A Frozen Flower ความรัก หรือ ความใคร่
A Frozen Flower 





ขอลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับเรื่องนี้ดังๆเลยทีเดียวนะคะ



เพิ่งได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เกาหลีเรื่องนี้อย่างจริงจังครั้งแรก ตอนที่ฉายใหม่ๆเป็นกระแสสุดๆเนื่องจากความแรง ความฮอต และความกล้าของหนังที่สุดๆจริงๆ



ภาพยนตร์ทำให้เราชอบได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากหนังเริ่ม เราชอบจูจินโม(จาก 200 Pounds Beauty) และซองจีฮโย(จาก Running Man,จูมง) เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้เราชอบมากๆจริงๆ

อ้อ...หลังจากเราดูไปครึ่งชั่วโมง เราถึงระลึกได้ว่า นี่มันโจอินซองจาก The Classic นี่นา =_=







จอมนางหรือจอมทัพจะสยบบังลังก์รักแห่งจักรพรรดิจอมคน นี่คือคำโปรยบนโปสเตอร์

ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นคำโปรยที่ไม่ค่อยมีเหตุผลเลย ก็หนังมันบอกตั้งแต่ต้นแล้วแล้วว่า จอมทัพๆๆๆ -"-



ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราเป็นผู้หญิงหรือเปล่านะ แต่เราชอบดูหนังแนวๆนี้ของเกาหลีมาก แนวๆแบบ Antique Bakery หรือ Frozen Flower อย่างเนี้ย เรารู้สึกว่าเขานำเสนอเรื่องทำนองนี้ได้ออกมาแบบไม่น่าเกลียดดี



เรื่องฉาก เครื่องแต่งกาย หรือพิธีการต่างๆ ทำได้ดีนะคะ ดีกว่าแบบซีรีย์ทั่วไปมากๆ ดูอลังการแล้วก็สมกับเป็นพระราชวังจริงๆ อาจจะไม่อลังการอย่างภายนตร์จีนบางเรื่องเช่น Curse of Gloden Flower ที่อลังการได้ใจมากๆ แต่ก็สวยงามและมีจังหวะจะโคนที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ดีค่ะ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในภาพยนตร์ โครยอตกอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นหยวนหรือเปล่า ทำให้ทุกอย่างในภาพยนตร์ไม่เหมือนซีรีย์ย้อนยุคของเกาหลีส่วนใหญ่เท่าไหร่ การแต่งกาย ทรงผม ออกจะดูจีนๆนิดนึง

ซึ่งแอบสงสัยนิดนึง ว่าแคว้นหยวนคืออะไร ภาษาก็เหมือนไม่ใช่ภาษาจีนอ้ะ แบบพวกมองโกล เปอร์เซียอะไรทำนองนี้หรือเปล่า



หนังเปิดมาที่การได้ทำความรู้จักกันครั้งแรกขององครักษ์ของพระราชา ฮงลิม กับ ตัวพระราชา เอง ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ ...ยังไงดี พระราชาดูเหมือนจะใส่ใจและรักฮงลิมมาก ฮงลิมเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรพระราชานะ แล้วก็มีความจงรักภักดีมาก



ส่วนตัวมเหสีที่เป็นเจ้าหญิงถูกส่งมาจากแคว้นหยวน(? รึเปล่า ดูซับอิง) ก็ไม่ได้ถูกใส่ใจกับเรื่องหน้าที่ของสามีภรรยาเท่าที่ควร แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกของพระราชาต่อมเหสีอย่างไง จากซีนที่มีคนมาบุกตอนที่ไปประพาสนอกวัง พระราชาก็โผเข้าไปบังพระมเหสีเป็นคนแรก เร็วยิ่งกว่า ฮงลิมเข้ามาช่วยพระราชาซะอีก



ความรักในเรื่องนี้ เป็นเหมือนไฟ ร้อนแรง เผาผลาญ อันตราย แต่ก็สวยงาม เย้ายวน ยากที่จะปฏิเสธ แต่ถ้าเกิดว่าไม่ระมัดระระวังไฟก็อาจจะเผาตัวเองให้หายไปพร้อมๆกันได้

ความรักในเรื่องนี้มันไม่ใข่การเสียสละ ไม่ได้ขาวสะอาดงดงาม มันเป็นความรักที่ต้องการครอบครอง เทียบกับสีก็เป็นสีแดงเลือดนก



เราชอบตอนที่พระมเหสีเรียกฮงลิมมาพบแล้วพูดว่า

"เราได้ยินว่าท่านทำหน้าที่แทนหน้าที่ที่ควรจะเป็นของเรา" ...แบบว่าสีหน้าฮงลิมแอบตกใจเลย ก่อนที่พระมเหสีจะไปพูดถึงเรื่องช่วยนางใน เราว่าจริงๆพระมเหสีก็แอบกัดเล็กๆ



อ้อ องครักษ์ที่หล่อทุกคนจริงๆนะ แบบว่ามีทั้ง No Minwoo(พระรอง Gumiho, Midas, Pasta, มือกลองวง trax)ที่ออกมานิ้ดดเดียวจริงๆ แล้วก็ยังมี Song Joongki (Inkigayo, Running Man, Songkyunkwan Scandal) อีกต่างหาก แล้วสองคนนี้เราก็ชอบมากๆ แต่เป็นตัวประกอบที่ถึงขั้นต้องตั้งใจมองเลยทีเดียว ตอนแรกเกือบหามินวูไม่เจอแน่ะ







ฉากเรทฉากแรก เราเตรียมใจไว้แล้วนะ 555

แต่พอมาเห็นจริงๆ มันก็แบบ...ว้าว มันจริงโคดเลยอ่ะ แบบจูบจริงมาก พูดกับเพื่อนคงแบบ จูบจริงแบบสัดๆ(ขออภัย>.<) แต่ก็ไม่ได้สกิปหรือฟอร์เวิร์ดนะ มันยังอยู่ในขั้นที่เราดูได้อยู่ พูดกันจริงๆ เรายังไม่เคยเห็นฉากชายชายที่จูบกันดูดดื่ม ยาวนานขนาดนี้มาก่อน (ในรูปแบบภาพยนตร์ที่ฉายในโรงอ่ะนะ)



ส่วนพระมเหสี ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน เราสงสารเธอมากอ่ะ คิดดูว่า จะรู้สึกอับอายแค่ไหน ที่ต้องอยู่ในฐานะอย่างนั้น และต้องพูดขอให้พระราชาทำหน้าที่ของสามีแบบนั้น และที่สำคัญคือ เรื่องของฮงลิมกับพระราชามันก็ไม่ได้มีแค่คนสองคนที่รู้ คนอื่นที่รู้เรื่องนี้จะคิดกับเธอยังไง มองเธอยังไง

แล้วตอนที่ฮงริมถูกสั่งให้มามีอะไรกับพระมเหสีเป็นครั้งแรก เราแบบใจเต้นตึกๆๆๆๆเลยอ่ะ สงสารพระมเหสีมากกกก ยิ่งตอนที่เธอน้ำตาไหล แบบว่าสามีสั่งให้ผู้ชายคนอื่นมาทำหน้าที่แทนอ่ะ

ซองจีฮโย เธอแบบว่า จะพูดว่าไงดี...เล่นจริงๆมาก แบบเปลืองตัวสุดๆอ่ะ 



พอทั้งคู่แบบมีอะไรกันจริงๆแล้ว เราก็กลายเป็นเริ่มสงสารพระราชาแล้ว แบบพระราชารักฮงริมมากอ่ะ จนทนฟังทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้



เรื่องของชาน้ำผึ้ง เหมือนพระราชาจะเตือนฮงริมกลายๆเรื่องพระมเหสี



หลังจากนั้นฮงริมก็เริ่มมีความรู้สึกต่อพระมเหสี ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ฮงริมมีต่อพระมเหสีมันคืออะไรอ่ะนะ มันอาจจะเป็นความรัก หรือเป็นแค่ความใคร่ หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน เราว่าฮงริมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน และตอนนั้นก็คงไม่ได้คิดเรื่องความรู้สึกของตัวเองอย่างจริงจังด้วย จากโลกทั้งโลกมีแค่พระราชา ฮงริมจึงไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของตัวเอง มีแต่ทำตามหน้าที่ แต่กับพระมเหสีเป็นการ...กระทำที่ไม่ใช่คำสั่งจากพระราชา

เราชอบการที่ฉากในห้องสมุดตัดสลับกับฉากรำดาบมากเลย มันแบบได้จังหวะมาก ฮงริมเหมือนจะคาดไม่ถึงนิดหน่อยที่พระมเหสีเป็นฝ่ายเข้าหาแบบนี้







ขอย้ำอีกรอบ องครักษ์น่ารักทุกคนเลยอ้ะ >///< รองหัวหน้าแอบหน้าตาคล้ายๆจินอุน 2am นะ



ช่วงกลางเรื่องที่ฮงริมพรวดพราดเข้าไปในห้องพระมเหสีอ่ะ ทำให้เราคิดว่า สิ่งที่ฮงริมมีต่อพระมเหสีอาจจะเป็นความรักก็ได้...แต่ซีนนี้แบบว่าร้อนแรงจริงๆนะ เรายังไม่เคยดูหนังอะไรขนาดนี้มาก่อน 555



ขนมที่เป็นตัวแทนความรัก...อยากจะทำขนมนี่มานานแล้ว....เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

ทำให้รู้ว่าพระมเหสีนั้นรักฮงริมแน่นอน เป็นหนึ่งในซีนที่เราชอบมากก ฮงริมกับพระมเหสีน้ำตาคลอ มันแบบท้วมท้นไปด้วยความรู้สึกอ่ะ เราคิดว่า คิดว่านะ ฮงลิมน่าจะรักพระมเหสีบ้างไม่มากก็น้อยอ่ะ ดูจากตอนที่ถูกสั่งให้ไปฆ่าพี่ชายของพระมเหสี ฮงริมเจ็บปวดมาก ถ้ามันเป็นแค่ความใคร่ ฮงริมไม่เสี่ยงที่จะไม่ฆ่าพี่ชายพระมเหสีหรอกใช่มั้ย ฮงริมจงรักภักดีกับพระราชามาก ขนาดตายแทนได้ แต่กลับไม่ทำตามคำสั่งและปล่อยพี่ชายพระมเหสีไป เราคิดว่าเขาคงไม่ทำนั้นเพียงเพราะความใคร่หรอก



สายตาของพระราชาหลังจากที่เริ่มระแคะระคายเรื่องฮงริมกับพระมเหสี มันแบบว่าสุดยอดมาก ทั้งแค้น ทั้งรัก ทั้งหวง ...น่ากลัวมาก ความรักของพระราชาต่อฮงริมมันมากจริงๆ

แต่หัวใจและความรู้สึกของคนมันเปราะบาง เหมือนกระเบื้อง ที่ทนความร้อนได้สูงๆ แต่เมื่อมีอะไรมากระทบก็แตกทันที เหมือนพระราชา ที่พบว่า ไม่มีใครรอบตัวที่เขาสามารถเชื่อได้เลย

ขุนนางก็วางแผนคิดกบฏ ผู้ชายอันเป็นที่รักคนเดียวที่เขาเคยเชื่อใจ เหมือนที่ตอนแรกที่ฮงริมถามว่า ทำไมถึงเลือกเขา พระราชาตอบกลับมาว่า ถ้าไม่ใช่ฮงลิมแล้วเขาจะสามารถเชื่อใจใครได้อีก แต่ผู้ชายที่เขารักก็กลับทรยศทั้งด้านจิตใจและร่างกาย



พระราชาที่คอยดูแลฮงริมอย่างดีนั้น มีความรุนแรงแฝงอยู่ ที่สามารถพูดคุยกับขุนนางที่กำลังจะฆ่า....อ้อ อวยพรให้มีชีวิตยืนยาวด้วย ได้ พระราชาเป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ เมื่ออำนาจกับความรักมาอยู่ด้วยกัน แล้วมันก็มากซะจนอันตราย ยิ่งเมื่อพระราชาได้เห็นเหตุการณ์จริงๆแล้วมันก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟที่ประทุอยู่แล้ว



...เรามองในฐานะผู้หญิงนะ มันไม่ใช่ความผิดของพระมเหสีที่รักฮงริม ความรักมันบังคับกันไม่ได้นี่ แล้วพระราชาเป็นคนสั่งในฮงริมมาทำหน้าที่แทนเอง...การที่บอกว่าให้ซึงกิมาทำแทน เราแบบอยากจะคลานเข้าจอทีวีไปตบพระราชาจริงๆ

แต่พระราชาก็เจ็บมากจริงๆตอนที่ฮงริมพูดว่า รักมเหสี

แต่โทษที่พระราชาให้ มันยิ่งกว่าประหารซะอีก ฆ่ากันให้ตายยังจะดีซะกว่า แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าพระราชาทำไปโดยไม่ยั้งคิด สั่งไปเพราะความแค้นมันสุมอกจริงๆ

แต่หลังจากที่พระราชาทำแบบนั้นไปแล้ว ความรู้สึกของฮงริมมันไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว ความรู้สึกของฮงริมต่อพระราชาไม่มีทางเหมือนเดิมต่อไป



ตอนที่พระมเหสีมาขอให้ฮงริมหนีไปด้วยกัน แล้วฮงริมพูดว่า ให้กลับไป ถ้าเกิดพระราชามาเจอท่านอาจจะอันตรายถึงชีวิต แล้วพระมเหสีบอกว่า เราไม่มีอะไรที่ต้องกลัวแล้ว ฮงริมตอบว่า แต่ข้ากลัว

...กลัวอะไร...กลัวตายเหรอ ก็ไม่ใช่ เพราะหลังจากนั้นฮงริมไปขอโทษประหารจากพระราชาทันที

กลัวพระมเหสีตายหรือเปล่า... เราคิดว่ามันเป็นความรัก ถ้าเป็นความใคร่ คงไม่มีใครต้องอยากจะเอาชีวิตไปแขวนไว้เพราะความใคร่หรอกใช่ไหม

พระมเหสีแม้จะรู้ว่าตัวเองน่าจะปลอดภัยเพราะท้อง แต่ก็ยังอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตคิดจะช่วยฮงริม

ฮงริมเองขนาดหนีออกมาได้แล้ว ก็ยังจะกลับไปช่วยพระมเหสี



ช่วงครึ่งหลังของหนังโดยเฉพาะครึ่งชม.สุดท้ายกดดันและลุ้นมาก เราซึ้งใจในน้ำใจของทหารองครักษ์ที่ช่วยฮงริมจริงๆ 



ฉากต่อสู้ครั้งสุดท้ายของฮงริมและพระราชา ...เราสงสารพระราชานะ แต่ดูเหมือนพระราชาก็ไม่ได้ยั้งมือเลยนี่(หว่า) เป็นซีนที่เราชอบมากกกอีกหนึ่งซีน ปกติเราชอบพวกฉากต่อสู้ของหนังเอเชียอยู่แล้ว แต่อันนี้มันได้อารมณ์มาก เหมือนเป็นฉากอารมณ์กับฉากต่อสู้ไปด้วยกัน







ฉากลมหายใจสุดท้ายของฮงริม ที่พระราชาถามคำถามสุดท้าย มันเจ็บมากจริงๆ เราน้ำตาซึมเลยอ่ะ สงสารพระราชา ถึงเราจะค่อนข้างเอียนเอียงไปทางพระมเหสีก็ตามนะ ก่อนฮงริมจะตายได้หันไปมองพระราชาก่อนจะสิ้นลม

ตรงนี้แหละที่สร้างความข้องใจให้กับคนดูหลายๆคนว่าตกลงแล้วองครักษ์หนุ่มคนนี้รักใครกันแน่

ส่วนตัวคิดว่า

กับพระมเหสี เป็นความรัก ความใคร่ ความห่วงใยสามารถปกป้อง ได้ทำตัวเป็นหน้าที่ของผู้ชาย

กับพระราชา เป็นความผูกพัน ความจงรักภักดี ความที่อยู่ด้วยกันมานาน ความที่ตั้งแต่เกิดโลกที่โลกก็มีแต่ผู้ชายคนนี้



แต่เป็นภาพยนตร์ที่เสียงคนดูแตกเป็นหลายอย่างมากๆ ตรงประเด็นนี้



ฉากสุดท้ายของหนังที่เป็นภาพความฝันของพระราชาที่กำลังขี่ม้ากับฮงริม ที่พระราชาอุตส่าห์วาดใหม่ให้ฮงริมยิงธนูเหมือนกัน

...ซึ่งในฉากฟันดาบ ฮงริมฟันภาพขาดกลางโดยที่ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ







ตัวละครหนึ่งที่ไม่มีอะไรที่ทำให้ชอบเลยคือ ซึงกิ รองหัวหน้าองครักษ์ ทะเยอะทะยาน ทำได้ทุกอย่างเพื่อตำแหน่ง และชีวิตตัวเอง สามารถยืนดูพระราชาตาย และฆ่าพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน



เพลงประกอบนี่เราชอบจริงๆนะ พวกแบคกราวน์มิวสิคอ่ะ ใช้เครื่องดนนตรีสากลและพื้นเมือง...ซึ่งปกติในซีรีย์เกาหลีย้อนยุคมันมักจะไม่ค่อยมีแบคกราวน์มิวสิคหรือถ้ามีก็เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองพวกคายังกึมอะไรแบบนี้



ความเป็นจริงแล้วในด้านเนื้อหา ไม่ได้เบาไปกว่า The Curse of Golden Flower เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ด้านอารมณ์และความกดดันทำได้มากกว่า อีกเรื่องที่เน้นเรื่องการเมืองและสงครามมากกว่า แต่เรื่อง The Cures of Gloden Flower นั้นนำเสนอเรื่องการมีชู้หรือการมีสัมพันธ์กับชายอื่นในรูปแบบที่ไม่ได้หวือหวาร้อนแรงเท่านี้ ...พูดกันตามจริง เราก็รู้สึกว่าฉากเลิฟซีนไม่จำเป็นต้องขนาดนี้ก็ได้ แต่ฉากเลิฟซีนแรงๆแบบนี้ก็แสดงอารมณ์ตัวละครได้ดี แต่ก็ยังคิดว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้นอยู่ดี หมายถึงไม่จำเป็นจะต้องถ่ายขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องหวือหวาขนาดนั้น เห็นแล้วคิดว่านางเอกเรื่องนี้เปลืองตัวมาก



แต่โดยรวมแล้ว ชอบหนังเรื่องนี้มาก เป็นหนังที่ถ้าไม่รังเกียจแล้วอยากแนะนำให้ดูจริงๆ แต่ก็เป็นหนังที่ไม่กล้าแนะนำให้ใครดูสุ่มสี่สุ่มห้าเลย



แล้วก็ไม่ใช่หนังที่จะซื้อมาเปิดดูตอนกินข้าวกับครอบครัวด้วย ...555





Free TextEditor



Create Date : 07 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2554 13:41:42 น.
Counter : 26537 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

marina_rain
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



ติดต่อทางอีเมลได้ที่ wasineechann@gmail.com
พฤศจิกายน 2554

 
 
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog