กินเค็มเท่าไร ไม่ให้หัวใจเหนื่อย



"อย่ากินเค็มให้มากนะ!" ถ้าใครเคยถูกเตือนแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งไม่พอใจ เพราะคนที่เตือนคุณเขาหวังดีกับคุณต่างหาก

 

ความเค็มเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ใช่เฉพาะกับไตเท่านั้นแต่รวมไปถึงหัวใจด้วย ว่าแต่มันเป็นอันตรายต่อหัวใจยังไงล่ะ ก่อนจะตอบคำถาม เราต้องเข้าใจก่อนว่าในบรรดาเครื่องปรุงรสเค็มทั้งหลาย เช่น เกลือน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ผงชูรส กะปิ ผงปรุงรส น้ำมันหอย เครื่องพริกแกง ฯลฯ มีสารตัวหนึ่งเป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกันอยู่ นั่นคือ "โซเดียม"

เมื่อเรากินอาหารเค็มมากเกินไป เลือดจะมีความเข้มข้นของโซเดียมมาก ร่างกายจึงต้องลดความเข้มข้นลงโดยดึงน้ำเข้ามาในหลอดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดอย่างหนัก เพิ่มความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตามมาด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

แต่ไม่ใช่ว่าจะเลิกกินโซเดียมเลยนะ เพราะจริงๆ แล้วโซเดียมก็เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ ปกติเราต้องการโซเดียมวันละ 2,000 มิลลิกรัม ถ้าเทียบเป็นเกลือก็แค่ 3 ใน 4 ช้อนชาเท่านั้น แต่สำนักโภชนาการ กรมอนามัยเคยสำรวจพบว่าคนไทยกินโซเดียมเฉลี่ยถึงวันละ 4,352 มิลลิกรัม หรือเกลือประมาณ 2.5 ช้อนชาต่อคนต่อวัน คิดเป็นเกือบ 3 เท่าของที่ร่างกายต้องการ ช่างน่ากลัวจริงๆ

แม้จะยังไม่ผ่านการปรุงรส แต่อาหารส่วนใหญ่ก็มีโซเดียมอยู่แล้ว เช่น นม 1 แก้วมีโซเดียม 120 มิลลิกรัมไข่ 1 ฟองมีโซเดียม 90 มิลลิกรัม แม้แต่ข้าวเปล่าจืดๆ 1 ทัพพี ยังมีโซเดียมถึง 20 มิลลิกรัมเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องปรุงรสให้เค็มมากก็ได้

รู้แบบนี้แล้วละก็ ต้องระวังเรื่องรสเค็มในแต่ละมื้ออาหาร เพราะถ้าปรุงเกิน เพลินเหยาะ(น้ำปลา)ก็อาจจะติดรสเค็ม จนต้องเพิ่มความเค็มไปเรื่อยๆ ...ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มความเค็มขึ้นอีกเพราะประสาทลิ้นเริ่มเสื่อมลงตามวัย เป็นผลร้ายต่อหัวใจของเรา.


ที่มา thaitribune




Create Date : 06 มิถุนายน 2560
Last Update : 6 มิถุนายน 2560 18:58:34 น. 0 comments
Counter : 15 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.