Group Blog
 
All blogs
 

ทำไมวันนี้มันร้อนอิ๊บอ๋าย เลยครับ งั้นขอย้อนอดีต(ชาติ)ของตัวเองหน่อยแล้วกันนะครับ

สวัสดีครับ...ทุกคน

นี่ก็ใกล้เทศกาลของการหยุดยาว..แล้วสินะครับนี่...(เมื่อก่อน อาจารย์ผมที่สอนอยู่ที่ กทม. เขาเคยบอกไว้ว่า เทศกาลนี้ เป็นเทศกาล "บ้านนอกกลับนา" ...แหม ๆ ..พูดแล้ว อยากจะ ปรี๊ด..ด.ด แตก..ทำไม เกิดเป็นคนบ้านนอกแล้วมันผิดด้วยเหรอไง ว้า... แล้วจะให้กลับไปนาได้ไง บ้านไม่ได้ทำนา ซักกะหน่อย เออ ถ้าบอกว่า กลับไปไร่ ก็ว่าไปอย่าง เพราะที่บ้านผมเนี่ยะทำไร่ ครับ ไร่สตอเบอรี่ครับ....เชื่อป่ะ....ดีนะที่ไม่เชื่อ เพราะบ้านผมทำแต่ไร่ สตอบอแหล เท่านั้นครับ คิก ๆ เลยคุยเก่ง โม้เก่งอย่างที่เห็นนี่ไง )

นึก ๆ ไป ก็แอบ อิจฉ๊า..อิจฉ๋า..คนที่ได้กลับบ้าน ที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไกล ๆ ชะมัด..เหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อน..เปลี่ยนบรรยากาศเลยนะครับ..ผิดกับผม..ตั้งแต่มาทำงานเป็นครูอยู่ที่นี่..รู้สึกว่า ไม่ค่อยได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ไหน ไกล ๆ แบบเขาบ้างเลย ก็บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างออกไปแค่ 7 - 8 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ....(อย่า ๆ ขอร้องอย่ามาแอบอิจฉา ผมนะ ที่ได้ทำงานใกล้บ้านหน่ะ)....ไม่เหมือนเมื่อก่อนนี้....ที่ตัวผมเองเนี่ยะ จะต้องเดินทางจนชีพจรไของผมเนี่ยะ แทบจะไหลจากหัวใจ ลงไปกองอยู่ที่เท้าโน่นแล้ว...หรือที่เขาเรียกกันว่า พวกชีพจรลงเท้าไง.....งั้นลองมาดู อดีต(ชาติ) ของผมกันดีกว่า....ขอมาเริ่มตั้งต้น ตั้งแต่ ม.1 กันเลยละกันนะครับ.......ว่าเป็นไปยังไง.....

ก็ตั้งแต่จบ เกรด 6 จากบ้านเกิด ที่เมลเบิร์น แห่งนี้.........อ้าว ๆ ...แหม ๆ จะดูไฮโซ หน่อยก็ไม่ได้ .....แค่นี้ก็ต้อง มาทักมาท้วงกันด้วย..ปล่อย ๆ กันไป นิด ๆ หน่อย ๆ ล่ะไม่ได้เล้ย....อ่ะ ๆ จบ ป.6 จากบ้านโป่ง ก็ได้ฟร่ะ อารมณ์เสีย..ย..ย ........ก็ต้องพาตัวน่ารัก ๆ ออกจาก อ.บ้านโป่ง โดยขึ้นรถเมล์ บขส. สีส้ม สาย 81 กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ ....โดยแม่ของผมเนี่ย จะต้องทำการถลกชายกระโปรง ขึ้นมาเพื่อทำการเรียกรถเมล์ให้ผม (ว่าไปนั่น ก็เคยเห็นในการ์ตูน เขาต้องใช้ วิธีการถลกชายกระโปรงขึ้น ให้เห็นขาอ่อน เพื่อเรียกรถไม่ใช่เหรอ) ...อ่ะ ๆ แค่ โบกมือ เรียกให้ก็ได้อ่ะ..พอรถจอด ก็เหมือน ถีบลูกชายที่น่ารัก ๆ ที่สะพายเป้ SODA สีแสบ ๆ ขึ้นรถเมล์ ไปคนเดียวอย่างน่าสงสาร...(เป้ Soda นี่ สมัยก่อน อินเทรนด์ มากเลยนะครับ เด็กนักเรียนสมัยนั้น ใครไม่สะพายเป้นี่ไปเรียนหนังสือ ไปเที่ยวต่างจังหวัด นี่ถือว่าเอ้าท์ มาก ๆ เลยอ่ะ ....เรื่อง เป้ นี่เอาไว้ ล่อเป้า พวกคนแก่ ครับ เดี๋ยวพวกแก่ ๆ จะต้องมาทักเรื่อง เป้ Soda นี่แหละ เดี๋ยวคอยดูนะ ทั้งครูนก ทั้งคุณภิ คุณมอลลี่ คุณ ๆ ที่มีอายุทั้งหลาย จะต้องมาเม้นว่า ใช่ ๆ ไรงี้ คอยดู ...ขออนุญาตล่อเป้า พร้อมกับขุดหลุมดักคนมีอายุ สักหน่อยนะครับผม )

.........พอขึ้นบนรถเมล์ปุ๊บ มันก็ยังไม่ทราบชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นบนรถเมล์ ว่าจะโดนทารุณกรรมจากกระเป๋ารถเมล์เอย คนโดยสารจากบนรถเมล์เอย..สารพัด.....แล้วลอง..คิดดูผม ต้องนั่งจากหน้าปากซอยที่บ้าน เข้า กทม. ....กว่ารถจะไปถึง กทม. รถเมล์นี่จะต้องไปแวะที่นครปฐมอีก ตรงด้านข้าง ๆ องค์พระปฐมเจดีย์ ที่สมัยก่อนเขาจะเรียกว่าท่าโพธิ์ทอง ...อีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง..มีแต่กิเลสทั้งนั้น....ไหนจะ โอเลี้ยง ชาเย็น ชาดำเย็น โค๊ก นมเย็น น้ำเก๊กฮวย....โห สารพัดเครื่องดื่ม.....ที่เขาจะแบกถุงเครื่องดื่มพวกนี้ ที่ห้อยอยู่บนไม้พลองเล็ก ......หรือไม่ก็ ทำจากลวด เอามาดัด แล้วก็จะคล้องถุงเครื่องดื่มพวกนี้มาเป็น พวง ๆ อ่ะ.....ไหนจะ ข้าวเหนียว หมูย่าง ไก่ย่าง เนื้อแดดเดียว ขนมจีบ ซาลาเปา ขนมปังสังขยา ข้าวหลาม ไข่ต้ม....ไล่ไปจนถึง หมากฝรั่ง ท๊อฟฟี่ ยาหม่อง ยาอม ยาลม ยาดูด...สารพัดกิเลส...ที่พ่อค้า..แม่ค้า ผลัด..กันหิ้วขึ้นมา ยั่ว...ถึงบนรถเมล์.....และแล้ว เด็กอายุ 11 - 12 ปีที่กำลัง น่ารัก ๆ อย่างนั้นจะไปเหลือรึครับ...ต้องเสียสตางค์ ไปกับกิเลสพวกนั้น แทบจะทุกอาทิตย์ ....นอกจากเสียค่ารถเมล์แล้ว สมัยนั้นค่ารถเมล์ไป กทม. 15 บาท (ราคาเด็กนะครับ ผู้ใหญ่ 18 บาท ถ้าจำไม่ผิด....แล้วก็จะเอาตั๋วรถเมล์ ซึ่งสมัยนั้น จะยาวมาก ๆ เพราะใบละ 1 , 2 , 3 , 5 บาท ดังนั้นค่ารถ 15 บาท นี่ตั๋วรถเมล์ ก็จะยาวมาก ๆ ชอบ ๆ ......สมัยนั้น บ้า เก็บสะสม ตั๋วรถเมล์ด้วย ทั้งของ ขสมก. แล้วก็ บขส. ด้วยนะ .....บางทีเอาไปโชว์เพื่อนที่เรียนที่ กทม. ด้วยนะ....ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะแต่ก่อนตั๋วรถเมล์ในกทม. มันจะ 1 ตั๋วต่อหนึ่งใบ จะได้ยาว ๆ นี ต้องนั่งกันเป็น 5 คนขึ้นเลยอ่ะ...ดังนั้นบางทีเพื่อนที่จะสะสมตั๋วรถเมล์นี่ จะฝากเงิน...เหมือนจ้างเรานั่งรถ กลับบ้าน...ตั้ง 15 บาท เพื่อจะได้แลกกับตั๋วของเรา...แต่มันชอบอะไรพิเศษ ๆ ขอตั๋วละบาทนะ จะได้ 15 ใบติดเลย...ผมก็เลยต้องตามใจลูกค้าเสียหน่อย อิอิ....แต่ต้องดูหน้าเด็กกระเป๋ารถเมล์ด้วยอ่ะ...ถ้าหน้าตา เหี้ยม ๆ โดยที่ไม่มี ม.ม้า นี่ไม่กล้าบอกเขาอ่ะ กลัวโดนเขาจับ แด๊ก อ่ะ...)....

แล้วไหนจะรวมกับค่าขนมที่จะต้องจ่าย เพราะโดนหลอกล่อ โดยใจตัวเองให้ซื้อกินอีก ไม่ต่ำกว่า 10 บาท รวม ๆ แล้ว ค่ารถเมล์ + กับค่าขนม ก็ประมาณ 25 บาท เห็นจะได้.....แล้วรถเมล์ จะต้องวิ่งไปทาง ถ.เพชรเกษมอ่ะคือไปทางสามพราน....อ้อมน้อย หรืออ้อมใหญ่นี่แหละ ไปทางหนองแขม (พอเข้าเขตหนองแขมนี่จะรู้ทันที...ว่าจะถึง กทม. แล้ว...ไม่ใช่ว่าเพราะมันเจริญหรอกครับ เพราะมันจะได้กลิ่นขี้เป็ดที่รุนแรงมาก ๆ เลยครับ...รุนแรงขนาดที่ หลับ ๆ อยู่ก็ ต้องตื่นขึ้นมาด้วยความหอมเย้ายวนใจของมันนั่นเอง แต่ก็ดีนะครับ จะได้รู้ว่า กำลังจะถึง กทม. แล้วล่ะครับ) แล้ว..พอผ่านสถานีส่งของโทรทัศน์ช่อง 3 นี่จะชอบ มาก ๆ (แต่ก่อนตื่น เต้น มาก ๆ ผ่าน กี่ที ๆ ก็ต้อง ชโงกหน้าออกไปดู เสาส่งของเขา..ทุ๊กที....) แล้วก็มาถึงแถว ๆ บางแค อ่ะครับ.... ( สมัยก่อนเส้นนี้จะเป็นสายหลัก แต่เดี๋ยวนี้จะถือว่าเป็นสายเก่า..เพราะสมัยนั้นถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี เพิ่งกำลังสร้าง เลยยังไม่เสร็จอ่ะคับ) แล้วก็จะมาถึงแยกท่าพระ...แยกนี้ เด่นมาก ตั้งแต่สมัยที่ ยายพาเข้ามา กทม. ครั้งแรก ๆ ที่จำความได้เมื่อตอน อนุบาล 2 (ยายเป็นคน กทม. ครับ แต่ไปได้ ตาซึ่งเป็นคนเมืองกาญจน์ แล้วก็มาอยู่กินกันที่ บ้านโป่ง ยายเลยต้องพาผมมาอยู่ กทม. ด้วย ตอนปิดเทอมทุกครั้ง จะไปอยู่ 2 ที่ คือที่บ้านพี่ชายของยายที่คลองเตย กับที่บ้านพี่สาวที่ลาดพร้าว)

........ที่มันเด่น เพราะอะไรนะเหรอ เพราะอิตอนเข้า กทม. จะเห็นตรงสามแยกท่าพระจะมีตึกสูง ๆ อยู่ตรงหน้าเลย.... แล้วข้างบนตึกจะติดป้ายโฆษณาใหญ่ มาก ๆ เป็นรูปมือชูสองนิ้ว ของเครื่องดื่ม ลิโพ อันใหญ่ยักษ์ ดังนั้น จะต้องเห็นเจ้านี้ เด่นมาก ๆ .........ทุกวันนี้ผมว่าก็น่าจะยังอยู่นะ เพราะเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ......ตอนที่ผมทำงานอยู่ที่โรงเรียนเทคโนโลยีสยาม ตรงแถว ๆ ท่าพระนั่น ผมยังเห็นอยู่เลยนะครับ.... แต่ว่าป้ายมันจะไม่เด่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะอาจจะเก่ามาก ๆ ด้วย แล้วตึกสมัยนั้น ก็มีไม่ค่อยเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ มีทั้งสะพานข้ามแยก มีแยกเพิ่มมาอีก กลายเป็น 4 แยก ไปแล้วด้วย..แล้วก็ไม่รู้ว่ามันยังมีอยู่ป่าว..ใครผ่านไปทางนั้นบอกด้วยนะครับ.....

......พอรถเมล์เลี้ยวเข้าเส้น จรัลสนิทวงศ์ ปุ๊บ...ผมก็จะต้องลงก่อน.....เพราะอะไรเหรอ เพราะความชาญฉลาดของผมอ่ะสิครับ...เพราะถ้าขืนไปลงที่สายใต้เก่า ตรงสามแยกไฟฉาย เนี่ยะคนจะลงรถเยอะมาก ๆ ไม่รู้กี่คันต่อกี่คัน แล้วพอมารอรถเมล์ ขสมก. ตรงสายใต้เก่า...คนนี่นะเป็น ล้านเลยอ่ะ ครับ.....แล้วก็จะไม่มีที่นั่งมีแต่ที่ยืนเท่านั้น ดังนั้นผมจะต้องชิงลงก่อน ก็จะได้นั่ง สาย 28 สาย 89 สาย 68 สาย 42 หรือไม่ก็ ปอ.9 ที่สุดแสนจะว่าง นั่งสบาย แล้วก็ไม่เสียตังค์ ด้วย เพราะตอนนั้นตัวเล็ก แล้วเด็ก ๆ นี่ ขสมก. เขาจะไม่คิดตังค์อ่ะคับ อุอุ ฉลาดไหมครับ...ผมเนี่ยะ...แล้วก็จะไปลงที่หน้าพาต้า...เพื่อที่จะเดินเข้าไปตรงถนนอรุณอัมรินทร์ตัดใหม่ ฝั่งที่มีอาบอบนวดเจ้าพระยา 3 หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเส้นที่ไปทางสะพานพระราม 8 สมัยนี้อ่ะ สมัยนั้น ซอยนี้จะตันครับ...ผมอยู่สุดซอยพอดีเลย..หอผมอยู่ที่นั่น...แต่ถ้า สาย 89 มานะสบายเลย ลงหน้าหอเลย แต่นาน ๆ จะมาสักคัน รอไม่ไหวอ่ะ...(ใจร้อนตั้งแต่เด็ก).........

.........หรือไม่ก็ลงหน้าพาต้า แล้ว ก็เข้าไปเดินตากแอร์ในห้างพาต้าทางประตูหน้า......แล้วก็จะเดินออกทางประตูหลัง เดินทะลุไปซอยเล็ก ๆ เส้นหลังห้างพาต้า...แล้วก็เดินไปทะลุถนนอรุณอัมรินทร์ตัดใหม่ได้เช่นกัน ......แต่ไม่ชอบเส้นนี้เพราะ จะผ่านต้องเดินผ่านพวกนักร้องค่าเฟ่ เยอะมาก ๆ ไม่ใช่รังเกียจนะครับ...เพราะพวกนี้ ชอบมารุม ๆ หยิกแก้มบ้าง...หอมแก้มบ้าง..กอดบ้าง...สงสัยคิดถึงลูกที่บ้านเขามั้งครับ...เลยไม่ค่อยชอบเดินไปทางนี้...อิอิ เสน่ห์แรงแต่เด็ก เลยเรา แต่พอขึ้น ม.2 ไม่เห็นมีใครมากอด มาหอม บ้างเลย สงสัยตอนนั้นโตแล้วมั้งเขาเลยไม่ชอบ....(ที่นี้เสียดาย ขึ้นมาเลย ทำไม ตอน ม.1 เราไม่เดินมาทางนี้ บ่อย ๆ ฟร่ะ 55555 โตขึ้นแล้ว งูเพิ่ง โผล่ อ่า)

......อ่ะ ถึง กทม. แล้ว พอก่อนนะ ไว้ ว่าง ๆ มา โม้ต่อนะครับ....




 

Create Date : 10 เมษายน 2550    
Last Update : 10 เมษายน 2550 16:49:51 น.
Counter : 132 Pageviews.  

วั้นนี้ผมจะดีใจ หรือเสียใจ ดีล่ะครับนี่

กราบแทบเท้า (ที่ไม่ได้ล้าง ของทุก ๆ ท่านเลยครับ) ทุก ๆ ท่าน

วันนี้ข้าพเจ้า (มันรู้สึกว่าจะดูห่างเหิน เกินไปป่ะ เอาเป็น กู แทน ได้ไหม อ่ะอ้า อันนี้มันก็ ดูสนิทเกินไปอย่างแรง..อ่ะนะ ...งั้นขอเป็นกระผมแทนละกันนะครับ....รู้สึก ดู ผู้ดี๊ ผู้ดี เหมือนกับที่หม่อมยาย เคยอบรมสั่งสอนนิสัย มาตั้งแต่สมัยอยู่ในวังเดิม )...... ก็ได้เดินทางไปทำงานแต่เช้าเช่นเดิม เพียงแต่ว่าวันนี้ กระผมเปลี่ยนราชรถไปทำงานจากเจ้าหนูนา...(เด็กนักเรียนคนหนึ่งมันตั้งไว้ ให้..เพราะผมเนี่ยจะ ขับ Honda Civic 3 ประตู คู่ใจ...ไปทำงาน....โดยเฉพาะกลุ่มมันจะชอบแอบ ..ดึงเอาที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถเนี่ยขึ้น จะเหมือนหางหนูมาก ๆ ...เข้าใจตั้งชื่อให้จริง ๆ)....เป็นรถมอเตอร์ไซด์ยามาฮ่า Mate (เมทสมชื่อเลยไมหละครับ) คันเก่าที่มีประวัติ สตาร์ทรถทิ้งกุญแจเอาไว้ที่ตลาดนัด ก็ยังไม่มีใครขโมยไปคันเดิมนั่นแหละ ไปที่ทำงาน...

......กว่าจะเริ่มออกไปทำงานได้ ก็ต้องหาเอาเสื้อกันหนาว มาใส่ไปด้วย...เพราะกลัวผิวเสีย (อิอิ น่าหมั่นไส้จริง ๆ) อ้าว ก็เดี๋ยวผิวผู้ดี ของผมจะเสียนี่นา....ของดี ๆ เขาก็ต้องรักษาไว้หน่อยสิครับ...นี่อีกไม่กี่วัน...ว่าจะไปจดสิทธิบัตรตัวเองเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซะที จะได้มีคนมาคุ้มครอง (นี่ตูเป็นสัตว์ไปตั้งแต่เมื่อไร ฟ่ะนี่ ลดเกรดตัวเองน่าดูเลยเชียะ )....ขอโทษนะครับ ที่พิมพ์นอกเรื่องเสียเยอะ...เพราะผม หน่ะ MITA มาเองเลยนะ เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ชอบ (สโลแกน ของ เขาไง เคยดูโฆษณาเครื่องถ่ายเอกสาร มิต้า ป่าวหล่ะ สมัยก่อน อ่ะ จำได้ว่าจะได้เห็นบ่อย ๆ ตอนถ่ายทอดสดตอน เขาทราย ขึ้นชกมวย ชิงแชมป์โลกตลอดเลย อ่ะ ....อ้าวเริ่มเช็คอายุ คนอ่านบล็อกผมอีกแล้ว ครับท่าน)......
เคยเห็นผมพิมพ์น้อย ๆ ไหมละ ไม่มี๊ คนอย่างผม ต้อง พิมพ์ เยอะ ๆ ประเภทน้ำท่วมทุ่ง (กุลาร้องไห้ด้วยนะ เพราะจะได้ยิ่งใหญ่พอ เพราะครอบคลุมหลายจังหวัด อย่างกับ GSM Advance มาเองเลย) ผักบุ้งโหรงเหรง...อ้าว ผักบุ้งเยอะ ก็ได้เครื่องเย็นตาโฟน้อยสิครับท่าน....

........เข้าเรื่องดีกว่า ทีนี้ก็เลยสวมหมวกกันน๊อค แล้วขับมอไซค์ ไปทำงาน บ้านกับที่ทำงานผมห่างกัน ประมาณ 8 กิโลได้ครับ...เช้า ๆ อากาศเย็นสบายจัง....(ลืมบอกถึงเหตุผลว่าทำไม ถึงไม่เอาเจ้าหนูนาไปทำงาน...ก็เพราะว่า เพื่อประเทศชาติครับ ประหยัดเพื่อประเทศชาติครับ เคยรู้จักกันไหมละว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นยังไง...(ทำเป็นอ้าง ที่แท้ ไม่มีตังค์ต่างหากเล่า ) อิอิ แล้วบอกเขาไปทำไม๊....ล่ะ)...กว่าจะถึงโรงเรียน...รถก็เก่า สั่น ก็ สั่น....ลงจากมอไซค์ มางี้...หมดแรง...แข้งขาอ่อนเลยง่ะ.....ใครไม่ใช่ผู้ชายไม่เข้าใจหรอก ว่าหมดแรงแข้งขาอ่อนเป็นอย่างไร....อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น....อุอุ ติดเรทนะครับ

หาเครื่องหมายก่อน เดี๋ยวมาอัปใหม่






.....ก็เป็นแบบรูปข้างบนนี่แหละ ก็บอกแล้วไงว่ารถมันสั่น...เวลานั่งมอไซด์ อ้ายรูปของผม ก็จะลงไปกองบนเบาะนั่ง...แล้วรถมั่นก็สั่น ๆ ๆ ๆ ๆ กว่าจะถึงที่ทำงาน...ก็นาน สั่น ก็นานด้วยดิ...พอลงจากรถมอไซด์...พระเจ้า...หมดแรงซะดื้อ ๆ ...อะไร นะ ไม่เข้าใจ...ช่างคุณดิ ...ไม่เข้าใจก็ไม่อธิบายแล้วละ... ก็บอกมันเป็นธรรมชาติของ ผู้ชายง่ะ.....

....พอไปถึงที่ทำงาน (อ่ะ ลืมบอกไป ที่โรงเรียนของผม ช่วงเดือนเมษายนนี้ ไม่ต้อง สแกนกีบเท้าแล้ว...เขาให้เป็นเขตอภัยทาน 1 เดือน...ให้มาเซ้นต์ชื่อ แบบแหล ๆ กันได้...สบายตูเลยเชียว)...เขียนเวลาและเซ็นต์ชื่อเสร็จ...ก็รีบเดินจะเข้าไปทำงานในห้อง...โป๊ก.ก.ก.ก. (ดีนะที่ยังมีไม้ตรี)...หน้าชาเลย นึกว่าประตูห้องไม่ได้ล๊อก...พระเจ้า จะมาผลาญทรัพยากรชาติ ที่ทำงานซะหน่อย กะจะเล่นเน็ต เปิด แอร์ ให้ช่ำปอด ซักกะหน่อย...อ้ายเจ้าหน้าที่ห้องวางแผนดันล๊อกห้องเสียได้...แล้ว ตู จะทำงาน ยังไงละหว๋านี่....มองซ้าย มองขวา ไม่เห็น นังเด็กเจ้าหน้าที่นี่เลยอ่ะ...เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นที่เป็นเพื่อนกับน้องเขา...เขาบอกว่า เจ้าเปิ้ลเขาหยุดวันนี้ พรุ่งนี้คงจะมา...แล้ว ตูจะเข้าห้องทำงานไปทำงานได้ไงละนี่..(เข้าไปเล่นเนต ต่างหาก ละ)...รองฯ ก็ไม่มาแล้วด้วย เพราะตั้งแต่วันที่ 9 พวกผู้บริหาร เขาไม่ต้องมาทำงานแล้ว...กุญแจที่มีก็เปิดเข้าห้องไม่ได้ เพราะเจ้าเปิ้ลนั่นแหละ ไปปล้ำ เอ้ย ไปปั๊ม มาให้อิท่าไหนไม่รู้ เสียบ หลุด เสียบหลุด...ตลอด เฮ้อ หมดอารมณ์ (ไม่ใช่ทางเพศ) ....เลย เปิดไม่ได้...เอาว่ะ ไหน ๆ ก็มา แล้วก็ได้เซ็นต์ชื่อแล้วด้วย....ก็เลยบอกเพื่อนครูคนอื่นว่า กระผมจะกลับบ้านแล้วนะ...พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เพราะวันนี้เข้าห้องไม่ได้....เพื่อนผมก็บอกว่า อิอิ กะลังจะกลับเหมือนกัน .......อิอิ ใคร ๆ เขาก็คงจะคิดแบบผมทุกคนแหละน้า.....มีแต่ผมนี่แหละที่อยากจะมาทำงานที่ห้อง....เพื่อที่จะได้ ไม่ต้องมาใช้เครื่องคอมที่บ้านมาเล่นเนต ให้เปลืองไฟ แต่ในที่สุด ก็ต้องผลาญเงินค่าไฟที่บ้านเช่นเดิม....ไหงฟ้าส่ง ข้ามา ทำไมไม่ส่ง เจ้าเปิ้ลมาทำงานเพื่อเปิดห้องให้ด้วยฟร่ะ นี่.....กลุ้ม ใจ

....ว่าแล้ว ก็เลยขับมอไซค์ กลับบ้าน.....ระหว่างทางที่ขับมา มีเด็กชายตัวเล็ก ๆ อายุประมาณ 2-3 ขวบ ตัวมอมแมม ยืนแก้ผ้า ยืนอยู่........กะ เด็กผู้ชายอีกคน หน้าตาคล้าย ๆ น้องปุญญ ของครูนก (อ้าว ไหนไปพาดพิงลูกชายของครูนก ซะง้าน อิอิ ล้อเล่นครับ ครูนกครับ) อายุสัก...7- 8 ขวบได้มั้ง... นั่งเล่นหัวเราะอะไร กันคิก คัก ๆ อยู่ข้างถนน ตรงด้านหน้าผม ลิบ ๆ นะ ในมืออ้ายเด็กตัวเล็ก ถือถุงเท้า น่าเกลียด ๆ สกปรก ๆ เขรอะ ๆ อยู่ข้างนึง....สมองผมปร๊าด..คิดได้ มันต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน เซ้นส์ มันบอก ...เดี๋ยวขับมอไซด์ผ่านมันต้องระวังตัวเสียหน่อย....พอขับผ่านเท่านั้นแหละ..มันเอาถุงเท้าคู่เปื้อน คู่นั่นแหละ ข้างมาทางผมตรงนี่แหละ....อ่ะอ้า....ดีนะที่ฉลาดพอ...แฉลบหลบ (ต้องสโลว์โมชั่นให้ดูดีกว่ามั้ง) อย่างกับหนังเรื่องเมทริกซ์.....ถุงเท้าอันโสโครก..เลื่อนผ่านหน้าไปอย่างหวุดหวิด...อ้ายเด็กเวง เอ้ย...อ้าวแม่งยังมีอีก หลายคู่แฮ่ะ...พอรถผมผ่านไป (ผมใจเย็นพอที่จะ ไม่คิดทะเลาะกับเด็กหรอก...โกรธ แต่ไม่อยากยุ่งด้วย ด่าไปเปลืองแรง เปลืองสมองป่าว) ....สักพักมีป้าคนหนึ่งขับมอไซด์สวนผมไปทางเด็กนั่น มันปาใส่เข้าเต็มหน้าป้าเลย...(ผมแอบมองทางกระจกข้าง)....ป้าหยุดรถ ลงด่าเด็ก พร้อมตีเด็ก หย่าย เลย สมน้ำหน้า อ้ายเด็กเวง...ป้าแก ด่า ฉอด ๆ ๆ ๆ เด็กนั่นร้องไห้ จ๊าก..ก...ก เลย สม ๆ ไอ้เด็กเวงมึง ต๋ายแน๋ ต๊ายแน๊ แน่ 5555.......แล้วผมก็ไม่สนใจ เพราะมีป้าแกมาล้างแค้นให้เรียบร้อยแล้ว สม ๆ ฆ่ามัน ๆ เลยป้า ......แล้วผมก็ขับรถกลับบ้านสบายใจ เฉิบ เลยครับผม...






 

Create Date : 09 เมษายน 2550    
Last Update : 9 เมษายน 2550 15:23:24 น.
Counter : 178 Pageviews.  

แหม..กำลังอยากจะเห็นดาวหาง..ในระยะประชิด..มาตั้งนานแล้ว

ซาหวัดดี คร๊าบบ.บ.บ

วันนี้ผมขออนุญาตมาในแนว ไซควาย เอ้ยไซไฟ เสียหน่อยนะครับ....เนื่องด้วย...จากข่าวนี้

! วันสงกรานต์ 29 ปีข้างหน้า ดาวหางอาจชนโลก
ผู้เชี่ยวชาญรวมกลุ่มเรียกร้องให้ สหประชาชาติหาวิธีเบี่ยงเบนเส้นทางของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งมีโอกาสพุ่งชนโลกในปี 2579
นายรัสตี ชไวการ์ต อดีตนักบินอวกาศของยานอพอลโล 9 เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากนักบินอวกาศ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ ออกมาเปิดเผยรายงานระบุว่า โลกอาจมีโอกาส 1 ใน 45,000 ที่จะถูกดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสพุ่งเข้าชนในวันที่ 13 เมษายน 2579 นอกจากนี้ คาดว่ายังมีเทหวัตถุอีกกว่าหลายร้อยชิ้นที่มีโอกาสพุ่งเข้าชนโลกในอนาคต
การเบี่ยงเบนวิถีของดาวเคราะห์น้อยสามารถกระทำได้โดยใช้ยานอวกาศเข้าไปประกบ และเบี่ยงเส้นทางของดาวเคราะห์น้อยให้พ้นจากโลก โดยมีการประเมินว่า การเบี่ยงเบนเส้นทางของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส ซึ่งมีความยาวประมาณ 140 เมตร อาจต้องใช้ยานปล่อยแรงโน้มถ่วงติดต่อกันราว 12 วัน ซึ่งโครงการดังกล่าวอาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 9,982 ล้านบาท)

ใฝ่ฝันมานานแล้วครับ...ว่าวันหนึ่งผมคงจะได้เห็นดาวหางในแบบ ระยะ ประชิด ขนาดนี้ สักกะทีนึง ซะที........ผมเริ่มมีความคิด แบบนี้.... ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มีโอกาส ไปดูดวงดาว จารุจินดา เอ้ยไม่ใช่ ดาวเทียม ๆ หรือ ปลอม ๆ ที่ฉายใน ....ท้องฟ้าจำลอง ....แถว ข้าง ๆ สถานีขนส่งเอกมัย ถ.สุขุมวิท.....ตอนนั้น ป.5 เห็นจะได้มั้ง ...สมัยนั้นดาวหางฮัลเล่ย์ ..นี่กะลังอินเทรน...ใครไม่รู้จักเชย..แย่เลย...นะคับ.....(แล้วคุณล่ะ....รู้จักไหมครับ..ดาวหางฮัลเล่ย์..เนี่ย..........อ่ะ อ้า ไม่รู้จัก ละสิ..แหม..ๆ...คนเชย ๆ.....ก็เป็นแบบ ๆ คุณ นี่แหละ แล้วรู้ไหมครับว่า 79 ปีแหน่ะ ถึงจะมาให้เห็นทีนึงน่ะ จ๊ะ ......จาบอกให้ นี่ก็เหลืออีกแค่ประมาณ ..อีกแค่ ....56 ปี...แค่นั้นเอง....ก็จะได้เห็นอีกทีแล้ว....แล้วก็ดูไว้ จะได้ไม่ตกเทรน อีก ......ว่าแต่ว่า พวกคุณจะรอเห็นมันไหมละครับ ...คนเชย ๆ จ๋า)....

ดาวหางฮัลเล่ย์ เป็นดาวหางที่มี ....หางที่สุกสว่างมากที่สุด ....เลยนะครับ.....เสียใจด้วย ที่ชีวิตนี้ พวกคุณคงจะไม่มีโอกาสได้เห็นเป็น บุญตา แล้ว.....แสดงว่า ต้องเป็นคนเชย ไปจน ม่องเท่ง แน่ ๆ กิ๊ว กิ๋ว.......(ส่วนผมนะเหรอคิดว่าผมจะได้เห็นกันไหมละครับ (ยืด).....แต่ว่าสมัยก่อน คนอื่น ๆ เขาจะไม่ค่อยมีใครนิยมดูดาวหางกันหรอกครับ.... เพราะว่าแต่ก่อนการดูดาวหางด้วยตาเปล่า ยังไม่ขนาดนี้ครับ แล้วเขาก็บอกว่า ดาวหางเนี่ยะ...ดู หรือว่าเอามือไปชี้ ดาวหางแล้ว เขาจะถือกันว่า จะนำพามาซึ่งความโชคร้ายครับ...คนสมัยก่อนเขาว่าอย่างนั้น เพราะดาวหางเนี่ยะ...เขาจะเรียกกันว่า ....ผีพุ่งไต้.....ผ่านไปที่ไหน ก็จะนำความ ฉิบหาย อัปมงคล เอาเรื่องไม่ดีมาให้ เปรียบเสมือน เป็นดาวมรณะ ครับ......แล้วคนอินเทรนอย่างผม รึกจะกลัว 55555 ....คนมีความรู้หลังจากไปโดนคนที่ท้องฟ้าจำลอง...เป่าหำ เอ้ย หู...ซะจนเป็นน้ำหนวก ซะขนาดนั้น....มีหรือ จะตกเทรน 55555.....และแล้วผมก็ไม่ได้ไปดูครับ...เพราะว่าวิทยาศาสตร์ รึ จะมาเหนือกว่า ไสยศาสตร์ ได้อย่างไรกัน 55555.....สรุปคือกลัวมากกว่า...คับ ...เลยไม่ได้ไปดูของจริง.....ดูแต่ภาพใน โทรทัศน์ กับ วิดีโอ แล้วก็ภาพถ่าย อ่ะ ...อดไปเลย...ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ ดาวหาง...หรือว่า..ฝนดาวตก ไก่กา อ่ะไร ที่ไหนก็ไม่รู้ จิ๊บ ๆ จ้อย ๆ กระเจี๊ยบ ๆ กุ๊ก ๆ ขนาดนี้...คนยังบ้าดูกันจนเป็นบ้าเป็นหลัง....ทีสมัยนั้น ดาวหาง เบิ้ม ๆ บิ๊ก ๆ บั๊ก ๆ มา...ก็ไม่รู้จักดู ....มัวแต่กลัวหางจุกตูด กันอยู่ได้ ไอ้เวงเอ๋ย (ด่าตัวเองก็เป็น) ...แล้วจะรอดูให้เป็นบุญยาย ได้ไง (อ้าว ตาตายแล้ว เหลือแต่ยาย อ่ะ) นี่)......ไม่เป็นไร อีกแค่ 29 ปี...แค่นั้น...

ความใฝ่ฝันผม ที่จะได้เห็นดาวหางดวงโต ๆ ในระยะประชิด จะใกล้ความเป็นจริง แล้ว นั่นคือ ...มีข่าวว่า....ดาวเคราะห์น้อยดวงที่เป็นข่าวนั่นเอง อีกแค่ 29 ปี เราจะได้ยลโฉมมันซะหน่อย ว่าแต่ว่า ผมจะมีโอกาสไหมนี่....29 + 33 = 42 ....เอง..... โห งั้นรอได้ อีกไม่กี่ปีเอง แค่ 9 ปี แค่นั้น..รอได้อยู่แล้ว....อ่ะ อะไรนะ...ผมบวกเลขผิดเหรอ...บ้าป่าว ครูสอนคำนวณ อย่างผมจะคำนวณผิดได้ไง กะอิแค่บวกเลขแค่นี้เอง....พวกคุณนี่...เฮ้อ......ก็ 29 + 33 มันก็ต้องเท่ากับ 62 ปี แล้วมันผิดตรงไหนละ ฮึ....พวกคุณที่แย่มาก ๆ นะ.....(เล่นไปได้ไงมุกนี้ อ่ะเรา) ........โห สงสัยคงจะต้อง ตะปันน้ำกิน รอดูดาวหางเสียแล้วสิครับ...หรือจาอยู่ไม่ถึงกันแน่ ฟ่ะนี่.....

.....ว่าแต่ตอนนั้น...จะมีอารมณ์ดูดาวหางรึป่าวก็ไม่รู้...อาจจะเป็นอารมณ์ ที่ต้องหลบจากความตาย รึป่าวก็ยังไม่รู้...ไม่กลัวหรอก เพราะยังไง เดี๋ยว บรูซ วิลลิส กับ เบน เอฟแฟค ก็ขึ้นไปช่วยทำลายดาวหางเอง แหละน่า .....อ้าว ไม่ใช่ Armageddon ...เหรอ....ไอ ..วอน...โคลส..ส.ส..ส.ส มาย..ย..ย.ย อาย..ย.ย.ย...ย .......เพลงเพราะ หนังสนุก ดีเนอะ...จำได้ โดยเฉพาะนางเอก ลิซ ไทเลอร์ สวย มั่ก ม๊าก...ก..ก คนที่เล่นเป็นลูกของ บรูซ ไง.....

....แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง คงไม่สนุก แบบในหนังแน่...คงจะระทึก..ตึก ๆ ตึ๊ก....เป็นแน่แท้...เพราะเขาบอกว่าถ้ามาชนกับพื้นผิวโลก...จะมีความแรงเท่ากับ 10,000 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์ ที่อเมริกามาถล่มที่เกาะฮิโรชิมา ของญี่ปุ่น อ่ะครับ....หรือถ้า เอาระเบิดไปถล่มดาวเคราะห์น้อยดวงนี้...ก็อาจจะมีสะเก็ด...จากซากดาว มากระทบโลกได้เช่นกัน...พระเจ้า...แล้วมันจะเหมือนในหนังไหมนี่....เกิดมีตัวอะไรมาฟักตัว...อย่าง เรื่อง วอร์ออฟเดอะเวิลด์ จะเป็นยังไง.......เอาไว้ผมจะไปตามหนุมาน ยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดแจ้ง ก๊อตซิล่าร์ แล้วก็พวกยอดมนุษย์อุลต้าแมน มาช่วยละกัน.....ไปพาดพิงถึงหนังเรื่องหนุมานผจญยอดมนุษย์ได้ไงฟ่ะ.....เคยได้ดูกันป่าว ตอนนั้นผมอยู่ ป.4 - ป.5 เอง นะ อยากดูใจจะขาดเลยตอนนั้น.....แต่แม่ไม่พาไปดูอ่ะ...เพราะแม่ไปดู เรื่อง..แม่ดอกกระถิน...ที่มีจารุณี สุขสวัสดิ์เป็นนางเอก..แทน...อุตส่าห์ใช้ไม้ตาย ดิ้น พราด ๆ ๆ ไม้ตายสุดท้ายแล้วนะ..ก็ยังใช้ กับแม่ไม่ได้ เพราะแม่อยากดูอีกเรื่อง ไม่ยอมทำเพื่อลูกเลย..บ้างเล้ย..แม่ใจร้าย.....ไม่ให้ดูแต่พาไปดู บอร์ดที่เขาจัดว่าหนังเรื่องไรจะมาฉาย เห็นรูป ซะขนาดนั้น มีรึว่าความอยาก หื่น กระหายของผม จะทุเลา...มีแต่ทวีคูณ ขึ้นอีกหลายเท่าตัว.....แต่ก็ต้องจำทน ไปดูเรื่อง แม่ดอกกระถิน กับแม่แทน เลย.......เอาว่ะ ดีกว่า ไม่ได้ดูเลย...5555...รอตั้งนานกว่าจะมีวิดีโอออกมาให้เช่า ไปดู....ตอนหลังช่อง 7 ก็เอามาฉาย ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ..หนังของ สมโภชน์ แสงเดือนฉาย อ่ะ...หลอกเด็กอย่างผม และคนอื่น ๆ ได้เก่งมาก ๆ .....อ้าว...ไป ๆ มา ๆ วก เข้าเรื่องอดีต อีกล่ะ คนมันแก่ ก็งี้แหละ...(เซ็ง)........ไปทำใจว่า......อีก 29 ปี เราจะทำยังไง ดีละ นี่ ช่วยบอกที ละ กัน ว่า.......อีก 29 ปี เราจะทำอย่างไร ดี...ว่า แต่ พวก คุณ ๆ แล้วก็ ผม เนี่ยะ จะอยู่ถึง วันนั้น ไหมน้อ....วันที่จะได้เห็น ดาวหางในระยะประชิด....จะไปดูกับผมไหมครับ...อิอิ





 

Create Date : 06 เมษายน 2550    
Last Update : 6 เมษายน 2550 12:44:56 น.
Counter : 150 Pageviews.  

เมื่อวานนี้ ผมโดนวางยา อ่ะ

หวัดดีชาวโลก....

ไม่ต้องสงสัย นะครับ ว่าผม เนี่ยะ หายหน้า หายตา หายหัว หล่อ ๆ เนี่ยะ ไปไหนซะแล้ว ไม่ได้หนีไปเที่ยวไหนหรอกครับ....แค่ทำตัวเป็นกุ้งครับ ขี้ขึ้นสมอง อ่ะครับ แต่ไม่ใช่ ขี้ หรืออุจจาระเหม็น ๆ นะครับ แต่ว่าเป็นขี้ที่ทำให้ตัวเป็นขน ต่างหาก ...อ่ะ อ้า ฉลาดกันจังเลยนะครับ สงสัยทานปลากันมาเยอะสิท่า.......ใช่แล้วขอรับ..ขี้เกียจ นั่นเอง.....แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ...เฝ้าอยู่หน้าคอมฯ นี่แหละครับ ใจจริงก็อยากจะอัปบล็อกจนใจจะขาดรอน ๆ แต่อ้ายนิ้วเจ้ากรรมมันไม่ยอมขยับซะนี่ แต่ว่าแต่ว่าที่อ้ายนิ้วมันไม่อยากขยับ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นโรคเดียวกับเจ้าตัวนั่นแหละครับ.....ตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่อยากจะขยับเลย นะครับ...มีอย่างเดียวที่มันขยับเอ้า ขยับเอา รู้ไหมครับว่ามันคืออะไรที่มันขยับอ่ะ ก็รอบเอวผมอ่ะสิครับ......มันไม่เคยคิดที่จะขี้เกียจ บ้างเลยรึไงฟ่ะนี่...สงสัยเพราะอะไรมันถึงไม่ยอมขี้เกียจเหมือนกับตัวผมบ้าง.....เรื่องของสังขารนี่มันต้องปลง ๆ กันบ้างแหละครับ....เฮ้อ....อ.อ.อ

.........แล้วเมื่อวาน ก็มาทำงานแต่เช้า..หน้าคอมฯ นี่แหละ (ช่างกล้าพูด ว่ามาทำงาน อ่ะ ๆ มาเล่นเนต ก็ได้ฟร่ะ) มาถึงที่ห้องทำงาน .....โอว.....ว..ว พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก........แม่บ้านเห็นผมเป็นแมลง(ปีกแข็ง) หรืออย่างไรไม่รู้ ฉีดยาฆ่าแมลง (หรือ ฆ่าผมก็ไม่รู้) กลิ่นแรงมาก ๆ ก็เลยไปเปิดหน้าต่าง พร้อมกับเปิดแอร์เอาไว้.....ตอนหลังทนความร้อนไม่ไหว เลยปิดหน้าต่างซะเลย.....เป็นไงละ สูด เข้าไป ชุ่มฉ่ำปอดเลยนะครับนี่ สักพักเหมือนมันเข้าไปตกค้างในร่างกายเรา รู้สึกชา ๆ ที่ประสาทของปลายสัมผัสทั้ง 5 พอนาน ๆ เข้า มันชักคัน ๆ ตามผิวหนัง .......แต่ตัวกระผมก็ไม่ย่อท้อ...ยังสามารถนั่งเล่นเนตต่ออีก (หน้าหนายิ่งกว่าแมลงซะอีก) พอเที่ยงถึงจะบึ่งรถยนต์คู่ชีพ กลับไปยังร้านอาหารเลิศหรูร้านประจำของผม.....ไม่ใช่ที่ไหนหรอก ที่บ้านผมเอง ......พอกินไปได้สักพักก็ แหม ๆ หนังท้องตึง หนังตามันก็เริ่มหย่อนคล้อย แต่ไม่ได้ ๆ ต้องตั้งตารอโทรศัพท์จาก แฟนเสียก่อน อิอิ.......ไม่งั้นนอนตาไม่หลับครับ.....พอได้เวลา เที่ยงครึ่ง มาแล้วครับ.....เสียงมรณะ อิอิ........พอวางหูเสร็จ กะว่าจะนอนสักกะหน่อย แต่ต้องไปส่งแม่ครัวประจำร้าน อิอิ ยายผมเอง วันนี้เขาจะไปประชุมที่เทศบาล เป็นการประชุมผู้สูงอายุ อ่ะ ....วันนี้ผมก็เลยการเป็นสารถี พาคนแก่แถวบ้านไปร่วมประชุมอีก 3 พระหน่อ เราเลยกลายเป็นคนที่เด็กที่สุดรถ เลย โคตรภูมิใจจังเลย.ย.ย.

........พอไปส่งเสร็จ เราจะเข้าไปที่โรงเรียนเลยดีกว่าไหมนี่....แต่มันเพิ่งจาบ่ายนิด ๆ เอง กลับไปบ้านดีก่า...(มันเหมือนมีใครมาหักพวงมาลับรถกลับไปที่บ้านก็ไม่รู้ เฮ้อ ) มาถึงบ้านปุ๊บ เหมือนมันโดนวางยา สงสัยเจ้ายาฆ่าแมลงแน่ ๆ เลย โยนความผิดไปนั่น.....มันอาจจะเป็นไปได้นะ เพราะว่ามันอาจจะตกค้างในตัวเราก็ได้ จริงไหม ๆ .....เชื่อ ๆ กันหน่อยเหอะน่า คิดเสียว่าเอาบุญน่ะ.......หรืออาจจะเป็นเพราะแมงโม้ ในตัวเรามันโดนฆ่าไปหมดเลยหมดทั้งแรงกาย และแรงโม้ ซึ่งทำให้บล็อกนี้ไม่มีการอัปเดต .......ว่าแล้วก็เปิดทีวีขับกล่อม (เปิดใช้ผลาญพลังงานชาติซะงั้น) แล้วก็คว้าหมอนมา 2 ใบ ใบนึงเอาไว้หนุนหัวหล่อ ๆ อีกใบนึงเอาไว้กอด อิอิ แล้วก็นอนกับพื้นบ้าน อุ้ยลืม เปิดพัดลมเอาไว้เป่าไข่ด้วย อิอิ (ก็เปิดตรงปลายเท้านี่นา มันก็เลยเข้าตรงนั้นก่อนเป็นธรรมดา บรรเจิด อิอิ ) และแล้วก็หลับ........ตื่นมาอีกที บ่าย 3 โมง 5555 ที่ทำงานผมเลิก 4 โมง ครึ่ง กิ๊ก ๆ อีกชั่วโมงครึ่งก็เลิกแล้ว ไปทำงานดีก่า......บึ่งรถคู่ชีพกลับไปทำงาน (ไปเล่นเนตต่อต่างหากล่ะ) ไปถึงก็เล่น ๆ ๆ ๆ ดูเวลาอีกที...โห 5 โมงแล้ว เกิน เวลา ๆ กลับบ้านดีก่า........เวลาผ่านไปยังกับเรื่องโกหก เลยอ่ะนี่

..........กลับถึงบ้าน ก็เปลี่ยนเอามอไซค์ฮ่างคู่ชีพ ไปตลาดนัดคลองถมดีก่า....แบบว่ามอไซด์ผมนี่มันเก่าได้ใจจริง ๆ แล้กว็ไม่คิดจะซื้อใหม่ด้วย....เพราะรับรองจะไม่มีใครอยากจะมาขโมยรถคันนี้ของผมไปแน่....เพราะแถวตลาดนัดรถใหม่ ๆ นี่หายเพียบ...แต่รับรองรถผมนี่ ถ้าติดเครื่องทิ้งเอาไว้พร้อมกุญแจ....ไม่มีใครขัยไปแน่ ๆ (จิงป่าวก็ไม่รู้ ไม่กล้าลอง อิอิ) แล้วถ้าใครขับไปอยู่กลางตลาดนัดก็ต้องได้ยินอยู่ดี เสียงดังขนาดนั้น.....เคยได้ยินเสียงยามาฮ่าเมต ป่าวหล่ะ เสียงโคตรทรมานรูตูด ขนาดนั้น เป็นเอกลักษณ์ มาก ๆ เลยรถยี่ห้อ และรุ่นนี้........ยิ่งถ้าแต่ก่อนไฟเลี้ยวก็ดังนะ แบบว่าดังมาก ๆ ต้องมีคนสนใจหันมามองซะงั้น ก็ดังซะขนาดนี้ ดีแล้วที่เดี๋ยวนี้มันเจ๊งไปเสียแล้ว อิอิ ถ้าใครมีรถรุ่นนี้ต้องรู้แน่นอน......บ้านอยู่กลางซอย ใครขับรถคันนี้มาถึงปากซอย หรือท้ายซอยนี่รู้แน่ว่ารถบ้านผม...ยิ่งถ้าเปิดไฟเลี้ยวด้วยแล้วนี่ จะได้ยินชัดเจนมาก ๆ.....

พักการโม้ชั่วคราวเดี๋ยวค่อยมาต่อพาเด็กไปแก้การตกกิจกรรม ให้ไปทำความสะอาดที่แผนกซะก่อนนะครับ

----------------------

14.47 น.

หลังจากโดนวางยา (อีกรอบ) แบบว่ามันติดเป็นนิสัย (เสีย)แล้ว กลับไปทานข้าวกลางวันที่บ้านแล้วมันจะต้องงีบหลับสักพักทุกที วันนี้ดี ตื่นมาเร็วหน่อย บ่าย 2 อิอิ.....ก็มันว่างง่ะ ไม่รู้จาทำอะไรนี่นา (อย่ามาอิจฉา ขอร้อง)

............ต่อจากเมื่อวาน...พอไปตลาดนัด ก็เหมือนไปเดินเอ็กเซอร์ไซส์ร่างกาย เดินวน ๆ มีทั้งหมด 5 แถวที่ต้องเดิน แถวละประมาณ 100-200 เมตร คูณ 5 เข้าไป โอ้โหเราเดินไปนี่เกือบกิโลเหมือนกัน....เดินไป ดูของไป เพลิน ๆ ยั่วต่อมไร้ท่อ ในกระเป๋าตังค์ แต่ขอโทษ จิตใจผมเข้มแข็งพอ 5555 ความงก ของผมยังใช้การได้ดี เพราะมันยังเข้าครอบนำจิตใจเราอยู่........แต่อีตอนจะออกจากนัดนี่สิ.....สายตาอันหื่นกระหายของผม พาลไปพบเข้าไปประสบเข้ากับ .....ยำข้าวทอดแหนมสด ซะได้ อะจ๊าก.ก.ก. เหนื่อย ๆ ก็เหนื่อย เมื่อย ก็เมื่อย หิว ก็หิว เอาละว่ะ....(อย่ามาอ้าง)......ซื้อมันหน่อยก็แล้วกัน.........พี่ครับ ผม...ม.ม.ม เอา ยำข้าวทอดแหนมสด 2 ชุด ครับ....(นี่นะหน่อย ตั้ง 2 ชุด) ก็คนมันใจดีซื้อไปฝากแม่กะน้องสาวด้วยไง ใจดีจริง จริ๊ง......เห็นพี่เขาทำแล้ว น้ำลายมันเริ่มหลั่งคลอลิ้นเสียจริง ๆ น้ำมะนาว น้ำปลา อะไรต่อมิอะไรที่พี่แก ประเคนใส่กะละมัง (แลกหมาได้มารึป่าว ก็ไม่รู้ เฮ้ย..... นี่มันราชบุรี นะ ไม่ใช่สกลนคร บ้านแฟนผมเสียหน่อย 55555 ขอแอบกัดสักกะหน่อยเถ๊อะ).....สรุป...ต้องจ่ายตังค์สนองกิเลสของต่อมไร้ท่อ ของผมไป 40 บาท......น่าน เรื่องกิน..เรื่องใหญ่นะครับ..จริงป่ะ ....ดังนั้นเพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเที่ยว...ก็เลยเดินไปซื้อ ไส้อั่วย่าง มาอีก 2 ไม้ ไม้ละ 12 บาท รวมเป็น 24 บาท....เสียไปแล้ว 64 บาท......ไปดีกว่าเดินเอามือปิดตา ปิดจมูก เดินออกจากนัดดีกว่า .......ขนาดเอามือปิดตา ปิดจมูก นะ แต่อ้ายตาเจ้ากรรม....มันก็ยังชอนไช เข้าไปเล็ง ๆ ไอ้ ตัวดำ ๆ น่าเกลียด ๆ แต่อยากกินอ่ะ อะไรอีกละ ก็เฉาก๊วยกำแพงเพชรอ่ะสิ ถ้าเป็นเฉาก๊วยธรรมดา...ก็ไม่เท่าไร นี่เป็นของกำแพงเพชร...ก็เลยอยากจะลิ้มลองของไกลบ้าง ว่ามันจะแตกต่างจาก..เฉาก๊วยบ้านโป่งอย่างไร แค่พอเจอราคา....กูไม่แดกดีกว่า....ก็เล่นขาย 10 ถุง 90 บาท....หยิ่งกินของบ้านโป่งไปละกัน กะละมังละ 3 - 5 บาทเอง อิโด่...สงสัยมันจะมาไกล เลยแพง 5555 .....แล้วก็เดี๋ยวมันจะใช้เงินปาเข้าไปถึง 100 บาท ยิ่งกะลังสิ้นเดือนอยู่แล้วด้วย แหม.....แหม สิ้นเดือนก็แทบเหมือนจะสิ้นใจซะงั้น (น่าสมเพช จริง ๆ).....




 

Create Date : 27 มีนาคม 2550    
Last Update : 27 มีนาคม 2550 15:51:03 น.
Counter : 192 Pageviews.  

เทศกาลของคนชอบโชว์ครับผม

เชิญเลยครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง ทุก ๆ ท่านที่สนใจจะดูบล็อกของผมไว้เป็นเสนียดตา เอ้ยขวัญตา....เชิญเลย..ครับต้อนนี้ผมกะลังทำเทศกาลของคนชอบโชว์ อย่างผมเชิญเลยครับ...ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ เผอิญตอนนั้น บล็อกแก๊งค์ปรับปรุง ก็เลยนอกใจไปทำบล็อกไว้ที่นี่เลยครับ เชิญทัศนาเลยนะขอรับ http://blog.sanook.com/default.aspx?alias=tao_si




 

Create Date : 16 มีนาคม 2550    
Last Update : 16 มีนาคม 2550 18:59:40 น.
Counter : 273 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.