ถ้าโลกนี้มีผี ความดีจะบังเกิด
หลายคนหลายเรื่องราว ต่างคนต่างความคิดชีวิตคือสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนคือความตายอันเป็นที่สิ้นสุดแห่งวงจรในภพภูมินี้ คนเราหลายคนมักมองว่าชีวิตที่มีอยู่นี้ไม่ได้มีความสำคัญนักในด้านของจิตใจ ทำให้ไม่ค่อยจะมีความเกรงกลัวต่อบาป แต่ไปเน้นในด้านวัตถุที่จับต้องได้อยากได้อยากมีในสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่อำนวยความสะดวกให้แก่ร่างกาย เหมือนประหนึ่งว่าถ้าหากไม่ไขว่ขว้าไว้จะทำให้ความสุขในชีวิตนั้นหายไป ทำให้ต้องเกิดการต่อสู้แย่งชิง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือเงิน ที่ถูกสมมุติให้สามารถแลกเปลี่ยนซื้อของที่ต้องการได้มากมายเกือบทุกอย่าง มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่สามารถซื้อได้คือความสุขแห่งใจ แต่ผู้เขียนมีความเชื่อโดยอ้อมว่าหากมีเงินทองทรัพย์สิน แล้วนำมาแบ่งปันสร้างความสุข นำไปเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆแก่ผู้ยากไร้ ทำนุบำรุงศาสนสถาน ส่งเสริมให้คนรู้จักคุณค่าความเป็นคน เงินที่ผู้คนแย่งกันเก็บสะสมนั้น ก็สามารถนำมาสร้างความสุขในจิตใจของผู้ที่เป็นเจ้าของได้เช่นกัน
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ “ผี” ละที่ทำให้ความดีบังเกิดในความเชื่อส่วนตัวของผู้เขียนนั้นเชื่อแบบร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียวว่าถ้าโลกนี้เกิดมีนักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างเครื่องตรวจวัดจับ หรือพิสูจน์ได้แบบถูกต้องแม่นยำว่ามีผี วิญญาณ ละก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้คนทั้งโลกต้องหันมาทำความดีแน่นอน (ที่ต้องให้เป็นนักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ผลิตเครื่องมือพวกนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้แบบกายภาพ จับต้องได้ถ้าบอกกันลอยๆ ไม่ได้สัมผัสกันด้วย มือ มองเห็นด้วยตา หรือได้ยินเสียงด้วยหู แล้วละก็พวกจะเหมารวมว่าเป็นเรื่องโกหกทังเพ)
เมื่อคนเราสามารถรับรู้ถึงความมีอยู่ของภูติผีวิญญาณได้มันจะเป็นเรื่องของคำว่า “งานงอกละทีนี้” เพราะหลายศาสนาบอกไว้ว่า ทำดีนั้นไปสวรรค์ ทำชั่วต้องลงนรก ท่านทั้งหลายครับท่านที่ทำความชั่วไว้ให้กับสังคม เบียดเบียนชาวบ้านผู้คน สรรพสัตว์ทั้งหลาย คงรู้นะครับว่าหากท่านตายกลายเป็นผีท่านจะไปแห่งหนใด เพราะเมื่อวิญญาณออกจากร่างกายอันจบสิ้นแห่งภพนี้ไปแล้ว จิตวิญญาณของท่านจะไปยังหนแห่งใดคงพอจะเดาได้ไม่อยากนัก คนไหนทำบาปมากก็หนักหน่อยแล้วแต่ละเลเวลที่ทำเอาไว้ว่าจะไปอยู่ส่วนไหน ดื่มเหล้าโกหกก็ไปจิบน้ำกระทะทองแดงให้ร้อนคอกระหายน้ำเล่น ลักทรัพย์ก็ถูกตัดมือตัดเท้าเอามาต่อใหม่แล้วตัดทิ้งวนเวียนซ้ำซาก ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตวิญญาณก็ถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำอีกทนทุกข์ทรมาณ เท่านั้นยังไม่พอหากแต่ต้องใช้กรรมในนรกภูมิอย่างสาสมแล้ว หากบาปกรรมไม่หมดสิ้นกลับไปเกิดใหม่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เจ้ากรรมนายเวรก็ยังคงตามมาสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตอีกไม่น้อย ยาวนานจนกว่าจะหลุดผ้น เอาเป็นว่าผมยังไม่ขยายความว่าทำดีแล้วจะไปแห่งหนตำบลใดจะดีกว่าเอาไว้โอกาสต่อไป
อย่างไรละที่ว่า “ความดีจะบังเกิด” แน่นอนครับเมื่อรู้เห็นกันอยู่ว่ามีสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าผีมีตัวตนวนๆ เวียนๆ ลอยไปลอยมาใกล้ท่าน ในเมื่อผีมีจริงบาปบุญก็ต้องมีจริงแน่นอน คนทั้งหลายก็จะต้องสำรวมระมัดระวังกายใจอยู่เสมอ ไม่ยอมให้ตนตกอยู่หลงอยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่นำตัวไปเป็นทาสแห่งกิเลศ ลดการกระทำความผิดบาปลง โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองกากๆ พ่อค้าที่เอาเปรียบ ข้าราชการน้ำเน่า (วนมาอีกจนได้ ^_^ ) เพราะพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานแห่งการทำความดีแบบที่ไม่่เคยเจอะเคยเจอกันมาก่อนเลยทีเดียว เหล่านักการเมือง ข้าราชการเมื่อรู้ว่าโครงการสร้างถนน สะพาน ทางระบายน้ำ มากมายล้านแปด ถ้าเป็นสมัยก่อนงบร้อย ได้ค่าสร้างจริง เจ็ดสิบ แต่เชื่อเหอะรับรองงบร้อยสร้างร้อยไม่ขาดซักบาท ส่วนพ่อค้าหน้าเลือดเอาเปรียบ ยิ่งในช่วง “ข้าวมากแต่อยากจะแพง” อยากจะโขกราคากันแบบไม่หยุดยั้งหวังเอารวยจากการขายในไตรมาสเดียว พวกนี้เค้าจะจัดราคาที่แสนจะเป็นธรรม เพราะความกลัว แต่กลัวในที่นี้คือกลัวตายกลายเป็นผีจะตกนรก ยิ่งรู้ว่าทำบาปมาก โกงมาก โกหกมากเท่าไหร่เมื่อจากโลกนี้ไปอะไรก็เอาไปไม่ได้ความละได้ปล่อยว่างจะมากขึ้น อยากทำดีเพื่อความหลุดพ้นมากขึ้น เขาเหล่านี้จะเริ่มกลายเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเรา โกหกน้อยลง โกงกินน้อยลง เอาเปรียบน้อยลง แต่ทำความดีมากขึ้น
ส่วนชาวบ้านร้านตลาดอย่างเราๆ ท่านๆนั้น ก็คงจะเร่งทำความดีเพียนอดทนไม่ทำตนให้เป็นบาปต่อไปในภายภาคหน้า ชีวิตสังคมคงเป็นสุขขึ้นอีกมาก ความยึดมั่นถือมั่น ในความเป็นตัวกูของกู ก็คงลดน้อยลง เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าในภายภาคหน้าเมื่อร่างกายจบลง วิญญาณก็ไม่สามารถนำอะไรไปด้วยได้ ที่นำไปได้ก็เหลือแต่เพียงความดี ที่ได้ทำทิ้งไว้ โลกใบนี้ก็จะเกิดแต่ความสุข ไร้ซึ่งศีกสงคราม รบราฆ่าฟัน การแย่งชิงอำนาจ ล้างเผ่าพันธุ์ ก็จะทุเลาเบาบางลง เราจะให้หน้าทำบุญกันมากขึ้นศึกษาธรรมอันเป็นแก่นแท้มากขึ้น เพื่อที่จะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดแบบที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะการเวียนว่ายตายเกิดนั้นก็ถือว่าเป็นความทนทุกข์ทรมาน ของจิตวิญญาณของเราเช่นกัน

ปล. ผู้เขียนไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องภพภูมิ หรือการเวียนว่ายมากนักสิ่งที่เขียนนั้นออกมาจากความคิดที่เป็น ตัวตนของผู้เขียนเอง และความรู้อันน้อยนิดในเรื่องธรรม จึงอยากใคร่ขอให้ผู้อ่าน ศึกษาเพิ่มเติมในหลายแง่หลายมุม และหลายมิติ ครับ

กนกศักดิ์ ใจกล้า



Create Date : 28 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2554 21:29:27 น.
Counter : 976 Pageviews.

3 comments
  
โดย: คนชอบเที่ยว (todsvuth1 ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:18:23 น.
  
แวะมาเยี่ยม...สวัสดีครับ
โดย: **mp5** วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:16:15:40 น.
  
สวัสดีครับ รบกวนด้วยนะครับ
โดย: กนกศักดิ์ (eronthai ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:1:17:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tkd.BlogGang.com

eronthai
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด