bloggang.com mainmenu search

 

“ปอ-ทฤษฎี” รายแรกในไทย! “ไข้เลือดออกแทรกซ้อน” จนวิกฤต

“อาการที่เกิดขึ้นกับ “ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์” เป็นเรื่องใหม่ ยังไม่เคยมีรายงานเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคเขตร้อนชื้น” ทีมแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงข่าวเผยอาการทรุดหนักอย่างรวดเร็วของพระเอกหนุ่ม

เพื่อคลายข้อสงสัยว่า “เหตุใดจึงรุนแรงนัก?” พร้อมให้ข้อมูลว่าเป็นเพราะ “ภาวะแทรกซ้อน” จึงส่งให้เกล็ดเลือดต่ำ เลือดเป็นกรด ตกเลือด ไตวายเฉียบพลัน หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ จนเข้าขั้นวิกฤตต้องใช้เครื่องปั๊มหัวใจ ซึ่งขณะนี้อาการทรงตัวและอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดแล้ว

“ภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นไม่ได้บ่อย ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของบุคคล จึงไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่นกับอาการนี้ คนเรามีสิทธิ์เจอได้แต่ไม่บ่อยนัก” คือข้อมูลที่หลายคนควรรับรู้ไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรทำความเข้าใจ “ไข้เลือดออก” และเฝ้าระวังเอาไว้อยู่ดี

อ.นพ.ชัยวัฒน์ วชิรศักดิ์ศิริ สาขาการบริบารผู้ป่วยนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ช่วยให้ข้อมูลอย่างเข้าใจง่ายเอาไว้ว่า แท้จริงแล้ว สายพันธุ์ของไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ด้วยกัน

แต่เคยพบในไทยเพียง 2 สายพันธุ์เท่านั้น และทั้งหมดล้วนเกิดจาก “ไวรัสเดงกี่” (Dengue Haemorrhagic Fever: DHF) ทั้งสิ้น

“ความหนักเบาของโรค มันขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่างครับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของโรคอย่างเดียว ทั้งเรื่องภูมิคุ้มกันของคนไข้เอง และระยะเวลาที่ติดเชื้อด้วย

ปกติแล้ว โรคไข้เลือดออกมันจะเป็นโรคชนิด “เฉียบพลัน” อยู่แล้ว หมายถึงมีไข้เพิ่มสูงภายใน 1-2 วัน ซึ่งจะแบ่งอาการของคนไข้ออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ “เป็นแล้วช็อก” กับ “เป็นแล้วไม่ช็อก”

อย่างคุณปอจะอยู่ในประเภทเป็นแล้วช็อก คือมีปฏิกิริยากับตัวเชื้อไวรัสค่อนข้างเยอะ ทำให้เกิดอาการขาดน้ำและเกล็ดเลือดต่ำลงอย่างรวดเร็ว อาการก็เลยอยู่ในระดับรุนแรงขึ้นมา”


[ทีมแพทย์รามาฯ แถลงข่าวอัปเดตอาการพระเอกหนุ่ม]


 หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุใดโรงพยาบาลเอกชนที่พระเอกหนุ่มเข้ารับการรักษา จึงไม่สามารถช่วยให้หายขาดได้ตั้งแต่แรก จนต้องส่งตัวมายังโรงพยาบาลรามาฯ ในนาทีวิกฤต?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์นายแพทย์ชัยวัฒน์มองว่าน่าจะเป็นเพราะอุปสรรคเรื่องความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การแพทย์

“ทราบมาว่าเขาเกล็ดเลือดต่ำมากและมีเลือดออก จึงจำเป็นต้องให้สารการแข็งตัวของเลือดบางอย่าง ซึ่งยาตัวนี้ทางโรงพยาบาลเอกชนไม่ค่อยมี เพราะยามันแพงมาก

หรือถ้าต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือไอซียู โรงพยาบาลรัฐจะพร้อมกว่าอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะไข้เลือดออกที่อาการจะเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วด้วย ถ้าไปที่แรกในระยะที่วิกฤตมากแล้วด้วย โรงพยาบาลเองอาจจะรับมือไม่ไหว

แต่เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ผมว่าการพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุดน่าจะดีกว่า แต่ถ้าโรงพยาบาลประเมินแล้วว่าศักยภาพโรงพยาบาลไม่ไหว เดี๋ยวจะมีการส่งต่อไปตามขั้นตอนการรักษาเอง”

จริงๆ แล้ว โรคไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีข่าวว่าเด็กๆ เสียชีวิตจากโรคนี้อยู่บ่อยๆ เนื่องจากผู้ปกครองแยกไม่ออก คิดว่าป่วยเป็นไข้หวัดทั่วๆ ไป กระทั่งร่างกายเกิดอาการช็อกจึงทราบว่าผิดปกติ

แต่กว่าจะส่งผู้ป่วยถึงมือหมอ หลายๆ ครั้งก็สายเกินไปเสียแล้ว และนี่คือความแตกต่างระหว่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้เลือดออก”

“ถ้าเป็นไข้วันแรก จะแยกไม่ได้เลยครับ อาการทุกอย่างจะเหมือนกันหมด คือจะมีไข้สูงอย่างเดียว อาจจะมีปวดตามเนื้อตามตัว คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหารบ้าง จะแยกอาการไม่ค่อยได้

แต่พอวันที่ 2-3 จะเห็นชัดขึ้น ถ้าเป็นไข้เลือดออกจะยิ่งปวดตัว แต่ถ้าเป็นไข้หวัดจะมีอาการไอกับน้ำมูกเยอะขึ้น อันนี้คือความต่างครับ ดังนั้น ถ้าพบว่ามีอาการไข้สูงลอย 2-7 วัน ไม่มีอาการร่วมเลย ให้พึงระวังว่าจะเป็นไข้เลือดออกเอาไว้ก่อน

ถ้าเริ่มไม่สบาย มีไข้ ปวดเนื้อปวดตัวโดยไม่มีสาเหตุ ให้ไปเช็กที่โรงพยาบาลหน่อยดีกว่า


ส่วนเรื่องเฝ้าระวัง เอาเป็นว่าหลักการที่ดีที่สุดเลยคือการหลีกเลี่ยงการเป็นไข้เลือดออก ในเมื่อเรารู้ว่าช่วงนี้มีแต่ยุงลาย เราก็ทำยังไงก็ได้ให้ไม่มียุงลายในชุมชนของเรา

เริ่มจากการป้องกันก่อน เช่น กำจัดแหล่งน้ำยุงลาย ภาชนะที่มีน้ำขังต้องคว่ำให้หมด พ่นยาฆ่ายุง นอนกางมุ้ง ฯลฯ แต่ถ้าป้องกันไม่ไหวจริงๆ ก็จะต้องมีความเข้าใจและตื่นตัวที่จะไม่ปล่อยให้ป่วยหลายๆ วันแล้วค่อยมาโรงพยาบาล

เช่น ถ้าใครมีลูกหรือญาติที่มีไข้ขึ้นมา ไม่มีอาการร่วมเลย มีไข้อย่างเดียว ปวดเมื่อยตามตัว ภายใน 1-2 วัน น่าจะต้องไปที่โรงพยาบาลได้แล้วครับ”

ความเชื่อเรื่องที่ว่า “เคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว จะไม่เป็นอีก” นั้น แท้จริงแล้วเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว! ข้อเท็จจริงทั้งหมดคือ ถ้าเป็นไข้เลือดออกสายพันธุ์ไหนแล้ว จะไม่กลับมาเป็นชนิดเดิมอีก

ในเมื่อไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ดังนั้น ชีวิตคนเราจึงมีสิทธิเป็นได้ทั้งหมด 3-4 ครั้งนั่นเอง

สำหรับไข้เลือดออกชนิดเฉียบพลันและรุนแรงอย่างกรณีของพระเอกหนุ่มนิสัยดีรายนี้ ยังคงอยู่ในระดับที่ประเมินยาก ต้องรักษาไปตามอาการ ขณะนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาแห่งการส่งกำลังใจและร่วมส่งต่อน้ำใจให้แก่กัน

โดยสามารถบริจาคเกล็ดเลือด "กรุ๊ป A" ให้ "ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์" ได้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ห้องปฏิบัติการคลังเลือด อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 3 เวลา 08.30-16.30 น. โทร.02-200-3772

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ

 

Create Date :12 พฤศจิกายน 2558 Last Update :12 พฤศจิกายน 2558 8:18:47 น. Counter : 1121 Pageviews. Comments :0