<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
20 ตุลาคม 2550

ผลทดลองลมไนโตรเจน ที่อาจจะขัดใจใครหลายๆคน !!!???

ยกมาจากที่นี่
//www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V5900364/V5900364.html

ที่ผ่านมาคนชอบบอกว่าลมไนโตรเจนดีตรงที่ ขับไปร้อนๆแล้วแรงดันไม่เปลี่ยน
ซึ่งจากที่ผมใช้มา เท่าที่ลองวัดและสังเกตุดูผมว่ามันก็เปลี่ยนพอๆกับลมธรรมดา
แต่มันเป็นการวัดคนละเวลากัน เอามาอ้างก็คงลำบาก
เลยเป็นที่มาของการทดลองในครั้งนี้

วิธีการทดลอง เริ่มดังนี้
1 ไปที่ร้านยาง เติมลมไนโตรเจนเพิ่มจากของเดิมอีก 3PSI เพื่อเตรียมเอาไว้ก่อนที่จะปรับลมใหม่

2 ขับรถกลับบ้าน จัดการถอดเอาล้อหน้าขวา ใส่รถอีกคันไปที่ปั้มเพื่อถ่ายลม

3 โดยวางแผนเอาไว้ว่าจะปล่อยลมออกเหลือ 15PSI แล้วเติมกลับเข้าไปใหม่เป็น 30PSI
แล้วปล่อยลมออกเหลือ 15PSI แล้วเติมเข้าไปใหม่เป็น 34PSI
แต่เกิดการผิดพลาดในตอนที่เติมลมเข้าไป จึงกลายเป็นดังนี้
ปล่อยลมออกจนเหลือ 15PSI เติมเข้าไปใหม่ 50PSI
แล้วถ่ายออกเหลือ 30PSI เติมเข้าไปเป็น 40PSI แล้วปล่อยเหลือ 34PSI

4 เวลา 17.00 ของวันที่ 8
จัดการใส่ล้อขวาเสร็จ ปล่อยแม่แรงลง ปรับลมล้อซ้ายขวาเป็น 34PSI ทั้งคู่
ต่อจากนี้ไป ล้อหน้าซ้ายจะเป็นลมไนโตรเจน ล้อหน้าขวาจะเป็นลมธรรมดา

5 เวลา 19.00 ของวันที่ 8
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมไนโตรเจน = เกือบ33PSI , ลมธรรมดา = เกือบ33PSI

6 เวลา 23.20 ของวันที่ 8
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมไนโตรเจน = 32PSI , ลมธรรมดา = 32PSI
แล้วทำการปล่อยลมเพื่อให้ได้ 30PSI ทั้งคู่

7 เวลา 13.15 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมไนโตรเจน = 30.5PSI , ลมธรรมดา = 30.5PSI

8 หลังจากขับรถมาจอดกินข้าวที่ปั้มน้ำมัน
เวลา 13.50 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมไนโตรเจน = 32PSI , ลมธรรมดา = 32PSI

9 ขับรถบนถนนวงแหวนตะวันตกด้วยความเร็วเดินทางอยู่ในช่วง 100-120km/h
เป็นระยะทาง 26.2km แล้วจอดพักที่ปั้มน้ำมันเพื่อวัดลมยาง
เวลา 14.13 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมไนโตรเจน = 33PSI , ลมธรรมดา = เกือบ33PSI

10 ขับรถกลับบ้านนำมาสลับยางซ้าย-ขวา
ต่อจากนี้ไป ล้อหน้าซ้ายจะเป็นลมธรรมดา ล้อหน้าขวาจะเป็นลมไนโตรเจน
สลับเสร็จเมื่อ เวลา 14.45 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมธรรมดา = 32PSI , ลมไนโตรเจน = 32PSI

11 ขับรถบนถนนวงแหวนตะวันตกด้วยความเร็วเดินทางอยู่ในช่วง 100-120km/h
เป็นระยะทาง 29.3km แล้วจอดพักที่ปั้มน้ำมันเพื่อวัดลมยาง
เวลา 15.15 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมธรรมดา = 32.5PSI , ลมไนโตรเจน = 33PSI

12 ขับรถจากปั้มน้ำมันเข้าซอยเพื่อกลับเข้าบ้าน เป็นระยะทาง 3.4km
เวลา 15.15 ของวันที่ 9
วัดแรงดันลมยางได้ดังนี้
ลมธรรมดา = 32PSI , ลมไนโตรเจน = 32.5PSI


สรุปผล
จากการทดลองพบว่า ลมไนโตรเจน มีอัตราการเพิ่มของแรงดันสูงกว่าลมธรรมดา

มีข้อสังเกตุเพิ่มเติมดังนี้
1 รถรุ่นนี้ได้แยกเอาแผงแอร์เอาไว้ทางด้านซ้าย แผงหม้อน้ำเอาไว้ทางด้านขวาของตัวรถ
อาจจะทำให้ล้อหน้าขวาได้รับความร้อนจากแผงระบายความร้อนต่างๆมากกว่าล้อหน้าซ้าย

2 ช่วงที่สลับเอาลมไนโตรเจนไว้ที่ล้อหน้าขวา
พบว่าล้อหน้าขวามีอาการกระแทกและดีดดิ้นรุ่นแรงกว่าตอนก่อนหน้านั้น

3 ลมธรรมดาที่ใช้เติม มีสภาพแห้ง
ต่างจากลมธรรมดาจากหลายๆที่ ที่มีสภาพที่ชื้น


Create Date : 20 ตุลาคม 2550
Last Update : 20 ตุลาคม 2550 1:15:48 น. 3 comments
Counter : 5873 Pageviews.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: คลังพลอย วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:10:45:43 น.  

 
ไม่ลองล้อหลังล่ะครับ ในเมื่อมันมีปัจจัยเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์มากกว่า

ถึงด้านหลังจะมีท่อไอเสีย แต่มันไม่ได้แผ่มากเท่าเครื่องยนต์


โดย: อากง (อากง ) วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:9:03:47 น.  

 
ไม่ลองล้อหลังล่ะครับ ในเมื่อล้อหน้ามันมีปัจจัยเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์มากกว่า

ถึงด้านหลังจะมีท่อไอเสีย แต่มันไม่ได้แผ่มากเท่าเครื่องยนต์


โดย: อากง วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:9:04:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ton99
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




[Add ton99's blog to your web]