Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
ทัวร์แม่ลูกอ่อน...กัวลาลัมเปอร์เต็มที่ ก่อนนาทีระทึก


ฉันเริ่มหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องนั่งเที่ยวแบบหายใจไม่ทั่วท้อง ปัญหานึงที่เรามักเจอเวลาเหมารถเที่ยวต่างแดนก็คือ การวางแผนเส้นทางขับรถ ยิ่งถ้าคนขับไม่ชำนาญแล้วล่ะก็ ยิ่งไปกันใหญ่

ฉันยื่นลิสต์สถานที่ต่างๆที่อยากไปให้คนขับดู เค้าพูดอะไรงึมงัมไม่มีใครฟังออก แต่อีกไม่นานเราก็มาถึงวัดจีน Thean Hou ที่ฉันเองก็คิดในใจว่า “ถ้ามันไม่ใช่ใครจะรู้” ฉันเดินลงจากรถด้วยความระแวง มองดูป้ายก็ไม่เห็นมีชื่อ Thean Hou เลยซักนิด เค้าว่ากันว่าวัดนี้เป็นวัดจีีนที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอกตามตรงว่าในชีวิตนี้ฉันไม่ได้ไปวัดจีนมากมายนักก็เลยไม่สามารถจะกะด้วยสายตาได้ว่าวัดนี้ใหญ่จริงๆอย่างที่เค้าร่ำลือกันหรือเปล่า ฉันเคยไปอย่างมากก็วัดเล่งเน่ยยี่ ที่ไปสักการะความศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองให้ชาวมะโรงพ้นภัย ในช่วงหลายปีก่อนที่คนไทยต้องการความหวังจากสิ่งที่มองไม่เห็น ถ้าเทียบเรื่องขนาดฉันก็ต้องยอมรับว่าวัด Thean Hou ใหญ่กว่าวัดเล่งเน่ยยี่หลายเท่านัก

ภาพด้านนอกที่เห็นก็คือวัดนี้เรียงตัวสูงขึ้นไปหลายชั้น เมื่อเดินถึงตีนบันได ฉันออกจะอึ้งๆเมื่อได้ยินเสียงดนตรีดังสนั่นประกอบไปด้วยเสียงโฆษกที่ดังมาจากห้องโถงใหญ่ด้านใน นี่เรามาวัดหรือศาลาการเปรียญกันแน่ เพื่อคลายความสงสัยฉันเดินเข้าไปในห้องทันที่ บนเวทีมีการแสดงของเด็กๆวัยประถมปลาย โดยมีผู้ปกครองคอยให้กำลังใจและถ่ายรูปกันอย่างแฟลชวาบไม่ขาดตอน ฉันมองไปรอบๆก็ไม่รู้ว่าจะถามใครดีว่านี่…คือวัดจีนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่ จริงๆแล้วฉันแอบกลัวว่าคำตอบคือ “ไม่ใช่” มันคงจะหน้าแตกดีพิลึก เพื่อรักษาฟอร์มต่อไป ฉันลองเดินลัดเลาะออกมาแล้วขึ้นบันไดด้านข้างขี้นไปยังชั้นถัดมา

จากทางเดินขึ้นโทรมๆเล็กๆเปิดเข้าสู่ลานกว้างหน้าโบสถ์ เมื่อมองไปรอบๆ เราสามารถมองเห็นวิวเมือง KL ได้อย่างกว้างไกล หลังคาวัดสีเหลืองตัดขอบด้านล่างด้วยสีเขียวและแดงที่ตั้งอยู่บนเสาสีแดงเรียงกันไปตามทางเดิน ภาพแบบนี้แหละที่เริ่มเข้าเค้า นอกจากนี้ส่ิงที่ช่วยคอนเฟิร์มว่าฉันคงมาไม่ผิดคงจะเป็นเสาสีขาวที่แกะสลักเป็นลายมังกรจีนที่เลื้อยพันเสาไปมา เหมือนกับว่าจะไปรวมกลุ่มกับเหล่ามังกรหลากสีหนวดยาวที่ยืนกันยั้วเยี้ยกางกรงเล็บแหลมรอจ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่บนหลังคา ระหว่างมองก็พลางคิดไปว่า…เหยื่อของมังกรนั้นคือตัวอะไร แต่แล้วความสนใจของฉันกลับไปสะดุดหยุดกึ้กกับวัตถุสีขาวที่ใหญ่ตู้มเหมือนสุ่มไก่ที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่แถวบันไดวัด หญิงจีนขาวอวบในชุดเจ้าสาวแบบสากลควงคู่มากับเจ้าบ่าวในชุดทักซิโด้กำลังจุดธูปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เค้าทั้งคู่มิได้ส่งตัวเข้าบูชายัญเพื่อเป็นเหยื่อของมังกรแต่อย่างใด หากแต่ว่าเค้าทั้งคู่กำลังสังเวยตัวเพื่อเป็นเหยื่อ…เหยื่อของความรัก



สิ่งพิเศษของวัด Thean Hou ก็คือที่นี่เป็นสถานที่ที่หนุ่มสาวหลายคู่มาทำพิธีจดทะเบียนสมรส โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยคุ้มครองให้ความรักของเค้าเหล่านั้นมีความมั่นคงยืนนาน มันก็น่าสนใจดีตรงที่พวกเค้าเลือกที่จะใส่ชุดแต่งงานแบบสากลในการทำพิธีมากกว่าชุดกี่เพ้าแบบจีน มันเลยทำให้ภาพที่เห็นดูโดดเด่นไม่แพ้สถาปัตยกรรมของตัววัดที่ได้รับการยกย่องว่ามีการผสมผสานของศิลปะโบราณและเทคนิคสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ แต่สิ่งที่บ่งบอกความเป็นหญิงจีนอย่างจริงแท้แน่นอน ก็คือเหล่าเจ้าแม่ เทพยดาต่างๆภายในตัวโบสถ์ ก่อนจะออกจากวัด ฉันก็ไม่ลืมที่จะเสี่ยงเซียมซีเป็นที่ระลึก

เรามุ่งหน้าต่อไปยังมัสยิดแห่งชาติมาเลเซีย ช่วงที่ขับรถไปลูกชายของฉันก็หลับไปในวงแขน เมื่อไปถึงฉันบอกให้แมทเดินลงไปดูคนเดียวดีกว่าเพราะไม่อยากให้ลูกตื่น สามีหายไปประมาณ 15 นาทีก็เอารูปมาเปิดให้ดู ่ ฉันรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปดูด้วยตัวเอง ภาพของกระจกสีที่ประดับภายในด้านโถงของห้องทำละหมาดดูสวยแปลกตาไม่แพ้ลายฉลุภายนอกของตัวอาคาร ประกอบ ด้วยความโค้งมนตามแบบของมัสยิดทั่วไป ฉันไม่ได้มีความรู้ด้านสถาปัตยกรรมอะไรเลย ไม่กล้าที่จะบอกว่ามันดูแล้วมีความลึกซึ้งยังไงแค่ดูแล้วได้อารมณ์ความสวยแบบที่แตกต่างจากวัดไทยของเรา ไม่มีใครสวยกว่าใคร แต่เป็นเอกลักษณ์ของใครของมัน



รถวิ่งผ่านถนนหนทางจนมาถึง Central Market แหล่งชอปปิ้งของที่ระลึกแบบมาเลย์ๆ สินค้าที่วางขายแทบทุกร้านก็คือผ้าพันไหล่ปักเลื่อมสไตล์แขกและหน้ากากไม้แกะสลัก ฉันเดินอุ้มลูกที่ยังหลับปุ๋ยผ่านร้านต่างๆไปอย่างไม่ได้ให้ความสนใจนักจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้าน Cute Fish Spa ร้านนี้ ขายอะไรเนี่ย ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูก็เห็นคนกำลังเอาเท้าแช่น้ำและมีปลาเล็กๆวิ่งเข้ามาตอดเท้ากันใหญ่ ฉันแอบหดปลายเท้าและเกร็งย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่ามันคือการแทะหนังที่ตายแล้วก็ตาม ฉันว่าไปเข้าร้านเสริมสวยให้คนตะไบแต่งหนังให้มันน่าจะสบายใจกว่า หรือไม่ไปนั่งให้คนนวดเท้าให้ก็น่าจะสบายกว่าเยอะ แต่ถ้ามองอีกมุมมันก็คือการทำบุญทำทานให้สัตว์เล็ก ต่างคนต่างพึ่งพา น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ปลาพี่งตะ..

หลังจากเดินจนเมื่อย ฉันก็ยังไม่ซื้ออะไร พวกเราก็ต้องทำตัวเป็นปลาเช่นกันด้วยการหยุดที่ร้านอาหารและหาอะไรกิน ….มิใช่ไปกวนส้นมือส้นเท้าใครแต่อย่างใด เราเลือกกินอาหารมาเลย์ด้วยความที่อยากรู้มานานแล้วว่ารสชาติของอาหารมาเลย์แท้ๆจะแตกต่างจากอาหารมาเลย์ที่เคยกินที่นิวซีแลนด์มากน้อยแค่ไหน ฉันเลือกสั่งเมนูที่คุ้นเคยอย่าง Chicken Rendang และชาเย็นแบบมาเลย์ ส่วนสามีก็เช่นกัน สั่ง Roti Chanai แต่ต้องผิดหวังอย่างแรงตรงที่ร้านนี้ไม่ขายโรตี ทางร้านเลยจัดขนมปังมาให้แทน รสชาติและหน้าตาของ Rendang จะคล้ายๆแกงพะแนงแต่จะมีรสหวานนำ ร้านนี้ทำได้ประทับใจมากฉันเลยขอสั่งกลับบ้านไปฝากน้องชายที่กทม. ส่วนชาเย็นนั้นเทียบไม่ติดกับชาเย็นสีส้มๆของบ้านเราเมืองเรา



หลังจากกินเสร็จฉันก็เริ่มมองหาของฝาก เท่าที่ผ่านมายังไม่มีอะไรที่ประทับใจเลย คนสำคัญที่ฉันต้องหาของไปฝากก็คือคุณย่า คุณย่ามีความผูกพันกับชาวมาเลย์มาตั้งแต่เล็กเนื่องจากเกิดและโตที่จ.ปัตตานี คุณย่ามักบ่นเสมอเวลาที่มีของกินจากทางใต้ขึ้นมาขายตามร้านในกทม.ว่าไม่เหมือนที่เคยกินตอนเด็กๆ ความรู้สึกแบบนี้ฉันเข้าใจดี นี่ขนาดฉันเพิ่ง 30 ต้นๆฉันยังคิดถึงขนมหลายอย่างที่สูญพันธ์ุไปแล้วไม่ว่าจะเป็นไอติมโฟร์โมส ขนมกรอบอาราเร่ ชอคโกแลตโดราเอมอนที่มากับของแถม ดังนั้นสิ่งที่ฉันมองหาเป็นของฝากก็คือของกิน ฉันเดินลัดเลาะตัดผ่านส่วนกลางของตึก จนมีกลิ่นฉุนๆของปลาเข้ามาเตะจมูก ฉันหันไปก็เจอข้าวเกรียบปลาชนิดยังไม่ได้ทอดวางเรียงรายอยู่หลายถุงใหญ่ นี่แหละ ของโปรดของย่า ข้าวเกรียบปลามีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆ แบบสีน้ำตาล และแบบสีดำ ฉันไม่แน่ใจว่าแบบไหนเป็นรสอะไร ฉันเลยซื้อกลับไปฝากสมาชิกในครอบครัวทั้งสองชนิด






เวลาของเราก่อนเครื่องบินจะออกเหลืออีกประมาณ 5 ชั่วโมง ยังเที่ยวได้สบายๆ เรานั่งรถต่อไปยังวัดฮินดู แล้วผ่านหน้าทำเนียบ ก่อนจะไปสำรวจตลาดแขกย่าน Little India ตลาดแขกนี้ขายผ้าส่าหรีเป็นสินค้าหลัก และมีร้านทองเรียงรายกันเป็นตับ เราเดินเตร็ดเตร่กันซักพักจนกระทั่งได้เวลาที่ต้องกลับแล้ว





ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นจนเครื่องบินออกจากสนามบินได้ซัก 15 นาที เรานั่งคุยกันว่าลูกชายคนโตคงจะงอนเนอะ ถ้าโตกว่านี้แล้วรู้ว่าเราสามคนหนีมาเที่ยวกันแบบนี้ ฉันก็ปลอบใจกันเองว่า เอาน่า…กลับไปถึงทันก่อนลูกอยู่แล้ว…ไม่รู้หรอก อยู่ๆสามีก็ถามฉันแบบขำๆว่า “ถ้าเกิดเราเกิดตายหรือหายไป ใครจะเลี้ยงเคหลิบเหรอ” ฉันก็ตอบแบบทันควันแบบไม่ได้คิดมากว่า ก็ตา ยายน่ะสิ เค้าเลี้ยงได้อยู่แล้วน่ะ….แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงตามสายมาขัดจังหวะการสนทนาของเรา “ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ…ขณะนี้เครื่องบินของเรามีปัญหาทางเทคนิคบางประการ เรามีความจำเป็นที่ต้องบินกลับสนามบินกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเช็คตัวเครื่อง ขออภัยมา ณ ที่นี้”

ฉันและสามีหันมามองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจในส่ิงที่ได้ยิน แต่ก็ต้องมั่นใจเมื่อได้ยินเสียงจากผู้โดยสารคนอื่นๆเริ่มบ่นพึมพัมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “คราวที่แล้วก็แบบเนี้ย ช้าไปตั้ง 2 ช.ม.กว่าจะถึงบ้าน” ฉันแอบเหลือบมองไปด้านหลังเพื่อหาต้นเสียง เธอเป็นสาวไทยเชื้อสายมุสลิมที่ฉันเดาว่าคงต้องเดินทางด้วยสายการบินนี้เป็นประจำระหว่างไทยและมาเลเซีย ไม่ทันที่เธอจะบ่นต่อ เสียงตามสายก็ดังอีกครั้ง “ขอให้ผู้โดยสารอย่ากังวล หากหิว ทางเราจะมีน้ำเปล่า แจกฟรี และมีแซนวิช และซุป เดินขายตลอดการเดินทาง” นอกจากจะไม่ปลอบขวัญกันแล้ว ยังหาช่องทางทำมาค้าขึ้นอีกด้วย

พวกเราเริ่มนั่งไม่เป็นสุข เหมือนหมูกระทะดิบโดนปิ้ง คำถามเป็นลางของเราเริ่มเข้าเค้า ฉันยังมองโลกในแง่ดีว่าบางทีเราอาจไม่ถึงขั้นที่จะหายไปจากโลกนี้ แต่ที่แน่ๆเคหลิบต้องว้ากบ้านแตกแน่เพราะกลับไปแล้วคงไม่เจอเรา เครื่องบินสามารถประคองตัวเองไปจนถึง KL ช่างเทคนิค 2-3 คนวิ่งขึ้นมาเช็คระบบไฟของตัวเครื่องและชี้แจงให้ฟังอาการของเครื่องว่า “ไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องพุ่งขี้นฟ้าไม่ได้” ฉันเข้าใจว่าเดี๋ยวทางสายการบินคงหาเครื่องใหม่มาเปลี่ยน แต่ความจริงก็คือ เราต้องนั่งเครื่องนี้กลับกทม.กันโดยต้องอาศัยความเชื่อว่า…กรรมที่เราทำมายังเยอะนัก ต้องอยู่ใช้กรรมกันต่อไป
ในที่สุดเราก็กลับถึงบ้านก่อนเที่ยงคืน เคหลิบหลับสลบไสลไปกับยาย เราต่างโล่งใจแต่ก็เหนื่อยล้าจากการลุ้นระทึก กรรม! หนีลูกเที่ยวก็งี้แหละ!




Create Date : 31 สิงหาคม 2552
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 20:22:11 น. 10 comments
Counter : 7449 Pageviews.

 
วัดแขกเหมือนในสิงคโปร์เลยคับ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:22:26:01 น.  

 
คาดว่าคงจะเหมือนที่สีลมด้วยอ่ะค่ะ


โดย: nzmum วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:4:05:21 น.  

 
ใช่เลยค่ะ เหมือนวัดแขกสีลมจริง ๆๆ ด้วยค่ะ


โดย: แม่เด็กชายเอื้อ (viji ) วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:15:39:44 น.  

 
อวนมีเมล์ หรือ คุยเอ็มปะ

ขอหน่อยซิ เผือออนเอ็มคุยกัน..

ไม่ได้อัพบลอคมาครบปีแล้ว 555

bejekky@hotmail.com


โดย: ๋Jek IP: 58.8.80.81 วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:13:43:54 น.  

 
มาแว้วก้าบบบบบบบบบบบ


โดย: dogamania วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:8:34:38 น.  

 
หนีลูกไปเที่ยว..
หนอย..เสียนโยบายกระเตงลูกอ่อนฯหมด



โดย: ดอกหญ้าพันงู วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:04:43 น.  

 


โดย: It-ta-tee วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:4:24:04 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณอวน
ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้คุณอวนกับสองหนุ่ม และครอบครัว มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุข สดใส สดชื่น ตลอดไปนะคะ


โดย: แม่เด็กชายเอื้อ (viji ) วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:18:17:16 น.  

 


โดย: p_tham วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:6:00:37 น.  

 
Good morning friends

I'm a Thai Independence Business Owner(IBO) of Amway. My IBO # is 5934567. My keyword is ACO. If anybody want to become IBO of Amway and have persanal website like me or want to buy some Amway products please contact me through this email address or call me at (702) 4671160 anytime. I live in Las Vegas, Nevada. I'm looking forward to help you all as best as I can. My name is Kitchadaphorn Acosta
My personal website is //www.amway.com/kritchadaphornacosta. There are all the best quality of Amway Global Company.

Sincerely yours,

Kritchadaphorn Acosta(Khamkhong)


โดย: Oum IP: 98.160.230.36 วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:6:05:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nzmum
Location :
กรุงเทพ New Zealand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บันทึก...แม่บ้า(น)ตัวอย่าง
ชีิวิตเก่าๆของแม่ลูกสอง ทั้งในและนอกประเทศไทย
หวังว่าวันนึงคงได้กลับมาอยู่บ้านเราอย่างถาวร



+KL and that second (3)+
+KL hours later(2)+
+KL in 24 HRS (1)+
+HBD CALEB 3 YRS OLD+
+ไม่ใช่ตุ๊กตา+
+ของขวัญจากโรงเรียน+
+วีคแรกที่ Kindy+
+Bye Bye Nappy+
+โรงเรียนของเคหลิบ+
+เกมแก้เซ็ง+
+ด้วยเกียรติของแม่บ้า(น)+
+ถึงคราวมีเจ๊ดัน+
+Headline Blog+
+Smile Upon The Sky+
+Caleb’s Language Milestone+
+Snap Shots ริมเจ้าพระยา+
+กลับ!+
+AF5: Me, My Dream & My Producer+
+วีรกรรมทำแสบ+
+Fuji Five Lakes+



+My Book+





Friends' blogs
[Add nzmum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.