พื้นที่เล็กๆ:เราใช้จ่ายไปด้วยกัน
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
30 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
ปากกาคมความคิดของ ประชาคม ลุนาชัย

ก่อนจะอ่านค่ะ!
ขออนุญาตทาง a day นะค่ะ
ขอเอาบทสัมภาษณ์ปากกาของคุณประชาคม ลุนาชัย
มาแปะในเว๊บบล๊อค ไม่ได้มีเจตนาอื่นแฝงค่ะ

อ้อ!
ประชาคม ลุนาชัย คือ นักเขียนในดวงใจของเราเอง
และเชื่อว่าหลายคนที่เคยอ่านงานของเขา
ต้องชื่นชมและประทับใจ


a pen interview 82
> a team junior # 4
ปากกาคมความคิดของ ประชาคม ลุนาชัย





แนะนำตัวกันหน่อย คุณเป็นปากกาแบบไหน มีดีอะไร และพบประชาคมได้ยังไง
ผม--ปาร์คเกอร์สีเงินปากเล็กๆ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เปลี่ยนไส้ได้ทั้งหมึกซึมและแห้ง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ผมใช้งานได้หลากหลาย ทั้งใช้เขียนเรื่อง
ทำโครงเรื่องย่อ และเซ็นชื่อลงบนหน้าใดหน้าหนึ่งของหนังสือที่เพื่อนผมจะส่งมอบให้กับนักอ่าน

ผมเดินทางไกลมาก ถูกส่งจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ในร้านค้าเล็กๆ เกือบสุดชายแดนภาคใต้ ผมไม่รู้ว่านอนอยู่บนชั้นขายปากกามานานเท่าใด กว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะให้ความสนใจ เธอซื้อผมแล้วนำไปห่อเป็นของขวัญ ส่งผมเดินทางไกลจากอำเภอเล็กๆ ถึงกรุงเทพฯ ก่อนเทศกาลปีใหม่เพียงไม่กี่วัน

ผมมาพบประชาคมในฐานะของขวัญจากครอบครัวนักอ่านที่ติดตามผลงานของเขามาอย่างเหนียวแน่น ทันทีที่เขาแกะห่อของขวัญ ผมก็พบว่าบนโต๊ะทำงานของเขามีปากกามากมาย ตอนแรกก็อดห่วงไม่ได้ว่า เด็กสาวคนนั้นคงส่งผมมาเป็นส่วนเกินที่ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา แต่ในที่สุดเขาก็เลือกผม อาจเป็นเพราะความเล็ก น้ำหนักเบา และใช้งานได้ครบถ้วนอย่างที่เขาต้องการ


เพื่อนคุณใช้นามปากกา “ประชาคม” มันมีความหมายมากกว่าการเป็นชื่อจริงของเขาหรือไม่
โลกเข้าใจเขาผิดบ่อย ทั้งผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ชอบเข้าใจและประเมินเขาผิด นี่ก็เป็นอีกครั้งที่สมมุติฐานผิดพลาด “ประชาคม” ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา เป็นนามปากกาที่เขาตั้งให้กับตัวเอง จากที่เคยประทับใจหนังสือของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง มาประกอบกับชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขาต้องทะเลาะกับพ่อจนหนีเข้ากรุงเทพฯ และไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่ออีกเลย นี่คือเรื่องเศร้าที่เขาไม่มีวันลืม เขาเคยเล่าไว้ในหนังสือชื่อ “เขียนฝันด้วยชีวิต”

เท่าที่สังเกต งานเขียนของประชาคมมักจะเกี่ยวกับทะเล มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
เขาเขียนถึงเรื่องที่หลากหลายกว่านั้น เรื่องทะเลเป็นส่วนหนึ่งในงานเขียนของเขา ไม่ใช่ทั้งหมด หากถามถึงที่มาที่ไปก็คงเหมือนกับที่ใครหลายคนรู้อยู่แล้วว่า เขาเคยเป็นลูกเรือหาปลาเป็นระยะเวลายาวนานถึงสิบปี ผ่านมาทั้งน่านน้ำ พม่า เขมร เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง เคยเห็นเรือถูกยิงไฟลุกท่วม เคยยืนมองดูเรือลำใหญ่จมไปต่อหน้าต่อตา ฝังใจกับภาพเพื่อนลูกเรือถูกกระสุนปืนใหญ่จนตัวขาดสองท่อน ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตทะเลของเขามีมาก จงอย่าแปลกใจถ้าเขาจะมีนวนิยายเกี่ยวกับทะเลอีกหลายๆ เรื่อง

ในงานเขียนของเพื่อนคุณ มักพูดถึงเรื่องความฝัน อยากรู้ว่าความฝันในความหมายของเขาคืออะไร
ความฝันในความหมายของเขาคือการโบยบิน คืออิสรภาพ คือการสลัดหลุดไปจากข้อจำกัดหรือพันธะบางประการ
เขาประทับใจวลีหนึ่งบนปกหนังสือซึ่งเป็นที่มาของนามปากกา “มนุษย์เกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งเขาอยู่ในเครื่องพันธนาการ” ตอนเป็นลูกเรือประมง เขาไม่พึงพอใจกับชีวิต ฝันถึงโลกที่ต่างออกไป เมื่อกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เขาก็ไม่อยากอยู่ในสถานภาพแบบนั้น และฝันถึงความเป็นอื่นอยู่เสมอมา เหมือนกับว่าชีวิตไม่เคยเดินไปถึงครึ่งทางความฝัน
ตลอดช่วงชีวิตยาวนาน เขาดิ้นรน ไขว่คว้า และแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา พอมาเขียนหนังสือเป็นอาชีพ ซึ่งเคยเป็นโลกที่เขาฝันถึง เป็นการโบยบิน เป็นอิสรภาพ แต่แล้วเขาก็พบว่า นี่คือพันธะอย่างหนึ่ง เป็นโซ่อีกเส้นที่ล่ามเขาไว้ แต่เป็นข้อผูกมัดที่เขายังโบยบินได้
ความฝันบางครั้งก็ลอยอยู่ไกลจากชีวิตจริง แต่เมื่อการต่อสู้มาถึงจุดหนึ่ง มันก็สามารถเดินเคียงคู่ไปกับชีวิตจริงได้

งานแบบไหนที่ไม่เข้าทางประชมคมเอาเสียเลย จนเรียกได้เหมือนเขียนหนังสือด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด
เรื่องผี เรื่องสยองขวัญ เรื่องแนวสืบสวนสอบสวน แนวอิโรติก เขาไม่เชื่อเรื่องผี ไม่ชอบอ่านหนังสือหรือดูหนังแนวสยองขวัญ ส่วนแนวสืบสวนสอบสวนเคยมีคนมาขอให้เขาเขียน ด้วยความร้อนวิชาเขาพยายามฝืนข้อจำกัดของตัวเอง พอทำจนเสร็จผลปรากฏว่า ไม่เพียงเหมือนใช้มือข้างที่ไม่ถนัด แต่คล้ายกับว่า เขาใช้มือข้างที่พิการเขียนมากกว่า

ผลงานล่าสุด “ก้อนดิน ก้อนหิน มวลเมฆ และดวงดาว” ถือเป็นรวมกวีนิพนธ์เล่มแรกที่ถูกตีพิมพ์ของประชาคม เขาคาดหวังกับผลงานชิ้นนี้มากน้อยแค่ไหน
เขาเขียนบทกวีก่อนเรื่องสั้นและนวนิยาย แม้ปรากฏตีพิมพ์น้อยแต่เขาไม่เคยหยุดเขียน บทกวีเป็นงานที่เขาเขียนอย่างปลอดโปร่งโล่งใจมากที่สุด ไม่คาดหวังกับคนอ่าน ทั้งไม่เคยคิดจะพิมพ์รวมเล่ม เป็นงานที่มากับอารมณ์ความรู้สึก และเขาสามารถเขียนได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าในระหว่างการเดินทาง หรือในที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยผู้คน เขาใช้ปากกามากที่สุดก็ในการเขียนบทกวีนี่แหละ
การรวมเล่มบทกวีทำให้เขาสูญเสียความตั้งใจ จากที่เคยไม่คาดหวังกับคนอ่าน ตอนนี้ไม่คาดหวังไม่ได้แล้ว

ประชาคมเป็นนักเขียนที่ได้รับการกล่าวขานว่าขยันมากคนหนึ่ง ดูจากผลงานที่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อนคุณเขาจัดเวลาอย่างไร
เขาออกผลงานเฉลี่ยแล้วปีละเล่ม เทียบกับนักเขียนอีกหลายท่านที่มีผลงานปีละสามสี่เล่ม ถือว่าน้อย และไม่ขยันเอาเสียเลย เขาบอกว่า ขณะนั่งลงเขียนหนังสือ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เขาไม่เคยบังคับตัวเองให้เขียน ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ
เขาพึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เคยชินกับที่ต้องปกครองดูแลตัวเอง หาข้าวปลากินเอง และเมื่อต้องทำงาน เขาก็ทำเหมือนชาวนาชาวสวนที่ต้องดูแลพืชผลที่ตัวเองปลูก เขาไม่ใช่คนขยันมากมาย แต่ในช่วงทำงานเขาจะทำต่อเนื่อง ทำเรื่องรวมสั้นเสร็จไปชุดหนึ่ง เขาจะพักผ่อน นั่นอาจเป็นภายหลังที่เขากรำงานหนักต่อเนื่องมาแล้วสามสี่เดือน พักผ่อนรอขึ้นงานใหม่ ทำนวนิยายเสร็จไปเรื่องหนึ่ง อยู่กับโต๊ะทำงานมาห้าหกเดือน เขาก็จะพักผ่อนนานหน่อย
นี่เป็นการจัดเวลาที่ไม่มีระเบียบแบบแผนอะไร ทุกอย่างในชีวิตของเขายืดหยุ่นได้หมด

การแข่งขันมีอิทธิพลกับอาชีพนักเขียนของประชาคมแค่ไหน เขาคิดว่ามันจำเป็นมากน้อยเท่าใด
เขาเจียมตนและรู้จักตัวเองเสมอ กว่าจะก้าวมาเป็นคนเขียนหนังสือ เขาต้องพากเพียรสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องแข่งขันกับใคร หรือเอาชนะสิ่งไหน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำงานที่ตนรักให้สุดความสามารถ ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไรก็เป็นผลมาจากคุณภาพงาน
เขาตระหนักดี ทั้งจากบทเรียนชีวิต โอกาสการศึกษาและการงานในแต่ละช่วงวัย เขามีขีดความสามารถและสติปัญญาน้อยกว่าคนอื่น และก็ไม่เคยมีโชคเท่าคนอื่น
เขาเดินไปข้างหน้าตามจังหวะก้าวของตน ไม่สนใจว่าคนอื่นๆ จะเดินช้าหรือเร็วอย่างไร

กว่าจะมาเป็นนักเขียนฝีมือฉกาจขนาดนี้ ประชาคมต้องผ่านความยากลำบากในชีวิตมามากมาย ในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน คุณอยากพูดอะไรกับเขาบ้าง
เคยคิดจะพูดกับเขา สอนเขา ตักเตือนเขา แต่คนอย่างเขาดื้อเกินกว่าจะฟังใคร และที่สำคัญ เขาสามารถแบกรับความยากลำบากต่างๆ ในชีวิตได้หมด ไม่มีอะไรจะต้องเป็นห่วง
เขายอมรับการทำงานหนัก และยอมรับว่า เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของอะไรเลย

คุณคิดว่าคุณเหมาะกับประชาคมไหม

คงเหมาะแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เหมือนมนุษย์เกิดมาบนโลก โลกมันเหมาะกับมนุษย์ทุกคน แต่มนุษย์ในฐานะชีวิตก็ต้องเสื่อมสลายไปในที่สุด ปากกาด้ามหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับทวน หอก ดาบที่เป็นอาวุธของนักรบ ไม่ได้ทนทานไปตลอดอายุขัยของผู้เป็นเจ้าของ
ผมอยู่กับเขาในห้วงเวลาปัจจุบัน เราทำงานร่วมกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดี เขาไม่ค่อยชอบพูดถึงอนาคตหรือวันข้างหน้า เพราะยิ่งทอดสายตามองไกลออกไปเท่าใด เขามักจะเห็นโลกที่โหดร้าย และเห็นภาพผู้คนทำลายล้างกัน
ผมเหมาะกับเขา เขาเหมาะกับผม ในนาทีของปัจจุบัน

หากวันหนึ่งมีปากกาแท่งใหม่อยู่ในมือประชาคมแทนคุณ จะบอกปากกาแท่งนั้นว่าอย่างไร
ทำงานร่วมกับเขา เป็นตัวแทนเสียงจากหัวใจเขา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ออกไปสู่ผู้อ่าน หยดหมึกจากปากกาก็เหมือนหยาดเลือดจากใจของคนเขียนงาน
พูดคุยกับเขา เพราะนอกจากตัวเองแล้ว สิ่งที่เขาจะพูดคุยได้สนิทใจที่สุดก็คือปากกาในมือ
เป็นเพื่อนยิ่งใหญ่เคียงข้างเขา ปากกาในมือนักเขียนสามารถวาดโลกได้ลึกที่สุด และสะท้อนหัวใจมนุษย์ได้รอบด้านที่สุด
ปากกาเป็นเพื่อนแท้ของนักเขียน เพราะหมื่นคนแสนคนที่คบหา ไม่รู้จิตรู้ใจเท่ากับปากกาด้ามเดียวในมือ


เป็นไงบ้างค่ะ
ได้มุมมองความคิดของนักเขียนท่านนี้บ้างหรือเปล่า?

ที่นำบทสัมภาษณ์ทั้งหมดมาแป๊ะไว้ในblog
นอกจากจะชื่นชมคุณประชาคมเป็นการส่วนตัวแล้ว

อีกเหตุผลหนึ่งคือ...
ปากกาด้ามนั้น เป็นของเราเอง!


ถ้าคุณยังอึ้งอยู่
โปรดย้อนขึ้นไปอ่าน บทสัมภาษณ์บทแรกค่ะ!






Create Date : 30 มิถุนายน 2550
Last Update : 4 ตุลาคม 2550 17:33:50 น. 39 comments
Counter : 888 Pageviews.

 
emoemoemo

ดูแลตัวเองเช่นกัน นะจ้ะ..

วันนี้มาบอกฝันดี..

เป็นห่วงน้องเสมอจ้า..


โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:25:28 น.  

 
อุ๊ย...มาเจิม...ด้วยอิอิ...


โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:26:02 น.  

 
อ่านเรื่องแบบนี้ด้วย..เยี่ยมๆ

บุคคลที่มีคุณภาพของไทย..



โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:27:28 น.  

 
พี่ก็เป็นคนหนึ่งที่สะสม a day จ้ะ ซิ้อเกือบจะทุกเล่มเลย (เริ่มซื้อตั้งแต่เล่มที่ 3) และเล่มนี้พี่ก็เป็นเจ้าของจ้า อ่านเรียบร้อยไปแล้วล่ะ และรู้สึกเซอร์ไพรส์จริง ๆ เลยเมื่อได้รู้ว่า

คนที่ให้ปากกาชิ้นนั้นเป็นของขวัญปีใหม่กับคุณประชาคม... ก็คือน้องแปงคนนี้นี่เอง

ถ้าพี่เป็นน้องแปง พี่คงยิ้มไม่หุบกับ a day เล่มนี้แน่ ๆ เลย

P'Jump


โดย: จากวันที่เธอไม่อยู่ วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:31:09 น.  

 
มาอ่านแล้วนะน้องแปง....แอบอมยิ้มมีความสุขเล็กๆ..แทนแปงอ่ะ..

เป็นพี่คงรู้สึกปลื้มไปเลย...==>>
" ปากกาเป็นเพื่อนแท้ของนักเขียน เพราะหมื่นคนแสนคนที่คบหา ไม่รู้จิตรู้ใจเท่ากับปากกาด้ามเดียวในมือ "

สุดยอกจ้าน้องแปง...
ฝันดีนะคะ..
ป.ล.พี่ขอแอดบล๊อคด้วยนะคะ


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:40:34 น.  

 
แป่ว..พิมพ์ผิดอ่ะ..สุดยอดนะจ๊ะ..อิอิอิ


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:41:23 น.  

 


จริงเหรออออ.....สุดยอดดด

ผมไม่แน่ใจว่าบทความนี้เป็นการสัมภาษณ์ตัวเองโดยผ่านทางปากกาหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจมาก

ยังอึ้งอยู่เลยครับ จริงๆเหรอครับ


โดย: fzero วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:23:56:20 น.  

 
น้องเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยหรอคะ น่ารักจัง เป็นพี่ก็ดีใจมากเลยค่ะ ถ้านักเขียนเอาเรื่องราวของพี่มาเขียนถึงลงหนังสืออย่างงี้

ขอเผาพี่จั๊มพ์หน่อยนะคะ พี่จั๊มพ์เค้าสะสมหนังสือ a day ตั้งนานแล้วหล่ะค่ะ พี่จำได้เลยสมัยเรียนปี 4 มั้งคะ เห็นชอบถือเข้ามาในห้องเรียน เล่มละ 60 บาทหรือป่าวคะพี่ไม่แน่ใจ แต่เพื่อนๆในห้องชอบยืมเค้าอ่าน ไปๆมาๆมีแต่เพื่อนในห้องติด a day

ฝันดีค่ะน้อง pangz ~*


โดย: พี่ปุ๊กค่ะ (Pukkio ) วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:56:09 น.  

 
ลืมบอกเลยค่ะ พี่ชอบหน้าหนาวมากที่สุดค่ะ รองลงมาคือหน้าฝน

ที่ชอบหน้าหนาวก็เพราะว่านอนหลับสบายและประหยัดไฟค่ะ


โดย: พี่ปุ๊กค่ะ (Pukkio ) วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:00:46 น.  

 
สา-หวาด-ดี-คร้าบบบ
ไม่ได้ไปวัดแล้วอะคะ พอจะไปก็ปวดท้องเฉยเลย
แต่ก็เอาเงินฝากแม่ไปทำบุญแล้ว
เอาบุญมาฝากนะค่ะ...สาธุ


ชอบอ่านคอลัมม์นี้ของอะเดย์เหมือนกันค่ะ ดูแลตัวเองเช่นกันนะค่ะ


โดย: weraj วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:30:28 น.  

 
มารายงายตัวจ้ะ วันนี้ขอนั่งอ่านหนังสือทั้งคืนเลยเป็นไง อิอิ


โดย: จากวันที่เธอไม่อยู่ วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:19:08 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมค่ะ


โดย: 2fast2farious วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:17:59 น.  

 
แวะมาทักทายยามเย็นจ้า
..ไปไหนมามั่งรึป่าวค่ะ..ขอให้สนุกน้า...

ป.ล.วันนี้ไปดู Transformers มาด้วยแหล่ะหนุกดี..ภาพมันเท่ห์มากๆเร้ย


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:28:49 น.  

 
คุณแป้งคับ ว่าจาแวะมาอ่าน แต่ตัวหนังสือมานดำมืดกลืนไปกะ background อ่านม่ะได้เลยอ่ะ อิอิ งั้นมาเยี่ยมละกัน สบายดีนะคุณ


โดย: หากผมรักคุณจะผิดมากไหม วันที่: 3 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:14:11 น.  

 
อะโห...ปากกาของแปงดังใหญ่แล้วนะเนี่ย
ได้กลายไปเป็นปากกาคู่มือของนักเขียนชื่อดังอีกต่ะหาก
ดีจริงๆ


โดย: UnEdiTED วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:03:02 น.  

 
ชอบประชาคม เหมือนกัน -
ชอบนิ้วกลม เหมือนกันด้วย -

แล้วเมื่อไหร่
จะชอบ "หญ้าเจ้าชู้" บ้าง?


โดย: ดาริกามณี IP: 202.142.194.101 วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:17:16 น.  

 



สุขสันต์วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเพราะฉันมีเธอ...ฝันดีนะคะน้องแปง


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:17:29 น.  

 
นักเขียนหาดไร้ซึ่งปากกาแล้ว ก็เปรียบเหมือน จอมยุทธ์ ที่ไร้ซึ่งอาวุธ


โดย: คนไกล...สุดขอบฟ้า วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:55:01 น.  

 



น้องแปงกินไรอ่ะยังจ๊ะ...

ป.ล. วันนี้ไม่กินข้าวอ่ะ..กินผลไม้ดีกว่า..ดีต่อสุขภาพ(พุง)...จ้า


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:22:14 น.  

 
มาบอกฝันดีจ้า..

มีความสุขหลับสบายนะจ้ะ..

emoemoemo..ไปและแว่บๆ


โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:14:33 น.  

 
นักเขียนในใจเราฑูรย์ ธัญญา
เพราะว่า....ท่านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเราเอง อิอิ


โดย: picnic244 วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:39:25 น.  

 
เข้ามาทักทายก่อนนอนครับ

'เพลงนี้ "มีมือ" จับใจคนฟังเลย'

ประโยคนี้ฟังแล้ว เหมือน 'มีปาก' กินใจคนฟังเลย

ว่าแต่ว่า ทำไมผมใช้ภาษาได้ดูไม่สลวยเหมือนคุณแป้งเลย ดูตะกละยังไงไม่รู้ แต่ก็กินใจจริงๆครับ


โดย: fzero วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:42:38 น.  

 
พิมพ์ผิดอ่ะ ไพฑูรย์ ธัญญา น่ะ เด่วอาจารย์จะด่าเอา เหอๆ พิมพ์ชื่อจารย์ก็ผิด


โดย: picnic244 วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:43:12 น.  

 
คราวนี้แวะมาอ่านใหม่คับ โอเชเลย
อ่านได้ละ ตอนนู้นไม่รุทำไม
background มันดำมืดไปหมด คง
error ไรสักอย่าง

ได้สาระกับชีวิตกลับไปมากมาย
อืม โลกนี้คงไม่มีอะไรบังเอิญจิงๆ
ซะละมั้ง


โดย: หากผมรักคุณจะผิดมากไหม วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:28:48 น.  

 
ชอบอ่านเหมือนกันจ้า ขอให้แปงเป็นที่รักของคุณครูกะพี่ประชาคมมั่กๆน้า


โดย: sandy IP: 203.118.98.72 วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:44:47 น.  

 
เยิ่ยมมาก ดีใจที่มีคมคำถามรับกับคมความคิด แต่ติดสงสัยตรงครูคนสวยกับประชาคมนี่เป็นแฟนกันเหรอ ตกข่าวอ่ะ


โดย: กรรณิกา IP: 219.47.217.184 วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:03:19 น.  

 
แฮ่ๆๆๆ มะรู้จะพูดดีเปล่าน้าพี่กรรณิกา
เออ เดี๋ยวแปงจะหาว่าแซนด์ยุ่งกะพ่อแม่ทูนหัวของเค้าง่า..
เอาเป็นว่าเค้าSweet Sweet Sweet ง่า
คุณครูก๊อ สวยๆๆๆ รักแปงด้วยล่ะจุ๊กกรู๊


โดย: sandy IP: 61.19.205.252 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:17:17 น.  

 
Yes yes yes


โดย: sandy อีกที IP: 61.19.205.252 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:18:10 น.  

 
เส้นทางยาวใกล แต่ความฝันใกลยิ่งกว่า
สายน้ำเลี้ยวรด แต่ใจคนคดเคี้ยวกว่า
แสงแดดแรงกล้า แต่ความเสน่ห์หาลุ่มร้อนยิ่ง

ขอบคุณจ้า sandy


โดย: กรรณิกา IP: 219.47.217.184 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:21:11 น.  

 
ต่อไปจะได้ไม่ตกข่าว 5 5 5


โดย: กรรณิกา IP: 219.47.217.184 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:25:56 น.  

 
อิๆๆ ถูกต้องแล้วค้าบบบพี่กรรณิกา อิจฉาแปงจังเรยที่มีพ่อทูนหัวดีๆกะแม่ทูนหัวที่งามๆแบบนี้


โดย: sandy IP: 203.118.97.194 วันที่: 13 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:10:24 น.  

 
อิจฉาน้องแปงเช่นกันจ้ะ และก็อิจฉาพี่ประชาคมด้วย. เห็นมีคนเม้าท์ว่าคุณครูหวานเหมือนนางงาม หุๆๆๆ ซีดด


โดย: ดาว IP: 61.19.205.253 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:33:19 น.  

 
เป็นกำลังใจให้น้องแปงในการทำเว็บน่ารักๆแบบนี้ตลอดไป ชอบจังเลย
น้องแปงดูแลเว็บดีมาก
มิน่าล่ะ คุณครูถึงรักน้องแปง


โดย: บี IP: 61.19.205.252 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:12:27:56 น.  

 
แวะมาเยี่ยม...ไม่เคยเข้ามาเลย
บล็อคสวยครับ. เชื่อว่าเจ้าของบล็อคก็คงร่าเริง สดใส เหมือนบล็อคด้วย. ขอให้มีความสุขกับการทำบล็อค และมีความสุขกับความรัก ความเอ็นดูที่ คุณประชาคมและคุณครูคนสวยมอบให้นะครับ


โดย: มีน IP: 61.19.205.252 วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:14:22:44 น.  

 
ชอบประชาคม ลุนาชัยมักมากค่ะ เวลาได้อ่นผลงานแล้วเหมือนโดนสะกดเลยวางไม่ลงต้องอ่านจนจน รู้สึกเหมือนกับว่าได้เข้าไปสัมผัสกับเหตุการณ์ที่กำลังอ่านนั้นด้วยตัวเองเลยหล่ะค่ะ


โดย: นรา IP: 222.123.61.217 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:11:23:13 น.  

 
ดีใจจังที่มีคุณแปง ทำให้เห็นคุณประชาคม อีกด้านหนึ่ง


โดย: แมะ IP: 61.7.165.111 วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:6:06:51 น.  

 
พออ่านถึงย่อหน้าสุดท้ายแล้วต้องย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าแรกจริงๆค่ะ

ขอบคุณนะคะที่เอามาให้อ่าน ชอบคุณประชมคมเหมือนกัน

น่าปลื้ม มากๆ เรื่องปากกา


โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:31:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ผ่านเข้ามาอ่านค่ะ
มีคุณประชาคม เป็นนักเขียนในดวงใจเหมือนกันเลยค่ะ

ประทับใจกับเรื่องราวจังเลยค่ะ

(แต่ว่าเอ่อ เอาที่อยู่ของคุณประชาคมมาจากไหนหรือคะ เรารู้แต่ว่าเค้าพักอยู่แถวๆ บางแคค่ะ)


โดย: Propiti (โปรปิติ ) วันที่: 24 มกราคม 2552 เวลา:1:54:40 น.  

 
วันนี้ไปหอสมุดมา กะจะยืมงานเขียนของคุณประชาคม หยิบมาแล้วหกเล่ม ไปเข้าห้องน้ำแปปเดียวจนทห้องสมุดเอาไปเก็บซะและ ผมจะเอาไปอ่านนะครับ ผมไม่ได้เอาไปวางไว้ชั้นพักหนังสือซะหน่อย เลยอดอ่านเลย


โดย: Mr.Feynman วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:21:51:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pangz
Location :
ตรัง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทฤษฎีมีอยู่ว่า...คนเรามีสิทธิ์พบกันและใช้ชีวิตร่วมกัน
อาจจะ3ปี 50ปี 1นาที หรือ 1วินาที ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อน ศัตรู คนรัก พ่อแม่ หรือแม้แต่ตัวเอง ยังไงพวกเขาก็ต้องจากกัน...บางทีก็ดีใจ บางทีก็เศร้า
(ควันใต้หมวก/วิศุทธิ์ พรนิมิตร)
Friends' blogs
[Add pangz's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.