สิงหาคม 2548

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
ว่าด้วยการสร้างตัวละคร
พอดีได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียนบทละคร “The Art of Dramatic Writing” ของ Lajos Egri ก็เลยเอามากำนัลผู้อ่านสักหน่อย แต่เนื่องด้วยข้าพเจ้าขี้เกียจแปลทั้งหมด เลยจะขอหยิบประเด็นสำคัญๆที่คนเขียนพึงจะนำไปใช้ได้ละกันนะ ^^

*คำเตือน*
ศาสตร์แห่งการเขียนบทละคร และนิยายนั้นมีใกล้เคียงกัน แต่ก็มีส่วนต่างกันอยู่ ดังนั้นผู้อ่านโปรดพิจารณาความเหมาะสมในการนำสิ่งที่อยู่ข้างล่างนี้นำไปประยุกต์ให้เข้ากับการเขียนนวนิยาย หรือเรื่องของตัวเองเอาเองนะ...


มิติของมนุษย์

มนุษย์ก็คล้ายกับสิ่งของ คือ มีมิติในตัวเอง เพียงแต่ว่า วัตถุ จะเป็นกว้าง ยาว ลึก แต่ของมนุษย์จะเป็น สรีระ สังคม และจิตใจ


ทางด้านสรีระ…

จะสร้างตัวละครสักตัวก็ควรจะให้มีหูตาคอจมูกกับมันสักหน่อย (สงสารมันบ้าง) ลองดูว่าตัวละครของเรารูปลักษณ์หน้าตา สวย หล่อ สูง เตี้ย ล่ำ หรือเปล่า เพราะจุดนี้ค่อนข้างสำคัญ ทำไมน่ะหรือ? บางทีคนสวยและหล่ออาจจะมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าคนหน้าตาขี้ริ้วก็เป็นได้ (รูปลักษณ์ทำให้คนเป็นคนเจียมตัว และ หยิ่งผยองได้จริงๆนะ) หรือว่าเป็นคนสุขภาพดี หรือขี้โรค เพราะคนขี้โรคจะรู้ดีว่าสุขภาพสำคัญเพียงใด ในขณะที่คนที่มีสุขภาพดีจะไม่สนใจว่าสุขภาพของฉันจะเป็นอย่างไร

แค่เพียงรูปลักษณ์ก็สามารถบอกอุปนิสัยใจคอของคนๆนั้นได้คร่าวๆแล้วจริงป่ะ

ตัวอย่างเช่น
มีเจ้าหญิงสองพระองค์เป็นพี่น้องกัน คนพี่สวยหยาดหยด ผมทองอร่ามหยักยาวราวกับเส้นไหม ผิวขาว ละเอียดเนียนอมชมพู จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่ม นัยน์ตาโตสีฟ้าสดใส ส่วนคนน้องหน้าตาธรรมดาๆผมสีทองแซมน้ำตาลสวย (แต่ไม่เท่าคนพี่) ผิวขาว แต่มีไฝฝ้าตามภาษาวัยรุ่น จมูกโด่ง (แต่บี้กว่าคนแรก) หูกางอีกต่างหาก


ทางด้านสังคม

ตัวละครที่สร้างขึ้นจำเป็นต้องหา background ให้มันด้วย คนเรามันไม่ได้เกิดจากต้นกระบองเพชรหนิจะได้ไม่ต้องมีสังคม เราอาจจะต้องตอบคำถามนานหน่อยเกี่ยวกับเรื่องของพื้นเพตัวละคร เช่น พ่อแม่เป็นใคร อยู่ด้วยกันหรือแยกกันอยู่ หรือหย่ากันแล้ว ถ้าหย่าแล้วหย่าตอนเกิดมาแล้วหรือยังไม่เกิด หรือถ้าตอนนี้มีชีวิตอยู่นี่รักกันดีหรือเปล่า หรือระหองระแหง แล้วตอนนี้พ่อหรือแม่สบายดีหรือป่วยอยู่ ตัวละครตัวนี้มีเพื่อนมั้ย เพื่อนคนที่ว่ามีผลอะไรกับตัวละครหรือเปล่า ตัวละครชอบเสื้อผ้าแบบไหน นิยมยี่ห้อหรือเปล่า หรือพวก 199 ก็เอาอยู่ หรือถ้าชอบยี่ห้อจะชอบแบบไหน ชอบห่านคู่หรืออาร์มานี่ อ่านหนังสือแบบไหน ชอบแบบตายแล้วไปไหน หรือกลอนหวานสะท้านอารมณ์ ไปวัดบ้างมั้ย ถ้าไปจะไปทำบุญ หรือไปขอหวย ชอบกินอะไร

นี่เป็นการสร้างนิสัยให้ตัวละครคร่าวๆจ้ะ ตัวอย่างเช่น

เสด็จพ่อเสด็จแม่ของเจ้าหญิงสองพระองค์ยังอยู่ด้วยกันดีงาม แต่คนพี่สวยกว่า เสด็จแม่ก็เลยชอบมากกว่าเพราะมีตุ๊กตาให้เล่น เอาอกเอาใจเป็นอย่างดี ส่วนกับคนน้องก็เฉยๆ ไม่ได้เอาใจอะไร เกือบจะไม่ได้เอาใจใส่ด้วยซ้ำ ส่วนมากมีชีวิตอยู่กับพี่เลี้ยงและนางกำนัล ส่วนเสด็จพ่อก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับเรื่องของผู้หญิงๆ แถมมีราชการงานเมืองมาก สนใจบ้านเมืองมากกว่าครอบครัว นี่เป็นลักษณะครอบครัวคร่าวๆของเจ้าหญิง


ทางด้านจิตใจ

เรื่องของทางจิตใจเป็นผลที่เกิดมาจากเจ้าสองมิติข้างบน ทำให้เกิดผลบางอย่างกับตัวละคร เช่น ทางทัศนคติ ความโกรธ ความไม่พอใจ ปมด้อย หรือปมในชีวิต (คำนี้มาจากคำว่า complex ซึ่งเป็นศัพท์ทางจิตวิทยาสักหน่อย ตัวอย่างเช่น Oedipus Complex เป็นปมที่เอามาจากเทพปกรณัมกรีก แต่ขี้เกียจเล่าเรื่องน่ะนะ Freud ก็เลยเอามาเป็นชื่อปมนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความหลงใหลในตัวพ่อแม่ที่เป็นเพศตรงข้าม เช่น เด็กผู้ชายจะรักแม่ เห็นแม่เป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบที่สุด และแม่เองก็หวงลูก รักลูกมาก พอเวลาลูกชายโตขึ้น เขาก็จะหาผู้หญิงที่เหมือนแม่ อันนี้เป็นการอธิบายทฤษฏีตื้นสุดๆ แต่ที่เขียนอธิบายก็เพื่อจะไปสนับสนุนคำพูดข้างบนว่า มิติสองอย่างที่กล่าวไปข้างต้นมีผลต่อทางด้านจิตใจของตัวละคร)

ตัวอย่างก็คือผลพวงของลักษณะทางสรีระ และสิ่งแวดล้อมมารวมกัน

เจ้าหญิงคนพี่สวยหยาดหยด ผมทองอร่ามหยักยาวราวกับเส้นไหม ผิวขาว ละเอียดเนียนอมชมพู จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่ม นัยน์ตาโตสีฟ้าสดใส และในพระราชวัง เสด็จแม่ก็ชอบมากเพราะมีตุ๊กตาให้เล่น เอาอกเอาใจเป็นอย่างดี ผลที่ได้ก็คือ เจ้าหญิงคนพี่เป็นคนเอาแต่ใจ หยิ่งในความงามของตัวเอง ไม่ค่อยเห็นแก่ใครนัก

ส่วนคนน้องหน้าตาธรรมดาๆผมสีทองแซมน้ำตาลสวย (แต่ไม่เท่าคนพี่) ผิวขาว แต่มีไฝฝ้าตามภาษาวัยรุ่น จมูกโด่ง (แต่บี้กว่าคนแรก) หูกาง ทางด้านครอบครัว เสด็จแม่ก็เฉยๆกับคนน้อง ไม่ได้เอาใจอะไร เกือบจะไม่ได้เอาใจใส่ด้วยซ้ำ ส่วนมากมีชีวิตอยู่กับพี่เลี้ยงและนางกำนัล ผลที่ได้ก็คือ เจ้าหญิงคนน้องจะค่อนข้างขี้อาย มีนิสัยไม่ชอบเกล้าผมเพื่อปกปิดหูกางๆของตัวเอง ไม่ได้มีคนเอาใจมากนักก็เลยเฉยๆ บางทีเป็นฝ่ายเอาใจพี่ด้วยซ้ำ และชีวิตคลุกคลีกับคนที่อยู่ระดับล่างกว่าเช่น พวกนางกำนัล ก็เลยไม่ใช่คนดูถูกใคร

ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างตัวละครคร่าวๆจริงๆเลย แต่ถึงจะเป็นแค่คร่าวๆยังไงก็ควรมีครบทั้งหมด จะทำให้ตัวละครของเราสมบูรณ์มากขึ้น มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่ลอยมาเป็นฟองสบู่มาจากไหนไม่รู้ ระวังเขียนๆไปจะแตกโพละเอาได้กลางทาง แล้วเดี๋ยวเรื่องจะล่มเสียเปล่าๆ และสองมิติแรกจะสร้างอย่างไรก็แล้วแต่ แต่พอมิติสุดท้ายต้องให้สัมพันธ์กันด้วยนะ

เขียนมาก็เยอะแล้ว ความพยายามในการอ่านการแปลของข้าน้อยหมดแหล่ว ไว้มาต่อคราวหน้าก็แล้วกัน ตอนนี้ขอแวบไปทำงานหลวงก่อนล่ะ สุมหัวตายอยู่นี่แหละ เหอะ เหอะ



Create Date : 27 สิงหาคม 2548
Last Update : 27 สิงหาคม 2548 0:00:34 น.
Counter : 2414 Pageviews.

6 comments
  
ได้ความรู้ดีค่ะ
โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:4:58:08 น.
  
น่าสนใจดีคับ ขอแอดไว้นะ แต่อิจฉาดิกฯ อังกฤษที่คุณมีมากๆๆ เหอๆ
โดย: เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:7:38:39 น.
  

จูบแล้วจบ

การเขียนนิยายโรมานซ์ของนักประพันธ์ทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของอารมณ์รัก ความรัก และบทรัก โดยจะมีแนวทางในการวางพล็อตเรื่อง ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก และในนิยายแนวรักหวานของนักเขียนเกือบทุกคน สิ่งหนึ่งที่แฟนพันธุ์แท้อย่างคู่แต่งงานโลกทัศน์แคบของผม (….คู่แต่งงานโลกทัศน์แคบ…เป็นสำนวนในหนังสือ Bridget Jones’s Diary ของ Helen Fielding) พวกหล่อนมักจะ(ทำเป็นว่า)ไม่สังเกตเห็นเลยก็ว่าได้ ทั้ง ๆ ที่ฉากเหล่านั้นถูกจัดวางไว้ให้ปรากฏมีอยู่อย่างชัดเจนซ้ำซาก
แต่การนำเสนอในรูปแบบเดิมก็ยังคงดึงดูดใจให้พวกหล่อนต้องตะลุยอ่านกันหามรุ่งหามค่ำ ไม่เป็นอันหลับนอนในคืนวันหยุดสุดสัปดาห์หรือว่าช่วงวันหยุดพักร้อนอยู่เช่นเคย โดยเฉพาะ”สูตรสำเร็จในตอนจบ”
ตามผมไปดูเขา ”จูบแล้วจบ” กันเลยดีไหมครับ

(1) โจนาสฟเอนร่างลงจูบ ไม่ใช่อย่างบางเบาเหมือนเมื่อสักครู่ แต่ล้ำลึกเรียกร้องจนทำให้ฉันโหยหาเขาอย่างยิ่งมือของเขาเลื่อนลงภายใต้อาภรณ์ หยอกเย้ากับเรือนร่างเปล่าเปลือย ลูบไล้ทรวงอกและต้นขา ฉันถึงกับครวญครางด้วยความพอใจ ก่อนรำพันกับริมฝีปากของเขา “ฉันอยากจะโยนตัวคุณลงไปนอนบนพรมเดี๋ยวนี้เลยมายลอร์ด” “ผมภาวนาว่าคุณจะไม่เปลี่ยนใจ แอนจี้ ไม่มีวัน” เขาหัวเราะเมื่ออุ้มฉันลุกขึ้นเดินกลับไปในห้องนอน (The Mistress by Catharina Brandon ‘เฮเลน’ แปล)
(2) ซาร่าซุกตัวอยู่กับแผ่นอกเขา หยอกล้อกับเรือนร่างของเขาด้วยนิ้วเธอ ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาจนเธอต้องผงกศรีษะขึ้นเพื่อมองเขาอย่างคาดหวัง ดีเร็คมองตอบ มือลูบผมเธอเอื่อย ๆ “มีอะไรรึนางฟ้า?” “คุณเคยบอกฉันครั้งหนึ่งว่าคุณไม่รู้ว่า’ความสุข’ให้ความรู้สึกอย่างไร” ดีเร็คมองเธอนิ่งนาน และดึงเธอลงมาแนนชิดกับร่างกายเขา กอดเธอไว้แน่น “มันคือสิ่งนี้” เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” และเธอก็อิงแอบแนบหัวใจของเขาอย่างพึงพอใจ (Dreaming of You ลิซ่า เคลย์แพส เขียน ‘ไอริส’ แปล)
(3) “เอายังงี้ก็แล้วกัน” เขาดึงหล่อนลงมานอนที่โซฟา แล้วพลิกตัวมาคร่อมหล่อน “คุณจะว่าไง ถ้าเรามาฝึกหัดวิธีทำลูกกัน” มือของเขาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและความชำนาญ อาภรณ์ของหล่อนหายวับไป “ถึงเวลาที่คุณพร้อม เราจะได้รู้เป๊ะ ๆ เลยว่าจะต้องทำยังไงบ้าง “มันสำคัญมากนะคะว่าคนเราควรจะรู้ว่าตนเองต้องทำอะไรบ้าง” หล่อนเห็นพ้องอย่างเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง ขณะที่ถอดกระดุมเสื้อเชิ้ตเขาแล้วดันมันหลุดจากไหล่ (Be My Baby ซูซาน แอนเดอร์เซ่น เขียน ‘อารีแอล’ แปล)
(4) เขาโน้มศรีษะลงจุมพิตหล่อนอย่างช้า ๆ กระหายหิว ไม่ปิดบัง ดวงตาของเขาหรี่ปรือเมื่อมองหล่อนและเสียงของเขาแหบพร่าเมื่อพูดขึ้นว่า “แต่งงานกับผมนะ ยอดรัก” ก็ดังเช่นเคย เมื่อเขาจูบหล่อน เข่าของหล่อนอ่อนยวบและคิดว่าหัวใจของตัวเองคงหยุดเต้นเสียแล้ว อเล็กซ์จูบหล่อนอีกด้วยความยินดีและความพิศวาส แล้วจึงยกหล่อนขึ้นสู่วงแขนอย่างง่ายดายและเริ่มเดินไปยังห้องนอน “ผมอยากใช้เวลาทั้งวันอยู่บนเตียงกับคุณ” “ฟังเข้าท่าดีค่ะ” มอร์แกนเห็นด้วย มีความสุขจนพร่าพรายไปหมด (Men of Mysteries Past ตอน All for Quinn เคย์ ฮูเปอร์ เขียน ‘กันหา แก้วไทย’ แปล)
(5) “บอกผมซิ ยอดรัก เราจะต้องวางแผนและดำเนินการอย่างไรถ้าจะมีลูกสัก 2-3 คน” เธอกะพริบตาใส่เขาโดยเจตนาตามแบบฉบับของสาวนกต่อ ที่ยั่วยวนหนุ่มเนื้อทองในทศวรรษที่ 30 ความสุขหลั่งไหลไปทั่วตัวเธอระลอกแล้วระลอกเล่า จนเธอไม่คิดว่าจะรับได้ เธอรู้สึกราวกับว่ามันจะระเบิดออกจากร่างของเธอและกวาดร่างทั้งสองไปด้วยกัน เธอไม่เคยนึกเลยว่าคนเราจะมีความสุขได้ถึงเพียงนี้ เธอได้ทั้งฮัสซันและคำมั่นสัญญาว่าจะได้ลูกของเขาในอนาคต “เข้ามาใกล้ ๆ หน่อยสิคะ ฉันจะอธิบายให้ฟัง” เธอกระซิบเสียงพร่า จมูกของเขาไซ้ผิวเนื้อนุ่มเนียนบริเวณทรวงอกของเธอ เคลลี่วาบหวิวเมื่ออารมณ์พิศวาสเอิบอาบทุกซอกมุม “ใกล้แค่นี้พอไหม?” “ใช้ได้สำหรับเริ่มแรก” เธอพึมพำเมื่อเผยอริมฝีปากรับจุมพิตของเขา (The Sheik’s Secret by Judith Mc Williams ‘ภัคพงษ์’ แปล)
(6) “แต่คนที่ฉันต้องการจะแต่งงานด้วยจริง ๆ คือคุณค่ะ” “ผมรอที่จะได้ยินคำพูดประโยคนี้ตั้งแต่วันแรกที่คุณเหยีบเท้าเข้ามาในนี้แล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมตัวเองถึงรู้ได้ แต่ทันทีที่คุณเดินเข้าประตูมา ผมก็รู้ว่าคุณคือผู้หญิงคนที่ผมเฝ้ารออยู่” โคดี้ก้มลงจุมพิตเจ้าสาวในอนาคตหนัก ๆ และเพื่อพิสูจน์ในคำพูดนั้น (Northern Magic by Janet Dailey) / “ผมรักคุณ และต้องการแต่งงานกับคุณจริง ๆ” “โอ…ค่ะ” เซเลน่าทั้งหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน “ฉันรักคุณ แล้วก็จะแต่งงานกับคุณค่ะ” อ้อมแขนของเธอโอบรัดรอบลำคอของเขาไว้ เมื่อช้านซ์ประทับริมฝีปากลง (The Bride of The Delta Queen) / “ผมน่ะหรือจะเบื่อคุณ ผมรับรองนะ ว่ามันจะไม่มีวันนั้นเป็นอันขาด” พูดจบเขาก็โน้มศรีษะลงประทับรอยจุมพิตบนเรียวปากด้วยความรักอันซาบซึ้ง และทำให้โลกทั้งโลกของบาร์บาร่าสว่างไสวขึ้นด้วยพรายแห่งสายรุ้งนั้น (Southern Nights นิยายทั้งสามเรื่อง เขียนโดย Janet Dailey ‘บุญญรัตน์’ แปล)
(7) ชญาดายิ้ม เขย่งตัวขึ้นพร้อมกับเหนี่ยวคอของเขาลงมาจนหน้าแนบหน้า จุมพิตเขาด้วยริมฝีปากนุ่มอย่างดื่มด่ำ ระหว่างนี้ หล่อนจะรักเขาและเอาใจเขาให้มาก เขาบอกว่าเขารักหล่อนคนเดียว หล่อนก็รักเขาคนเดียว (รักคุณคนเดียว) / หล่อนเหนี่ยวหน้าเขาลงมาจูบ “เราต้องไปอยู่ที่บาห์ดานหลังแต่งงานแล้วหรือค่ะ?” หล่อนถาม “รังเกียจหรือเปล่า?” เขาถามเสียงจริงจัง “ถ้าได้อยู่กับคุณ อยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบจากใจจริง (พายุกามเทพ) / สรวิชญ์หันมาหัวเราะกับทรงอัปสร “นี่ผมจูบคุณมาได้กี่หนแล้ว ยี่สิบห้าเอ้ย..สามสิบห้าใช่ไหม? จูบนี้สามสิบหก” (สาวเปรี้ยวกับหนุ่มเปรี้ยว นิยายทั้งสามเรื่องเขียนโดย‘จามรี พรรณชมพู’)
(8) คุณหญิงพราววางมือลงในพระหัตถ์ที่ยื่นออกมาอย่างเรียกร้องและทรงอำนาจ พลางกระชับนิ้วเข้ากับนิ้วพระหัตถ์อบอุ่นแข็งแรงนั้น เหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันตลอดไป ระหว่างหัวใจผยองในรักทั้งสองดวง หม่อมราชวงศ์หญิงบุษยกานต์ เทพกานต์ เงยหน้าขึ้น และหม่อมเจ้าธนัญชนก ธันยพงศ์ ก็ก้มพระพักตร์ลงมา จุมพิตครั้นนี้เปรียบประดุจการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสนธิสัญญารักเฉพาะตัวระหว่างคนสองคน ที่ยอมรับความจริงจากใจตนเองในที่สุด (พธูเทพกานต์, วลัย นวาระ เขียน)

จูบแล้วจบบริบูรณ์

โดย: a_somjai (a_somjai ) วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:7:57:59 น.
  
>>>>>อ้วนดำปื๊ดปื๊อ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^


>>>>> เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง
ตามสบายค่ะ ส่วนเรื่องพจนานุกรมนี่ส่วนมากเป็นของพี่สาวค่ะ ของหนิงเองไม่ค่อยมีหรอกค่ะ อาศัยบารมีพี่เอา จะมีของตัวเองก็ไม่กี่เล่ม ส่วนมากมักเป็นภาษาที่สาม

>>>>>a_somjai
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์ความรู้ค่ะ หนิงเองก็แทบไม่เคยอ่านนิยายโรแมนติคเท่าไร เลยไม่แน่ใจว่าลักษณะของหนังสือแบบนี้ควรต้องวิจารณ์แบบไหนดี ^^"
โดย: หนิง IP: 61.91.109.216 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:1:00:59 น.
  
ขอบคุณนะคะที่ให้ความรู้ แอบลอกเอาไปแล้วค่ะ จะนำไปสอนเด็ก ๆ
โดย: พรรณา IP: 125.26.31.148 วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:19:39:56 น.
  
kfufjggitjdlfjgvjgdikv,fkf flkgro,figldirgjfkrlfoitk lfogk
fgjgldjirlfi5jglfdoikfldjgfijmvjgnb ljflcmvkd
โดย: กฤษดา IP: 124.157.238.155 วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:9:40:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com