เห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ เปิดรับประสบการณ์ใหม่ เที่ยวด้วยใจเที่ยวด้วยกัน

<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มกราคม 2560
 

เจแปนได้หมดเพราะสดชื่น: กิน ช้อป ชิม ฟินโตเกียว



Day 1 : วันเดินทาง  (1/10/2016)

โตเกียวทริปนี้ เราไป 5 คน เที่ยวกัน 5 วัน 4 คืนโดยใช้บริการของ Thai Airasia X ราคาตั๋วไป-กลับคนละ 7,410 บาท เที่ยวบินขาไป XJ606 : DMK 10.45 ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. กว่า ๆ เราถึงนาริตะเวลา ทุ่มกว่าๆ (ญี่ปุ่นเร็วกว่าเรา 2 ชม.) จากนั้นก็ไป ตม. คนเยอะมากแต่ใช้เวลาไม่นานเพราะเค้าเปิดหลายช่องมาก แถมมีเจ้าหน้าที่มาคอยให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยวประทับใจแต่แรกเลย ผ่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็เดินไปหาซื้อตั๋วเพื่อเข้าโตเกียวเราใช้บริการของ Keisei Skyliner โดยซื้อตั๋ว ไป-กลับ สนามบินนาริตะ-อูเอโนะพร้อมบัตร Subway 2 วัน (Keisei+Subway 2 day Pass) ราคาคนละ 5,100 เยน




ได้ตั๋วเรียบร้อย ก็แวะหาของกินเล่นใน Family Mart จากนั้นก็ได้เวลาขึ้นรถในบัตรจะระบุที่นั่งและขบวน ครั้งแรกในการใช้บริการรถไฟของญี่ปุ่น บอกเลย ประทับใจมาก สะอาดสุด ๆ เก้าอี้ โบกี้ ดูดีไปซะทุกอย่างเริ่ดค่ะ ด้วยที่พักของเราอยู่ย่าน NakanoKu เรานั่ง Skyliner มาลงที่สถานี Nipporiครั้งนี้เราจองเป็นห้อง อพาตเม้นต์ จาก Air BNB ใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินนาริตะ มาที่พักประมาณ ชั่วโมงนิด ๆ วิธีการเดินทางมาที่พัก : Narita Airport (Keisei Line) มาลง Nippori (36 นาที) เปลี่ยนสาย JR Yamanote Line มาลง Shinjuku (21 นาที) เปลี่ยนสาย Chuo Line มาลง Nakano (4 นาที) กว่าจะมาถึงสถานี Nakano ทุกคนหิวกันมากมายตรงสถานีจะมีถนนสายช้อปปิ้งและร้านอาหารเพียบ ไม่รอช้า รีบเดินไปหาไรกินกันก่อนเลย เอ้าหล่ะสิมาญี่ปุ่นครั้งแรกทำไงวะเนี่ยตรูจะสั่งอาหารยังไงเพราะทุกร้านจะเป็นแบบตู้หยอดเงินสั่งอาหาร เราเลยต้องเข้าไปเรียกพนักงานมาทำให้ดูแต่กว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็ใช้เวลาพอควรเอาเป็นว่ามื้อแรกในโตเกียวเราได้อาหารมากินตามภาพนี้เลยจร้า แต่ทุกอย่างอร่อยนะหรือว่าตรูหิวหรือป่าวเลยอร่อยหมดทุกอย่าง...อิอิ





อิ่มกันแล้วก็ออกเดินหาที่พัก ไปไม่ถูกทางก็มึด ดีนะที่เราซื้อ Sim 2 Fly มาเลยเปิด Google Map ช่วยนำทางแล้วเราก็มาถึงที่พักจนได้ (เดินเหนื่อยพอควร) เราพักกันที่ Max6ppl close to Shinjuku 302 ตรงข้ามที่พักมีร้าน Lawson 100 ไม่ต้องกลัวหิว เดินซื้อกันได้ทั้งคืน



สภาพห้องพักดีมาก ห้องนอนมี 2 เตียงใหญ่ 1 เตียงโซฟา มีห้องครัวตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ห้องอาบน้ำ ห้องส้วม สรุป โอเคมาก ๆๆๆ ค่าที่พัก 4คืน 17,500 บาท เราว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพห้อง แนะนำเลยจร้า





คืนนี้กว่าจะเก็บข้าวของ แถมกินกันต่อเพราะแวะซื้อของกินมาจากร้าน Lawson 100 ก็กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน พรุ่งนี้เช้าเราจะไปลองลิ้มชิมรสปลาสดๆ กันที่ตลาดปลาซึกิจิ ตามมาจร้า

Day 2: ชิมปลามากูโร่ ชมวังอิมพีเรียล ขอพรศาลเจ้าเมจิช๊อป ชิม ย่านฮาราจูกุ กินซ่า ชินจูกุ (2/10/2016)

เช้านี้เราออกจากที่พักตั้งแต่7 โมงกว่า ๆ เราเริ่มต้นกันที่ตลาดปลาซึกิจิ Tsukijifish market การเดินทางจากสถานีNakano สายสีฟ้าTozai Line (T11) มาลงสถานี Kayabacho เปลี่ยนเป็นสายสีเทา HibiyaLine (H12) มาลงที่สถานี Tsukiji (H10) เราหาอาหารเช้ากินกันที่นี่ที่ตลาดปลาซึกิจิจะเนินอาหารทะเลสด ๆ โดยเฉพาะปลามากูโร แร่กันให้ดูสด ๆ น่ากินสุดๆ ทนไม่ไหวแล้วไปจัดกันเลยดีกว่า ทุกชามคอนเฟริม อร่อยจริง ไม่คาวเลย…เริ่ด






กินอิ่มแล้วก็เดินสำรวจรอบ ๆ ตลาดบรรยากาศบ้าน ๆ ดี ชอบ ๆ แต่น่าเสียดายที่เค้าจะย้ายตลาดปลาไปอยู่ที่อื่นแล้ว  ก็ตามไปเที่ยวไปกินกันเด้อจ้า





อิ่มมื้อเช้าที่ตลาดปลาซึกิจิแล้วเราก็ไปต่อกันที่พระราชวังอิมพีเรียลTokyo Imperial Palace วิธีการเดินทางจากสถานี Tsukiji สายสีเทา Hibiya Line (H10) มาลงสถานี Hibiya (H07) Exit B6


พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียลพระราชวังองค์ปัจจุบัน

ชมวังแล้วไปกันต่อที่ศาลเจ้าเมจิ  MeijiShrine การเดินทางสถานี Hibiya สายสีเทาHibiya Line (H07) เปลี่ยนสายสีเขียว (C09) มาลงสถานี Meiji-Jingumae(C03) ทางออก Exit 2

ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิและพระมเหสีศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาราจูกุ (Harajuku Station) อยู่ติดกับสวนโยโยกิ(Yoyogi Park) จึงทำให้บริเวณของศาลเจ้านั้นมีต้นไม้ล้อมรอบร่มรื่นมาก คนญี่ปุ่นมักจะมาเดินเล่นและออกกำลังบริเวณนี้ในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ศาลเจ้าเมจิได้ถูกทำลายลงแต่ภายหลังได้มีการบูรณะและสร้างขึ้นมาใหม่จนถึงปัจจุบันนี้ (http://www.talonjapan.com/meiji-shrine-harajuku/)




ศาลเจ้าเมจิ คือกว้างมาก ใหญ่มาก ร่มรืนมาก ชดชื่นมากและเดินเมื่อยมาก วันที่เราไปนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร อากาศดีไม่ร้อน เดินได้เรื่อย ๆสักการะศาลเจ้ากันเรียบร้อยพักนั่งพักหายเหนื่อยก็ไปต่อกันที่ ฮาราจูกุ Harajuku ซึ่งฮาราจูกุก็อยู่แถว ๆ ศาลเจ้าแหล่ะจ้าเดินออกมาจากศาลเจ้าข้ามถนนก็จะเจอ

ฮาราจูกุก็เป็นแหล่งช้อปชิม แชะ เช็คอิน อีกที่ในโตเกียวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมา เราแวะเดินชมหาของกินเล่น เพลิน ๆ ไปจร้า

ไปเจอร้านทาโกยากิ คนต่อแถวยาวมาก เห็นแล้วมื้อไม้สั่นไม่ได้ต้องจัดมาชิม เลยยืนต่อแถวกับเค้าซะหน่อย อร่อยไม่ผิดหวัง กรอบนอกนุ่มในปลาหมึกสด ๆ หนึบ ๆ โอ้ยอร่อยลืมไม่ลงจริง ๆ




จากฮาราจูกุ เราไปต่อย่าน Ginza การเดินทางจากสถานี Meiji-Jingumae สายสีเขียว(C03) มาลงสถานี Omute-Sando (C04) เปลี่ยนสายGinza line สายสีส้ม (G02) มาลงสถานี Ginza(G09) มาถึงGinza ก็หิวเลยเดินหาข้าวมื้อกลางวันกินก่อนมื้อนี้พวกเราเลือกกินข้าวหน้าแกงกะหรี่ญี่ปุ่น บอกไม่ถูกว่าอร่อยมั้ย กินกัน 5 คน คนละ 1 จาน บางคนก็อร่อยบางคนก็ไม่อร่อย สำหรับอิฉันกินได้ไม่ถึงกับอร่อยอะไรมากมาย





อิ่มแล้วก็ได้เวลา ช้อป ๆๆๆย่านนี้ร้านเสื้อผ้าเยอะดี ชอบ ๆ เดินเพลิน ๆ อากาศดี ๆ ไม่ร้อน ช้อปก็เพลินช่นกันจัดเสื้อผ้ายี่ห้อ GU กันมาพอหอมปากหอมคอ



จบย่าน Ginzaไปต่อกันที่ชินจูกุ การเดินทางไปสถานีชินจูกุ การเดินทาง สายGinza Line (G09) สายสีส้ม เปลี่ยนสายสีแดง MarunouchiLine (M16) มาลงสถานี Shinjuku (M08) ไปซื้อตั๋ว Highway bus เพื่อไป Kawaguchiko ได้ตั๋วเรียบร้อยก็เดินเที่ยวย่านชินจูกุย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดในญี่ปุ่น

สถานีชินจูกุ คือมันใหญ่มากใหญ่บ่ล่ำบ่เหลือ ใหญ่อะไรเบอร์นั้น ใหญ่จริง ๆ เดินเพลียกันไป ตะลึงกับความใหญ่ของสถานีกันไปแล้วเราก็ไปตะลึงต่อกับย่านที่คนเยอะมาก มรึงจะเยอะไปไหน แต่ก็เป็นสีสันที่น่าสนุกดีมาถึงชินจูกุแล้วจะมีอะไรดีไปกว่าการช้อปปิ้งคงไม่มี ได้เวลาลุย หยิบ ๆๆ ช้อป ๆๆจ่าย ๆๆ เพลิน ๆๆ หมด ๆๆ แหม!!สบายใจจริง ๆ


ช้อปเสร็จ หิวสิคะเดิน ๆ ไปเจอร้านขายทาร์ตชีส คนต่อคิวเพียบเลย จัดมา 1 กล่อง 6 ชิ้น โอ้ว!! อร่อยไม่มีวันลืมฟินสุด ๆ ฉุดไม่อยู่ อร่อยมาก ๆๆๆๆ จากนั้นก็ได้เวลามื้อค่ำ เลือกกินแบบง่าย ๆสบาย ๆ กระเป๋า อันนี้ถ่ายแค่บางส่วนเพราะหิวกันสุด ๆ อาหารไรบ้างจำชื่อไม่ได้ รู้จักแต่เกี๊ยวซ่ากับไก่คาราเกะ..555แต่อร่อยทุกอย่างนะ อิ่มหนำสำราญใจแล้วเราก็กลับที่พักกันได้ซะที










Day 3: ไหว้พระขอพร กิน เดิน เที่ยว ย่าน อะสะกุสะ อะเมะโยโกะ อูเอโนะ (3/10/2016)
เราออกจากที่พักกันประมาณ 8 โมงเช้า หาอาหารเช้ากินระหว่างทางเดินไปสถานี Nakano เช้านี้กินแบบฝรั่ง ๆ แต่รสชาติแนวญี่ปุ่น จัดไปแฮมเบอเกอร์คนละ 1 อัน อร่อยดี แถมราคาเบา ๆ ไม่แพง








จากนั้นเราก็เดินทางไปวัดเซ็นโชจิ  SensojiTemple: 浅草寺(วัดอาซากุสะ : Asakusa) การเดินทางจากสถานี Nakano ขึ้นสาย Tozai Line สายสีฟ้า มาลง Nohombashi(A13) เปลี่ยนเป็นสาย Asakusa line สายสีชมพูมาลง Asakusa (G19) ทางออก Exit 3

วัดเซ็นโชจิ SensojiTemple เป็นวัดพุทธที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมวัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว มีประวัติความเป็นมาว่า เมื่อ ค.ศ. 628 มี 2 พี่น้องชาวประมงพบองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดเล็กที่แม่น้ำซูมิดะ (Sumida) แม่น้ำในย่านอาซาคุซะและได้นำกลับเข้าหมู่บ้านในอาซาคุสะ แล้วที่หมู่บ้านนี้ก็ได้สร้างวัดจากบ้านหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่เก็บรักษาองค์เจ้าแม่กวนอิมและหลังจากนั้นก็ได้สร้างวัดเซ็นโซจิขึ้นใน ค.ศ. 645

วัดเซ็นโซจิถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2และหลังจากนั้นก็มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุขเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่น (http://www.emagtravel.com/archive/sensoji-temple.html)

ถึงแล้วก็ไหว้พระขอพรเดินชมความงามของวัด ถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอ สวยงามตามท้องเรื่องแบบญี่ปุ่น













ย่านอะสะกุสะวันนี้มีฝนตกเบา ๆแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการเที่ยวของพวกเรา จากวัดอะสะกุสะเราก็เดินหาของกินเล่น ช้อปปิ้งเบาๆ ที่ถนนนากามิเสะ (Nakamise Street) แต่ละร้านนี่น่าซื้อน่าชิมไปหมด กินเพลินเกินบรรยาย อร่อยเพลินเกินห้ามใจทุกสิ่งอย่าง










เดินไปชิมไป แล้วก็เดินมาผ่านร้านอาหารร้านนึง หนึ่งในสมาชิกทริปเราก็บอกร้านนี้ร้านดัง เคยอ่านรีวิว ของเด็ดเลยคือมันปูย่างในกระดอง จะรอช้าอยู่ทำไมจัดสิคะ มื้อนี้จัดมันปูย่างไปเบา ๆ 4 อัน ตอนแรกสั่งมา 2 ลองชิม ก็มันอร่อยยิ่งคลุกกินกับข้าวร้อน ๆ นี่อร่อยเลิศ ชื่อร้านอะไรไม่รู้ อ่านไม่ออกแต่รับรองความอร่อย เรื่องของราคาก็ไม่เบาจร้า แต่ยังไงไปย่านนี้แล้วต้องลองคอนเฟริ์ม












เสร็จสิ้นภารกิจย่านนี้แล้วเราไปต่อกันที่ย่านอูเอโนะ และตลาดอะเมะโยโกะ จากสถานี Asakusa (G19) สาย Ginza Line สายสีส้มมาลงสถานี Ueno เดินไปตลาดอะเมโยโกะ AmeyokoMarket (สถานี UenoExit 5)

ตลาดอะเมะโยโกะ (Ameyokomarket) เป็นแหล่งชอปปิ้งในย่าน Ueno ที่ละลายทรัพย์นักท่องเที่ยวได้ดีมีของขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ร้านเครื่องสำอาง ของสด อาหารทะเลฯลฯ ลักษณะร้านในตลาด Ameyoko จะเป็นตึกแถวสองข้างทางเดินขนานคู่ไปกับรางรถไฟ JR สาย Yamanote Line ยาวไปหลายร้อยเมตร สิทธิพิเศษของนักท่องเที่ยวที่มาซื้อของให้มองหาป้ายร้านที่มีคำว่า Tax Free ทางร้านจะคืนภาษีให้เมื่อซื้อสินค้าครบ5,000 หรือ 10,000 เยน(ขึ้นกับประเภทสินค้า) ที่มาของชื่อตลาด Ameyoko มาจากคำว่า Ameya+Yokocho คำว่า Ame หมายถึง American เนื่องจากบริเวณนี้เคยมีสินค้าของอเมริกามาขายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2หรืออีกความหมายหนึ่ง Ame แปลว่าขนมหวานซึ่งมีขายมากในย่านนี้(http://www.emagtravel.com/archive/ameyoko-market.html)

กายพร้อม ใจพร้อมตรีนพร้อม เงินพร้อม ลุยๆๆๆ ทุกสิ่งย่างน่าซื้อน่ากินอีกแล้ว ฉันรักเธอจริง ๆนะเจแปน ซื้อกันเป็นบ้าเป็นหลังโดยเฉพาะกระเป๋า anello ซื้อกันคนละใบ2ใบ รองเท้าผ้าใบหลากหลายยี่ห้อราคาถูกกว่าบ้านเราเยอะ จัดกันไป ณ ร้าน abc ช้อปไปกินไป หนุกหนานจริง ๆ แบกกันหลังแทบเสียเอวแทบหัก เงินหมดกระเป๋าฉีก แต่ก็ไม่หวั่น เรื่องช้อปขอให้บอก พวกเราสู้ตาย











เดินจนเมื่อยมาก มาแวะนั่งพักกันที่ McDonald แวะนั่งจริงๆ ไม่ได้ซื้อไรกิน..555 หายเมื่อกันนิดหน่อยเราก็ไปต่อกันที่ตึกม่วง ทาเคย่า (Takeya)แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตย่านอูเอโนะ โอ้ยของเยอะมากซื้อกันสนุกสนานหยิบเพลินเกินห้ามจิต ซื้อกันแบบแบกแทบไม่ไหว โปรแกรมที่วางไว้ว่าจะไปโอไดบะกันต่อ สรุปว่าไม่ได้ไปจ้าเพราะของที่ซื้อกันไว้มันเยอะและหนักมาก ไม่สามารถแบกไปเที่ยวต่อได้จริง ๆแล้ววันนี้เราอยู่กันย่านอูเอโนะ แบบลืมเวลาไปเลย แล้วกว่าจะเสร็จภารกิจพิชิตตึกม่วงก็เย็นแล้วเลยตัดสินใจกลับไปเดินช้อปกันแถวย่านที่พักสถานี Nakano ดีกว่าเพราะมีร้านค้าร้านอาหารให้เราได้เดินละลายเงินเยนอีกเพียบ



จากตึกม่วงกลับไปที่ย่าน NakanoKu เดินกิน เดินช้อปกันต่อไป ย่านนี้ก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ ผู้คนคึกคักอยู่ ร้านค้าร้านอาหารก็มีเพียบ



 มื้อเย็นเราวันนี้เราเลือกเป็นร้านราเมง ดูรูปหน้าร้านเลือก ๆ หยอดเงิน กดหมายเลขอาหารที่จะกินจากนั้นก็จะได้บัตรมาคนละ 1 ใบ ทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น ตอนแรกนี่ใบ้แดรกเลยทำไงวะก็ยืนรอสักพักก็มีคนญี่ปุ่นมากดสั่งอาหาร เราก็ดูและทำตาม ได้มาและจากนั้นก็ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ทำอาหาร รอกันสักไม่ถึง 10นาทีราเมงที่สั่งกันไว้ เค้าก็จะเรียกตามหมายเลข ตอนแรกดูที่รูปเออน่ากินดี อยากซดน้ำซุปร้อน ๆคล่องคอ พอตักน้ำซุปเท่านั้นแหล่ะโอ้วแม่เจ้า นี่ตรูสั่งราเมงเย็นมากินหรือนี่ 555ทำไงได้กินต่อไป แม้จะไม่ชอบ แต่ก็อร่อยอยู่นะ มา ๆ มาดูน่าตาราเมงร้านนี้กัน


















เติมพลังแล้ว เดินช้อปกันต่อจ้า เวลามีเยอะ แต่เงินเริ่มเหลือน้อย...555 แต่ยังไงเราก็จะสู้ต่อไปบัตรเครดิตยังมีจะกลัวอะไร...คริคริ


กว่าจะถึงที่พักก็หมดแรงกันเลยทีเดียว แบกของกันไหล่แทบหักหลังเหมือนจะหลุดมาให้ได้ ก่อนเข้าที่พักก็เหมือนทุกคืน ต้องแวะ Lawson 100 หาขนมของขบเคี้ยวกินก่อนนอน แหมมันอร่อยแทบทุกอย่างจริง ๆ นะเธอ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปขนมไว้ ไปค้น ๆ ดูมีหลงมา 2รูป คืนนี้แบบว่าหลับสบายมาก เพราะเหนื่อยมากๆๆ









Day 4: ชมภูเขาไฟฟูจิยาม่า ณ คาวากูจิโกะ(4/10/2016)

เราเลือกนั่งHighway Bus ไป คาวากูจิโกะ เพราะไม่ต้องต่อหลายต่อ นั่งยาว ๆ จากชินจูกุไปถึง

สถานีคาวากูจิโกะเราซื้อตั๋วรถไว้ล่วงหน้า โดยจองเที่ยวรถออกจากชินจูกุเวลา 7.15 นาทีพวกเรามาถึงแบบเฉียดฉิวมาก คืออีก ไม่ถึง 5 นาทีรถออกคือตอนแรกกะว่าจะหาซื้อน้ำขนมไปกินกันบนรถ สรุปว่าไม่ได้ไรกินเลย รีบกันสุด ๆ หิวกันต่อไป ไปหากินเอาข้างหน้าจากชินจูกุใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เราก็มาถึง คาวากูจิโกะแล้วจ้า อากาศดีมาก ๆ

อย่างแรกเลย เรารีบเดินไป 7/11 หาอาหารเช้ากินเพิ่มพลังกันก่อนเลยหิวมาก ๆ หน้าตาอาหาร 7/11 ที่ญี่ปุ่นมธรรมดานะจ๊ะ  อร่อยด้วย ราคาก็พอรับได้  มา ๆ มาดูหน้าตาสิจะน่ากินแค่ไหน










อิ่มแล้วเราก็พร้อมจะไปชมฟูจิซังเราเลือกใช้บริการ Sightseeing Bus มีขายแต่แบบ 2 days ticket เด้อจร้า จำใจซื้อ จะให้เดินขึ้นกันไปคงจะไม่ไหวจร้า จัดไปคนละ 1,200 เยนฟูจิซังในยามนี้ไม่มีหิมะ แต่ก็งดงามตามฤถูกาล




จะมีป้ายให้ขึ้นลงได้ตลอดเส้นทางตามแต่ใจท่านปราถนา จำไม่ได้ว่าลงป้ายไหนบ้างแต่ป้ายที่อยู่นานสุดคือป้ายสุดท้ายท้ายสุด จะเป็นจุดชม ฟูจิซัง ที่สวยสุดมีร้านขายของฝาก ขายขนม ไอติม สวย ๆ เก๋ ๆ ชมภาพละกันเนอะ


















ขาลงก็มาแวะป้ายที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้วแต่จะมีร้านค้าของฝากร้านขายน้ำขายขนม ร้านอาหารมากมาย  พวกเราเลือกกินแบบเบา ๆ ขนมเค้กและกาแฟอร้อยอร่อย ร้านนี้ซื้อแต่เค้ก กาแฟฟรีจ้า กินเค้กพอหอมปากหอมคอ ก็เดินเล่นชมชม ซื้อของฝากกลับกันนิด ๆ หน่อย ๆ








กินกันแล้วก็เดินมารอรถเพื่อจะลงมาที่สถานีคาวากูจิโกะ มาถึงเราก็หาอาหารกลางวัน เราเดินหาร้านอาหารละแวกสถานีคาวากูจิโกะ ตอนแรกกะจะกินเทมปุระ แต่ร้านปิดซะงั้น เลยมากินร้าน Teppanyaki Restaurant  รสชาติก็อร่อยดี ราคาสมเหตุสมผล 













อิ่มแล้วก็เดินกลับมาสถานีเพื่อรอเวลาขึ้นรถกลับชินจูกุ เราจองรถไว้รอบ 15.30 น. รถตรงเวลามาก ๆนั่งไปหลับไป ชิว ๆ สบาย ๆ ก็มาถึงสถานีชินจูกุประมาณ 5 โมงครึ่งลงรถได้ก็ไปเก็บตกตะลุยชินจูกุกันต่อ  ซื้อกันให้เงินหมดกันไปข้าง ช้อปกันให้สาแกใจเข้าโน้นออกร้านนี้ สนุกจริง ๆ เงินหมดเหรออย่าได้แคร์ บัตรเครดิตเรายังมีเดินกันเพลินลืมหิวกันไปเลยกว่าจะรู้สึกตัวว่าหิวก็นั่งรถกลับมาเกือบจะถึงสถานีนากาโน่ แต่เรายังแบบว่าหิวทนได้อยู่ก็เลยแวะละลายเงินเยนกันที่ร้าน 100 เยน มื้อค่ำวันนี้คือค่ำมาก ๆ จริง ๆ เราเลยหาอาหารกินกันแถวๆ ที่พัก ร้านอาหารแนวเนปาล อินเดีย แขก ๆ หน่อยแต่ก็มาอาหารญี่ปุ่นผสมผสานอยู่ด้วย รสชาติโอเครนะ แถมราคาไม่แพงด้วย ก็อิ่มอร่อยก่อนนอนกันไปแต่ก่อนจะเข้าที่พักตามธรรมเนียม แวะ Lawson 100 อาหาร น้ำ ขนมก่อนเข้าที่พัก











Day5:เก็บตกอูเอโนะ อะเมโยโกะ ก่อนกลับ (5/10/2016)

เช้านี้ไม่เร่งรีบ มีเวลาเหลือ ๆตื่นสายกันได้เต็มที่ มื้อเช้าเราเลือกอาหารจาก Lawson 100 กินง่ายๆ อิ่มเบา ๆ ฟิน ๆ กิน ๆ กันไป









เราออกจากที่พักเกือบๆ 10 โมง กว่าจะเดินไปถึงสถานีรถไฟฟ้า เหนื่อยโฮก ทั้งแบกทั้งลากกระเป๋า ไม่รู้บ้าซื้ออะไรกันมากมาย เหนื่อยจริงๆ มาถึงสถานีนากาโน่ นั่งพักก่อนเลยจ้า หาขนมหาน้ำดื่มกินกันเบา ๆแล้วก็ไปต่อ เราเดินทางจากสถานีนากาโน่ไปที่สถานีอูเอโนะเพื่อไปเก็บตกอูเอโนะและตลาดอะเมโยโกะ ที่เลือกกลับมาที่นี่อีก เนื่องจากเราต้องขึ้นSkylinerจากสถานีอูเอโนะเพื่อไปสนามบินนาริตะ แล้วอีกอย่างทั้งกระเป๋าอีกมากมายหลายใบ ก็เลยมาอะเมโยโกะนี่แหล่ะดีที่สุด มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ดีต่อใจ

มาถึงสถานีอูเอโนะเราก็ลงไปหาล็อคเกอร์ฝากกระเป๋าก่อนเลย เราว่าล็อคเกอร์ที่ญี่ปุ่นราคาแพงอะวันนั้นหมดค่าฝากกระเป๋าไปหลายร้อยเลยจ้า เสียดายเงินแต่ก็ต้องยอมจะให้ลากไปด้วยแบกไปด้วย คงจะไม่ไหวจ้า เก็บกระเป๋าแล้วก็ได้เวลาลุยอะเมโยโกะเก็บตกของกินของใช้ของฝาก วันนี้เงินเหลือเท่าไหร่ละลายให้หมดเดินเพลินสนุกสุดเหวี่ยงกันไปจ้า วันนี้แวะมันเกือบทุกร้านจริง ๆ อยากกินอยากชิมไรก็จัดๆกันไป












ใช้พลังในการเดินไปเยอะ ได้เวลาหิว มื้อบ่ายเดินหาร้านเทมปุระจนเมื่อย แต่ไม่ได้กิน สุดท้ายมาจบที่ร้านข้าวหน้าปลาดิบต่าง ๆนานา เห็นร้านคนเยอะดีน่าจะอร่อย จัดไปคนละ 1 ชาม อร่อยเริ่ด  แถมราคาไม่แรงอีกต่างหาก มาดูหน้าตามันสิน่ากินขนาดไหน













อิ่มและอร่อยกันไปเรียบร้อยกับมื้อกลางเราก็เดินย่อยกันต่อตอนแรกก็ว่าจะไปเดินที่สวนอูเอโนะ แต่ความเมื่อยแข้งขาที่มันสะสมมาตลอด 4 วันนี่สิมันทำให้ขี้เกียจมาก ๆ ก็เลยเดินมาแถวสถานีรถไฟฟ้า Skyliner ตรงนั้นจะมีแบบห้างเล็กที่เป็นพวกร้านอาหารร้านขนมนมเนย แหม ๆ มันน่ากินทุกร้านเลย เดินหาที่นั่งกันได้แล้วก็เดินหาขนมกินสิจะรออะไร ได้ขนมมากินนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ทุกชิ้นอร่อยหมดนะโดยเฉพาะชีสเค้กอร่อยมาก ลืมที่เคยกินที่บ้านเราไปเลยคร้า แบบว่ากินขนมที่นี่ไม่เคยผิดหวังเลยสักเมนูมันอร่อยหมดจนคำสุดท้ายจริง ๆ ไม่ได้โม้นะ ถ้ามีได้ไปญี่ปุ่นลองเถอะค่ะ ไม่ผิดหวัง










นั่งกินนั่งเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อย จนประมาณ บ่าย 3 กว่า ๆ เราก็เดินมาที่สถานี Skyliner เพื่อมาแลกตั๋ว เราเลือกเวลาเที่ยวรถ 15.30 ใช้เวลาจากอูเอโนะมาถึงนาริตะก็ประมาณ เกือบ ๆ 1 ชม. ถึงแล้วก็เดินหาเครื่องชั่งจ้าอันไหนเกินกันไหนขาดเราก็จัดกันให้ดี Checkin ตั๋วโหลดกระเป๋ากันเรียบร้อยก็เข้าไปตรวจหนังสือเดินทางมาถึงสนามบินเร็วไปนิด แต่ก็ดีกว่ามาช้า มีเวลาเหลือเฟือในการเดินเล่นในสนามบินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ เงินยังมีเหลืออีกนีสหน่อย ขี้เกียจเหลือเงินกลับมาอิฉันก็เดินหาซื้อขนมในสนามบินนั่นแหล่ะ ใช้เงินเหรียญให้หมดเพราะเหลือกลับมาก็แลกคืนไม่ได้อยู่ดีสรุปว่าใช้จนไม่เหลือกลับมาเลยสักกะเยนเดียว...555

วันนี้สนามบินคนเยอะมาก ๆยิ่งร้านที่ขายช๊อคโกแลตยี่ห้อ Royce ขายดีมาก ๆ คนนี่ยืนต่อคิวจ่ายเงินเป็นร้อยจ้า ไม่ไหวค่ะ ขี้เกียจยืนคนก็เยอะ ของก็แยะ ไม่กินก็ได้ ไม่ง้อ...อิอิ สนามบินนาริตะนี่มีร้านขายของตลอดทางจ้าขายกันจนถึงเกทขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว เดินจนหมดแรง พร้อมเงินในกระเป๋าก็หมดไปนี่ยังดีตรูยังเหลือเงินไทยไว้ค่าแท็กซี่ถ้าญี่ปุ่นรับเงินบาทตรูคงจะใช้จนหมดตัวแน่ ๆ

หมดเงินหมดแรงแล้วก็หาที่นั่งที่นอนให้สบายใจสบายกายกันดีกว่า เที่ยวบินขากลับของเรา 5 คน เวลา20.15 ด้วยเที่ยวบินที่ XJ 607 ถึงดอนเมืองประมาณตี 1 ได้ โอ้ยหมดแรงและง่วงมาก ๆ นี่เช้าฉันต้องไปทำงานต่อนะ ไหวไม่ไม่รู้แต่ยังไงตรูก็ต้องไปคืนนั้นกว่าจะถึงบ้านและได้นอนก็ประมาณตี 3 เอง เช้าตื่นไปทำงานตี 5...บ้าไปแล้ว...555++

จบทริป เจแปนได้หมดเพราะสดชื่น: กิน ช้อป ชิม ฟินโตเกียว ไปแบบสนุกมากมาย ค่าเสียหายทั้งทริปตั๋วเครื่องบิน+ค่าเดินทาง+ค่าที่พัก+ค่าอาหาร หมดกันไปคนละ 18,000 บาทส่วนค่าช้อปส่วนตัวอย่าถามนะจ๊ะว่าหมดไปเท่าไหร่ ไม่อยากจะนึก นึกแล้วน้ำตาจิไหลแต่ถึงเงินจะหมดกระเป๋าเราก็อย่าได้แคร์ ทริปนี้ถูกใจ ถูกจริต ถูกจิต จริง ๆ ได้ยินมาก็เยอะอ่านมาก็แยะมีแต่คนบอกไปญี่ปุ่นแล้วคุณจะติดใจ เออ!! ติดใจจริง ๆอย่างที่เค้าว่าไว้ทุกอย่างเลย ทุกสิ่งอย่างลืมไม่ลงไม่ว่าจะเป็นความมีน้ำใจไมตรีของคนญี่ปุ่น การให้บริการและพูดจาด้วยความสุภาพความตรงต่อเวลา การเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน อาหารการกินเหรอ โอ้ย!!! มันสด สะอาด อร่อย ไปหมดทุกเมนูที่เราได้ลิ้มชิมรส ไม่ว่าจากร้านอาหารหรือร้านสะดวกซื้อขนมนมเนย อร่อยเริ่ด อิฉันรักขนมญี่ปุ่นที่สุดไปเลยทริปนี้ ยิ่งชาเขียวต้นตำรับนี่ไม่พูดถึงไม่ได้ เอามาทำอะไรก็อร่อยมันอร่อยเว่อวังอลังการ ชนะเลิศค่ะ

ทริปนี้ต้องขอบคุณ Thai AirasiaX ที่มีไฟล์ไปญี่ปุ่นในแบบราคาประหยัดให้กับเราทั้ง 5 คนไปตะลุย กินชิม ช้อป แชะ กันที่โตเกียวแบบสบาย ๆ หนุกหนานกันตั้งแต่วันแรกจนวันกลับขอบคุณที่พักของ Mr.Eiltaro จาก Airbnb ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องครัว สะอาดสะอ้าน บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้านข้าวของเครื่องใช้ครบครัน ขอบคุณการเดินทางที่แสนจะสะดวกด้วยรถไฟฟ้า รถไฟ รถบัสสะดวกมาก ๆ และตรงเวลาที่สุด ขอบคุณอาหารทุกมื้อ (ปลาดิบที่ญี่ปุ่นสดมาก ๆอร่อยไม่ลืม) ขอบคุณทุกบริการที่เอาใจใส่ทุกรายละเอียด ขอบคุณความมีน้ำใจ ขอบคุณบรรยากาศสะอาด ๆ อากาศสดชื่น ขอบคุณ Lawson 100 / 7:11 และ Family mart ที่มีอาหาร น้ำ ขนม สด ๆ ใหม่ ๆ อร่อยเลิศ  ขอบคุณทุกสิ่งอย่างในญี่ปุ่นและขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเจแปนแสนสุขใจ ทริปหน้าเจอกันที่โอซาก้า ไหวมั้ยถามใจดู...ขอบคุณจากใจ ขอบคุณเจแปน แดนอาทิตย์อุทัย 







 

Create Date : 26 มกราคม 2560
2 comments
Last Update : 27 มกราคม 2560 10:49:42 น.
Counter : 925 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
 
 
 
เห็นแล้วคิดถึงญีปุ่นเลยค่ะ ทั้งอาหารและที่เที่ยว ที่สำคัญช้อปปิ้งงง
 
 

โดย: life for eat and travel วันที่: 26 มกราคม 2560 เวลา:15:12:59 น.  

 
 
 
ช้อปปิ้งสนุกมาก ๆ ค่ะ ไปแล้วต้องไปอีก...คริคริ
 
 

โดย: sitafighting วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:10:56:13 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

sitafighting
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Life is Journey Life is Travel
[Add sitafighting's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com