Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ทัวร์แม่ลูกอ่อน…Future Town: Minato Mirai, Yokohama และ สะพานสายรุ้ง, Tokyo

ครั้งแรกที่ฉันเห็น “Minato Mirai” จากเว็บ japanguide.com สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงก็คือ ศตวรรษที่ 21 ของโดเรม่อน แน่นอนว่านี่จะเป็นที่ที่ฉันต้องไปเห็นกับตาในการเดินทางไป Yokohama ในวันนี้

เราเริ่มต้นทัวร์วันที่สองอย่างสบายๆ ตื่นมากินข้าวเช้า นั่งโอ้เอ้กันซักพักก่อนจะออกเดินทางจากเรียวกังไปยังสถานี Shinjuku เพื่อขึ้นรถไปเมือง Yokohama

เส้น JR ที่จะไปถึงสถานี Yokohama มีหลายสาย ขึ้นอยู่กับว่าสถานีที่เราออกเดินทางมีเส้นไหนให้บริการบ้าง นั่งไปเรื่อยๆจนถึงสถานี Yokohama แล้วเปลี่ยนสายเป็น Yokohama Line (สีเขียวหรือฟ้าก็ได้)

เราใช้เวลากันแค่ 30 นาทีก็มาถึงเขตเมือง Yokohama กันแล้ว ฉันมองเห็นตึกระฟ้าหน้าตาอนาคต กับ ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ นั่นไง...Minato Mirai ไม่ผิดแน่ แต่เรายังไม่ลงตะลุยเมืองโดเรม่อนกันตอนนั้น ขอนั่งรถไฟต่อไปอีกนิดไปลงที่สถานี Ichikawako เพื่อเดินเล่นดูประตูจีนโบราณที่ย่าน China Town กันก่อนดีกว่า

ฉันเองก็ยังงงๆตัวเองว่ามาถึงญี่ปุ่นแล้ว จะมาเที่ยว China Town ทำไม แต่ก็เอาล่ะ อย่างน้อยก็ถือว่ามาหาอะไรกินกลางวันก็แล้วกัน ระหว่างเดินต้อยๆ ฉันสังเกตเห็นตามทางเดินสองข้างทาง ว่ามีของจีนแบบแหวกแนวสไตล์ญี่ปุ่นวางขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านเบเกอรี่ที่ให้ลูกค้าบริการตัวเอง โดยเบเกอรี่ที่ว่าจะเป็น ขนมไหว้พระจันทร์บ้าง ขนมเปี๊ยะบ้าง



ถัดมาก็มีร้านขายซาลาเปาลายหมีแพนด้้ามั่ง ลายหมูมั่ง นอกจากนี้ยังมีร้านกี่เพ้าสำหรับน้องหมาอีกด้วย



หลังจากเดินกันจนหิวได้ที่ เราก็เลือกเข้าร้านอาหารจีนร้านนึง ที่มีรายการอาหารที่ไม่ได้แตกต่างจากร้านอื่นๆมากนัก แต่ที่เลือกร้านนี้เพราะพื้นที่ในร้านกว้างขวางเหมาะกับรถเข็นของเคหลิบจริงๆ เมนูที่เราเลือกกันก็คือ Set Menu for 2 ที่ประกอบไปด้วย เป็ดปักกิ่งที่ห่อแป้งเรียบร้อย ซาลาเปา เนื้อเป็ดผัดซอส ซุปเยื่อไผ่ และ ขนมหวาน มื้อนั้นฉันก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าที่ควร ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่ติดรสหวาน ทำให้อาหารมื้อนั้นออกจะชืดๆไปนิดหน่อย



เราเดินกลับไปยังสถานี Sakuragucho เพื่อนั่งย้อนกลับไปยัง Minato Mirai หลังจากเดินออกจากสถานี พวกเราเดินไปยังบริเวณ Queen’s Square Yokohama เพื่อดูวิวเมืองแบบ 360 องศา นี่ขนาดว่าฉันอยู่ในยุค 2007 ฉันยังตื่นตาไปกับดีไซน์ที่น่าสนใจของตึกต่างๆเหล่่านี้ที่ประกอบไปด้วย ตึกออฟฟิศ ศูนย์การค้า ร้านอาหาร โรงแรม แล้วถ้าฉันได้มาที่นี่ในปี 1983 ที่เค้าเริ่มสร้างคอมเพลกซ์แห่งนี้ ฉันว่าฉันต้องชื่นชมคนออกแบบมากกว่านี้แน่นอน



เราเดินทางกลับไปโตเกียว มุ่งหน้าไป Tokyo Tower โดยนั่งรถไฟจาก Yokohama ไปลงที่สถานี Hamamatsucho ที่ๆฉันต้องยอมรับว่า การเดินทางกับลูกเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองจริงๆ

การเดินทางจากสถานีนี้ไปยัง Tokyo Tower ที่ดีที่สุดคือการลง Subway ไปโผล่ที่ สถานี Onarimon หรือไม่ก็ สถานี Akabanebashi ก็ได้ แต่ฉันเคยสาบานกับสามีไว้แล้วว่า ฉันจะไม่ใช้บริการ Subway ในโตเกียวอีกเป็นอันขาด เนื่องมาจากการแบกหามรถเข็นลูกขึ้นลงบันไดสถานีเมื่อครั้งที่แล้ว แต่ครั้นจะเดิน ฉันก็เดินไม่ไหวถึงแม้ว่าจะใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น เราตัดสินใจควักกระเป๋าเรียก Taxi กันดีกว่า

หน้าตา Taxi ที่นี่ดูเหลี่ยมๆ เล็กๆ เชยๆเก่าๆขัดกับสภาพเดิ้นๆของเมืองหลวงสิ้นดี นี่เป็นอีกครั้งที่ความคิดตื้นๆของฉัน ถูกทะลวงให้ปรุ เพียงแค่หย่อนก้นลงเบาะ ขณะที่ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปปิดประตู ฉันรีบดึงมือกลับแทบไม่ทัน เพราะประตูรถ Taxi มีระบบอัตโนมัติเปิดปิดเองได้ แป่ว…ฉันว่าไอ้ที่ชั้นว่าเชยๆเก่าๆนี่มันคือความคิดของชั้นนั่นเอง

เรามาถึง Tokyo Tower กันประมาณ 4 โมงกว่า แน่นอนว่าแถวคนรอซื้อตั๋วนั้นยาวเหยียดจนไปถึงหน้ารั้วใหญ่ ฉันปล่อยให้สามีและลูกอยู่ในคิว ในขณะที่ตัวฉันแอบขึ้โกงเดินสำรวจไปมา จนได้เครปอันใหญ่มากินกันทั้งครอบครัว



เรายืนคอยกันแค่เครปหมดก็ได้ขึ้นไปชมวิวด้านบนกันแล้ว หน้าต่างบานใหญ่่บริเวณจุดชมวิวจะมีคำอธิบายถึง Landmark ต่างๆที่สามารถชมได้ในจุดนั้นๆ วันนั้นโชคไม่ดีทีท้องฟ้าไม่ค่อยใส ทำให้วิวของภูเขาไฟฟูจิดูค่อนข้างเลือนลาง แต่ฉันก็ไม่หงุดหงิดมากนัก เพราะตามแผนการเที่ยววันที่ 3 เราจะเดินทางไปยัง Fuji Five Lakes เพื่อดูภูเขาไฟประจำชาติลูกนี้อย่างใกล้ชิด



หลังจากชมวิวกันจนพอใจ บรรยากาศยามค่ำคืนในโตเกียวก็มีสีสันสวยงามด้วยไฟจากตึกรามบ้านช่องอีกครั้ง เรามุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายเพื่อไปเติมสีในความทรงจำของเราให้ครบทั้ง 7 สี ที่สะพานสายรุ้งในย่าน Odaiba

ย่านนี้ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแห่งอนาคต” สืบเนื่องมาจากหน้าตาของตึกที่ดูทันสมัย เกาะนี้เป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นในหลายร้อยปีก่อน เพื่อป้องกันน้ำท่วมจากทะเล ซึ่งภายหลังได้ถูกพัฒนาให้เป็นย่านชอปปิ้ง และ แหล่งรวมวิทยาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานีโทรทัศน์ Fuji TV, พิพิธภัณฑ์ Emerging Science and Innovation, Telecom Centre หรือแม้กระทั่ง สวนสนุก Palette Town



เสียดายว่าฉันมีเวลาไม่มากนักที่จะสำรวจทุกที่ในบริเวณ Odaiba ได้ ฉันจึงมีโอกาสแค่ยืนถ่ายรูปสะพานสายรุ้งและเทพีเสรีภาพเท่านั้นเอง แต่ฉันก็ไม่เสียใจที่มีเวลาไม่มากนักกับย่านนี้ เพราะการเดินทางจากสถานีโตเกียว โดยขึ้นรถ JR ไปลงที่สถานี “Shimbashi” (เส้นเขียว,ฟ้า,ส้ม,น้ำเงิน) แล้วต่อรถที่เค้าเรียกว่า Sky Train นั้น ทำให้พวกเราได้เห็นวิวด้านบนรอบเมืองโตเกียวอย่างคุ้มค่า ก่อนจะได้เห็นภาพภาคพื้นดินหลังจากเดินออกจากสถานี Daiba

เราเดินทางกลับเรียวกังพร้อม KFC อีกหนึ่งถุง กินกันอย่างเอร็ดอร่อยเนื่องจากความเหนื่อย แล้วก็หลับกันอย่างง่ายดายทั้งครอบครัว ก่อนที่พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปยัง Fuji Five Lake ที่ๆฉันก็ยังไม่แน่ใจอยู่ทุกวันนี้ว่า ฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่จัดเอาสถานที่นี้อยู่ในแผนการเที่ยว…









Create Date : 19 เมษายน 2551
Last Update : 19 เมษายน 2551 0:15:08 น. 7 comments
Counter : 1987 Pageviews.

 
โอ๊ยๆๆ แรงอิจฉาเกิดขึ้นอย่างแรง เหอๆ อยากไปๆๆๆๆอ่ะ อยากกินซาลาเปาลายหมีด้วย

เที่ยวกันสนุกใหญ่เลย ของกินก้อน่าหมํ่าสุดๆ หิวๆๆไม่ได้กินมาสามวันแล้ว


อยากกินเครป ฮ่าๆ แอบขี้โกงเหรอค่ะ

ไปดีก่ายิ่งดูยิ่งหิว เฮ่อ!


โดย: bagarbu วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:2:45:38 น.  

 
พี่อวน แต่ละอย่างน่าหม่ำทั้งนั้นเลย
ว่าแต่เคร้ปเนี่ย นำไปแบ่งพ่อลูกด้วยรึเปล่าคะ
ถ้าไม่แบ่ง รี่แอบเคืองแทนนะเนี่ย 555

ตามไปเที่ยวต่อ โย่วๆ


โดย: ShiEri วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:10:07:19 น.  

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:16:29:37 น.  

 
วิวสวยมากกกก ค่ะ

สะดุดจัง ๆ ที่เครปญี่ปุ่นเนี่ยแหละ ไม่กินนี่ไปไม่ถึงจริง ๆ ด้วย
น่ากัดน่ากิงม๊าก ๆ

ขนาดไชน่าทาวน์ ยังมีขนมลายกระจุ๋มกระจิ๋ม น่าร๊ากแบบญี่ปุ่นกะเขาจริง ๆ ด้วยสิ อิอิ


โดย: บ้านดินริมสวน วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:40:22 น.  

 
มาแล้วๆ อ่านไปฝันหวานไปถึงญี่ปุ่นประหนึ่งว่าเราได้ไปเที่ยวด้วย ก๊าก

เครปเค้าอันใหญ่เนอะ เห็นแล้วอืมมมม...พี่กินเองคนเดียวหมดแน่ๆเล๊ย ฮ่าๆ


โดย: พี่เอ๋ IP: 68.33.248.49 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:5:34:26 น.  

 
เห็นแต่สถานที่ประทับใจทั้งนั้นเลยค่ะ
เรียกว่าตื่นตากับวิวของสถานที่ท่องเที่ยวนะ
แล้วก็ยังประทับใจกับอาหาร และขนมต่างๆ
แบบว่าเห็นแล้วก็ อ่ะโห เมื่อไหร่จะมีโอกาส
ได้ไปเยือนแบบนี้มั่งล่ะหนอ .. อยากซ๊า ..
Minato Mirai ไม่วาจะเห็นจากไหน
เวปไหน รูปไหน มันคล้ายกัน แต่แปลกว่า
ไม่เบื่อเลยสักนิดค่ะคุณอวน
เพราะว่ามันสวย และน่าไปเยือนซะจริงๆ


ปล. ติดตามอ่านตั้งแต่แรกเลยนะค่ะ
อ่านแล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้ด้วยเพราะว่าชอบ
อยากเดินทางไปมั่ง .. มีโอกาสจะตามไปค่ะ
เพราะว่าได้ไกด์บุ๊คแบบนี้แล้ว รายละเอียด
เพียบเลย


โดย: JewNid IP: 202.149.24.161 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:10:16:20 น.  

 
แวะมาหลอกผีค่ะ ฮ่าๆ นอนกันอยู่ซิค่ะ คิดถึงน๊า


โดย: bagarbu วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:1:09:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
nzmum
Location :
กรุงเทพ New Zealand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บันทึก...แม่บ้า(น)ตัวอย่าง
ชีิวิตเก่าๆของแม่ลูกสอง ทั้งในและนอกประเทศไทย
หวังว่าวันนึงคงได้กลับมาอยู่บ้านเราอย่างถาวร



+KL and that second (3)+
+KL hours later(2)+
+KL in 24 HRS (1)+
+HBD CALEB 3 YRS OLD+
+ไม่ใช่ตุ๊กตา+
+ของขวัญจากโรงเรียน+
+วีคแรกที่ Kindy+
+Bye Bye Nappy+
+โรงเรียนของเคหลิบ+
+เกมแก้เซ็ง+
+ด้วยเกียรติของแม่บ้า(น)+
+ถึงคราวมีเจ๊ดัน+
+Headline Blog+
+Smile Upon The Sky+
+Caleb’s Language Milestone+
+Snap Shots ริมเจ้าพระยา+
+กลับ!+
+AF5: Me, My Dream & My Producer+
+วีรกรรมทำแสบ+
+Fuji Five Lakes+



+My Book+





Friends' blogs
[Add nzmum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.