***** อยู่กับพระอริยะ...แต่ไม่รู้จักพระอริยะ *****
อยู่กับพระอริยะ...แต่ไม่รู้จักพระอริยะ

พระอรรถกถาจารย์ได้อธิบายว่า

การเห็นพระอริยะมี ๒ อย่าง คือ เห็นด้วยตา (จักขุวิญญาณ) และเห็นด้วยญาณ การเห็นด้วยตานั้น ไม่ชื่อว่าเป็นการเห็นพระอริยะ เพราะจักขุวิญญาณมีความสามารถเพียงเห็นแค่รูปารมณ์เท่านั้น ไม่สามารถเอาความเป็นพระอริยะมาเป็นอารมณ์ได้ อนึ่ง แม้สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก เป็นต้น ย่อมเห็นพระอริยะทั้งหลายด้วยตา แต่ว่าสุนัขเหล่านั้น จะได้ชื่อว่า เห็นพระอริยะหามิได้ ในข้อนี้ มีเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์

ดังได้สดับมา อุปัฏฐากของพระเถระผู้ขีณาสพ ผู้อยู่ในจิตรลดาบรรพต บวชเมื่อแก่ อยู่มาวันหนึ่ง เที่ยวไปบิณฑบาตกับพระเถระ รับเอาบาตร จีวร ของพระเถระ เดินตามหลังพระเถระ ถามพระเถระว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ บุคคลเช่นไรชื่อว่าอริยะ"

พระเถระตอบว่า"บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนแก่รับบาตร และจีวรของพระเถระ ทำวัตรปฏิบัติ แม้เที่ยวไปกับพระอริยะ ก็ย่อมไม่รู้จักพระอริยะ พระอริยะทั้งหลาย รู้ได้ยากอย่างนี้ ดังนี้"

เมื่อพระเถระ แม้พูดอย่างนี้ อุปัฏฐากนั้น ก็ยังหารู้ไม่ (คือไม่รู้ว่าถูกพระเถระตำหนิว่า เห็นพระอริยะ ได้ไกล้ชิดกับพระอริยะอยู่ทุกวัน ก็ยังไม่รู้จักพระอริยะ)

ฉะนั้น การเห็นด้วยตา ไม่ชื่อว่าเห็นพระอริยะ

การเห็นด้วยญาณเท่านั้น ชื่อว่าเป็นการเห็นพระอริยะ หมายความว่า การได้เข้าไปบรรลุธรรมแล้ว จึงจะได้ชื่อว่าเห็นพระอริยะ สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "ดูก่อน วักกลิ ประโยชน์อะไร ด้วยกายอันเน่าเปื่อยนี้ อันเธอเห็นแล้ว...... ดูก่อน วักกลิ ผู้ใดแลเห็นพระธรรม ผู้นั้นได้ชื่อว่าเห็นเรา ตถาคต" ดังนี้

(พระวักกลิ เที่ยวติดตามดูพระรูปโฉมของพระพุทธเจ้า ซึ่งงดงามด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ จนไม่สนใจปฏิบัติธรรม เพื่อให้บรรลุธรรม ที่พระพุทธเจ้าบรรลุแล้ว)

เพราะฉะนั้น บุคคลแม้เห็นอยู่(ซึ่งพระอริยะ)ด้วยตา แต่ไม่เห็นสังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายเห็นแล้ว ด้วยวิปัสสนาญาณ และไม่บรรลุธรรมที่พระอริยเจ้าบรรลุแล้ว (มรรค ผล นิพพาน) พึงทราบว่า ไม่เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย เพราะธรรมที่ทำให้เป็นพระอริยะ และความเป็นพระอริยะ บุคคลผู้นั้นยังมิได้เห็น ดังนี้

ฉะนั้น บุคคลผู้หวังความเจริญงอกงาม ในพระพุทธศาสนา เป็นผู้อันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในภายหน้า พึงสั่งสมบารมี อบรมจิตสันดานให้ขาวสะอาด ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นอริยะ ก็จะเป็นดังเช่น พระโสดาบันผู้นี้แล






Create Date : 29 ธันวาคม 2550
Last Update : 29 ธันวาคม 2550 14:32:50 น.
Counter : 373 Pageviews.

1 comments
ลุงยศ ผู้ปลูกต้นไม้ด้วยอัฐิคนตาย ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิดหรอก กระดูกคนตาย! นั่นแหละค่ะ newyorknurse
(4 ก.ย. 2564 07:03:48 น.)
不怕吃亏 Bùpà chīkuī ไม่กลัวเสียหาย Kavanich96
(20 ส.ค. 2564 03:02:27 น.)
นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดง : บางซื่อ-รังสิต ผู้ชายในสายลมหนาว
(18 ส.ค. 2564 14:06:57 น.)
รอคิดหัวข้อ toor36
(16 ส.ค. 2564 01:41:35 น.)
  


สาธุค่ะ ...

มีแต่ความสุขมากๆ นะคะ

โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 31 ธันวาคม 2550 เวลา:11:10:47 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Brightside.BlogGang.com

mars11
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด