แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน ร.พ.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 ธันวาคม 2549
 
 
อัมพาต-อัมพฤกษ์ ชื่อเพราะดี แต่หน้าตาน่ากลัว [26 พ.ย. 49 - 14:52]


จากข่าวประจำวัน น.ส.พ.ไทยรัฐ คอลัมภ์ ชีวจิต
[26 พ.ย. 49 - 14:52]

อัมพาต-อัมพฤกษ์ ชื่อเพราะดี แต่หน้าตาน่ากลัว



เจ้าหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาเป็นพระเอกหนังได้ อยากจะให้ดูดียิ่งกว่าเป็นพระเอกหนัง เลยเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกคลินิกฟิตเนส เขาเล่นกล้ามยกน้ำหนักทุกวัน เป้าหมายดูเหมือนจะอยากให้รูปร่างหน้าตาเหมือนอาโนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ พระเอกหนังที่เป็นมนุษย์เหล็ก และตอนนี้ไปยุ่งกับการเมืองกลายเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียไปแล้วคนนั้นแหละ เจ้าหนุ่มคนนี้อยากจะเป็นทั้งดาราและนักการเมืองกะเขาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยังไม่มีโอกาสสัมภาษณ์

วันหนึ่งเจ้าหนุ่มกำลังยกน้ำหนักอยู่ในห้องยิมดีๆก็ล้มฟุบลงไป ตอนที่รถพยาบาลมารับ ปรากฏว่าเหมือนเขากำลังจะหยุดหายใจ มีอาการเหมือนคนไข้ที่หัวใจล้มเหลว (CARDIAC ARREST) พอเจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจ หัวใจเขา ก็เต้นแรงและเต้นเร็วขึ้น แต่ปรากฏว่าความดัน โลหิตลดลงเกือบจะถึงศูนย์ และเขาก็หมดสติไป

อาการหมดสติอย่างนี้ ทางการแพทย์ อธิบายว่าช่องโพรงในหัวใจ (VENTRICLE) ขาดเลือดและเกิดอาการฉุกเฉินร้ายแรงเรียกว่า VENTRICULAR FIBRILLATION สามารถจะตายได้ภายใน 4 นาที

โชคดีที่หน่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลช่วยเขาไว้ได้ แต่เขาก็ต้องนอนแบบคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรือโคม่าอยู่ถึง 3 อาทิตย์ เมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วก็ยังต้องนอนอยู่บนเตียงต่ออีกถึง 2 เดือน ถึงได้ลุกขึ้นเดินกะโผลกกะเผลกไปได้อย่างช้าๆและอย่างคนพิการ

ถูกแล้วครับ เขากลายเป็นคนพิการ เพราะสมองด้านซ้ายตายไปทั้งแถบ ซีกขวาของร่างกายทั้งซีกทำงานไม่ได้เลย แขนขาข้างขวาลีบพิการ เพราะเขากลายเป็นอัมพาต เพราะสมองขาดเลือด (สมองซีกซ้ายควบคุมร่างกายข้างขวา) หมดเงินไปหลายล้านทีเดียวแหละครับ แพงเหลือเกินสำหรับการอยากจะเป็นนักกล้ามอย่างดาราหนังอาโนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ เคราะห์ดีที่ทางครอบครัวของเขาพอมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

อย่าไปคิดนะครับว่าผมกำลังจะหาเรื่องตำหนิเรื่องการเล่นกล้าม

ไม่ใช่เลย การออกกำลังกายทุกอย่างเป็นของดี ซึ่งอยากจะชักชวนให้ทุกคนมาสนใจการออก กำลังกายให้มากๆ และยิ่งเป็นรุ่นหนุ่มรุ่นสาวสมัยใหม่ ในปัจจุบันนี้ ยิ่งจำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากและต้องออกทุกวันด้วย

แต่การออกกำลังกาย นั้น ควรจะดูสภาพของร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วย ว่าออกแค่ไหนจึงจะพอดีและดูดี อย่าทำชนิดที่ว่าพอเริ่มทำก็ทำอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำจนเว่อ เพราะนึกว่าการทำสุดๆนั้นจะได้ผลดีอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อจะออกกำลังกายหรือว่าที่จริงเมื่อจะทำอะไรให้กับตัวเองนั้น คุณต้องสนุกและรื่นรมย์กับการทำนั้นๆด้วย ถ้าไม่สนุกอย่าไปฝืนใจทำ

ขอย้อนกลับมาที่เจ้าหนุ่มคนนั้นใหม่ เพราะกำลังอยากจะอธิบายว่า เขาทำอะไรผิดๆหรือ จึงได้ กลายเป็นคนพิการอย่างนั้น

ข้อที่หนึ่ง เขากินอาหารผิดๆ ไม่ทราบว่าไป เรียนมาจากไหนก็ไม่ทราบว่า คนที่เพาะกายยกน้ำหนักเพื่อเล่นกล้ามนั้น จะต้องใช้อาหารประเภทโปรตีนสูงเป็นหลัก ฉะนั้น อาหารประจำที่เป็นหลักใหญ่ของเจ้าหนุ่มคนนี้ก็คือ เนื้อ-นม-ไข่

เขากินเนื้อทั้งเนื้อวัว-หมู-ไก่อย่างหนักทุกวัน เนื้อสัตว์ทั้งหมดรวมปริมาณกันแล้วไม่ต่ำกว่า 1 กก.ต่อวัน

นมวันละหนึ่งกล่องใหญ่ ไข่วันละ 5 ฟองเป็นอย่างต่ำ บางวันนอนตื่นสาย ตื่นขึ้นมาเปิดตู้เย็น ไม่มีเนื้อ เลยล่อไข่เข้าไปถึง 10 ฟอง

อาหารอย่างนี้สร้างกล้ามเนื้อได้มากก็จริง แต่ก็สร้างไขมันมากมายพร้อมกันไปด้วย ฉะนั้น แทนที่รูปร่างจะดูดี มีกล้ามเป็นมัด ก็กลับมีไขมันบริเวณพุงและหน้าอก แถมหน้ายังอวบอูม ดูเหมือนหมูด้วย เลยดูตลกๆชอบกล

เรื่องอาหารจะกินอย่างไรให้ดูสวยและส่วน สัดดี จะพูดกันโดยละเอียดวันหลัง มีเรื่องสำคัญจะต้องพูดถึงเจ้าหนุ่มคนนี้อีกข้อหนึ่ง คือ

ข้อสอง เจ้าหนุ่มคนนี้ติดยาเสพติดด้วย เขาชอบใช้ยากระตุ้นเป็นประจำ ยาพวกนี้นอกจากจะมีพวกยาประเภทแอมเฟตามีนแล้ว ยังมีพวกคาเฟอีนผสมอยู่ ทั้งยังมียาเสพติดประเภทใหม่ที่เรียกว่า อีเฟรดดีน รวมอยู่ด้วย

อีเฟรดดีนตัวนี้พวกสังคมชั้นสูงเขาชอบใช้เป็นยากระตุ้น เชื่อกันว่าช่วยลดความอ้วนได้ แถมยังทำให้มีเรี่ยวมีแรงเป็นพิเศษด้วย

ที่สำคัญก็คือ อีเฟรดดีนตัวนี้ยังใช้ผสมในยาแก้ไอ แก้ไซนัสอักเสบ แก้คัดจมูก และโรคบางอย่างเกี่ยวกับการหายใจและหลอดลมด้วย ยาจึงค่อนข้างจะหาง่ายสำหรับกลุ่มที่ติดยาประเภทนี้

ยาที่ใช้กระตุ้นเหล่านี้ พวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นสังคมชั้นสูงชอบใช้เวลาที่มีปาร์ตี้หรือที่เรียกกันว่าเวลาจะ “มั่ว” กันนั่นแหละ

ฉะนั้นที่เจ้าหนุ่มคนนี้เกิดมีอาการพิการหรือเป็นอัมพาตขึ้นมา คงจะไม่เกี่ยวกับการเล่นกล้าม แต่คงจะเกี่ยวกับเรื่องอาหารและเรื่องของยาบ้าผสมอีเฟรดดีนตัวนี้มากกว่า และยิ่งเวลา “มั่ว” ระหว่างปาร์ตี้นั้นก็ต้องมีเหล้ายาปลาปิ้งผสมอยู่ โอกาสที่จะกลายเป็นคนป่วยประเภทสามารถตายได้ภายใน 4 นาทีจึงมีสูงอย่างเหลือเกิน

ที่เกี่ยวกับเรื่องอัมพาตโดยตรงก็คือ อีเฟรดดีน ทำให้หัวใจเต้นเร็วและทำให้ความดันโลหิตสูง การเกิดอาการฉุกเฉินแบบหัวใจวายหรือเป็นอัมพาตจึงเป็นไปได้ง่าย

ที่เอาเรื่องของเจ้าหนุ่มคนนี้มาเริ่มเรื่องอัมพาตนี้ก็เพราะมีคนมาถามผมบ่อยว่า คนที่เป็นอัมพาตนั้นส่วนมากเป็นคนแก่และเป็นคนที่มีอาการความดันโลหิตสูงอย่างเดียวใช่ไหม

จากตัวอย่างนี้คงพอจะเห็นแล้วใช่ไหมครับ อัมพาตไม่ได้เกิดเฉพาะผู้สูงอายุอย่างเดียว แต่เกิดได้กับคนทุกวัย และแม้แต่คนอายุยี่สิบกว่าๆก็เป็น ได้ ดังตัวอย่างของจริงของเจ้าหนุ่มที่เล่ามานี้

ตอนนี้ก็ขอคุยถึงเรื่องวิชาการสักนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องอัมพาตนี้

อัมพาตหรือภาษาแพทย์แบบชาวบ้านเรียกว่า

“STROKE”

ซึ่งเกี่ยวกับอาการผิดปกติของสมองแน่นอน อาการผิดปกตินั้นก็คือ มีเลือดไปที่สมองไม่พอ เมื่อสมองขาดเลือด ก็จะเกิดอาการพิการหรือถ้าการพิการนั้นร้ายแรงมาก ก็ทำให้ตายได้ทันที

การที่สมองจะพิการเพราะการขาดเลือดนั้น ในด้านวิชาการแพทย์ระบุไว้ว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุ 2 อย่างคือ

1. เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอุดตัน (ISCHEMIC STROKE)

2. เส้นเลือดในสมองแตก (HEMORRHAGIC STROKE)

ว่ากันว่าอัมพาตนั้นเกิดจากเส้นเลือดอุดตันมากกว่าเส้นเลือดแตก ตามสถิติเส้นเลือดอุดตันนั้นทำให้เกิดเป็นอัมพาต มีสถิติสูงถึง 85% ของอัมพาตทั้งหมด.

.......................................................................
......................................................................

จากข่าวประจำวัน น.ส.พ.ไทยรัฐ คอลัมภ์ ชีวจิต[3 ธ.ค. 49 - 14:11]

อัมพาต-อัมพฤกษ์ (ตอนที่ 2)ชื่อเพราะดี แต่หน้าตาน่ากลัว

เมื่อครั้งที่แล้วได้พูดถึงสาเหตุของอัมพาต หรือสมองขาดเลือด แบ่งออกเป็นสองลักษณะ คือ

1. เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอุดตัน (ISCHEMIC STROKE) และ

2. เส้นเลือดในสมองแตก (HEMORRHAGIC STROKE)

และได้ทิ้งท้ายไว้ว่าอัมพาตซึ่งเกิดจากเส้น เลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน มีมากถึง 85% ของอัมพาตทั้งหมด
เลยอยากจะขอคุยถึงสาเหตุหรือปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดอัมพาตหรือ STROKE ทั้งสองแบบเสียสักนิด

สาเหตุใหญ่ ก็คือไขมันในเส้นเลือดหรือคอเลสเทอรอลสูงเกินปกติ เวลาที่เราตรวจเลือดดูคอเลสเทอรอล อัตราความสูงตามธรรมดาไม่ควรจะเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (200mg/ml)

สาเหตุขั้นต่อไปก็คือ ผนังเส้นเลือดแข็ง เรียกเป็นภาษาแพทย์ว่า ATHEROSCLEROSIS การที่ผนังเส้นเลือดแข็งนี้เกี่ยวข้องกับการที่มีคอเลสเทอรอลสูงอยู่ด้วย เพราะคอเลสเทอรอลเมื่ออยู่ในเส้นเลือด ก็มักจะพานเกาะแน่นกับผนังเส้นเลือด ทำให้ท่อในเส้นเลือดเล็กหรือแคบลง หรือบางครั้งโชคไม่เหมาะเคราะห์ร้ายก็ทำให้คอเลสเทอรอลเกาะเป็นก้อนอยู่ในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดเกิดอุดตันได้

คอเลสเทอรอลซึ่งทำให้เกิดเส้นเลือดเปราะหรืออุดตันนี้ ยังเป็นสาเหตุของการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติด้วย เช่น จังหวะการเต้น มีเต้นช้าสลับกับเร็ว หรือเต้นๆหยุดๆ

เรื่องของหัวใจยังจะลามไปถึงลิ้นหัวใจและยังทำให้เกิดอาการโรคหัวใจ (HEART ATTACK) ได้ด้วย

อาการอย่างอื่นซึ่งทำให้เกิดเป็นอัมพาตได้ ควรจะถือว่าเป็นอาการควบ อย่างเช่น คนที่เป็นเบาหวาน มักจะมีอาการของเส้นเลือดแข็ง หรือ ARTHEROSCLEROSIS ดังกล่าวแล้ว และจะทำให้ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นประจำ

อาการของความดันโลหิตซึ่งอาจจะเป็นเพราะเบาหวานหรือไม่ใช่เบาหวานก็ตาม จึงเป็นอาการควบที่จะทำให้ เกิดเป็นอัมพาตได้



นอกไปจากนั้น ก็เป็นอาการอันเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว เช่น สูบบุหรี่เป็นประจำ ดื่มเหล้าเป็นประจำ ซึ่งพอจะกล่าวได้ว่าการสูบบุหรี่ และการดื่มเหล้ามากก็ช่วยให้เกิดความโน้มเอียงที่จะทำให้เกิดเป็นอัมพาตได้ง่ายขึ้น

มีข้อย่อยๆที่น่าสนใจเกี่ยวแก่การที่เส้นเลือดอุดตันและเป็นสัญญาณที่เตือนให้รู้ว่า การเป็นอัมพาตอาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้วอย่างเบาๆก็เป็นได้

อาการเตือนเช่นนี้ขอเรียกว่า
ลักษณะของ TIA ก็อย่างเช่น บางครั้งจะรู้สึกเหมือนมีเงาหรือผ้าบางๆขวางตาข้างใดข้างหนึ่งอยู่ชั่วครู่ ต่อจากนั้นสักพักก็จะมองเห็นเป็นปกติ อาการตามืดตามัวอย่างนี้จะเกิดขึ้นสัก 2-3 นาทีหรือนานกว่า แต่ไม่ควรจะเกิน 90 นาที ถ้าหากเป็นแบบนี้ถึงหนึ่งวันหรือมากกว่า ให้ถือว่าอาการอัมพาตแท้จริงได้เกิดขึ้นแล้ว

ถ้าหากใครมีอาการ TIA เช่นว่านี้ ขอให้ ไปหาแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด และก็แน่นอนควรจะสังเกตอาการอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น
ความดันโลหิตสูง หรือมีอาการปวดหัวซีกเดียวหรือที่เดียวติดต่อกันหลังจากเกิด TIA แล้ว

การที่จะต้องหาแพทย์ด่วนเพราะคงจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยป้องกันการเป็นอัมพาตหรือ STROKE ได้

จากสถิติของศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่งของอเมริกาว่าไว้ว่า ผู้ที่มีอาการของ TIA
ถ้าหากไม่จัดการแก้ไขหรือป้องกัน มักจะเกิดอาการอัมพาตขึ้นภายในหนึ่งเดือน (จากศาสตราจารย์ นายแพทย์นอร์แมน แคปแลนด์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ สุขภาพ มหาวิทยาลัยเซาท์เวสเทิร์น ดัลลัส เท็กซัส)

ศาสตราจารย์แคปแลนด์ยังได้แนะนำถึงการตรวจด้วยเครื่องมือ
MRA=MAGNETIC RESONANCE ANGIOGRAPHY และ CTA=COMPUTED TOMOGRAPHY ANGIOGRAPHY

มีข้อที่น่าสนใจซึ่งชาวบ้านอย่างเราๆน่าจะศึกษาดูให้ลึกซึ้งสักนิด แล้วเราก็จะเข้าใจเรื่องตัวเราและโรคภัยไข้เจ็บของเราได้ดีขึ้น

อย่างเรื่องอัมพาตที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ ควรจะรู้ว่าเส้นเลือดอุดตันกับเส้นเลือดแตกนั้นต่างกันอย่างไร

เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน (ISCHEMIC STROKE) นั้นมีเส้นเลือดสำคัญที่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราจะสังเกตได้ เวลามันเต้นตุบๆอยู่ที่ข้างคอสองข้าง เส้นเลือดนี้เรียกว่า CAROTID

ที่จะเกิดการอุดตันขึ้น เพราะมีสารหลายอย่างสะสมในเส้นเลือด อาจจะเป็นพวกไขมัน แคลเซียม ซึ่งถ้าหากจะเกาะรวมกันเป็นหย่อมๆ เราเรียกว่า พล้าค (PLAQUES) ในบางกรณี พล้าค จะหนาขึ้นและโตขึ้นจนอุดตันบางส่วนของเส้นเลือด หรือบางทีบางส่วนของพล้าคนี้ก็จะหลุดออกจากที่เดิมไหลไปตามเส้นโลหิต แล้วไปเกาะรวมตัวกันในที่ใหม่ ก็ทำให้เส้นเลือดอุดตันได้เช่นกัน และถ้าตอนที่อุดตันเป็นส่วนของเลือดที่จะต้องไปเลี้ยงสมอง สมองก็ขาดเลือด เซลล์ส่วนที่ขาดเลือดก็ตาย ก็เลยเป็นอัมพาต

ต้องเปรียบเทียบกับท่อประปาสมัยก่อน เรามักจะใช้ท่อเหล็กทำท่อประปา แล้วเคยเห็นไหมครับ ท่อเหล็กบางท่อที่เขาเอาออกมาเปลี่ยน จะมีสนิมเกาะอยู่ข้างในหนาเปรอะ นั่นแหละท่อเหล็กที่สนิมเกาะเขรอะเป็นอย่างไร เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองก็เป็นอย่างนั้นแหละ

ส่วนเส้นเลือดในสมองแตก (HEMORRHAGIC STROKE) นั้น หมายความว่าเมื่อเกิดความดันโลหิตสูงขึ้น ความดันโลหิตก็จะทำให้เส้นเลือดบางส่วนโป่งพองออกมา (ANEURYSMS) การโป่งพองนี้ไม่ได้เป็นตลอดทั้งเส้นเลือด แต่เป็นบางส่วนบางตอน ตอนที่โป่งนั้นจึงมีความเปราะบางสูงและก็เลยแตกง่าย

เมื่อเส้นโลหิตแตกในสมอง เลือดก็ไหลออกไปกดเซลล์สมอง ทำให้สมองส่วนนั้นตาย ก็เลยเป็นอัมพาต

คราวหน้าจะพูดถึงการป้องกันและการแก้ครับ

......................................................................................................................................................

อัมพาต - อัมพฤกษ์ (3) ชื่อเพราะดี แต่หน้าตาน่ากลัว คอลัมภ์ชีวจิต น.ส.พ.ไทยรัฐ [อาทิตย์ที่ 10 ธ.ค. 49 - 15:18]

คราวนี้มาถึงเรื่อง วิธีป้องกัน และ วิธีแก้

ขอเรียนให้ทราบเสียก่อนว่าวิธีแก้นั้นยากกว่าวิธีป้องกันหลายเท่า

ได้พูดถึงต้นเหตุตัวร้ายคอเลสเทอรอลคือไขมันในเลือดไว้แล้ว คราวนี้จะพูดเรื่องวิธีป้องกัน

อย่าลืมว่าเรากำลังพูดกันถึงคอเลสเทอรอล เพราะฉะนั้น ถ้าจะเลือกกินเนื้อสัตว์ที่มีคอเลสเทอรอล น้อยที่สุดก็ควรจะกินปลา และปลาทะเลจะมีภาษีดีมากกว่าปลาน้ำจืด เพราะมีแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกายมนุษย์มากกว่า

เมื่อเป็นดังนี้ ควรจะเปลี่ยนอาหารเพื่อป้องกันอัมพาตจึงควรจะเป็นว่าให้กินปลา จะดีกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น

และควรจะใส่ใจให้มากก็คือ ต้องกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น ผลไม้ควรจะเป็นผลไม้ที่ไม่หวาน เช่น มะละกอ สับปะรด ผลไม้สีเขียวๆ เช่น ฝรั่ง พุทรา หรือผลไม้ชนิดใหม่ เช่น แก้วมังกร ก็น่าจะดี ผลไม้หวานๆ เช่น ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน ขอให้งดไว้ก่อน

โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วต่างๆ หรือผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ก็น่าจะกินให้มากขึ้นคู่ไปกับการกินปลา

อยากจะขอแนะนำสูตรอาหารชีวจิตง่ายๆ ที่เราเรียกว่าสูตร 2 สำหรับท่านที่คอเลสเทอรอลสูง

สูตร 2 จำง่ายๆ คือ ให้ลดข้าว เพิ่มผัก และเพิ่มโปรตีน

ข้าว (ข้าวซ้อมมือ-ข้าวแดง) รับประทานในปริมาณ 30% ของอาหารหนึ่งมื้อ ผัก 35% และโปรตีน 25% และแผนกเบ็ดเตล็ด 10% เท่ากันสูตรหนึ่ง

สูตรอาหารชีวจิต เป็นสูตรง่ายๆ และทำให้อร่อยได้เป็นอย่างดีด้วย คุณทำอาหารประเภทปกติธรรมดา ให้อร่อยได้อย่างไร คุณก็ปรุงอาหารชีวจิตให้อร่อยได้เท่านั้น จึงพูดได้เต็มปากว่าอยู่ที่ฝีมือการปรุงของคุณเอง

อีกส่วนหนึ่งซึ่งคู่กันกับการกินอาหารให้ถูกต้องก็คือเรื่องของการออกกำลังกาย เมื่อคุณเลือกเอาสูตรอาหารที่มีคอเลสเทอรอลน้อยได้แล้ว ก็ต้องหาทางกำจัดคอเลสเทอรอลที่เหลือในตัว และสะสมอยู่ในร่างกายมาเป็นเวลานานให้ออกไปด้วย

วิธีดีที่สุดและง่ายที่สุดก็คือ การออกกำลังกาย คุณจะต้องเอาจริงกับเรื่องของการออกกำลังกาย คุณจะเล่นกีฬา หรือชอบวิธีการออกกำลังกายแบบไหนก็ตามที คุณควรจะใช้การออกกำลังกายแบบนั้นให้เต็มที่ และควรจะทำทุกวัน จุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของการออกกำลังกายก็คือ ต้องให้ได้ PEAK

การที่จะให้ได้ PEAK คือต้องออกกำลังจริงจังอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และให้สังเกตว่าได้ PEAK หรือยัง การได้ PEAK คือ

1. เหงื่อออกโทรมตัว

2. หัวใจเต้นแรง และ

3. จับชีพจรดูจะได้ถึง 120 ครั้งขึ้นไปต่อ 1 นาที

อย่างนี้เรียกว่าได้ PEAK เมื่อได้ PEAK แล้วผลดีที่สุดก็คือร่างกายจะหลั่ง GROWTH HORMONE ออกมา และฮอร์โมนตัวนี้ก็คือยาวิเศษซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสบาย แข็งแรง และจิตใจเบิกบานเป็นพิเศษ

ถ้าหากว่าไม่รู้วิธีจะออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ ขอให้คุณลองใช้วิธี

รำตะบองแบบชีวจิตดู

คุณจะได้รูปแบบทั้งการบริหารร่างกายและ ออกกำลังกายที่ครบถ้วนพร้อมกันไปด้วย และรับรองว่าคุณจะได้ GROWTH HORMONE หลั่งออกมาด้วย

ส่วนเรื่องการรักษาหรือการแก้ไขที่ว่ายากนั้น ก็เพราะเมื่อเส้นโลหิตในสมองตีบ หรือเส้นโลหิตแตกแล้ว บางส่วนของสมองจะเกิดพิการ เพราะเซลล์ในสมองจะตายใช้ไม่ได้ สมองไม่สามารถจะทำงาน การทำงานและการประสานงานของสมองก็จะทำงานร่วมกันไม่ได้

เมื่อสมองพิการ ร่างกายก็จะพิการตามไปด้วย

ส่วนไหนของร่างกายก็ตาม เมื่อพิการไปแล้วย่อมเหลือวิสัยที่จะกลับฟื้นคืนดี

อย่างไรก็ตาม การที่เส้นโลหิตในสมองตีบตันหรือแตกนั้น เมื่อผ่านไประยะหนึ่งซึ่งเป็นระยะปลอดภัย ร่างกายก็จะพยายามซ่อมแซมตัวเอง ผู้ป่วยจะมีอาการค่อยยังชั่ว เคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น เรียกภาษาชาวบ้านว่า อยู่ในระยะฟื้นตัว

ในระยะฟื้นตัวอย่างนี้ ถ้าหากจะร่วมด้วยการทำกายภาพบำบัด สภาพของอาการป่วยอาจจะดีขึ้นอีกมากกว่าเดิม บางรายอาจจะดีขึ้นจนเคลื่อนไหว หรือเดินได้คล่องด้วยซ้ำ

ถ้าหากจะร่วมด้วยการทำกายภาพบำบัดได้ ก็น่าจะเพิ่มด้วยการบริหารร่างกายบางส่วนที่เคลื่อนไหวลำบาก ก็จะทำให้อาการเป็นอัมพาตเริ่มฟื้นตัวดีกว่าเดิมขึ้นเป็นลำดับ อยากจะแนะนำเรื่อง

การรำตะบองชีวจิตร่วมด้วย มีจัดที่สวนรถไฟ เขตจตุรจักร กทม. ดูเพิ่มเติมได้ที่เวบบ์ข้างล่าง

//www.ontotour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=342111&Ntype=4

ตอนต้นให้ทำเบาๆก่อน เมื่อร่างกายคุ้นเคยแล้วจึงเพิ่มท่ารำมากขึ้น

และในขั้นนี้ขอแนะนำเรื่องวิตามินคือ

วิตามิน B1 B2 B6 B12 อย่างละ 1 เม็ด เช้า-เย็น และ
ควรจะแถมด้วย เลคซิทิน 1 เม็ด หรือ 1 แคปซูลไปด้วยอีก 1 เม็ดต่อวัน

ตกลงเมื่อป่วยเป็นอัมพาตแล้ว ก็น่าจะปฏิบัติตามสูตรผสมผสานดังนี้

1. ใช้อาหารชีวจิตสูตร 2
2. ให้ทำกายภาพบำบัด (ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ)
3. ให้ใช้ท่ารำตะบองชีวจิตร่วมด้วย และ
4. ให้ใช้ วิตามินตามที่แนะนำข้างบน.



Create Date : 03 ธันวาคม 2549
Last Update : 10 ธันวาคม 2549 16:21:28 น. 0 comments
Counter : 1172 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 

samrotri
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน
ตำแหน่ง นายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ร.พ.พนมสารคาม และ ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทรฯ 0896112714
[Add samrotri's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com