Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ทัวร์แม่ลูกอ่อน…First day in Tokyo & Panda On Tour


แหม…ตอนแรกก็โล่งไปแล้วว่าลูกชายหลับไปช่วงที่ขับรถจากบ้านไปสุวรรณภูมิ ทีไหนได้พอถึงเวลาเช็คอินเธอก็เด้งขึ้นมาให้เราได้ขวัญผวา กว่าเครื่องจะออกก็ตั้ง 5 ทุ่ม ฉันก็ยังมองโลกในแง่ดีว่างั้นเล่นให้เหนื่อยขึ้นเครื่องจะได้หลับ
การมองโลกในแง่ดีของฉันเป็นจริงแค่ 4 ช.ม. จากเวลาเดินทางทั้งหมด 6 ช.ม.



ตั้งแต่ก้าวเท้าลงสนามบินฉันก็กังวลว่าเราสามคนจะไปรอดมั้ย กับเมืองที่ไม่น่าจะมีภาษาที่เราเข้าใจเลย ช่วงที่เราไปเที่ยว ญี่ปุ่นเพิ่งออกฎใหม่ว่าต้องมีการตรวจลายนิ้วมือตอนตรวจคนเข้าเมือง ขั้นตอนนี้ทำให้ทุกอย่างช้ากว่าที่คิด เพราะเลเซอร์ตรวจลายนิ้วมือมีจังหวะในการตรวจค่อนข้างช้า นักท่องเที่ยวบางคนก็ดึงนิ้วออกก่อน ทำให้ต้องปั๊มแล้วปั๊มอีกไม่จบไม่สิ้น ฉันเองก็เริ่มเมื่อย ผลัดกันอุ้มลูกกับสามี แต่ไม่ทันไร ก็มีพนักงานญี่ปุ่นคนนึงเข็นเอารถเข็นรถเข็นของลูกมารอใกล้ๆเคาน์เตอร์ต.ม. พร้อมกับใช้ภาษาใบ้พยายามบอกว่า เอามาให้แล้วนะ อยู่ทางนี้

เราใช้เวลารับกระเป๋าไม่นานนัก เพราะเราสามคนมีกระเป๋าใบเล็กๆเพียงใบเดียวเท่านั้น คราวนี้ลูกขวบกว่าแล้ว สัมภาระช่างแตกต่างจากสมัยลูกเล็กๆนัก ไม่แน่ใจว่าฉันเชี่ยวมากขึ้น หรือ ขึ้เกียจมากขึ้นกันแน่ แต่ยังไงซะ มันคงจะไม่สะดวกนักถ้าเรามีกระเป๋ามากกว่า 1 ใบในการเดินทางด้วยรถไฟตลอดทั้งทริป

ด่านต่อไปที่ระทึกสำหรับฉันก็คือ การแลก JR Pass เพราะนอกจากจะได้มีโอกาสสื่อสารจังๆกับคนญี่ปุ่นแล้ว ฉันก็กลัวว่าขั้นตอนมันจะยุ่งยากซํบซ้อน ฉันยอมรับว่าตอนอ่านไกด์บุค ฉันก็อ่านข้ามตอนนี้ เพราะยิ่งอ่านก็ยิ่งงง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างก็ตรงกันข้ามกับที่ฉันคิด คำร่ำลือที่ว่าคนญี่ปุ่นสื่อสารกับคนต่างชาติไม่ได้นั้นไม่จริง ถึงแม้ว่าจะใช้ภาษามือและภาษาใจสื่อสารกันแต่ในที่สุดฉันก็ได้ JR Pass ตัวจริงมาใช้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ พนักงานแลกตั๋วยังแนะนำสายรถไฟที่ไปถึงโรงแรมได้เร็วกว่าแผนที่ฉันเตรียมมาซะอีก

ระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟฉันเดินผ่านร้านขายอาหารกล่องหลายร้าน เฉดสีต่างๆในกล่องข้าว ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวของสาหร่าย สีสี้มของปลา สีชมพูของผักดอง และ สีขาวของขาว ผสมปนเปกันจนทำให้น้ำย่อยในท้องฉันปั่นป่วน
ส่วนราคาของข้าวกล่องเหล่านี้มีให้เลือกตั้งแต่ 300 จนไปถึง 900 เยน ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าทริปนี้ยังไงๆก็คงต้องลองกินให้ได้ แต่ตอนนี้ฉันคงต้องรีบไปขึ้นรถไฟก่อน

เส้นทางที่พนักงาน JR แนะนำฉันก็คือ ให้เราขึ้นรถไฟสายสีน้ำเงิน หรือ เขียว แล้วให้ไปลงที่สถานี Chiba

ที่พักของเราเป็นแบบเรียวกัง หรือ ห้องสไตล์ญี่ปุ่น อยู่ใกล้ตัวเมืองโดยที่ต้องไปลงที่สถานี Koiwa การเดินทางจากสนามบินตามคำแนะนำของพนักงาน JR ก็คือ ให้ขึ้น JR สายสีน้ำเงินหรือเขียวก็ได้ แล้วลงที่สถานี่ Chiba แหล่งชุมทางรถไฟสายต่างๆที่จะวิ่งเข้าเมือง การเปลี่ยนสายรถไฟทำให้เราประหยัดเวลามากขึ้นเพราะความถี่ของรถไฟที่วิ่งจะมีบ่อยกว่าการนั่งรถสายเดียวที่จะนานๆโผล่มาซักคัน
หลัง่จากมาลงที่ Chiba เราก็เลือกขึ้นสายสีเหลือง (Chuo Line –Local Train) นั่งไปเรื่อยๆลงที่สถานี Koiwa (小岩) หลังจากนั้นให้เดินออกที่ South Exit. แล้วก็เดินไปตาม Sun Road (サンロード)




จริงๆแล้วที่พักนี้ไม่ค่อยสะดวกกับการเดินทางเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากที่พักอื่นๆที่เราเล็งไว้เต็มหมดทุกที่ ทำให้เราต้องอยู่ทีีนี่กันไปก่อน สิ่งที่ทดแทนความลำบากในการเดินทางก็คือ คุณลุงใจดีเจ้าของเรียวกัง และ ห้องที่ใหม่และน่ารัก




จุดหมายแรกที่เรามุ่งหน้าไปคือ วัดเซนโซจิ หรือ วัดอาซากุซะ แคนนอน วัดที่เก๋ากึ้กที่สุดในโตเกียว ตามปกติถ้าไปถึงวัดนี้สิ่งที่ทุกคนต้องสะดุดตาคือโคมไฟยักษ์สีแดง แต่ภาพที่ฉันตะลึงงันไปกลับเป็นภาพหัวดำๆของผู้คนจากหลากหลายสารทิศ เพราะวันนั้นเป็นวันอาทิตย์เลยคราคร่ำไปด้วยคนที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ๋ของศาลเจ้าในวัด ส่วนแผงขายอาหาร และ ร้านค้าขายของที่ระลึกรอบๆวัด ก็ดึงดูดทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว




ย่าน Asakusa นี้เป็นแหล่งรวมของที่ระลึกสไตล์ยุ่นๆ ถ้าใครคิดจะซื้อของฝากก็น่าจะซื้อซะเลยยตอนนี้ เพราะนอกจากที่นี่แล้ว ของที่ระลึกแนวนี้ก็หายากทีเดียวในเขตอื่นๆของโตเกียว แต่เราเองก็ไม่ได้ซื้อ เพราะห่วงว่ากระเป๋าจะหนักและเต็ม ครั้นจะเดินทางกลับไปทีนี้อีกทีก็สองจิตสองใจ เพราะการเดินทางมาย่านนี้จะว่าง่ายก็ง่าย แต่สำหรับแม่ลูกอ่อนอย่างฉัน ฉันว่ามันลำบากพอตัวเลยทีเดียว




ตามปกติถ้าเราเดินทางด้วยรถ JR การเข็นรถเข็นลูกขึ้นลงชานชะลาสถานีเป็นเรื่องง่ายมากๆ เพราะแต่ละสถานีจะมีลิพต์ไว้บริการ แต่การเดินทางไปย่าน Asakusa นั้น เส้นทางที่เร็วคือการนั่งรถไฟใต้ดิน (Subway) ที่ให้บริการโดยบริษัทอื่น เลยไม่ได้มีลิฟต์หรือบันไดเลื่อนให้ความสะดวก ฉันกับสามีต้องแบกเอารถเข็นลูกขึ้นลงบันได หลังจากการใช้ subway ในครั้งนั้น ทำให้การเดินทางของฉันมีอันต้องพึีงรถแทกซี่บ้างเหมือนกัน

แต่ก่อนที่จะสลัดความงกท้ิง เราก็ดันทุรังเกาะ subway จนมาถึงย่าน Shinjuku แหล่งชอปปิ้งขึ้นชื่อของโตเกียว เพื่อนแนะนำมาว่าถ้าจะซื้อกล้องให้ไปที่ร้าน Bic Camera ที่อยู่ในห้าง Odaiku Halc ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟ Shinjuku นั่นเอง




พอเราชอปเสร็จ บรรยากาศภายนอกห้างก็เต็มไปด้วยแสงสีถึงแม้ว่าเวลาขณะนั้นจะแค่ 5 โมงกว่าๆ แต่เนื่องจากเรามาเที่ยวกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อากาศจึงค่อนข้างหนาวและมืดครึ้ม




เราเดินลัดเลาะกันมาเรื่อยจนถึงย่าน Shibuya แสงไฟจากตึกและถนนก็อยู่เป็นเพื่อนเราไม่ขาดสาย เป็นภาพแบบญี่ปุ่นๆแบบที่ฉันเคยเห็นมานักต่อนัก แต่แล้วจู่ๆภาพญี่ปุ่นของฉันก็ถูกตัดไปด้วยเสียงเพลงจากร้านขายทีวีแห่งหนึ่ง “ตึ๊ดตะดึด ตึดตือตึดตือ….หมีแพนด้าๆๆ” โหย…ของเค้าแรงจริง วัยรุ่นญี่ปุ่นมุงกันแน่นเชียว



หลังจากเถลไถลกันจนเหนื่อยเต็มที่ เราก็กลับเรียวกังเตรียมพร้อมสำหรับการเที่ยว Yokohama ในวันรุ่งขึ้น






Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 10 เมษายน 2551 0:04:54 น. 12 comments
Counter : 597 Pageviews.

 
แวะมาดู แม่ลูกอ่อน


โดย: เคิก IP: 124.157.132.20 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:0:49:42 น.  

 
อ่านไปเหนื่อยไปด้วยเลยอ่ะ เฮ่อ! แหมมาตื่นเอาตอนเช็คอินเนี้ยนะค่ะ

อยากไปเที่ยวเจเปนจังเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสก้ออยากไป อิอิ

อ่านในการเดินทางดูๆแล้วก้อเหนื่อยนะค่ะ คือว่านึกภาพตามออกเลยค่ะ

ประสพการณ์เหมือนกับครั้งเราไปเที่ยวนิวยอค์เลยค่ะ ฮ่าๆ แบกลูดเข็นลูก

ฝากจุ๊ฟฟน้องเคหลิบด้วยน๊า คิดถึงนะค่ะ


โดย: bagarbu วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:1:18:23 น.  

 
แอบอิจฉาเหมือนเคยค่ะ เพราะไอ่ความที่อยากไปญี่ปุ่นมากๆนี่แหละ


โดย: Picike วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:1:23:00 น.  

 
พูดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ รี่ยังไม่เคยใช้บริการเลยค่ะ อิอิ แต่เคยไปเดินเล่นแค่ครั้งเดียว (บล้อกภาพถ่ายของโซอี้นั่นแหละ)
เห็นภาพแล้วทำให้คิดถึงญี่ปุ่นมากๆ โตเกียวยังดูปรี๊ดปร๊าดเหมือนเดิมเลย เฮ้อๆ อยากไปโกเบอีก ฮือ.. ไม่รู้จะได้มีโอกาสกลับไปมั้ย

รอเที่ยววันต่อๆไปนะคะ อิอิ


โดย: ShiEri วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:8:19:16 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ อยากไป๊อยากไปอ่ะ แต่ท่าจะแพงอ่ะ


โดย: BeachBum วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:9:18:23 น.  

 


โดย: nUtTyOsAt (te@ ) วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:9:42:35 น.  

 
หวัดดีครับ ไม่ได้แวะมาเยี่ยมนานเลย

ญี่ป่นเพิ่งไปมาเมื่อปีที่แล้ว ชอบมาก โดยเฉพาะเรื่องของกิน อร่อยทุกอย่าง เรื่องเที่ยวอย่างอื่นไม่ค่อยรับรู้เท่าไหร่ 555555


โดย: fedexfc วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:11:54:22 น.  

 
เข้ามาตอบ พี่ nzmum ครับ ครับว่า ปีนี้ไม่ได้เล็งวีไหนครับ แต่เป็นไฟท์บังคับ อิๆ เพราะน้องที่ผมสนิทด้วย มีพี่รหัสที่โรงเรียน คือ รอน

ไปเจอตัวจริงมาแล้วด้วยครับ อัธยาศัยดีสุดๆ เป็นเด็กกิจกรรม ตอนมัธยมได้ข่าวว่าป็อปปูล่ามากๆ บ้านไม่ค่อยรวย รับรองเชียร์ไม่ผิดหวัง

ส่วนกี๋ กับ เบนซ์บอกได้คำเดียวว่า "ไม่ธรรมดา" ผมเห็นกับตามาแล้ว เอิ้กสส์ แต่พูดหน้าไมค์ไม่ได้เดี๋ยวโดนแฟนคลับ เค้าตามมากระตื้บเอา 5555


โดย: fedexfc วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:13:58:25 น.  

 
ขอเป็นลูกทัวร์แม่ลูกอ่อนด้วยคนค่ะ


โดย: viji (viji ) วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:15:56:06 น.  

 
อ่านไปตื่นเต้นไป เหมือนได้ไปร่วมทริปด้วยงั้นแหละ
ติดตามตอนต่อไปค่ะ

ยังไม่เคยไปญี่ปุ่น อยากไปแต่ไม่มีโอกาส
ขอตามครอบครัวทัวร์แม่ลูกอ่อนไปด้วยดีกว่า


โดย: ชิงดวง วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:21:29:34 น.  

 
แวะมาชมค่ะ เพิ่งกลับจากญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ ยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ ต้องทำการบ้านเยอะหน่อย ดีนะคะที่หาข้อมูลได้ง่ายทั้งในเน็ต และ JNTO ถ้าขยันอ่านก็จะได้อะไรดีๆเยอะค่ะ

ขอยกนิ้วให้สำหรับการเดินทางเองพร้อมเด็กเล็กๆ

ไม่ทราบว่าไปทานบุฟเฟ่เมนูปูที่ Sunshine city Prince Hotel หรือเปล่าคะ อร่อยมากๆ ค่ะ


โดย: แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:17:18:36 น.  

 
อ่านวันแรกก็สนุกแล้วอ่ะค่ะคุณอวน
แต่แอบเหนื่อยแทนเลยเพราะว่าเดินทางเหนื่อย
มาก อย่างการเปลี่ยนรถไฟเอย การเอารถเข็น
ของน้องเอย ... เรียกว่าทุกอย่างเหนื่อยหมด
ไม่รู้นะคะ อ่านแล้ววันแรกเหนื่อย อาจจะเพราะว่า
ได้เห็นคุณอวนและครอบครัวเดินกันเยอะมาก
แต่ว่ายิ่งอ่านยิ่งสนุก และมาขำเลยกับเพลง
"หมีแพนด้า"อ่ะคะ ดังไกลเชียวค่ะ


โดย: JewNid IP: 202.149.24.161 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:10:11:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nzmum
Location :
กรุงเทพ New Zealand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บันทึก...แม่บ้า(น)ตัวอย่าง
ชีิวิตเก่าๆของแม่ลูกสอง ทั้งในและนอกประเทศไทย
หวังว่าวันนึงคงได้กลับมาอยู่บ้านเราอย่างถาวร



+KL and that second (3)+
+KL hours later(2)+
+KL in 24 HRS (1)+
+HBD CALEB 3 YRS OLD+
+ไม่ใช่ตุ๊กตา+
+ของขวัญจากโรงเรียน+
+วีคแรกที่ Kindy+
+Bye Bye Nappy+
+โรงเรียนของเคหลิบ+
+เกมแก้เซ็ง+
+ด้วยเกียรติของแม่บ้า(น)+
+ถึงคราวมีเจ๊ดัน+
+Headline Blog+
+Smile Upon The Sky+
+Caleb’s Language Milestone+
+Snap Shots ริมเจ้าพระยา+
+กลับ!+
+AF5: Me, My Dream & My Producer+
+วีรกรรมทำแสบ+
+Fuji Five Lakes+



+My Book+





Friends' blogs
[Add nzmum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.