Group Blog
 
All blogs
 

คิดถึงนักเรียน ชะมัดเลย

มาทำงานได้ 2 วันแล้วหลังจากหยุดปิดเทอมไป 10 วัน มาทำงานที่โรงเรียนช่วงที่ยังไม่มีเด็กนักเรียนนี่ค่อนข้างทรมานเหมือนกันนะนี่ เพราะจะเรียกหาการใช้แรงงานเด็กไม่ได้เลยอ่ะ (จุ๊ ๆ อย่าเสียงดังไปเดี๋ยว เจ๊ ปวีณา เขาได้ยิน ไม่ใช่ เจ๊ปิ๊ก ปวีณา หงสกุล นะ ....แต่หมายถึง เจ๊ไก่ ปวีณา ทองสุก ที่เป็นนักยกน้ำหนักต่างหากเล่า 555 ก็เรื่องใช้แรงงานนี่นา เจ๊ปิ๊กแกใช้แรงงานที่ไหน มีแต่เจ๊ไก่ นี่แหละ ที่ อึ๊บ ซ่าส์ อึ๊บ โซ่ เด้ ยกลูกเหล็กอ่ะนะ เห็นแกใช้แรงยกทีไร กลัวแกขี้แต๊ก ชะมัด คนอาไร้ แรงดี อิ๊บอ๋ายเลยอ่ะ) จะเรียกใครมาแอบใช้ หรือจะใช้ใครก็ไม่ได้ เลยต้องใช้แรงงานตัวเอง 555 ..กรรมสนองเลยแหละครูขี้ใช้ เอ๋ย น่าเบื่อจริง ๆ .....

เพราะอะไรถึงนึกถึงแรงงานเด็กเหรอ อิอิ ....ก็วันนี้มาทำงานทั้งทีเห็นเพื่อนครูผู้หญิงชื่อว่าจุ๋ม เขาทำงานนั่งจัดหนังสือแบบเรียนให้นักเรียนในเทอมหน้าของทุกชั้นเรียนเลย ทำอยู่คนเดียว ทนเห็นคนอื่นลำบากลำบนไม่ได้ คนนิสัยสงสารขี้ เฮ้ย ขี้สงสาร แอนด์ใจดีอย่างผมเนี่ยะ ทนเห็นเขาลำบากได้ไงกันล่ะ ต่อมความดี มันเต้น ฮิบฮ๊อบ ตุบตับ ๆ เลยอ่ะ....ไม่ได้ ต้องไปช่วยเขาสักกะหน่อย ไม่ใช่อะไรหรอกมานั่งจัดอยู่หน้าห้องเราพอดีเลย ไม่ช่วยก็ดูกะไรอยู่ 555 (บอกเขาไปทำไมเล่า ความดีหดเลยนะ)

เลยมาช่วยเขาจัดเรียงหนังสือแล้วก็แบบเรียนของแต่ละชั้นเลย..อ้ายจัดเรียงหน่ะไม่ค่อยเท่าไรหรอก แต่อิตอนที่หาหนังสือของแต่ละวิชานี่สิ ยังกับเล่นปิดแอบไงงั้น กว่าจะจ๊ะเอ๋กับหนังสือที่ต้องการแต่ละเล่มได้ เล่นเอาลำบากไปเหมือนกัน แหม ๆ กว่าจะโป้งแปะ ได้แต่ละเล่ม ยังกับเล่นซ่อนหากันอยู่ไงงั้น ...ก็เพราะกล่องหนังสือจากที่สำนักพิมพ์เขาเอามาส่งไว้ให้นี่ก็ไม่ต่ำกว่า 60 - 70 กล่องแล้วละม้าง บางทีในกล่องเดียวกันใส่กันมาซะ 3 วิชา ตูจะบ้าตาย..5555...หน้ากล่องก็ไม่ระบุว่าวิชาไรบ้าง ชุ่ย ๆ จริง ๆ ชุ่ยกว่าเราอีกนะเนี่ยะ ขนาดเราว่าชุ่ยแล้วนะ ถ้าเอามาเทียบกันชนิดตัวต่อตัวนี่ต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่ายเลยนะนี่ ดีนะ ที่เราลิ้นสั้นกว่านิดนึง เขาเลยชนะเรื่องชุ่ยเลย อิอิ เราเลยดีกว่าซะเลยอ่ะ....โหต้องมา ก้ม ๆ ยืน ๆ คลาน ๆ นั่ง ๆ เพื่อเอาหนังสือจากในกล่อง มาจับแยกออกมาเป็นกอง ๆ ว่าวิชาไรบ้าง แล้วก็แยกเป็นของแต่ละห้องต่ออีกว่าระดับชั้นนี้ ห้องนี้ สาขานี้ สั่งหนังสืออะไรบ้าง .......แล้วยังจะต้องจัดหนังสือให้เป็นหมวด เป็นจ่า เอ้ย เป็นหมู่ให้เรียบร้อย...เล่นเอาทั้งเหงื่อ ทั้งขี้ แตกไปพร้อม ๆ กันเลย .....นี่ขนาดอากาศข้างนอกของวันนี้เนี่ยก็ออกจะเย็นสบาย ฝนก็ยังตกอยู่ แอร์ก็ยังเปิด ทำไปทำมา มันชักจะร้อน เหงื่อไหลย้อยเลยอ่ะ...นี่ถ้าอากาศร้อนอย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สงสัยมีหวังได้จับตัวประกันมาเอามีดจี้คอหอย (คอหอยมันอยู่ตรงไหนของหอย อ่ะ อยากรู้จริง ๆ ช่วยบอกหน่อยเหอะน่ะ) เป็นข่าวดังบนหน้าหนังสือพิมพ์ไปแล้วละมั้งนี่ว่า "ครูหนุ่มสุดหล่อเอามีดจี้ตัวประกัน" พิมพ์ไปก็เขินไป แต่เรื่องจริงจะไปเขินทำไม๊ 5555

แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าเรามีแรงงานเด็กมาช่วยเรายก ช่วยเราจัด ช่วยเราเรียงนะ ป่านนี้สบายไปแล้ว เพราะเราก็คงจะได้แต่ชี้นิ้ว ๆ ๆ ยังกับเนรมิต 5555 แต่นี่ยังไม่มีแรงงานของเด็กมาใช้เพราะเด็กยังไม่เปิด ซิง เอ้ย เทอม... โอวพระเจ้าจอร์จ เลยต้องมาเหนื่อยจนขี้แตก เหงื่อแตกอย่างนี้ แย่จิงวุ้ย จะว่าไปเป็นครูนี่ ก็ขี้ใช้นิ๊ ทำไงได้ มันเป็นนิสัยของพวกครูไปแล้ว นี่นา เหรอว่าจะเถียง...

ตอนแรกก็ทำกันอยู่ 2 คนแหละ แต่ด้วยความมีใจเมตตา เพราะพวกผมส่งสายตาไปปริบ ๆ เรียกร้องความน่าสงสารออกไป บางคนก็สื่อกับเราไม่ได้ (อ้ายพวกไม่มีน้ำใจ อ้ายพวกเลว..ว.ว.) แต่บางคนก็มีน้ำใจน่ะ เลยไป ๆ มา ๆ ก็มีเพื่อนครูคนอื่น ๆ มาช่วย ๆ กัน เป็น 5 คน เริ่มสบายขึ้นมาหน่อย เพราะถ้ามีคนมาช่วยกันเยอะ ๆ เราก็สามารถกลายเป็นคนภาคเหนือได้โดยปริยาย 5555 (ไม่เข้าใจอีกละสิว่ามันเกี่ยวอะไรกับการเป็นคนภาคเหนือ ก็คนไทยภาคกลางเวลาพูดเขาจะเรียกว่า "พูด" คนใต้เรียกว่า "แหลง" คนอีสานเรียกว่า "เว้า" แต่ถ้าเป็นคนเหนือเขาจะเรียกว่า "อู้" นั่นแหละ คือคำตอบ เข้าใจยากนักนะเรา สรุปว่าเก็ตไหมนี่) มีเวลาแอบติดชิ่งได้บ้าง พอให้ไม่น่าเกลียด 5555..ทำไปทำมา จะว่าไปก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำนะ ยิ่งตอนที่เอาหนังสือมาเรียง ๆ ใส่ ๆ ผูก ๆ ถุงก๊อปแก๊ปเรียงให้เป็นคน ๆ นี่ ยิ่งมันส์หย่ายเลย ไม่เชื่อพรุ่งนี้ลองมาช่วยผมสิ แล้วจะรู้ว่ามันมันส์ และสนุกขนาดไหนกัน 55555 มาสิมาลองดู (โฆษณาชวนเชื่อ หย่ายเลยนะนี่)...

สงสัยสัปดาห์นี้คงจะต้องเห็นอ้ายพวกหนังสือเรียนพวกนี้วนเวียนอยู่ในสมองตลอดทั้งอาทิตย์แน่ ยก ๆ เรียง ๆ ใส่ ๆ ผูก ๆ ยก ๆ วาง ๆ อยู่แค่นี้ ได้อารมณ์สาวโรงงานมากเลยนะนี่...จะว่าไปพวกสาวโรงงานนี่ก็น่าสงสารเน๊อะ เมื่อก่อนเคยพานักเรียนไปดูงานที่โรงงานนะ เห็นพวกสาว ๆ พวกนี้บางที่ไม่ได้นั่งด้วยนะ ยืนทำด้วย ตรงที่ทำงานก็จะต้องทำแต่งานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ท่าทางคงจะน่าเบื่อเหมือนกันนะนี่ ดีไม่ดี เวลากลางคืนฝัน ๆ อยู่ละเมอขึ้นมาทำงานซะงั้น ก็คงจะต้องมีบ้างหล่ะน่า ขนาดเรายังละเมอสอนหนังสือ ไล่เตะ ไล่ด่า เด็กนักเรียนเล้ย...แล้วคนอื่นจะไม่เป็นได้ไง

พูดถึงเรื่องฝันแล้วนึกขึ้นได้เรื่องนึง เพื่อนครูในแผนกคนนึงชื่อว่า อ้ายอุ้ม แต่ตอนนี้ลาออกไปแล้ว มันมาเล่าความฝันให้ฟังว่า มันไปสอนเด็ก ปวช.1 แล้วมีเด็กคนนึงคือไอ้เหลี่ยม (ตั้งชื่อมันกันเองตามหน้าตาที่เหลี่ยม ๆ แบน ๆ เลยเรียกมันว่าไอ้เหลี่ยม เพราะแรก ๆ จะเรียกมันว่าไอ้แหยม เพราะหน้ามันจะกาง ๆ คล้าย ๆ หม่ำ จ๊กม๊ก แล้วหนังเรื่องนั้นกะลังดังในตอนนั้นด้วย สักพักอิทธิพลของหนังเรื่องแหยมยโสธรหมดลง แต่ กระแสเรื่องอะไรเหลี่ยม ๆ มาแรงก็เลยเรียกอ้ายเหลี่ยมมาจนติดปาก) เด็กคนนี้มันจะค่อนข้างกวนตีน ชอบแหย่ ชอบแขวะ ชอบเถียง ชอบกัด ชอบกวนตีนอาจารย์ มันเลยค่อนข้างฝังใจเอาเก็บไปฝันว่า สอน ๆ อยู่ไอ้นี่มันก็กวนตีน เถียงกับมัน จนทะเลาะไปกับอ้ายเหลี่ยมเลย จนมันอ้ายเหลี่ยมมันเถียงไม่ขึ้น มันเลยถุยน้ำลายใส่หน้าอ้ายอุ้มซะเลย ด้วยอารมณ์โมโห อ้ายอุ้มเลยกระชากคอเสื้อมันขึ้นมา อ้ายเหลี่ยมเลยชกหน้ามันกลับซะ ไป ๆ มา ๆ ก็เลยตะลุมบอนกันอย่างนั้นแหละ จนมันต้องสะดุ้งตื่นจากฝันขึ้นมาด้วยความตกใจ......พอมันไปสอนหนังสือห้องนี้จริง ๆ แล้วเห็นหน้าอ้ายเหลี่ยม มันบอกว่าแม่งโคตรเกลียดขี้หน้ามันเลยหว่ะ เดี๋ยวปั๊ดแกล้งมันซะเลย.....น่านทะลึ่งเอาเรื่องความฝัน มาเป็นอารมณ์ได้อีก เพื่อนตู...เราเลยบอกมันไปว่าฝันใกล้รุ่งเนี่ย เขาบอกว่าอาจจะกลายเป็นจริงก็ได้นะ 5555...มันเลยบอกว่างั้น ๆ ต้องระวังตัว เคยระงับอารมณ์มันดีกว่า...5555........แต่ท่าทางอ้ายอุ้มนี่มันคงจะเกลียดความกวนตีนของอ้ายเหลี่ยมนี่พอควรเลยละมั้งเนี่ยะ..ขนาดเก็บเอามันไปฝันได้ เนี่ยะ....เวง จริง ๆ




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2550 20:14:52 น.
Counter : 125 Pageviews.  

น้องฝน มาแล้ว..!!!

ฝนเทลงมาซะชุ่มฉ่ำเลยเชียวครับ..เลยทำให้โปรแกรมการไปเที่ยวทะเลเพื่อเลี้ยงอำลาชีวิตโสดเพื่อไปแต่งงาน อุ้ย ไม่ช่าย เลี้ยงอำลาวันปิดเทอมของผมได้สิ้นสุดลงแล้วต่างหากเล่า.. เพราะวันนี้จะเป็นที่ผมได้เริงร่าท้าลมฝน อยู่ที่บ้าน...แต่พรุ่งนี้สิครับ เป็นวันที่หลาย ๆ คนได้หยุดงานเพราะเป็นวันแรงงานแห่งชาติ แต่ตัวของผมเองนี่สิต้องแหกขี้ตา ไปทำงานแล้วก็สแกนกีบแต่เช้า เวงกำ..งั้นพรุ่งนี้แทนที่จะได้ท้าลมฝนอยู่กะบ้าน เลยต้องไปท้าลมน้ำลายอย่างกับห่าฝนของอิตาแป๊ะเสียแล้ว เวงกำ มีซีม่าไหมจะมาทาหน้ากันเอาไว้ก่อน เดี๋ยวสังคังมันจะขึ้นหน้า (ท่าทางซีม่า ก็คงจะเอาไม่อยู่เพราะว่าหน้าผมหนาม๊าก ๆ อิอิ)

ขอตัวก่อนนะ...เพราะแม่บอกว่าจะพาไปนครปฐม ไปหาไขมันมายัดพุง นุ่ม ๆ เสียก่อน ไม่เชื่อลองมาซบดูสิครับ อุอุ แล้วกลับมาจะมาโม้ต่อ



กลับมาแล้ว..จ้า ตอนแรกก็อุตส่าห์ดีใจ นึกว่าจะได้กันปิ๊ซ่า เอ้ย พิซซ่า เพราะไม่ได้ลิ้มลองรสชาดของมันมานานพอดูแล้ว จนต่อมรับรสบนลิ้นของผมมันลืมรสชาดของเจ้าพิซซ่านี่ไปแล้วว่ารสชาดมันเป็นยังไง ขม ๆ หวาน ๆ หรือป่าวน้า...จะมีใครเอามาให้ชิมบ้างละสินี่ ขอถาดใหญ่นะครับ ส่วนหน้าขอเป็นพิซซ่าน่าตบ หรือน่าเตะก็ได้นะครับ ส่วนน่ารักไม่เอาแล้วนะครับเพราะเท่าที่ผมมีอยู่ มันก็ออกจะมากเกินไปแล้วละครับ อิอิ ขอบอก ๆ ..ล้อเล่นน่า..เอาเป็นพิซซ่าหน้ามีทเลิฟเวอร์ หรือไม่ก็หน้าซุปเปอร์สุพรีมนะครับ...(อย่ามาตลกหลอกแดก หน่อยเลยเอ็ง จะขอเขาชิมทั้งที ล่อซะถาดใหญ่เลยนะเอ็ง เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ชอบ อ่ะครับ) เดี๋ยวมาคนน่ารักขอตัวไปโรงงานก่อนไปช่วยกิจการที่บ้านยกน้ำขึ้นรถก่อนเดี๋ยวมาเม้าใหม่ครับ

มาเม้าท์ต่อแบบข้ามวันเลยเชียวเรา มาม่ะมาอ่านเร้ว

ก็ในใจคิดว่าจะได้เอาลิ้นไปแตะเจ้าพิซซ่าเสียหน่อย แต่แล้วก็กลายเป็นแห้วไปเสียได้ เค็มดีอร่อยดี มัน ๆ ด้วย ไม่ช่ายกินแห้ว แค่คำเปรียบเทียบ ว่ากูแห้วเสียแล้วไง๊ ทำเป็นซื่อใสอยู่ได้ จากพิซซ่าเปลี่ยนมาเป็นอาหารป่า เอาว่ะ ซ่า ๆ ป่า ๆ สระ ห่า เอ้ย อ่า เหมือน ๆ กัน รสชาดก็คงไม่ทิ้งกันมากหรอกน่า อิอิ.....ที่สำคัญชาตินิยมอีกด้วยนะนี่...แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือได้กินอะไรฟรี ๆ มันก็ดีอย่างงี้แหละ อิ่มจังตังค์อยู่ตรบเนี่ยะของชอบเลย...ทานเสร็จ ร้านนี้ชื่อไร้นอะไรก็ไม่รู้สนใจแต่อาหาร เลยไม่ได้จำชื่อร้าน 555 ช่วงนั้นสมองมันมีแต่เรื่อง กิน ๆ ๆ ๆ ๆ รู้แต่ว่ามันอยู่แถว ๆ ตำบลโพรงมะเดื่อ จ.นครปฐม อยู่ถนนข้าง ๆ ห้างแม๊คโคร นครปฐมอ่ะ เข้าไปก็น่าจะลึกขนาดที่ปลา ที่ไม่ใช่เจ๊ปลา แต่เป็นทะเลน้ำลึกดึกดำบรรพ์อาสํยอยู่ได้ก็แล้วกัน (เอ...มันจะดึกดำบรรพ์มากกว่าเจ๊ปลารึป่าวนี่ไม่แน่ใจ) ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือเข้าไปลึกมาก ถ้าเป็นป่าก็ลึกขนาดที่สามารถเจอหมี เจอเสือได้เลยอ่ะ (ช่างเปรียบเทียบ ๆ)

กินมันสารพัด เลยอ่ะ แต่ถึงแม้จะเป็นร้านอาหารป่า แต่เวลาทานคนในเมืองกินก็เลยสั่งเมนูที่ไม่ค่อยจะป่า แต่กิริยาการกินของคนทานนี่สิป่า (เถื่อน) ชัด ๆ (โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้าเอง แหม ๆ ว่าตัวเองก็เป็นนิ แบบว่ารู้ตัวเองไงเล่า) อยากรู้เมนูใช่ไหม ก็มี เนื้อแดดเดียวทอด 2 จาน, ผัดเผ็ดหมูป่า, ส้มตำปลาดุกฟู, เนื้อย่าง, ปลาหมึกนึ่งมะนาว (<=== ปลาหมึกเนี่ยเหรอป่า), เต้าหู้อบหม้อดิน, ปลาเห็ดโคนทอด, ปลาแรด (ไม่ได้ด่าเจ๊ปลานะจ๊ะ) ทอดกระเทย อุ้ย ทอดกระเทียม, ทอดมันปลากราย.... โอ๊ยไม่อยากนึกแล้ว นึกแล้วหิวเลย อาหารจานหย่ายมาก ๆ นี่ถ้าไม่ได้ผมนะ ของเหลือแน่ ดีนะ ที่มีผมอยู่ 555 ฟาดไปเกลี้ยงอย่างกับเช็ดจาน.....เขาอุตล่าห์เลี้ยงแล้วต้องกินสงเคราะห์เขาเสียหน่อยเดี๋ยวจะเสียกำลังใจในการจ่ายตังค์ ..

ทานเสร็จก็ไปเดินแม๊คโครต่อเลย...อ้าวเกิดอะไรกับห้างนี้ขึ้น ในห้างมืดมาก เปิดไปแบบเปิดดวงเว้น 2 ดวง แอร์ก็ไม่ค่อยจะเย็น อ่อ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น(ความเสือก)ของผม ไปถามพนักงานขายที่นั่นเขาบอกว่า หม้อแปลงระเบิด ไฟดับมา 1 ชั่วโมงแล้ว...แหม ๆ ไม่น่าเล้ย เสียบรรยากาศช๊อปหมด แต่ก็ยังมีไฟนะ ก็เลยไปหาซื้อสินค่ที่อยากจะเอามาล้างปากเสียหน่อย....ก็เลย ไปซื้อเงาะมา เกือบ 5 โล ไปชั่งมาเรียบร้อยแปะสติกเกอร์ราคาด้วยน่ะ ยังไม่พอมังคุดอีก 5 โลกว่า ๆ ยัง ๆ ส้มสายน้ำผึ้งสุดแสนโปรด ยืนเลือกตั้งนาน ได้มาแค่ 2 โล เดินไป เจอมันฝรั่งทอดฟริงเกอร์ กระป๋องสีออกม่วง ๆ ไม่รู้ชื่อรสอะไร แค่เห็นข้างกล่องแปลกดีก็คว้าเลย เดี๋ยวค่อยดูรสมันทีหลัง เพราะของกินยังไงก็ได้กินอยู่แล้ว และที่สำคัญที่สุดไม่ต้องจ่ายเอง 555 แล้วไหนจะของน้องสาวทั้ง 3 คน ของแม่ ของยายอีก เต็มรถเข็นจนได้....ไปดีกว่าไปจ่ายตังค์........แว่ว...ว.ว. ต่อแถวนี้แหละ..ยืนรอคิดตังค์ได้สักพักใกล้จะถึงคิวเราแล้ว...แต่เครื่องปรินต์ของห้าง จู่ ๆ ก็แง่ก...ก..ก พิมพ์ไม่ออกเลยซักเครื่อง จาก 10 กว่าเครื่องของห้างนิ่งสนิท...ในเวลาพร้อมกัน...พนักงานบอกว่าไฟไม่พอ เป็นอันว่าของบนรถเข็นของเราก็เป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวแล้วสินี่ โถ ๆ เลยต้องจำใจ โบกมือบ้ายบายจากเจ้ารถเข็นคันนั้นเสียแล้ว ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ อดกินอะไรล้างปากเลยอ่ะ....แต่บางคนสิน่าสงสารอย่างค่ายทหารไรไม่รู้ที่เมืองกาญฯ รู้สึกว่าเขาจะเป็นทหารน่ะ เห็นเขาซื้อของขึ้นรถหกล้อ ของที่เขาเข็นใส่รถเข็นมากเกือบ 10 กว่าคันนี่สิต้องแหกขี้ตารอไฟมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่มันจะมาเมื่อไร ขืนกลับไปมือเปล่าโดนด่าแน่ เลยนิ่งแหง๊กรออยู่แถว ๆ นั้น....ลูกค้าแต่ละคน แห้วกันสนิท...ไม่มีของติดไม้ติดมือกลับบ้านเลย..สงสารห้างเน๊อะ คงแย่เลย อดตังค์เลยอ่ะ .......

ส่วนตอนเย็น 19.00 น. ก็เลยไปย่ำขี้โคลนประดุจว่าเป็นพระยาโคถึก ลุย ละเลง ขี้โคลนอยู่ในตลาดนัดนั่นแหละ เดิน ๆ ตามน้องสาวไปช๊อปปิ้งมาราธอน กว่าจะกลับได้ตั้ง 3 ทุ่มกว่า เซ็งจิตจริง ๆ เดินซื้อของกับพวกผู้หญิงนี่ ไม่น่าพลาดมาด้วยเล้ย..ย.ย.ย ...เอแต่ก็ดีนะได้เสียตังค์ด้วยนะนี่เพราะมือถือเราไม่ค่อยสบายพอดี คือไมค์ที่ตัวเครื่องมันพูดแล้วคนอื่นเขาไม่ได้ยิน เลยต้องใช้สมอลถอก เอ้ย ทอล์กพูดถึงจะใช้งานได้ ก็เลยเอาไปซ่มอที่นัดเสียเลย...เสียค่าซ่อมไปอีก 100 บาท ที่จริงก็ว่าจะซ่อมเองนะ เพราะรู้อาการเสียคร่าว ๆ อุตส่าห์ไปหาซื้อไขควงแกะมือถือมาตั้ง 20 บาท แกะไปแกะมาอิตรงด้านบนมันงัดไม่ออก จะงัดแรง ๆ ก็กลัวแตก...แต่พอเห็นช่างเขางัด เปิดมาแบบไม่กลัวว่ามันจะเสียเลย (ก็ใช่สิ ไม่ใช่ของมัน นี่นา เรากลัวเสียเลยไม่กล้างัดแรง ไม่งั้นไม่ต้องซ่อมแล้ว แต่ด้วยความกลัวของเจ๊ง ให้เขาทำดีกว่า 555) พอเปิดมา เอาหัวแร้งจี้ตะกั่ว จิ้ม ๆ ที่ขั้วโมค์ 2 ที ใช้ได้เลย เฮ้อ...ใช้งานได้ละ....แค่เนี่ย 100 บาท 5555

พอกลับถึงบ้านไม่ไหวล่ะขอตัวไปอาบน้ำ แต่งตัว ไปโทรคุยกะแฟนดีกว่า เท่านี้แหละ อิอิ




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 15:13:28 น.
Counter : 121 Pageviews.  

ก็บอกแล้วไง..ล่ะว่า...เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน..

หวาย ๆ เมื่อวานมีข่าวร้ายเรื่องน้ำมันขึ้นราคาอีกตั้ง 40 สต. แต่ยังดีที่มีพายุฝนถาโถมกระหน่ำมาช่วยให้คลายร้อน คลายกลุ้มเรื่องน้ำมันไปได้ เพราะวุ่นวายกลับการวิ่งไปปิดหน้าต่าง ทั้ง 5 ชั้นของบ้านตั้ง 2 หลัง วุ่นวายจนพุงลดไปเกือบ 2 นิ้ว ได้มั้งนี่.... ว่าแล้ววันนี้เหตุการณ์ในสภาพปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยมีอะไรที่โดดเด่นอีก เลยจำใจต้องปัดฝุ่นเครื่องไทม์แมชชีนเครื่องเก่าเอามาใช้อีกสักหน่อย (สงสัยพักนี้จะต้องใช้เจ้าเครื่องนี้บ่อย ๆ แน่ ๆ ถ้ามีเรื่องไรเด็ด ๆ จะได้พักเครื่องนี้ซะหน่อย ว่าแต่จะเมื่อไรละ) แต่จะว่าไปก็ดีอย่างที่เจ้าเครื่องนี้ไม่กินน้ำมัน ไม่งั้นคงแย่อ่ะครับ เล่นขึ้นราคามหาโหดเกือบจะเฉียด ๆ 30 บาทต่อลิตรอยู่แล้วนี่...แอ๊ะ ๆ สังสัยละสิว่าเจ้าเครื่องนี้กินอะไร ถ้ามันไม่กินน้ำมัน5555 ก็มันกินแรง ไงครับ กินแรงที่จะเขียนเรื่องปัจจุบัน แต่ไปเขียนเรื่องอดีตแทนอ่ะ...

เข้าเรื่องดีกว่าวันนั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งในชั้น ม.3 สมาชิกในกลุ่มเดิมก็มีอันต้องพลัดพรากจากกันไปอยู่กันคนละห้องตามที่เราได้เลือกสายที่จะเดินเอาไว้ตั้งแต่ตอนกำลังจะจบชั้น ม.2 ในคาบวิชาแนะแนว ....ผมเนี่ยระเห็จออกไปอยู่ห้องที่เกี่ยวกับสายพาณิชย์ ม.3/11 เพราะในการเรียนจะเน้นหนักไปยังเรื่องการทำบัญชี แล้วก็พิมพ์ดีด ประมาณว่าจะผลัก ๆ ไปเรียนพวกบริหารธุรกิจต่อ ๆ ไปอ่ะมั้ง แล้วผมก็อยากจะจบมาเป็นนักธุรกิจด้วยละม้าง (ไม่ใช่สักกะหน่อย กะว่าจะเดินตามรอยเท้าพ่อ เพราะว่าพ่อผมตอนนั้นเป็นผู้จัดการธนาคาร เลยอยากจะทำงานธาคารบ้าง จะได้ไปสมคบกับคนในนั้นมาปล้นธนาคาร บ้า ไม่ช่าย ๆ เพราะว่าจะได้แต่งตัวดีดี อยู่ในห้องแอร์นะสิ แต่ว่ารอยเท้าของพ่อผมหนักไปนิ๊ด เลยดำเนินรอยตามไม่ได้ อ่ะ เพราะอาจจะโดนพ่อตื๊บได้หากไม่สบอารมณ์ เลยไม่ค่อยอยากจะเดินตามรอยเท้าพ่อ เพราะเดี๋ยวจะโดนอ้ายรอยเท้านั้นลูบหลังบ่อยเกิน ไม่เอาอ่ะเจ็บ เลยเอาเท้าเขี่ย ๆ รอยเท้าพ่อ ให้หาย ๆ ไป ไม่งั้นตอนนี้ผมก็คงจะไม่ได้เป็นครูแล้วละ คงจะได้เป็นผู้บริหารบริสัตว์ เอ้ย บริษัท ไปแล้วก็ได้) แต่ก็ยังดีที่มีนังนุ้ย เพื่อนสาวร่างตุ้ยนุ้ยที่ช่วยชีวิตผม จำกันได้ป่ะ ตามมาด้วยอีกคน และ อีกตัวอ้ายแจ้ปากหมาไงมันก็ยังตามมาหมากันต่อ เลยได้อยู่ห้องเดียวกันทั้ง 3 คน ส่วนอินังวันไปอยู่ห้อง 3/5 เพราะเขาจะเน้นด้านภาษาอังกฤษ ส่วนอ้ายกุ่ยไปอยุ่ห้องที่เน้นทางด้านดนตรี ห้อง 3/10 ส่วนนังจูดี้ ไปอยู่ห้อง 3/8 ห้องนี่เน้นทางด้านกีฬา แต่ละคนเริ่มแยก ๆ กันแต่ความสัมพันธ์ก็ยังกับติดกาวตราช้างเหนียวแน่นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่แนบแน่นเหมือนแต่ก่อนเพราะมีกาวเป็นตัวที่ทำให้สะดุด

แน่นอนเพื่อนสนิทภายในห้องก็ยังจูบปากกันเหมือนเดิม 3 ตัวรวมพลัง แจ้ เต๋า นุ้ย ...ชีวิตในแต่ละวัน จะเห็นก็แต่เครื่องพิมพ์ดีด วัน ๆ เรียนพิมพ์ดีดไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้นเรื่องพิมพ์ดีดไทยอังกฤษนี่ไม่ต้องห่วงคล่องยังกับการขับถ่ายตอนที่ท้องเสีย ลื่นปรื๊ด ๆ เลยเชียวแหละ ... นึกไปแล้วก็นึกถึงตอนที่เรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย ก่อนที่จะลงมือเรียนพิมพ์ดีด นี่ เชื่อไหมครับว่ากว่าจะได้ลงมือเอานิ้วจิ้มไปลงบนแป้นได้เนี่ย 2 สัปดาห์แรก ต้องมาเรียนพับผ้าคลุม กางผ้าคลุมเครื่องอยู่นั่นแหละ พับกันวันละ 3 ชั่วโมงตลอด 2 สัปดาห์เลยนะจะบ้าตาย....เห็นผ้าคลุมเครื่องพิมพ์ดีดแล้วอยากจะอ๊วกแตกเลยอ่ะ (คิดดูความเบื่อผ้าคลุมยังตามมาหลอกหลอนจนถึงทุกวันนี้ เพราะผ้าคลุมเครื่องคอมฯ ของผม พอเห็นมันในครั้งแรกป๊าบ หยิบขึ้นมาเลยด้วยความเคยชิน.....อ่ะอ้า คิดเหรอว่าจะพับ 555 หยิบได้ป๊าบ ขยำ ๆ ๆ ๆ โยนไปไกล ๆ เลย เลิกเล่นก็ไม่คลุม ทุกวันนี้ผ้าคลุมไปซุกอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้) ตอนนั้นแทบจะลงแดงแป้นพิมพ์อยู่แล้วอยากจะจิ้มมันจะแย่อยู่แล้วน่ะ...อีกสัปดาห์ต่อมาให้ทำอะไรรู้ไหม นั่งวาดรูป ลอกหน้าตาแป้นพิมพ์ว่าปุ่มนั้นปุ่มอะไรอยู่ตรงไหน มีตัวอักษรไรบ้าง แล้วระบายสีให้สวย ตูมาเรียนวิชาไรกันแน่ ยังถามตัวเองอยู่เลย ตอนนั้น ......เฮ้อ เวง เมื่อไรตูจะได้ลงมือพิมพ์เสียทีว้านี่.....และแล้ววันที่ได้เอามือจิ้มลงบนแป้นก็มาถึง แต่ได้แต่แปะมือลงไปอยู่ตรงแป้นเหย้า ฟหกด่าสว แต่ไม่ได้จิ้มสักจิ๊ ได้แต่ให้กระดิกนิ้วตามแป้น เพื่อสร้างความเคยชิน เซ็ง ๆ ๆ ๆ........... แต่วันถัดมาสิถึงจะได้จิ้มแล้ว 555 ได้พิมพ์อยู่แค่ 2 ตัว คือ ดอเด็ก กับ ไม้เอก ทั้ง ด ดด ดดด ดดดด.....ดดดดดดดดด ด่ ด่ด่.....ด่ด่ด่ด่ดด่ด่ ทั้งคาบ เออ ทั้งเบื่อ ๆ อยาก ๆ แล้วก็เรียนไปเรื่อย ๆ จน ลื่นปรื๊ด ๆ พิมพ์ไป ตอแหลกันไป เพราะเขาไม่ให้มองแป้น ให้มองหนังสือแล้วถึงจะพิมพ์อ่ะ ....พอหลัง ๆ ขี้คล่อง เอ้ยพิมพ์คล่องแล้ว ครูเขาจะอ่าน ๆ ๆ ๆ แล้วเราก็พิมพ์ตามที่ครูพูด ผมละไม่ชอบวิธีนี้ เลยครับ เพราะถ้าพิมพ์ตามที่เขาพูดแล้วมันจะไม่ได้คุยกับเพื่อน ๆ นี่สิครับ เป็นเรื่องที่ทรมาน ม๊าก มาก .....

มีอยู่วันนึงพิมพ์ไปพิมพ์มาแป้นพิมพ์ดีดเด้งดึ๋ง ออกไปเลยละ ที่สำคัญที่สุด เด้งไปแล้วหาไม่เจออ่ะ โดนอาจารย์ด่าแทบตายหาว่าพวกเราแกะเอาแป้นไปโยนเล่นกัน (ใส่ร้ายกันชัด ๆ ครูไม่เข้าใจตุ้ม อ่ะ) สมัยนั้นถ้าพิมพ์ผิด 1 ตัวอักษร หรือสระตัวใดตัวหนึ่งผิด จะโดนตัด 10 คะแนนในตอนที่คิดรวมคะแนนเป็นคำต่อนาที เวง โดนตัดกันระนาว บางทีพิมพ์ ๆ ไป กะลังลื่นเชียว พออ้ายแจ้มันพิมพ์ผิดที มันชอบเอามือมากดแป้นเราให้ผิดตามมันไปด้วย หรือผมพิมพ์ผิดที ก็เอามือไปจิ้มแป้นอื่นของนังนุ้ยให้มันผิดบ้าง สับกันแกล้งกันไปแกล้งกันมาเวลาที่ต่างคนต่างพิมพ์กันผิด ....แม่ง คิดแล้วโคตรกวนตีนกันเลยอ่ะแต่ละคน ไม่เคยยอมกันเลย ชอบให้ซวยตาม ๆ กันไป ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าพวกผมจะได้กันเต็ม เพราะใครผิดทีก็จะพากันแกล้งทำให้เสียคะแนนกันไปในแต่ละครั้ง เพราะเพื่อนไม่เคยทิ้งกันครับ ไม่เคยทิ้งกันให้ได้คะแนนคำต่อนาทีสูง ๆ เลย ได้แต่ กลาง ๆ ต่ำ ๆ ทุกที ไอ้เพื่อนที่แสนดีเอ้ย...ย.ย..

มีวันหนึ่งอาจารย์เขาจะทำการคัดเลือกเด็กนักเรียนจากห้อง 3/11 และ 3/12 (มี 2 ห้องนี้ที่เรียนพิมพ์ดีด) เขาจะคัดเด็กนักเรียนที่ทำคะแนนสูงสุดไปแข่งพิมพ์ดีดไทย ในนามตัวแทนของโรงเรียน ในงานของกรมสามัญศึกษาที่โรงเรียนหอวัง จะเอาไป 2 คน...แต่ละคนมุ่งมั่นกันมาก ๆ ถึงเวลาให้พิมพ์เพื่อคัดเลือกของแต่ละห้องจากห้องละ 40 คนให้เหลือ 20 คน แล้ว เอาทั้ง 2 ห้องมาแข่งกันอีกที 40 คน เพื่อคัด เอา 20 คน ไปคัด ให้เหลือ แค่ 2 คน แน่นอนพวกผม 3 ตัว ติดเข้าไปรอบ 20 คนสุดท้ายได้...แต่ตอนนี้จะคัด 2 คนแล้ว ผมกับแจ้รู้ตัวว่าไงไง เรา 2 คนไม่ได้เป็นตัวแทนแน่ เลยสบตากันปิ๊ง ๆ กับมัน ว่าเราจะต้องช่วยเหลือเพื่อนเราก็คือนังนุ้ยนั่นเอง ให้ได้ที่ 1 ด้วยการแกล้งคนข้าง ๆ ใช้วิธีเตะขาให้ขาดสมาธิบ้าง เอาตีนถีบหลังเพื่อนคนอื่นจากห้องอื่นที่พิมพ์เก่ง ๆ บ้าง สารพัดวิชามารที่นำมาประเคนใส่คนอื่น ๆ อันจะทำเพื่อเป็นวิธีที่จะขัดขวางไม่ให้คนอื่นเอาชนะนังนุ้ยได้...(พวกคนอื่น ทั้ง 2 ห้อง ไม่มีใครกล้าฟ้องครูหรอกครับ เพราะอะไรน่าจะรู้อยู่ ถ้า พวกมรึงฟ้อง ตาย แน่ ๆ เพราะ ผมกับอ้ายแจ้ นี่ถือว่าหัวโจกของความเลวเลย ไม่งั้น โดนพวกผมแกล้งแน่นอน เลยไม่มีใครกล้าฟ้อง 555 ) สำเร็จครับ...คนที่ได้ที่ 1 คือนังนุ้ยของพวกเราครับ โดยมีที่ 2 คือยัยเปิ้ลห้อง 3/12 เพราะว่าโดนพวกผมสะกัดดาวรุ่งด้วยไง 5555

พอถึงวันไปแข่งกันที่หอวัง ก้อยังตามไปเชียร์นังนุ้ยกันโห คนมาแข่งกันจากทุกโรงเรียนใน กทม. ไม่ต่ำกว่า 100 คน แต่วันนี้เข้าไปช่วยมันไม่ได้อ่ะ.....แล้วรู้ไหมครับว่าใครได้ที่ 1 ไปครอง ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ ก็นังเปิ้ล ห้อง 3/12 ขอโรงเรียนผมไงครับ ......ส่วนนังนุ้ย..ไม่ติดฝุ่น แม้กระทั่งรางวัลชมเชย.. เวงกำ...... ที่ 1 ของโรงเรียนแต่ไปได้ที่เกือบ ๆ โหล่เลยมั้งนั่น .... แต่อ้ายที่ 2 ของโรงเรียยนกลับได้โล่ห์ประกาศเกียรติคุณ เพราะว่าได้เป็นที่ 1 ของ กทม. .....นังนุ้ยเซ็งจิตไปเลย เพราะมันหารู้ไม่ว่าที่มรึงได้ที่ 1 ของโรงเรียนเพราะมีเพื่อนที่ แสนดีทั้ง 2 คนคือ อ้ายเต๋า กับอ้ายแจ้ เนี่ย คอยหนุนหลังอยู่ 55555 พอไปบอกมันทีหลังว่า ที่มรึงได้ที่ 1 เนี่ย เพราะความชั่วร้ายของเพื่อน ที่ช่วยเหลือเอ็งนะโว้ย..มันถึงจะรู้ความจริง แล้วก็หัวเราะขำกันหย่าย เลย.... สรุปว่ามันก็คงจะไม่แปลกใจแล้วละว่าทำไมมันถึงแพ้หลุดลุ่ยอิตอนแข่งกับโรงเรียนอื่น 5555 ก็เพราะไม่มีเพื่อนที่น่ารักแบบเรา 2 คนนะสิ..ก็บอกแล้วไงว่าเรารักเพื่อนนี่นา 55555

.....พอจบชั้น ม.3 เนี่ยสิ จาก 12 ห้องเรียน จะเหลือเพียงแค่ 6 ห้องเรียนเท่านั้น เพื่อน ๆ จะหายไปทันที...6 ห้อง....ตอนแรกผมคิดว่าผมจะเลือกเรียนต่อชั้น ม.4 สายวิทย์ ตามหัวสมองของผมที่แสนจะฉลาดปราดเปรื่องประหนึ่งหัวลิง แต่อ้ายเพื่อน ๆ คนอื่นสิที่ทั้ง นังนุ้ย นังวัน นังจูดี้ อ้ายแจ้ อ้ายกุ่ย มันจะเลือกเรียนสายศิลป์กัน ผมเลยต้อง เออออ เลือกสายศิลป์ตามพวกเพื่อน ๆ ....สรุปว่าผมติดครับไปอยู่ห้องม. 4/5 ศิลป์-คำนวณ อ้ายกุ่ยติด 4/6 ห้องศิลป์-ฝรั่งเศส ส่วนคนอื่นไม่ติดกันเลย ทำงายละทีนี้ ร้องไห้กอดกันโฮ เลยละครับ.....นังนุ้ยเลยเบนเข็มไปเรียนพณิชย์พระนครฝั่งตรงข้าม นังจูดี้ไปเรียนช่างศิลป์ อ้ายแจ้ กับอินังวัน ใช้เส้นให้ผู้ใหญ่เอาฝากเข้ามาเรียนห้อง 4/6 ศิลป์-ฝรั่งเศส จนได้..แต่ผมนะสิอยู่คนเดียวกระเทียมลีบเลยอ่ะ เพื่อนสนิทหายไปหมดเลย เวงกำ...แล้วจะทำไงดีกับชีวิตผมเนี่ย โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าจะทำไงดี




 

Create Date : 27 เมษายน 2550    
Last Update : 27 เมษายน 2550 18:09:50 น.
Counter : 163 Pageviews.  

ครั้งแรกกับไอซ์สเก็ต

*พิมพ์ไว้ ตั้งแต่เมื่อวาน แหะ ๆ แต่ไม่ได้อัปอ่ะ โทษ ๆ เอามาลงให้วันนี้นะครับ อุอุ เดี๋ยวคุณแฟรง น้องจมูกหมู แล้วก็ยัยจิ๊บขวัญใจ รปภ. จะแปลกใจ อิอิ ว่าไมเมื่อวานไม่ลง โทษ ๆ นะจ๊ะ
-----------------------------------------------------
ดีใจจังที่วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนน้อยกว่าเมื่อวานนิ๊ด..ด นึง แต่ก็ยังร้อนอยู่ดี แล้วเรื่องราววันนี้ของผมก็ไม่ค่อยจะมีอะไรมาก นอกจากจะมาคอยอัปบล็อก แอนด์ ยกน้ำไปส่งลูกค้านิดหน่อย เลย ขอย้อนอดีตเสียหน่อยละกัน ป่ะ ๆ ไปด้วยกันนะครับ ขอตัวไปเปิดลิ้นชักก่อน ป่ะเพื่อน ๆ นั่งไทม์แมชชีนในลิ้นชักไปกันดีกว่าไป

ซวบ.บ...บ ผลุ๊บ..บ...บ (ไม่ใช่เสียงสูบ หรือว่าดูดส้วม นะครับ มันเป็นเสียงของเจ้าเครื่องไทม์แมชชีนที่เจ้า โด่เลยม่อง((เท่ง) ก็มันอยากมาโด่ผิดเวลาก็เลย ม่องเท่งไปแล้วละ 555) ทิ้งเอาไว้ให้ กระผมเอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น (ก็แบบในวันนี้ไง ที่ไม่มีเรื่องมาอัป ก็เลยจำเป็นที่จะต้องใช้มัน อิอิ) )

โอ้ มาโผล่อีกที ที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม เมื่อปีอะไรก็ไม่รู้ แต่ประมาณ คร่าว ๆ ว่า 20 ปีที่แล้วละม้าง แต่ที่แน่ ๆ อยู่แถว ๆ สนามม้านางเลิ้ง (ผมว่าคุณเลิ้งนี่ เธอจะต้องเป็นผู้หญิงแน่นอนเลย แล้วที่สำคัญที่สุดเธอต้องแต่งงานแล้วแน่นอนละครับ) .....ลองดูดีดี สิครับ มองเข้าไปในห้อง ม.1/4 สิครับ แล้วคุณ ๆ จะเห็นนักเรียนคนนึงที่น่ารักที่สุดในห้องกำลังนั่งเรียนอยู่ อิอิ ทำไมมันช่างน่ารักอย่างนี้หนอ ......อย่า ๆ มาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผมดิ ไม่ใช่สักกะหน่อยนั่นมันเพื่อนผมต่างหากเล่า เธอชื่อ โอ ครับ น่ารักไหมล่ะ อิอิ..........ส่วนผมเนี่ยไม่ใช่คนที่น่ารักที่สุดในห้องสักกะหน่อย เพราะว่าผมเนี่ยนะเป็นคนที่หน้าตาดีที่สุดในห้องต่างหากเล่า อิอิ

...แหม ๆ ดูสิ ตั้งอก ตั้งใจเรียนดีจังเลยนะเด็กชายเต๋านี่ เห็นภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี แล้วก็ตั้งใจเรียนขนาดนี้เนี่ยะ แต่จริง ๆ ภายในใจกำลังฟุ้งซ่านอยู่เลยนะนั่น ว่าเลิกเรียน 15.10 น. เนี่ย จะไปแร่ด ๆ ไหนต่อดี 555 เห็นหน้าตาเด็กเรียนอย่างนี้เถอะ แต่จริง ๆ แล้วใจแตกดังโพล๊ะ เลยล่ะครับ...แต่จะเป็นคนที่ดีอย่างหนึ่งคือจะไม่เคยโดดเรียนไปเที่ยว แต่จะไปเที่ยวตอนที่เลิกเรียนแล้ว สรุปว่าผมเนี่ยเป็นคนดีหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจอ่ะครับ แล้วเพื่อน ๆ คิดว่า ผมทำอย่างนี้นี่ดีหรือเปล่าครับ...

สถานที่ผมจะไปในแต่ละเย็นนี่แทบจะไม่ค่อยซ้ำเลยล่ะครับ ก็ทำไงได้ละ อยู่หอคนเดียวมันก็น่าเบื่อออกใช่ป่ะ ดังนั้นโปรแกรมหลังเลิกเรียนในแต่ละวันนี่จะถูกกำหนดล่วงหน้าตั้งแต่พักกลางวันนั่นแหละ สมาชิกแก๊งค์ผมนะเหรอ ประมาณ 6 คนเห็นจะได้ ที่ไปด้วยกันบ่อย ๆ ก็จะมีโต้โผหลักคือ อ้ายแจ้ จอมปากหมา ตัวสูง ดำ ล่ำบึ๊ก จอมโวย และวีน เสียงดัง กวนตีน หน้าตาไม่ดี เป็นสิว ปากก็หนา และห้อย มีผมหงอกด้วยอ่ะ โอ๊ย สารพัดความเลวอยู่ที่มานโม๊ด เลย อ้ายแจ้เนี่ย เพื่อน ๆ ในกลุ่มจะเรียกมันว่า อ้ายแจ้หัวตะกายตึก เพราะหัวมันจะเป็นสี่เหลี่ยมส่วนด้านหลังจะแบนเรียบแล้วก็เหลี่ยม ๆ เหมือนตึกไงงั้น ....อ้ายวัน เอ้ย นังวัน ดีกว่า เพราะมันเป็นผู้หญิงที่ออกจะทอม ๆ มันมักจะโดนอ้ายแจ้ ไปแกล้งมันบ่อย ๆ เพราะจะว่าไปอินังวันนี่มันก็ออกจะกวนส้งติง เอาการอยู่ แล้วผมมันก็จะหยิก ๆ หยอย ๆ แล้วก็เสียงมันจะแหบ ๆ เวลาพูดชอบตะเบ็งเสียงดัง ๆ (น่ารำคาญมาก ๆ พูดออกมาประหนึ่งจะขาดใจ แต่ยัง เจือกพูดมากอีกด้วยนะ) เสียงมันจะคล้ายแบบหัทยา เกษสังข์ แล้วมันก็เป็นคนที่ตั้งฉายาให้อ้ายแจ้ เพื่อใช้แก้เผ็ด เวลาที่เถียงอ้ายแจ้ไม่ขึ้น นังวันมันก็จะบอกว่า พวกเราเว้ย มาตะกายตึกกันดีกว่า แต่ต้องเกาะดีดี นะเว้ย อาจจะตกลงมาง่าย ๆ นะ เพราะมันไม่มีเหลี่ยมให้เกาะ ต้องตะกายเอา 555 เพราะนี่มันเป็นหัวของอ้ายแจ้ตะกายตึก 555 ฮาครืนกันทั้งห้องเลย ) แล้วเพื่อนในกลุ่มส่วนมากก็จะตัวใหญ่ ๆ บิ๊ก ๆ กันทั้งนั้นเลย แต่จะมีคนตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ อยู่แค่ 2 คนเอง คืออ้ายกุ่ย กับนังวัน

วันจันทร์ส่วนมากพวกผมจะไปเล่น "ไอซ์สเก็ต" ที่เดอะมอลล์รามคำแหง ไฮโซไหมละครับเล่นสเก็ตน้ำแข็งด้วยนะเออ สเก็ตธรรมดาไม่เล่นครับขอบอก ค่าเข้าก็แสนจะแพง ชั่วโมงละตั้ง 70 บาท ถือว่าแพงมาก ๆ เลยละครับ แต่ยอมเพื่อความสะใจ

ขอเริ่มต้นตั้งแต่การเรียกรถตุ๊ก ๆ ก่อนเลย ตอนแรกยืนเรียกกัน 6 คน เลย แค่เห็นไซส์ แต่ละคน ที่ลงไปกองรวมอยู่ด้วยกัน 6 คนเพื่อเรียกรถเขาก็ไม่จอดแล้ว เรียกตั้งหลายคัน ไม่ยอมจอดเลยอ่ะ เลยใช้วิธีสุดแยบยล ให้เพื่อนอีก 4 คนที่ตัวใหญ่ ๆ ไปหลบ ๆ อยู่บนฟุตบาทประหนึ่งว่ากูไม่ช่ายพวกมรึงนะเว้ย ทำท่าไก๋ อยู่แถว ๆ นั้น เพื่อทำให้คนขับรถตุ๊ก ๆ หลงกลว่ามีเด็กตัวเล็ก ๆ คือนังวัน กับอ้ายกุ่ยรับหน้าที่โบกรถ แค่รถตุ๊ก ๆ คันแรกก็ดวงซวยซะแล้ว แหม ๆ เท่านี้ก็ติดกับดัก พอหลงกลพยักหน้าพร้อมบอกราคาได้ถูกจายก็กวักมือเรียกเพื่อนอีกสี่ตัว ที่ทำเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน มาขึ้นรถตุ๊ก ๆ 5555 สงสารคนขับตุ๊ก ๆ จังเลย แต่เขาก็คงไม่กล้าปฏิเสธด้วยล่ะ แล้วคิดดู 6 คนนั่งอัดกันไปบนตุ๊ก ๆ แน่นเป็นปลา(วาฬ)กระป๋องเลยละครับ ผ่านไปตลอดทางก็มีแต่คนชี้นิ้ว ให้มาดูที่รถที่เรานั่งแออัดกันมา .....คนน่ะเว้ย ไม่สัตว์ในสวนสัตว์ (ถึงแม้มันจะเหมือน ๆ อยู่เหมือนกัน) ชี้กันอยู่ด้าย เดี๋ยวปั๊ดกัดนิ้วขาดเลยนี่ (นอกจากไม่น่ารักแล้วยังดุด้วยเว้ย) ยิ่งรถติดยิ่งแล้วใหญ่ เป็นเป้าสายตาเลยอ่ะ สงสัยมันจะเป็นสวนสัตว์จริง ๆ ด้วยแฮะ เลยต้องปิดหน้าปิดตา ด้วยความอายอ่ะ แหม ๆ ก็มันต้องประหยัดหน่อยสิ ค่าเข้าไอซ์สเก็ตมันราคาแพงนี่นา 5555 แต่ถ้าไปรถเมล์มันก็ถึงช้าเกินไปเพราะรถมันจะติดมากไปนิ๊ด.ด.ด

พอไปถึงลานสเก็ตน้ำแข็ง ก็ต้องไปที่เปลี่ยนรองเท้าก่อนเลย พอใส่รองเท้าสเก็ตน้ำแข็งแล้วชอบครับ เพราะตัวจะสูงขึ้นทันตาเห็นเลยไม่ต่ำกว่า 10 ซ.ม. ชอบ ๆ อ้ายตอนเดินข้างบนพื้นธรรมดานี่ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ จะมีปัญหาอีกทีก็คือตอนที่ก้าวขาลงลานน้ำแข็ง วางเท้าทิ้งน้ำหนักตัวปุ๊บ ล้มป๊าบ เลยครับในครั้งแรก เพราะมันจะลื่นมาก ๆ แต่ดีตรงที่เขาจะมีครูมาฝึกสอนให้กับอ้ายพวกมือใหม่ครับ มีทั้งครูสาว ๆ สวย ๆ แล้วก็ครูหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ .......เห็นแล้ว สยิวกิ๊ว อ่ะคับ..... แล้วรู้ไหมครับ ผมเลือกเรียนกับครูคนไหนเอ่ย อิอิ.....แน่นอนครับ คนอย่างผมเนี่ยจะต้องเลือกที่จะไปเรียนกับครูหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ สิจ๊ะ ตัวเอ๊ง แหม ๆ อย่าให้เซด เลย นะค้า ว่าแบบเนี่ยนะ สเป๊กผมเลย ละฮ้า....ตัวเอ๊ง อิอิ ....ไม่ใช่อะไรหรอก ก็ครูสาว ๆ สวย ๆ เขามีคนจองไปหมดแล้วนี่ ฮือ ๆ อดเลย เอากะครูหนุ่ม ๆ เอ้ย ไม่ใช่เอา เรียนกะครูหนุ่ม ๆ ต่างหากเล่า (แบบว่าใช้ภาษาไทยไม่จะถูกครับไปอยู่ราชบุรีนานไปหน่อย 555 เวง) ...เรียนแก้ขัด ไปก่อน ทำไงได้ละ ก็ครูสาว ๆ หน่ะ อ้ายพวกหนุ่ม ๆ ที่มาเล่นกัน มันก็แย่งกันไปเรียน กันหมดแล้วนี่นา ...แล้วเราก็อยากเล่นเป็นด้วยนี่นา ก็เลยต้องมาขึ้นครูกับผู้ชายแทน 5555 ...ก็เริ่มต้นจากการวางขา การถ่ายน้ำหนัก (ดีนะที่มีน้ำอยู่ตรงกลางไม่นั้น ทั้งเปื้อนทั้งเหม็นเลยอ่ะ อุจาด ๆ ) การไถลตัว อะไรงี้ แล้วครูเขาก็จะจูงมือเราไปสอนกัน 2 ต่อ 2 อูย...ย.ย หยิว ๆ จับกันไป ถู ๆ ไถ ๆ กันไปตามร่างกาย เฮ้ย ไม่ใช่ ตามลานน้ำแข็งเว้ย มันก็ต้องมีล้มบ้าง ล้มทีครูเขาก้อประคองที อูย...ย เสียว เว้ย 5555 สักพักก็เริ่มเป็น เขาก็เริ่มปล่อย ให้เราเล่นดู แต่เขาก็ยังมองมาด้วยความใส่ใจ (ชักเอะใจ พิกล ๆ ) ที่จริงเป็นแล้วเขาก็น่าจะปล่อยไป แบบคนอื่น แต่นี่อิตาครูคนนี้ไม่ คอยตามคอยสอนจนเราเริ่มติดใจ เอ้ย ไม่ใช่ เริ่มตะขิดตะขวงใจ ผมล้มทีก็รีบเข้ามาประคองแบบโอบเอวเราเลยอ่ะ อะไรกันว้า มันชักทะแม่ง ๆ แต่อีกใจนึงก็บอกว่าเราจะไปสงสัยเขาทำไมเขาอาจจะหวังดีก็ได้ จริงม่ะ ๆ ....เล่น ๆ ไปสักพัก ทางลานเขาประกาศว่าขอให้หยุดเล่นชั่วคราวเนื่องจากเขาจะทำการเกลี่ยหน้าน้ำแข็งบนลาน ขอให้ออกจากลานน้ำแข็ง ไปอยู่ที่อัฒจรรย์สักครู่ เราก็เลยรีบแจ้น ไปหากินเฟรนซ์ควาย เอ้ย เฟรนซ์ฟราย แล้วก็โค๊กแก้วนึง แล้วก็ไปนั่งอ่อยเขาต่อ เอ้ย ไม่ใช่ไปนั่งกินกะพวกเพื่อน ๆ แต่ก็ยังมีสายตาจากอิตาครูคนนี้ส่งมาเป็นระยะ ๆ เวงกำ ตูไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ ชักมั่นใจในตัวเองเสียแล้วสิ 5555 ...แต่พอได้ลงไปเล่นอีกทีตาครูคนนี้รี่เข้ามาคุยด้วยเลย ถามโน่นถามนี่ เรียนไหน บ้านอยู่ไหน เล่นอีกนานไหม ผมก็บอก ๆ ไป แล้วสักพักเขาบอกว่า น้องมีเบอร์โทรศัพท์ป่าว เฮ้ย...ย ไรว้า จะไปสอนตูถึงบ้านเลยรึ ถึงตูจะเด็ก แล้วก็กินเฟรนซ์ควาย แต่ตูไม่โง่ เป็นฟายหนาเว้ย.. ตูไม่ให้หรอก...แต่ก็ไม่รู้จะหนีไปยังไง ก็คนมันมีมารยาทอ่ะ ก็เลยไม่กล้าหนีออกมาเดี๋ยวนั้น รู้แต่ว่าอ้ายครูคนนี้เป็นเกย์แน่ ๆ เลย ......เลยทำได้แค่ส่งสายตาไปยังเพื่อน ๆ ว่า เฮ้ย ๆ มรึง ๆ มาช่วย ตรู ที ตรู กะลัง จะมีเนื้อคู่แล้วเว้ย...ย.ย. ช่วย ด้วย.....สักพัก นังนุ้ย (นุ้ยนี้ไม่ใช่ นุ้ยคนปัจจุบันที่เป็นแฟนผมนะครับ คนละนุ้ยกัน นุ้ยนี้เป็นเพื่อนในกลุ่มอ่ะครับ ) เพื่อนสาวร่างตุ้ยนุ้ย ...วิ่ง ๆ มาแล้วก็ล้ม แผละ เสียงดัง โพล๊ะ แถว ๆ หน้าผมเลย ...อ่ะ สบโอกาส...เฮ้ย อ้ายนุ้ย เป็นอะไรป่าว พูดไป ก็พลางหัวเราะขำไปด้วย ก็เล่นล้ม หน้าท้องฟาดพื้นน้ำแข็งดังตุ๊บ เสียงยังกับถุงน้ำตกลงพื้นแล้วแตกดังโพล๊ะ ไงงั้นเลยอ่ะ..เลยไปช่วยประคอง แล้วผมก็ถามไปว่า ไหวไหม ๆ นุ้ยบอกว่าไม่ไหว เลยช่วยกันพยุงออกไปนั่งข้างนอก ได้โอกาสเลยเชียว....พอออกไปนั่งเท่านั้นแหละ เฮ้ย เจ็บมากไหม ผมถาม นุ้ยตอบกลับมาว่า ตูแกล้งล้มเว้ย แต่แมร่งเจือกเจ็บจริงอ่ะ ก็เห็นเอ็งกำลังแย่ไม่ใช่เหรอ....อ้าว ใช้ได้เลยเพื่อนผมรู้หน้าที่จริง ๆ น่ารักมาก ๆ... เลยนั่งสักพักพอถึงเวลาเลิก รีบแจ้นเปิดก้นหนีกันแทบไม่ทันเลย...555 ขากลับพวกเพื่อน ๆ ก็ยังมาคุยเยาะเย้ยกันใหญ่เลย 555 แหม ๆ ก็คนมันเสน่ห์แรงนี่นา ขนาดเพศเดียวกันยังมาสนใจเล้ย ช่วยไม่ได้ ๆ ก็คนมันหน้าตาดี ถึงดีมาก ๆ นี่นา โอ๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ

ขากลับไม่นั่งรถตุ๊ก ๆ แล้วละครับ เพราะแต่ละตัวบ้านอยู่กันคนละทิศละทางเลย ผมอยู่แถว ๆ ปิ่นเกล้า นังนุ้ยอยู่รามอินทรา นังวันอยู่แถว ๆ บ้านพานถม ป้อมปราบฯ อ้ายแจ้อยู่หลักสี่ อ้ายกุ่ยอยู่นางเลิ้ง นังจูดี้อยู่คลองสาน เลยแยกย้านกันขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ผมนั่งรถเมล์สาย 40 กลับสมัยนั้น 40 จะวิ่งจากหน้า ม.รามคำแหง - ท่าพระครับ กว่าจะถึงหอก็โน่นแหละ 2 ทุ่มครับ ไม่ต้องแปลกใจเวลากลับบ้านของผมวันจันทร์ - พฤหัส เนี่ยะเวลา 19.00 น. - 21.00 น. ครับ ถ้ามาเร็วกว่านี้หรือมาช้ากว่านี้ ถือว่าไม่ปกติครับ ...แต่ถามว่าเข็ดไหม ที่มาเล่นสเก็ตน้ำแข็งแล้วเจอเรื่องแบบนี้ ไม่เข็ดครับ ก็ยังมาอีกแทบจะทุกอาทิตย์เลยอ่ะ แต่ครั้งหลังที่มาก็ไม่เจอตาครูคนนี้อีกเลย (แอบเสียดายเล็กน้อย 5555 ไม่รู้ไปไหนแล้ว สงสัยเจอเนื้อคู่ ตามเนื้อคู่ไปแล้วละมั้งครับ 444 + 111) ก็มาเล่นเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือเล่นจนคล่องอ่ะ หมุนตัว กระโดด ได้อ่ะคิดดู ถ้าตอนนั้น ฟิกเกอร์ไอซ์สเก็ตบูม ๆ นะ ขอโทษ ....รับรองเลยว่า ตัวแทนทีมชาติไทย ในการเข้าไปแข่งโอลิมปิกฤดหนาวในประเภทกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต จะต้อง....ไม่มีชื่อผมอยู่แน่นอน คอนเฟริ์ม (แล้วจะพูดขึ้นมาทำมาย...ย..ย ว่ะนี่) แหม ๆ ก็แน่ใครจะเก่งถึงขนาดนั้นกันเล่า...เฮ้อ

ได้เวลากลับสู่โลกปัจจุบันกันแล้วล่ะครับ ป่ะ ๆ ขึ้นไทม์แมชชีนกลับกันเถอะครับ เกาะดีดี นะครับ เดี๋ยว จะหล่นจาเครื่องตกลงไปอยู่ กับผมเมื่อสมัยยังเด็ก ๆ อยู่น่ะครับ แล้วเดี๋ยวเกิดไปตกหลุมรักผมเข้าละไม่รับประกันความปลอดภัยของหัวใจนะครับ เพราะสมัยนั้นเสน่ห์แรงเอามาก ๆ 55555 ขนาดผู้ชายยังมาติดเลย อิอิ




 

Create Date : 26 เมษายน 2550    
Last Update : 26 เมษายน 2550 8:56:21 น.
Counter : 1181 Pageviews.  

ตูว่าแล้ว ในที่สุดตูก็ซวย..จนได้..เพราะเห็นเพื่อนนี่เอง


โอว..ว...ว บ่ายนี้ทำไมมันร้อนอย่างนี้เนี่ย แทบจะแก้ผ้านั่งอัปบล็อกแล้วนะเนี่ย แต่อายอ่ะ อายตัวเองเดี๋ยวรู้ว่ากำลังเตรียมตัวที่จะรอน้ำท่วมจากเขื่อนแตกที่เมืองกาญจน์ (ก็พกห่วงยาง ติดตัวไว้หลายเส้นเชียวละ ก็เพื่อความปลอดภัยของชีวิตที่มีค่า อิอิ แก้ตัวได้ดีมาก ๆ ) ว่าไปก็หวั่น ๆ อยู่นะนี่ว่าเมื่อไรมันจะแตกเสียที บ้านจะได้มีทะเลสาป (สาปให้เป็นน้ำจืดไง) ผมว่าน่าจะร่มรื่นแล้วก็สวยดีออกใฝ่ฝันจังอยากมีบ้านที่อยู่คู่กับทะเลสาบ จะได้มีญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมบ้าน ทั้งงู ทั้งตะขาบ ทั้งเพื่อนเก่าร่วมสปีชี่ย์ (ตั๊วเฮีย ไงครับ เอ้ย ตัว เอี้ย ไง จำเพื่อนเก่าผมบ่ได้เหรอครับ) ออกจะน่าตื่นเต้นดีออก ชอบ ๆ

พูดถึงเรื่องตั๊วเฮียแล้วเมื่อวานก็เพิ่งจะได้ไปเจอ เจอกันทั้งบ้านเลยอ่ะ กะลังนั่งรถออกไปลั๊นซ์ กันนอกบ้าน แหม ๆ มายืนส่งจูบ ทักทายกันซะกลางถนนเลย แม่ก็เกือบจะไปทักทายด้วยการเอาล้อรถยนต์ไปลูบหลังมันเสียแล้ว ก็คิดว่าเพื่อนผมเนี่ยมันจะฉลาดเหมือนลูกตัวเองได้ไง เผอิญว่ามันมีรถสวน (สวนไรก็ไม่รู้ กล้วย อ้อย หรือสับปะรด อันนี้ก็ไม่ทราบได้ แต่เดา ๆ ดูแล้วผมว่าน่าจะเป็นสวนทวาร นะครับท่าจะเหมาะ จะได้โล่ง ตุ๊ด ดี...แฮ่ ๆ ไม่แน่นท้องด้วย) ก็เลยไม่หยุดรถ เพราะคิดว่ามันคงจะต้องวิ่งหนีไปเอง แต่ท่าทางมันจะขี้เกียจเหมือนลูกที่บ้าน เลยทำหน้าตายใส่ แถมยังมาทำทะเล้นยืนแลบลิ้นใส่อีกต่างหากเลยต้องจำยอมหักหลบ จนเกือบตกถนนลงไปนอนนับดอกบัวหลวงในคูน้ำข้างทางเสียแล้ว แหม ดีออกจะได้ดอกบัวไปไหว้พระด้วยเพราะวันนี้วันพระง่ะ (ใช่ป่าวว๊านี่)

....เฮ้อ เหนื่อย แฮ่ก ๆ ๆ อุตส่าห์วิ่งลงไปดู ปฏิสนธิ เอ้ย ไม่ใช่ ปฏิทินเว้ย (เวงกำ..คิดแต่เรื่องอย่างว่าอยู่เรื่อยเชียว) ที่ชั้นล่าง เพราะไม่อยากจะพิมพ์อะไรผิด ๆ ลงไป เสียชื่อหมด...แต่ดั้น เป็นปฏิทินที่ไม่ยอมบอกว่ามีวันพระอยู่เหรอป่าว เลยขี้เกียจจะวิ่งขึ้นไปชั้น 3 เหนื่อย ร้อนด้วยล่ะ เลยไหน ๆ ลงมาชั้นล่างแล้ว แก้ร้อนหน่อย ด้วยการเอาน้ำแข็งใส่โซดาผสม เฮลบลูบอย (แปลว่าเด็กนรกสีน้ำเงินเหรอ ว้า อิอิ ไม่หรอกมั้ง) เอาหลอดใส่ ขึ้นมาดูดหน้าคอมเสียเลย อิอิ ได้อารมณ์ Summer Sale มาก ๆ เลยครับ.. ขอกลับเข้าเรื่องก่อน..นะครับ

แต่เนื่องด้วยความมีสติ (ไม่สมประกอบ) ของแม่ เลยทำให้พวกเราทั้งหมด มี 1 2 3 4 5 6 และ 7 รวมทั้งหมด 5 คน (แล้วมรึงจะนับเกิน ทำห๊า อะไรว่ะนี่) พลาดจากการลงไปเก็บดอกบัวหลวงไปไหว้พระอย่างเฉียดฉิว เลยขับต่อไปจนถึงที่ร้านอาหารคุณสาน (อีสาน มันดูหยาบ ๆ ไงก็ไม่รู้ ไม่เข้ากับกิริยามารยาท ที่ท่านหม่อมยาย คอยพร่ำสอนมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนโต) ของอ้ายเด่นลูกศิษย์ของแม่ผม แล้วก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนที่ผมสอนอยู่ด้วย แต่มันเรียนพาณิชย์ ไม่ยอมเรียนช่างอิเล็กฯ สม ๆ ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ ครูดีดี อย่างผม 555 เสียใจด้วยนะเด่นเอ้ย 555 ....อ้าว ร้านมันเงียบกริบ ปิดซะงั้น สงสัยไม่อยากจะแอ้มเงินที่บ้านตู เวงกำ เลยต้องให้แม่ปุเลง ๆ เลยไปที่โพธาราม ไปกินอาหารคุณสาน ต่างอำเภอทำให้เงินทองรั่วไหลออกจากอำเภอบ้านโป่งได้ไงเนี่ย แต่ทำไงได้ ไหน ๆ ก็มาทางนี้แล้วเลยไม่ยอมให้เสียเที่ยว เลยได้ไปนั่งท้าลมร้อน โซ้ยอาหารคุณสาน ที่ร้าน "แจ่มใส" โห คนเพียบ เต็มทุกโต๊ะเลย บรรยากาศก็ร้อนมาก ๆ แต่ว่าร่มรื่น เพราะมีต้นไม้เยอะ แล้วก็มีทั้งคลอง มีทั้งคูน้ำ ผ่านร้าน ได้อารมณ์ร่มรื่นมาก ๆ แต่อากาศร้อนโคตร ๆ แต่ไม่เป็นไรอากาศไม่เป็นอุปสรรคต่อการรับประทานของบ้านผม แน่นอนคอมเฟริม เลยสั่งเมนูสะท้านลมร้อนมันไปเสียเลย มีทั้งไก่ทอด คอหมูย่าง เนื้อแดดเดียว ลาบหมู ลาบเนื้อ ต้มแซ่บเนื้อไม่เอาใส้ ข้าวผัดทะเลจานใหญ่ ข้าวเหนียว แล้วก็รอที่จะมานั่งกิน ๆ ๆ ๆ ๆ แต่..อย่าคิดว่าไม่มีอุปสรรคอะไรนะครับ เพราะเหลือบไปทางซ้าย บนโต๊ะมีแต่น้ำเป (เป เปรมิกา) ล่า (หมอประกิตเผ่า) (ไปแหลมอะไรเรื่องของครอบครัวเขาละนี่) มองไปทางโต๊ะขวามีแต่น้ำอัดลม (ตด) มองไปทางโต๊ะหน้า มีแต่โต๊ะว่าง ๆ ไม่มีแม้แต่คนมานั่ง (ก็แน่ละสิโต๊ะนั้น เป็นโต๊ะว่าง เพราะเขาติดป้ายไว้ว่า จองแล้ว ก็เลยไม่มีคนสิ เพราะเขายังไม่มา อย่ามามุก ๆ) มองไปข้างหลัง ก็ ก็เจอคูน้ำสิจ๊ะ เพราะโต๊ะนี้มันโต๊ะสุดท้ายแล้ว (จะมาบอกทำไมว่ะนี่ ...ก็จะได้รู้ไงว่าทำเลที่นั่งโต๊ะนี้ ดีออก อิอิ ก็คนมันอยากเหล้า เอ้ย เล่านี่นา)

เดี๋ยวมาต่อนะครับ น้ำหวานหมด ลง ไปเติมเครื่องดื่ม ก่อน โฮะ ๆ ๆ ๆ

.....ก็ลองคิดดูสิครับ ว่าอาหารที่สั่งไปของบ้านผมเนี่ย จะได้กินวันนี้หรือพรุ่งนี้ (เว่อร์ไป ๆ) รู้แต่ว่าช้ามาก ๆ แต่ด้วยความช่างสังเกตของน้องสาวผมยัยตองเหลือบไปเห็นมีซุ้มน้ำปั่น ไอศกรีมวอลล์ ด้วย เลย หาแนวร่วม (ตลกบริโภค) ไปว่าใครจะเอาอะไรบ้าง เราบอกไม่กิน แต่แม่กินไอศกรีมสตอเบอแหล เอ้ย เบอรี่ ..อานัน กิน ไอศกรีมวานิลาช็อกฯฉิบ(หาย) เอ้ย ชิพ ..ยายไม่กิน ตองกิน ไอศกรีมช็อกโกแร่ด เอ้ย แล๊ต... ตองก็เลยเดินไปสั่ง...แหม ๆ เริ่ม ชักจะสนใจบ้าง เลยเดิน ตามไปสมทบ เพื่อไปสั่ง น้ำแมงโม้ปั่น เอ้ย น้ำแตงโมปั่น แต่ตองบอกว่าไม่เอาไอศกรีมเช๊อะเบ็ด เอ้ย เชอร์เบด ปั่น...ไม่ดีกว่าเหรอ..อ่ะ เอาก็เอา ดู ไฮ เหมาะกับเราดีด้วย...แต่ เวง กรรม ร้านบอกว่าทำไม่เป็น...อ่ะ ๆ อะไรว้า ทำน้ำปั่น แล้วก็ขายไอ้ติม แค่นี้ปั่นไม่เป็นเหรอไงฟร่ะ (รู้นะ ว่าขี้เกียจล้าง ที่ปั่นละสิ ขี้เกียจจริง ๆ เล้ย) อ่ะ อะ แตงโมปั่น ธรรมดา ๆ ก็ได้ฟร่ะ...เรื่องมากเดี๋ยวจะอดกิน... สรุปว่าคิดถูกแล้วละที่เอาพวกนี้มากินกันก่อน เพราะที่สั่งเพราะอาหารกว่าจะมาเกือบชั่วโมง พออาหารมาถึงเท่านั้นแหละครับ อย่างกับแร้งลงเลยอ่ะครับ พรึ่บพรั่บ ๆ ปิ๊ง..ง...ง เหลือแต่จาน นี่ถ้ากินจาน ชาม ช้อน ส้อม กินหย่วนโล้ว ได้จะกินให้ดูเลยนะนี่ (ขนาดกินไอศกรีมกันคนละ 2 ก้อน กับน้ำปั่น ไปแล้วนะนี่) ก็มันทั้งอร่อย ทั้งหิวนี่ครับ (แต่ละจานไม่ใช่เล็ก ๆ เลยนะครับ ใหญ่มาก) สรุปวันนี้เสียตังค์ไป 400 นิ๊ด ๆ ถูกจัง อานัน เป็นเจ้ามือครับ แจก ไพ่ ตัดไพ่ให้ เอ้ย ไม่ช่าย เป็นเจ้ามือจ่ายตังค์ ต่างหากละครับ ..อิอิ

...พอตอนนั่งรถกลับ ทำไมมันแน่นกว่าอิตอนมา หว๋านี่ เลยต้องเบียดกันไปอย่างงั้นแหละ สักพักแฟนโทรมาด้วย อิอิ ไม่เล่าหรอก เดี๋ยว น้ำตาลหก เพราะเมื่อวานในรถยังแซว ๆ กันอยู่เลย ว่า กินของหวานกันแล้ว ไม่ต้องเอามาเสริฟอีก ..จาอ๊วก..แหม ๆ ๆ

...กลับมาถึงบ้านก็มาอัปบล็อก ตอบเม้ง ๆ ของเพื่อน ๆ แอบไปตระเวนกวนติง บล็อกคนอื่น แถมยังต้องไปตามง้อคนแก่ 2 คน ทั้งไนท์แมร์ แล้วก็มอลลี่ ด้วย ก็แหม ๆ แค่ไม่ได้ใส่ชื่อลงในบล็อกก็งอนเสียแล้ว โอ๋ ๆ นิ่งเตะ นิ่งเตะ น่ะ ขอโทษด้วยนะครับ รีบอัปไปหน่อยตกใครไปก็ขอโทษ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย นะครับ...

สักพัก ได้ยินเสียงแม่เรียก เต๋า....เต๋า...ต๋าว...ว..ว อยู่นอกบ้าน ว่าให้ช่วยกันไปทำน้ำที่โรงงานด้วยกันหน่อยเร็ว...ว.ว. ซะ ซะ ซวย...ย.ย แล้วไหมละ....เลยเรียกตองที่นั่งอยู่เครื่องคอมฯ ข้าง ๆ เราว่าไปด้วย กันป่าว ไปซวยด้วยกัน ตองบอกว่าขอขึ้นไปสวม กางเกงในก่อน เวงกำ น้องสาวตู วันนี้ที่ไปกินกันนี่ มรึง ไม่ได้ใส่ กกน. เหรอ เวง......พอไปถึงโรงงาน ก็ทั้งขัดถังน้ำ ล้างถัง เอาถังไปกรอกน้ำ ยกถังขึ้นรถ โอ้โห กล้ามขึ้นเลยอ่ะ ถังละ 20 ลิตร ก็ประมาณ 20 กิโล ยกขึ้นรถประมาณ 30 กว่าถังได้ เพราะเพื่ออานัน ที่ดอนเสลา สั่งมาต้องเอาไปส่ง เพราะดีลเล่อร์เวง นั่น ไม่ยอมไปส่งเขา เพราะออกไปวิ่งไปเอาน้ำเจ้าอื่น แต่ก็ไม่ยอมไปส่งให้ลูกค้าเก่า ๆ (ตานี่เวลาถูกใครว่ามาเขาจะทิ้งเลย ปล่อยให้อดน้ำเลย) เลยสงสารลูกค้า ต้องเอาไปส่ง..พอผ่านไปเท่านั้น ลูกค้าด่ากันขรมเลย ว่าทำไมปล่อยให้อดน้ำ (เหนื่อยนะเว้ย อย่าเพิ่งบ่น เหนื่อย ไหนจะต้องยกถังน้ำเอาไปให้เขาข้างในบ้านด้วย หนักฉิบ(หาย)...ร้อน ก็ร้อน เหนื่อย ก็เหนื่อย ยังจะมาบ่นอีก เดี๋ยวปล่อยให้อด เสีย เลย (เมื่อไรจะเปิดเทอมว้า 555 )) ....สรุปว่าส่งหมดแล้ว อยู่ดีดี ก็มีป้าข้าง ๆ บ้านสุดท้ายที่ไปส่ง เขาบอกว่า จะเอาบ้าง แล้วบ้านนู้น ก็จะเอา บ้านนี้ก็จะเอา ใจดีอีกแล้วแม่ตู....เลยต้องลากสังขารจากดอนเสลา ไปห้วยลึก(ที่โรงงานอยู่) ไกลกันมากไม่ต่ำกว่า 10 กิโล ..แล้วก็รับน้องสาวอีกคนชื่อต้อง ไปช่วยด้วย..ไปขัดถัง ล้างถัง ยกถัง ทำน้ำขวด ร้อนมาก เพราะห้องทำน้ำขวดเนี่ย จะต้องเอาผ้ายางปิดไม่ให้แมลงเข้า แถมมี 2 ชั้นด้วย ไม่ค่อยจะมีอากาศหายใจเลย ใครโดนทำรู้ไหม ผมนี่เอง เวง...คนอื่นนั่งขัดถัง ล้างถัง อยู่ด้านนอกมีลมโกรกด้วย ส่วนเรานึกซะว่าอยู่ซาวน่าไงงั้น แล้วต้องล้างขวด กรอกน้ำ ตอกฝา แพ็คใส่ถุง ยกออกไปเก็บ เทพพระเจ้า...แห่งความซวย มาประทับผมหรือไงเนี่ยะ...ทำ ๆ ไปสักพักใหญ่ ๆ ช่วงน้องสาวกะลัง ยกถังน้ำ 20 ลิตร ขึ้นไปบนรถ ได้ยินเสียง ดัง ตุ๊บ..บ..บ ไม่ใช่เสียงอะไรหรอก เสียง น้องตองล้ม เอาก้นลงไปจ้ำเบ้า ที่ห้องกรอกน้ำ โถ ๆ ๆ ก็พื้นมันลื่น ก็งี้แหละ เดินเข้าเดินออก ตั้ง 100 กว่ารอบ มันก็ต้องมีพลาดกันได้บ้าง ดีนะ ที่ใส่ กกน. แล้ว ไม่งั้น จะเจ็บมากกว่านี้อีก เพราะว่ามี กกน. มาซัพพอร์ท อีกตั้งชั้นนึงนะ อิอิ.....ขาที่จะเอาน้ำไปส่ง ก็เลยทิ้งแม่ เอาไว้ระหว่างทาง (ก็บ้านนั่นแหละ เดี่ยวหาว่าทิ้งกลางทาง) เพื่อให้ ไปทำกับข้าวที่บ้าน เพื่อกลับมาจะได้ โซโล่...เลย

แล้วก็ พากันไปส่งน้ำที่ดอนเสลา มี ผม เต๋าน่ารัก มีต้อง น้องสาวคนที่ 1เป็นสารถีคนขับ มีน้องตองน้องสาวคนที่ 2 ซึ่งตอนนี้ใส่กางเกงในเรียบร้อยแล้ว มีอานัน โจทย์ ที่เห็นแก่ ลูกค้าที่อดน้ำ เพราะเพื่อนอานันหมดเลย (ให้ทำงานคุ้มค่า 400 บาทค่าอาหารกลางวันไหมนี่ 5555) ไปยก ๆ จัด ๆ เก็บ ๆ แล้วก็กลับมาสลบ ไสล ที่บ้าน ไม่ไหว ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 2 ทุ่ม เหนื่อยชามัดเลย...ขอไปอาบน้ำก่อน ลงมาดินเนอร์ ละกัน...พอลงมาเหลือผมคนเดียว น้องสองคนไปเดินตลาดนัดกันเสียแล้ว..เหลือผม ฟาดของเหลืออยู่คนเดียว...ซวย จริง ๆ

...ยังไม่พอ เมื่อเช้านี้ เวอร์จินซอฟท์ โทรมาเลื่อนการรับของรางวัลไปจากวันพฤหัสนี้ ไปอีกพฤหัสหน้า เวงกำ ซวย มาก ๆ งานนี้ ต้องไปสแกนกีบที่โรงเรียนแล้ว เวงกำ แล้วตูจะหนีงานออกมารับของรางวัลได้ไง ฟ่ะ ตาแป๊ะ จ๋าลูกช้างจะทำไงดี ว่าแล้ว ทะแม่ง ๆ อยู่แล้วเชียว ว่า ตูต้องโดดงานมารับรางวัล ไม่เป็นไร......ทำทุกอย่างได้เพื่อเงินอยู่แล้ว.....5555 (ฝืนหัวเราะ) แล้วผมว่าเหตุการณ์แห่งความซวยนี้ ขอยกให้เจ้าเพื่อนเก่า ที่มาทำหน้าทะเล้น แลบลิ้นล่อหลอกอยู่กลางถนน ซึ่งมันอาจจะเป็นตัวการ ของการนำความสวย เอ้ย ความซวย ทั้งหมดนี้มาให้ผม..โทษมันอย่างหน้าด้าน ๆ เสียเลย 555 สบายใจดี




 

Create Date : 24 เมษายน 2550    
Last Update : 24 เมษายน 2550 16:48:48 น.
Counter : 116 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.