<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
15 กันยายน 2549

คุณน้ามาใหม่


ที่ทำงานมีเคสหนึ่งน่าสนใจดี เป็นผู้หญิงอายุยังไม่มากเท่าไหร่ประมาณ 50 กว่าก็น่าจะเป็นประมาณคุณน้าคุณป้าก็ว่ากันไป แกมาอยู่ที่นี่ด้วยโรคทางระบบหายใจ คือมีประวัติสูบบุหรี่ยาวนานแถมเป็นโรคหัวใจต้องใส่ออกซิเจนตลอดเวลา แถมพ่นยาสารพัดรูปแบบเพื่อขยายหลอดลม แต่ที่สำคัญที่สุดคือจิตเภท

ตอนที่คุณน้ามาอยู่ใหม่ ๆ ก็ต้องเรียนรู้นิสัยแกเหมือนกัน เพราะถ้าคุยกับคนไข้ปกติยังมีเหตุผลรับฟังกันรู้เรื่อง แต่ถ้าเป็นคุณน้ารายนี้ พู่ยกให้เลยคนนึงคือไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย ว่าไงว่าตามกันค่ะ ยกตัวอย่างเรื่องง่ายแต่ทำให้พยาบาลปวดหัวได้คือเรื่องการให้ยา สมมติเวลากินยาคือ 6 โมงเย็น จะบวกลบได้ 1 ชั่วโมง ก็สามารถให้ยาคุณน้าได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม พอเอายาไปให้ คุณน้าบอกให้มาใหม่อีกครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ยังไม่กิน พออีกครึ่งชั่วโมงไปใหม่คุณน้าบอกไม่กินให้มาใหม่อีกชั่วโมงนึง เดินไปเดินมาล่อหลอกกัน 4-5 รอบกว่าจะกินยาได้ คุณน้าเล่นเอาพู่เหนื่อยเลย

คุณน้ามีนิสัยอีกอันหนึ่งคือแกชอบคิดว่าติดเชื้อ เวลาไอทีไรก็จะพยายามขากเสลดออกมาใส่ทิชชูเอาเก็บไว้ แล้วก็มาแบให้ดู
"เห็นมั้ย นี่เสลดเขียวเชียวไปเอายา antibiotics มาให้กินด้วย" คุณน้าคิดไปเองอีกแล้ว ไม่มียาให้หรอกค่ะ

แต่ทีเด็ดที่สุดคืออาการหลอนของแกกำเริบไม่กี่วันก่อน ต้องปูพื้นก่อนว่าที่ nursing home นี่ประตูเข้าออกเปิดปิดตามปกติและมีเจ้าหน้าที่คุมการเซ็นต์ชื่อจนถึง 2 ทุ่มครึ่ง หลังจากนั้นประตูจะปิดอัตโนมัติ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ภายในที่รู้ระหัสหรือใช้บัตรรูดผ่าน คนภายนอกที่มาเยี่ยมถ้าอยู่หลังเวลานี้ ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ ตอนดึกคืนหนึ่งคุณน้าแก ไปยืนอยู่หน้าประตูทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอกแต่ออกไม่ได้ แล้วดันมีเจ้าหน้าที่จากชั้นอื่นที่ไม่รู้จักแกเดินผ่านมา คุณน้าขอให้เปิดประตูบอกว่าแกมาเยี่ยมญาติแล้วออกไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็เปิดให้ กว่าจะรู้ว่าคุณน้าหายไปก็โกลาหลกันยกใหญ่ แต่ดีที่คุณน้าไม่หนีไปไหนไกล คืนนั้นทั้งคืนคุณน้าป่วนเพื่อนพู่ซะหงอยไปเลย ฮะ..ฮะ...ดีนะที่ไม่ใช่เวรเรา เพื่อนบอกว่าแกฉี่ลงบนพื้น เดินทั้งคืน แล้วหาว่าเพื่อนเมา

พอเช้าถัดมาคุณน้าถอดสายออกซิเจนแล้วโทรแจ้ง 911 ว่าที่ nursing home จะฆ่าแกโดยให้คาร์บอนมอนนอกไซด์แทนที่จะเป็นออกซิเจน ก็ห่วงว่าแกจะเป็นอะไรไปซะก่อน เพราะพอถอดสายออกคุณน้าก็เริ่มหายใจติดขัดแล้ว ดีที่ตำรวจมาแล้วรับแกส่งต่อไปจิตเวทที่โรงพยาบาล ได้ยิน supervisor บอกว่าที่นี่จะไม่รับแกกลับมาแล้ว เพราะอาการที่แกเป็นมันมาก แต่ญาติก็มาขอร้องไว้ว่าขอให้แกได้อยู่ต่อ ก็เลยมีการตกลงกันว่าถ้าแกมีอาการกำเริบอีกครั้งที่ nursing home นี่ก็จำเป็นต้องให้แกออกไปหาที่อยู่ใหม่

ตอนนี้คุณน้าก็ยังอยู่ที่จิตเวท ไม่รู้ว่าคุณน้าจะออกมาตอนไหน ตัวคนไข้เองก็ทุกข์เพราะวิตกจริต สมองครุ่นคิดอะไรไปร้อยแปด ต้องกินยา antipsychotics อยู่ทุกวันเหมือนคุมอาการแต่รักษาไม่หายขาด แล้วผลข้างเคียงของยาก็ไม่ใช่น้อย ที่น่าสงสารก็พ่อแม่หรือคนในครอบครัวที่กลุ้มใจไปด้วย

ความฝันสมัยเด็กเวลาที่บ้านถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร มักจะบอกใคร ๆ ว่าอยากเป็นจิตแพทย์ ตอนนั้นคิดเอาเองว่าคงเป็นหมออันเดียวที่ไม่ต้องผ่าตัด แค่นั่งคุยเฉย ๆ แต่ไม่ไหวเรียนฟิสิกส์แล้วน้ำตาตก เข็นไม่ขึ้น แม่ตุ๊กตาบอกว่า "พู่จะไปรักษาใครได้ ต้องรักษาตัวเองให้หายก่อน" เอ๊ะ...ทำไมแม่ให้กำลังใจกันอย่างนี้หล่ะ




 

Create Date : 15 กันยายน 2549
0 comments
Last Update : 28 เมษายน 2551 6:12:51 น.
Counter : 415 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา's blog to your web]