หนาวสิ้นปี ที่ทองผาภูมิ



ทุกปีที่บ้านต้องมีทริปไปต่างจังหวัดด้วยกันหนึ่งครั้ง
หลังจากที่ตกลงกันไม่ได้สักทีว่าจะไปไหนแน่ สุดท้ายก็มาจบที่กาญจนบุรี
ไปเยี่ยมญาติห่าง ๆ ด้วยในตัว
การเดินทางครั้งนี้ แม่ ยาย พี่ ป้า น้า อา หลาน มากันครบเรียกว่ารวมญาติก็ว่าได้

เราออกเดินทางตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 28/12/50 โดยที่เราเองยังไม่รู้ว่าจะไปส่วนไหนของเมืองกาญฯ
เช้าตรู่ของวันที่ 29/12/50 เราก็มาตื่นที่ ทองผาภูมิ (แบบว่าหลับตลอดทาง)
อากาศเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก ก็เพื่อนมันบอกว่ากาญฯไม่หนาว
เราก็ไม่ได้เตรียมตัวมาหนาวนี่นา แม่ก็ไม่บอกสักคำว่าไป ทองผาภูมิ
พื้นที่ที่ล้อมด้วยภูเขา หนาวเย็นทั้งปี
ขนาดเก้าโมงเช้ายังพูดเป็นไอเลย แล้วเสื้อผ้าที่เตรียมไปมีแต่บาง ๆ T^T

ถ้าไม่พูดถึงเรื่องเสื้อผ้า ก็นับว่าอากาศที่นี่ดีใช้ได้ทีเดียว
หมอกยามเช้าสดชื่น ภายในหมู่บ้านเงียบสงบ ตามประสาชนบท
สูดอากาศเข้าปอดแบบเต็มอัตราศึก เพราะกรุงเทพอากาศคงไม่บริสุทธิ์เท่า
เราแวะเยี่ยมญาติ ทำอาหารเช้ากินกันแบบครอบครัว แล้วก็ออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อ

ที่แรกที่เราไปคือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ตอนที่เราไปแดดเริ่มแรงแล้ว จึงอยู่ที่นี่ไม่ได้นานนัก
จุดต่อไปคือน้ำตก "เกริงกระเวีย" ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เราก็เลยหลับไปตลอดทาง
มาโผล่ที่น้ำตกพอดี



น้ำตกที่นี่น้อยชั้น น้ำก็ไม่ได้ใสมาก เราเลยไม่ได้ลงเล่น แค่นั่งริมน้ำตก
นอนคุยกัน และกินมันปิ้งสีม่วง ๆ แสนอร่อย




ออกจากน้ำตกเราก็กลับเข้าทองผาภูมิอีกครั้งเพื่อไปลงแพที่เขื่อน



แม้แพจะอยู่ห่างฝั่งไปไม่กี่เมตร เราก็ต้องนั่งเรือพายไปอยู่ดี



บรรยากาศยามเย็น


บนแพมีห้องครัวเล็ก ๆ สำหรับทำครัว เราปล่อยหน้าที่หุงหาอาหารให้แม่และน้า อิอิ
ส่วนตัวเองกระโดดน้ำป๋อมแป๋ม ตั้งแต่บ่ายสามยันหกโมงเย็น

เราเล่นน้ำกันตรงนี้แหละ หน้าแพ


พอตกค่ำอากาศก็เริ่มเย็น ลมพัดกรูเกรียวจนผ้าห่มผืนบางที่ติดตัวมาเอาไม่อยู่
ดีที่แม่เตรียมผ้าห่มมาพร้อม เสื้อกันหนาวก็หลายตัว เลยได้อานิสงค์ไปด้วย
แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ พอดีมีเต๊นท์ติดรถมาด้วย เลยเอามากางบนแพ (น่าดูพิลึกล่ะ)

สักสองทุ่มก็เริ่มหายใจกันฟุดฟิด อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ ไม่ไหวต้องเข้าไปนอน
พอเสียงของแพเราเงียบลงก็เงียบไปหมด จนวังเวง
แต่ด้วยความชินกับการนอนแบบนี้อยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาสำหรับเราเท่าไร

เช้าวันที่ 30/12/50 เราตื่นค่อนข้างสาย แต่ก็ยังเช้ากว่าปกติ เพราะอากาศที่เย็นจนจับใจ
แม่น้ำในเขื่อนมีควันลอยกรุ่นกำจายอยู่ทั่วท้องน้ำ


ที่เห็นมัว ๆ นี่ควันทั้งนั้น


ขนาดเก้าโมงเรายังพูดเป็นไออยู่เลย


มองไปไกลลิบ ๆ ตรงขอบฟ้า เต็มไปด้วยหมอกขาว ๆ



สักสิบโมงเราก็ออกเดินทางกันต่อ โดยจุดมุ่งหมายต่อไปคือ ด่านเจดีย์สามองค์ ที่สังขละบุรี
การนั่งรถยาวนานเช่นนี้มีหรือที่เราจะไม่หลับ 55
เราแวะน้ำตกเกริงกระเวียซื้อมันปิ้งอีกครั้ง เพราะเป็นทางผ่าน
ดูจะกินได้กินดี (ก็มันอร่อยนี่นา)

ถึงด่านเจดีย์สามองค์ด้วยความทุลักทุเลพอสมควร เพราะเส้นทางคดเคี้ยวพอใช้


ด่านเจดีย์สามองค์ตามประวัติ ไม่ปรากฏว่าสร้างสมัยใด
สันนิษฐานว่า เดิมเป็นหินสามกอง เนื่องจาก คนเดินผ่านไปมา ต้องสักการะเทพารักษ์
แต่ไม่มีดอกไม้ ธูปเทียน จึงใช้หินมากองซ้อน ๆ กันไว้ จนภายหลัง
ได้มีการสร้างเจดีย์เอาไว้แทน

ที่นี่อยู่ติดกับเขตพม่า แต่จากการสอบถามจากทหารที่นั่นบอกว่าปิดไม่ให้ผ่านแดนมาหกเดือนแล้ว
ไม่รู้ทำไม



ของขายเป็นจำพวกเงิน ไม้แกะสลัก เพชร พลอย และผลิตภัณฑ์จากพม่า
ใครต่อเก่ง ๆ รับรองไม่ผิดหวัง เพราะได้ถึงครึ่งต่อครึ่งทีเดียว

ร้านนี้ขายสบู่มะลิ ห้อม..หอม กลิ่นมะลิมาก..มาก เราเลยซื้อมาด้วย



พวกขาชอปทั้งหลายหมดเงินไปกันหลายคนก็ได้เวลาจรลี
บ่ายกว่าแล้ว เราหาข้าวกินกันข้างทาง แล้วขับรถเข้ากรุงเทพ
โดยจะแวะเที่ยววัดหลวงตามหาบัวที่เลี้ยงเสื่อไว้ แต่พอไปถึงปิดไปแล้ว (ปิดสี่โมงเย็น)
เลยไปอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์แทน


เรามาถึงกันเย็นมากแล้ว แดดไม่ค่อยมี


ตัวปราสาทคาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากขอม ไม่ปรากฏว่าสร้างสมัยใด
แต่คาดกันว่าน่าจะสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗


โดยตัวปราสาทเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และนางปรัชญาปารมิตา
ในพุทธศาสนา นิกายมหายาน ซึ่งเป็นศิลปะเขมรแบบบายน

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร


สถาปัตยกรรมและปฏิมากรรมอันสวยงาม ดูแล้วขลัง ๆ เวลาที่ไปก็พลบค่ำ
เล่นเอาขนลุกทีเดียว


เสียดายที่มีเวลาไม่มาก จึงเดินได้เพียงส่วนเดียว
แล้วก็ขับรถกลับกรุงเทพอย่างปลอดภัย
แต่ดันมาตกม้าตายเอาตอนจบ เพราะพี่ชายดันขับรถทับเท้า
ทำให้เดี้ยงไปอีกสองวันไปไหนไม่ได้เลย



ขอบคุณเวบ tv5 สำหรับข้อมูลปราสาทเมืองสิงห์ค่ะ





Create Date : 02 มกราคม 2551
Last Update : 2 มกราคม 2551 11:35:55 น.
Counter : 1211 Pageviews.

9 comments
  
อยากไปจังเลย
โดย: วิ IP: 202.142.200.252 วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:11:45:12 น.
  
น่าไปมากเลย ท่าทางสนุก
โดย: รุ้ง IP: 203.150.232.78 วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:12:32:46 น.
  
ท่าทางสนุกดี พี่ชอบทองผาภูมิด้วย
สวัสดีปีใหม่จ้า
โดย: grappa วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:13:14:55 น.
  
ว้าว น่าไปทองผาภูมิมากๆเลยครับ ที่จริงก็ไม่ได้ไกลจาก กทม มากเท่าไรนัก แต่ธรรมชาติงดงามมากนะครับ อยากไปเที่ยวปราสาทครับ ขอตามไปด้วยคนนะครับ
โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:16:33:45 น.
  


สวัสดีปีใหม่จากปายและห้วยน้ำดังนะคะคุณเอ๋
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:21:16:37 น.
  
อิจฉาคนไปเที่ยว อิจฉา ริษยา แง้ๆ

//////////

หวัดดีปีใหม่นะ จขบ.
โดย: * * * วีสาม * * * IP: 125.27.88.5 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:11:02:19 น.
  



Happy New Year 2008นะฮับ

โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:11:59:15 น.
  
โอ แจ่ม อยากโดดน้ำป๋อมแป๋ม มั่งจังเอ๋ หวัดดีปีใหม่นะ
โดย: เมเปิ้ลสีขาว IP: 58.9.231.76 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:20:04:40 น.
  
วิ**เอามาล่อตา คนทำงานสิ้นปี

รุ้ง**ทั้งสนุกทั้งเหนื่อยเลยล่ะ

grappa **เพิ่งทราบเหมือนกันค่ะ ว่าทองผาภูมิมีที่เที่ยวเยอะมาก

ซอร์บอนน์ **เชิญเลยค่ะ

แพนด้ามหาภัย **เห็นภาพแล้วอิจฉา

วีสาม**เก็บภาพมาให้อิจฉาเล่น อิอิ

เมเปิ้ลสีขาว**ฮา เล่นน้ำสนุกเลย

โดย: กระปุกกลิ้ง IP: 203.150.232.78 วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:8:43:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กระปุกกลิ้ง
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






เขียนเอง..ชอบเอง
ฉันตกหลุมรักคนแปลกหน้า



Review หนังสือ
สารบัญหนังสือ 2557

มกราคม 2551

 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog