Group Blog
 
All blogs
 

แหม ๆ หายไป พอให้คิดถึงไง มาบ่อย ๆ ก็ไม่คิดถึงกันสิครับเนี่ย อิอิ

หวัดดีครับ ไม่ได้เจอตัวอักษรน่าเวียนหัวของผมเสียนานสิท่า คิดถึงกันบ้างไหม หรือว่า ความจำเสื่อม จนจำเพื่อนที่น่ารัก คนนี้ไม่ได้แล้ว..... รึไม่ก็ แก่จนเป็นโรคอัลไซเมอร์ไปกันหมดแล้วละครับ อิอิ....หวังว่าคงจะไม่แก่ กันนะ ใช่ป่ะ ...ดังนั้น ถ้าใครไม่แก่ ต้องจำผมได้ ยกมือขึ้น อิอิ

...ช่วงนี้ ฝนตกบ่อย แล้วก็ตกหนักด้วย (เคยไปแบกดูเหรอไง ว้า ตู ถึงได้รู้ว่ามันหนัก ไม่เป็นไร ทีหน้าทีหลังจะได้ เอากิโลไปรองรับดู ว่ามันตก หนักขนาดไหนกันแน่ อิอิ ) รักษาสุขภาพเสื่อม ๆ ของเพื่อน ๆ กันบ้างละ ....ส่วนตัวกระผมวันนี้ เป็นโรคอู้ครับ ไม่ได้อู้เพราะขี้เกียจ (ตามสันดานเดิม) หรอกนะ อู้เพราะต้องมานั่งทำ CAI ให้แม่ ที่บ้านตะหากเล่า ก็.. ลูกกตัญญูนี่นา เลยยอมโดดสอนตั้งแต่ 9.30 น. กลับมาบ้านมาพิมพ์งาน มาเลือกรูป แต่งกราฟฟิค โอ๊ยสารพัดความดีที่หยิบยกมา เพื่อทำ CAI ให้แม่ เสียหน่อย เพราะแม่กะลังจะทำผลงานเพื่อนเลื่อนวิทยฐานะ จากครูแก่ธรรมดา ๆ ให้เป็นครูแก่วัดแก่วา เอ้ย แก่แบบอาวุโสมากขึ้น ไงงั้น อิอิ....(ปากไม่ดี ว่าแม่ตัวเอง ซะได้ )...ที่จริงไม่ได้กตัญยงกตัญญูอะไรหรอก เขาเรียกว่า ชดใช้บุญคุณ หรือไม่ก็ชดใช้กรรมเสียมากกว่า เพราะว่า..เมื่อวาน ไม่มีตังค์ ติดตัวเลยสักกะบาท เพราะว่า ฟุ่มเฟือยใช้จนหมดอ่ะดิ จะมีก็อยู่ในบัญชีธนาคาร ขี้เกียจไปกดเอทีเอ็ม แหม ๆ ก็คนมันขี้เกียจโดยสันดานอ่ะ .....เลย มีความคิดชั่ว ๆ ขึ้นมาในสมองอันแหลม ๆ ของลิง เอ้ย ของเรา...เพราะแม่ขึ้นไปขัดห้องน้ำ ข้างบน อ่ะอ้า...กระเป๋าตังค์ แม่อยู่ตรงหน้าพอดี อิอิ ความคิด ดีดี ที่ปนความชั่วร้าย ปล๊าบ ๆ แปล๊บ ๆ เกิดขึ้นในขะหมองผมทันที...ขอเงินสัก 40 บาท ก็แล้วกันนะ อิอิ...มักน้อยครับ มักน้อย คนมันมีความพอเพียงอ่ะนะ 55555...

...แต่พอเปิดกระเป๋าตังค์แม่ไปแล้ว ละลานตาเลยอ่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบงค์ 500 สีม๊วง ม่วง แบงค์ 1000 สีเท่าอ่อน ชวนยล...แต่ไฉน ใยไม่มีแบงค์ 100 หรือว่าแบงค์ 20 เลยง่ะ ทำไงดี ว้า จะไม่เอาก็ขี้เกียจไปกด เอทีเอ็ม....ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พร่ะ...ของ แบงค์ 500 สักใบละกัน...นั่น ๆ ๆ แน่ จากแบงค์ 20 เปลี่ยนเป็น แบงค์ 500 ได้ไงละนี่...(ก็แบงค์ 20 มันไม่มีนี่นา ซะงั้น ).....ครั้นจะเอาแต่แบงค์ 500 ใบเดียว ก็กลัว แบงค์ 1000 มันจะเสียใจ ร้องไห้ โฮ ๆ อยู่ในกระเป๋าตังค์ แม่ ว่าแล้วก็เลย สงสารปนเอ็นดูเจ้าแบงค์ 1000 ในกระเป๋าด้วย เลย เอามาเป็นเพื่อนกัน กับแบงค์ 500 ซะเลย จะได้ มีเพื่อน และก็เสมอภาคกัน อิอิ...สรุป ว่าเมื่อวาน จิ๊กเงินแม่มา ซะงั้น 1500 บาท อุอุ คนมันไม่ได้ตั้งใจ อะครับ อิอิ...(แม่ ลูก กัน ไม่เป็นไร หรอกมั้ง อิอิ ไมเราเป็นเด็ก (ยังเด็กอีกเหรอว้านี่ จะ 34 อยู่แล้ว ) เลว อย่างนี้นี่ ).....เลยสบายกระเป๋าตังค์ ไปซะเลย ....ไม่ต้องเปลืองค่าน้ำมัน ไปกด เอทีเอ็มด้วย เห็นม่ะ ช่วยชาติอีกต่างหาก อิอิ....

.....เห็นม่ะ พอเราทำชั่วทำผิดโดยสุจริต คำพูดนี้คุ้น ๆ หู แฮ่ะ ...ก็เลยมาทำงานเพื่อแม่ซะหน่อย เลยโดดสอนมานั่งทำงานที่บ้านให้หม่าม๊าสักหน่อย...นี่ถ้าตาแป๊ะรู้เข้า ตู หัวขาดแน่เลย ..... ส่วนเด็กนักเรียนวันนี้ดีหน่อยที่สอน ปวส.2 พวกนี้ เด็กดี มีวุฒิภาวะมากหน่อย ยิ่งไม่ค่อยห่วงเลย เลยปล่อยให้นั่งต่อวงจรตามใบงานเองซะเลย เสร็จแล้วให้เอาไปส่งที่โต๊ะทำงานที่ห้องพักครู .....แต่เรื่องทั้งเรื่องมันไม่ใช่แค่นั้น เพราะตอน 12.50 น. จะต้องประชุมเพื่อพิจารณาทุนกู้ยืม เลยต้องสร้างเรื่องเสียหน่อยแล้วสิเรา...เลยได้สวมวิญญาณ ทมยันตี เสียหน่อย...ครั้งจะแต่งเรื่อง แต่งราวเป็น เรื่องคู่กรรม ก็เห็นว่าท่าทางจะเกินไปนิด เลยแต่งเป็นเรื่อง ทวิภพ ซะงั้น จะบ้าเหรอ ขืนผ่านกระจกเข้าไปก็เป็นซ่องอ่ะดิ เฮ้ย นั่นมันทวิภพ ภาคพิศดารแล้ว 55555 (อิอิ นั่นมันทวิภพ ที่เป็นหนังเอ็กซ์ อ่ะ ติดตาไปนิด อิอิ ) ก็เลยแต่งเรื่องว่า ต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ไงไง ก็ให้เพื่อนครูในแผนกฯ ไปเข้าประชุมแทน อิอิ ทำไงได้ ช่วยเหลือเขามาเยอะแล้ว ขอให้ช่วยเราบ้างเหอะน่า อิอิ....เลยรอดไปเรื่องประชุม.....ก็เลยนั่งทำงาน จนเรื่อย ๆ ๆ มาจน บ่าย 2 บ่าย 3 เฮ้ย จู่ ๆ ฝนตกหนักมาก ๆ เลย เพราะลองไปแบกดูแล้ว น้ำหนักนี่น้อง ๆ ช้างเลยอ่ะครับ ช้างทั้งโขลงเลยอ่ะ ครับ....ตกต่อเนื่องจน 16.15 น. เลย ตายห่า รถกระบะแม่ที่จอดอยู่ใต้ต้นมะขามเทศ (สงสัยมะขามนี่เป้นพระแหง ๆ เลย เพราะมะขามมันเทศน์ได้ด้วย ยังกล้าเล่นมุขตุ่นอีกตู....) วันนี้แลกรถกับแม่ขับ กิ่งมันย้อยลงมา คาอยู่บนหลังคารถ เสียแล้ว ตายละ ขืนลงมาอีกหน่อย รถพังแน่ ๆ (รถนี่เป็นช้างตัวเมียเหรอ ถึงเป็นรถพังอ่ะ ดีนะที่ไม่ใช่ตัวผู้ เพราะมันจะเป็น รถพลาย ซะงั้น น่าเกลียดแย่ อิอิ)...

..เลย...รีบเสียสละชีวิต ปรู๊ดไป ขับรถที่ชะตาเกือบถึงฆาต ออกไป สแกนนิ้วกลับที่โรงเรียนเสียเลย (คิดไป ถ้าช่วงเปิดประตูรถ แล้วกิ่งมันหักลงมา นี่ ตู คงไม่มีโอกาส มาแหลอยู่ตรงนี้แน่นอนเลย เพิ่งคิดได้)...ช่วงขับรถกลับไปโรงเรียน โอ้โห ฝนตกแบบมืดฟ้ามัวดินมาก ๆ เลย ต้องเปิดไฟหน้ารถเลยอ่ะ เพราะมองไม่เห็นทางเลย สรุป วันนี้ ฝนตก กระหึ่มเลยอ่า....ขับไป ก็ ร้องไห้ไป เพราะตอนพิมพ์ ๆ งานอยู่แสบตาขึ้นมาซะงั้น เลยขยี้ ๆ ๆ ๆ เหมือนมีมือขยันมาช่วยขยี้ซะงั้น ระคายเคืองตามาก ๆ เลยอ่ะครับ.....ตาแดง แดงแปร๊ด เลยอ่ะ ...แล้วยัวต้องขับรถ ไปโรงเรียนด้วย โห ขับไป ร้องไห้ ไป เพราะมันระคายเคืองจน น้ำตาไหลออกมา เป็น บี๊ป ๆ เลยง่ะ เลยรู้สึก สงสารหอยมุก ที่มันระคายเคืองปล่อยเมือกมาเคลือบสิ่งที่ทำให้มันระคายเคืองจนกลายเป้นไข่มุกเลยอ่ะ โถ ๆ สงสารมันจัง...พอร้องไห้ไปมาก ๆ เริ่มหาย อ่ะ ใครบอกว่าน้ำตาไม่ช่วยอ่ะไรเลย ช่วยสิ ช่วยให้หายระคายเคืองได้ด้วยนา อิอิ....พอก่อนดีกว่า นี่ก็กลับบ้านมาแล้ว...แถมยังมีข่าวร้าย ติดปลายนวมมาอีก อะไรนะเหรอ..

.......ก้อแม่อ่ะ ดิ บอกว่ารถยนต์ เราเสียอยู่ที่โรงเรียนแม่อ่ะ เหมือนคันแร่งมันขาด เหยียบแล้วรถไม่เร่ง เวงกรรม สรุป ว่าวันนี้ รถ ฮอนด้าซีวิ๊ก ของผม วันนี้ ไม่ได้อยู่บ้าน อยู่ โรงเรียนซะงั้น ...เพราะ ช่างคงไม่มาซ่อมหรอก เพราะ ฝนตกหนักขนาดครกอ่างศิลาขนาดนี้ พรุ่งนี้คงจะได้ซ่อมอะมั้งนี่ .....สาธุ ขอให้อย่าเสียมากเลย....นะ เหมือนกรรมสนองผมไงงั้น ว่าแต่ว่า หากเสียก้ออย่าให้มันเสียเกิน 1500 บาทนะ ไม่งั้น ขาดทุนเลยอ่ะ ฮือ ๆ ๆ ๆ ....กรรมสนองทันตาเห็น เลยอ่ะ...เรา เวง...




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2550 18:51:18 น.
Counter : 157 Pageviews.  

ขอมาแก้ผ้า เอ้ย แก้ตัวสักนิดนะครับ อิอิ

ขออนุญาต แก้ตัวที่บิด ๆ เป็นเกลียวโปเต้ (ของชอบตอนเด็ก ๆ เลยนะนี่ แต่ตอนนี้ไม่กินแล้ว โตแล้ว เลยหันมากิน ปาปริก้าแทน 555 )...เสียหน่อย....ช่วงนี้ หัวผมดูจะ ห่างๆ หาย ๆ กลายเป็นกระสือ จากบล็อกไปนานพอสมควร โถ ๆ ๆ ก้อทำงายได้ ก็มันจำเป็นจริง ๆ เพราะว่าไหนจะงานสอนที่ท่วมหัวท่วมหู แหม ๆ ๆ ก็สอนตั้งสัปดาห์ ละ 35 คาบ เชียวนา..... ยิ่งกว่าตารางสอนนักเรียนเสียอีก ......แล้วไหนจะต้องเจียดเวลาสอน มาแอบตีแบดมินตันที่โรงอาหารอีกละ กว่าจะกลับบ้านก็โน่น เลย 6 โมงเย็นไปเสียแล้ว....ไหนกลับมาบ้านก็จะต้องมาเล่น แคมฟ๊อกซ์ เอ้ย ๆ ๆ ไม่ช่าย ๆ ต้องมาทบทวนงานสอนของวันรุ่งขึ้นอีกหล่ะ (เกือบหลุดปากไปเสียแล้ว) อิอิ จริงไหม น่าสมเพช เอ้ย น่าสงสารไหมละครับ.....

แล้วไหง คราวที่แล้ว แฟนตัวดี แหลมมาเขียนบล็อกให้เราเสียอีก....แหม ๆ ทำมาเป็นรู้ดีไปหมด ไหนจะโดนตัดพ้อ จากเพื่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็น ป้ามอลลี่ที่ขู่ฟ่อ ๆ (ไม่ทราบว่าคนหรือหมูป่า เอ้ย งู กันแน่ 555 มาขู่ฟ่อ ๆ เนี่ย) แม่น้องข้าวปั้น เจ๊ปลา เจ๊ไนท์แมร์ ไหนจะยัยภิ และเพื่อน คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ขอเอ่ยนาม อีก ...มีแต่คนมาบอกว่า เพื่อน ๆ จะทิ้งผมไปกันหมดแล้ว แว๊ก ขู่กันแบบนี้ คิดเหรอว่าผมจะกลัว ผมเคยกลัวที่ไหนละ 555555 อ้าวไม่ช่าย ๆ ๆ...ฆ่ากันให้ตายดีกว่า ที่จะทิ้งผมให้อยู่ตัวคนเดียว ล่อนจ้อน อย่างนี้ได้ ...เอาเลย คิดว่าจะทำหนุ่มหล่อ ๆ หน้าตาดีดี น่ารัก ๆ อย่างนี้ได้ลงคอก็เอาสิครับ ฮือ ๆ ๆ คนใจร้าย...ย.ย.ย

นี่ก็ยังติดหนี้ติดสินเรื่อพานไหว้ครูเอาไว้อีก หน้าไม่อายเลยเรา 5555 ว่าแต่ว่า เขาจะพยายามมาแหละในบล็ฮกนี้ให้ได้ นะ ตะเอง....อย่าลืมเข้ามา แวะ มาเยี่ยมเยียน ผมหน่อยนะก๊าบ.... สุดท้ายผมยังรักเพื่อน ๆ ทุกคนในบล็ฮกแห่งนี้นะคร๊าบ...บ้ายบาย สำหรับวันนี้ ไปเล่น แคมฟ๊อกซ์ ก่อน เอ้ย บ้า สิ เค้าจะไปทำ CAI ให้แม่ก่อน น้า...อ้ายเรามันก็เป็นลูกกาตันยู ชวนหมวยมาเป่าปี่ติดคอ ซะด้วย สิเรา (ยัยหมวยนี่มูมมามจังนะ เป่าปี่เราแค่นี้ต้องติดคอด้วย อี๋ ๆ มูมมาม ตะกละตะกรามชัด ๆ 5555)......ทำงานให้แม่ก็ต้องด่าแม่ ว่าแม่ บ่นแม่เป็นธรรมดา อิอิ ว่าแต่ว่า แม่เขียนสตอรี่บอร์ดเสร็จยังเนี่ย รออยู่นะ ฮึ ๆ ช้านักเดี๋ยว ก็เล่นแคมฟ๊อกซ์เสียเลยนี่ 555555

อืม...เมื่อเช้าสอนเด็ก...เด็กมันเล่าเรื่องน่ากลัว ๆ ให้ฟัง ไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องได้ถึงอารมณ์รึป่าวนะ ....เรื่องมันมีอยู่ว่า...แถวบ้านเด็กเนี่ยบ้านที่มันอยู่เนี่ยมันออกจาเปลี่ยว ๆ เสียหน่อยนะ....แล้วเผอิญช่วงนั้นมันมีข่าวว่ามอไซค์รับจ้างที่ผ่านมาส่งลูกค้าแถว ๆ นั้นมันถูกฆ่าปาดคอชิงทรัพย์มาหมาด ๆ ร้อน ๆ เลย......แล้วเผอิญวันนั้นมันมีเหตุจำเป็นจะต้องออกมาซื้อยาไปให้แม่มันตอน 3 ทุ่ม กว่า ๆ มันก็เลยเอามอไซด์ออกมาจากบ้านเพื่อนเข้าตัวเมือง....พอผ่านที่จุดเกิดเหตุมันก็หวิว ๆ หยอง ๆ ขนลุกไปหมด เพราะคงจะมืด ๆ เปลี่ยว ๆ ด้วยอ่ะ....พอขับรถไปถึงตัวเมืองก็ทำธุระให้แม่เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ปรากฏว่าออกมาจากตัวเมืองได้ ขับมาเรื่อย ๆ จนเกือบ ๆ จะถึงที่มีเหตุฆาตกรรมไม่เท่าไร.....มอไซด์ขอมันน้ำมันหมดพอดี หันซ้าย หันขวา ก็ไม่มีใครผ่านไปผ่านมาด้วย เอาละสิ....มองนาฬิกา นี่มันก็เกือบ ๆ 4 ทุ่มแล้ว....วิตกแล้วสิมัน....มันนึกได้ว่า ก่อนจะถึงบ้านมันไม่เท่าไร มีร้านป้าขายของชำ ซึ่งป้าเขาขายน้ำมัน ด้วย แล้วป้าแกก็ปิดดึก ปิดเกือบ 5 ทุ่มแหนะ เพราะ รอ ๆ คนแถวบ้านมันมาดริ๊งค์ มันเลยหวังว่า ถ้ามีมอไซด์ใครผ่านมาจะได้โบกติดสอยห้อยตามไปซื้อน้ำมันมาเติมรถมัน...คิดได้ไม่เท่าไร เห็นแสงไฟ วาบ ๆ ๆ ไม่ใช่กระสือ แต่มันเป็น กระหัง เอ้ย ไม่ใช่ มอไซด์รับจ้างต่างหาก ใส่เสื้อวินใส่หมวกกันน๊อคมาพอดี สบโอกาสเลยโบกมือ หยอย ๆ บอกน้องจะไปชายแดน มาบ้าเพลงลูกทุ่งอะไรเอาป่านนี้ ไม่ถูกกาละเทศะเลยมรึง....ก็เลยโบกมือ มอไซค์รับจ้างหยุดตรงหน้า มันขึ้นคร่อมแบบไม่ได้คิด บอกไปร้านป้านั่น......พอมอไซด์ขับไปสักพัก ช่วงตรงจุดเกิดเหตุคาดตากามนั่นแหละ ....มอไซค์รับจ้าง พูดเสียง ยาน ๆ เย็น ยะเยือก ๆ ว่า.....มรึง อยาก....ก.ก.ก.ก.......ตาย..ย.ย.ย.ย...ย .......หม๊าย..ย.ย.ย.ย........กูทนไม่ไหว แล้ว......มรึง ๆ ๆ ๆ อยาก......ก...ก ตาย..ย.ย.ย. ไหม....ม.ม.ม.ม.ม..... มันขนลุกซู่ ไปหมดเลย.......ไม่ทันไร มอเตอร์ไซค์รับจ้างคนนั้นจอดรถหยุด กึก ลงตรงนั้น ...แล้วหัน ช้า ๆ มาทางมัน แล้วพูดกับมันว่า......มึงอยากตายใช่ไหม....แม่งเสือกถือถุงก๋วยเตี๋ยวแล้วมีน้ำร้อน ๆ มาโดนหลังกู ร้อนฉิบหาย กูทนไม่ได้แล้ว หนาเว้ย .......เรื่องก็จบลง ณ ประการ ฉะนี้ ...สรุปว่า...มอไซด์รับจ้างคันนั้นไม่ใช่ผีครับ เป็นคน ครับ เป็นคนที่รับรู้ถึง ถุงก๋วยเตี๋ยว ที่มีน้ำ ร้อน ๆ ไปโดนหลังตานั่น 555555 ถือไม่ระวังเล้ย อ้ายเด็กเวร.....สงสัยมันซื้อไปให้แม่มันกิน ก่อนจะกินยาตาม ลูก ที่ดีจริง ๆ เลย 5555 จบแล้วครับ

พรุ่งนี้ถ้ามีโอกาส ไม่อู้จะมาแหละใหม่นาครับ อย่าลืม หนุ่มน้อยหน้ามล คนน่ารักอย่างผมนะครับ รักเต๋าน้อย ๆ แต่รักนาน ๆ นะครับ เพื่อน ๆ อิอิอิ




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2550 21:16:00 น.
Counter : 147 Pageviews.  

วันนี้ที่โรงเรียนมีซ้อมไหว้ครูอ่ะ...ไม่อยากด่าแต่ก็ต้องด่า เซ็งเป็ดเลย..

วันนี้ที่โรงเรียนเป็นวันซ้อมใหญ่ของพิธีไหว้ครูในวันพรุ่งนี้...เริ่มตั้งแต่เวลา 8.30 น. - 10.00 น. โดยเคารพธงชาติเสร็จ ก็ให้นักเรียนเดินประท้วง เอ้ย เดินสวนสนาม เอ้ยไม่ใช่ เดินแถว เว้ย....โดยให้เดินจากหน้าเสาธงไปที่อาคารฝึกงานชั้น 4 ที่เป็นห้องสำหรับทำพิธีไหว้ครู .....ซึ่งถ้าหาก คุณ ๆ ๆ ๆ อยากจะรู้ว่าไกลขนาดไหนก็ เอาไม้บรรทัดมาวัดกันเอาเองก็แล้วกันะครับ ก็คงจะได้ระยะทางที่ชัวร์ ๆ ....แต่ถ้าหากต้องการ..ให้ผมใช้ สมองแหลม ๆ ที่เหมือน ๆ กับไม้เสียบลูกชิ้นในคาดคะเน แล้วละก็สามารถ ๆ ตื๊ด ๆ ๆ ๆ นี่ไง ระยะทางคร่าว ๆ ก็คงจะอยู่ราว ๆ ครึ่ง กิโลเมตรเห็นจะได้....โดยให้เดินไปทีละแถว ยาวเชียว......ส่วนผมเดินตามไปสักพัก ได้ซักครึ่งทาง ก็ชะแว๊ป ออกจากแถว มาโซโล่ อาหารเช้าที่โรงอาหารก่อน ไม่ได้หรอก กองทัพทหารของ คมช. เอ้ย เวง ๆ แล้วไหมละตู กองทัพ(ของผมเอง กะเพาะ ไง กะเพาะว่ารักเธออ่ะแหละน่า) ต้องเดินด้วยท้องมิใช่เหรอ ว่าแต่ว่า ส้งติง ของท้องนี่ มีกี่ข้างอ่ะ แล้วมันใส่รองเท้ายี่ห้อไร เบอร์เท่าไรกันบ้างหว่า สงกะสัยจริง ๆ เล้ย...แต่ท้องมานอย่างผมนี่รับรอง เท้ายั๊วะเยี้ยะเป็นกิ้งกือ แหง ๆ เลย .....รีบกินอย่างกับหนีตำรวจไงงั้น...ไม่ได้สิความรับผิดชอบต่อเด็กก็ต้องมีอยู่ในใจดี ๆ ของผมบ้างแหละ....อิอิ ลากสังขาร เดินไปที่ชั้น 4 พระเจ้า ลิ้นห้อยออกมายังกะหมาหอบฟาง ซะขนาดนั้น

...สงสารก็แต่พระที่จะมาร่วมพิธีในวันพรุ่งนี้ จริง ๆ โดยจะที่มาทำพิธี 9 รูป นี่ อายุอานามนี่ไม่ต้องพูดถึง น่าจะรู้ ๆ ....สงสารท่านชะมัด...ไหนจะตาแป๊ะ ผอ. สุดที่รักของผมอีก เฮ้อ เกิดเหนื่อยหอบขึ้นมา หรือหัวใจวายตายขึ้นมา นี่ผมก็ดีใจตายเลย เอ้ยไม่ใช่สิ เสียใจ ต่างหากเล่า ผอ. เราท้างคน...ก็ต้องเสียใจ อ่ะสิ แต่เป็นการเสียใจที่ตายช้า ไป อ่ะดิ 55555 ล้อเล่ง ค๊าบบบบ....ล้อเล่ง แต่จิง ๆ นะ อิอิ

.....ไปถึงข้างบน อ้าว ไหง มีแต่เด็กนักเรียน มีครู อยู่แค่ ขอร่ายชื่อ มีรองฯสุนทร , อ.อัญชลี, อ.จาริยา, อ. ประทวน, อ.มหิศร, อ. จันทร์เพ็ญ, อ. ณัฐพงศ์, อ. นวรัตน์ , อ. ชาญณรงค์, อ. เยาวลักษณ์ และ อ. ที่หล่อที่สุดอย่างผมอีกคน คิดดูเด็ก พันคน แต่มีครู อยู่แค่นี้ 11 คน อยู่ไม่ถึงครึ่ง เวง ...สาบานได้ เลย ดู ๆ ๆ ดู ครู โรงเรียนนี้ คิดอะไรของมันอยู่ ตู ละเบื่อ ..ขอแก้ตัว แทนครูแผนกผม เพราะครูแผนกผม ก็มีผมคนเดียวที่มา ส่วนอีก 2 คน ขอผมแล้วว่าจะไป หา ผอ. อีกโรงเรียนเพราะจะไปสอบถามเรื่องกล้องวงจรปิด อันนี้ ถือว่าน่าให้อภัย..แต่ที่เหลือ....คิดเอาเองไม่อยากด่า....เพราะมันอาจจะเกินที่หู และตา ของคุณ ๆ ๆ ๆ จะรับด้าย...ย.ย...นี่แหละหนา ชีวิตครู ที่นี่ ...อ้าย บัด มาซบ หน่อยสิ ว่ะ...ฮึ่ม ๆ ขอมีโค๊ดลับ หน่อยก็แล้วกัน จะได้มัน ๆ ปาก อ่ะ

.....ผมรู้ว่าทำไม ครู พวกนี้ไม่ขึ้นมา เพราะว่า ตาแป๊ะ ไม่ขึ้นมาดู ไง อิอิ อ้ายพวกคณู เอาหน้าพวกนี้ เลยไม่มามาให้เห็น หน้าเห็นตูด กันสักกะตัว....แล้ว พวกครู พวกนี้ ก็ไม่ เห็นกัวรองฯ สุนทร อีกด้วย เพราะแกเพิ่งมาใหม่แล้วก็ใจดี เกินไปด้วย ....

....พอเลิกซ้อม ก็จัดแจงพาเด็กที่ปรึกษา คือห้อง ปวส.1 ไปที่ห้องที่แผนก อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ลงจากชั้น 4 มาแค่ชั้นเดียว เพราะแผนกผมอยู่ ที่ชั้น 3 นี่เอ๋ง เอ้ย เอง เว้ย เอ๋ง นั่นมันเสียงร้องของผม เวลาโดนคนเหยียบหางต่างหาก 555 แต่ตอนนี้ไม่ร้องแล้ว เพราะถูก ตัดหางไปแล้ว เอามาปล่อยวัดซะด้วย แต่ดีนะที่เอามาปล่อยที่วัดพระแก้วฯ อิอิ เลยเป็นหมาวัด ไฮโล เอ้ย ไฮโซ ไปเสียฉิบ อิอิ...เด็ก ๆ พวกนี้สามัคคีกันมาก ช่วยกันทำพาน โดยผมทำการครีเอทเช่นเดิมทุกปี เพราะพานของห้องผมนี่จะต้อง มีเพ็ดดีกรี (ที่ไม่ใช่อาหารหมานะ) คือมีใบรับรองว่า ติด รางวัลชนะเลิศ มาทุกปี ดังนั้น ปีนี้ ต้องเป็นเช่นเดิม ขึ้นหลังเสือ แล้วมันลงไม่ได้ เพราะ หมาวัดไฮโซ อย่างผมอาจจะโดนเสือกัดได้...อิอิ ก็เลย ครีเอท เป็นพานดอกไม้อันนึง โดย ทำดอกบัวจากกระดาษสาสีขาว โปร่ง ๆ หน่อย แล้วเอาหลอด แอลอีดี ไม่รู้จักละสิ ไม่ไฮโซ เลยนะต๊ะเอง บอกให้ก็ได้ อ้ายหลอดไฟที่อยู่ตามไฟเขียวไฟแดงจราจรที่เป็นกลม ๆ เล็ก ๆ ใส ๆ แล้วมีไฟก็จะ เปล่งแสงได้ไง เอาเข้าไปยัดในกลีบดอกบัว ดอกละ 3 ดวง มีสี แดง สีฟ้า สีเขียว แล้วก็ทำทั้งหมด 8 ดอก เอากระดาษสาสีเขียวมาทำเป็นใบบัว แล้วก็ต่อวงจรที่ทำจากไอซี 555 มาเป็นวงจรทำให้มันกระพริบทีละสี ให้ครบทั้ง 3 สี อิอิ เริ่ด...ส่วนพานธูปเทียน ก็เอาดอกบัวที่ไม่ได้ยัดหลอดไฟ มาประดับ กับดอกกุหลาบ สีแดง แล้วก็เอากระจาดที่เหมือนเรือเอามาไว้ด้านบน แล้วเอาธูปเทียนแพมาวางบนกระจาดแล้วก็เอาหลอดไฟแอลดีดี มาทำไฟกระพริบที่ยอดปลายเทียน แล้วก็ท่อนลำของเทียน...ว้าว ๆ เริ่ดอีกเช่นกัน ...แต่เรื่องมันยางไม่จบ ยังไม่แค่นั้น...

...ผมต้องขับรถถ่อกลับไปบ้าน ไปที่สวนหน้าบ้านที่กว้างใหญ่ไพศาล ยังกับทุ่งหญ้า สะวันนา ไงงั้น เพื่อไปตัดเอาใบเฟิร์นที่หน้าบ้านมาอีก 1 มัด ประมาณ 30 ใบ เห็นจะได้ ยัง เอาเฟิร์นอีกแบบมาอีก เกือบ 20 ใบ...ยัง ๆ ....ยังเด็ด เอาตัดลูกแก้วมังกร (ของคนข้างบ้าน ที่มันยื่นเข้ามาที่บ้านผม เอามาด้วยเลย 555 เอามา 2 ลูก อ่ะ อย่าไปบอกใครเขานะ อิอิ)...แล้วก็มาที่ทะเลสาบสงขลา หน้าบ้าน ตัดเอา ดอกกก มาอีก เกือบ 20 กิ่งมาอีก ....อานะ เพื่อรางวัล ศรีทนได้ 5555.... แล้วก็ขับรถบึ่งกลับโรงเรียน...มาทำต่อ เด็กที่ต่อวงจร ก็ยังต่อไม่เสร็จ...ก็เลย เอาใบไม้ที่ไปตัดมาช่วยกันประดับประดากัน....แล้วก็มาให้กำลังใจเด็กที่ต่อวงจรต่อ จนเสร็จ...แต่ในกระจาดยังว่างอนู่เลย เอาดอกบัวที่เหลือมายัด หลอดไฟกระพริบไปอีกดอก แต่ก็ยังเห็นสายไฟ แล้วก็สวิต และแบตเตอรี่ ก็เลยเอากระดาษย่นมาบังความชั่วเอาไว้..อิอิ...แล้วก็ สั่ง ๆ ๆ ๆ ให้เด้กว่าพรุ่งนี้เอาดอกเข็ม ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเข็มมาด้วยนะ เอามาใส่กระจาดนี่แหละ เพื่อบังสายไฟ อิอิ...กว่าจะเสร็จ ก็ปาเข้าไป หกโมงเย็น กว่า ๆ ...ส่วน พานผมจะไปถึงดวงดาวรึป่าว พรุ่งนี้ จะเก็บภาพ และจะมารายงานผลสืบต่อไป คร๊าบ..บ..บ ว่าแต่ว่า ดอกไม้มันคงจะเหี่ยว ๆ ไปบ้างละว้า...ไม่กล้าเอาน้ำฉีด เดี๋ยววงจรช๊อต อ่ะ....ไม่งั้น จบไม่สวยแน่เลย...ศัตรูที่น่ากลัวคือ ห้อง ปวส.2 แผนกผมนี่แหละ เพราะไปซุ่มกันทำที่บ้านเด็กคนนึง...แต่ ว่าแต่ว่า มันจะได้ทำรึป่าวว้า...มัวแต่ไปนั่ง ทำไร่กันสิละไม่ว่า ทำไล่เพ่นอ่ะดิ เล่นไพ่ไง...คงป๊อก แปด ป๊อกเก้ากันจน ไม่มีเวลา อ่ะดิ ..อิอิ แล้วผลจะเป็นยังไง จะ จับภาพใส่กุญแจมือมา แฉ ให้นะครับ ....วันนี้บ๊าย บาย ไปก่อนนะครับ.....

รายงานข่าวโดย นักข่าว หัวเห็ด (หอมแก้ม (ก้น)) ครับ




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 20:55:49 น.
Counter : 167 Pageviews.  

สัตว์เลี้ยงของผม ปอ ปลา ท้อง ป่อง

จะว่าไปเนี่ย ผมก็เป็นคนนึงเลยแหละที่นิสัยใจคอเต็มเปี่ยมไปด้วยความดี มีเมตตา กรุณา ต่อสัตว์มาก ๆ คนนึงเลยแหละ (แน๊ะ ดูมาทำหน้าทำตา ไม่คิดจะเชื่อกันบ้างเลยรึไงห๊า แหม ๆ โปรดช่วยเชื่อกันสักหน่อยเถอะนะครับ ขอร้องละขอร้อง ) ไม่ว่าจะเป็นช้าง ม้า วัว ควาย กินมาหมดแล้ว อิอิ....(อ้ายวัว อ้ายควาย เนี่ย ไม่เถียง ๆ เพราะใคร ๆ ก็ต้องเคยกินกันมาบ้างแล้วละ... แต่ อ้ายช้างเนี่ย เคยกินกันรึไงล่ะ ......อ้าว ๆ พูดงี้ ดูถูกกันนี่หว่า ทำไมจะไม่เคย ก็อิตอนที่ไปกินบุฟเฟ่ต์หมูกะทะเนี่ย ออกจะกินกันบ่อยไป จะไม่เคยกินได้ไงเล่า.....ทำไมเหรอ ร้านบุฟเฟ่พวกนี้เขามีเนื้อช้าง ให้กินด้วยเหรอ...มีสิ ไม่เชื่อลองไปตักเนื้อสัตว์ที่ถาดบุฟเฟ่ต์มาสักจานดิ...แล้วจะเห็นกับตาเลยว่า นี่มันเนื้อช้างจริง ๆ .....เพราะถ้าลองมองดูให้ดีดี จะเห็น...งา..ติดอยู่ที่เนื้อด้วยน่ะจ๊ะ...แล้วลองคิดดูดีดีสิว่า สัตว์อะไรเหรอที่มีงา แล้ว หมู หมา กาไก่ ที่ไหนจะมีงาได้ ก็มีแต่ช้างนี่แหละที่มีงา 5555 ดังนั้นเนื้อพวกนี้ก็ต้องเป็นเนื้อช้างแน่นอน เพราะมีงาติดอยู่ด้วยนะ ที่สำคัญอร่อยด้วยนะนี่ อิอิ....)..... แล้วจะมีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ได้ยังไงกัน ว้านี่ ..... ไปกินมันเนี่ยนะ........อ้าว ก็เขาฆ่ามันตายไปแล้ว ทิ้งไปมันก็บูด ก็เน่า เสียของไปเปล่า ๆ ปรี้ ๆ เหมือนมันตายแล้วเสียชาติเกิด ดังนั้นต้องช่วย กิน ๆ มันให้หมด มันก็จะได้มีอานิสงฆ์บุญ จากเราไปด้วยไง ที่มันสามารถทำให้เราอิ่ม แล้วก็อร่อยได้ ถ้ากินมันไม่หมดสิ มันคงต้องมองมาแล้วก็ร้องไห้ โวยวาย ด้วยความเสียอกเสียใจ ว่าทำไม พวก มรึง ๆ แดร๊ก กูไม่หมดว้า ฮือ ๆ แย่เลย....อ้าว อย่าพูดถึงเรื่องกินสิ พอพูดถึงเรื่องกินปุ๊บ.....ผมก็สามารถ แถก ๆ ออกนอกเรื่องได้ง่าย ๆ เลยนะ...อ่ะ ๆ กลับเข้าเรื่อง ๆ





.....ก็ตั้งแต่เล็กจนโตแล้ว ชอบมาก ๆ เลย อ้ายเรื่องเลี้ยงสัตว์เนี่ย....จากที่จำความได้ เด็ก ๆ เนี่ย ที่บ้านจะเลี้ยงพวกปลาหางนกยูง ปลาทอง อะไรเทือกนี้...อูย ชอบมาก ๆ เลย....(แต่ส่วนมากจะชอบรังแก เสียเป็นส่วนใหญ่ อ่ะนะ แล้วจะไปบอกเขาทำไมเล่าเว้ย) ประกอบกับว่าตัวเองเนี่ยเป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาด อ่ะนะ เพราะเป็นคนช่างสังเกตสังกาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วละจ้า แล้ววันนั้นสายตาอันยาวไกลของผม ก็ไปสะดุดกึก ๆ อยู่ที่ท้องของอ้ายเจ้าปลาพวกนี้ นี่เอง ทำไมมันป่อง ๆ ว้า ปลาหางนกยูงก็ป่อง ปลาทองก็ป่อง 55555 แน่นอน ๆ ถ้ามันป่องอย่างงี้ แน่นอนมันต้องท้องแน่เลย (ไม่ใช่ท้องอืด หรือว่าท้องเสียนะ ท้องแบบนี้ เขาเรียกว่าตั้งครรภ์อ่ะนะ) ดูสิ ขนาดยายบา คนข้างบ้านก็ท้องป่องแบบนี้แหละ ( อ่ะนะมีการไปเปรียบเทียบกับเขาอีก ก็บอกแล้วว่าเด็กมันฉลาด......อ่ะ..) แล้วสักพักท้องยายบา มันก็แฟ่บ ออกมาเป็นเด็กเล็ก ๆ ได้เลย แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าท้อง แม่บอกมา 5555 .....ดังนั้น อ้ายเจ้าปลาพวกนี้ มันต้องท้องด้วยแน่ ๆ เลย โดยเฉพาะอ้ายพวกปลาทองพวกนี้ ชัวร์แน่ ๆ ดูสิ ท้องป๊อง ป่อง อีกไม่นานมันก็คงต้องคลอดลูก ๆ ออกมา เป็นปลาทองตัวเล็ก ๆ เพียบ...และแล้วก็พยายามมาจ้องมองมัน ทุกวั๊น ทุกวัน รอจะดูว่าเมื่อไรมันจะออกลูก มาให้เป็นกรรมของลูกกะตา เอ้ย เป็นบุญตา แต่จนแล้วจนรอดก็รอไม่ไหว เพราะว่ารอนานเกินไปแล้วนี่นา........

อ่ะอ้า...สงสัยจะต้องช่วยทำคลอดมันซะหน่อยแล้ว....นับดูปลาทองในตู้มี...1 2 3 4 5 (อยู่นิ่ง ๆ สิเว้ย จะนับสักหน่อย ว่ายไปว่ายมา อยู่ได้ ตาลายนะเว้ย) อ่อ ๆ มีทั้งหมด 6 ตัว ดังนั้น ถ้ามันมีเยอะอย่างงี้ พ่อจับผิดเราไม่ได้หรอกน่า เขาคงต้องจำไม่ได้แน่ว่าปลามีทั้งหมดกี่ตัว ...(สมองอันชาญฉลาดของเด็กน้อยน่ารักอย่างผมคิดอย่างนั้น) ว่าแล้วก็หันซ้าย หันขวา ไม่มีใครเว้ย ทางสะดวก ตามมาเลยพวก (เฮ้ย อยู่คนเดียวเว้ย จะไปตามใครมาเล่า เดี๋ยวมันก็ปากโป้งหรอกน่า เออ จริง ๆ ทำคนเดียวก็ได้ฟ่ะ) แล้วก็เอาเก้าอี้มาต่อ ปีนขึ้นไปเปิดฝาตู้ปลา....เอามือไปช้อนจับปลาทองดวงซวย มาตัวนึง (แบบว่าปลาทองตัวนี้ ชะตามันคงจะถึงฆาตจริง ๆ อ่ะนะ ขอไว้อาลัยให้มันก่อน)....เสร็จแล้ว..ก็ตักใส่ขันน้ำที่เตรียมมา แล้วก็วิ่งหนีไปที่เปลี่ยว ๆ เอาเข็มหมุดมาเล่มนึง มีดมาเล่มนึง ทิชชู่ด้วย (โอ้โห....เตรียมมาซะพร้อมเลยเชียว ว่าแต่เขียงล่ะ ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ) อืมม์ ๆ ใช่ ๆ มีเขียงด้วยนะถ้าจำไม่ผิด....พอจับเจ้าปลาทองดวงตกมา อ้าว ๆ มันดิ้นอ่ะ ไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ทำไงดี อิอิ เอาทิชชู่โปะ ๆ มันก่อน แล้วก็เอาทิชชู่มาแปะ ๆ ปิด ๆ มันเอาไว้ แล้วก็ต้องวางยาสลบมันซะก่อน...มืออีกข้างคว้าเข็มหมุด...หัวมุกสีแดง จำได้แม่นเลยอ่ะ ประหนึ่งว่าเป็นเข็มฉีดยาสลบ....แล้วก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง จิ้ม จึ๊ก ๆ ๆ ๆ (เหี้ยม ไม่มี มอ ม้า จริง ๆ เลยผม บัดซบ ที่สุด) ....ปลาทองดวงซวย เริ่มแน่นิ่ง 5555 สงสัยสลบไปแล้ว ว่าแล้วก็เปิดผ้าคลุมศพ เอ้ย ทิชชู่ที่ปิดตัวปลาทองดวงซวย ดู อ้าวสลบไปแล้วนี่นา ก็เลยเอื้อมมือไปหยิบมีดมา กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเจี๋ยน เอ้ย ทำคลอดต่างหากเล่า (นี่นะกล้า ๆ กลัว ๆ เอามีดมาจะผ่าท้องเนี่ยนะ) และแล้วก็สะกดจิต สะกดใจ เพื่อลงมือปาดท้องปลาทองที่มันป่อง ๆ (ไม่รู้ว่าตอนจะปาดท้องเจ้าปลาทองดวงซวยตัวนี่ ทำหน้าตายิ้ม กรุ้มกริ่ม แบบคนโรคจิต ด้วยรึป่าวก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ นึกภาพแล้วสยดสยองมาก ๆ เลยอ่ะ ทำไมเราตอนเด็ก ๆ นี่ชั่ว จริง ๆ ) ...พอปาดท้องไปแล้ว ก็ก้มลงไปดูที่ท้องป่อง ๆ ของเจ้าปลาทอง อ่ะ ๆ อ้าว ไข่ มันไปไหนอ่ะ (ไม่เห็นมีเลย ไม่เหมือนปลาช่อนตัวที่แม่เอามานึ่งเลย แล้วก็ไม่เห็นเหมือนปลาทูที่ยายทอดให้กินด้วย เพราะทุกครั้งที่จะกินปลาทูผมต้องเอาช้อนแบะตรงพุง แล้วก็จะเอาช้อนไปตักไข่ปลาทูเอามากิน) ทำไมพุงป่อง ๆ ไม่มีไข่เลยอ่ะ เวงกำ.....ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันตอนนั้น....ก็เลยไปปลุกปลาทองให้ตื่น จากสลบ....ฟื้น ๆ ๆ ๆ มันไม่ยอมฟื้นอ่ะ มันเริ่มติดนิ่งเหมือนตอนนักยิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ เล่นท่ากางเขนเหล็ก บนอุปกรณ์ห่วงคู่......แล้วทำยังไงให้มันฟื้นละนี่......หรือว่าเราทำหนักมือเกินไปรึป่าว (อย่านี้ไม่เรียกว่าหนักมือแล้วละ อย่างนี้เขาเรียกว่าหนักแผ่นดินเสียละมากกว่ามั้ง).....ไปเอาน้ำมาดีกว่า เพราะปลาโดนน้ำแล้วมันจะได้ว่ายน้ำได้ เอาน้ำใส่ขันมา แล้วใส่ปลาทองดวงซวยลงไป ไม่ว่ายอ่ะ ดันทะลึ่งลอยเป็นลูกโป่งสวรรค์เลยนะมรึง...ทำไงดี ๆ เริ่มรู้ตัว มันต้องตายแล้วแน่ ๆ เลยละสินี่ (ก็แน่ละสิ เล่นทั้งจิ้ม ทั้งผ่าซะขนาดนั้น ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต แล้วละครับ)....ความชาญฉลาด(แกมโกง)ของสมองเด็กเล็ก ๆ น่ารัก ๆ อย่างผม (น่ารัก หรือน่ารังเกียจก็ไม่รู้) คิดขึ้นมาได้ ต้องทำลายหลักฐาน พามันไปนั่งยางโชว์ เอ้ย เอาไปเผาทำลายหลักฐานดีกว่า (ฉลาดจังเลย มีความคิดเป็นยอดนักฆาตกรรมอำพรางคดีตั้งแต่เล็ก ๆ เลยนะนี่) ว่าแล้ว ก็เอาปลาทองดวงซวย (ผมว่ามันต้องซวยมาก ๆ ถึงมากที่สุด จริง ๆ ) ห่อด้วยกระดาษทิชชู่ ห่อหลายรอบเลยอ่ะ...แล้วก็เอาไปวางบนเตาแก๊ส แล้วก็เปิดเตาแก๊ส(จะว่าไปบ้านเรานี่ ก็เลี้ยงลูกเสี่ยง ๆ กันนะ เล่นทั้งเข็ม ทั้งมีด ทั้งไฟ ปล่อยให้เล่นได้ไงเนี่ยะ อ้ายลูกไม่มีคนสั่งสอน (มีเว้ย มีคนสอน แต่ไม่ได้จำ มีไรป่ะ) ดู๊ ดู ดูมันยังมีหน้ามาเถียงอีกนะ ) ไฟกำลังเผาร่างปลาน้อยดวงตกตัวนั้น...ดีไม่มีเสียงกริ่ง แล้วก็เสียงสวดศพไปด้วย จะได้อารมณ์มาก ๆ (เก่งไหมรู้จักวิธีฌาปนกิจตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ก็บอกแล้วว่าเด็กมันฉลาด)...มันไหม้ไม่หมดอ่ะ..ทำไงดี ๆ ปิดแก๊ส แล้วก็ตาลีตาลานหาอะไรมาตักเศษของไหม้ ๆ บนเตาออกไป อ่ะนั้น ทัพพี เอาทัพพีนี่แหละ ตักเศษที่เผา แล้วก็ไหม้ ไม่หมด ออกใส่ขัน ไม่ให้เป็นหลักฐานผูกมัดคดี.....แล้วก็วิ่งไปขุดดินอยู่หลังบ้าน...(เออ แล้วไมไม่คิดตั้งแต่แรก ๆ ว้านี่ ฝังดินไปตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้วสินี่ สงสัย อยากจะเล่นไฟล่ะสิ ไอ้เด็ก เปรต)...ฝังศพปลา...ไม่ได้ฝังเปล่า ๆ นะ กลัวว่ามันนอนไม่สบาย วิ่งไปเอาผ้าเช็ดหน้าของผมมารองให้มันนอนได้สบาย ๆ ในหลุมก่อนจะวางศพปลาน้อยลงไป (บอกแล้วว่าผมเนี่ย มันเป็นคนมีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ เชื่อหรือยังละ อุตส่าห์นึกถึงใจปลาน้อยด้วยว่าเดี๋ยวนอนไม่สบาย อิอิ) แล้วก็ฝังมันเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็เดินไปหาดอกไม้ แถว ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นดอกเข็ม ดอกบานเย็น ดอกดาวเรือง ดอกแก้ว มาปักมาโปรยไว้บนหลุมฝังศพให้มันเสียด้วย (โรแมนติกจริง ๆ เลยเรา) .....และแล้วก็เสร็จสิ้น การทำพิธีศพของเจ้าปลาน้อย....อย่า ๆ อย่าคิดนะว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยสวัสดิภาพ เพราะไม่นานนักคุณพ่อตัวดีของผมนะสิ.. (ทำไมต้องเป็นพ่อด้วยนะที่เจอ สงสัยว่าพระเจ้าจะลงโทษเราให้สาสม โดยส่งคนที่เรากลัวมากที่สุดในโลก มาแก้แค้นให้เจ้าปลาทองตัวนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนคับ พระเอกของตอนนี้ครับ ...พ่อผมเอง).... อยู่ ๆ ก็กลับกลายสวมวิญญาณเป็นยอดนักสืบเชอร์ล็อกโฮม มานั่งดูปลาทองในตู้เสียนี่ เราก็แอบดู อย่างใจจดใจจ่อ กลัว ก็กลัว กลัวโดนตีอ่ะ ลนลานผิดสังเกตเลยก็ว่าได้...แต่ในใจก็แอบ ๆ คิดว่า คงไม่รู้หรอกมั้ง มีตั้ง 2 ตู้ ... แต่ที่ไหนได้ ดันจับได้ว่าปลาทองหายไปตัวนึง (เก่งชะมัดเลยรู้ได้ไง ว้า นี่) พ่อเริ่มเสียงดัง ปลาฮอลันดาหัววุ้นหายไปไหนตัวนึงว่ะ สายตาเริ่ม ๆ เหลือบมองมาทางลูก ๆ ทั้ง 3 คน (จริง ๆ มีลูก 4 คนคับ แต่อีกคนเพิ่งเกิดตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลยไม่ขอนับ ส่วนที่เหลือก็มีผมเนี่ย 10 ขวบ แล้วก็น้องสาว 6 ขวบ คนนึง และก็ 5 ขวบอีกคนนึงตามลำดับ) ...อาวละสิ เริ่มจับผิดลูก ๆ มองตาผมคนแรกเลย ก็ละล่ำละลักสิคับ ก็คนมันกลัวนี่นา แต่ยังทำใจดีสู้เสือ ปากคอสั่นตอบ ตะ ตะ ตอบ ไปว่า ป่าว ๆ ไม่ได้จับไปไหน (อ้าว โง่ป่าว..นี่ ไปบอกเขาว่าไม่ได้จับไปไหน ...ทำไมไม่บอกไปว่า...ไม่รู้....เล่า เปิดช่องโหว่ ซะขนาดนี้ ).....มีเสียงคนมาช่วยชีวิตครับ.....แมวมันจับไปกินหรือเปล่า ...เสียง ยาย มาช่วยครับ....แมวที่ไหนมันจะเปิดตู้ปลา ตรงหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ได้......(เออ ว่ะ พ่อเราไมเก่งจังว้านี่).......ผมว่า ไอ้เต๋านี่แหละ...อ้าว ๆ ไหงหวยมาออกที่ตูว้านี่ เก่งสุด ๆ พ่อเรา แต่ผมก็ปากแข็ง ว่า ป่าว ๆ ...สักพักแม่มาช่วยชีวิต ชั่ว ๆ ของผมไว้อีกว่า มันมีเท่านี้ละมั้ง จะมีแค่นี้ได้ไง ตู้นี้มี 6 ตัว ตู้นี้มี 5 ตัว มันจะไม่เท่ากันได้ยังไงล่ะ......(เออ ว่ะ ทำไมตอนที่เราจะจับไปทำการทดลองทางการแพทย์ เอกสูตินารีนางมัจฉาโกลเด้นท์ ไม่คิดได้อย่างนี้ว้า เออ ทั้ง 2 ตู้ มันต้องมีเท่ากัน ไปเอามาตู้นึง มันก็ต้องรู้สิ เวง ไมตูไม่เอามาตู้ละตัวเลยว่ะนี่ 555) ....แล้วตอนไปซื้อเนี่ย ไปซื้อมาเองรึป่าวละ แม่ถามกลับไปทางพ่อ ไม่ได้ซื้อมาเอง ให้ลูกน้องซื้อมาให้ งั้นลูกน้องอาจจะเอาปลามาใส่ให้แค่นี้ก็ได้ อิอิ พระเจ้ายังมีตาครับ พ่อเริ่ม ฉงน ชักเริ่ม ๆ เอะใจ เออว่ะ (ไปเชื่อคำแม่ทำไมเล่า ยังงี้ใครจะล้างแค้นแทนเจ้าปลาทองตัวนั้นเล่า) พ่อเริ่มคล้อยตามแม่ สงสัยมันมาใส่ให้แค่นี้จริง ๆ แล้วก็เดินไปที่อื่น รอดครับ รอดงานนี้.......แต่อย่าคิดว่าคนชั่วจะลอยนวลต่อไปได้ เพราะแม่มองมาทางเรา แล้วถามมาทางผมอย่างใจเย็นว่า นี่แกยอมรับมาดีดี นะอ้ายเต๋า ว่าแกเอาไปใช่ไหม...ครับ ผมเอาไปเอง เอาไปทำไม เราก็เลยบอกว่า เอาไปทำคลอดให้มัน เอาเข็มไปฉีดยาให้มัน เอามีดมาปาด แล้วเอาไปฝังหลังบ้าน (โกหก ไม่ยอมบอกว่าเอาไปเผาที่เตาแก๊สด้วย ....ไม่อาวละบอกไปอาจจะโดนหนัก บอกแค่นี้ดีกว่า 555)...เท่านั้นแหละ อาวุธประจำตัวของแม่ ระดมยิงใส่พุงผมแบบไม่คิดชีวิต ทั้งหยิกพุง นับไม่ถ้วน โดน ตีขา ตีตูด ร้องไห้ลั่นบ้านเลย (ว่าไปก็เบากว่าโดนพ่อเยอะอ่ะ สงสัย พ่อรู้โดนเตะ โดนกระทืบไม่เลี้ยง แน่ ๆ (เพราะพ่อผมกับมิต้า นี่คล้าย ๆ กันคับเพราะ เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ) ดีไม่ดีท้องแตกตาย เหมือนกับปลาทองตัวนั้นแน่เลย นี่แค่โดนแม่หยิกพุงก็ ทรมานมากแล้ว ว่าแต่ว่าปลาทองตัวนั้นมันจะเจ็บกว่าเราขนาดไหนละนี่ สงสารมันจัง แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเรา) แล้วก็รู้ว่ากรรมมันสนองเร็วจังไม่ถึงอาทิตย์ ก็โดนเสียแล้ว นี่แหละครับวีรกรรมอันแสนเลวกับสัตว์เลี้ยงของผม เจ้าปลาทองน้อยดวงซวย อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับไม่ดี ครับไม่ดี เพราะว่าเปลืองตังค์ ตัวนึงนี่ไม่รู้กี่บาท อิอิ




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2550    
Last Update : 15 มิถุนายน 2550 20:12:34 น.
Counter : 262 Pageviews.  

วันนี้อากาศร้อน แต่เย็นใจ & สบายใจ เพราะ......(อ่านเองดิ 55555)

การไม่ได้พิมพ์บล็อกนาน ๆ นี่ ก็ทำให้มุขของผมดู ฝืด ๆ ไปได้เหมือนกัน ไม่รู้ต้องเอามุขไปฝนที่กระดาษทรายเบอร์ 0 สักกะหน่อยแล้วละสิ จะดีไหมนี่ .....ว่าแล้วก็ช่วย ๆ ขัด ช่วย ๆ ถู กันหน่อยนะต๊ะเอง ดีไม่ดี ถ้าหากว่าเจอเลขเด็ด ...จะได้ โชคดีกันถ้วนหน้า ถูกหวยกันถ้วนหน้าไปเลยไง..... 5555 แต่ว่า...ไม่ใช่ ถูกแล้วได้ตังค์นะก๊าบ ...แต่มันจะเป็นการที่ ถูก แดร๊ก เกลี้ยงต่างหากเล่า 55555 ก็บอกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลกจ้า....

วันนี้มาทำงานด้วยความทรมาน อากาศแม่ง ร้อน ชามัด..นี่ขนาดเช้ายังร้อน ตับแล่บออกมารับอากาศอยู่นอกพุง ซะขนาดนี้....แล้วยังจะต้อง..ไปยืน...ตากแดด (กรุณาอย่าผวน ไม่เช่นนั้นจะไม่รับประกันว่าอวัยวะชิ้นนั้นของท่านจะยังอยู่ดีหรือไม่ 5555).....เข้าแถวหน้าเสาธง กับเด็กนักเรียนอีกแหนะ......ไปยืนเข้าแถวนี่ ยังกับไปยืนอยู่ในตู้อบไมโครเวฟ ไงงั้น......แม่งร้อน...น..น. อิ๊บ อ๋าย..เลยอ่ะ...นี่ถ้าเป็นบิ๊กไบค์ หรือฟุตลอง ในเซเว่นฯ เนี่ยนะรับรองไหม้ ไปแล้ว 555 .....

....แต่ถ้าเลือกเป็นได้...ขอเลือกที่จะเป็นฟุตลองดีกว่าอ่ะคับ....เพราะว่าถึงมันจะไม่ใหญ่ แต่มันก็ยังมีดี ที่ย้าว ยาว อิอิ 55555 ......ชอบ ๆ ......ขอ ยิ่งยาว ก็ยิ่งดี ใคร ๆ เขาก็ต้องชอบ ยาว ๆ รึเปล่าล่ะอิอิ ไม่ได้ลามกนะครับ จะบอกให้ อย่ามาคิดมากนะ .....เค้าพูดถึงเรื่องกินต่างหาก ก็ของกินยิ่งยาวก็ยิ่งกินได้นาน อุอุ คิดไปได้.....

...ช่วงเข้าแถว ตากแดด..(บอกแล้วไงว่าอย่าผวน อย่าผวน)..อยู่ ผมก็เริ่ม หันซ้าย หันขวา (ไม่ใช่หมูหันนะเว้ย )...ปลอด ปลอดพาหะ 555 เพราะ ไม่มีวี่แววอิตาแป๊ะ...พอรู้ว่าไม่อยู่ ก็..วิ่งจู๊ด..ด.ด.ด ทิ้งเด็กนักเรียนไว้ที่แถว ซะอย่างงั้นแหละ...ช่วยไม่ได้ ใครให้เกิดมาเป็นนักเรียนเล่า ดีนะเนี่ยที่เกิดมาเป็นครู (ที่ดีน้อย ๆ แบบเราอ่ะ) ก็เลยสวมวิญญาณ นักกรีฑา วิ่ง ปู๊ด ๆ ๆ ไปที่หลังคาใต้ที่จอดรถด้านหลังของแถวนักเรียนหน้าเสาธง...แหะ ๆ ก็มันมีที่ร่มนี่นา ......ว่าแต่ว่า...ไม่ใช่แต่ผมคนเดียวนะ พวกครูทุกคน ก็เห็น ชะโงก ซ้าย เหลือบขวา 5555 ปลอด เช่นกัน เพราะไม่มีวี่แวว อิตาแป๊ะ ก็กรูกันไปที่เดียวกับผมเลย 555 ...(แมวไม่อยู่ หนู ก็ต้องร่าเริงเลย เป็นธรรมดา แต่ถ้า ผอ. อยู่ ไม่มีโอกาส แน่ ๆ รับรอง เพราะพวก ครู อย่างเรา ๆ จะต้องสร้างภาพ อิอิ ร้อนเท่าไหนก็ บ่ ยั่น แต่ว่าวันนี้ตาแป๊ะไม่อยู่ จะยั่นทำไม 5555555.... ร้อง....วี๊ด บึ้ม ...แล้วก็ปล่อยนักเรียนรับเคราะห์กันไป โดยถ้วนหน้า 5555 เอิ๊ก)

ว่าแต่ว่าคาบเช้าวันนี้โชคดีเป็นศรีแก่ตัวจริง ๆ นอกจากจะไม่ต้องไปสอนที่แผนก (ซึ่งไม่มีแอร์เลย คิดดูว่ามันจะร้อนไหมเล่า) เพราะคาบนี้จะต้องไปสอนที่ห้องคอมพิวเตอร์อีก 5555 มีแอร์ ๆ เย็นสบายไปเลย ทั้งเด็ก ทั้งครู......ก็ช่วงเช้านี้ผมสอนวิชาโปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพนี่นา อิอิ ร้อนก็เลยคลายร้อน ไปได้ อย่างน้อยก็ถึง 12.20 น. ก็ละกัน...อิอิ เย็นสบายหำ เอ้ย สบายตัวไป 4 ชั่วโมง เลย กิ๊ก ๆ

แต่วันนี้ ถึงแม้ผมจะไม่ได้สอนที่ห้องคอมฯ ก็สามารถเย็นใจได้ เพราะเมื่อเช้าดูข่าว...เห็นว่ารัฐบาลทหารสีเขียวลายพรางชุดนี้...จะปรับเพิ่มเงินเดือนให้ผมอีก 4 เปอร์เซ็นต์ วู้ ๆ ดีใจชามัด ถึงแม้จะได้เดือนตุลานี้ ก็ไม่เป็นไร ได้ช้าแต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ จริงไหม ๆ เลยทำให้ผมเกิดความชอบรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาในบัดดล....เมื่อก่อนละไม่ชอบเลย...ตอนนี้ชอบแล้ว เพราะเขาเพิ่มเงินเดือนห้ายนี่นา อิอิ ...ก็เหมือนสมัยก่อนก็ไม่ชอบท๊ากสินเหมือนกันแหละ...แต่พอเพิ่มเงินเดือนให้ผม 5 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ชอบขึ้นมาทันที...แล้วพอ รัฐบาลชุดนี้ มายึด ๆ ผมก็แอบ ๆ แอนตี้รัฐบาล ยุค คมช. ไปเช่นกัน (ไม่ชอบแต่ไม่แสดงออก ไงอ่ะ)...แต่พอ รัฐบาลยุค คมช. ปรับเงินเดือนขึ้นให้ 4 เปอร์เซ็นต์ ...ก็เลยรักรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาอีกและ...(ใจง่ายชะมัด)...แต่ก็รักไม่เท่ารัฐบาลทักสิน เพราะทักสินเพิ่มให้ 5 เปอร์เซนต์ นี่ให้แค่ 4 เปอร์เซ็นต์เอง....ก็ เลยรักรัฐบาลทักสินมากกว่าหน่อยนึง...ถ้าอยากจะให้รักเท่ากันต้องเพิ่มให้อีก 1 เปอร์เซ็นต์ จะได้เท่ากัน....แต่ถ้าจะให้ผมรักมากกว่า ต้องเพิ่มให้เกิน 5 เปอร์เซ็น ...รับรองว่าผมจะรักมากกว่าทันที ตามเปอร์เซ้นเงินเดือนที่จะเพิ่มขึ้นให้ 55555....ไม่ช่ายเพราะว่าผมเป็นคนเห็นแก่เงินหรอกนะ...แต่เพราะว่าผมหน่ะเห็นเงินไม่ได้ ยิ่งมากเท่าไร ก็ใจอ่อนทุกที เลย 55555.......

...แต่ยังไง ๆ ผมก็ต้องออกตัวไว้ก่อนละครับว่า....จริง ๆ แล้ว คนอย่างผมหน่ะ เงินซื้อไม่ได้...หรอกนะครับ...จะบอกให้.........ไม่ได้ว่าหยิ่งอะไรหรอกนะ ..แต่เป็นเพราะว่ามัน..ซื้อตัวผมไม่ได้หรอกถ้ามันมีไม่มาก พอ 555555 ......มามุกทุเรศ ๆ แบบนี้เดี๋ยว คนอื่น ๆ เขาก็เลยรู้เลยว่า อุดมการณ์ของผมก็คือ เงิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ....อ่ะสิ...จะว่าไปแล้ว ก็จริงเหมือนกันนะครับนี่.... รึว่าคุณไม่ช่าย ฮึ บอกมาซิ....5555......หัดมองโลกในแง่ดีบ้างไง 5555...ยิ่งมีเงินมากเท่าไร การมองโลกในแง่ดี ก็มีมากขึ้น เพียบ เลย จริง บ่ อ้าย...ย..ย..ย.




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2550    
Last Update : 6 มิถุนายน 2550 20:45:27 น.
Counter : 154 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.