Group Blog
 
All blogs
 
สัตว์เลี้ยงของผม ปอ ปลา ท้อง ป่อง

จะว่าไปเนี่ย ผมก็เป็นคนนึงเลยแหละที่นิสัยใจคอเต็มเปี่ยมไปด้วยความดี มีเมตตา กรุณา ต่อสัตว์มาก ๆ คนนึงเลยแหละ (แน๊ะ ดูมาทำหน้าทำตา ไม่คิดจะเชื่อกันบ้างเลยรึไงห๊า แหม ๆ โปรดช่วยเชื่อกันสักหน่อยเถอะนะครับ ขอร้องละขอร้อง ) ไม่ว่าจะเป็นช้าง ม้า วัว ควาย กินมาหมดแล้ว อิอิ....(อ้ายวัว อ้ายควาย เนี่ย ไม่เถียง ๆ เพราะใคร ๆ ก็ต้องเคยกินกันมาบ้างแล้วละ... แต่ อ้ายช้างเนี่ย เคยกินกันรึไงล่ะ ......อ้าว ๆ พูดงี้ ดูถูกกันนี่หว่า ทำไมจะไม่เคย ก็อิตอนที่ไปกินบุฟเฟ่ต์หมูกะทะเนี่ย ออกจะกินกันบ่อยไป จะไม่เคยกินได้ไงเล่า.....ทำไมเหรอ ร้านบุฟเฟ่พวกนี้เขามีเนื้อช้าง ให้กินด้วยเหรอ...มีสิ ไม่เชื่อลองไปตักเนื้อสัตว์ที่ถาดบุฟเฟ่ต์มาสักจานดิ...แล้วจะเห็นกับตาเลยว่า นี่มันเนื้อช้างจริง ๆ .....เพราะถ้าลองมองดูให้ดีดี จะเห็น...งา..ติดอยู่ที่เนื้อด้วยน่ะจ๊ะ...แล้วลองคิดดูดีดีสิว่า สัตว์อะไรเหรอที่มีงา แล้ว หมู หมา กาไก่ ที่ไหนจะมีงาได้ ก็มีแต่ช้างนี่แหละที่มีงา 5555 ดังนั้นเนื้อพวกนี้ก็ต้องเป็นเนื้อช้างแน่นอน เพราะมีงาติดอยู่ด้วยนะ ที่สำคัญอร่อยด้วยนะนี่ อิอิ....)..... แล้วจะมีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ได้ยังไงกัน ว้านี่ ..... ไปกินมันเนี่ยนะ........อ้าว ก็เขาฆ่ามันตายไปแล้ว ทิ้งไปมันก็บูด ก็เน่า เสียของไปเปล่า ๆ ปรี้ ๆ เหมือนมันตายแล้วเสียชาติเกิด ดังนั้นต้องช่วย กิน ๆ มันให้หมด มันก็จะได้มีอานิสงฆ์บุญ จากเราไปด้วยไง ที่มันสามารถทำให้เราอิ่ม แล้วก็อร่อยได้ ถ้ากินมันไม่หมดสิ มันคงต้องมองมาแล้วก็ร้องไห้ โวยวาย ด้วยความเสียอกเสียใจ ว่าทำไม พวก มรึง ๆ แดร๊ก กูไม่หมดว้า ฮือ ๆ แย่เลย....อ้าว อย่าพูดถึงเรื่องกินสิ พอพูดถึงเรื่องกินปุ๊บ.....ผมก็สามารถ แถก ๆ ออกนอกเรื่องได้ง่าย ๆ เลยนะ...อ่ะ ๆ กลับเข้าเรื่อง ๆ





.....ก็ตั้งแต่เล็กจนโตแล้ว ชอบมาก ๆ เลย อ้ายเรื่องเลี้ยงสัตว์เนี่ย....จากที่จำความได้ เด็ก ๆ เนี่ย ที่บ้านจะเลี้ยงพวกปลาหางนกยูง ปลาทอง อะไรเทือกนี้...อูย ชอบมาก ๆ เลย....(แต่ส่วนมากจะชอบรังแก เสียเป็นส่วนใหญ่ อ่ะนะ แล้วจะไปบอกเขาทำไมเล่าเว้ย) ประกอบกับว่าตัวเองเนี่ยเป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาด อ่ะนะ เพราะเป็นคนช่างสังเกตสังกาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วละจ้า แล้ววันนั้นสายตาอันยาวไกลของผม ก็ไปสะดุดกึก ๆ อยู่ที่ท้องของอ้ายเจ้าปลาพวกนี้ นี่เอง ทำไมมันป่อง ๆ ว้า ปลาหางนกยูงก็ป่อง ปลาทองก็ป่อง 55555 แน่นอน ๆ ถ้ามันป่องอย่างงี้ แน่นอนมันต้องท้องแน่เลย (ไม่ใช่ท้องอืด หรือว่าท้องเสียนะ ท้องแบบนี้ เขาเรียกว่าตั้งครรภ์อ่ะนะ) ดูสิ ขนาดยายบา คนข้างบ้านก็ท้องป่องแบบนี้แหละ ( อ่ะนะมีการไปเปรียบเทียบกับเขาอีก ก็บอกแล้วว่าเด็กมันฉลาด......อ่ะ..) แล้วสักพักท้องยายบา มันก็แฟ่บ ออกมาเป็นเด็กเล็ก ๆ ได้เลย แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าท้อง แม่บอกมา 5555 .....ดังนั้น อ้ายเจ้าปลาพวกนี้ มันต้องท้องด้วยแน่ ๆ เลย โดยเฉพาะอ้ายพวกปลาทองพวกนี้ ชัวร์แน่ ๆ ดูสิ ท้องป๊อง ป่อง อีกไม่นานมันก็คงต้องคลอดลูก ๆ ออกมา เป็นปลาทองตัวเล็ก ๆ เพียบ...และแล้วก็พยายามมาจ้องมองมัน ทุกวั๊น ทุกวัน รอจะดูว่าเมื่อไรมันจะออกลูก มาให้เป็นกรรมของลูกกะตา เอ้ย เป็นบุญตา แต่จนแล้วจนรอดก็รอไม่ไหว เพราะว่ารอนานเกินไปแล้วนี่นา........

อ่ะอ้า...สงสัยจะต้องช่วยทำคลอดมันซะหน่อยแล้ว....นับดูปลาทองในตู้มี...1 2 3 4 5 (อยู่นิ่ง ๆ สิเว้ย จะนับสักหน่อย ว่ายไปว่ายมา อยู่ได้ ตาลายนะเว้ย) อ่อ ๆ มีทั้งหมด 6 ตัว ดังนั้น ถ้ามันมีเยอะอย่างงี้ พ่อจับผิดเราไม่ได้หรอกน่า เขาคงต้องจำไม่ได้แน่ว่าปลามีทั้งหมดกี่ตัว ...(สมองอันชาญฉลาดของเด็กน้อยน่ารักอย่างผมคิดอย่างนั้น) ว่าแล้วก็หันซ้าย หันขวา ไม่มีใครเว้ย ทางสะดวก ตามมาเลยพวก (เฮ้ย อยู่คนเดียวเว้ย จะไปตามใครมาเล่า เดี๋ยวมันก็ปากโป้งหรอกน่า เออ จริง ๆ ทำคนเดียวก็ได้ฟ่ะ) แล้วก็เอาเก้าอี้มาต่อ ปีนขึ้นไปเปิดฝาตู้ปลา....เอามือไปช้อนจับปลาทองดวงซวย มาตัวนึง (แบบว่าปลาทองตัวนี้ ชะตามันคงจะถึงฆาตจริง ๆ อ่ะนะ ขอไว้อาลัยให้มันก่อน)....เสร็จแล้ว..ก็ตักใส่ขันน้ำที่เตรียมมา แล้วก็วิ่งหนีไปที่เปลี่ยว ๆ เอาเข็มหมุดมาเล่มนึง มีดมาเล่มนึง ทิชชู่ด้วย (โอ้โห....เตรียมมาซะพร้อมเลยเชียว ว่าแต่เขียงล่ะ ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ) อืมม์ ๆ ใช่ ๆ มีเขียงด้วยนะถ้าจำไม่ผิด....พอจับเจ้าปลาทองดวงตกมา อ้าว ๆ มันดิ้นอ่ะ ไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ทำไงดี อิอิ เอาทิชชู่โปะ ๆ มันก่อน แล้วก็เอาทิชชู่มาแปะ ๆ ปิด ๆ มันเอาไว้ แล้วก็ต้องวางยาสลบมันซะก่อน...มืออีกข้างคว้าเข็มหมุด...หัวมุกสีแดง จำได้แม่นเลยอ่ะ ประหนึ่งว่าเป็นเข็มฉีดยาสลบ....แล้วก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง จิ้ม จึ๊ก ๆ ๆ ๆ (เหี้ยม ไม่มี มอ ม้า จริง ๆ เลยผม บัดซบ ที่สุด) ....ปลาทองดวงซวย เริ่มแน่นิ่ง 5555 สงสัยสลบไปแล้ว ว่าแล้วก็เปิดผ้าคลุมศพ เอ้ย ทิชชู่ที่ปิดตัวปลาทองดวงซวย ดู อ้าวสลบไปแล้วนี่นา ก็เลยเอื้อมมือไปหยิบมีดมา กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเจี๋ยน เอ้ย ทำคลอดต่างหากเล่า (นี่นะกล้า ๆ กลัว ๆ เอามีดมาจะผ่าท้องเนี่ยนะ) และแล้วก็สะกดจิต สะกดใจ เพื่อลงมือปาดท้องปลาทองที่มันป่อง ๆ (ไม่รู้ว่าตอนจะปาดท้องเจ้าปลาทองดวงซวยตัวนี่ ทำหน้าตายิ้ม กรุ้มกริ่ม แบบคนโรคจิต ด้วยรึป่าวก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ นึกภาพแล้วสยดสยองมาก ๆ เลยอ่ะ ทำไมเราตอนเด็ก ๆ นี่ชั่ว จริง ๆ ) ...พอปาดท้องไปแล้ว ก็ก้มลงไปดูที่ท้องป่อง ๆ ของเจ้าปลาทอง อ่ะ ๆ อ้าว ไข่ มันไปไหนอ่ะ (ไม่เห็นมีเลย ไม่เหมือนปลาช่อนตัวที่แม่เอามานึ่งเลย แล้วก็ไม่เห็นเหมือนปลาทูที่ยายทอดให้กินด้วย เพราะทุกครั้งที่จะกินปลาทูผมต้องเอาช้อนแบะตรงพุง แล้วก็จะเอาช้อนไปตักไข่ปลาทูเอามากิน) ทำไมพุงป่อง ๆ ไม่มีไข่เลยอ่ะ เวงกำ.....ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันตอนนั้น....ก็เลยไปปลุกปลาทองให้ตื่น จากสลบ....ฟื้น ๆ ๆ ๆ มันไม่ยอมฟื้นอ่ะ มันเริ่มติดนิ่งเหมือนตอนนักยิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ เล่นท่ากางเขนเหล็ก บนอุปกรณ์ห่วงคู่......แล้วทำยังไงให้มันฟื้นละนี่......หรือว่าเราทำหนักมือเกินไปรึป่าว (อย่านี้ไม่เรียกว่าหนักมือแล้วละ อย่างนี้เขาเรียกว่าหนักแผ่นดินเสียละมากกว่ามั้ง).....ไปเอาน้ำมาดีกว่า เพราะปลาโดนน้ำแล้วมันจะได้ว่ายน้ำได้ เอาน้ำใส่ขันมา แล้วใส่ปลาทองดวงซวยลงไป ไม่ว่ายอ่ะ ดันทะลึ่งลอยเป็นลูกโป่งสวรรค์เลยนะมรึง...ทำไงดี ๆ เริ่มรู้ตัว มันต้องตายแล้วแน่ ๆ เลยละสินี่ (ก็แน่ละสิ เล่นทั้งจิ้ม ทั้งผ่าซะขนาดนั้น ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต แล้วละครับ)....ความชาญฉลาด(แกมโกง)ของสมองเด็กเล็ก ๆ น่ารัก ๆ อย่างผม (น่ารัก หรือน่ารังเกียจก็ไม่รู้) คิดขึ้นมาได้ ต้องทำลายหลักฐาน พามันไปนั่งยางโชว์ เอ้ย เอาไปเผาทำลายหลักฐานดีกว่า (ฉลาดจังเลย มีความคิดเป็นยอดนักฆาตกรรมอำพรางคดีตั้งแต่เล็ก ๆ เลยนะนี่) ว่าแล้ว ก็เอาปลาทองดวงซวย (ผมว่ามันต้องซวยมาก ๆ ถึงมากที่สุด จริง ๆ ) ห่อด้วยกระดาษทิชชู่ ห่อหลายรอบเลยอ่ะ...แล้วก็เอาไปวางบนเตาแก๊ส แล้วก็เปิดเตาแก๊ส(จะว่าไปบ้านเรานี่ ก็เลี้ยงลูกเสี่ยง ๆ กันนะ เล่นทั้งเข็ม ทั้งมีด ทั้งไฟ ปล่อยให้เล่นได้ไงเนี่ยะ อ้ายลูกไม่มีคนสั่งสอน (มีเว้ย มีคนสอน แต่ไม่ได้จำ มีไรป่ะ) ดู๊ ดู ดูมันยังมีหน้ามาเถียงอีกนะ ) ไฟกำลังเผาร่างปลาน้อยดวงตกตัวนั้น...ดีไม่มีเสียงกริ่ง แล้วก็เสียงสวดศพไปด้วย จะได้อารมณ์มาก ๆ (เก่งไหมรู้จักวิธีฌาปนกิจตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ก็บอกแล้วว่าเด็กมันฉลาด)...มันไหม้ไม่หมดอ่ะ..ทำไงดี ๆ ปิดแก๊ส แล้วก็ตาลีตาลานหาอะไรมาตักเศษของไหม้ ๆ บนเตาออกไป อ่ะนั้น ทัพพี เอาทัพพีนี่แหละ ตักเศษที่เผา แล้วก็ไหม้ ไม่หมด ออกใส่ขัน ไม่ให้เป็นหลักฐานผูกมัดคดี.....แล้วก็วิ่งไปขุดดินอยู่หลังบ้าน...(เออ แล้วไมไม่คิดตั้งแต่แรก ๆ ว้านี่ ฝังดินไปตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้วสินี่ สงสัย อยากจะเล่นไฟล่ะสิ ไอ้เด็ก เปรต)...ฝังศพปลา...ไม่ได้ฝังเปล่า ๆ นะ กลัวว่ามันนอนไม่สบาย วิ่งไปเอาผ้าเช็ดหน้าของผมมารองให้มันนอนได้สบาย ๆ ในหลุมก่อนจะวางศพปลาน้อยลงไป (บอกแล้วว่าผมเนี่ย มันเป็นคนมีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ เชื่อหรือยังละ อุตส่าห์นึกถึงใจปลาน้อยด้วยว่าเดี๋ยวนอนไม่สบาย อิอิ) แล้วก็ฝังมันเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็เดินไปหาดอกไม้ แถว ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นดอกเข็ม ดอกบานเย็น ดอกดาวเรือง ดอกแก้ว มาปักมาโปรยไว้บนหลุมฝังศพให้มันเสียด้วย (โรแมนติกจริง ๆ เลยเรา) .....และแล้วก็เสร็จสิ้น การทำพิธีศพของเจ้าปลาน้อย....อย่า ๆ อย่าคิดนะว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยสวัสดิภาพ เพราะไม่นานนักคุณพ่อตัวดีของผมนะสิ.. (ทำไมต้องเป็นพ่อด้วยนะที่เจอ สงสัยว่าพระเจ้าจะลงโทษเราให้สาสม โดยส่งคนที่เรากลัวมากที่สุดในโลก มาแก้แค้นให้เจ้าปลาทองตัวนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนคับ พระเอกของตอนนี้ครับ ...พ่อผมเอง).... อยู่ ๆ ก็กลับกลายสวมวิญญาณเป็นยอดนักสืบเชอร์ล็อกโฮม มานั่งดูปลาทองในตู้เสียนี่ เราก็แอบดู อย่างใจจดใจจ่อ กลัว ก็กลัว กลัวโดนตีอ่ะ ลนลานผิดสังเกตเลยก็ว่าได้...แต่ในใจก็แอบ ๆ คิดว่า คงไม่รู้หรอกมั้ง มีตั้ง 2 ตู้ ... แต่ที่ไหนได้ ดันจับได้ว่าปลาทองหายไปตัวนึง (เก่งชะมัดเลยรู้ได้ไง ว้า นี่) พ่อเริ่มเสียงดัง ปลาฮอลันดาหัววุ้นหายไปไหนตัวนึงว่ะ สายตาเริ่ม ๆ เหลือบมองมาทางลูก ๆ ทั้ง 3 คน (จริง ๆ มีลูก 4 คนคับ แต่อีกคนเพิ่งเกิดตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลยไม่ขอนับ ส่วนที่เหลือก็มีผมเนี่ย 10 ขวบ แล้วก็น้องสาว 6 ขวบ คนนึง และก็ 5 ขวบอีกคนนึงตามลำดับ) ...อาวละสิ เริ่มจับผิดลูก ๆ มองตาผมคนแรกเลย ก็ละล่ำละลักสิคับ ก็คนมันกลัวนี่นา แต่ยังทำใจดีสู้เสือ ปากคอสั่นตอบ ตะ ตะ ตอบ ไปว่า ป่าว ๆ ไม่ได้จับไปไหน (อ้าว โง่ป่าว..นี่ ไปบอกเขาว่าไม่ได้จับไปไหน ...ทำไมไม่บอกไปว่า...ไม่รู้....เล่า เปิดช่องโหว่ ซะขนาดนี้ ).....มีเสียงคนมาช่วยชีวิตครับ.....แมวมันจับไปกินหรือเปล่า ...เสียง ยาย มาช่วยครับ....แมวที่ไหนมันจะเปิดตู้ปลา ตรงหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ได้......(เออ ว่ะ พ่อเราไมเก่งจังว้านี่).......ผมว่า ไอ้เต๋านี่แหละ...อ้าว ๆ ไหงหวยมาออกที่ตูว้านี่ เก่งสุด ๆ พ่อเรา แต่ผมก็ปากแข็ง ว่า ป่าว ๆ ...สักพักแม่มาช่วยชีวิต ชั่ว ๆ ของผมไว้อีกว่า มันมีเท่านี้ละมั้ง จะมีแค่นี้ได้ไง ตู้นี้มี 6 ตัว ตู้นี้มี 5 ตัว มันจะไม่เท่ากันได้ยังไงล่ะ......(เออ ว่ะ ทำไมตอนที่เราจะจับไปทำการทดลองทางการแพทย์ เอกสูตินารีนางมัจฉาโกลเด้นท์ ไม่คิดได้อย่างนี้ว้า เออ ทั้ง 2 ตู้ มันต้องมีเท่ากัน ไปเอามาตู้นึง มันก็ต้องรู้สิ เวง ไมตูไม่เอามาตู้ละตัวเลยว่ะนี่ 555) ....แล้วตอนไปซื้อเนี่ย ไปซื้อมาเองรึป่าวละ แม่ถามกลับไปทางพ่อ ไม่ได้ซื้อมาเอง ให้ลูกน้องซื้อมาให้ งั้นลูกน้องอาจจะเอาปลามาใส่ให้แค่นี้ก็ได้ อิอิ พระเจ้ายังมีตาครับ พ่อเริ่ม ฉงน ชักเริ่ม ๆ เอะใจ เออว่ะ (ไปเชื่อคำแม่ทำไมเล่า ยังงี้ใครจะล้างแค้นแทนเจ้าปลาทองตัวนั้นเล่า) พ่อเริ่มคล้อยตามแม่ สงสัยมันมาใส่ให้แค่นี้จริง ๆ แล้วก็เดินไปที่อื่น รอดครับ รอดงานนี้.......แต่อย่าคิดว่าคนชั่วจะลอยนวลต่อไปได้ เพราะแม่มองมาทางเรา แล้วถามมาทางผมอย่างใจเย็นว่า นี่แกยอมรับมาดีดี นะอ้ายเต๋า ว่าแกเอาไปใช่ไหม...ครับ ผมเอาไปเอง เอาไปทำไม เราก็เลยบอกว่า เอาไปทำคลอดให้มัน เอาเข็มไปฉีดยาให้มัน เอามีดมาปาด แล้วเอาไปฝังหลังบ้าน (โกหก ไม่ยอมบอกว่าเอาไปเผาที่เตาแก๊สด้วย ....ไม่อาวละบอกไปอาจจะโดนหนัก บอกแค่นี้ดีกว่า 555)...เท่านั้นแหละ อาวุธประจำตัวของแม่ ระดมยิงใส่พุงผมแบบไม่คิดชีวิต ทั้งหยิกพุง นับไม่ถ้วน โดน ตีขา ตีตูด ร้องไห้ลั่นบ้านเลย (ว่าไปก็เบากว่าโดนพ่อเยอะอ่ะ สงสัย พ่อรู้โดนเตะ โดนกระทืบไม่เลี้ยง แน่ ๆ (เพราะพ่อผมกับมิต้า นี่คล้าย ๆ กันคับเพราะ เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ) ดีไม่ดีท้องแตกตาย เหมือนกับปลาทองตัวนั้นแน่เลย นี่แค่โดนแม่หยิกพุงก็ ทรมานมากแล้ว ว่าแต่ว่าปลาทองตัวนั้นมันจะเจ็บกว่าเราขนาดไหนละนี่ สงสารมันจัง แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเรา) แล้วก็รู้ว่ากรรมมันสนองเร็วจังไม่ถึงอาทิตย์ ก็โดนเสียแล้ว นี่แหละครับวีรกรรมอันแสนเลวกับสัตว์เลี้ยงของผม เจ้าปลาทองน้อยดวงซวย อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับไม่ดี ครับไม่ดี เพราะว่าเปลืองตังค์ ตัวนึงนี่ไม่รู้กี่บาท อิอิ



Create Date : 15 มิถุนายน 2550
Last Update : 15 มิถุนายน 2550 20:12:34 น. 5 comments
Counter : 261 Pageviews.

 
สาเหตุที่ปลาตาย
เพราะก่อนผ่าตัด
ไม่ได้วางยามันก่อนค่ะ

ทีหลังติดต่อวิสัญญีแพทย์นะคะ

อิอิ

...เล่นพิลึกเด็กจริง ๆ พิลึกได้โล่เลย ...




โดย: โสดในซอย วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:20:46:56 น.  

 
สวัสดีครับ


โดย: KnightWin วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:20:47:05 น.  

 
ผมล่ะขำกับคำนี้จริงๆ ... "พิลึกได้โล่"...


โดย: เสี่ยวเหลียงจือ วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:22:02:47 น.  

 
เข้ามาทักทาย ยามเย็น ๆ ค่ำ ๆ เหมือนเคย
เข้ามาอ่านด้วยแหละจ้า



รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: goodpeople วันที่: 17 มิถุนายน 2550 เวลา:17:43:51 น.  

 
มุขดีนะน้อง


โดย: frank3119 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:21:52:36 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.