดไปวา วัยรุ่นอย่างน้องมายด์จึงเจอความงมงายของวัดพวกนั้นจนสิ้นศรัทธา
ส่วนคนที่เชื่อง่าย ก็หลงเข้าใจว่าสิ่งที่อลัชชีพวกนั้นสอนสั่ง คือแก่นแท้ของศาสนาพุทธ ก็จะงมงายเช่นนั้นจนวันสุดท้ายของชีวิต

ผลก็คือคนรุ่นใหม่ เบื่อหน่ายศาสนาพุทธที่มองไปเห็นแต่พุทธพาณิชย์

นอกจากปฏิบัติธรรมของท่านโกเอ็นก้าแล้ว
อยากให้น้องมายด์ลองอ่านหนังสือธรรมะของท่านพุทธทาสดูนะ
เอาไว้ว่างๆ ลองอ่านดู เริ่มจากเล่มบางๆ ก่อน
ในห้องสมุดมหา'ลัยคงมีแหละ

หรือถ้าเป็นเรื่องเล่าสั้นๆ ที่อ่านแล้วให้ฉุกใจได้คิด
แนะนำ "หลวงปู่ฝากไว้" ของหลวงปู่ดุลย์
เสริ์ชเอาจากในกูเกิ้ลก็มีค่ะ


จะปูเสื่อ หมอน ผ้าห่มพร้อม รออ่านต่อไปของน้องมายด์นะคะ
โดย: คิคูจิโร IP: 125.25.32.73 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:22:51:54 น.
  
น้องจ๋า - สิ่งที่น้องกล่าวมา พี่ว่ามันคือแก่นและกุศโลบายของศาสนาเลยหละ ซึ่งในปัจจุบันมักได้มองไม่ถึงแก่นอันนี้เท่าไหร่คะ

ตัวพี่เองก็ไม่ได้เข้าใจในหลักธรรม มากมายนัก
พี่แค่ยึดหลัก คิดดี ทำดี เพียงแค่นั้น แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่พี่มีได้เท่าไหร่นักคะ

คุณคิคูจิโร - คำว่า พุทธพาณิชย์ เป็นสิ่งที่ขัดแย้ง และเป็นกำแพงในใจของ ซี มาตลอดเวลาคะ จนทำให้เราเพิกเฉยต่อศาสนา และไม่ได้สนใจศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่าไหร่นัก

แต่ตอนนี้ กำแพงได้ถูกทะลายแล้วคะ
ขอบคุณสำหรับ การแนะนำคำหลักคำสอนของท่านพุทธทาส นะคะ แล้วก็ หลวงปู่ดุลย์ด้วยคะ ซี จะตามหามาอ่านนะคะ

ขอบคุณที่ร่วมแชร์ความคิดดี ๆ คะ

ปล. น้องจ๋า การวิปัสนาของท่านโกเอนก้า จะมีตารางการปฏิบัติธรรมคะ แสดงใน web http://www.thaidharmma.net คะ รู้สึกว่าจะประมาณ 10 วันนะคะ
โดย: ซี (ck_naka ) วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:23:39:51 น.
  
แก้คะ http://www.thaidhamma.net คะ
โดย: ck_naka วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:23:40:41 น.
  
พี่จ๋า @ ครั้งแรกต้องผ่านหลักสูตร 10 วันก่อนค่ะ นับว่ายากพอสมควร
ไปวันแรกๆมายด์นี่แทบแดดิ้นชักแหง่กๆตาย แต่พอผ่านมาแล้ว
ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น จิตใจเข้มแข็งขึ้นเยอะเลยค่ะ ไว้จะเล่าให้ฟังในบล็อกหน้า
โดย: Mind IP: 192.168.100.2, 110.164.175.211 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:23:55:30 น.
  
ผมว่าชีวิตเราควรจะเดินทางสายกลางครับไม่ตึงไปไม่หย่อนไป
ถึงผมจะนับถือพุทธแต่ก็ไม่ได้ศรัทธาพระสงฆ์องค์เจ้าทุกรูปเหมือนกันครับ
ศาสนาเป็นบรรทัดฐานทางจิตใจของสังคมแต่ใช่ว่าใครนับถือแล้ว
จะเป็นคนดีเสมอไป ทำในสิ่งที่คุณมายด์คิดว่าดีว่าถูกต้องนี้แหละครับ
ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเชื่อในด้านดีๆของแต่ล่ะคนอยู่แล้ว


ป.ล.ผมชื่อยูครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ฮี่ๆ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:0:58:34 น.
  
ขอบคุณน้องมายด์ที่มาเล่าให้ฟัง รอวันต่อๆไปนะคะ
โดย: witch@thedog วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:7:19:35 น.
  
ขออนุโมทนาค่ะมายด์

ไม่พูดอะไรนะคะ มายด์พูดไปหมดแล้ว
จ๋าก็พูดไปได้ดีแล้ว

จะทำอะไรก็ขอให้จับ concept คือแก่นของการกระทำนั้นๆ ให้ได้

การกระทำอะไรก็ตามที่ทำให้โลภ โกรธ หลง ลดลงได้ เป็นการกระทำที่ถูกต้อง เป็นการตั้งความเห็นให้ถูกต้อง

ถ้าทำอะไรที่เป็นการเพิ่มกิเลสให้ทั้งตัวเองและผู้อื่น นั่นไม่ถูกต้องแล้วค่ะ ต้อง step ออกมายืนมอง แล้วปรับเปลี่ยนใหม่ซะ

ดีใจกับมายด์มากๆ ค่ะ
โดย: ดวงลดา วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:10:01:51 น.
  
ดีจังได้อ่านเรื่องอะไรแบบนี้ คือพี่ไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ค่ะ ได้อ่านแล้วก็เหมือนตัวเองได้ทำไปด้วย 555

อ่านตั้งแต่เมื่อคืน อ่านได้ครึ่งนึง เพิ่งมาอ่านต่อวันนี้อีกครึ่ง
โดย: is_ninja วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:12:22:06 น.
  
วันนี้ยาวเลย เดี๋ยวกลับไปอ่านที่บ้านนะคะ
โดย: ไม่รู้จะคิดถึงใคร วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:18:02:15 น.
  
อนุโมทนาครับ
โดย: คนผ่านมา IP: 113.53.39.144 วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:19:51:34 น.
  
เปิงละน้องมายศาสนาเหมือนเสื้อผ้าของเรานุ่งเราเป็นคนพัฒนาแล้วถ้าน้องมายไม่มีศาสนาเหมือนเดินแก้ผ้าบนถนนทดลองทำดูสิจะรู้ว่าเป็นอย่างไรศาสนาสอนคนจากป่าเถื่อนที่ไม่มีเมตตา
โดย: ปู่เกิ้ม IP: 119.31.11.240 วันที่: 26 กันยายน 2554 เวลา:3:41:38 น.
  
อันที่จริงโทษวัดวาอารามไม่ได้เราโง่เองไม่ศึกษาก่อนมีแต่มองภาพข้างนอกไม่เคยมองตัวเองก่อนก็โดนต้มจนเปล่ื่อยเลยโทษคนอื่นเหมือนคำว่ารำไม่ดีโทษปี่โทษกลองเป็นเก๊า
โดย: ปู่เกิ้ม IP: 119.31.11.240 วันที่: 26 กันยายน 2554 เวลา:3:46:33 น.
  
สุดท้ายและท้ายสุดก็ขออนูโมทนาบุญกุศลคือความดีที่น้องมายสร้างจากจิตแห่งตนได้บรรลุธรรมตามสภาพของตนคือไม่ไปสู่อบายมุขหรือซาตานหรือสิ่งไม่ดีขอสาธุ สาธุและขอให้เป็นบุคลาธิษฐานของคนอื่นรายต่อไปเตอะเจ้า
โดย: ปู่เกิ้ม IP: 119.31.11.240 วันที่: 26 กันยายน 2554 เวลา:3:49:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

windsylph
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ฉันคือสายลม...
I am Wind...
I am Sylph
บลอกเปรียบดังไดอารี่
ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตเด็กคนหนึ่ง
เจ้าของบล็อกทำไว้
เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆไว้เตือนใจตัวเอง
ความรู้สึกนึกคิดที่เขียนลงไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ^ ^
มายด์ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
บางทีก็ตัดสินใจไม่ถูก
มีอะไรสั่งสอนหรือแนะนำ
ทำได้เลยนะคะ ^o^



MusicPlaylistView Profile
Create a MySpace Playlist at MixPod.com