Bridge to Terabithia (2007)
Bridge to Terabithia (2007)

เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเอามากๆสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่โปสเตอร์ดูเด็กน้อยเสียเหลือเกิน และค่ายวอลเดนและวอลด์ดิสนีย์ก็การันตีความเป็นหนังเด็กได้เป็๋นอย่างดี แต่...ในสายตาเรา เรื่องนี้ไม่ได้เด็กเลยสักนิดเดียว



แต่ก็เป็นหนังที่ให้ข้อคิดดีๆ จุดประกายอะไรบางอย่างให้ต้องเก็บกลับมาขบคิด และทำให้ย้อนนึกถึงวัยเด็กได้เช่นเดียวกัน



Jesse เป็นเด็กผู้ชายที่ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆในห้อง และไม่มีเพื่อนเลยสักคนเดียว ทั้งๆที่จริงๆแล้วตัวเขาเองมีความสามารถมาก ทั้งด้านวาดรูป และกีฬา เขาเป็นเด็กชายเพียงคนเดียวในครอบครัวที่มีพี่น้องผู้หญิงสามคน Jesse ถูกเลี้ยงมาอย่างเด็กผู้ชาย ขณะที่พี่น้องคนอื่นๆในครอบครัวโดยเฉพาะน้องสาวคนสุดท้องถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมเอาอกเอาใจ



จนกระทั่งมีเด็กผู้หญิงคนนึงย้ายเข้ามาอยู่บ้านข้างๆ Leslie รวมทั้งเป็นเพื่อนร่วมห้องอีกด้วย เธอเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความร่าเริง เสน่ห์ อิสระเสรี และมีจินตนาการสูง Leslie มาจากครอบครัวที่อบอุ่น ที่ทั้งพ่อและแม่ที่เป็นนักเขียนก็ต่างเอาใจใส่เธอเต็มที่

Jesse และ Leslie ได้ข้ามไปยังอีกฝั่งของป่าด้วยเชือก และอีกฝั่งของป่านั่นเองที่กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ในจินตนาการของทั้งสอง Terabithia ที่มีทั้งอัศวินและจอมมารร้ายแห่งความมืด มีโทรลยักษ์



ตัวละครที่ออกมาในดินแดนมหัศจรรย์นี้ล้วนเป็นตัวแทนจากโลกแห่งความเป็นจริงทั้งสิ้น ทั้งปีศาจหน้าตาน่าเกลียด และโทรลที่มาจากเด็กหญิงขาใหญ่ประจำโรงเรียน

สิ่งเหล่านี้ทำให้เรานึกไปถึงตอนเด็กๆสักห้าหกขวบได้ ชีวิตตอนเด็กๆของเราเติบโตมาในบ้านสวน ด้วยความรู้สึกที่คล้ายๆว่าโลกมันมหัศจรรย์เอามาก มีการผจญภัยทุกๆวัน ซึ่งย้อนมองกลับไปในเวลานั้น การผจญภัยของเราอาจจะเป็นแค่การเดินข้ามคลองด้วยท่อนต้นกล้วย แต่ก็รู้สึกว่าทุกๆวันมันตื่นเต้นและมหัศจรรย์เหลือเกิน



เราคิดว่าลึกๆแล้ว Jesse นั้นหลงรัก Leslie เข้าแล้ว ทั้งที่ในตอนแรกเขารักคุณครูดนตรีคนสวย เมื่อครูมาชวนเข้าไปพิพิธภัณฑ์นั้น เขาจึงตอบรับอย่างไม่ลังเล และไม่ได้ชวนเลสลี่ไปด้วย ทั้งที่ใจนึงก็แอบแว่บคิดถึงเลสลี่อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อกลับมากลับพบว่าเลสลี่ประสบอุบัติเหตุขณะที่พยายามข้ามไปยังโลกแห่งจินตนาการของเธอ

...ตรงนี้เป็นจุดพลิกผันของหนัง ซึ่งเราก็ไม่คาดคิดว่าจะได้มาเจอ วรรณกรรมเด็กน้อยเรื่องที่ตัวละครที่สำคัญต่อจิตใจของคนอ่านจะพบกับความตาย

การสูญเสียเลสซี่ของเจสเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และเกือบจะทำให้เขาเสียดินแดนมหัศจรรย์ของทั้งคู่ Terabithia ไป แต่แล้วก็เป็นคนในครอบครัวของเขาเองที่ช่วยเขาออกมาจากความสูญเสียนั้น
พ่อที่ใส่ใจเขามากกว่าที่เขาคิด และน้องสาวคนเล็ก May Belle ที่เห็นพี่ชายของตัวเองเป็นฮีโร่มาโดยตลอดแม้ว่าเธอจะซุกซนไปบ้าง แต่เธอก็เป็นน้องสาวที่ดีและเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์

ฉากสุดท้ายที่เจสเปิดโลก Terabithia ให้กับ MayBelle ได้เข้าไปเป็นส่วนนึงของดินแดนมหัศจรรย์นี้ เราขนลุกสุดๆ

ลองเปิดดูตัวอย่างหนังดูแล้ว...เราคิดว่าเรื่องนี้คงเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกับที่เกิดกับเรื่อง Pan's Labyrith คือการผิดคาดของคนที่เข้าไปดู แต่ในกรณีของ Pan's Labyrinth คนคาดหวังจะได้พบอะไรเด็กๆแต่กลับพบเลือดสาดกระจาย แต่เรื่องนี้ก็ถือว่ายังเด็กกว่า Pan มาก
สำหรับเรื่องนี้ดูตัวอย่างหนังแล้วเหมือนจะเป็นแนวๆ Narnia ผ่านอะไรสักอย่างเข้าไปสู่แดนมหัศจรรย์ แต่Bridge to Terabithia ไม่ใช่อย่างนั้น มันเต็มไปด้วยโลกแห่งความเป็นจริงผสมกับโลกแห่งจินตนาการ

...สรุปแล้วอยากให้ดูนะคะ แต่อาจจะต้องเตรียมใจนิดนึง ว่ามันไม่ใช่หนังแฟนตาซีจ๋า หรือหนังที่มีความสุขล่องลอยเท่าไหร่

ปล.คุณครูคนสวยตอนแรกเรามองคิดว่าหน้าเหมือน Katy Perry จัง มองไปมองมานี่มัน Summer นี่นา!!




Create Date : 21 พฤษภาคม 2555
Last Update : 21 พฤษภาคม 2555 16:22:02 น.
Counter : 2956 Pageviews.

1 comments
  
ถ้าดูเรื่องนี้แล้ว แฟนตาซีหักมุมอีกเรื่องต้อง Pan's Labyrinth
โดย: หมาป่าเสรี วันที่: 16 กันยายน 2555 เวลา:17:10:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

marina_rain
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



ติดต่อทางอีเมลได้ที่ wasineechann@gmail.com
พฤษภาคม 2555

 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
21 พฤษภาคม 2555
All Blog