กำแพงอัฐิ



เมื่อมีคนถามถึงปู่กับย่า ฉันจะตอบว่า ปู่แท้ๆ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เนื่องจากปู่ได้เลิกร้างกับย่าไปนานมาก ตั้งแต่สมัยท่านยังสาว ส่วนย่านั้นตอนนี้ไปอยู่ในกำแพงโบสถ์แล้ว


เมื่อครั้งที่ย่าเสียใหม่ๆ ฉันยังมีโอกาสได้ไปจุดธูปเทียนกราบไหว้ ที่กำแพงพระอุโบสถวัดบูรพา แต่ด้วยถิ่นฐานบ้านช่องขณะนั้นอยู่กันห่างไกล ทำให้หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปเยี่ยมย่าอีกเลย ยังดีที่ปู่คนปัจจุบันเก็บเถ้ากระดูกไว้ที่บ้านส่วนหนึ่ง ทำให้พอมีโอกาสได้เคารพบูชาอยู่บ้าง



เมื่อวันสิ้นปีกุน ฉันสบโอกาสได้ไปเที่ยวชมวัดวาอารามในจังหวัดอุบลราชธานี น้องสาวมาเยี่ยมท่านพ่อและท่านแม่ จึงได้พากันไปวัดเพื่อเป็นสิริมงคล เราเดินทางไปวัดต่างๆ หลายวัดตามแต่ฉันจะเสนอ



ฉันเพิ่งอ่านหนังสือเรื่องประวัติจังหวัดอุบลราชธานี จึงอยากไปชมดูวัดที่ได้รับการกล่าวถึงเอาไว้ แล้วก็เลือกที่จะไปดูวัดสระประสานสุขที่กล่าวว่าเจ้าอาวาสได้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ไว้มากมาย สิมวัดแจ้ง หอไตรกลางน้ำของวัดทุ่งศรีเมือง และวัดหนองป่าพง พ่อแถมพาไปวัดใต้ที่แม่เคยไปซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดเลียบอีกแห่ง



สองวัดหลังเป็นวัดสร้างใหม่ วัดแรกไม่มีสิ่งก่อสร้างโบราณตรึงใจ และมีแต่รูปปั้นของถวายใหม่ๆ แน่นขนัดจนรู้สึกอึดอัด ส่วนวัดหลังลวดลายประดับประดาเป็นลายไทยเล็กละเอียด ไม่ใช่ศิลปะเรียบๆ ตามแบบพื้นบ้านอีสาน ยิ่งดูลวดลายที่บรรจงทำไว้ยิ่งลายตา ฉันจึงไพล่ไปสนใจดูกำแพงวัด กุฏิพระและต้นสาละในวัดเสียมากกว่า


สิ่งที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าวัดเลียบเป็นวัดใหม่อีกอย่างก็คือ แนวกำแพงที่ทาสีเหลืองยาว ซึ่งปรากฏช่องโพรงเรียงเป็นตับ ตอนแรกก็งงๆ อยู่บ้างว่าทำไว้ทำไม แต่เมื่อเดินต่อไปแล้วเห็นชื่อและกระถางธูปเทียนจุดบูชาก็เข้าใจว่าเป็นที่สำหรับบรรจุกระดูกผู้ตาย ล็อกไหนใช้บริการครบทุกช่องก็จะโบกปูนปิดทึบจนหมด ล็อกไหนยังตายกันไม่กี่คนก็โบกปิดแค่บางช่องเว้นว่างรอรายต่อไป



ถ้าเป็นวัดเก่าๆ จะเหลือที่ว่างให้บรรจุอัฐิได้ยากมาก


ฉันแอบนึกถึงธรรมเนียมจีนที่ต้องสร้างสุสานของตนรอเอาไว้ ตายวันไหนศพจะได้มีที่อยู่ และยังต้องเลือกดูฮวงจุ้ยที่จะส่งผลดีต่อตระกูลของตนอีกด้วย คนจีนฝังศพแต่คนไทยเผาศพ ที่เก็บศพกับที่เก็บกระดูกจึงต้องการพื้นที่จัดเก็บต่างกัน


ธรรมเนียมไทยมักจะเก็บกระดูกไว้ที่วัดมากกว่าที่บ้าน ถ้าเก็บไว้ในเจดีย์ที่สร้างไว้สำหรับบรรจุอัฐิก็มีคำเรียกหาต่างกันไป ภาคใต้บ้านฉันเรียกว่าเก็บไว้ที่ “บัว” ส่วนภาคอีสานเรียกกันว่าเก็บไว้ที่ “ธาตุ” สันนิษฐานว่าที่เรียกอย่างนั้นเนื่องจากเจดีย์บรรจุอัฐิแถวภาคใต้จะมีส่วนยอดหรือส่วนกลางเจดีย์เป็นรูปทรงคล้ายดอกบัว ส่วนทางภาคอีสานจะทำเจดีย์ออกมารูปทรงคล้ายกับพระธาตุพนม


นอกจากเก็บไว้ในเจดีย์ก็ยังมีเก็บกระดูกไว้ในกำแพงวัด ใบเสมาหรือฐานเสมา แนวบันได และกำแพงแก้วของโบสถ์ มีทั้งที่จารึกชื่อไว้ให้ลูกหลานรู้ และแบบที่ปราศจากชื่อให้รู้กันเองในหมู่ญาติ คงเพราะนิยมเก็บกระดูกไว้ในกำแพงวัดนี่เองที่ทำให้ผู้คนที่ต้องผ่านบริเวณวัดในยามค่ำคืนเสียวสันหลัง กลัวจะเห็นอะไรที่ไม่สมควรจะเห็น


มองในแง่ของชาวบ้านแล้ว เหมือนวัดมีกำแพงวิญญาณเอาไว้กันภัย ให้คนรู้สึกเกรงๆ หากคิดรุกล้ำทำร้าย วิญญาณเหล่านั้นคงจะได้บุญที่ได้ช่วยกันเฝ้าดูแลวัด แถมด้วยการได้ฟังเทศน์ฟังธรรมพร้อมกับคณะสงฆ์ทุกวันจนกว่าจะได้ไปผุดไปเกิด


ในแง่ของภิกษุสงฆ์ หากมีเวลากำหนดจิตพิจารณา รอบวัดมีคำสอนของชีวิต บางตำแหน่งของที่บรรจุกระดูกมีชื่อผู้ยิ่งใหญ่ฝากฝังสังขารเอาไว้ บางตำแหน่งมีรูปภาพให้ได้เห็นหน้าค่าตาในวัยที่ยังแข็งแรงสวยงามของผู้คนที่บัดนี้เหลือเพียงแต่เถ้ากระดูก ไตรลักษณ์ที่ร่ำเรียนมาเป็นอย่างนี้เอง


ในแง่ของธุรกิจช่องเล็กๆ เหล่านี้คือรายได้ของวัด แต่ละช่องต้องบริจาคเงินเท่าไหร่กันจึงจะได้ฝังเศษซากของร่างกายที่ไม่มีใครต้องการเก็บไว้ให้เศร้าใจหรือให้รกบ้าน รอวันถูกลืมเลือนไปตามกาลผ่านพ้น ยิ่งมากช่องวัดก็ยิ่งได้เงินมากเท่านั้น


ในแง่ของสังคม การฝากกระดูกไว้ที่วัดทำให้คนเรามีความผูกพันกับวัดนั้นๆ เพราะพูดได้ว่ามีญาติอยู่ที่นั่น กระตุ้นให้เมื่อมีการทำกิจกรรมทางศาสนาก็อยากไปที่วัดแห่งนั้น เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับญาติหรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับของตน เมื่อแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลก็โยงสายสิญจน์ถึงบรรดาเถ้ากระดูกได้ง่าย ใครเป็นญาติใครก็มาเจอกันวันทำบุญกระดูก รู้จักลูกหลานที่ไปทำงานไกลกันก็วันนั้นเอง ทำให้วัดกลายเป็นศูนย์รวมของคนวัยต่างๆ สามารถรวมคนในชุมชนได้เป็นกลุ่มก้อน


เพียงแค่ช่องเล็กๆ ช่องเดียว เพียงแค่เศษซากผงเถ้าไร้ชีวิตจิตใจ ยังมีอะไรซ่อนเอาไว้ได้ตั้งมากมาย


เพียงแค่เราจะมองและลองคิดดู....


๑๑ มกราคม ๒๕๕๑
เพรางาย มณีโชติhref="//www.bloggang.com/data/phraongaimanee/picture/1200554928.jpg" target=_blank>



Create Date : 17 มกราคม 2551
Last Update : 17 มกราคม 2551 14:29:52 น.
Counter : 3424 Pageviews.

2 comments
  
มาเยี่ยมค่ะ
โดย: เก้าก้าวเกล้า วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:15:17:37 น.
  
ชอบงานเขียนคุณจัง เขียนเรื่องที่หลายๆคนไม่ได้นึกถึงให้อ่านง่าย
และทำความเข้าใจได้ง่ายดี

ปัญหาอย่างนึงของการเก็บอัฐิไว้ที่วัดคือ...

โจรขโมยโกศ...

ส่วนมาก อัฐิจะบรรจุไว้ในโกศทองเหลือง พวกโจรเหล่านั้น
ก็จะทุบสถูปแล้วขโมยเอาโกศไปโดยเทอัฐิทิ้งไว้เรี่ยราด

คนสมัยนี้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้กันแล้ว....
โดย: ST.Exsodus วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:20:06:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เพรางาย
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คนที่กำลังไล่ตามความฝัน ท่ามกลางความผกผันของวันเวลา
มกราคม 2551

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
17 มกราคม 2551