เรื่องสนุก-ทุกสัปดาห์ : "ผู้หญิง-ยิงเรือ"



"นี่ยายเจี๊ยบ  ไปจ้องอีตาคนนี้ได้ยังไง ไม่เห็นหล่อสักกะนิด"

พูดพลางมองตามหนุ่มทื่อ ๆ ที่ยืนขวางอยู่ข้างหน้า

      "ดูให้ดีซี เขาไม่หล่ออย่างเธอว่า แต่สมาร์ทมาก ทรวดทรงตรงเป็นเสาไฟฟ้า อย่างทหาร  ทุกสัดส่วนราบเรียบ สัมพันธ์กันหมด"

      "เอ้อ!! แต่นั่นมันหุ่นนะ ไม่ใช่คนสักกะหน่อย" เพื่อนพูดก่อนหัวเราะ

      "น้อย เธอชอบผู้ชายแบบไหน"

      "ซื่อ ๆ ซิ ฉันเป็นคนตรงอยู่แล้ว แล้วเธอล่ะนิด"

      "เราชอบเจ้าชู้นะ"

      "ต๊าย..ตาย ไหวเหรอ" น้อยร้องเสียงหลง

      "นี่จะบอกให้ คบผู้ชายเจ้าชู้ ถือว่าได้เรียนลัด ไม่ต้องบายสะเต็บเลื่อนทีละชั้น" นิดกระซิบแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะพร้อม ๆ กัน

     "นี่ !! จะบอกให้ ที่แนะเราไว้เข้าท่าเชียวล่ะ" ศรีสุดาทำมือประกอบ

     "เออเล่ามาเลย ไปถึงไหนกันแล้วล่ะกับพ่อหนุ่มน้อยหน้ามน" กุนซือถามเร็วปรื๋อ

     "เราชอบเขานะ ช่างสุภาพเสียจริง ๆ รูปก็หล่อ ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา แมนมาก ๆ"

     "ก็เห็นพูดอย่างนี้หลายครั้งแล้ว  ถามว่าไปถึงไหน เล่ามาซี" กุนซือหงุดหงิด

     "ก็ไปได้ไกลเชียวนะ ไปกินข้าวกัน 2 หน นี่กำลังนัดจะไปฟังเพลงด้วยกัน" ศรีสุดาพูดอ้อยสร้อย

    "ก็มัวแต่ไหว้ครู"

    "ต๊ายตาย ของอย่างนี้ต้องค่อย ๆ ซีคะ ต้องรู้เขารู้เราก่อนไม่ใช่หรือ แต่ที่แนะเราไว้น่ะเข้าท่า" ศรีสุดา ขยับเข้ามาใกล้เพื่อน

     "แนะเรื่องอะไรไว้จ๊ะ"

     "ก็ให้เขาเรียกเราว่าพี่ไงล่ะ เดี๋ยวนี้เขาเรียกพี่อย่างนั้นพี่อย่างนี้ บางทีก็จั๊กกะจี้นะ

ดูแล้วเขาแก่กว่าเราตั้งเยอะ"

      "ไม่เป็นไรน่า" กุนซือให้กำลังใจ "แทนตัวเองว่าพี่น่ะเป็นเท็คนิคเชียวล่ะ เขาจะได้สนิทกับเราอย่างง่ายดาย พอถึงคราวสำคัญ จะสั่งอะไร บอกอะไร เพียงแค่ยกนิ้วก็ได้ตามที่ต้องการ"

      แล้วทั้งลูกศิษย์ทั้งกุนซือก็หัวเราะพร้อมกัน

     "บอยเฟรนด์ทรงผมชะโงกคนนั้นไปถึงไหนแล้วเพื่อน"

    "ไม่ไหว คบกันไปถึงรู้ว่าทัศนะไม่ตรงกัน"

    "ไม่ตรงยังไงจ๊ะ"

    "คือเวลาเราผายลมก็จะค่อย ๆ ปล่อยไปทีละนิด ๆ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม"

    "แล้วะขาทำลายสิ่งแวดล้อมล่ะซี"

    "ยิ่งกว่านั้นเสียอีก ทั้งส่งเสียงดัง,ทั้งหัวเราะ ทั้งอบอวลด้วยกลิ่นที่ชวนให้สลบในทันที"

   "อ้อ!  เห็นด้วยอย่างยิ่งจ้า.."

   "คุณรู้ไหม...ว่า. ยามที่ผมอยู่ใกล้คุณ มันเหมือนกับน้ำทิพย์ชะโลมหัวใจ" หนุ่มขยับเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ถอยร่น

   "ปากหวานอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนใช่ไหมคะ"

   "กลีบดอกไม้ที่สดสวย มีหรือที่ภมรจะไม่ดอมดม". หนุ่มเริ่มบทลิเกโบราณ

   "เชยชมแล้วก็บินหนี". สาวเจ้าหลงเข้าไปในวงลิเกด้วย

   "นี่น้อง ทำไมมานั่งอยู่ที่มืด ๆ อย่างนี้ล่ะ".  หนุ่มสมาร์ทเดินเข้าไปทักสาวทันสมัยระเบียงผับของยามค่ำ

      อนงค์นั้นยิ้มพราย หลบสายตาลงต่ำจนหนุ่มย่ามใจ ขยับกายเข้าไปใกล้

   "คืนนี้อากาศอบอ้าวเสียจริง. คุณหนวกหูเสียงเพลงใช่ไหม" พลางสบตาให้ล้ำลึก สาวไม่ตอบ แต่ส่งสายตาเป็นนัยของไมตรี

หนุ่มยิ้มสุดกว้างขวาง มองเห็นชัยชนะอยู่ข้างหน้า

   "ผมมาคนเดียว คุณมากับเพื่อนใช่ไหม"

     อนงค์นั้นส่ายหน้าช้า ๆ ทำให้หนุ่มลำพองจนเนื้อตัวสั่นเทา

  "เข้าไปเต้นกับผมให้สนุกกันดีกว่านะครับ" คราวนี้เอื้อมไปประคองอนงค์นั้นจนสุดที่จะขัดขืน

 "น้องยังไม่ได้บอกว่ามาคนเดียวใช่ไหม" หนุ่มถามรุกใกล้ใบหน้าที่หอมกรุ่นด้วยแป้งประทินโฉม

   "บอกมาซีว่ามาคนเดียว" หนุ่มรุกพลางลูบไล้ผมจนอนงค์ถอยกรูด

  "เบา ๆ เดี๋ยววิกหลุดพี่  มาคนเดียวครับ"

"รู้ไหมว่ายายแดงมีแฟนใหม่แล้ว" เพื่อนบอกเพื่อน

"อ้าว ! แล้วกัน.เธอก็อยู่คนเดียว" เพื่อนที่ได้ฟังกังขา

"เปล่า เธอก็มีแฟนใหม่ ทั้งหล่อทั้งรวย"

"ก็สบายไปซี"

"จะสบายยังไง รวยไม่จริง หนี้เยอะแยะ ผ่อนทั้งนั้น" เพื่อนเล่าต่อ

"ว้า!! อย่างนี้ก็โชคไม่ดี"

"ก็ไม่ถึงอย่างนั้นนะ หนี้เก่าเธอไม่เกี่ยว เลิกกันไปอีกแล้ว ได้เงินทองมากองหนึ่ง"

"ก็สบายไปซี" เพื่อนแสดงความรู้สึก

"จะสบายยังไง แฟนเก่ากลับมาขอคืนดี" เพื่อนเล่า

"อัยย่ะ !! อย่างนี้ก็โชคไม่ดี"

"ก็ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก  แฟนเก่าคงสำนึกได้ ทำมาหากินก็ต้องมีเงินมีทองล่ะ"

"ก็สบายไปซี" เพื่อนแสดงความรู้สึกอีก

"จะสบายยังไง เดินอีท่าไหนไม่รู้รถชนต้องหามเข้าโรงพยาบาล"

"อัยยะ. อย่างนี้ก็โชคไม่ดี" พูดเสร็จกระโดดเข้าหาคนเล่าแล้วบอก

"อย่าพูดนะว่า ก็ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก...."

      ทั้งคู่หัวเราะพร้อม ๆ กัน

"เย๊ ววว. ศรีสุดา คุยกันก่อน. ไม่มองกันเลยนะ แหม!! หน้าระรื่นเชียว นี่กี่เดือนแล้วที่ไม่ได้เจอกัน"กุนซือสาวใหญ่รีบคว้ามือเพื่อน

      สาวเจ้าถอนหายใจก่อนหันมายิ้มแห้ง ๆ ดวงตาละห้อย

      "ทำไม!! เกืดอะไรขึ้น" กุนซือเขย่าแขน

      "ก็อีตาคนนั้น !!"

      "เขาตัดสัมพันธ์เธอล่ะซี" กุนซือรีบถาม

      "ไม่ได้ตัด ดีกันกว่าเดิมด้วยซ้ำ" ศรีสุดา

      "อ้าว! แล้วเป็นยังไง"

      "ก็พี่อย่างนั้น,พี่อย่างนี้. คำก็พี่,สองคำก็พี่ ทั้งแหวนทั้งสร้อยเอาของพี่ไปแล้ว"

      "ตายจริง ปอกลอกรึเปล่าเพื่อน"

      "ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรดี เขาเอาไปหน้าตาเฉย, บอกว่าจะไปทำให้ใหม่ เงียบไปเป็นเดือน ๆ

แล้วก็ยังเฉย" ศรีสุดาพูดเหมือนท้อแท้

      "นี่!! ไปแจ้งความ แนะให้ไปแจ้งความ"

      "แนะอีกแล้วหรือ"

      "เถอะน่า". กุนซือร้อนรน

      "ไม่ต้องแจ้งแล้วล่ะ ข้าวของไม่หายไปไหนหรอก เชื่อเรา"

      "เธอทำยังไง"

      "นี่ดูนี่"  พลางล้วงกระเป๋าหยิบกระดาษออกมาคลี่

      "ตั๋วจำนำล่ะซี"

      "เปล่า. เราให้เขาจดทะเบียนสมรสกับเราแล้ว"

ที่มา thaitribune




Create Date : 08 มิถุนายน 2560
Last Update : 8 มิถุนายน 2560 3:48:36 น. 0 comments
Counter : 14 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.