เขาคลังนอกปริศนาพันปีพีระมิดเมืองไทย (จ.เพชรบูรณ์)








หากพูดถึงพีระมิดใครหลายคนคงนึกไปถึงประเทศอียิปต์

นึกไปถึงภาพชาวอาหรับขี่อูฐเดินเรียงรายเป็นทิวแถวกลางทะเลทราย

แล้วมีมหาพีระมิดแห่งกีซาหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นฉากหลัง

แต่จริงๆแล้วพีระมิดไม่ได้มีแค่ในประเทศอียิปต์ หากมีกระจัดกระจายอยู่ตามทวีปต่างๆ ทั่วโลก

ทั้งในอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง จีน อินโดนิเซีย

แม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างกัมพูชาก็มีพีระมิด!


แต่เรื่องราวของพีระมิดทุกแห่งคงไม่มีที่ไหนจะน่าสนใจเท่ากับ “พีระมิดเมืองไทย”

ที่ทำเอาผมตาลุกวาวเมื่อได้อ่านบทความในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นพีระมิดพระนางเรือล่ม

ที่รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

ที่น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

แต่ไม่ใช่! เพราะพีระมิดที่กล่าวถึงเป็นโบราณสถานที่มีความเก่าแก่นับพันปี!

ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่และเก่าแก่กว่าพีระมิดเกาะแกร์ที่ประเทศกัมพูชาเสียอีก!

แล้วพีระมิดเมืองไทยจะมีอยู่จริงหรือ?


การเดินทางเพื่อออกไปไขปริศนาค้นหาคำตอบจึงเริ่มต้นขึ้น ผมรวบรวมข้อมูลที่พอจะหาได้แล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือ

ไปตามเบาะแสของเมืองโบราณนามว่า “ศรีเทพ” เมืองที่มีความเก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์ชาติไทย

คือมีมาก่อนการตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นยุคสมัยที่อารยธรรมทวารวดีเจริญเฟื่องฟู

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-18 ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ใครหลายคนคงรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี

แต่จะมีซักกี่คนเชียวที่จะรู้ว่าที่นี่มีสิ่งก่อสร้างที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “พีระมิด” ซ่อนอยู่!!


ราวๆ 240 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯก็นำพาผมมายังปากทางเข้าเมืองศรีเทพ

แต่แทนที่ผมจะเลี้ยวเข้าไปกลับขับรถเลยขึ้นไปทางทิศเหนือตามถนนลาดยางสายเล็กๆ อีกประมาณ 2 กิโลเมตร

ภาพเบื้องหน้าตรงบริเวณหัวโค้งทางด้านซ้ายมือทำเอาผมทึ่งในความใหญ่โตอลังการของโบราณสถาน

ที่สร้างด้วยศิลาแลงขนาดมหึมาที่น่าจะมีความสูงจากพื้นถึงยอดประมาณ 20 เมตร

และตามข้อมูลที่ได้ศึกษามาก่อนบอกไว้ว่าส่วนฐานนั้นมีขนาดกว้างยาวถึง 64 เมตร!




โบราณสถานแห่งนี้มีลักษณะคล้ายพีระมิดชนิดที่มีบันไดอยู่ทั้ง 4 ด้าน

แม้สิ่งที่เห็นจะไม่ได้ดูเป็นรูปทรงพีระมิดตามที่วาดไว้ คือเห็นแค่ฐานท่อนล่างครึ่งเดียว

ขาดส่วนยอดบนสามเหลี่ยมอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะพังทลายไปตามกาลเวลา

เพราะเห็นมีซากอิฐกองพะเนินอยู่ด้านบน




ผมลงจากรถมาท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ที่นี่น่าจะยังไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก

คุณลุงเจ้าหน้าที่เดินยิ้มเข้ามาทักทายและเล่าเรื่องราวให้ผมฟังคร่าวๆ ว่า

“แต่เดิมเมืองศรีเทพเป็นเมืองของชาวมอญรับวัฒนธรรมมาจากอินเดียนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท

ต่อมาภายหลังขอมเข้ามาปกครองสิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงมีลักษณะศิลปะทวารวดีปนขอม”




“โบราณสถานแห่งนี้ชาวบ้านเรียกว่า เขาคลังนอก เนื่องจากก่อนการขุดค้นพบมีสภาพเป็นเนินดินขนาดใหญ่

และมีต้นไม้ปกคลุมอยู่โดยรอบปรากฏร่องรอยของการลักลอบขุดค้นหาของโบราณเป็นโพรงลึกเข้าไป

ซึ่งมีความเชื่อกันว่าเคยเป็นสถานที่เก็บทรัพย์สมบัติหรืออาจจะเป็นคลังอาวุธในสมัยนั้น”




“เมื่อกรมศิลปากรเข้ามาสำรวจจึงพบโครงสร้างภายในและได้ทำการขุดเอาดินที่ทับถมออก

ปรากฏเป็นโบราณสถานที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์และมีขนาดใหญ่กว่าโบราณสถานอื่นๆ ที่อยู่ร่วมสมัยกัน

อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย”




“น่าทึ่งจริงๆ นะครับ” ผมบอกกับคุณลุงก่อนกล่าวขอบคุณและขอตัวเดินไปสำรวจรอบๆ

เดินอ้อมไปขึ้นบันไดทางด้านทิศตะวันตก เพราะเป็นบันไดด้านเดียวจากทั้งสี่ด้าน

ที่สามารถขึ้นถึงชั้นบนสุดได้








ด้านบนเป็นลานกว้างมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ ตรงกลางมีซากปรักหักพังของกองอิฐกองใหญ่

ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเป็นส่วนยอดของพีระมิดที่พังทลายลงมา แต่คุณลุงบอกว่านั่นเป็นซากของสถูปโบราณ

เขาคลังนอกจึงไม่ใช่พีระมิดตามที่เข้าใจ หากแต่เป็นมหาสถูปที่ตั้งอยู่บนฐานขนาดใหญ่

ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13-14

ก่อนจะเสื่อมสลายไปพร้อมกับเมืองศรีเทพในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 18








ตอนนี้ปริศนาทุกอย่างได้ถูกไขให้กระจ่างชัดแล้ว เขาคลังนอกไม่ใช่พีระมิด

แต่มันก็ไม่ได้ลดคุณค่า ลดความสำคัญลงไปเลย เพราะไม่ว่าโบราณสถานแห่งนี้จะเป็นอะไรก็ตาม

ที่นี่ก็ยังเป็นมรดกของชาติ เป็นร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ที่คนไทยทุกคนควรธำรงรักษาไว้ให้อยู่คู่กับชาติตลอดไป

ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตอนหนึ่งว่า

“การสร้างอาคารสมัยนี้ คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว

แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่าควรช่วยกันรักษาไว้

ถ้าเราขาดสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพฯแล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย”

(พระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯยังพระที่นั่งเย็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2504)







ขอบคุณภาพเขาคลังนอกจำลองจาก ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุมคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร (เว็บไซต์กรมศิลปากร)





เส้นทางของไอฟายน้อยสู่เขาคลังนอก

จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี

ก่อนถึงตัวเมืองสระบุรีให้เบี่ยงซ้ายไปตามถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 362 ไปตามป้ายจังหวัดลพบุรี

ตรงไปถึงสามแยกพุแคจะมีแยกเบี่ยงซ้ายไปจังหวัดลพบุรี ให้เบี่ยงขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21

มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์




ประมาณ 100 กิโลเมตร จากสามแยกพุแคจะมาถึงตัวอำเภอศรีเทพ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2119

ตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร ตามป้ายอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ




เจอทางเข้าอุทยานฯให้ขับเลยต่อไปอีกไม่ไกล จะเห็นป้ายเขาคลังนอก

เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นเขาคลังนอกตั้งอยู่ทางซ้ายมือ









Create Date : 06 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2559 10:05:04 น. 13 comments
Counter : 1187 Pageviews.

 
เกร็ดความรู้เยอะดีครับ ตอนจบดีครับ


โดย: Lert BT IP: 171.7.116.237 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา:7:58:29 น.  

 
ตอนที่ไปยังบูรณะไม่สวยขนาดนี้ค่ะ
+


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา:8:09:44 น.  

 
ที่จริงถ่ายรูปไม่สวย อิอิ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา:8:13:10 น.  

 
แวะอุทยานแห่งชาติศรีเทพ แต่ไม่ได้แวะเขาคลังนอกค่ะ

ภาพมุมกว้างสวยงามมากค่ะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชมพร About Weblog ดู Blog
Ces Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:48:15 น.  

 
ยังงงๆ ว่าที่นี่คือที่ไหน
ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่า
อยุ่ไม่ใกล้ ไม่ไกลแค่นี้เอง
แต่ก็ยังไม่เคยไป อิอิ

ภาพจำลองดูอลังการงานส้างมาก
แม้เหลือแค่ซากอิฐแบบนี้
ก็ยังคงงดงามและมีคุณค่า เสมอ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Ces Photo Blog ดู Blog





โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา:0:39:32 น.  

 
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา:2:42:29 น.  

 
วัดระฆัง อัพบล็อกไปแล้วค่ะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:56:28 น.  

 


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:15:16 น.  

 

สวยงาม ไม่เคยไปเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำมาให้ชม

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต


Ces Travel Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:4:39:38 น.  

 
ได้ยินชื่อ ศรีเทพมานานมาก... ได้แต่นั่งรถผ่านไปผ่านมา
หลายครั้ง

วันหลังต้องแวะไปมั่งครับ ดูอลังการมาก..


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:23:47 น.  

 
สวยจังค่ะ เป็นอีกที่ที่แม่โมอยากไปถ่ายรูปจังเลย


โดย: mariabamboo วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:00:45 น.  

 
มุมมองใหม่ให้ความรู้ดีครับ


โดย: สมาชิกหมายเลข 3283105 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:26:45 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
comicclubs Diarist ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
Ces Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ขอตามไปด้วยค่า


โดย: Close To Heaven วันที่: 16 ธันวาคม 2559 เวลา:21:39:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Ces
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




มีคนถามผมว่าจะเขียนบทความเหล่านี้ไปเพื่ออะไร?

ผมตอบไปว่า "ผมแค่ทำในสิ่งที่ชอบ อย่างน้อยๆ ก็ได้ช่วยชาติทางอ้อมในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อมีคนไปเที่ยวชาวบ้านก็มีรายได้ เกิดเงินหมุนเวียน เกิดการจ้างงาน เศรษฐกิจดีประชาชนก็มีความสุข ประเทศก็มีความสุข ผมก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งเหล่านี้"
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ces's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.