รีวิวท่องเที่ยว "มาเลเซีย" .... เรื่องเล่าเม้าท์ๆให้เหมือนเราไปด้วยกัน Day 1

บทที่ 1. เริ่มต้นการเดินทาง


ทำเป็นตั้งชื่อซะห่ะรูห่ะรา (แกลอกเลียนแบบหนังสือชื่อดังอยู่นะ)

ก็แหม ก็คนมันเพิ่งเปิดซิง ครั้งแรกเหมือนกันนี่นา ก็อยากเม้าท์มอยด์มากมายเอาให้คนอ่านเหมือนได้เดินไปด้วยกัน 555+


เอาไงดี เอาตั้งแต่เริ่มต้นเลยดีไม๊  ทริปนี้เราเดินทางกันวันที่ 4-7 กรกฏาคม 2014


A few day before journey   >>  ไม่กี่วันก่อนเดินทาง

ก็ประมาณ 1 สัปดาห์เราเห็นตารางงานแระ  ตรึมอ่ะ !! งานสุมหัว เอาตัวไม่รอดแน่ ไหนจะ Report  ไหนจะ present  ไหนจะต้องเตรียมตัวเดินทางไปซื้อของอีก ซึ่งออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ กลับถึงบ้านก็มืดทุกวัน ห้างที่ไหนจะรอหล่อนยะ ... .....ก็ตามมีตามเกิด หาโอกาสเดินข้างทาง ตอนผ่านห้างไปตึกแว๊บได้ก็แว๊ะะะ ไปดู นิสนุง ได้อะไรมาบ้างไม่ได้บ้าง มีเวลาอ่านเวบ Review บ้างแต่ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก (เท่าที่เราได้อ่านผ่านๆ ตาอ่ะนะ ก็จะแนะนำการเดินทางคราวๆ แต่ไม่ละเอียด ...เอ๊ะ !! หรือเราอ่านไม่ละเอียดเองหว่า หุหุ  .... ก็เลยคุยกะเพื่อนที่ไปด้วยกันว่าให้นางเป็นธุระแทนแระกัน หาข้อมูลรอหน่อย ว่าจะไปไหนบ้าง เดินทางกันยังไง กินอะไร ตามนั้นน่ะ ด้วยความที่มั่นใจว่ามันสมองระดับว่าที่ด๊อกเตอร์ ต้องไม่ทำให้เราผิดหวังแน่นอน .....


And then came the day to travel >> และแล้วก็มาถึงวันที่เราจะต้องเดินทางกันแล้ว


เพื่อนสาวนั่งรถผ่านมารับเราถึงที่ห้อง ตอนนี้ตี4 จะครึ่ง เพื่อนก็โทรมาจิกๆๆๆ ส่วนนี่ก็รีบๆๆ รนๆ ลืมอะไรไปรึเปล่าก็ไม่รู้แต่นาทีนี้ เดินหน้าอย่างเดียวจ้า ... ลงมาปุ๊บเห็นเพื่อนสาวยืนหัวโด่อยู่เลย "อ่าว .. Taxi ล่ะ"  "เค้าไม่ไปอ่ะแก เค้าจะไป่ส่งรถ" เพื่อนสาวรีบอัพเดท แล้วทำหน้าเจื่อนเพราะหนทางข้างหน้าเกือบ 1 กิโลที่เราต้องเดินเท้าออกไปเรียก Taxi ... 2นางนี่ก็มองหน้ากันพรึบพรั่บ เพราะ

1. มืด

2.ไกล

3. กระเป๋าหนักใช่ย่อย

4.เวลาไม่คอยเรา ( พวกเราต้องเผื่อเวลาไปให้ถึงเคาเตอร์ก่อน 6 โมง)

จ้ำอ้าวววว กันเลยจ๊า นาทีนี้ ถนนก็วังเวง เสียงลากกระเป๋า ครูดคราด ครูดคราด ล้อกระเป๋า กับถนนซีเมนต์ในเวลาเงียบสงัดตอนตี 4กว่าๆ ... เสียงสนั่นอ่ะจ่ะ


เราเรียก Taxi และขอให้พี่เค้ารีบไป เนื่องจาก เรายังไม่กดตังค์ ยังไม่จัดแบ่งของออกจากกระเป๋า เพราะนี่รับหน้าที่ขนทุกอย่าง กลัวจะโดนตรวจสอบน้ำหนัก  ซักตี5กว่าๆ เราก็ถึงดอนเมือง รีบไปจัดการตั๋วกลัวทัวร์จะมา แล้วจะยิ่งเสียเวลาและวุ่นวาย เสร็จสรรพก็ไปแลกเงิน เรทณ. วันที่เราแลกได้คือ 10.50 ได้มา 952 RM กะตังค์ทอน 4 บาท จัดไป ... เท่านี้พอนะ !!! ( นี่คือประกาศิต)


เรื่องหน้าแตกที่ 1 ....


คือเราอ่ะเคยไปตปท. มานะ แต่ลืมเพราะก็นานแล้วนะที่ไม่ได้ไป ลืมว่าต้องกอกเอกสารตม. เค้าแนบมาให้ที่ตั๋วแล้วแต่ไม่ได้ดูจ้า ก็ต่อแถวไปสิพอถึงคิว โดนไล่ออกจากแถวให้ไปเขียนก่อนจ้า พวกเราเลยวนกลับมาต่อแถวใหม่ เสียเวลาไปนิสสสนุง ...


สุดท้าย 2 นาง ผ่านช่วงเวลาวุ่นวายมาได้อย่างฉิวเฉียด ... เหลือเวลานั่งจิ๊บกาแฟ รอเครื่องสบายใจ ^^

ดูจากรูปแล้ว1คนดี๊ด๊ามากมาย อีก1คนยังไม่ตื่นดีเลย 55+



ข้ามตอนเม้าท์มอยด์แลกเปลี่ยนข้อมูล สรุปคือ "โป๋" และ "กลวง" ทั้งคู่ เราต่างคน ต่างหวังพึ่งพาอีกคน กลายเป็นว่า ทริปนี้ ไปตายเอาดาบหน้าจ๊า ได้แค่ไหนก็เอาแค่ไหน คิดซะว่าไปชิมลางละกัน  เพื่อความสบายใจ  เอาน่ะ อย่างน้อยก็รู้ว่ามีตึกแฝด กะ china town ย่านที่เราพักนั่นเอง ที่เหลือ ค่อยว่ากัน


ตัดฉากบนเครื่องลงมาถึงด้านล่างเลยละกันค่ะ  เรามาถึงก็เกือบๆ 11โมง เดินเล่นไปช้าๆ รอเวลาเพราะ check in บ่าย2 ไม่รีบจ้า



พวกเราโดนจับแยกกันค่ะ คนนึงนั่งข้างฝรั่งนอนกรนดังมาก และอีกคน นั่งข้างพ่อลูกช่างกิน กรอบแกร๊บๆ ตลอดการเดินทาง ช่างน่าประทับใจซะจริงจริ๊งงงง !!!


1เป้ 2 เป๋า ป่ะเรา ... ลุ๊ย !!



สาระที่ 1... พวกเราไม่ได้โหลดกระเป๋าแต่เช็คแล้ว 2 ใบนี้ไม่เกิน 14 กิโล แต่เป้นี่ กล้องกะเลนส์ กะปลั๊ก และ iPad  มันหน๊ากหนัก หลังจะหักเอา พวกเราผ่านมาได้ไม่โดนตรวจสอบไม่โดนรื้ออะไรเลย นั่นแสดงว่าเค้าไม่ได้เคร่งอะไรมากมาย แต่ก็อย่าเอาให้มันเวอร์แบบใบใหญ่มากนะ ไม่การันตีนะคะ

สาระที่ 2 .. ทางออกมีป้ายบอกตลอดทางจ่ะ เดินไม่หลงหรอก เค้าบังคับทางเดิน และมีจนท. คอยยืนกำกับให้ด้วย เดินตามทางไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปชั้น 1 ค่ะ  ซื้อตั๋วรถบัส คนละ 10RM หรือ KLIA Express คนละ 35 RM ก็ตามสะดวกค่ะ แต่ทางออกจะคนละฝั่งนะคะ


พวกเราซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นรถนั่งรอไม่เกิน 10 นาที รถก็ออก เพราะเค้าออกตรงเวลา ( +/- ไม่เกิน 5 นาทีค่ะ)

เค้ามีที่นั่ง fix ให้ในตั๋วแหละ แต่พอขึ้นมานั่งก็ตามบายจ๊า อยากนั่งตรงไหนก็ตรงนั้น นั่งรถประมาณซัก 45นาที เราก็มาถึง KL Sentral



 ที่จอดรถจะเป็นด้านล่าง เราต้องหาทางขึ้นด้านบนค่ะ ซึ่งจะมีบันไดเลื่อนและลิฟต์ให้บริการอยู่แล้ว ปล. ที่นี่ทางขึ้น ทางลง คนละทางค่ะ เดินตรงเค้าไปค่ะ



พอมาถึงภายใน KL Sentral มันจะกว้างๆ งงๆ  แต่ไม่ต้องซีเรียสค่ะ (ปลอบตัวเองสุดฤทธิ์) เราจะไปสายสีชมพู ก็มุ่งหน้าเดินไปเลยจ่ะ KJ15 KL Sentral  คนจะมุงเยอะๆ อ่ะค่ะ

พอเข้ามาแล้วก็ไม่ต้องกลัวหลงว่าจะขึ้นทางถูกหรือไม่ถูก เพราะว่าจะไปสถานีไหน ก็เลี้ยวไปตามป้ายเลย Platform 1 หรือ 2


ไม่ได้ถ่ายจากสถานีนั้นมา เอาตัวอย่างตรงนี้ละกันค่ะ  เช่น ถ้าเราอยู่หน้าป้ายนี้ เราจะไป KLCC ก็คือไปทางขวา จะไป KL Sentral ก็ไปทางซ้าย ง่ายๆ อย่างนี้เลยค่ะ ไม่หลงแน่นอน  ** อันนี้ืชื่นชอบเป็นพิเศษอยากให้ประเทศไทยทำป้ายแบบนี้บ้าง เพราะที่เราทำอยู่อ่ะ งงนะ สำหรับนักท่องเที่ยว **




ส่วนการหยอดเหรียญ ก็ง๊าย ง่าย มีภาษาอังกฤษ ให้เลือกค่ะ ก็กดเลือก Eng กด เลือกรูปแบบการเดินทาง เรากดสีน้ำเงิน single ตลอด กดที่รูปสถานีที่ไปลง พอกดเสร็จ เค้าก็จะซูมหน้าจอใหญ่ขึ้นมาให้ เราก็อีกครั้ง เพื่อเลือกสถานี หน้าจอก็จะแสดงเรทราคามาให้ ถ้าต้องการมากกว่า 1 เหรียญ ก็กดเครื่องหมาย +  จากนั้น กด OK สอดแบงค์หรือหยอดเหรียญลงไป ซึ่งจะมีแสดงว่า คุณสามารถใช้แบงค์อะไรได้บ้าง ชัดเจนเปลี่ยน



นี่เล่ามาตลอดหลายบรรทัดนี่ เรายังไม่ถึงไหนกันเลยนี่นา 55+

โอเค..ตัดเข้าโฆษณา แป๊บนุง แล้วก็ตัดกลับมาถึงสถานที่เราลงคือ Pasar Seni  1สถานีจาก KL Sentral ย่านนี้คือ China Town

เราเลือกตรงนี้เพราะเห็นว่าเป็นย่านคนจีน น่าจะไม่มีอะไรน่ากลัว อาหารเมืองถ้ากินไม่ได้ก็น่าจะมีติ๋มซงติ๋มซำกินละวะ หุหุ


ลงปุ๊บ ก็ถ่ายรูปปั๊บ เล็งแล้ว เห็นเหมือนมัสยิดด้านซ้ายมือฝั่งตรงข้ามไม่ไกล ตรงนั้นเราต้องไปอะไรไม่รู้แหละ มองๆ จำๆ ไว้ก่อน



ขวามือเราเป็นสำนักงานไปรษณีย์กลาง (คิดเอาเอง เพียงเพราะเห็นว่ามันใหญ่อุลังการ ^^ ) 

เด๋วดูรูปน้ไว้นะคะ มีเรื่องเล่าต่อจากตรงนี้เยอะเลย นั่นคือวันนี้ที่เราพลาดมาก 




ตอนนี้ได้เวลาหาทางไปโรงแรมเราแระ โชคดีใต้สถานีนี้มี WIFI Free เราเลยได้โอกาสค้นๆ หาๆ สรุปว่าไม่ไกล ไม่ต้องเรียก TAXI งานนี้ เดินโลดจ้า


วนไปผ่านหน้าวัดแขก เดินหลงไปค่ะ เพราะจริงๆ พอเราเดินข้ามถนนมา (หันหน้าไป Central Market เลี้ยวไปทางขวา เดินตรงไป ผ่านสี่แยกดอกไม้-หนมปัง ตรงลงไปอีก เลี้ยวขวาก็ถึง) แต่เราดันเดินลงไปถึงสี่แยกแรกแล้วเลี้ยวขวาไปหน้าวัดแขก แล้วตรงไปแล้วค่อยแล้วซ้ายกลับลง อ๊อม อ้อม ... T_T (ฉ๊านทำอะไรลงไปเนี๊ยะ ร้อนและหนักมากนะรู้ไม๊)


เดินมาพักใหญ่สุดท้ายก็ถึงที่พักเราแล้ว ... Finally We're arrived


ขอเรียกว่า ซอยกลาง เป็นย่านถนนคนเดินช็อปปิ้งของฝาก ตอนนี้ยังไม่วางช่องกลางเพราะเพิ่งบ่ายเอง



ที่เราเห็นนี่เป็นด้านหลังนะคะ ด้านหน้าจะอยู่อีกฝั่ง ก็คือ เดินตรงไปจนเจออีกสี่แยกถนนนั่นเอง เลี้ยวซ้ายหรือขวา ก็แล้วแต่ว่าเราอยู่จุดไหน ทั้งหมดมันมีถนนขนานกันหลายเส้น หลักๆ ก็ 3 สายค่ะ




เดินเข้าไปด้านในเป็นร้านอาหาร



เราต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้น 2 แล้วไปเปลี่ยนลิฟต์เพื่อไปเช็คอินท์ด้านหน้า เข้าให้เราเข้าห้องได้เลย และให้เราจ่ายมัดจำก่อนเข้าพัก เรียก Deposit 100 RM ถ้าคุณไม่ทำอะไรเสียหาย ตอนออกเค้าคืนให้เต็มจ่ะ 


ด้านหน้ารร.เรากันบ้างค่ะ ขอเรียกว่าซอย 3 เป็นถนนอาหารนะ ตอนกลางคืนอ่ะจ่ะ




เด๋วเราจบบทแรก ด้วยการพาทัวร์ห้องพักเรา ห้องไม่ใหญ่มาก สะอาดสะอ้านใช้ได้ ลองดูรูปนะจ๊ะ เผื่อชอบ ตอนเราจองมา ก็จองมามั่วๆ ไมไ่ด้สนใจห้องดีไม่ดี ใหญ่ไม่ใหญ่ ตอนนั้นสนใจแค่ถูกและดูปลอดภัยเข้าว่า ตอนจองมา ที่นี่ดูมีคนมาพักเยอะดี


เราพักกันที่ชั้น 4 สีเขียว ทั้งหมด มี 7 ชั้น 7 สีค่ะ



เปิดห้องเข้ามาก็เจอแบบนี้จ่ะ







ต่อมาเป็นห้องน้ำ



มุมซ้าย มุมขวา



อันนี้ทางเดินตอนเปลี่ยนลิฟต์ จุดต่อระหว่าง ด้านหนัา กับ ด้านหลัง รร.



นางแบบซักรูป ( ถ่ายวันที่ 2 ตอนที่เราเดินมาขอแผนที่ค่ะ 55+  4วัน 4 แผ่น หายมันทุกวัน )




 พอเก็บของ พักผ่อนอะไรเสร็จ ล้างหน้าล้างตา แต่งหน้าใหม่ เพราะเหนื่อยโทรมจากแดดที่ทำร้ายเราเมื่อตอนหลงก่อนหน้า เลยขอเวลาพักผ่อน จัดกระป๋งกระเป๋า มีเน็ตแล้วนิ ต่อเน็ต ค้นหาที่ไปกันค่ะ เราเล็งแล้ว หน้าบ้านเราใกล้ๆ เลย "Central Market " และวันนี้ต้องได้ "ตึกแฝด"  หรืออาจจะได้แวะเห็นอย่างอื่นก็ค่อยว่ากัน


ไปเดินฟรุ้งฟริ้งที่ตลาดค่ะ (พวกเรามันเด็กตลาดอยู่แว๊ว ที่ไหนเป็น Market , Walking Street นี่ขอบอก ไปมันหมดอ่ะ )


เข้าตลาดตากแแอร์กัน  ก็คือบั๊บ คือบั๊บแว๊... ฉ๊านนนร้อน



ข้างในก็ฟรุ้งฟริ้งตามสไตล์ร้านค้าย่านแหล่งท่องเที่ยว



ด้านนอก



ก็จะเห็นนักท่องเที่ยวเลือกซื้อของกันอยู่เนืองๆ



ส่วนอันนี้เนื่องจากได้กลิ่นอะไรหอมๆ เลยอยากลอง ท่าทางจะอร่อย 



มันคือขนมที่เหมือนขนมถ้วยฟู และมีไส้สีดำๆ นิดๆ เหมือนมะพร้าว นึกถึงใส้ขนมใส่ไส้เลย แล้วก็มีมะพร้าวโรยหน้า ทำใหม่ ร้อนๆ พอกินไปคำนึงนะ หอม หวาน นุ่มลิ้น อร่อยมากอ่า


อันนี้ Recommended  ja Confirm by CJ April  55+


กล่องละ 3 RM  ต่อราคา 2 กล่อง 5 RM ไม่ได้ด้วยนะ จำยอม อร่อยมากจริงๆ อันนี้  Confirm ka



เดินมาถึงเซเว่น จะซื้อน้ำค่ะ เห็นด้านหน้าสาขาแล้วอุลังดูดี เราเลยแวะที่นี่เลย ซื้อน้ำ (แพง) 1.6 RM ขวดใหญ่ 2.9 RM เลยซิื้อขวดใหญ่



สิ่งที่เห็นแล้วไม่ลองไม่ได้ ตั้งปณิธานแน่วแน่ ว่าต่อไปเดินทางไปประเทศไหน ก็จะต้องลองชิม บะหมี่กิึ่งสำเร็จรูปของที่นั้นๆ เราซื้อมาลอง 2 รสค่ะ ต้มยำ กะ แกงกะหรี่

(ต้มยำพอกินได้ แต่ไม่เข้มข้นเหมือนบ้านเรา ส่วนแกงกะหรี่ ไม่ได้ชิมเองแต่เพื่อนบอก ไม่อร่อยอ่ะ)

ปล. เราลองยี่ห้อ maggy ค่ะ



เดินเข้าๆ ออกๆ ได้ซักพัก ก็เริ่มหาของกิน มื้อหนักมื้อแรกของวันนี้เลย ด้านนอกไม่ค่อยเห็นร้านข้าวพอเห็น Food Court ก็เลยแวะตรงนี้ละกัน พักเท้าด้วย ตากแอร์ล้างเหงื่อด้วย หุหุ



มื้อแรกของเราวันนี้ ก็เกือบบ่าย 3 ละจ่ะ สั่งร้านอาหารไทยค่ะ เพราะไม่รู้จะกินอะไรดีไม่กล้ากิน

ปล. ข้าวจานใหญ่มากๆๆๆๆ อยากขอแบ่งครรึ่งนึงสุดฤทธิ์  หมดนี่ 17.8 RM ค่ะ

(กินกันเหลืออ่ะ มีห่อกลับบ้านไปกินต่อ )




กินข้าวก่อนละกันน๊า เด๋วค่อยกลับมาต่อใหม่




เปิดหน้าต่อไปค่ะ ไปต่อกันค่ะ 




Create Date : 08 กรกฎาคม 2557
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 19:28:01 น.
Counter : 909 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ดญ_คณิตกร
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



คนเก่ากับชื่อใหม่แต่ติดใจBloggangเหมือนเดิม

ให้อภัยนู๋ด้วยนะคะ เพราะใจรักจริงๆอ่ะ
ยิ่งกับพันทิพย์นี้ ต้องเสพทุกวัน ^^

เรามาช่วยเพิ่มสีเขียว ลดโลกร้อนกันเถอะ^^

***************************

ชอบท่องเที่ยว
ขอบเทคโนโลยี
แต่ก็อยากสวยไปด้วย
ก็ผู้หญิงนี่นา อย่าหยุดสวย
ตอนนี้ Blog มันเน่า
กำลังโมฯใหม่จ๊า
เดี๋ยวจะสวยแล้ว
ใจเย็นๆ กันน๊าท่านผู้ชม
CJ_April

Create your badge
free hit counter
Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
10
11
12
13
14
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog