....ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน......
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 

แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน

สาระความรู้



แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
คำนำ
บ้านสำหรับชนชั้นกลางทั่วไป ที่สร้างบนที่ดินขนาด 50-150 ตร.วา มักจะเป็นบ้านจัดสรรที่ไม่มีคุณภาพ ขาดองค์ประกอบของบ้านที่สำคัญ เช่น ครัว ห้องเก็บของ โรงรถ ที่สำคัญคือร้อนและอยู่ไม่สบาย บ้านควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี

คุณภาพชีวิต
1. การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน
การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การดูโทรทัศน์ การฟังเพลง การทำการบ้าน การนอน การทำครัว การทานอาหาร การสังสรร หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียงและกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง พื้นที่ ที่ควรแยกเป็นสัดส่วนได้แก่

ห้องนั่งเล่น
ห้องนอน
ห้องครัว
ห้องพักผ่อน
ห้องนั่งเล่น
ห้องน้ำ


2. แสงธรรมชาติ
การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่าสบาย และลดการปิด-เปิดไฟ ที่น่ารำคาญ และไม่ประหยัด
แสงธรรมชาติควรจะมาจากส่วนบนของห้องจะทำให้การกระจายแสงดี และแสงไม่จ้า ดังนั้น สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่างส่วนสีผนัง หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า จึงควรคล้ำลงบ้าง
3. การระบายอากาศ
ห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่

◦ห้องน้ำ
◦ห้องครัว
◦ห้องทานอาหาร
◦ห้องพักผ่อน
สำหรับห้องทานอาหาร หากใช้เครื่องปรับอากาศจะทำให้อาหารเย็นชืด และห้องจะมีกลิ่นเหม็น ส่วนห้องพักผ่อนหากใช้เครื่องปรับอากาศมักจะทำให้ห้องอับชื้น และมักจะเป็นห้องที่มีการเปิดประตูบ่อย บางคนอาจจะแพ้อากาศ ห้องที่เน้นการระบายอากาศ ควรจะสูง และใช้วัสดุที่ไม่สะสมความชื้น

หลักการระบายอากาศ ควรจะดำเนินการดังนี้


◦จัดสวนรอบบ้าน โดยใช้ต้นไม้ที่มีการเติบโตดี เพราะความเย็นจากต้นไม้ นอกจากจะเกิดจากร่มเงา และการระเหยของน้ำแล้ว ยังเกิดจากการดูดซับพลังงานแสงแดดเพื่อการสังเคราะห์แสงด้วย
◦ให้บริเวณโดยรอบบ้านมีการถ่ายเทอากาศปานกลาง เพื่อไม่ให้อับชื้น
◦หากมีบ่อน้ำ ต้องป้องกันไม่ให้น้ำที่ระเหยจากบ่อ เข้าบ้าน
◦ใช้การระบายอากาศ ด้วยแรงยกตัวของอากาศร้อน และใช้การระบายอากาศตามขวาง ห้องที่สูงจะช่วยในการระบายอากาศ และแยกชั้นอากาศร้อนไว้ด้านบน
◦ให้ห้องน้ำ และห้องครัวติดนอกบ้าน ประตูห้องน้ำใช้ประตูทึบ เพื่อป้องกันความชื้นเข้าบ้าน
◦ใช้พัดลมช่วย ก็สบายโขแล้ว
4. การปรับอากาศ
เยาวชนรุ่นใหม่ เกิดในโรงพยาบาลที่ใช้การปรับอากาศรถยนต์ อาคารสถานที่ต่างๆก็ใช้การปรับอากาศ จึงเป็นเหตุให้บ้าน โดยเฉพาะห้องนอน ซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่
ห้องนอน จึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ
ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่นำความร้อนกลับเข้ามาส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี และทำความสะอาดได้ง่าย
ในปัจจุบันมักจะนิยมใช้เครื่องปรับอากาศสำหรับห้องนอน จึงต้องออกแบบให้ห้องนอนมีฉนวนป้องกันความร้อนและความชื้นเป็นอย่างดี เพื่อให้ขนาดของเครื่องปรับอากาศเล็ก และภาระการทำความเย็นในตอนกลางวัน และตอนกลางคืนใกล้เคียงกัน
5. การป้องกันเสียง
เสียงรบกวน มักจะมาจาก
เสียงรบกวนจากข้างบ้าน และจากถนน
กิจกรรมในบ้าน
เครื่องระบายความร้อน
ห้องน้ำ
ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงดังนี้

◦ใช้หน้าต่าง ที่ไม่เปิดรับเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง
◦จัดแบ่งพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน
◦กั้นผนังห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องนอน ด้วยผนังยิปซั่มโดยใช้โครงเคร่าแยก 2 ชั้น และให้มีช่องว่างอากาศอยู่ตรงกลาง
◦ตั้งเครื่องระบายความร้อน ไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น
◦กั้นผนังห้องน้ำยันพื้นเพดาน และใช้ประตูทึบ
ลักษณะการกั้นผนังภายในระหว่างห้องนอนเพื่อป้องกันเสียง
6.ห้องสำคัญ
อย่าลืมเตรียมห้องเหล่านี้

■ห้องเก็บของ
■ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
■ห้องขยะหน้าบ้าน
■โรงรถที่มีหลังคาคลุม

อนุรักษ์พลังงาน
1. ใช้แสงธรรมชาติ
ออกแบบบ้าน โดยไม่ต้องเปิดไฟเลยในตอนกลาง
2. ใช้แสงไฟร่วมกัน
ออกแบบให้ไฟดวงเดียว ใช้ประโยชน์ได้ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ส่วนกลาง
3. ใช้การระบายอากาศธรรมชาติ
ทำให้ส่วนใหญ่ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ
4. ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น
อาจจะเปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะห้องนอน โดยเน้นการสร้างห้องนอนให้มีสภาพคล้ายตู้เย็น
เทคโนโลยีของฉนวนป้องกันความร้อนในปัจจุบันดีมาก และจะต้องมีทั้งฉนวนป้องกันความชื้นกับฉนวนป้องกันความร้อน หากหลังคามีระบบฉนวนที่ดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีฝ้าเพดานอีก
5. ไม่ใช้หม้อน้ำร้อนไฟฟ้า
เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมาก เครื่องระบายความร้อนที่มีชุดทำน้ำอุ่นก็พอใช้ได้ หรือจะใช้เครื่องทำความร้อนด้วยแสงอาทิตย์ก็ได้ แต่ถ้าใช้น้ำบาดาลก็ควรจะมีเครื่องทำน้ำอ่อนด้วย
6. ใช้การตากผ้า และไม่ใช้ตู้อบผ้า
จัดหาที่ตากผ้าไว้ และอย่าแก้ปัญหาด้วยตู้อบผ้าไฟฟ้า ประเทศไทยมีแดดเหลือเฟือ แดดรำไรก็ยังใช้ได้ ถ้าระบายอากาศได้ดี
งานระบบ
1. ถังน้ำ
วางถังน้ำลอยบนพื้น ดีกว่าฝังดินเพราะมักจะรั่วแล้วไม่รู้ และปั๊มน้ำจะทำงานได้ดีกว่า เนื่องจากระดับที่สูงกว่าตัวปั๊ม
2. การระบายน้ำ
ระดับบ้านควรจะสูงกว่าระดับถนนประมาณอย่างน้อย 1 เมตร จะทำให้การระบายน้ำสะดวก ทั้งสวน ห้องน้ำซักล้าง
3. ช่องท่อ
เอาไว้ติดนอกบ้าน หรือไว้ในที่ ที่ซ่อมได้
5. รางน้ำฝน
ใช้รางน้ำฝนเฉพาะเมื่อต้องการป้องกันน้ำฝนจากชายคา และรางน้ำฝนจะต้องสามารถทำความสะอาดได้
ความปลอดภัย
1. เว้นระยะจากพื้นที่ข้างเคียง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ข้างเคียงที่มีความเสี่ยง ควรจะใช้ผนังด้านนั้นเป็นผนังค่อนข้างทึบ หรือใช้รั้วทึบ
2.ไม่ให้บ้านดูลึกลับ
เพราะบ้านลึกลับ คนร้ายมักจะชอบเพราะทำอะไรแล้ว คนภายนอกไม่เห็น
3. ถังแก็ส
ควรเอาถังแก็สไว้นอกบ้าน และมีวาล์วปิดอัตโนมัติเมื่อแก็สรั่ว

วัสดุมุงหลังคา:เลือกซื้ออย่างไรจึงคุ้มค่าเงิน


************************



การปลูกสร้างอาคารไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาคารโรงงานอุตสาหกรรมคลังสินค้าหรือสถานีบริการน้ำมัน ส่วนประกอบที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ วัสดุที่ใช้มุงหลังคา ในปัจจุบันมีให้ผู้บริโภคเลือกซื้อในท้องตลาดหลากหลายชนิด หลากหลาย
ราคา เช่น กระเบื้องเคลือบ กระเบื้องใยหิน กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี ชุบสี เป็นต้น

หลังคาเป็นส่วนที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาลำบากที่สุด จะก่อความเสียหายแก่ผู้ใช้โดยตรงหากเลือกวัสดุ
ในการมุงหลังคาที่ไม่เหมาะสมกับประเภทสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นในการเลือกซื้อจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
เพราะอาจทำให้เกิดการแตกร้าวหรือการรั่วไหลของน้ำฝน การตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุมุงหลังคาจึงควรเปรียบเทียบทั้งคุณภาพ
คุณสมบัติ และราคา โดยมีข้อพิจารณาขั้นพื้นฐาน ดังนี้



1. ด้านคุณภาพและคุณสมบัติ

รายการ เหล็กแผ่น
เคลือบสังกะสี
ชุบสีโมเนีย(สแกนรูฟ) กระเบื้องคอนกรีต
มุงหลังคา
(กระเบื้องโมเนีย) กระเบื้องใยหินประเภทลอนคู่
1. ขนาดและน้ำหนัก ต่อ 1 แผ่น ขนาด53.50x320ซม.
หนา 0.5 มม.
น้ำหนัก 8.10 กก. ขนาด 33 x 42 ซม.
หนา 3 ซม.น้ำหนัก 4.2 กก. ขนาด 50 x 120 ซม.
หนา 0.5 ซม.น้ำหนัก 6.2 กก.
2. ฐานราก ประหยัดเสาเข็มและ
รากฐานได้มาก ใช้เสาเข็มและรากฐาน
มากกว่า ใช้เสาเข็มและรากฐาน
มากแต่น้อยกว่าโมเนีย
3.โครงหลังคา ประหยัดโครงหลังคาเนื่องจาก
มีแปในตัวและน้ำหนักมาก ต้องใช้แปและโครงสร้าง
ที่มากกว่ามาก ต้องใช้แปและโครงสร้าง
ที่มากแต่น้อยกว่าโมเนีย
4. เสียงขณะฝนตก ดังกว่าเล็กน้อยแต่สังเกตไม่ได้
เนื่องจากเสียงที่ฝนตกกระทบวัตถุ
ุอื่นจะดังกลบหมด เสียงเบากว่าเล็กน้อยแต่สังเกตไม่ได้
้เนื่องจากเสียงที่ฝนตกกระทบวัตถุอื่น
จะดังกลบหมด เบามากแต่ยังดังกว่าโมเนีย
แต่สังเกตไม่ได้เนื่องจากเสียง
ที่ฝนตกกระทบวัตถุอื่นจะดัง
กลบหมด
5. การกันฝน กันฝนได้ดีกว่าเนื่องจากรอยต่อน้อยกว่า
และรอยต่อแนบสนิทเนื่องจากรูปลอน
มีขนาดเท่ากันทุกแผ่นทำให้ปราศจาก
การรั่วซึมไหลย้อนของน้ำฝน มักมีปัญหาเรื่องน้ำรั่วและการไหลย้อน
ของน้ำฝนเนื่องจากขนาดกระเบื้อง
ไม่เท่ากันในแต่ละรุ่นการผลิต มักมีปัญหาเรื่องน้ำรั่วและการ
ไหลย้อยของน้ำฝนเนื่องจากขนาด
กระเบื้องไม่เท่ากันในแต่แต่ละรุ่น
การผลิต
6. ความร้อน สะท้อนความร้อนได้มากกว่า
ทำให้เก็บสะสมความร้อนน้อยกว่า
บ้านจะเย็นทันทีในตอนค่ำ สะท้อนความร้อนได้ไม่มากทำให้เก็บ
สะสมความร้อนได้มากและระบาย
ความร้อนได้ช้าทำให้บ้านยังคงร้อน
ในตอนค่ำ สะท้อนความร้อน ได้ไม่มาก
ทำให้เก็บสะสมความร้อน
ได้มากแต่น้อยกว่าโมเนีย
และระบายความร้อนได้เร็ว
กว่าโมเนีย
7. การติดตั้ง ประหยัดแรงงานและเวลา ใช้แรงงานและเวลาในการติดตั้ง
มากกว่า ใช้แรงงานและเวลาในการ
ติดตั้งมากแต่น้อยกว่าโมเนีย
8.การขนส่ง ประหยัดค่าขนส่งเนื่องจาก
น้ำหนักเบาและเสียหายมาก
ในขณะขนส่ง ค่าขนส่งมากกว่าและเกิดความ
เสียหายขณะขนส่งได้มาก ค่าขนส่งมากกว่าและเกิด
ความเสียหายขณะขนส่งได้มาก
9. ความคงทน มากกว่า 15 ปี เริ่มแตกร้าวหลังจาก ใช้งานแล้วประมาณ 5 ปี เริ่มแตกร้าวหลังจากใช้งาน
แล้วประมาณ 3 ปี
10.อันตรายต่อสุขภาพ ไม่มีการขึ้นรา กระเบื้องอาจขึ้นรา อันตรายจากใยหิน

ที่มา: ผู้ประกอบการ

2. ด้านราคา (เฉพาะวัสดุมุงหลังคา)


ตารางเปรียบเทียบ ราคาต่อ 1 ตารางเมตร

รายการ เหล็กแผ่น
เคลือบสังกะสี
ชุบสีโมเนีย(สแกนรูฟ) กระเบื้องคอนกรีต
มุงหลังคา
(กระเบื้องโมเนีย) กระเบื้องใยหินประเภทลอนคู่
1. ปริมาณการใช้ 0.79 แผ่น 10.70 แผ่น 2.2 แผ่น
2.น้ำหนัก 6.30 กิโลกรัม 44.94 กิโลกรัม 13.64 กิโลกรัม
3.สีที่นำมาใช้ สีมาตรฐาน(สีแดง) สีมาตรฐาน(สีแดง) สีมาตรฐาน(สีซีเมนต์)
4.ราคาต่อแผ่น (ไม่รวม vat) 490 บาท 11 บาท 48 บาท
รวมราคาที่ใช้ต่อ 1 ตรม. 387.10 บาท 117.70 บาท 105.60 บาท

ที่มา: ผู้ประกอบการ

3. ด้านความสามารถในการดูดซับความร้อน
เปรียบเทียบ ณ อุณหภูมิเดียวกันหลังคากระเบื้องแอมโมเนีย จะดูดซับความร้อนในปริมาณที่มากกว่ากระเบื้องใยหิน และสแกนรูฟ และในขณะเดียวกันหลังคากระเบื้องโมเนียสามารถคลายความร้อนได้ช้ากว่ากระเบื้องใยหินและกระเบื้องสแกนรูฟ
จากการเปรียบเทียบคุณภาพและคุณสมบัติ จะเห็นได้ว่าเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีชุบสีรูปโมเนีย มีข้อดีหลายประการ ทั้งนี้ในการมุงหลังคาต่อ 1 ตารางเมตร มีราคาสูงกว่ากระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา (กระเบื้องโมเนีย) และกระเบื้องใยหินประมาณร้อยละ 229 และ226 ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาปัจจัยด้านอื่นๆด้วย การใช้เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีชุมสีรูปโมเนีย ในการมุงหลังคา สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากงานฐานราก อาทิเช่น เสาเข็ม และเหล็กเส้น เป็นต้น เนื่องจากรับน้ำหนักจากหลังคาที่มีน้ำหนักเบากว่า และในระยะยาวประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงอีกด้วย

การกำกับดูแลสินค้าวัสดุมุงหลังคาโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
สินค้ากระเบื้องใยหิน กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม แต่เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความจำเป็นในการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน กรมการค้าภายใน ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าและดูแล ผู้บริโภคมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการที่ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จึงกำหนดมาตรการ ดังนี้
1. กำหนดให้ผู้จำหน่ายปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีก ในลักษณะที่เห็นชัดเจน
และสามารถอ่านได้โดยง่าย (ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ ลง
วันที่ 16 มีนาคม 2547)
2. ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิต แจ้งกรมการค้าภายใน หากประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่ายโดยให้แจ้งราคา
ที่เปลี่ยนแปลงล่วงหน้า 15 วัน ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย ในการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลด้านราคาสินค้า นอกจากการ
ใช้กฎหมายในการกำกับดูแลราคาวัสดุมุงหลังคาแล้ว กรมการค้าภายใน ยังได้ใช้วิธีการป้องปรามการเอารัดเอาเปรียบ
ผู้บริโภคในด้านราคาด้วยการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบภาวะราคาจำหน่ายสินค้าและบริการเป็นประจำและต่อเนื่อง
ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด นอกจากนี้หาก ผู้บริโภคท่านใดได้ดูแลรักษาสิทธิ์ของตนเองอย่างรอบคอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับความ เป็นธรรมเรื่องราคาสินค้าและบริการก็สามารถร้องเรียนขอความช่วยเหลือได้
โดยแจ้ง
"ศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียนราคาสินค้า"
กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์ ถนนมหาราช
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200


สายด่วน 1569

โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2547-5388
โทรสาร 0-2547-5387
E-mail:compro@dit.go.th
//www.dit.go.th
//www.consright.com
//www.dit.go.th
.
ที่มา:
ผลงานทางวิชาการเพื่อรับการประเมินในระดับที่สูงขึ้นของ
นางสมพร จันทร์เกตุ
นักวิชาการพาณิชย์ 6ว. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์


เรียบเรียงโดย:สุรางค์ กิตติกาญจนรักษ์



แหล่งข้อมูล //www.technicprachin.ac.th




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553
0 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2556 13:39:34 น.
Counter : 2224 Pageviews.


ปุ๋ยกะแมงปอ
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ปุ๋ยกะแมงปอ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.