เอราวัณ ลืมไม่ลง
เอราวัณ ลืมไม่ลง

ทริปนี้ไปที่กาญจนบุรีน่ะ ด้วยความที่มีวันหยุดน้อยเราจึงกะว่าไปเช้าเย็นกลับ กะว่าจะให้ณัฐพาไปเที่ยวบ้านเกิด คราวนี้เราไปกันแค่สี่คน ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างทำให้เหลือกันอยู่แค่เนี้ย

รายละเอียดของทริปนี้ เราก็จำไมค่อยได้แล้ว ก็มันตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2548 โน่นแน่ะ แต่เราไปกันแบบสบาย ๆ เอารถ ณัฐ ไปเหมือนเดิม ขับกินลมชมวิว เรื่อยเปื่อยมาก
แต่คนมันดูน้อย ๆ นะเราเลยไปรับญาติของณัฐไปด้วย (เอาไปเป็นตากล้อง ฮิฮิ ) เลยได้สมาชิกเพิ่มอีก (ตั้ง) 1 คน

กว่าเราจะไปถึงที่น้ำตกเอราวัณ ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว (ไม่รู้ไปเถลไถล ที่ไหนเหมือนกัน) น้ำตกเอราวัณมีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีป้ายบอกระยะทาง ในชั้นแรก ๆ นั้นคนเยอะมาก เนื่องจากไม่ต้องเดินไกล เราเปลี่ยนชุดเตรียมเดินขึ้นไปชั้น 7 ชั้นบนสุด เพราะ ณัฐให้เหตุผลว่าไหน ๆ มาแล้วต้องไปให้ถึงที่สุด ถามว่าเตรียมพร้อมไหม ตอบได้เลยว่าไม่ เพราะรองเท้าสำหรับปีนป่าย ขึ้นเขาก็ไม่มี แถมแบกของกันพะรุงพะรัง ดีที่อาหารทางอุทยานไม่ให้เอาขึ้นอยู่แล้วเลยไม่ต้องแบก

การเดินทางไม่ยากลำบากมาก ข้างหนึ่งมองเห็นน้ำตกตลอดเวลา อีกข้างหนึ่งเป็นป่าชื้น เวลาเดินรู้สึกสดชื่น ป่าออกจะทึบหน่อยทำให้ไม่มีแดดมากนัก ทางในช่วงแรกยังเดินกันสบาย ๆ กว้างพอเดินหน้ากระดานได้ 5-6 คนทีเดียว แต่เริ่มสูง ก็เริ่มแคบลงเรื่อย ๆ จนบางช่างสามารถเดินได้คนเดียว อากาศเย็น ๆ ผสมกับการออกแรงอย่างหนัก (สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างเรา) ก็เล่นเอาเกือบเป็นลมเหมือนกัน ต้องนั่งพักตลอดทางเลย ยิ่งสูงอากาศก็ยิ่งเย็น เหงื่องี้เย็นเฉียบเลย ทางก็ไม่ถึงกับโหด แต่ก็ไม่สบายแน่นอน ป้ายระยะทางก็หลอกเราตลอดเลยอ่ะ บอกเรา 300 เมตร แต่สงสัยจะเป็น 300 เมตรทางตรง เพราะ ทางที่เดินได้จริง ๆ มันต้องลัดเลาะ คดเคี้ยว เลี้ยวลด และ ปีนป่าย ตลอดเวลา กว่าจะขึ้นถึง ชั้น 7 ได้ก็เล่นเอาแฮกเหมือนกัน

พอขึ้นไปเห็นนะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง มันสวยมากจนตะลึง อึ้ง ค้าง กันเป็นแถว สวยมาก ๆ เราไม่รู้นะ ว่าหินที่เห็นเนี่ยเป็นหินอะไร แต่เดาว่าน่าจะเป็นหินปูนมั้ง เพราะ มันมีสีขาว ขุ่น ๆ น้ำเป็นสีเขียวมรกต แบบใสมาก ๆ น้ำตกไหลบ่ามาจากผาสูงของภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
แทบไม่อยากละสายตากับความอลังการของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่บนเขาสูง รอคอยนักเดินทางผู้มีใจมานะ บุกบั่นมาเห็นด้วยตา

พวกเราจัดแจงวางสัมภาระ แล้วลงน้ำทันที(โดยมีน้องณัฐ เฝ้าของ ฮิฮิ มีประโยชน์มาก)พอหย่อนเท้าลงไปเท่านั้นแหละ ชักขึ้นแทบไม่ทันน้ำเย็นมาก ๆ ต้องค่อย ๆ ลงไปยืนปรับตัวอยู่ตั้งนานถึงจะ ลงไปทั้งตัวได้ น้ำมีความลึกแค่เอวเท่านั้นเอง เราว่ายเล่นอย่างสนุกสนาน เหมือนเป็นกินรี ว่ายอยู่ในสระอโนดาต น้ำเย็นจนสั่นแต่พวกเราก็ไม่ถอย อุตส่าห์มาถึงนี่แล้วนี่ยังไงก็ต้องเล่นให้ชุ่มปอดล่ะ

แต่ยังไงงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลา เรามาก็เพื่อที่จะกลับไป พวกเราอ้อยอิ่งอยู่จนพี่เจ้าหน้าที่อุทยานมองหน้า เนื่องจาก 17.00 น. เขาจะให้คนลงจากเขาให้หมด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง พวกเราถึงได้จรลีเสียที ตอนขาลงไม่ลำบากเท่าขาขึ้น เพราะการปีนป่ายน้อยลง แต่ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย แต่ที่สร้างความลำบากเห็นจะเป็นเสื้อผ้าเปียก ๆ ที่ติดตัวเราอยู่เนียแหละ เพราะมันหนักขึ้นจากการอุ้มน้ำ และยังหนาวจับขั้วหัวใจ

พวกเราแวะเล่นตามชั้นต่าง ๆ อีกนิดหน่อย ที่ชั้น 3 เพราะเห็นเป็นหินก้อนใหญ่ เอียงทำมุมก้มอยู่ พื้นผิวเรียบมีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา มีคนสไลด์ลงมาสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ โอ้ว น่าหนุกเป็นที่ยิ่ง
ไม่รอช้าลงไปร่วมวงไพบูลย์ด้วยทันที น้ำในแอ่งนั้นลึกพอสมควร เพราะเราเหยียบพื้นไม่ถึง และไม่เห็นมีใครยืนอยู่กลางแอ่งสักคน ในน้ำมีปลาอะไรก็ไม่รู้ตัวใหญ่มาก เยอะมาก ตัวเท่าแขนเลย ถ้าเราหยุดว่ายเมื่อไร มันจะรุมตอดเราทันที หู้ย นึกแล้วขนลุก มันตกใจเวลามันมาตอดน่ะ ไม่มีไร

เราได้ขึ้นไปเล่นสไลด์ด้วย ตัดสินใจอยู่นาน ก็มันน่ากลัวออก น้ำจะลึกแค่ไหนก็ไม่รู้แล้วน้ำก็มีสีแบบดำ ๆ คาดว่าเป็นสีของหินน่ะ ไม่เหมือนชั้น 7อแต่น้ำใสแจ๋วเห็นตัวปลานับร้อยว่ายไปมาเลย พอสไลด์ลงมาแล้วก็สนุกดี แต่เล่นแค่ครั้งเดียวน่ะ ขี้เกียจว่ายไปต่อคิว เหนื่อยจากการเดินด้วย

ตอนขาลงก็สบาย ๆ มาถึงชั้น 1 นี่แทบคลานเท่านั้นเอง เราเห็นฝูงผีเสื้อสีขาวบินเต็มไปหมด รู้สึกเหมือนมันกำลังกินดินเลย พวกเราไม่รอช้า ชักภาพกับเหล่าผีทันที

จบทริปกันด้วยความชื่นมื่น แม้จะไม่ได้เที่ยวที่ไหนมาก แต่ก็มีความสุข พวกเราไปส่งญาติณัฐที่บ้านพร้อมทั้งฝากท้องด้วยเลย อิอิ แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพ







ความสวยงามของน้ำตกเอราวัณชั้น 7




นอนเล่นบนหินเย็นเฉียบ




แหวกว่ายธารา




แวะพักกลางทาง (พักเหนื่อย แต่แกล้งทำเป็นแวะถ่ายรูป ฮะฮะ)




สไลด์ธรรมชาติ




หน่วยกล้าตาย (ณัฐ นะนั่นน่ะ ดูดี ๆ)




ถ่ายกับผี (เสื้อ)




ผีเสื้อเยอะจริง ๆ




ผีเสื้อบินผ่านหน้ากล้องอ่ะ ทีแรกนึกว่าผี โตะใจ



Create Date : 05 มิถุนายน 2549
Last Update : 12 กรกฎาคม 2549 13:51:45 น.
Counter : 364 Pageviews.

2 comments
  
เป็นอะไรที่น่าอิจฉามากเลยที่ได้ไปเที่ยว
เราไม่ค่อยได้ไปไหนหรอก ท่าทางผีเสื้อคงเยอะเนาะ แบ็คกราวน์สีหวานดีจ๊ะสีที่เราชอบด้วย
โดย: 304 คอนแวนต์ (304 คอนแวนต์ ) วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:12:39:47 น.
  
น่าสนุกดีนะครับ เป็นแรงบันดารใจ ให้อยากหยุดงาไปเที่ยว จิงๆๆ เลย

ฮือๆๆๆ
โดย: Uron IP: 58.10.99.182 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:22:42:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กระปุกกลิ้ง
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






เขียนเอง..ชอบเอง
ฉันตกหลุมรักคนแปลกหน้า



Review หนังสือ
สารบัญหนังสือ 2557

มิถุนายน 2549

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
5 มิถุนายน 2549
All Blog