เหยียบถิ่นมังกร 4


เหยียบถิ่นมังกร 1
เหยียบถิ่นมังกร 2
เหยียบถิ่นมังกร 3


เหยียบถิ่นมังกร 4
วันนี้มาทีเดียวสองวันรวดเลย เพราะเมมเต็ม ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพเท่าไร

วันที่สาม
ตอนเช้าต้องไปที่โรงงานหยก (ซึ่งเป็นของรัฐบาลอีกเช่นกัน) มีวิธีการผลิต และความเชื่อของคนสมัยก่อน
ว่า ชุดหยกใส่แล้วจะเย็น จึงเป็นชุดของฮ่องเต้ หยกมีความเชื่อว่าเป็นที่รวมของธาตุต่าง ๆ จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ และวัตถุมงคล สัตว์วิเศษทั้งหลาย

ชุดหยกของฮ่องเต้



ผลิตภัณฑ์จากหยก



ต่อจากนั้นเราไปที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งในสมัยราชวงศ์หมิง เราไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะต้องเสียเงิน จึงแค่เดินดูเฉย ๆ
ภายในบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของราชวงศ์หมิง การรวมกลุ่มกัน กำจัดชนกลุ่มน้อย การตั้งเมืองหลวง การเดินทางทั่วโลก การแก่งแย่งชิงดีในตำแหน่ง จนถึงล่มสลาย
ได้รู้ความเป็นมาของจีนในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด และเสื่อมถอย


ตอนบ่ายเราไปกำแพงเมืองจีน ความอลังการที่ทำให้เรารู้สึกตัวเล็กไปถนัดใจ ชั่ววูบหนึ่งเราเกิดอาการเดิม ๆ
"ทหารนับหมื่นนับพันสังเวยชีวิตที่นี่"
"การประจัญบานของสองฝ่าย"
"หยาดเหงื่อและแรงงาน เลือดเนื้อและชีวิต" ขนพากันลุกเกรียวทีเดียว
กำแพงเมืองจีนหรือเรียกว่ากำแพงหมื่นลี้ เพราะมีความยาวมาก ใช้เวลาก่อสร้างหลายสมัย
เดิมเป็นเพียงกำแพงที่สร้างโดนชนกลุ่มน้อยหลาย ๆ เผ่า สร้างเพื่อป้องกันศัตรู
แต่ภายหลังเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้รวมประเทศได้มีการต่อเติมและเชื่อมกำแพงเหล่านั้นเพื่อเป็นกำแพงเดียวกัน
ใช้วัสดุที่มีอยู่ทั่วไป ฟางข้าว หิน ทราย ดิน บางส่วนจึงชำรุดเสียหายไปตามเวลา
จุดชมกำแพงเมืองจีนมีหลายจุด จึงมีทัศนียภาพที่ต่างกันไป

กำแพงเมืองจีน







ทางเดินไปป้อมต่าง ๆ



ลายมือเหมา เจ๋อ ตุง เป็นที่ระลึกว่ามาที่นี่แล้ว มีคำกล่าวประมาณว่า
ชาวจีนสักครั้งต้องขึ้นกำแพงเมืองจีน



พอถึงตรงนี้ก็หยุดค่ะ ทางชันมาก



กำแพงแข็งแรงมาก เป็นหินก้อนหนาทีเดียว



มีความเชื่อว่า ถ้าคู่รักคล้องกุญแจไว้จะรักกันยืนยาว



ป้อมที่ทหารใช้เป็นกองบัญชาการสมัยก่อน



ที่พักของเหล่าทหาร



ปืนใหญ่



ตกเย็นทางคณะก็ขับรถเข้าเมืองเพื่อไปที่ประตูชนะใจ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมือง
ที่เรียกว่าประตูชนะใจเพราะว่าสมัยก่อนฮ่องเต้จะใช้ที่นี่เป็นที่มองดูแถวทหารขณะออกรบ
และเมื่อจับศัตรูมาได้ ก็จะพิจารณาคดีที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะปล่อยไป จึงได้ชื่อว่าประตูชนะใจ
ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของปี่เซี๊ยะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของสมัยนั้นจริงๆ หันหน้าออกนอกเมือง
ซึ่งมีความหมายว่า ป้องกันเมืองจากข้าศึก ปากกว้าง เพื่อกินข้าศึกได้มาก ๆ ก่อนออกรบฮ่องเต้จะต้องลูบตัวเพื่อชัยชนะ

ประตูชนะใจ




ตอนกลางคืนเราไปเดินที่ตลาดหวังฝูจิ่ง ซึ่งในสมัยก่อนเป็นบ้านพักของขุนนาง ปัจจุบันยังมีฝาบ่อน้ำให้เห็น
ของขายมากมาย ของกินเยอะ

บ่อน้ำของบ้านขุนนาง



ผู้คนมากมาย



อาหารแปลก ๆ มีทั้ง ม้าน้ำ แมลงต่าง ๆ



ขนมซันจา คือเอาผลไม้ไปชุบน้ำเชื่อม รอจนแข็ง หอมน้ำตาล หวานลิ้น



โรงแรมเก่าแก่



วันที่สี่
เหมือนเดิม เริ่มต้นวันด้วยร้านไข่มุกซึ่งเป็นของรัฐบาลอีกเช่นกัน มีทั้งครีมล้างหน้า ครีมทา ครีมพอก ที่ทำจากไข่มุก
เชื่อว่าพระนางซูสีไทเฮาก็ใช้ไข่มุกเนี่ยแหละบำรุงผิวพรรณ ซื้อกันมาพอสบายกระเป๋าก็ขึ้นรถ ไปต่อกันที่ วัดลามะ

วัดลามะยงเหอกังนั้น เดิมเป็นบ้านพักของพ่อของฮ่องเต้เฉียนหลง(ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งบ้านของขุนนางชั้นสูงนั้น
ไม่สามารถจะขายหรือเป็นที่พักได้ ทำได้เพียงเป็นวัดหรือเป็นพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ที่นี่จึงกลายเป็นวัด
ซึ่งฮ่องเต้เฉียนหลงต้องการให้เป็นสถานที่ไถ่บาปของพ่อ ซึ่งสมัยนั้นฆ่าคนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความแตกแยกของชนกลุ่มน้อย
จึงสร้างเป็นวัดโดยใช้สถาปัตยกรรมผสมผสานของหลายชนเผ่า และมีการล่องไม้จันทน์หอมต้นที่ใหญ่ที่สุดมาทางแม่น้ำ
ใช้จำนวนคนมากมาย รวมไปถึงช่างแกะสลัก โดยการแกะไม้เป็นพระและสร้างอาคารครอบทีหลัง
เป็นพระทำจากไม้ที่สูงที่สุด สูงถึง 8 เมตร โดยฐานที่อยู่ใต้พื้น 2 เมตร (ห้ามถ่ายภาพ)

สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย



สิงโตเฝ้าหน้าบ้าน เชื่อว่าจะป้องกันผู้อยู่อาศัยจากโรคภัย ตัวนี้ตัวผู้ ถ้าตัวเมียที่เท้าจะเป็นสิงโตตัวเล็กหมายถึงลูกนั่นเอง



ภายในวัด มีสถาปัตยกรรมหลายชนเผ่าผสมกัน



บทสวดมนต์ แกนหมุนได้ คล้ายจะเป็นการท่องวนไปเรื่อย ๆ จิตใจจะได้สงบ


จบทริปด้วยการเดินเที่ยวตลาดรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดสินค้าปลอมทั้งหลายแหล่ะ
เวลาซื้อต้องต่อมาก ๆ ถึง 80% ได้ยิ่งดี ถ้าไม่ได้ก็เดินหนี รับรองได้ ฮา

จบเสียที ดองเกือบปี เฮ้อ






Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2551 10:19:18 น.
Counter : 1338 Pageviews.

10 comments
  
อือมม เมืองจีนนี่ ดูกี่ทีๆ ก็หนาวเนอะ

เคยได้ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนเหมือนกัน เดินได้ไม่เท่าไร ก็หอบแล้ว ขนาดหนาวๆ นะนั่น สร้างได้ยาววววววมากกกก ขนาดมองเห็นจากบนเครื่องเลยอ่ะ สุดยอดเลยเนอะ
โดย: พี่มา IP: 125.25.143.64 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:51:51 น.
  
ชอบวัดลามะค่ะ สวยมากๆ

เมื่อก่อนเวลาเราเห็นชุดหยกพวกนี้ทีไร
ใจมันนึกถึงหนังผี 55 ไม่งั้นก็หนังยอดมนุษย์กายสิทธิ์ง่ะ
ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:07:38 น.
  
ไปที่เดียวกับเราเลย เพิ่มจะไปมา สนุกสุดๆ หนาวมากด้วย-10 กำแพงเมืองจีนไปด่านเดียวกันเลย มี7ป้อม แต่เราขึ้นถึงป้อม3 โอ๊ยเหนื่อย ตลาดรัสเซียเจ็บใจยังซื้อของไม่จุใจเลย วัดลามะที่เราไปต้นแปะก้วยมีแต่ใบ ไม่เขียวอย่างนี้เลย ไปกำแพงเมืองได้ใส่ชุดฮองเฮาถ่ายรูปหรือเปล่า นึกถึงแล้วหนาวมากมายเลย
โดย: kimminhee IP: 118.174.83.41 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:24:37 น.
  
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม มีความสุขมากๆ นะ
โดย: หน่อยอิง วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:11:31 น.
  
ขอบคุณมากค่าที่สนใจหนังสือของณ มน
โดย: ณ มน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:15:57 น.
  
แวะมาอิจฉาคนได้ไปเที่ยวค่ะ...
โดย: หวัน (หวันยิหวา ) วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:03:42 น.
  
อยากไปบ้างจัง สวยอ่ะ
โดย: everything on วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:33:42 น.
  
อิจฉา...หนีไปเที่ยวมาเมื่อไหร่อ่า ไม่บอกกันมั่งเลย
ว่าแต่มีไรมาฝากเปล่าอ่า อิอิ..
โดย: PaYoonNoy วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:52:36 น.
  
อ่าว ไปเที่ยวเวียดนามไม่ใช่รึ แล้วไหง
อัพบล๊อค โผล่ไปจีนนู่น
โดย: "ว่าวววววว" IP: 124.120.50.104 วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:2:51:56 น.
  
หูย เห็นภาพแล้วก็อยากไปบ้างจังเลยอ่ะ
โดย: เบบูญ่า วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:13:51:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กระปุกกลิ้ง
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






เขียนเอง..ชอบเอง
ฉันตกหลุมรักคนแปลกหน้า



Review หนังสือ
สารบัญหนังสือ 2557

กุมภาพันธ์ 2551

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
 
 
27 กุมภาพันธ์ 2551
All Blog