ติดตาม twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด

ฮอนด้าคว้าที่ 1 สรุปยอดจองรถในงาน Motor Show 2016



จบไปแล้วเรียบร้อยนะครับสำหรับงาน Bangkok Internation Motor Show 2016 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 37 ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นปีที่คึกคักมากๆ และเราได้รวมยอดจองรถทั้งหมดภายในงานมาให้แล้ว เรียกว่าเบียดกันแบบตื่นตาสุด

MotorShow2016_15

MotorShow2016_48

โดยค่ายที่เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 1 นั้นเป็น Honda ที่ควง Civic 2016 เจเนอเรชั่นที่ 10 รถที่หลายคนตั้งตารอเข้าป้ายไปอย่างสวย โดยยอดจองรวมรถทั้งหมดของฮอนด้านั้นอยู่ที่ 4,308 คัน โดยเบียดฝั่ง Toyota ที่เข้ามาเป็นที่ 2 ด้วยยอดจองที่ 4,013 คัน ส่วนอันดับ 3, 4 นั้นเรียกว่าหายใจลดต้นคอกันเลย โดยค่าย Nissan ที่ได้อันดับ 3 ด้วยยอดจองรวม 3,586 คัน เฉือนทาง Mazda ที่มียอดรวมทั้งหมดที่ 3,557 คัน ห่างกันเพียงแค่ 29 คันเท่านั้น ส่วนอันดับ 5 เป็นของ Mitsubishi ที่ 3,549 คัน

MotorShow2016_23

ส่วนยอดรวมสำหรับงานในปีนี้นับตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 อยู่ที่ 32,571 คัน โดยแบ่งเป็น 10 อันดับสูงสุดดังนี้

Honda 4,308 คัน
Toyota 4,013 คัน
Nissan 3,586 คัน
Mazda 3,557 คัน
Mitsubishi 3,549 คัน
Isuzu 3,429 คัน
Ford 2,321 คัน
Mercedes-Benz 1,700 คัน
Chevrolet 1,385 คัน
BMW 1,107 คัน




 

Create Date : 05 เมษายน 2559   
Last Update : 5 เมษายน 2559 23:04:47 น.   
Counter : 1060 Pageviews.  

สิ้นสุดการรอคอย.. All New Honda Civic 2016 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ฮอนด้า ซีวิคใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 ยนตรกรรมพรีเมียมสปอร์ตซีดานที่ได้รับการยกระดับการออกแบบให้มีความทันสมัยและหรูหราในสไตล์สปอร์ต ผสานกับความก้าวล้ำนำสมัยของเทคโนโลยียานยนต์ อาทิ ขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่ ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลัง และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานภายในรถเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน

Prachinburi Plant's Line-Off Production of the All-New Honda Civic

แนวคิดการออกแบบ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่
ซีวิค ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Creating a way of life”เพื่อสร้างสรรค์วิถีการใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ โดยมีพื้นฐานการพัฒนา อันประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ
Charismatic – ความโดดเด่นของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งความโดดเด่นของเทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Soulful– จิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน
Comfortable– สุนทรียภาพทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยเหนือระดับ

(8)_1.5 TURBO RS_Rear

การออกแบบภายนอก
รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Revolutionary Silhouette Advanced Neo Sedan”เน้นการออกแบบในสไตล์ที่ล้ำสมัยบนพื้นฐานการจัดวางโครงสร้างภายในอย่างมีระดับด้วยลักษณะตัวถังที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ผสานกับเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สะท้อนรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LEDทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

(11)_Interior_All-new Civic_Console

การออกแบบภายในห้องโดยสาร
จากแนวคิดการออกแบบภายในห้องโดยสารแบบ “Daring Ace Design”ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการออกแบบรถซีดานสู่รูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมไปพร้อมกัน  ผสานกับเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่ออันทันสมัย โดยยังคงยึดหลัก“Man Maximum, Machine Minimum”ที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก รวมถึงการพัฒนาให้มีระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้นและตัวถังที่กว้างขึ้น ทำให้ห้องโดยสารของ ซีวิค ใหม่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment ซึ่งทำให้
ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายที่เหนือระดับ

(13)_Advanced Technology_Meter_Phone

แผงหน้าปัดมาพร้อมมาตรวัด ประกอบด้วย มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่มีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอลส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้พื้นที่ช่วงหัวเข่าของที่นั่งด้านคนขับกว้างขวางขึ้นและแผงคอนโซลกลางได้รับการออกภายใต้แนวคิด “Tech Center”ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยี โดยด้านบนสามารถแยกออกเป็น2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อได้อย่างเป็นระเบียบ

นอกเหนือจากความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารแล้วฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยังมาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ใหญ่และกว้างขึ้น โดยสามารถจุสัมภาระได้ 525 ลิตร

(16)_Safety Technology_Engine Remote Start

เครื่องยนต์
ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ นำเสนอทางเลือกของ 2 ขุมพลังเครื่องยนต์ ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความสนุกสนานในการขับขี่ ได้แก่
เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHCi-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมให้การขับขี่ที่เร้าใจและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นโดยให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร
ที่ 4,300 รอบต่อนาที ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85
เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHCVTEC TURBOใหม่พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาทีด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้  ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร
โดย 3 เทคโนโลยีหลักของVTEC TURBO ที่ให้สมรรถนะอันทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ได้แก่

(15)_Safety Technology_Honda LaneWatch

1. ระบบหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชั่น และท่อไอดีแบบตรง
ข้อด้อยของเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไปคือ การส่งอากาศที่มีแรงดันสูงเข้าไปในเครื่องยนต์ ทำให้อุณหภูมิและความดันภายในเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ชะงักแต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO ใช้เทคโนโลยีหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชั่น โดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง
ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบและการไหลของไอดีแบบตรงช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง
2. ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย
เครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไปให้กำลังที่รอบเครื่องยนต์ต่ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ไม่เต็มที่ แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO มี Valve Timing Control (VTC) เพื่อควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ
3. เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า
หนึ่งในปัญหาของเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไป คือ เทอร์โบตอบสนองช้าหลังจากเหยียบคันเร่ง จึงทำให้มีการปล่อยพลังงานไอเสียมากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณไอดีให้สูงขึ้น แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO มีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็กเพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

(6)_1.5 TURBO RS_Front Grille

เทคโนโลยีอันล้ำสมัย สะดวกสบายในทุกการขับขี่
ฮอนด้า ซีวิค ใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ
• ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USBที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay(เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น)
• พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมฟังก์ชั่น Swipe
• มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
• ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
• ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
• ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท(Engine Remote Start)สามารถสั่งการได้จากระยะไกลเพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทางโดยขณะที่เครื่องยนต์สตาร์ทติดอยู่ ประตูรถจะยังคง ล็อกเช่นเดิม และรถจะยังไม่อยู่ในสถานะที่พร้อมออกตัวได้จนกว่ากุญแจรีโมทและผู้ขับขี่จะอยู่ภายในตัวรถ และกดปุ่มสตาร์ทการทำงานของเครื่องยนต์ภายในรถอีกครั้ง
• เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
• เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา

(5)_1.8EL_Taillight

มาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือระดับมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ
• โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง
• กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
• ถุงลม6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags
• เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และเข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
• ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
• ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
• ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว(VSA)
• ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
• ระบบกุญแจนิรภัยImmobilizerพร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
ซีวิค ใหม่ ยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ
• สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
• ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน(Honda LaneWatch) ที่ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้ายโดยใช้กล้องจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว
• ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)เพียงใช้นิ้วดึงสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง
• ระบบ Auto Brake Hold เมื่อกดปุ่มเปิดให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อให้อัตโนมัติ หลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้
• ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

(9)_1.5 TURBO RS_Interior (Black)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นด้วยราคา ดังนี้
● รุ่น TURBO RS    ราคา 1,199,000บาท
● รุ่น TURBO    ราคา 1,099,000บาท
● รุ่น 1.8 EL    ราคา    959,000บาท
● และรุ่น 1.8 E    ราคา    869,000บาท

(10)_Interior_All-new Civic_1.8 EL(Beige)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

(3)_1.8 EL_Side(2)_1.8 EL_Front (1)_1.8 EL_Cosmic Blue (17)_Safety Technology_Brake Hold & Electronic Parking Brake

All-New Honda Civic Press Conference


//men.mthai.com/car/news/12285.html




 

Create Date : 11 มีนาคม 2559   
Last Update : 11 มีนาคม 2559 15:24:59 น.   
Counter : 446 Pageviews.  

Toyota เปิดตัว New Fortuner TRD Sportivo แต่งหล่อสปอร์ตดุดัน

โตโยต้า เปิดตัว New Fortuner TRD Sportivo นี้มาพร้อมกับเอกลักษณ์และความโดดเด่น ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่น่าหลงใหล โดยเฉพาะช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น ที่สำคัญ New Fortuner TRD Sportivo ได้รับการพัฒนาแนวคิดการออกแบบ โดยวิศวกรคนไทยจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ

TRD_6

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2016-2_resize

ภายนอก เหนือกว่าทุกดีไซน์ โดดเด่นกว่าที่เคยสัมผัส กระจังหน้าแบบรมดำพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่สปอร์ตเท่ลงตัว, ล้ออัลลอย TRD 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, หลังคาแบบสปอร์ต Black Top เคลือบฟิล์มดำสุดโฉบเฉี่ยว, สคัฟเพลทพร้อมไฟเรืองแสงสัญลักษณ์ TRD, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ TRD Sportivo พร้อมแถบโครเมียมประตูท้ายรมดำ, ท่อไอเสียสแตนเลส TRD ดีไซน์สปอร์ต, สัญลักษณ์รุ่น TRD Sportivo, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟสัญลักษณ์ TRD สว่างชัดเต็มอารมณ์สปอร์ต

TRD_3

fortuner-3-1024x538_resize

ภายใน ดีไซน์สีดำแดงสไตล์สปอร์ต ด้วยวัสดุหนังสีดำสลับแดง พร้อมชุดแต่งลายเคฟลาร์ และแถบโครเมียมรมดำ,
เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายแดง สไตล์สปอร์ต, มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ดีไซน์ใหม่ด้วยลายเคฟลาร์ และไฟแสดงผลสีแดง, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง, ระบบนำทาง (Navigator) รองรับ T-Connect พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง, ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ TRD เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต, กุญแจ Smart Key พร้อมสัญลักษณ์ TRD

TRD_1

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2016-3_resize

New Fortuner TRD Sportivo คันนี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที พร้อมระบบขับเคลื่อนซิกม่าโฟร์ ที่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ดั่งใจ ทั้งโหมด H2 H4 และ L4 ผสาน, การทำงานร่วมกับระบบ DAC และ A-TRC, ดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ, ชุดแต่งช่วงล่าง TRD Sportivo … ตอบรับทุกการขับขี่สไตล์สปอร์ต นุ่มนวลเหนือชั้น ทรงตัวและเกาะถนนดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน

TRD_4

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2016-5_resize

New Fortuner TRD Sportivo มีสีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Attitude Black Mica และ ขาวมุก White Pearl (เพิ่มอีก12,000 บาท)  โดยราคาอยู่ที่

รุ่น 2.8 TRD Sportivo Auto 4WD ราคา 1,749,000 บาท

รุ่น 2.8 TRD Sportivo Auto 4WD สีขาวมุก White Pearl + หลังคา Black Top ราคา 1,769,000 บาท

รุ่น 2.8 TRD Sportivo Auto ราคา 1,679,000 บาท

รุ่น 2.8 TRD Sportivo Auto สีขาวมุก White Pearl + หลังคา Black Top ราคา 1,699,000 บาท

TRD_7

//men.mthai.com/car/news/12243.html




 

Create Date : 09 มีนาคม 2559   
Last Update : 9 มีนาคม 2559 23:04:08 น.   
Counter : 517 Pageviews.  

Honda เผยภาพ Civic Hatchback 5 ประตู สปอร์ตโฉบเฉี่ยว

ถึงแม้ Civic 2016 ที่แฟนๆ รอคอยนั้นจะยังไม่เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ (เชื่อไม่เกินอึดใจแน่นอน) แต่ล่าสุดทางฮอนด้าเองก็ได้เผยภาพของ Honda Civic Hatchback ห้าประตู ออกมาเรียกน้ำย่อยเพิ่มกิเลสแล้วความอยากให้แฟนๆ อีกเป็นเท่าตัว ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่คอนเซ็ปต์คาร์ แต่ก็ได้รับการออกแบบมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสวยหยดจนเกิดอาการลังเลในการตัดสินใจเลยทีเดียว แต่คาดว่าจะเปิดตัวจริงๆ ราวปี 2017 เรียกว่านานเอาเรื่องอยู่ ส่วน Civic 2016 นั้นอีกไม่เกิน 5 วัน 10 วันนี้ คงได้เห็นตัวเป็นๆ กันแน่นอน

Civic_Hatchback_4

ตัดสินใจยากเลย

Civic_Hatchback_7

Civic_Hatchback_3

เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว

Civic_Hatchback_8

Hatchback 5 ประตูแต่ยังดูโฉบเฉี่ยว

Civic_Hatchback_1

Civic_Hatchback_2

ท้ายก็ดูโหดดุดันเอาเรื่อง

Civic_Hatchback_9

Civic_Hatchback_6

Civic_Hatchback_5

เจอแบบนี้กิเลสมาเลย แต่กว่าตัวจริงจะมานี่รอกันจนเปื่อยเลย

//men.mthai.com/car/news/12188.html




 

Create Date : 07 มีนาคม 2559   
Last Update : 7 มีนาคม 2559 21:33:01 น.   
Counter : 325 Pageviews.  

Lotus Exige Sport 350 ยักษ์แคระจอมพลัง

Lotus Exige Sport 350

นี่คืออีกหนึ่งชนชาติที่ชื่นชอบความเร็วในระดับต้นๆ ของโลก ทั้งๆ ที่อาศัยอยู่บนเกาะ…ที่นั่นก็คือ ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ยานยนต์ต่างๆ ที่ใช้กันภายในประเทศจำเป็นต้องลดขนาดให้ย่อมเข้าไว้ แต่ถ้าอยาก “มันส์” ก็ยัดเครื่องยนต์กำลังแรงลงไปเลย Lotus เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตที่กลายเป็นโลโก้ด้านความแรงประจำประเทศไปแล้ว แม้รูปร่างจะจิ๋ว มีระยะห่างฐานล้อไม่ต่างจาก City Car สักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะ “ลุย” เห็นทีงานนี้บอกเลยว่าต้องเจอกับยักษ์แคระแน่ๆ และรถที่ทีมงานเอาออกมาให้ดูก็คือ Exige Sport 350 มันมาด้วยการเป็นรถสปอร์ตแบบทรงหลังคาแข็ง แต่จัดการสาดสีให้ดูแล้วนึกว่าถอดออกมาได้ สาเหตุที่ทำแบบนี้ก็เพราะบนเกาะอังกฤษส่วนใหญ่ฝนมักจะตก หากทำรถเปิดประทุนออกมาก็เกรงว่ายอดขายจะไม่เดิน เลยเล่นตามเกมส์ด้วยการประดิษฐ์รถหลังคาแข็งขึ้นมา

Lotus Exige Sport 350

ตัวเครื่องยนต์ใช้การสันดาปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 4 จังหวะ ขนาดความจุ 3.5 ลิตร 3,500 ซีซี. เครื่องลักษณะ V6 ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ กดความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 274 กิโลเมตร / ชั่วโมง “โห…เร็วไปไหนเนี่ย” มีแรงม้าสูงสุดราวๆ 345 ตัว วัดตอนที่รอบเครื่องยนต์ทำงานถึง  7,000 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ 4,500 รอบ / นาที

Lotus Exige Sport 350

สาเหตุที่รถมีความเร็วและแรงม้ามากขนาดนี้ก็มาจากมีการใช้ระบบอัดอากาศ Super Charger จึงทำให้มีตีนต้นโหดๆ แถมยังปั่นมวลอากาศเข้าไปเพิ่มแรงระเบิดให้ห้องไม้ได้อย่างสมดุลทุกรอบของการจุดระเบิด ลักษณะด้านหน้าจะมีอารมณ์คล้าย “Porsche” แต่มีการตัดแต่งจนเกิดความเป็น Lotus ขึ้นมา ไฟหน้าโค้งทำมุมตามโหนกสันของด้านหน้ารถ พร้อมช่องดักมวลลมขนาดใหญ่อีก  3 ช่องด้านหน้าของกันชน เจาะฝากระโปรงเพื่อจัดทางลมให้ยิงออกเพื่อกดรถให้แนบกับพื้น กระจกหน้ามาด้วยขนาดใหญ่ มีการเล่นมุมโค้งนิดๆ เพื่อลดแรงปะทะของอากาศ ใช้ก้านปัดกระจกแบบแขนเดี่ยว กระจกมองข้างก้านแบบตัวอักษร Y ในภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ก็เพื่อลดการเสียดทานของอากาศ

Lotus Exige Sport 350

ทางด้านซุ้มล้อหลังมีการเจาะลงไปเป็นช่องเพื่อดักมวลลมไประบายความร้อนเครื่องยนต์และระบายความร้อนชุดห้ามล้อ นอกจากนั้นก็มีสปอยเล่อร์หลังกดด้านท้ายเอาไว้อีก รับประกันเลยว่าแนบแน่นเกาะถนนน้องๆ F1 กันเลยทีเดียว ไฟท้ายวงกลม 4 ดวง แยกกันฝั่งละ 2 ลูก มีตัวอักษร Lotus วางกลางอย่างสวยงาม ปลายท่อไอเสียติดตั้งอยู่กลางรถทางด้านหลัง ให้สำเนียงโหดๆ ขนาดยางหน้า 205 / 45 R17 นิ้ว ยางหลัง ขนาด 265 / 35 R18 นิ้ว ช่องเติมน้ำมันอยู่ทางด้านหลังฝั่งขวา และนี่ก็คือข้อมูลดิบๆ ของเจ้าเปี๊ยกสัญชาติอังกฤษอย่าง Lotus Exige Sport 350 บอกตรงๆ ว่าเหมาะกับเมืองไทยมากๆ ทั้งขนาดตัวที่ไม่ใหญ่เทอะทะ และยังมีกำลังสุดจี๊ด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ขาซิ่งได้เต็มๆ เลยทีเดียว

เรียบเรียงโดย A’Lure Magazine
Photo Credit : Net Car Show

ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.68

v68 FINAL

//men.mthai.com/car/supercar/12030.html




 

Create Date : 02 มีนาคม 2559   
Last Update : 2 มีนาคม 2559 8:52:27 น.   
Counter : 333 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  

zulander
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




หวยซอง เลขเด็ด
หวยซอง เลขเด็ด หวยซองแม่นๆ หวยซองดัง รวมหวยซอง






ติดตามข้อมูลของเว็บทาง twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด







Online Users


New Comments
[Add zulander's blog to your web]