เล่าให้ฟังเรื่องงานเปิดตัว Olympus PEN รุ่นที่ 5 และ XZ-2
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555 โอลิมปัสเปิดตัว PEN รุ่นที่ 5 ผมก็ไปเสนอหน้ากะเค้าด้วย ตอนแรกว่าจะไปดูเฉยๆ เพราะแค่อยากเล่นฝาปิดกล้องถ่ายรูปได้เท่านั้น
พอไปแล้วก็มาคุยทางรายการของ AutoFourThirds แล้ว ก็คิดว่าน่าจะรวบรวมข้อมูลที่คุยไว้ มาเป็นบทความซะหน่อย จะได้บันทึกไว้เป็นข้อมูล

แต่ผมไม่เอา press release มาแปะดีกว่า มันน่าเบื่อออก เพราะใครๆ ก็ก็อปไปแปะหมดแล้วหาอ่านได้ทั่วไป
ผมเล่าไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์อย่างเคยก็แล้วกัน แล้วแต่ว่านึกเรื่องอะไรได้

ตอนไปถึงงานเปิดตัว น้องในโอลิมปัสเห็นผมถือกล้องคอมแพ็กต์ฟูจิ JX200 สีชมพูตัวจิ๋ว ก็ถามผมว่าไม่เอากล้องโอลิมปัสมาเหรอ?
เอ่อ.. ผมเป็นโอลิมปัสแฟนบอย ที่เป็นนิโคเนี่ยน ใช้นิคอน D90 ครับน้อง

มาเป็นตัวแทนผู้ใช้โอลิมปัสก็จริงแหละ แต่สามสี่ปีนี้ ผมไม่มีสินค้าโอลิมปัสในครอบครองซักกะชิ้น
เส้าจัยจุงเบยยย

open

เข้าเรื่องเลยดีกว่า

อย่างแรกเลย คือทำไมเป็นรุ่น 5 แล้ว รุ่น 4 มันหายไปไหน

การนับเจเนอเรชั่นของกล้องดิจิทัลเพนไม่ได้เป็นการนับอย่างเป็นทางการของโอลิมปัสนะครับ
แต่เป็นการนับกันเองของแฟนโอลิมปัสในไทย เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ ถึงการพัฒนาของคุณภาพไฟล์
เพราะสไตล์ของกล้องโอลิมปัสคือ กล้องรุ่นใหม่จะใช้ตัวประมวลผลภาพรุ่นใหม่ขึ้น ทำให้ได้ไฟล์ภาพดีกว่ารุ่นเก่าเสมอ
และดีแบบ ราคากล้องจะถูกแพงไม่เกี่ยว กล้องโปรหรือไม่โปรก็ไม่เกี่ยว
เห็นๆ กันว่า กล้องมือใหม่ E-PM2 พร้อมเลนส์ราคาสองหมื่น ให้ภาพดีกว่ากล้องโปร E-5 ที่ราคาเฉพาะบอดี้หกหมื่นหน้าตาเฉย

ในกล้องอนุกรม PEN (เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่หมด) ที่ผ่านมาจึงแบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ
E-P1, E-P2, E-PL1 ช่วงกลางปี 2009 ถึงต้นปี 2010
E-PL2 ปลายปี 2010 ถึงต้นปี 2011
E-P3, E-PL3, E-PM1  กลางปี 2011

และในปลายปี 2012 กล้องเพนควรจะเป็นรุ่นที่มีเลข 4 แต่ว่าด้วยความที่เลข 4 ในบางวัฒนธรรมไม่เป็นมงคล
เพนจึงกระโดดข้ามไปเลข 5 เลย  แฟนโอลิมปัส ก็เลยข้ามเลข 4 ไปด้วย
นับกล้องเพน E-PL5 กับ E-PM2 เป็นเจเนอเรชั่น 5

5


ในรุ่นที่ 5 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

พัฒนาการที่สำคัญที่สุดในรุ่น 5 คือ โอลิมปัสปลดระวางเซ็นเซอร์พานาอายุ 6 ขวบ เปลี่ยนเป็นเซ็นเซอร์ลึกลับรุ่นใหม่กิ๊ก ที่ใช้อยู่ใน OM-D E-M5
พร้อมทั้งยกชุดประมวลผลภาพ กับชุดโฟกัสของ E-M5 มาลงทั้งชุดเลย
ที่ไม่ได้เอามาคือระบบกันสั่น 5 แกน

กับการเพิ่ม Art Filter ใหม่อีกสองแบบ แบบหนึ่งคือ สีน้ำ อีกแบบคือ ขาวดำ
หาโฟกัสเร็วๆ แตะจอแล้วโฟกัสก็ยังมีอยู่ในกล้องนี้

artfilter


โอลิมปัสยุบรวม PEN 3 รุ่น ลงเหลือ 2 รุ่น
เอาฟังก์ชั่นของสามรุ่นเดิมมาขยำรวมกัน แล้วแบ่งกันใหม่อีกที ดูค่อยสอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ขึ้น ไม่กั๊กพิลึกๆ เหมือนเดิม
และใช้กลยุทธ์ราคาเดียวกับแอปเปิ้ลคือเปิดรุ่นใหม่ด้วยราคาสูง แต่เก็บรุ่นเก่าราคาต่ำไว้โดยไม่เลิกขาย
ทำให้ตอนนี้ PEN 3 ยังคงหาซื้อได้ในราคาถูกลงกว่าเดิม  เทียบแล้ว PEN 3 มีเรื่องเซ็นเซอร์เท่านั้นที่ต่างจากรุ่นใหม่อย่างชัดเจน
ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้ประสิทธิภาพเซ็นเซอร์เต็มที่จน PEN 3 ตอบสนองไม่ได้
ภาพจาก PEN 3 ก็ยังคงตอบสนองช่างภาพประจำบ้านได้เหลือพอ ในราคาที่ถูกกว่ากันครึ่งค่อน

โอลิมปัสเจเนอเรชั่นนี้ จุดใหญ่ๆ ที่รุ่น L ดีกว่ารุ่น M คือจอพลิกกลับมาด้านหน้าได้ ปุ่มแป้นที่เยอะกว่า ปรับง่ายใช้สะดวกกว่าหน่อย
เรื่องอื่นที่ต่างกันผมถือว่าเล็กๆ น้อยๆ  ไม่ได้สำคัญอะไร

มีข่าวว่าจะมีรุ่น E-P เฉยๆ ออกตามมา เรียกกันเล่นๆ ว่าเป็น PEN Pro
ข่าวนี้ขอให้ฟังไว้เฉยๆ ก่อน เพราะเพนเป็นกล้องไลฟ์สไตล์ หรือ gadget มากกว่ากล้องสำหรับช่างภาพ
ต้องดูอีกยาวๆ ว่า โอลิมปัสจะเลือกขยับจากตลาดไลฟ์สไตล์ขึ้นไปจับตลาดนักถ่ายภาพ
หรือว่าจะเปิดไลน์ใหม่ เป็นกล้องทรงแบน ที่มีช่องมองภาพในตัว สำหรับตลาดนักถ่ายภาพขึ้นมาแทน
โดยส่วนตัวผมให้น้ำหนักอย่างหลังมากกว่า

Flip


ผมว่าโอลิมปัสคงรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

เทียบกับสมัย E-P1 ออก ตอนนั้นเหมือนโอลิมปัสจะงง จับทิศทางอะไรไม่ได้ จะหาซื้อของเล่นมาใส่กล้องดูยากเย็นเหลือเกิน
แต่ในรุ่น 5 โอลิมปัสเตรียมพร้อมมาก รู้ดีกว่ากล้องไลฟสไตล์ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ของเล่นสวยๆ น่ารัก เยอะๆ

โอลิมปัสเลยมีแจ็คเก็ตหุ้มฐานกล้องออกมา 4 สี มีกริ๊ป 3 ลาย (สำหรับ E-PL5) เข้าชุดกับฝาปิดเลนส์ 3 ลาย
กับกระเป๋ากล้องดีไซน์แปลก สายสะพายกล้อง 7 แบบ สายคล้องข้อมือ 3 แบบ และยังใช้กริ๊ปของ E-PL3 ทั้ง 3 แบบได้ด้วย
และยังใช้ของเล่นจากผู้ผลิตอิสระได้อีกเป็นร้อยๆ อย่าง ถ้าจะซื้อกันจริงๆ มีหมื่นหมดหมื่น มีแสนหมดแสนละครับ

เทียบกับกล้องอื่นๆ แล้ว ตอนนี้ของเล่น กับเครื่องประดับของเพน ก็เลยจะมีเยอะที่สุด ทั้งของยี่ห้อ และของอิสระ
นักถ่ายภาพเอง อาจจะมองเฉยๆ ไม่ได้สนใจกับของเล่นพวกนี้ แต่คนทั่วไปซื้อกันกระหน่ำ
และของพวกนี้แหละ ทำกำไรให้ผู้ขายเป็นกอบเป็นกำ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นยอดขายกล้องทางอ้อมอีกด้วย


Accessories


Olympus Image Share

โอลิมปัสแสดงอย่างชัดเจนว่า เจาะตลาดผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เลยเตรียมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการแชร์ภาพมาให้ โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงกล้อง
แค่มี Wi-Fi SD Card กับแอพที่รองรับ ก็พร้อมที่จะแชร์ภาพได้ทันที

O.I. Share เป็นแอพลิเคชั่นใน iOS ที่โอลิมปัสทำไว้รองรับการส่งข้อมูลไร้สายจากเพน มาที่ iPhone,
iPod Touch และ iPad และพร้อมแชร์ไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ หรือจะใส่อาร์ตฟิลเตอร์ก็ได้
(ตอนนี้ก็หวังว่าแอพเวอร์ชั่นแอนดรอยด์จะออกมาเร็วๆ)

ที่จริงมันก็มีแค่นี้แหละ

แอพนี้จะทำงานร่วมกับ Toshiba FreshAir SD Card ที่เป็นตัวส่งภาพ ใส่ไว้ในกล้อง และขายแยกต่างหาก
เดาใจโอลิมปัสว่า ช่วงแรกอาจจะมีโปรโมชั่นแถมการ์ดนี้ด้วยก็ได้

FlashAir


Body Cap Lens 15 mm f/8

โอลิมปัสไม่ได้จัดฝาปิดบอดี้ที่ถ่ายรูปได้ไว้ในแคตาล็อกเลนส์ แต่เอาไว้ในหมวดอุปกรณ์เสริม
อันนี้เป็นของเล่นอันดับหนึ่งในงานนี้ที่ผมสนใจ อยากลองเล่นมั่ง ว่ามันจะให้ภาพเป็นยังไง
ที่จริงมันคือเลนส์เดี่ยว 15 มม. ช่องรับแสง f/8 ตายตัว ที่ปลอมตัวมาในรูปฝาปิดบอดี้
ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 30 มม. ในกล้อง 135 เป็นช่วงที่ใช้ง่ายสารพัดประโยชน์ เหมาะกับงานสแนปช็อตทั่วไป
ไม่ต้องปรับโฟกัส ไม่ต้องปรับช่องรับแสง เพราะไม่มีให้ปรับ ยกขึ้นกดได้ทันที ชัดตั้งแต่ประมาณวานึงไปจนอินฟินิตี้
อยากถ่ายใกล้กว่านั้น จนมาใกล้สุดฟุตนึง ก็เลื่อนสวิชท์มาที่ถ่ายใกล้
ถ้าไม่่ถ่ายก็เลื่อนมาที่ปิดเลนส์ มันทำได้แค่นี้แหละ แต่มันทั้งบาง ทั้งเบา จนน่าแปลกใจ

cap

มาดูเลนส์มั่ง

ผมดูเหมือนว่าโอลิมปัสจะแบ่งทางทำมาหากินกับพานาโซนิค ในขณะที่พานาเน้นทำเลนส์ซูมเกรดสูง
โอลิมปัสจะเน้นทำเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวเกรดสูงเสียมากกว่า
ส่วนเลนส์เกรดสแตนดาร์ด ดูเหมือนว่าจะยั้งๆ มือกันแล้วทั้งคู่ เพราะที่มีอยู่มันก็เต็มตลาดไปหมดแล้ว
ลองเปิดแคตาล็อกนับดู เลนส์ที่ขายอยู่ในปัจจุบันมี 30 รุ่นพอดี ยังไงมันต้องมีสักรุ่นที่เราใช้ได้แหละ

เลนส์ใหม่ในรอบนี้ที่เปิดตัวมี 17 มม. f/1.8 ที่เป็นเลนส์ Prime ติดกล้อง สำหรับงานสแนปช็อต และสตรีท
เรียกว่าเป็นเวอร์ชั่นไฮโซของแพนเค้ก 17 มม. f/2.8 ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้

อันที่น่าสนใจจริงๆ คือ 60 มม. มาโคร f/2.8 ที่ใส่ชิ้นเลนส์พิเศษมาเพียบ มีสเกลบอกกำลังขยาย ระยะวัตถุ และสวิชท์เลือกระยะโฟกัส
ที่น่าสนใจคือ เท่าที่ได้ลองและจากภาพตัวอย่างที่มีแล้ว เป็นเลนส์ที่ gradient ดีทีเดียว การเข้าสู่ไฮไลท์ กับแชโดว์ ไล่โทนได้นุ่มหลายระดับดี
ฉากหลังก็นุ่มนวลดี บุคลิกภาพคล้ายๆ กับ ZD 50 มม. f/2 มาโคร เนียนๆ ดีเทลเยอะๆ คอนทราสท์ไม่จัด ไม่คมขาดบาดตา
ผมไม่ใช่คอมาโคร พอเห็นสไตล์ภาพแล้ว คิดอยู่ว่าน่าเอาไปถ่ายบุคคลแฮะ

ผมชอบฮู้ดอ้ะ เป็นฮูดสไลด์ ใส่แล้วหล่อขึ้นอีกหลายกิโล เสียดายที่ไม่ได้แถมมาด้วย ต้องซื้อเพิ่มต่างหาก แพงด้วยสิ

macro

เลนส์อื่นๆ ที่เปิดตัวไปนานแล้ว คือ 12 มม. f/2 ก็เพิ่มรุ่นสีดำออกมา ผมชอบเลนส์ตัวนี้มากตั้งแต่เวอร์ชั่นสีเงินแล้ว
ผมว่าน่าเอาไปลองถ่ายเทสกับ 17 มม. f/1.8 ดูแฮะ ว่าจะออกมาเป็นยังไง เพราะเป็นเลนส์ไฮเกรดทั้งคู่ ทางยาวโฟกัสกับ การใช้งานใกล้เคียงกันมาก

แต่ซื้อไม่ไหว แพงระยับจับจิตทั้งคู่ ใครซื้อมาแล้วผมขอยืมเล่นมั่ง

black


อันที่เป็นไฮไลท์จริงๆ ของงานนี้ ผมยกให้ XZ-2 ครับ
ทั้งงานมีกล้องเดียว แต่พอลองจับแล้วไม่อยากวางเลยจริงๆ

จากหุ่นบางๆ ในรุ่นแรก กลับกลายเป็นสวยบึกบึน จับถนัดมือกว่า E-PM2 อีก ความหนากล้องพอๆ กับของเดิม แต่เพิ่มความหนาชองจอพับเข้ามาอีก ทำให้กล้องดูหนา และจับถนัดมาก
ผิวสีดำกึ่งด้าน สวยกว่าในรูปเยอะ

XZ-2 แก้ไขข้อบกพร่องของ XZ-1 ไปหลายอย่างเลย อย่างหนึ่งที่เราบ่นกันเรื่องโหมด P ที่วงแหวนหน้าปรับได้แต่ ISO อย่างเดียว
ตอนนี้ก็สามารถใช้วงแหวนหน้าชิฟท์ค่าช่องรับแสงความไวชัตเตอร์ได้แล้ว

วงแหวนรอบเลนส์ตอนนี้สามารถใช้ได้ทั้งปรับค่าแสง และปรับโฟกัส หรือปรับซูม โดยเพิ่มคานโยกสลับโหมดที่ด้านข้างเลนส์ขึ้นมา
ทำให้เลือกปรับได้สะดวก และเร็วมาก และเวลาปรับโฟกัส ก็มีสเกลบอกระยะขึ้นมาให้เห็นบนหน้าจอ
มีปุ่มฟังก์ชั่นบนแกนคาน ที่ตั้งให้สั่งการอะไรประหลาดพิสดารได้หลายอย่าง

กริป ถอดเปลี่ยนได้ จอสัมผัสกดถ่ายภาพได้ โฟกัสได้เร็วมาก แม้ในที่แสงน้อย
ตั้งในกล้องเลือกอัพโหลดภาพขึ้นเฟสบุ๊คได้ พอต่อกับคอมพิวเตอร์ภาพจะถูกอัพโหลดจากกล้องไปทันทีผ่าน Olympus Viewer 2
หรือต่อด้วย Eye-Fi หรือ FlashAir SD Card แล้วทำงานร่วมกับ O.I. Share ได้

จากเดิมที่ซอฟท์แวร์กล้องใกล้เคียงกับกล้องคอมแพ็กต์ ก็ปรับให้ใกล้เคียงกับ PEN มากขึ้นอีกหน่อย
ลูกเล่นในการทำงานต่างๆ มันก็คือ PEN ฉบับย่อเซ็นเซอร์ลงมา และเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้นี่เอง

เซ็นเซอร์ ยังคงขนาด 1/1.7” เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็น BSI-CMOS ของโซนี่ พร้อมตัวประมวลผลภาพ TruePic VI แบบเดียวกับ PEN

ควบคุมกล้องด้วยปุ่ม 4 ทิศทาง หรือวงแหวนรอบปุ่ม บวกวงแหวนรอบเลนส์ บวกแป้นเลือกโหมด  และปุ่มโน่นนี่อีกเพียบ
ทุกปุ่มสามารถตั้งค่าให้ทำงานอะไรก็ได้ตามสไตล์โอลิมปัส โดยรวมแล้วสามารถปรับค่าต่างๆ ได้เร็วกว่า E-PL5 เสียอีก
ผมยังไม่ได้ดูไฟล์ละเอียด แต่เท่าที่เห็นคร่าวๆ ก็ออกมาดูดีทีเดียว เป็นกล้องที่น่าประทับใจที่สุดในงานนี้เลย

olympus-XZ-2_BLK_LEFT


Disclaimer - ประกาศปฏิเสธความรับผิดชอบ

ผู้เขียนได้้รับเชิญเข้าร่วมการแถลงข่าวจากบริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะสื่อมวลชน
เป็นตัวแทนจากเว็บไซต์ autofourthirds และผู้ดูแลเฟสบุ๊คเพจ OLYMPUS Club Thailand
ทั้งนี้ไม่ได้เรียก หรือรับผลประโยชน์ตอบแทนใดจากโอลิมปัส ทางตรง หรือทางอ้อม
แต่ผู้เขียนบทความ มีผู้สนิทสนมคุ้นเคยที่ทำงานในโอลิมปัสไทย

เมื่อทราบแล้ว ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ ระมัดระวังความไม่เป็นกลางในบทความด้วยตัวเอง




Create Date : 08 ตุลาคม 2555
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 21:36:57 น.
Counter : 6176 Pageviews.

1 comments
  
สวยจัง
โดย: nangcy99 วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:14:52:02 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อะธีลาส
Location :
Sydney  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]



Photographer, photo educator, writer and more.......

อนุญาตให้ ใช้ ดัดแปลง แก้ไข ตัดต่อ ทำสำเนา เผยแพร่ อ้างอิง จำหน่าย จ่ายแจก ภาพ และบทความในบล็อกนี้ ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด เพื่อสาธารณะประโยชน์ เพื่อการศึกษา เพื่อกิจส่วนตัว และเพื่อการค้าได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามสัญญาอนุญาตใช้งาน Creative Commons: Attribution.


Website
http://mister-gray.bloggang.com
https://twitter.com/nickdhapana
http://500px.com/NickDhapana
https://plus.google.com/+NickDhapana
http://nickdhapana.tumblr.com
http://instagram.com/nickdhapana
https://www.facebook.com/dhapana/about


Skype & Email
cmosmyp@gmail.com


Line
nickdhapana


My Project's Page

Public Telephone
https://www.facebook.com/PublicTelephoneProject

They didn't say that.
https://www.facebook.com/pages/They-didnt-say-that/116827521834600

Exposure to the RIGHT
https://www.facebook.com/pages/Exposure2the_RIGHT/538556252881951

Thailand Perspective Project
https://www.facebook.com/ThailandPerspective

Dead on Arrival
https://www.facebook.com/pages/Dead-on-Arrival/666461363385961
ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog