"สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ...เราเลือกได้ไม่ใช่หรือ"

"ถ้าหลงทาง..คุณจะเสียเวลา :: ถ้าหลงติดยา..คุณจะเสียชีวิต :: ถ้าหลงอดีต..คุณจะเสียน้ำตา เจ็บหัวใจและร้อนหลัง..หุหุ"

"The most romantic love is UNFINISHED, UNFULFILLED LOVE, and it seems ENDLESS."

"Love is beauty, Love is precious and Love is all..but don't let your life ruined by LOVE."

"The more you blame the others, the less chance for you to improve yourself."

"LIFE IS GOOD", even though life is hurting sometime, but still..."LIFE IS GOOD."

"At some point, walking or dreaming with pain is also fun, because it's challenging you."

"All trees would not be able to stand without their roots."

"People should live by faith, not by fear."

Group Blog
 
 
ตุลาคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 ตุลาคม 2560
 
All Blogs
 

สโลว์ไลฟ์กันดีกว่า :: เก็บลูก Black Walnuts ไว้ตากแห้ง กินเมล็ดข้างในและใช้ประโยน์อื่น ๆ ด้วย



Date :: Oct 19, 2017












เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพากันเก็บลูกแบล็ควอลนัทนี้ไว้ กะว่าจะเอามาตากแห้งแล้วแกะเอาเมล็ดมากินเป็นของกินเล่น หรือมาทำพวกอาหารผสมกับสลัด หรือเอาไปผสมและอบกับพวกขนมหวานอื่น ๆ ได้ และที่ทำเอาเราอึ้งและทึ่งในสรรพคุณของเจ้าลูกแบล็ควอลนัทนี่ก็คือหลังจากที่เราเสริชในอากู๋หาดูเรื่องราวของเจ้าลูกแบล็ควอลนัทแล้วทำให้ได้รู้ว่าเจ้าลูกไม้และต้นไม้นี้มีประโยชน์เหลือหลาย

- เนื้อผลไม้หรือเปลือกผลไม้ และใบของแบล็ควอลนัทนั้นเอามาทำเป็นสีย้อมผ้า สีย้อมผมได้ด้วย แค่เอาเปลือกหรือใบมาต้มและเคี่ยวก็จะได้สีย้อมผ้าหรือสีย้อมผม หรือบางคนก็เอาไปทำเป็นหมึกสีดำเพื่อสีวาดรูปได้อีกต่างหาก

- เนื้อผลไม้และใบของเจ้าแบล็ควอลนัทนี่สามารถเอามาทำเป็นยาฆ่าพยาธิได้ด้วย

- เนื้อไม้ของเจ้าต้นแบล็ควอลนัทนี่เป็นเนื้อไม้ที่สวยงามมาก ให้ลายไม้แบบสีน้ำตาล สวยงามมาก(ในสายตาเรา)

- เมล็ดเจ้าแบล็ควอลนัทนั้นก็เอร็ดอร่อยไม่แตกต่างจากวอลนัททั่วไป เพียงแต่เมล็ดนั้นอาจจะเล็กกว่า


จริง ๆ แล้วเกือบพากันตัดต้นไม้นี้ทิ้งไปแล้ว เพราะรู้สึกว่าลูกไม้นี้หล่นเต็มพื้น กลัวจะเป็นอันตรายเวลาเดินผ่านใต้ต้นไม้นี้กัน กะว่าจะพากันโค่นเจ้าต้นไม้นี้ทิ้งไปแล้ว ก็จนมีคนมาเห็นเจ้าต้นไม้นี้และทักว่า "โห...ปีนี้ลูกแบล็ควอลนัทเยอะมากเลย หล่นใต้ต้นเต็มเลย เก็บไว้ตากแห้งและกินเมล็ดนะ อร่อยดี" 


จากนั้นเราเลยลองทุบเจ้าลูกแบล็ควอลนัทนี้ดูและแกะเมล็ดออกมาชิมดู ปรากฏว่ารสชาติอร่อยดี รสคล้าย ๆ เมล็ดหมากเหลี่ยม(ไม้ผลป่าที่ผู้คนจะกินเมล็ด หรือบางคนก็เก็บผลสดมาดอง มาเชื่อมเป็นผลไม้เชื่อมขายก็มี) ต้นเหลี่ยมนี้จะมีทั่วไปที่โคกข่าว(ป่าเหนือหมู่บ้านเกิดเรา) ปกติคนที่เกิดใกล้ ๆ กับป่าไม้คงจะพากันคุ้นเคยกับบรรดาผลหมากรากไม้ป่า ผักผลไม้ป่ากันอยู่แล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่จะมีการสอน บอกต่อรุ่นลูกรุ่นหลานมาอยู่แล้วว่าผักป่าและเห็ดป่าชนิดไหนกินได้และกินไม่ได้ ผลไม้ป่าชนิดไหนกินได้และกินไม่ได้ ผู้คนรุ่นต่อ ๆ มาก็จะรู้กันและก็กินผักป่า ผลไม้ป่ากันเป็นเรื่องปกติ

ด้วยความที่บ้านเกิดเรานั้นติดกับป่าไม้ใหญ่(ป่าโคกข่าว)อยู่แล้ว เราก็เลยคุ้นเคยดีกับพวกผักป่า เห็ดป่า ผลไม้ป่า แต่งานนี้ป่าไม้ระแวกนี้ไม่ใช่ป่าบ้านเรา พันธุ์ไม้ก็แตกต่างจากพันธุ์ไม้ที่ป่าบ้านเรา เราก็เลยไม่รู้ว่าเจ้าลูกไม้นี้กินได้ด้วย เกือบพากันตัดทิ้งไปแล้ว (ขนาดเวลาเห็นเห็ดตามใต้ต้นไม้ ทั้ง ๆ ที่ก็คล้าย ๆ กับเห็ดที่เกิดใต้ต้นไม้ที่ป่าที่เมืองไทย เราก็ไม่กล้าเก็บมากิน กลัวจะเป็นเห็ดพิษ เพราะเราไม่คุ้นเคยกับป่าเค้าเลยก็เลยไม่กล้าเสี่ยง) เจ้าไม้ป่านี้ก็เช่นกัน ตอนแรกก็ไม่รู้คุณค่าและเกือบตัดทิ้งไปแล้ว แต่ยังดีที่มีคนเห็นและทักไว้ก่อน สุดท้ายก็เลยจะพากันเก็บรักษาเจ้าต้นนี้ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังจากที่เราได้ค้นพบสรรพคุณของเจ้าไม้ป่านี้จากอากู๋แล้วทำให้รู้ว่าสรรพคุณหลากหลายดีจริง ๆ ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ตัวเนื้อไม้จากต้นไม้ เปลือกของผลไม้ เมล็ดไปจนถึงใบกันเลยทีเดียว สรรพคุณเยอะจริง ๆ

*** จำได้ตอนเด็ก ๆ เคยเห็นแม่ปลูกครามแล้วเอาใบคราม ต้นครามมาหมักมาขยำ และจากนั้นก็เอาน้ำครามมาทำเป็นสีย้อมผ้าฝ้าย ซึ่งผ้าฝ้ายก็ได้จากที่แม่ปลูกต้นฝ้ายแล้วเก็บดอกฝ้ายมาตากแห้งและเอาเมล็ดออกด้วยเครื่องอิ้วฝ้าย จากนั้นก็นำดอกฝ้ายที่เอาเมล็ดฝ้ายออกแล้วไปตีและปั่นให้เป็นเส้นใยฝ้าย แล้วก็ค่อยนำไปทำขั้นตอนการทอต่อไป และจัดการเย็บมือเป็นเสื้อเองบ้าง หรือเอาไปจ้างเพื่อนบ้านที่เค้ามีจักรเย็บผ้าเย็บให้บ้าง ส่วนการย้อมสีครามก็ใช้สีจากธรรมชาติจากต้นครามที่แม่ปลูกไว้

และก็เคยเห็นพ่อตัดเปลือกต้นประดู่ที่ท้องนาของพ่อแล้วเอาเปลือกประดู่มาต้มและได้น้ำสีแดงจากเปลือกประดู่แล้วพ่อเอามาผสมกับน้ำมันก๊าด จากนั้นพ่อเอาไปทำเป็นสีทาบ้าน สีออกแดง ๆ ธรรมชาติ สวยแบบธรรมชาติ และจะว่าไปแล้วผู้คนที่อยู่ใกล้กับธรรมชาติก็จะใช้ประโยชน์จากต้นไม้ใบหญ้าจากแหล่งธรรมชาติกันทั่วไป ไม่ว่าจะอยู่ซีกไหนของโลกก็แล้วแต่การใช้ชีวิตกับธรรมชาติและประโยชน์จากธรรมชาตินั้นก็คงจะคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ชนิดของพืชพันธุ์นั้นแตกต่างกันเท่านั้นเอง

หลังจากได้จากบ้านเกิดมา และเข้าไปเผชิญชีวิตในเมืองใหญ่ ได้เห็นโลกศิวิไลซ์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นั่นสิบกว่าปี ทีี่ก็มีทั้งประทับใจเราและไม่ประทับใจเรา จนตัดสินใจลาออกจากงานทิ้งทุกอย่างย้ายมาอยู่ในประเทศที่เค้าเรียกว่าดินแดนแห่งความศิวิไลซ์ ดินแดนแห่งเสรีอย่างอเมริกาได้สิบกว่าปีอีก อยู่ในเมืองที่ไม่ใหญ่นักแต่ก็มีสิ่งท้าทายให้ได้เรียนรู้ ซึ่งบางครั้งความวุ่นวายแบบคนเมืองก็มีให้ได้สัมผัสเช่นกัน บางครั้งก็อยากจะหันไปหาชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ อยากใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ และคราวนี้ก็ได้สัมผัสชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่อเมริกาบ้าง ในเมื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่เมืองไทยไม่ได้เพราะติดเรื่องลูก เพื่ออนาคตของลูกที่เธอเกิดที่นี่ พ่อและปู่ย่าของเธอก็เกิดที่นี่ แล้วเราจะเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความรู้สึกเราเองและจะพากันย้ายกลับไปอยู่แบบสโลว์ไลฟ์ที่เมืองไทยก็ดูกระไรอยู่ ในเมื่อลูกและพ่อของลูกคุ้นเคยกับชีวิตที่นี่เพราะพวกเค้าเกิดที่นี่ตัวเราก็ต้องเลือกอยู่ที่นี่เพื่อลูก ก็เลือกมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์(แบบพาร์ทไทม์)กันที่นี่ก็แล้วกัน...อิอิ..






มีบางส่วนที่ยังหล่นจากต้นไม่หมด เลยต้องใช้เชือกคล้องกิ่งแล้วเขย่า ๆ ให้ลูกแบล็ควอลนัทหล่นลงพื้น


















ลูก Black Walnuts ที่เก็บได้ เอามารวมกันและผึ่งไว้ที่ลานหญ้า































จากนั้นก็นำมาทำการทุบเปลือกที่เป็นเนื้อผลไม้ออก แยกเอาแต่ลูกข้างในที่เป็นเปลือกแข็งที่หุ้มเมล็ด และล้างให้สะอาดเท่าที่จะทำได้ และจะบอกว่าขั้นตอนนี้แหละเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด นั่งทุบเอาเนื้อเปลือกผลของเจ้า Black Walnuts จนหลังขดหลังแข็ง วันนั้นเราใช้เวลาครึ่งวัน ปวดเอวมากถึงมากที่สุด แถมต้องมาล้างพวกเนื้อออกจากตัวเปลือกแข็งอีกที(ที่เค้าเรียก Nutshell นั่นและ)  แถมน้ำจากเนื้อเปลือกผลของเจ้า Black Walnuts นี่ดำมากและเป็นน้ำยาย้อมผ้าได้ดีเลย(เห็นบางคนเค้าเอาไปทำเป็นน้ำยาย้อมผมก็มีนะ) ที่สำคัญน้ำดำ ๆ นี่ติดมือเป็นสองสัปดาห์กันเลยทีเดียวกว่าจะล้างออกหมด เราจึงได้เก็บเนื้อเปลือกของเจ้านี่ตากแห้งไว้ด้วย เผื่อจะเอาไปต้มและทำเป็นน้ำยาย้อมผ้า(อยากจะลองดูด้วย เลยจัดการซื้อเสื้อยืดสีขาวมาไว้ ไว้มีเวลาก็จะต้มเปลือกเจ้านี่แล้วเอามาย้อมเสื้อยืดสีขาวดู อยากจะดูว่าจะได้เสื้อสีอะไร สีดำหรือสีเทากันแน่) ส่วนเจ้าลูก Black Walnuts ที่เอาเนื้อเปลือกออกเหลือแต่ Nuts Shell หรือจะเรียกว่า "Black Walnuts In NutShell" เราก็นำไปตากแห้ง ผึ่งทิ้งไว้แบบนั้นแหละ












พอเห็นว่าลุกแบล็กวอลนัทเริ่มแห้งแล้วก็เก็บใส่ถังไว้ได้ 7 ถัง เตรียมเอามาเก็บใส่ถุงตาข่ายเพื่อเก็บไว้ต่อไป(วันนั้นแบ่งให้เพื่อนบ้านไป 1 ถัง เยอะจัดกลัวกินไม่หมด)












เราสั่งซื้อถุงตาข่ายเพื่อเก็บผลไม้ หรือไว้เก็บพวก Nutshell ต่าง ๆ มาเพื่อเก็บเจ้าลูก Black Walnuts In NutShell นี้ (สั่งซื้อจากเว็บ Amazon)














จากนั้นก็จัดการเก็บ Black Walnuts In Nutshell นี้ไว้ในถุงตาข่าย ผึ่งไว้ เห็นเค้าบอกเก็บไว้กินได้เป็นปีสองปีกันเลยทีเดียว วันนั้นได้ 14 ถุง (จาก 6 ถังพอเก็บใส่ถุงตาข่ายก็ได้ 14 ถุง)
















เมล็ดของ Black Walnuts ที่รสชาติอร่อยจริง ๆ


เพื่อความสะดวกในการแกะเมล็ดเจ้า Black Walnuts เราเลยสั่งซื้อ Nut Cracker นี้จากเว็บอเมซอนมาไว้ เห็นเค้าบอกใช้ได้กับสาระพัดกับพวก Nuts ต่าง ๆ โดยเฉพาะกับเจ้า Black Walnuts นี่ต้องใช้เจ้าตัวนี้เท่านั้นจึงจะเอาอยู่ ไม่อย่างงั้นต้องใช้ค้อนทุบจึงจะแกะเมล็ดออกมากินได้เพราะเปลือกแข็งมาก แต่พอแกะออกมาแล้วคุ้มเลย เพราะเมล็ดเค้ารสชาติอร่อยมาก ต่างจาก Walnuts ธรรมดา หรือที่เค้าเรียกว่า "English Walnuts" ปกติเราไม่ค่อยชอบกิน English Walnuts เพราะรสชาติจืด ๆ ยังไงไม่รู้ ไม่ค่อยถูกปากเรา แต่กับเจ้า Black Walnuts นี่ บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ รสชาติแตกต่างกันมากเลย แต่ก็อย่างว่าน่ะแหละ ขั้นตอนการที่จะได้กินเจ้านี่นั้นยุ่งยากมาก ผู้คนเลยไม่ค่อยจะเก็บมากินมั๊ง

ส่วนท่านใดที่เผลอคลิกมาอ่านบล็อกนี้แล้วอาจจะไม่รู้ว่าบ้านตัวเองมีต้นไม้นี้รึเปล่าก็ลองเสริชหาดูข้อมูลจากอากู๋ได้นะคะ เราเองก็หาจากอากู่เพิ่มเติม หลังจากที่เพื่อนบ้านทักเกี่ยวกับเจ้าต้นไม้นี้และลูกไม้นี้ เลยทำให้เราเก็บเจ้าลูกนี้มาไว้กินเมล็ดน่ะ แค่เสริชคำว่า Black Walnuts หรือ Black Walnuts Tree ก็จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้และลูกไม้นี้เยอะแยะไป หรือลองเข้า Youtube ก็จะเห็นว่ามีคนทำคลิปการเก็บและการเตรียมเจ้าลูก Black Walnuts นี้ไว้กิน จะมีคลิปเยอะแยะเลย ตัวเราก็ได้วิธีจากในยูทูปด้วย  



ต้นผลไม้ป่า PawPaw Trees หรือ PawPaw Fruit Trees















และบล็อกในกลุ่ม "ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป :: สโลว์ไลฟ์กันดีกว่า" บล็อกต่อไปก็จะไปลุ้นต่อกับเจ้าผลไม้ป่าที่ชื่อว่า "PawPaw" พอดีเห็นต้นเค้าในป่าเยอะมาก แต่ปีนี้เจ้าต้น PawPaw ไม่มีลูกผลไม้ให้ได้ชิมเลย คงเป็นเพราะความหนาวฆ่าดอกเค้าในหน้าสปริง จริง ๆ ปี้นี้ขนาดต้นผลไม้ที่เราปลูกไว้ก็ไม่ออกผลให้ได้กินเพราะความหนาวฆ่าดอกพวกเค้า และต้นผลไม้ป่านี้ก็เช่นกัน ปีนี้เลยอดได้เห็นผลไม้นี้ แต่เห็นแค่ใบและต้นเค้าในป่านี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแล้ว ไว้ปีหน้ามาลุ้นต่อว่าจะได้เก็บผลไม้ป่านี้มาลิ้มลองรสชาติของเค้าหรือไม่

ปล. ท่านใดอยากรู้ว่าผลไม้ป่าที่ชื่อ PawPaw นี้หน้าตาเป็นยังไงก็ลองถามอากู๋กันได้เลยค่ะ ส่วนตัวเรานั้นรู้จักต้นผลไม้นี้เพราะบังเอิญมีคนโพสต์รูปผลไม้นี้ลงบนเฟสบุ๊คในกลุ่มคนทำสวน เลยได้ข้อมูลมาบ้าง จากนั้นก็จัดการถามอากู๋ต่อเช่นกัน ต่อมาก็เลยซื้อต้นอ่อนเค้าจากเว็บอเมซอนมาเพาะในกระุถางไว้ กะว่าปีหน้าพอต้นเค้าเริ่มโตและแข็งแรงกว่านี้ก็จะเอาปลูกลงดินปกติ และก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอต้นผลไม้ป่านี้จริง ๆ ในป่าแบบนี้ เรียกว่ามีอยู่เต็มป่าเลย ตอนนี้เลยไม่ต้องรอชิมผลจากเจ้าสองต้นเล็กที่ซื้อมาแล้ว ปีหน้าถ้าความหนาวไม่ฆ่าดอกไม้ของต้นผลไม้นี้อีก คาดว่าคงได้มีโอกาสลิ่้มลองรสชาติผลไม้ป่านี้จริง ๆ จากต้นที่อยู่ในป่าจริง ๆ แล้ว (ถ้ารอเจ้าสองต้นที่เราซื้อมาเลี้ยงไว้คิดว่าคงรออีกหลายปี คาดว่าอย่างต่ำคงสี่หรือห้าปีน่ะแหละเพราะซื้อต้นเล็กแค่ฟุตมาเลี้ียงไว้ในกระถาง)











 

Create Date : 20 ตุลาคม 2560
0 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2560 21:05:15 น.
Counter : 444 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเมษาโชดดี, คุณnewyorknurse


BlogGang Popular Award#13


 
JC2002
Location :
อ. ชื่นชม, จ. มหาสารคาม : ประเทศไทย
Columbia, Maryland : United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








"......: SAILING @CHESAPEAKE BAY - MD. :......"





"......: SAILBOATS @CHESAPEAKE BAY - MD. :......"



"......: ใครมองเรา :: เรามองเรา :......"

ใครมองเรา อย่างไร ใช่เรื่องใหญ่
เรามองเรา อย่างไร เรื่องใหญ่แน่
ใครมองเรา อย่างไร ร้อยตัวแปร
มันไม่แน่ นอนเท่า เรามองเรา

มีคนตัด สินเรา เท่าตาเห็น
แต่มันเป็น เพียงส่วนหนึ่ง ความคิดเขา
มันไม่ได้ ชัดเจน เหมือนตัวเรา
ที่มองเข้า ไปข้างใน ใจเราเอง

"......: JC2002 :: ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า :: 10 ก.พ. 51 :......"


"ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า" <== เป็นนามปากกาและนามแฝงของ "บุญชานินทร์ หงสีทอง เชอรัฟฟ์" ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยยังเรียน ปวช. (และมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่างว่าทำไมถึงจริงจังกับนามแฝงนี้)





"......: My Favorite Quotes Of All Time :......"

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้" :: ไม่รู้เป็นคำคมจากใคร แต่จำได้และจำมาใช้เป็นกำลังใจตัวเองตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ม. 3

"It doesn't matter where you are coming from, all that matters is where you are going." :: by Mr. Brian Tracy.





"......: สรรพสิ่งทั้งหลาย สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเพียง ตะกอน (พูดเหมือนจะปลงและปล่อยวางได้เนาะ แต่จริง ๆ แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ปล่อยวางและปลงยังไม่ได้..อิอิ..) :......"





"......: LOVE HEALS THE WORLD :......"

(ชอบข้อความในภาพนี้ และไม่ได้หมายความว่าเราไม่นับถือศาสนา ไม่มีศาสนานะ ส่วนตัวแล้วถึงตัวเองจะนับถือพุทธแต่ก็ใจเปิดกับทุก ๆ ศาสนา แต่จะไม่เป็นคนเคร่งขนาดเอาความเชื่อ กฏของศาสนามาเป็นเครื่องมือในการตัดสินและทำร้ายคนอื่น(เพราะแต่ละศาสนาต่างก็มีความเชื่อและกฏที่แตกต่างกันไป) ไม่เคร่งแต่เราก็มีกฎและกรอบของตัวเอง แค่พยายามทำใจตัวเองให้เปิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้)


Friends' blogs
[Add JC2002's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.