Group Blog
 
All blogs
 
ปลากับเหยื่อ




สมัยยังเป็นเด็กประถม ญาติๆผมเคยพาไปเที่ยวบ่อเลี้ยงปลาแห่งหนึ่งแถวนครปฐม

พยายามนึกว่า เด็ก"ประถม" ได้ไป นคร"ปฐม" แล้วเด็กมัธยมจะได้ไปไหน
นึกไม่ออกแฮะ อย่าพยายามเลยดีกว่า เดี๋ยวมุกแป๊ก

ผมจำไม่ได้ว่าวันนั้นเด็กชายแอสตั้นตกปลาได้กี่ตัว จำได้แต่ว่าโดนมดอะไรสักอย่างกัดจนเป็นแผลบวมเบ่ง เป็นการยืนยันว่าผมเป็นคนทำบาปไม่ขึ้น เพราะกรรมจะตามมาเร็วแบบน่าอัศจรรย์ ชนิดต้มไวไวยังไม่ทันสุก

เลยเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ตกปลา

หลังจากนั้นพอโตขึ้นอีกหน่อย ผมมักจะเผลอไป "กัด" ริมผีปากตัวเอง
หรือไม่ก็เป็นแผลร้อนในบริเวณเหงือก หรือกระพุ้งแก้มบ่อยๆ

ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามันเกี่ยวกันหรือไม่ ทราบแต่ว่าทุกครั้งที่เจ็บปวดแผลนั้น ผมจะนึกถึงภาพปลาที่ผมตกได้วันนั้นเสมอ

เล่าเรื่องนี้ เพราะไม่นานมานี้ ผมบังเอิญไปเจอนิตยสารที่เหล่านักตกปลาเขานิยมอ่านกัน เลยเปิดอ่านดูด้วยความอยากรู้

เลยได้รับรู้ว่า โลกของนักตกปลา เขาบรรยายสรรพคุณเครื่องมืออุปกรณ์ของเบ็ด และเหยื่อล่อปลาไว้อย่างวิจิตรพิสดารขนาดไหน

อันนั้นเรื่องของเขา เราไม่ไปวิจารณ์ก็แล้วกันนะครับ

แต่ที่ผมติดใจ คือโฆษณา "เหยื่อ" สำหรับล่อให้ปลามาฮุบเบ็ด อันนี้น่าสนใจ เพราะจากที่เขาบรรยาย ผมสรุปใจความได้ว่า

.. เหยื่อล่อที่ดีที่สุด คือเหยื่อที่เร้าใจปลา แต่กลมกลืนกับธรรมชาติ จนปลาแยกไม่ออก บอกไม่ถูกถึงอันตรายที่รออยู่

อีกอย่าง ก่อนที่จะฮุบเบ็ด ปลายังไม่ใช่เหยื่อ เหยื่อคือสิ่งที่เกี่ยวอยู่กับเบ็ด
แต่หลังจากฮุบเหยื่อแล้ว ปลานั่นแหละจะกลายสถานะเป็น "เหยื่อ" โดยอัตโนมัติ

ย้อนกลับมาดูตัวเอง ผมเองก็เป็นเหมือนปลาตัวหนึ่ง ที่คอยฮุบเหยื่อล่อต่างๆสารพัดที่กิเลสจะจัดมาล่อเราตลอดชีวิต

ก่อนจะฮุบ มันก็เหมือนน่าจะดี จะสวยหวานทานอร่อย แต่ฮุบแล้วก็เจ็บปวด
น้ำตาเล็ดบ้าง ทรมานบ้าง ก็ต้องออกแรงดิ้นรนต่อ เพื่อจะพ้นจากขอเบ็ดอันนั้น

พ้นจากขอเบ็ดอันนั้นได้ บางทีก็ไม่ได้เรียนรู้ เพราะลืมไป หรือเรียนรู้แล้ว แต่กิเลสที่มาหลอกล่อเรา มันก็ฉลาดขึ้น แนบเนียนขึ้น เลือดเย็นขึ้น จนเราอดฮุบเหยื่อล่ออันใหม่ และกลายเป็นเหยื่อซ้ำอีกไม่ได้

ตอนออกรายการธรรมในใจ ผมถึงเล่าเรื่อง "กิเลสของผู้ปฏิบัติ" เป็นการประจานตัวเอง เพราะผมไม่อยากให้ผู้ปฏิบัติมือใหม่ๆ เริ่มเดินแบบหลงทางแบบผม

มีคนมาบ่นให้ผมฟังบ่อยๆว่า ทำไมคนที่ทำงานบางคน ที่ชอบไปวัด ชอบทำบุญ ดูธัมมะ ธัมโม ถึงมีนิสัยขี้อิจฉา ขี้นินทา โมโหร้าย ฯลฯ

ผมอธิบายว่า การเป็นคนชอบไปวัดมันก็เรื่องหนึ่ง การเป็นผู้ปฏิบัติ หัดเรียนรู้จักตัวเอง มันก็อีกเรื่องหนึ่ง คนละเรื่องกันนะครับ

การเป็นคนชอบทำบุญแบบโลภในบุญ กับทำบุญเพื่อสละออกเพื่อทำลายอัตตาตัวตน ก็ต่างกันอีก

ผู้ปฏิบัติเอง ถ้ามุ่งเน้นที่การบังคับกดข่ม คอยเพ่งๆๆ เพราะอยากดี อยากบรรลุ อยากเก่ง อยากฉลาด ก็ยังแตกต่างห่างไกลกับการปฏิบัติที่ไม่เน้นอะไร นอกจากคอยรู้ความจริงของกายและจิต ความจริงของสิ่งที่เราคิด เข้าใจ เชื่อมั่น และยึดมั่นเสมอมาว่าคือ "ตัวเอง"

ถามว่า ถ้าไม่อยากเป็นปลา ไม่อยากฮุบเหยื่อแล้ว ต้องทำไง คุณแอสตั้น

ตอบว่า.. ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ นอกจากเริ่มต้นหัดเจริญสติ คอยหัดดูหัดรู้ในความมีอยู่ เป็นอยู่ และความเปลี่ยนแปลง ของกายและจิตของเราเอง

ครูบาอาจารย์ท่านว่า ถ้าไม่แจ้งในอริยสัจ ก็อย่าหมายว่าจะพ้นจากห้วงน้ำที่ว่ายเวียนอยู่

ทุกวันนี้ผมตื่นเช้ามา จนหัวถึงหมอน ก็ไม่ได้ทำอะไรพิสดารมากไปกว่านี้
คือรู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบันให้บ่อยที่สุด เท่าที่จะทำได้

เพราะผมไม่ได้นั่งสมาธิเก่ง ไม่ได้เห็นอะไรพิสดารเยอะแยะอย่างที่หลายท่านไปส่งการบ้าน
วันๆ ผมก็เห็นแต่จิตมันเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา เกิดดับ เกิดดับ

ใครถามว่าคุณแอสตันรู้อะไรมั่ง ผมจะตอบว่าไม่รู้อะไรเลย นอกจาก "ปัจจุบัน"

หลายท่านอยากรู้ว่า ปลาแอสตั้นมีกิเลสไหม มีครับ มีเยอะ...... มีทั้งวัน มีทุกวัน เพราะผมยังไม่ใช่อริยบุคคล อันนี้ขอประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะเริ่มมีคนลือมาเข้าหูว่าผมสำเร็จโสดาบันแล้ว โอ.. ขอบคุณที่อวยพร แต่ยังนะครับ

ชาตินี้ จะได้หรือเปล่า ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ถ้าชาตินี้ไม่ได้ จะต้องทำอีกเจ็ดชาติ หรือเจ็ดสิบชาติ ก็พร้อมจะทำ เพราะรู้ว่าวิปัสสนานี่ถ้าเรียนให้ถูกหลักถูกเกณฑ์อย่างที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน ยิ่งฝึกจะยิ่งดีกับชีวิต ยิ่งมีความสุข ทุกข์ถึงจะมีบ่อย แต่ก็น้อยลงสั้นลง

ว่าแล้ว ปลาแอสตั้น ขอว่ายไปภาวนาในชีวิตประจำวันต่อไปก่อนนะครับ

สุขสันต์วันที่ท่านได้อ่านครับ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2551 15:57:00 น. 31 comments
Counter : Pageviews.

 
เหยื่อในชีวิตมันแนบเนียนมากขึ้นจริงๆแหละค่ะ
เผลอไปหน่อยเดียว ก็ฮุบเข้าไปอีกแล้ว

กุศลผลบุญที่เขียนมาให้อ่าน ให้รู้ตัวอยู่ทุกบ่อยๆนี่
คงจะทำให้ปลาแอสตันภาวนาได้ดียิ่งๆขึ้น มีทุกข์น้อยลงเรื่อยๆนะคะ

ว่าแต่เป็นปลาแอสตันเหรอ ไม่ใช่ปลาทองแล้วเหรอคะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:48:45 น.  

 
มัธยม ก้อไป นครมัธยม สิพี่
ฮ่าๆๆ
มาช่วยแป้ก อิอิ

อันที่จิงนู๋กลัวปลาเป็นๆมาก
ซึ่งไม่เหมาะกับการเรียนโรงแรมเลย
เชฟก้อชอบแกล้งให้ขอดเกล็ดปลา
นู่ก้อจาหน้าซีดทุกๆครั้งที่ขับปลา
(อันนี้เริ่มไม่เกี่ยวกะบล๊อค อิอิ)

สิ่งยั่วยวนในสังคมเยอะแยะจิงๆแหละพี่
นู๋ก้อคงเป็นปลาวัยรุ่นที่ยังคึกคะนอง
อยากลอง อยากทำ ไปทุกอย่าง
แล้วแต่ว่าจารอดขอเบ็ดหรือป่าว



ไงก้อขอให้พี่เป็นโสดาบันเร็วๆนะคะ ^^


โดย: LOLLIPOP IP: 202.44.135.243 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:08:25 น.  

 
อืม... แวะมาอ่าน
ในฐานะอยู่บริษัทเดียวกันครับ(พุทธบริษัท)

บริษัทนี้ไม่แสวงหากำไล
แต่มีกำไลเสมอ ๆ


โดย: อัสติสะ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:30:48 น.  

 
วันนี้ดีใจ ได้ตอบเป็นลำดับที่ 3
ชอบตรงนี้ค่ะ

"แต่พ้นจากขอเบ็ดอันนั้นได้ บางที ก็ไม่ได้เรียนรู้ หรือเรียนรู้ แต่กิเลสที่มาหลอกล่อเรา มันก็ฉลาดขึ้น แนบเนียนขึ้น เลือดเย็นขึ้น จนเราอดฮุบเหยื่อล่ออันใหม่ และกลายเป็นเหยื่อซ้ำอีกไม่ได้"

เมื่อวานเกือบโดนเกี่ยวไปอีกรอบ

โชคดี สติ เกิดทัน

คนเราเนอะพี่ ตราบใดยังไม่ได้เป็นอริยบุคคล หนีไม่พันกิเลสจริงๆ ยิ่งดิ้นยิ่งเหมือนปลาติดเบ็ด ปลามันเจ็บตัว ไม่รู้เจ็บใจไหม
เรานี่สิเจ็บตัวเจ็บใจ


โดย: My Life as a Doc (อย่างไรก็ดี ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:33:09 น.  

 
^^^
ว้าๆๆ กลายเป็นที่สี่
เสียใจ รู้ว่าเสียใจ อิอิ


โดย: My Life as a Doc (อย่างไรก็ดี ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:34:10 น.  

 
โอ้ได้ความรู้แง่คิดมาจริง ๆ อ่านบทความนี้ลองมองย้อนตัว

- ซื้อมือถือตัวใหม่ พอเอาเข้าจริงใช้แค่โทรเข้าโทรออก
- ซื้อกล้องแพง ๆ ด้วยคำปลอบใจว่าสักวันเราอาจได้ใช้แต่ก็ใช้เพียงไม่กี่วัน
- หาแฟนสวย ๆ แต่บางครับเรามีความสุขกับคนหน้าตาธรรมดา ๆ มากกว่า

นี่เป็นตัวอย่างกับการติดเบ็ดกับผมและอีกมากมาย

บางทีเราก็ติดเบ็ดกันเป็นทอด ๆ เหมือนกัน
เข้าซึ่งถึงธรรมมะ อิ ๆ


โดย: mr.popsong วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:56:11 น.  

 
ทำอาชีพที่ต้องทำให้คนอื่นเห็นเหยื่อ และว่ายมากินเบ็ดน่ะ แต่เหยื่อที่เขากินจะเป็นประโยชน์ต่อเขาและคนรอบข้าง ส่วนเบ็ดก็จะลากเขาไปความยั่งยืนทางอายุ

ไม่ได้ทำโฆษณา แต่ทำแคมเปญ
ไม่ได้ขายสินค้า แต่ขายสุขภาพ
ไม่ได้สนใจยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่สนใจความเจ็บไข้ที่ลดลง

ว่าไปแล้วก็เป็นคนสร้างกิเลส ให้คนหันมาสนใจดูแลตนเองด้วยการป้องกัน ไม่ต้องพึ่งพายา โรงหมอ และคนชุดขาวทั้งหลายใน รพ. ง่ะ

สรปว่า มันบาปมั้ยเนียะ คุณ Aston ที่ทำให้คนเกิดกิเลสที่จะดูแลตัวเองให้ดีด้วยวิธีทางการตลาดง่ะ?


โดย: le doc วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:51:39 น.  

 
เด็กมัธยมจะได้ไป Middlesbrough, perhaps. ^^


โดย: Than IP: 125.24.147.79 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:22:30 น.  

 
ปลากับเหยื่อ... เห็นภาพเลยค่ะพี่เอ๊ด สาธุค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่สำหรับอีกบทความดีๆที่สะกิดให้ย้อนมามองดูตัวเอง :)


ขอให้ปลาแอสตั้นว่ายทวนเข้าสู่กระแสได้สำเร็จในเร็ววันนะคะ (-/\\-)



โดย: ต้นอ้อ -^_^- IP: 58.8.39.179 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:05:04 น.  

 
ในชีวิตนึงมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นคนตกเบ็ด/เป็นเหยื่อล่อ หรือตกเป็นเหยื่อ สลับสับเปลี่ยนกันไป

เลยตัองตัดกรรม อโหสิกรรม และขออโหสิกรรม
อยู่บ่อยๆ เพราะ(คิดเอาเอง) ว่าน่าจะทำให้ไม่มีกรรมผูกพันกันต่อไปอีกอ่ะค่ะ^^


โดย: Arin IP: 124.120.209.17 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:10:01 น.  

 
เช้านี้เกือบจะฮุบเหยื่อซะแล้ว

ดีนะที่ได้เข้ามาอ่านก่อน...

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อความดีดี อนุโมทนาค่ะ


โดย: เป่าจิน IP: 61.47.19.72 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:06:54 น.  

 
เป็นกำลังใจดีจังค่ะ ... ยิ่งฝึกมาก ยิ่งทุกข์น้อยลง ... จริงแท้แน่นอนนักเชียว


โดย: ดวงลดา วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:34:06 น.  

 

คนทำบุญเพราะโลภในบุญ ก็คงได้บุญเหมือน
กันใช่ไหมคะ แต่จะพ้นทุกข์จากกิเลสหรือ เปล่าไม่ทราบแน่ เข้าใจถูกหรือเปล่า?




โดย: meang IP: 118.172.54.159 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:59:47 น.  

 
เห็นภาพเลยค่ะพี่..

บางคนไปทำบุญ ทำบุญเยอะๆ
เพราะคิดว่าจะได้กลับมามากมาย

ถ้าบุญเก่ามีมาเยอะก็ได้กลับมา
ถ้าไม่มีก็ต้องทุกข์ทนต่อไป

เมย์ว่า อันนี้ก็เป็นเหยื่ออย่างนึง

ค่อยๆ ฝึกกันไปเรื่อยๆ วิปัสสนาไม่ได้
ขอสมถะไปก่อนแล้วกันนะคะ

ชีวิต...มีบทเรียนมาให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา จริงๆค่ะ

ขอบคุณพี่แอสตันที่นำเรื่องดีดีมาฝากค่ะ

มีความสุขในวันอากาศดีดีค่ะ



โดย: ชมพู่มะเหมี่ยว IP: 58.9.94.58 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:02:57 น.  

 
เมื่อก่อน เป็นปลาที่ชอบเผลอฮุบเหยื่อ

เลยเข้าใจว่า เมื่อไหร่ที่เราตกเป็นเหยื่อเอง มันเจ็บปวดขนาดไหน

แต่ตั้งแต่ มาเจริญสติ ตามที่หลวงพ่อเทศน์ให้ฟังบ่อย ๆ แล้วก็เผลอฮุบเหยื่อน้อยลง หรือบางทีก็เผลอไปบ้าง ก็รู้ตัวได้เร็วขึ้น ความทุกข์ก็เลยค่อย ๆ ลดน้อยลง ไปตามสติที่พัฒนาขึ้น


โดย: Mam IP: 202.228.229.76 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:56:59 น.  

 
สุดยอดอีกแล้วค่ะ กับปลาและเหยื่อ

ได้ใจอีกแหละ ฮะ ฮะ


โดย: daisyntulip IP: 75.43.215.237 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:44:06 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณอาแอสตั้น(555+เรียกไปแล้วจนได้)
ตอนนี้หนูอยู่ที่ร.ร.ค่ะ ตอนนี้เป็นชั่วโมงว่าง แล้วพอดีเครื่องคอมก็ว่างเลยเล่นสักหน่อย

เข้ามาเห็นคุณอาเขียนเรื่องใหม่แล้วก็ดีใจค่ะ
ตอนที่รู้สึกดีใจก็รู้ว่าดีใจ(ที่คุณอาสอนเอาไว้)


คุณอาแอสตั้นคะ การทำบุญเพื่อสละออกเพื่อทำลายอัตตาตัวตน เป็นอย่างไรเหรอคะ

เพื่อให้เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง แล้วเมื่อทำบุญทำให้รู้จักปล่อยวางหรือเปล่าคะ

ขอให้คุณอามีความสุข ทุกข์น้อยนะคะ สวัสดีค่ะ


โดย: TayoHall IP: 58.147.16.215 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:20:13 น.  

 
ส่วนมากจะเต็มใจฮุบซะมากกว่า ทัั้งๆที่รู้ว่าเป็นเหยื่อ


โดย: Q.NUH วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:24:29 น.  

 
เพลงวันนี้เพราะมากเลยค่ะพี่เอ็ด ชอบรู้ว่าชอบ ^^ (รู้สึกถึงภาวะที่จิตเคลิ้มๆเลย - -)

อ่านถึงตรงนี้...
"เหยื่อล่อที่ดีที่สุด คือเหยื่อที่เร้าใจปลา แต่กลมกลืนกับธรรมชาติ จนปลาแยกไม่ออก บอกไม่ถูกถึงอันตรายที่รออยู่"
เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะพี่

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ
สุขสันต์วันลอยกระทงล่วงหน้าค่ะ :D


โดย: aritsumemoon IP: 203.131.208.115 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:28:30 น.  

 

เห็นด้วยค่ะ ทุกวันนี้เหยื่อล่อเต็มไปหมด บางทีเผลอฮุบโดยไม่รู้ตัว แต่บางทีรู้ทั้งรู้ว่านั่นเป็นเหยื่อล่อ แต่ก็ยังเต็มใจฮุบ.................

กำลังพยายามที่จะตามรู้จิตรู้กาย แต่บางทีก็....อ้าว......ไปลิบๆ แล้ว ตามไม่ทันค่ะ


โดย: dream flyer IP: 117.47.43.199 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:01:54 น.  

 
ลองได้ตกเป็นเหยื่อแล้ว ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่นนะคะ..แล้วทำยังไงไม่ให้ปลาหลงไปกินเหยื่อล่ะคะเนี่ย?


โดย: กะทะทองคำ IP: 83.152.233.50 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:37:56 น.  

 
เด็กมัธยมต้องไปนครพนมไกลไปหนานั่น...




คุณเอ็ดรู้เร็วรับความรู้สึกไว...ก้อเลยจะไกลบาป


มีหนุ่มน้อยชาวอังกฤษ มาเซลการตกปลาให้พี่


พี่ก้อบอกตั้งแต่นั่งร้านนี้มา9ปี เพิ่งจะมีมาถามไม่เกิน3คน


แต่ก้อให้เขาวางโบรชัวไว้ที่ร้าน ...เผื่อว่าจะมี


เหยื่อ


โดย: พี่แหม๋ว (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:04:37 น.  

 
ถ้าเปรียบตัวเองเป็นปลา คงมีแผลจากการฮุบเหยื่อพรุนไปหมดแล้วค่ะ ^_^


โดย: เจ้าหญิงทิงนองนอย IP: 203.144.130.176 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:08:51 น.  

 
เมื่อวานเข้าร้านซีเอ็ด เพิ่งเห็น "ธนาคารความสุข" ค่ะ เปิด ๆ ดูเห็นว่ามาจากบล็อก ได้ซื้อมาอ่านค่ะ วันนี้เลยลอง search หา aston 27

ขอบคุณนะคะกับแง่คิดดี ๆ ค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:40:26 น.  

 
ความจริงธรรมะนี่อยู่ใกล้ตัวมากเลยนะคะ คนเรามักจะมองข้ามสิ่งใกล้ๆ ตัวไปเสมอ... เวลามึนๆ กลุ่มๆ หรือจนปัญญา ข้อคิดจากธรรมะช่วยบรรเทาอาการได้ดีกว่ายาแก้ปวดเสียอีก... ได้อ่านสัมภาษณ์ในสกุลไทยแล้วค่ะ ทำให้ได้รู้จักคุณ aston 27 ขึ้นมาอีกนิดนึง...


โดย: Devonshire (Devonshire ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:11:43 น.  

 
เปรียบเทียบได้ดีจังครับ

ขอบคุณครับ


โดย: zmen วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:20:14 น.  

 
แวะมารายงานตัวและยืนยันว่า ได้อานทุกความเห็นของทุกท่าน ด้วยความขอบคุณครับ

ดีใจที่ธรรมะของพระพุทธเจ้า ช่วยเตือนสติเราได้นะครับ

ไม่มีเวลาตอบเป็นรายบุคคล แต่ส่งใจไปขอบคุณแทนนะ


โดย: aston27 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:57:41 น.  

 
^
^
^
เลข 27 พอดีเลย


โดย: aritsumemoon IP: 203.131.212.44 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:55:18 น.  

 
แค่ชื่อคน ment ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นปลาชัวร์ แต่ธรรมมะคุณ aston เขียนอ่านเข้าใจง่ายดี โมทนาบุญด้วยคนค่ะ


โดย: nemo IP: 202.149.25.239 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:34:19 น.  

 
ปลามินนี่ มักจะเป็นเหยื่ออยู่ตลอด
โดยที่ยังไม่ทันได้ฮุบ"เหยื่อ" ด้วยซ้ำไปค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:29:32 น.  

 
ชอบประโยคนี้ครับ

ก่อนที่จะฮุบเบ็ด ปลายังไม่ใช่เหยื่อ เหยื่อคือสิ่งที่เกี่ยวอยู่กับเบ็ด
แต่หลังจากฮุบเหยื่อแล้ว ปลานั่นแหละจะกลายสถานะเป็น "เหยื่อ" โดยอัตโนมัติ

เป็นประโยคที่สะท้อนอะไรหลายๆอย่างให้ชวนคิดจริงๆ


โดย: Tony Koon (tk_station ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:18:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.