บันทึกประสบการณ์ ท่องเที่ยว
space
space
space
space

ลุยเดี่ยว เที่ยวตะรุเตา
ได้ยินมานานแล้วว่า เกาะตะรุเตา หาดทรายสวย (ข้อนี้มั่นใจ เพราะเคยเห็นมา จากหลายหาดทราย ทางฝั่งทะเลอันดามัน) เคยเห็นรูปที่ชาวบ้านเค้าส่งมาให้ดู ว่าไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นกัน เห็นทั้งปะการัง และปลาทะเลตัวน้อย สีสรร แปลกตา อีกทั้งยังมีประวัติที่น่าสนใจ ว่า เป็นเกาะที่เคยใช้เป็นสถานที่ คุมขังนักโทษทางการเมือง สมัยกบฎบวรเดช และกบฎนายสิบ จึงอยากเห็นด้วยตาซักครั้ง

การเดินทาง เริ่มต้นจาก สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ซึ่งอยู่บนถนนพุทธมณฑล ไม่ไกลจากสถานีตำรวจตลิ่งชัน เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาใช้บริการสถานีโดยสารแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ต้องยอมรับว่าดูดีกว่า ที่เคยชินตาจากสถานีขนส่งหมอชิต หรือสายอื่นๆ คือนอกเหนือจากที่ความใหม่แล้ว ดูมีความสะดวกสบายพร้อมสรรพ มีคล้ายกับห้างสรรพสินค้าย่อยๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับนักเดินทาง ครบครัน ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ธนาคาร บริการดูดวง นวดแผนโบราณ และอื่นๆ สำหรับช่องขายตั๋ว อยู่ที่ ชั้น 2 นอกจากขายตั๋วรถโดยสารสายใต้แล้ว ยังขายตั๋วรถไปภาคตะวันออก อีกด้วย




จากตัวอาคารที่ขายตั๋วโดยสาร ไปยังอาคารที่จอดรถ มีบอร์ดบอกช่องการจอดรถ ของรถโดยสารที่จะไปยังจังหวัดต่างๆ คล้ายกับตามสนามบิน departure board บอกช่องเช็คอิน ยังไง ยังงั้น ซึ่งผมเลือกเดินทางโดยรถ VIP 24 ที่นั่ง ไปยังจังหวัดสตูล กับบริการของทรัพย์ไพศาลทัวร์ ช่อง 63เวลารถออก คือ 1840 น.





ถนนเพชรเกษม ช่วงเดือนธันวาคม 2009 สมบูรณ์เกือบ 100 % ช่วงที่กำลังปรับปรุงคือช่วงผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ก็ใกล้สมบูรณ์แล้ว รถสามารถวิ่งผ่านขึ้นสะพานได้แล้ว รถทัวร์ VIP 24 ที่นั่งแวะทานอาหาร เป็นร้านบนถนนเลี่ยงเมืองหัวหิน ยังใหม่อยู่เลย ทานเสร็จแล้ว รถทัวร์สายใต้ แปลกกว่าสายเหนือที่เคยนั่ง คือเธอต้องเลี้ยวเข้าไปรายงานตัวยังสถานีขนส่งจังหวัด เรื่อยไปทุกจังหวัด อีกอย่างให้ทานข้าว 20 นาที แต่แวะจอดเติมน้ำมันที่ สุราษฎร์ จอดนาน 30 นาที

คนขับท่าทางใจเย็นดีมาก ไม่ค่อยรีบ ไม่ใช้ความเร็วมากเกินไป ผมเห็นรถบรรทุกพ่วง วิ่งแซงไปบ่อยๆ ที่สำคัญ คือ หลังจากส่งผู้โดยสารกลุ่มแรก ที่ขนส่งจังหวัด พัทลุง แล้ว เพื่อนแวะจอดละไปเรื่อย รับคน ส่งคน ไปตลอดทางจนถึง จังหวัดสตูล ดูแปลกดี สำหรับ VIP 24 ที่นั่ง

เวลา 0800 ถึงจังหวัดสตูล ทำขายขี้หน้า เมื่อดันไปลงที่ขนส่งจังหวัดสตูล ซึ่งอยู่เลยตัวเมืองหรือย่านชุมชน ออกไปอีกนิดหน่อย จึงต้องนั่งรถเล็กกลับเข้ามาตัวเมืองเสียค่ารถ 20 บาท(คนขับจะเอา 30 บาท แต่ไม่ให้) หากาแฟกิน เค้าแนะให้กินร้าน เจิน เจิน อยู่ตรงข้ามที่ขายตั๋วโดยสารของบริษัทขนส่ง สังเกตดู เป็นร้านที่ชาวเมืองสตูล นิยมกินกัน แสดงว่าใช้ได้ มีขนมจีบ ซาลาเปา ข้าวต้ม และหากเดินตรงไปทางโรงพยาบาลสตูล ก็ยังมีร้าน ข้าวมันไก่ ก๊วยเตี๋ยวเนื้อ น่าทานอีกหลายร้าน











อิ่มท้องแล้ว เรียกมอร์เตอร์ไซด์ไปส่งที่ท่ารถไปอำเภอละงู อีก 20 บาท ค่ารถตู้ไปอ.ละงู อีก 60 บาท รถตู้กว่าจะออกวิ่งจริงๆ ต้องจอดละ บีบแตรเรียกผู้โดยสารไปเรื่อย กว่าจะถึง อ.ละงูที่ห่างไป 40 กว่ากิโล ก็ปาไปเกือบ สิบเอ็ดโมง ต้องนั่งสองแถวต่อไปท่าเรือปากบาราอีก 20 บาท





ถึงปากบาราแล้วหาข้าวลองท้องกันเหนียวอีกมื้อ ข้าวผัดกะเพรา อีก 30 บาท พอเดินเข้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ก็จะมีผู้ให้บริการเรือสปรีดโบ๊ด ไปตะรุเตา เสนอตั๋วเรือ ราคามาตรฐาน คือ ไป-กลับ ปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ 1200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ มีอยู่หลายเจ้าให้เลือก ต่อราคาได้นิดหน่อย ผมไปได้ราคา 950 บาท ก็ยังแพงอยู่นะ





บริเวณที่ทำการศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติตะรุเตา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มารอขึ้นเรือเยอะเลย พนักงานราชการของอุทยานฯ ให้การบริการจองที่พักของอุทยานตะรุเตา พร้อมตอบคำถามทุกคำถาม น่ารักกว่าที่เคยใช้บริการจากอุทยานฯอื่นๆ ขอบอก








เรือสปรีดโบ๊ด 5 เครื่องยนต์ ขนาดความจุผู้โดยสาร 85 คน พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปยังเกาะตะรุเตา ผู้โดยสารรอเรียกตามลำดับคูปองตั๋ว เวลาออกเรือนั้น คือ 1130 แต่ออกจริงๆ ประมาณเที่ยง ก่อนเรือออก มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ มาชี้แจงสั้นๆ ว่า เรือจะไปไหนบ้าง ใช้เวลาเท่าไร พูดไทย และอังกฤษ ส่วนพระภิกษุ ที่เห็นไม่ได้ไปด้วยกันนะจ๊ะ ไม่ทราบท่านรับกิจนิมนต์ไปไหนกัน





ใช้เวลาประมาณแค่ 25 นาที ก็ถึงแล้ว อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งจองที่พักกับทางอุทยานฯก็ลงเรือและพักที่นี่ ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลือ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็ได้แค่ลงไปเดินเล่น เค้าให้เวลาถ่ายรูปบริเวณอุยานฯ 20 นาที






ตั้งใจว่า จะกลับมาทำความรู้จัก “ตะรุเตา” อีกครั้ง เสียดาย มีเวลาน้อย ได้เห็นแค่หาดทรายสวย ที่ห้ามเล่นน้ำ กับทิวทัศน์ รอบๆท่าเทียบเรืออ่าวพันเตมะละกา ต้องลาไปก่อนแล้ว




นักท่องเที่ยวขึ้นเรือพร้อมเดินทางสู่เกาะไข่ ที่ เกาะใข่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวหมู่เกาะตะรุเตาก็ว่าได้ ภาพประตูที่เป็นช่องซุ้มหินตามธรรมชาติ สองช่อง เล็ก กับใหญ่ ถูกโยงเข้ากับตำนานรักหนุ่มสาว มีป้ายไม้สลัก ความว่า “ซุ้มรักนิรันดร์” ประตูหินโค้ง ... ตะรุเตา สตูล จุดเพิ่มพูน ตำนานรักหนุ่มสาว แดนประเดิมเสริมรัก ให้ยืนยาว สองเราก้าวสู่ประตู ... รักนิรันดร์ แอบได้ยินไกด์ที่ร่วมมาด้วย อธิบายวิธีการเดินลอดซุ้ม ต้องก้าวเท้าซ้าย หรือเท้าขวา ตามแต่ว่าเป็นชาย หรือหญิง เข้าก่อน จะประสบความสำเร็จ เรื่องความรัก จำไม่ได้แล้ว เผอิญไม่ค่อยจะรักใคร แต่ชอบวิวหาดทรายขาวสนิท น้ำทะเลใสมากๆ














เสียดาย ไม่มีเวลาอยู่เกาะไข่นานนัก โดนเรียกขึ้นเรือเพื่อจะมุ่งหน้าสู่ เกาะหลีเป๊ะ คนเรือบอกว่า ใช้เวลาอีก 25 นาที





มาถึงแล้ว เกาะหลีเป๊ะ แต่เป็นหาด sunset beach ส่งนักท่องเที่ยว ที่พัก รีสอร์ท หาดนี้





บรรยากาศ ทิวทัศน์ ระหว่างที่เรือสปรีดโบ๊ด จาก sunset beach แล่นอ้อมเกาะมายัง หาดพัทยา ซึ่งเป็นหาดหลักของเกาะหลีเป๊ะ เป็นต้นทางสู่รีสอร์ทต่างๆ เป็นส่วนใหญ่






ไม่ใช่ว่าเรือสปรีดโบ๊ด จะเข้าจอดส่งนักท่องเที่ยว ถึงชายหาดได้ ต้องลงเรือที่โป๊ะเรือ ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา แล้วโดยสารต่อเรือหางยาว เข้าหาด ระยะทาง ไม่ถึง 100 เมตร เสียค่าโดยสารอีก คนละ 50 บาท ฝรั่ง หรือ ไทย เสียเท่ากัน







บรรยากาศก้าวแรก เมื่อถึงเกาะ "หลีเป๊ะ" ออกจาก ปากบารามาตอน 1200 ถึง หลีเป๊ะ เกือบบ่ายสามโมง เมื่อเท้าแตะหาดทรายเกาะหลีเป๊ะ ภาพแรกที่เห็นคือป้ายบอกทางถนนคนเดินของเกาะ และรีสอร์ท ชื่อดังของเกาะนี้ คือ Varin beach resort ไกด์ต่างนำลูกทัวร์ของตนเข้าที่พัก ส่วนกะเหรี่ยง หัวเดียว กระเทียมลีบ ต้องเดินผ่านถนนคนเดิน เสาะหาที่พัก   ระหว่างทางที่เดินผ่าน เห็นร้าน อินเทอร์เน็ต คาเฟ่ หลายร้าน ที่ไม่น้อยหน้ากันก็ร้านนวดแผนโบราณ เยอะมาก






สะพายเป้ ที่ใส่โน้ตบุ๊ค กับเสื้อผ้าไม่กี่ตัว กับกระเป๋าใส่กล้อง ตระเวนหาที่พัก ตอนแรกนึกว่า เกาะนี้จะมีจักรยานให้เช่าขี่ แต่ไม่มีอะไรให้เช่าทั้งนั้น ดีนะว่า ระยะทางบนเกาะไม่ไกล ไม่นานก็เจอแล้ว Varin Village เจ้าของเดียวกันกับ Varin หน้าเกาะนั่นแหละ แต่ถูกกว่า บรรยากาศ แบบเกาะๆ ดีมากเลย อยู่ติดหาดอีกด้านนึงของเกาะ เค้าปลูกเรียงกันเป็นแถว ทำด้วยไม้ไผ่ หลังที่ติดชายหาดก็แพงหน่อย ของผมเข้ามาในสุด ห่างจากหาด 20 - 30 เมตร มีเก้าอี้นั่งพักผ่อนหน้าบ้าน แต่ชาวต่างประเทศนิยม ผูกเปลนอนอ่านหนังสือมากกว่า ราคาแค่ 500 บาท ต่อ คืน เท่านั้น สร้างเสร็จใหม่ๆ มีปลั๊กเสียบไฟ 220 โวลต์ ให้ชาร์ตมือถือ กับโน้ตบุ๊ค แถมผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน สีเดียวกับที่นอนอยู่ที่คอนโดฯ ตัวเองเลย รับสัญญาณโทรศัพท์ ทั้ง AIS และดีแตก ทำให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทางแอร์การ์ด กับ net sim ของ AIS สะดวกดีมากครับ




เหนียวตัวมาทั้งวันแล้ว ตั้งแต่ลงจากรถทัวร์ หวานเย็น อยากอาบน้ำเต็มที่ บนเกาะนี้เค้าใช้น้ำบาดาล ส่วนไฟฟ้าซื้อจากเอกชน ทำให้สะดวกสบายพอควร อาบน้ำเสร็จ ฉายเดี่ยว เดินท่องเกาะ ไม่ทันได้ไปไหนไกล แค่หน้ารีสอร์ท ก็มีชายทะเลสวยแล้ว







เดินเลียบชายหาดขึ้นมาทางเหนือ บรรยากาศดีเหลือเกิน มองเห็นเกาะใหญ่อยู่ข้างหน้า นั่นคือ เกาะอาดัง ภาพชินตาอีกอย่างของที่นี่ คือเรือหางยาวของชาวประมง ชาวเกาะ แต่เดี๋ยวนี้ เอามาใช้ในภารกิจ นำนักท่องเที่ยวชมทะเล ตกปลา ดำน้ำ ดูปะการัง มากกว่า ถึงวันนี้ เรือแบบนี้กำลังจะเป็นโลโก้ ของการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน เห็นกันได้โดยทั่วไป





บรรยากาศของคนพื้นบ้านบนเกาะ บ้าน โรงเรียน สถานีอนามัย แอบถามชาวบ้าน ดูเหมือนปัญหาที่น่าห่วงในอนาคต น่าจะเป็นปัญหาขยะ และปัญหาน้ำบาดาล ไม่มีคอมเม้นท์ ครับ





อาหารย็น+ ค่ำ ของวันนั้น เป็นร้านอาหารอีสาน แม่ครัวเป็นคนโคราช มาปักหลักปักฐานที่เกาะนี่ รดชาดจึงใช้ได้ที่เดียว นอนหลับสบาย กลางคืน ไปเดินดูดาวที่ริมชายหาด อากาศเย็น ลมแรง คงบรรยายบรรยากาศไม่ได้มากกว่านี้

ตื่นเช้า ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว ที่มาที่นี่ควรต้องอยู่ต่ออีกวัน เพื่อเช่าเรือไปดำน้ำดูปะการัง เที่ยวเกาะหินสวย เล่นน้ำ พอดีไม่มีเพื่อนไม่รู้จะขอติดไปกับกรุ๊ปไหนดี ก็เลยกลับดีกว่า



ขากลับ มีเรือ สองเที่ยว เวลา 0900 กับ 1100 กลับเรือเที่ยวแรก อุตส่าห์มารอขึ้นเรือตั้งแต่ 0800 ขึ้นเรือหางยาวไปขึ้นโป๊ะ เสียอีก 50 บาท รอนักท่องเที่ยวกลับพร้อมกัน กว่าจะออกได้ ก็ 0940 ระหว่างทาง เค้าว่าคลื่นแรง เรือวิ่งเร็วไม่ได้ ต้องเอาชูชีพไปส่งที่เกาะไข่ และต้องกลับไปรับนักท่องเที่ยวที่เกาะตะรุเตา สรุปเรือใช้เวลาตั้งสองชั่วโมง ถึงปากบารา

ขึ้นรถตู้สายปากบารา-หาดใหญ่ ระยะทาง ประมาณ 170 กม. ค่าโดยสาร 90 บาท(ตกลงกันมา 80 บาท) กว่าที่จะรอผู้โดยสารขึ้นครบที่นั่ง ถึงจะออกได้ แอร์ก็เสีย นั่งหลังคนขับ ติดช่องแอร์ แต่ร้อนมาก หิวก็หิว นับกิโลเมื่อไรจะถึงหาดใหญ่ แต่พอจะถึง คนขับกลับใจดีแวะไปส่งคนที่สนามบินก่อนอีก กว่าเราจะถึงหาดใหญ่ประมาณ สามโมงเย็น กว่าจะได้กินข้าวเช้าวันนั้น ก็เย็นแล้ว นอนค้างหาดใหญ่ 1 คืน ซื้ออินทะผาลัม กับลูกหยี จากนั้นเช้าอีกวัน ไปอำลาตลาดกิมหยง กลับโดยนกแอร์เที่ยว บ่ายโมง ถึงดอนเมืองบ่ายสาม เป็นอันจบภารกิจ "ลุยเดี่ยวเที่ยวตะรุเตา"



คอมเม้นท์ ก่อนที่จะจบทริปนี้ จากกรุงเทพ ควรนั่งรถทัวร์หรือเครื่องบิน ไปลงหาดใหญ่ ต่อสองแถวจากสนามบิน 12 บาท(ราคาตามป้าย) แล้วต่อรถตู้ หาดใหญ่-ปากบารา ดูจะง่ายกว่าไปสตูล-ละงู-ปากบารา

หากไปกันหลายคน ควรค้างที่ หลีเป๊ะ สัก 2 คืน ติดต่อทัวร์ตามนามบัตรนี้ คุยสนุก น่าจะดูแลเราได้ดี ไม่มีค่านายหน้า ประชาสัมพันธ์ ฟรี ต้องการอะไรบอกเค้าได้






 

Create Date : 14 ธันวาคม 2552   
Last Update : 16 มกราคม 2553 11:51:13 น.   
Counter : 1043 Pageviews.  
space
space

tomtourthai
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไปมาเยอะ เห็นมาก็มาก แต่ไม่เคยบันทึกไว้เลย ลองทำตัวให้ทันยุค เขียนblog "tomtourthai" เป็นไดอารี่ จดบันทึกความทรงจำที่ดีๆ ที่ได้ไปมา



สร้าง เสริม ประสบการณ์ ชีวิต

lozocat
space
space
[Add tomtourthai's blog to your web]
space
space
space
space
space