<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
19 พฤษภาคม 2552

คุณยายแคมมี่


เมื่ออาทิตย์ก่อนนั่งทำงานอยู่ ได้ยินเสียงเพื่อนลอยตามลม บ่นกระปอดกระแปดว่าจะมีคนไข้เข้ามาใหม่ตอนเย็นในกลุ่มของเพื่อน ปัญหาคือล่ามไม่มี คนไข้พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้

ตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น เลยหันไปถาม แบบถามไปอย่างนั้นแหล่ะค่ะ (ไม่คิดว่าจะช่วยอะไรได้) ว่าแล้วคนไข้พูดภาษาอะไร เพื่อนบอกภาษาลาว

ปิ๊งป่อง...หลอดไฟวาบในหัว ปากไวเท่าความคิด บอกเพื่อนว่าตอน admit ถ้ามีปัญหามาเรียกแล้วกัน จะไปแปลให้ ไทย-ลาว ไม่ยากหรอกไม่น่ามีปัญหาอะไร เพื่อนฝูงแถวนั้นฮือฮากันใหญ่

"อู้ย...สมศรีเก่งมาก พูดภาษาลาวได้ด้วย cool"
cool อะไรเล่า อธิบายไปว่าประเทศติดกัน พูดเหมือนกันนี่แหล่ะ แต่ต่างกันที่สำเนียง สำเนียงใครสำเนียงมัน เลียนแบบไม่ได้ ต่อให้พู่ตั้งใจพูดลาวก็คงไม่เหมือนเจ้าของภาษา

พอถึงเวลาคนไข้ที่มา เป็นหญิงชราวัย 70 กว่า ๆ มาเป็นขบวนใหญ่เลยค่ะ พร้อมคุณตาสามี ลูกสาว ลูกเขยอีก 2-3 คู่ ฝรั่งงง เพราะส่วนมากเวลาฝรั่ง admit จะมาแค่ 2-3 คนอย่างมาก เพื่อนมาสะกิดยิก ๆ บอกยายแคมมี่มาแล้ว พู่ก็ไปพร้อมเพื่อน สวัสดีคุณยายเป็นภาษาไทย คุณยายยิ้มเลยค่ะ บอกแกว่าเป็นคนไทย แกมาลูบแขนลูบไหล่ บอก

"ดีดี..ไทยลาว พี่น้องกัน"

ความคิดนี้พิสูจน์ได้ว่า ไม่ใช่แต่จะเป็นคำพูดติดปากของคนไทย แต่คนลาวก็คิดเหมือนกัน

ตอนคุยกับยาย แบบตรวจร่างกาย ก็ได้เรียนศัพท์ใหม่จากยายมาเหมือนกันนะ ยายแก admit ด้วยอาการไข้ขึ้น กับเป็น C. Diff พู่ถามยาย

"ยายจ๋า ยายเจ็บตรงไหนจ๊ะยาย"

ยายชี้ไปที่ขา

"ขาข้างไหนจ้ะยาย"

ยายมองหน้า แบบขมวดคิ้วนิด ๆ พู่ก็ถามย้ำยายก็ยังไม่ตอบ จนลูกสาวแกแปลอีกต่อหนึ่ง ว่าเจ็บ"เบื้อง"ไหน ยายถึงได้ตอบกลับ ว่า "เจ็บสองเบื้อง" คราวนี้มาเจอศัพท์คำที่สอง ครอบครัวของคุณยายเล่าอาการเจ็บป่วยของยายให้พู่พัง

"แก่ @#$#%$%$%$ (แทนคำเล่าอาการแล้วกันนะ) แก่อย่างงู้นแก่อย่างงี้"

ตลอดเวลาเป็นอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ยินใคร ๆ เรียกคุณยายว่าแก่ตลอดเลย สงสัยอ่ะ ว่าคำว่า "แก่" นี่ เขาตั้งใจจะพูดว่า "แก" ที่เป็นสรรพนาม หรือ หมายถึงแก่ชรา ถ้าวันนึงพู่แก่ตัวไป แล้วลูกหลานเรียกแต่แก่ แก่ แก่ คงช้ำใจแย่เลย ว่าแต่แก่ในที่นี้ หมายถึงอะไรเนี่ย

หลังจาก admit เสร็จสิ้นกระบวนการ ก็บอกยายกับลูกหลานว่า พู่ไม่ได้เป็นพยาบาลของคุณยายนะ พู่อยู่ group C ยายอยู่ group A พู่มาช่วยเพื่อนเฉย ๆ แล้วก็บ้ายบายไปทำงานของตัวเองต่อ

พอวันรุ่งขึ้นไปทำงาน ได้เรื่องเลยค่ะ คุณยายย้ายห้องมาเป็นคนไข้ของพู่ซะแล้ว ตามที่เพื่อนพู่ (ก็คนที่พู่ไปช่วยแปลนั่นแหล่ะ) ไปโน้มน้าว เพราะหนึ่งจะได้มีพยาบาลที่พูดกับยายได้รู้เรื่อง สองครอบครัวคุณยายขอมา ว่าไม่เอาคนดูแลเป็นผู้ชาย ซึ่งผู้ช่วยพยาบาลของเพื่อนเป็นผู้ชาย

พู่เองไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ยายแกน่ารักออก แต่จะโดนเพื่อนฝูงใน group C แอบจิกกัด บ่นกันเป็นหมีกินผึ้ง เพราะทุกคนเป็นฝรั่งกันหมด ไม่มีใครพูดกับยายได้ เลยกลายเป็น

"สมศรี เพราะเธอคนเดียวทำให้แคมมี่ย้ายมากรุ๊ปนี้" ตูเปล่านะ ไม่ได้ทำอะไรเลย

ยายย้ายมาวันแรกก็ได้เรื่องเลยค่ะ เพราะห้องที่แกย้ายมาเป็นห้องเตียงคู่ แล้วลูกหลานคุณยายเยอะจริง ๆ มากันไม่ขาดสายทั้งวันทั้งคืน เฉพาะลูกก็ 8 คน แล้วหลานอีกนับไม่ถ้วน สุดท้ายหญิงชราฝรั่งที่เป็นรูมเมทสติแตกค่ะ ตะโกนก้องให้ลูกหลานคุณยายกลับบ้านไป แถมมาฟ้องพู่ต่อ ว่าแกไม่ได้พักผ่อนเลย ซึ่งมันก็น่าเห็นใจ เพราะเสียงดังจริง ๆ ค่ะ ยายฝรั่งเลยประท้วง ไม่ยอมเข้าไปนอนในห้อง สั่งให้พู่ย้ายคุณยายแคมมี่ออกไป

ที่เลวร้ายก็คือ ที่นี่ไม่มีกฎจำกัดคนเยี่ยมไข้ค่ะ แล้วอยู่ ๆ พอมีปัญหาแบบนี้ กลับบอกให้พู่ไปบอกครอบครัวนี้ว่า ให้อยู่ในห้องได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน คือกฎออกเดี๋ยวนั้นตอนนั้น มันแปลก ๆ เหมือนกันนะ พู่กระอักกระอ่วนมากเลย นึกในใจทำไมต้องเป็นตู ไปบอกด้วยฟะ

ตอนเข้าไปบอกครอบครัวคนไข้นี่ พู่ไหว้สิบทิศเป็นนักมวยเลย คือขอโทษนะคะ เพราะตอนนั้นลูกหลานแกหน้าเสียกันหมด แต่ก็ดีอย่างที่พวกเขาเข้าใจ แล้วกลับไปบ้างบางส่วน ก็เข้าใจว่าวัฒนธรรมคนเอเชียไม่เหมือนฝรั่ง แต่พวกฝรั่งไม่เข้าใจด้วยน่ะสิ

พอลูกหลานกลุ่มเดิมกลับไป ตกดึกมีหลาน ๆ ค่ะกลุ่มใหม่มาอีก มาถึงก็วีนแตกเลย แต่ละคนในกลุ่มยังเป็นวัยรุ่น ถ้าให้เดาคงเกิดและโตที่นี่ เพราะพูดภาษาอังกฤษตลอด ปัญหาคือหลาน ๆ ไม่เข้าใจว่ายายเป็นอะไร แล้วทำไมต้องจำกัดคนเยี่ยมไข้ พู่ต้องตอบคำถามกลุ่มนี้อีกเป็นชั่วโมงเลย อาการเป็นยังไง รักษายังไง แถมต้องมาตอบอะไรที่มันบ้า ๆ บอ ๆ อีก ที่ว่าบ้า ๆ บอ ๆ ก็คือหลาน ๆ พาลโกรธคุณยายฝรั่งรูมเมทที่โวยวาย ถ้าคิดสักนิดใจเขาใจเราก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

พู่ไม่ว่าหรอกค่ะที่ญาติเยอะ แต่เล่นมาถามคนละทีสองที หนึ่งชั่วโมงที่ตอบคำถามอย่างเดียว มันทำให้คนไข้คนอื่นต้องรอพู่อีกหลายคนเลย ถ้าช้าก็หมายถึงแต่ละคนหลับไปแล้ว ต้องไปปลุกคนไข้ขึ้นมา ซึ่งพู่ไม่ชอบที่จะทำอย่างนั้น ทำไมไม่ไปถามกันเองในครอบครัวก่อนล่ะคะ เพราะจะถามพู่กี่รอบ คำตอบมันก็เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ

กับตัวคุณยายพู่ไม่มีปัญหานะ แกดูเหมือนคนแก่ใจดี ยายไม่ค่อยยอมกินยา ป้อนยาให้ก็อมแก้มตุ่ย เอายาไปบดผสมพุดดิ้ง ก็ยังไม่กิน เปลี่ยนยาเป็น IV เข้าเส้นเลือด บดยาผสมน้ำใส่ถ้วยเล็ก ๆ ให้ดื่ม เรียกว่าทำทุกวิถีทาง อ้อ...ยายแกมียาหยอดตา ยาพ่นจมูกด้วย เวลาจะหยอดตายาย แกหลับตาปี๋เลยอ่ะ แล้วจะหยอดยังไงล่ะเนี่ย มีวันนึงเลยแหย่แก

"ยายจ๋า...ลืมตามาดูหนูหน่อยเร็ว หนูสวยนะ"

เท่านั้นแหล่ะ ลูกหลานแกหัวเราะกันครืน ได้ผลเหมือนกันนะ ยายหรี่ตามามอง ไม่รู้ยายจะคิดในใจหรือเปล่าว่า กล้าพูดนะยะ แต่ก็หยอดตายายได้ละกันน่ะ

เดี๋ยวนี้เวลาเข้าไปหายาย ครอบครัวแกบอก

"ยาย ลูกสาวมาแล้ว"

ตั้งแต่มีคุณยายมาเป็นคนไข้ ดีใจจังเลย ได้พูดภาษาไทยแล้ว แถมได้เรียนภาษาลาวด้วย เช่น ฮาก แปลว่าอาเจียน ปุ้นท้อง แปลว่าคลื่นไส้ กว่ายายจะกลับบ้านคงได้เรียนภาษาลาวอีกหลายคำ ใครรู้คำไหนก็ช่วยสอนพู่ได้นะ



ปล. C. Diff (Clostridium difficile) คืออาการท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักจะเกิดกับคนสูงอายุ ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล หลังการรักษาด้วยยา antibiotics


Create Date : 19 พฤษภาคม 2552
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 22:34:46 น. 13 comments
Counter : 597 Pageviews.  

 
อิอิอิอิ คิดถึงเมืองไทยมากมายเลยนะ

ข่าวดี

กะลังมีแผนไปเที่ยวหลวงพระบางแหละ
ถ้าได้ไปจะ จัดภาพสวีต กิ๊วๆให้ชม


โม้ให้อยากดู เล่นๆๆ


โดย: Escobar วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:10:09 น.  

 
อิอิอิ น่ารักดีอ่ะคุณพู่ ถ้าสงสัยภาษาลาว ถามไก่ได้ ไก่เป็นคนอีสาน ไปลาวบ่อยมาก วันศุกร์นี้ก็จะไปอีกแล้วอ่ะค่ะ
ป.ล. คิดถึงนะคะ



โดย: Sweet evil วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:01:21 น.  

 
แหม ใครจะไม่อยากคุยกับพี่พู่หละ จะโทรมาคุยก็ได้นะ ถ้ากลัวไม่เปลืองฮ่าๆ


โดย: น้องทราย IP: 115.67.19.126 วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:00:04 น.  

 
อ่า อ่านแล้วก็น่ารักดีนะคะ
ทำให้เห็นอย่างนึงเหมือนกันนะว่า
วัฒนธรรมบ้านเราไม่เหมือนเค้าน่ะ
บ้านคุณแฟนเราก็เหมือนกัน
เวลาป๊าไม่สบายเข้า รพ ที
ลูกหลานเต็มห้อง คุยกันเสียงดังสนั่น
ขนาดเราเลินไปถึงลิฟท์แล้วยังได้ยินเสียงอยู่เลยอ่ะ
ทั้งๆ ที่ห้องนี่อยู่ท้ายสุดเลยนะ 55555




ปล.แวะมาชวนคุณพู่ไปดูละครเวทีที่บลอกเราค่ะ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:09:00 น.  

 
อ่านแล้วดูน่ารักอบอุ่นจังเลยพี่พู่


โดย: *~~thymos~~* วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:39:12 น.  

 
คิดถึงนะ จู๊บบบบบบบบบบบบบบบบบ


โดย: Escobar วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:09:33 น.  

 
แอบกรี๊ดกร๊าดกะพี่พู่เข้าใจพี่สุดๆ ที่ว่าได้พูดภาษาไทยซะที เหอๆ
นึกถึงตัวเองตอนที่กลับไปถึงไทยวันแรก แค่ได้คุยกะแท๊กซี่ก็ดีใจแล้วค่ะ

ไทยลาวพูดภาษาเดียวกันเข้าใจจริงๆ เนอะ (ถึงแม้จะไม่หมดทุกคำ) นึกถึงอิตาเลี่ยน กะสแปนนิช อะไรทำนองนั้นอ่ะเปล่าไม่รู้ แต่ภูมิใจเวลาบอกใครๆ ว่าเราพูดไทยได้และเข้าใจภาษาลาวเด้อ แถมมีภาษาถิ่นเป็นภาษาอิสานอีก แง้ว

เพิ่งจะรู้คำว่า เบื้องกะแก่นี่แหละค่ะ ส่วนปุ้นท้องกับฮากรู้แล้ว แหะๆ

คนลาวน่ารักนะ นิสัยใจคอคล้ายคนไทย (จากประสบการณ์ที่ไปเวียงจันทน์มาหนึ่งวันถ้วนอิอิ)

เคยเจอคนลาวที่คาร์ฟูร์ที่นี่ตอนแรกนึกว่าเค้าเป็นคนไทย เห็นกำลังเลือกมะละกอดิบ ซึ่งปกติคนอื่นเค้าจะเลือกลูกสุกๆ ยกเว้นเราจะเลือกลูกดิบมาทำส้มตำ เห็นเค้าหน้าตาเอเชียแถบเรา (ไม่ขาวหมวย) แถมเลือกมะละกอดิบ แถม ส่องดูในรถเข็นเค้า มีพวกกะทิกระป๋องด้วย คนไทยแหงมๆ (ตอนไปใหม่ๆ โหยหาอะไรพวกนี้ค่ะ เจอคนไทยทักไว้ก่อน) เลยถามว่าเค้าเป็นคนไทยรึเปล่า (พูดไทยด้วยเลยะนตอนถาม มั่นใจมาก) เค้าบอกไม่ใช่ค่ะ เป็นคนลาว แต่เค้าพูดไทยกับเรานะ ก็เลยเขินๆ แล้วก็คุยด้วยสองสามคำและก็บ๊ายบายกัน เหอๆ เค้าพูดไทยเกือบชัดเลยแหละ

ครอบครัวคุณยายท่าทางจะเป็นห่วงคุณยายดีนะคะ แต่อย่างว่า บางทีฝรั่งเค้าก็ไม่เข้าใจอะไรพวกนี้ มันกลายเป็นการรบกวนเค้าไป แต่หลานๆ ที่อยู่เมืองนอกมานานจนพูดภาษาอังกฤษได้ก็น่าจะเข้าใจ และไม่โวยวายกะพี่พู่น๊า

ตอนนี้คุณยายอาการเป็นไงบ้างคะ

กลับมาแย้วน๊า ไปเที่ยว และกินเผื่อมาแยะเชียว ไม่รู้ว่าพี่พู่ชอบทานอะไร เลยกินดะไปทุ๊กอย่าง ตั้งแต่อาหารทะเลยัดผลไม้ (เน้นทุเรียน) กินจนไม่รู้ว่าจะกลิ้งกลับจีนยังไง กลับมาถึงทำใจตั้งนานกว่าจะกล้าขึ้นตาชั่ง น้ำหนักขึ้นสามโลครึ่ง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กว่าจะลดได้โลหนึ่งก็ใช้เวลาเกือบสองอาทิตย์ แต่มันขึ้นมาสามโลครึ่งภายในสิบวัน พี่พู่ช่วยด้วย แง้ว


โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:8:13:39 น.  

 
ไรอ่ะพี่พู่ ไม่ยอมน๊า เขียนแล้วไม่ได้อ่านอ่ะ แง้ว

บางทีเวลาเราโพสต์ระบบมันก็เลอะเลือนงี้แหละพี่

เวลาหนูพิมพ์เสร็จจะกดก๊อปไว้ตลอดกันเหนียว เหอๆ ทำจนชินและ


โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:17:12:44 น.  

 
แวะมา............คิดถึงจังฮับ

คืนนี้นอนไม่หลับเลยอะพี่พู่ฯ


โดย: Escobar วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:2:53:26 น.  

 
ไปแก้แย้วน๊า

ไม่ใช่พี่คนเดียวหรอกที่กลัว ขนาดเจ้าของรูปยังกลัวเลยพี่ เหอๆ

กระเป๋าไม่ได้ซื้อมาค่ะ เพื่อนในบล้อกให้มา รู้สึกว่าเพื่อนเค้าจะเป็นคนทำอีกที สวยละอรรถประโยชน์มั่กๆ ใช้ได้ทุกวันโดยไม่ต้องเปลี่ยนกระเป๋าไปมาให้เข้ากะเสื้อผ้า เหอๆ


เพิ่งรู้นะนี่ว่าเวลาคนพิมพ์ไม่ผ่าน จะมีมารอให้เรากดผ่านด้วย เริ่ดเนอะ


โดย: พท สข IP: 116.232.157.173 วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:8:47:40 น.  

 
แวะมาบ่อยมั่กๆ อัพได้แย้ว

ของเราอัพแย้ว อิอิอิ


โดย: Escobar วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:19:26:24 น.  

 
บ้านนี้ต้องการไม้กวาดมั้ยคะ
แบบว่าหยากไย่เริ่มจับแล้ว อิอิ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:8:30:22 น.  

 
อ่านไปฮาไป คุณพู่ เขียนได้สนุกจังเลยค่ะ...

ลป. แวะมาเยี่ยมสบายดีนะค่ะ...



โดย: yoko วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:15:48:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา's blog to your web]