กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
 
 
All Blog
เหนื่อยล้า....เหลือเกิน (ตอนขาจะหักให้ได้)

วันที่ 3  เริ่มเรียนเรื่องการทำอาหารเอง

 

ครูท่านให้เมนูเรื่องการทำอาหารมา 2 ชนิด

เป็นอาหารที่ต้องอบ ซึ่งใช้เวลานานมาก 1-2 ชม.

งานหินไม่เบาเลย เนื่องจากว่าไม่เคยทำอาหารต่างชาติสำหรับโรงอาหารมาก่อน

จะมีทำบ้างก็ทำกินกันแค่ 2 ตา-ยาย อย่างมากก็กิโลกว่าๆ 

ไม่เคยต้องอบเนื้อชิ้นโตๆ 2-3 กิโล/ชิ้น อบทีนึงเป็นสิบโลนี่

 เรียกได้ว่ากดดันไม่น้อย

แถมมาได้เพื่อนร่วมทีมเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอาหารเลยแม้แต่น้อย

ปรึกษาหารืออะไรไม่ได้ เราต้องตัดสินใจเองบ้าง

รอถามครูบ้าง Smileyความเห็นไม่ตรงกันบ้างในเรื่องอุณหภูมิในการอบ

แถมพออบอาหารเสร็จมาถึงคราวต้องหั่นเนื้อเพื่อเสริฟ

ครูก็มาสอนให้หัดดูลายเส้นใยไฟเบอร์ของเนื้อ

สมควรหั่นทิศทางใด ก็บอกตรงๆว่าเราก็ยังดูไม่เป็นอยู่นะเรื่องดูไฟเบอร์

แต่เราหั่นเนื้อเป็น.....แต่เพื่อนเราคนนี้สิค่ะ?

คุณเธอหั่นเนื้อให้บางๆ เธอก็บ่นว่าทำไม่ได้ ๆ ๆ

ครูก็เข้ามาบอกว่าทำไม่ได้ก็หั่นไปเหอะฝึกหั่นไป ๆ เค้าก็บอกว่าทำไม่ได้

ครูนี่แทบจะจับมือสอนหั่นเลย...ถ้าเวลาเหลือพอครูคงทำแล้ว ฮ่า ๆ (เราพูดเอง)

ทำให้อาหารในวันนี้เสร็จช้าไปอย่างมาก เรียกว่าเกือบไม่ทันเอาอาหารไปส่ง

ที่แผนกโรงอาหาร

 

พอจบอาหารส่งไปแล้วก็ต้องหันมาทำขนมปังกัน

เรียกว่ายืนกันทั้งวันไม่ได้นั่งจะได้นั่งก็เฉพาะตอนพักเบรค และพักทานอาหาร

นอกนั้นเดิน หรือ ยืนตลอด เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกก แต่ก้สนุกดี

พอตอนจะกลับบ้านครูก็ให้นักเรียนเขียนรายงานลงกระดาษว่า

วันนี้ทำอาหารอะไรบ้าง มีปัญหาตรงไหน แก้ไขอย่างไร

อุณหภูมิ...ที่กำหนดให้มา....อบอาหารออกมาดีมั้ย ? ต้องเพิ่ม หรือ ต้องลด

ใช้เวลาในการอบนานแค่ไหน แล้วสุดท้าย...นี่สำคัญมากคือ

อุณหภูมิของเนื้อที่อบ เมื่อเสร็จแล้วจะต้องอยู่ในอุณภูมิใด?

และจะต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์จิ้มลงไปวัดดูอุณหภูมิว่าใช้ได้หรือยัง

ถ้ายังต้องอบต่อ ปัญหาจุกจิกมีให้แก้เฉพาะหน้าตลอด

และก็มีคำถามต่อว่าทำไมต้องอบอุณภูมิเท่านี้?

นี่ขนาดว่าเป็นการเรียนระยะสั้นนะเนี่ย ยังต้อง

กรอกให้ละเอียด โอ้วมายก๊อด..

ยอมรับว่าเหนื่อยมากเป็นพิเศษเดินออกจากโรงเรียนนี่

ก้าวขาแทบไม่ไหวเหมือนขาจะหักเสียให้ได้

Smiley

 

 

 

 

 




Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2556 2:25:11 น.
Counter : 883 Pageviews.

0 comments

ประนม
Location :
กรุงเทพฯ  Denmark

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



เริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งนี้ ด้วยวัย40กะรัต
ไม่รู้เหมือนกันว่าสงสาร...หรือว่ากามเทพตั้งใจ .....ที่ท่าน....ทำให้เราได้พบรักครั้งใหม่กับฝรั่งตาน้ำข้าว (แม่ชอบเรียก) ถามว่าแม่ปลื้มมั้ย? ไม่ปลื้มค่ะ....แม่ไม่ชอบลูกเขยฝรั่ง เพราะว่าลูกสาวแม่ต้องย้ายไปอยู่กับลูกเขย ไปเป็นแม่บ้านต่างแดน ชื่อเหมือนบล๊อคยังไงยังงั้นเลยเนอะ ... แม่เหงา... แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียว แทนที่จะได้อยู่ด้วยกันจนตายจากกัน ก็...ต้องอยู่ห่างไกลกันเสียเหลือเกิน แต่...แม่ก็ไม่ขวางความรักครั้งใหม่ของเรา 2 คน

อยากจะบันทึกเรื่องราวชีวิตในต่างแดน เพื่อเก็บเอาไว้อ่านย้อนหลัง เมื่อเราแก่ตัวไป จะได้รู้ว่า ช่วงชีวิตหนึ่งที่ห่างหายจากครอบครัวอันเป็นที่รัก มีเรื่องราวอะไรน่าจดจำบ้าง แม่เป็นยังไง ลูกๆเป็นยังไง ใครเศร้า สุข ทุกข์ใจ เรื่องราวที่เข้ามาดี ร้าย อย่างไร? บันทึกไว้เพื่อจดจำกับเรื่องราว

พื้นที่ห้องน้อยๆแห่งนี้... เป็นเสมือนสมุดบันทึก เพื่อเก็บบันทึกถึงอาหารของแม่ที่พร่ำ(บ่น)สอนให้เราทำซึ่งพอจะทำเป็นอยู่บ้าง อาหารไทยได้จากแม่ อาหารจีนได้มาจากแม่สามีเก่า แต่ด้วยความที่เราไม่ค่อยเอาใจใส่รักการทำอาหารเหมือนแม่ ทำให้ต้องมาหัดเรียนรู้เอาใหม่จากเพื่อนบ้านชาวบล๊อคแก๊งค์ด้วยกันก็หลายท่าน ขอบคุณทุกท่านที่พากันทำฮาวทู ทีละขั้นตอน สอนอย่างจริงใจ และให้อย่างจริงใจ
ขอบคุณชาวบล๊อคแก๊งค์ ที่แบ่งปันสูตรอาหารต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

และสุดท้ายขอบคุณสำหรับทุกๆท่านที่คอมเม้นท์ไว้ให้ค่ะ และขออภัยด้วยหากไม่ได้ไปเม้นกลับ เนื่องด้วยไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยๆเหมือนเก่า
images by free.in.th